Ep.4 Ent ผู้พิทักษ์ป่า
posted on 02 Mar 2011 21:29 by mayz-maiz in EpisodeEp.4 Ent ผู้พิทักษ์ป่า
[ ทิม... ชั้นจะหาเธอให้เจอเอง... ]
[ ไม่อยากทำร้ายผู้หญิงเลยจริงๆให้ตายสิ... ]
[ โลลิ บันไซ!!!!! ]
[ ..... ]
-----
[ … ทำไมผมถึงรู้สึกว่า รอน กำลังจะโดนลากเข้าตารางละครับเนี่ย... ]
[ สัมผัสแบบนี้... ไอบ้า รอน กำลังทำเรื่องอะไรทุเรศๆอีกแหงๆ... ]
[ วะฮ่าๆๆๆ~* คุกตูไม่สน~!!! ได้แอ้มสาวน่ารักแบบนี้ให้ตายก็ยอมโว้ย!!! ]
[ ….. Epic Failed ….. ]
( ….. ล้มเหลวครั้งใหญ่ ….. )
-----
# ทิศใต้ของป่า Trial Forest
[ ฮะๆๆๆๆ~* ]
[ ว๊ายๆๆ~* ]
เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานดังมาจาก รอน และ ลูเทเซีย ซึ่งกำลังคุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน โดนหัวข้อสนทนาของรอนนั้นได้แก่ ผู้หญิงในอุดมคติของเขาเป็นยังไง หน้าอกในอุดมคติเป็นแบบไหน และหน้าอกของ ลูเทเซีย ยังโตได้อีกแค่ไหน และยังมีการคุยอีกว่าเขาก็ชอบแบบนี้ เพราะมีเสน่ห์ไปอีกแบบ โดยมี ลูเทเซีย นั่งหัวเราะอยู่บนตักของเขา
ทุกๆอย่างคงดูเหมือนพี่ชาย-น้องสาวนั่งคุยและหัวเราะร่วมกัน... ถ้าไม่มีจุดสังเกตต่างๆต่อไปนี้...
1. ที่ง่ามของ รอน ยังคงมีแท่งแข็งๆ ชี้ลอดหว่างขาของ ลูเทเซีย ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด...
2. มือของรอนยังคงลูบไล้สะโพกและหน้าอกของ ลูเทเซีย เบาๆโดยไม่ให้เธอตั้งตัว...
3. ใบหน้าของ ลูเทเซีย ขึ้นสีชมพุระเรื่อเนื่องจากร่างกายเริ่มร้อนตามสัญชาติญาณทางเพศ และการมีแท่งแข็งๆมาถูไถที่หว่างขา... ซึ่งเธอก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าแท่งที่ขาของเธอนั้นคืออะไร แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป.. ถึงเธอจะรู้สึกดีก็ตามทีเถอะ...
ทั้งสองคุยเล่นกันไปอีกสักพักหนึ่งจนกระทั่ง ลูเทเซีย ทนไม่ไหว และถามออกไปว่า
“พี่รอนคะ... หนูสงสัยว่าที่หว่างขาพี่นี่คืออะไรเหรอคะ? ทำไมจู่ๆมันก็แข็ง... แล้วก็ชี้ตั้งอย่างนี้น่ะค่ะ...”
เมื่อถูกถาม ใบหน้าของ รอน จึงขาวซีดลงในทันใด พร้อมๆกับแท่งที่ขาซึ่งหดลีบลงอย่างเห็นได้ชัด สร้างความแปลกใจให้แก่ ลูเทเซีย เป็นอย่างมาก…
( อ๊ากๆๆๆๆๆ!!! นี่ตูชี้ตั้งโดยไม่ตั้งตัวอีกแล้วเรอะ!!! ) <<< ( นี่ไม่รู้ตัวจริงๆเหรอเนี่ย... )
รอน ได้แต่ก่นด่าและสมเพชตัวเองที่มีอารมณ์แม้กระทั่งกับเด็กเล็ก อยู่ในใจ... ในขณะที่ ลูเทเซีย ยื่นมือลงไปลูบๆคลำๆที่หว่างขาของเขาเพื่อสำรวจหาแท่งแข็งๆเมื่อสักครู่ แต่เธอกลับพบแต่ก้อนนิ่มๆจุกอยู่ที่ตรงนั้นแทน...
“พี่รอน...”
ทว่า รอน ยังคงทำท่าทางครุ่นคิดและไม่มีท่าทีจะตอบคำถามของ ลูเทเซียแม้แต่น้อย... ทำให้เธอลองลูบๆคลำๆง่ามของ รอน อีกสักพักก่อนที่จะ...
[ ปึดๆๆ... ]
[ จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~!!!!!!! ]
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ลูเทเซีย จึงลองคลำๆและบิดที่ง่ามของ รอน ดู ส่งผลให้ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างของเขาในทันที และทำให้ รอน ต้องลงไปนอนกุมเป้าอยู่บนพื้นพลางครางไม่เป็นภาษา ท่ามกลางสายตาตื่นตกใจและเป็นห่วงของ ลูเทเซีย ที่พร่ำขอโทษเขาอย่างต่อเนื่อง...
“ขอโทษค่ะๆๆๆๆ...ๆ... หนู... ฮึก... หนูขอโทษ...”
รอน ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าพยายามเงยหน้าขึ้นยิ้มฝืดๆให้แก่ ลูเทเซียสักพัก และก้มหน้างุดสะกดกลั้นความเจ็บปวดต่อไป...
[ โอย.. นรกชัดๆ... ตูจะยังปั้มลูกได้มั้ยเนี่ย... โอย... ]
-----
และแล้ว รอน ก็ใช้เวลาพักใหญ่ๆก่อนจะลุกขึ้นมานั่งได้เหมือนเดิม... ก่อนจะเปลี่ยนให้ ลูเทเซีย นั่งข้างๆตนแทนการให้นั่งตักเนื่องจากยังขยาดกลัวว่าเธอจะนึกอยากลองบิดของรักของเขาอีกสักทีหรือไม่...
หลังจากนิ่งเงียบไปได้พักหนึ่ง รอน จึงได้สติแล้วถามความเป็นมาของ ลูเทเซีย ในทันที (น่าจะถามนานแล้วไม่ใช่เรอะ?)
“เอ้อ... ว่าแต่ ลูจัง... ทำไมเธอถึงมาโผล่กลางป่าแบบนี้ได้ล่ะ? หรือว่าเธอหลงทาง? ให้พี่พาไปส่งพ่อกับแม่เธอมั้ย?”
เมื่อถูกถาม ใบหน้าของ ลูเทเซีย จึงสลดลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า...
“พ่อกับแม่ของหนู... เสียไปแล้วค่ะ...”
เมื่อได้ยินดังนั้น รอน จึงชะงักค้างไประยะหนึ่งก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปกอดเธอย่างแผ่วเบา...
“พี่ขอโทษนะ... พี่ไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอคิดมากเลย...”
“ค่ะ...”
ทว่าสิ่งที่เขาคิดจริงๆนั้น... (ยะฮู้ว~* ไม่มีพ่อแม่ขวางด้วย สบายตูละ...) <<< (ไอ้...)
จากนั้น รอน จึงเริ่มถามต่อว่า...
“แล้ว ลูจัง อาศัยอยู่ที่ไหนล่ะ? ในป่านี้งั้นเหรอ?”
“ค่ะ... หนูอาศัยอยู่ในป่านี้”
ลูเทเซียกลับมาพยายามเผยยิ้มน่ารักให้กับ รอน เหมือนว่าเธอไม่ได้คิดมากเรื่องครอบครัว
“ในป่านี้มีสัตว์อสูรอยู่ตั้งเยอะแยะ... เธอไม่กลัวเลยงั้นเหรอ?”
“ไม่ค่ะ... หนูสื่อสารกับพวกเค้าได้น่ะค่ะ”
“จริงอ้ะ~!?!”
รอน ขึ้นเสียงสูงอย่างไม่เชื่อหูพลางทำหน้าและท่าทางตื่นเต้นถึงขีดสุด ทำให้ ลูเทเซีย หัวเราะคิกคักก่อนจะเรียกเหล่าสัตว์อสูรให้มารวมกันรอบๆตัวเธอ สร้างความประหลาดใจให้แก่รอนอย่างมาก...
“สุดยอดเลย ลูจัง~!!! แบบนี้สัตว์อสูรหน้าไหนเธอก็ทำให้เชื่องได้หมดเลยสินะ?”
“ไม่ใช่ค่ะ... พวกเขาเป็นเพื่อนของหนูต่างหาก... ถ้าหนูไปเจอสัตว์อสูรที่ไม่คุ้นเคยก็ต้องลองคุยกันก่อน... ถ้าคุยกันได้ก็เป็นเพื่อนกันได้เหมือนกันค่ะ”
“เห...?”
รอน ขึ้นเสียงสูงอีกครั้งก่อนจะมองเธอเล่นกับสัตว์อสูรอย่างสนุกสนาน...
[ กี๊ๆๆๆ~!!! ]
ทันใดนั้นเองได้มีเห็ดต้นหนึ่งวิ่งเข้ามาหาเธอพลางส่งเสียงร้องเสียงดังในทันที
“มีอะไรเหรอจ้ะ?”
“กี๊ๆๆๆๆ!!!”
ลูเทเซีย คุยกับเห็ดน้อยอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันกลับมาพูดกับ รอน อย่างตื่นตระหนกว่า
“พี่รอนคะ!!! พี่มีเพื่อนเข้ามาในป่านี้ด้วยรึเปล่าคะ!?!”
รอน ตกใจในท่าทีของ ลูเทเซีย เล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไปว่า
“มี 2 คนนะ... ทำไมเหรอ?”
“มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังถืออาวุธแล้วตรงเข้าไปกลางป่าค่ะ!!! เด็กคนนี้บอกว่าพวกเขาคือคนร้าย!!!”
“หมายความว่ายังไงน่ะ!?!”
ตอนนี้ รอน กำลังสับสนกับข้อมูลใหม่ที่ได้รับ แต่ท่าทีของ ลูเทเซีย ตื่นตระหนกเกินกว่าที่เขาจะถามได้ทำให้ รอน บอกกับเธอว่า
“เอาอย่างนี้... พี่จะไปจัดการคนพวกนั้นให้ก็แล้วกันนะ... ”
“... เอ๋?”
ลูเทเซีย และเหล่าสัตว์อสูรที่กำลังตื่นตระหนก ชะงักค้างในทันทีที่ รอน บอกว่าจะไปจัดการคนเหล่านั้นให้...
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่จ้ะ... ลูเทเซีย อยู่ที่นี่แหละดีแล้ว... เดี๋ยวพี่กลับมาเราค่อยมาคุยเล่นกันต่อนะ~*”
“แต่...”
เมื่อเห็นว่า ลูเทเซีย ไม่มีท่าทีจะหายวิตก... เขาจึง...
[ จุ๊บ... ]
[ …!!! ]
รอน ฉวยโอกาสหอมแก้ม ลูเทเซีย โดยไม่ให้ตั้งตัวก่อนพูดทิ้งท้ายเอาไว้ว่า
“ไม่ต้องห่วง... พี่ต้องกลับมาแน่ๆจ้ะ~♥”
จากนั้นร่างของ รอน จึงทะยานขึ้นไปบนต้นไม้และวิ่งไปตามต้นไม้ต่างๆ... ทิ้งให้ ลูเทเซีย ยืนยิ้มอยู่อย่างนั้น...
-----
#ใจกลางป่า Trial Forest
[ ฮู่มมมมม!!! ]
[ โครมมมม!!! ]
กำปั้นยักษ์ของ เอ้นท์ ฟาดโดนพื้นอันว่างเปล่าอีกครั้งหลังจากการพยายามไล่ตาม เรย์ ซึ่งหลบหลีกการจู่โจมได้อย่างสบาย และโจมตีสวนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
“กระบวนท่า พันหอกทะลวงร่าง!!!”
[ Lance Fury!!! ]
[ ฉึกๆๆๆๆ!!! ]
[ ฮู่มมมมม!!! ]
กระบวนท่าโจมตีของ เรย์ คือการแทงหอกออกไปด้วยความเร็วสูงจนมองเห็นปลายหอกจำนวนมากพุ่งเข้าใส่ร่างของ เอ้นท์ ที่เคลื่อนไหวได้ช้า จนร่างของอีกฝ่ายเกิดรูพรุนบนร่างมากมายและทรุดลงกับพื้นในทันที...
[ กรรร์... ]
ร่างของ เอ้นท์ ค่อยๆยันกายขึ้นอีกครั้งพลางครางเสียงต่ำๆ ก่อนหันหน้ามองมาทาง เรย์ อีกครั้งหนึ่ง...
“สมเป็นผู้พิทักษ์ป่า... ไม่ยอมล้มง่ายๆจริงๆด้วยนะครับ...”
[ ฮู่มมมมม!!! ]
[ ตึง!!! ]
[ แซ่กๆๆๆๆ... ]
[ …!!! ]
เอ้นท์ ครางเสียงโหยหวนก่อนทุบมือลงกับพื้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้ต้นหญ้าในแถมนั้นได้รับพลังและตรงเข้าพันขาของ เรย์ เอาไว้ ส่งผลให้เขาไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ในทันที...
[ ตึง... ตึง... ]
ร่างยักษ์ของ เอ้นท์ ค่อยๆย่างกรายเข้ามาใกล้ เรย์ อย่างช้าๆ ในขณะที่ เรย์ พยายามขยับตัวให้หลุดจากการเกาะกุมของตนเอง ทว่าต้นหญ้าเหล่านั้นกลับเหนี่ยวแน่นเกินกว่าที่เขาจะสลัดมันออกได้ จนกระทั่งร่างของ เอ้นท์ มายืนอยู่ตรงหน้าเขา...
[ กรรร์... ]
เสียงครางต่ำๆเล็ดลอดออกมาจากลำต้น เอ้นท์ ก่อนที่มันจะชูแขนขึ้นเหนือหัว ซึ่งเป็นจังหวะที่ เรย์ หาช่องว่างจู่โจมได้พอดี
[ Brandish Lance!!! ]
กระบวนท่าที่เขาใช้ไล่เห็ดเมื่อเช้านี้... ซึ่งเป็นการควงหอกกวัดแกว่งไปรอบๆก่อนจะหวดใส่เป้าหมายหนึ่งจุดอย่างรุนแรง
[ เปรี้ยง!!! ]
[ กร๊อบๆ!!! ]
[ ฮู่มมมมมมมมมมมม!!!!! ]
ขาข้างหนึ่งของ เอ้นท์ ถูกหอกของ เรย์ หวดจนหักลงไป ส่งผลให้มันทรุดลงและหงายหลังลงไปกับพื้น ในขณะที่ต้นหญ้าซึ่งพันอยู่รอบๆขาของเขาคลายตัวออกไปอย่างช้าๆ...
“.....”
เรย์ มองดูร่างของ เอ้นท์ ที่ครางต่ำๆอยู่บนพื้นพลางกระชับหอกในมืออีกครั้งและค่อยๆย่างก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้า...
“ขอโทษนะที่ต้องทำให้คุณเจ็บ... แต่ไม่ต้องห่วงไปหรอก แปบเดียวเท่านั้นละครับ...”
“กรรรร์...”
เอ้นท์ ส่งเสียงครางต่ำๆพลางส่งแววตาที่ยากจะเข้าใจมาให้กับ เรย์... เศร้าโศก... เสียใจ... ปฏิเสธ... เว้าวอน... ความรู้สึกหลากหลายถูกส่งออกมาจากแววตานั้นและส่งตรงเข้าสู่หัวใจของเขา...
“คุณต้องการจะบอกอะไรผมกันแน่...?”
“กรรร์...”
เอ้นท์ ทำได้เพียงครางเสียงต่ำๆและทรุดตัวลงกับพื้นอย่างช้าๆ... ก่อนที่ เรย์ จะชูหอกของตนขึ้นเหนือหัว...
“... ผมขอโทษที่จะต้องปลิดชีวิตคุณ... แต่ถ้าคุณเป็นสาเหตุให้เหล่าสัตว์อสูรในป่าบ้าคลั่งจริงๆละก็ ผมก็คงจำเป็นต้องสังหารคุณเสีย... ขอโทษนะครับ...”
เมื่อ เรย์ กล่าวจบ เขาจึงทอดถอนใจสักพักก่อนจะควงด้ามหอกสีแดงเพลิงขึ้นเหนือหัวและ...
“เพลงหอกทะลวงสวรรค์...”
[ Last Pie… ]
[ หยุดก่อนครับบบบ!!! ]
[ …!?! ]
เด็กชายคนหนึ่งวิ่งออกมาขวางเบื้องหน้า เรย์ กับ เอ้นท์ เอาไว้พลางแสดงตนว่าปกป้อง เอ้นท์ อย่างเต็มที่ ทำให้ เรย์ ต้องชะงักหอกในมือพลางสงสัยว่าเด็กคนนี้เป็นใคร และมีเหตุผลอะไรที่มาขวางเขาเอาไว้...
“เธอ... เป็นใคร?”
เรย์ ถามออกไป ทว่าเด็กน้อยไม่ตอบและยังส่งแววตาแข็งกร้าวกลับมาหาเขาอีกต่างหาก...
“พี่จะทำร้ายเขาไม่ได้เด็ดขาดนะครับ!!! เขาไม่ใช่คนร้าย!!!”
สิ่งที่เด็กน้อยคนนี้พูดออกมาทำให้เขาสับสนไม่น้อยเลยทีเดียว...
“เธอหมายความว่ายังไงน่ะ? เอ๊ะ...”
ทันใดนั้น เรย์ เหลือบไปเห็นตัวอักษรที่คุ้นตา ปักอยู่บนอกเสื้อของเด็กตรงหน้า ก่อนจะถามออกไปว่า
“เธอ... ทิมใช่มั้ย?”
“พี่ชายรู้ชื่อผมได้ยังไงน่ะ???”
เรย์ จึงล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าที่เขาเก็บได้เมื่อครู่ขึ้นมาและยื่นให้ ทิม ไป...
“พี่เก็บของสิ่งนี้ได้... มันเป็นของเธอสินะ?”
“ผ้าเช็ดหน้าผม!!!”
ทิม รีบวิ่งมาคว้าผ้าเช็ดหน้ากลับไปอย่างดีอกดีใจ ก่อนที่ เรย์ จะบอกต่อว่า
“จิล กับ เจน ให้พี่มาตามหาเธอน่ะ... เรารีบกลับกันเถอะที่นี่อันตราย...”
“พี่สาวร้านขายสมุนไพรน่ะเหรอ? อ๊ะ เดี๋ยวก่อนครับ เราต้องช่วยเขาก่อน!!!”
[ กรรร์... ]
เอ้นท์ ครางเสียงต่ำออกมาอีกครั้ง ก่อนที่ ทิม จะเข้าไปดูอาการอย่างเป็นห่วง...
[ อดทนเอาไว้... อดทนก่อนนะ... ]
ทิม เข้าไปลูบๆคลำๆตามรอยแผลที่ เรย์ สร้างให้กับ เอ้นท์ สักพักก่อนจะกลับมาหา เรย์...
“ผมจะเล่าความจริงให้ฟังเองครับ...”
ทิม สูดลมหายใจเข้าออกสักพักก่อนจะเล่าว่า
“เอ้นท์ ต้องการจะปกป้องป่านี้จากผู้บุกรุกเท่านั้น... ผมเห็นนะ... ว่ามีคนแอบลักลอบเข้ามาตัดไม้ที่กลางป่าแห่งนี้ แถมยังจับเหล่าสัตว์อสูรในป่านี้ไปอีกด้วย ทำให้เหล่าสัตว์อสูรในป่านี้ต่างหวาดกลัว และผมก็ได้พบกับเพื่อนอีกคนในป่านี้... เธอมีความสามารถในการคุยกับสัตว์อสูร พวกเราจึงวางแผนขึ้นมาที่จะจัดการกับคนเหล่านั้น... แต่บังเอิญว่าผมหกล้มขาแพลงเสียก่อน เอ้นท์ จึงต้องมาอยู่ดูแลผมที่นี่...”
เมื่อได้ฟังเรื่องดังนี้ เรย์ จึงสูดลมหายใจเข้าอย่างลืมตัว... จับสัตว์อสูรงั้นเหรอ... ใครกันช่างโหดร้ายได้แบบนี้...
[ เปรี้ยง!!! ]
[ เคร๊งๆ!!! ]
[ โครม!!! ]
เสียงการต่อสู้ดังขึ้นไม่ไกลจากจุดที่ทั้งคุ่อยู่นัก ทำให้ทั้งสองได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจน...
“เสียงอะไรน่ะ!?!”
“ทิม เธออยู่ที่นี่นะ... เดี๋ยวพี่จะไปตรวจดูซักหน่อย...”
“ครับ!!!”
จากนั้น เรย์ จึงรีบวิ่งไปดูทายต้นเสียงอย่างรวดเร็ว โดยทิ้ง เอ้นท์ เอาไว้กับ ทิม ตามลำพัง... โดยไม่ทันสังเกตุว่ามีเงาทมิฬบางอย่างคอยเฝ้าดูอยู่ใกล้ๆ...
-----
#ใจกลางป่า Trial Forest ไม่ไกลจากจุดที่ เอ้นท์ สู้กับ เรย์ มากนัก...
[ ย๊ากกก!!! ]
[ เคร๊งๆๆๆ!!! ]
[ Circle Earth!!! ]
[ เปรี้ยง!!! ]
[ อ๊ากกก!!! ]
ชายคนหนึ่งกำลังต่อสู้กับอัศวินซึ่งประทับตรา “เซอร์ดิน” อยู่บนไหล่... ชายผู้มีแผลเป็นที่ดวงตาข้างซ้าย... รอน นั่นเอง… เขากำลังตั้งรับการจู่โจมของเหล่าอัศวินพลางจ้องมองกระสอยผ้าเบื้องหลังเหล่าอัศวินไม่วางตา
“แฮ่กๆๆ... ชายคนนี้เป็นใครกันเนี่ย...”
“ที่แน่ๆมันเห็นแล้วว่าพวกเรากำลังทำอะไร... จะปล่อยมันไปไม่ได้อยู่แล้ว...”
กลุ่มอัศวินจำนวนประมาณ 10 คนกระจายกำลังโอบล้อม รอน เอาไว้พลางผลัดกันบุกจู่โจม รอน อย่างเป็นจังหวะ ทำให้เขาทำอะไรซี้ซั้วไม่ได้... และทำได้แค่ตั้งรับเสียส่วนใหญ่...
เมื่อเห็นว่าเหล่าอัศวินไม่กล้าจู่โจมเขามาก เขาจึงแหย่เหล่าอัศวินไปว่า
“เน่ๆ... พี่ชายทั้งหลาย~* เป็นอัศวินแท้ๆ รุมคนๆเดียวแบบนี้นี่... ไม่เสียศักดิ์ศรีเหรอเพ่~?”
“กับคนร้ายที่ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่แบบนี้เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอก!!!”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ~!!!”
“.....!?!?”
จู่ๆ รอน ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทำให้เหล่าอัศวินผงะไปเล็กน้อย ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะถาม รอน ว่า...
“มีอะไรน่าขำนักรึยังไง!?!”
รอน ซึ่งหัวเราะจนพอใจแล้วจึงเช็ดน้ำตาที่เล็กออกมาพลางตอบเย้ากลับไปว่า
“ทำงาน... หรือหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองกันแน่หนอ~?”
“แก!!!”
“อ๊ะๆๆ... ผมได้ยินที่พวกพี่ชายคุยกันนะ... [ ถ้าเอาพวกนี้ไปขายได้พวกเราก็จะรวยกันแล้ว ] รวมกับเสียงเคลื่อนไหวและเสียงร้องที่ผมได้ยิน... ในกระสอบนั่นคงจะเป็นสัตว์อสูรละสิท่า... ”
“!!!!!”
(ไอ้หมอนี่... มันรู้มากไปแล้ว...)
รอน สัมผัสได้ทันทีว่าบรรยากาศของเหล่าอัศวินเปลี่ยนไปในทันทีที่เขาพูดจบ... จิตสังหารแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ... ท่าทางงานนี้เขาคงไม่พ้นได้เจ็บตัวแน่ๆ...
“แกรู้มากเกินไปแล้ว... แบบนี้อย่าหวังได้มีชีวิตรอดกลับไปเลยแก...”
ในจังหวะที่ รอน กำลังจะปะทะแตกหักกับเหล่าอัศวินนั้นเองใครบางคนก็ได้ปรากฏตัวขึ้น...
“ถ้าเช่นนั้น...ขอให้ผมได้มีส่วนร่วมด้วยก็แล้วกันนะครับ รอน...”
เสียงของผู้มาใหม่ทำให้หัวหน้าเหล่าอัศวินตกใจและกระโจนหนีเพราะถูกประชิดจากด้านหลังโดยไม่ได้ตั้งตัว... พร้อมอาการตื่นตะลึงของเหล่าอัศวิน เพราะไม่มีใครรู้สึกถึงการคงอยู่ของผู้มาใหม่แม้แต่น้อย...
“โอ้... นายมาได้จังหวะพอดีเลย เรย์~*”
“ผมเพิ่งได้รู้ความจริงของอาการตื่นตระหนกของสัตว์อสูรมาน่ะครับ... และดูเหมือนคนเหล่านี้จะเป็นตัวการเสียด้วย...”
เหล่าอัศวินหน้าซีดเผือดไปในทันที... เพราะรอนเพียงคนเดียวพวกเขายังไม่สามารถหาช่องว่างเล่นงานได้ แต่กลับมี เรย์ เพิ่มขึ้นมาอีกคนแบบนี้... สถานการณ์ชักไม่สู้ดีเสียแล้ว...
-----
# ทิศเหนือของป่า Trial Forest
[ ครืนนนนน... ]
เปลวไฟเริ่มล้อมรอบไปทั่วบริเวณ ในขณะที่ใจกลางเปลวเพลิงนั้นมีเงาสีแดงและสีดำพุ่งเข้าปะทะกันอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นและแรงลมจากการปะทะแผ่ไปทั่วทั้งบริเวณ...
[ เปรี้ยงๆ... เปรี้ยงงง!!! ]
[ ครืดดดด!!! ]
ร่างของ เมย์โล้ และ อีริค กระเด็นออกจากกันด้วยแรงปะทะสักพัก ก่อนที่เงาร่างทั้งสองจะเริ่มพุ่งเข้าหากันอีกครั้งหนึ่ง...
“มีอัศวินบ้าเลือดที่ไหนนั่งเผาป่าในเขตเมืองตัวเองแบบเธอมั่งเนี่ย หา!!!”
“แล้วมีเด็กผีที่ไหนมันกวัดแกว่งเคียวต่อสู้กับอัศวินคนนั้นได้ล่ะ หา!!!”
[ เคร๊งๆๆ!!! ]
“เธอมันบ้า!!! โจมตีคนบริสุทธิ์โดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ!!!”
“กับเด็กน่าสงสัยแบบนายน่ะ… ดูยังไงก็เป็นสมุนของนางมารคาเซ่อาเซ่ ชัดๆ!!!”
[ ตึง!!! ]
[ โครม!!! ]
“อย่ามาใส่ความกันให้ยาก!!! ยัยผู้หญิงบ้าเลือด!!!”
“ก็เลิกขัดขืนสิไอ้เด็กผี!!!”
“ชั้นอายุ 18 แล้วโว้ย!!! ไม่ใช่เด็ก!!!”
“โกหก!!! หน้าอย่างนายเนี่ยนะแก่กว่าชั้น!!!”
[ เปรี้ยงงงงง!!! ]
เสียงพูดคุยยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆที่เงาทั้งสองยังคงพุ่งเข้าปะทะกันอย่างไม่หยุดหย่อน จนกระทั่งทั้งคู่ตัดสินใจใช้ท่าไม้ตายที่รุนแรงขึ้นมาในอีกระดับหนึ่ง
“ชั้นจะต้องล้มนายลงให้ได้ไอ้เด็กผี!!!”
เมย์โล้ กางดาบเพลิงในมือออกไปก่อนใช้ท่าไม้ตายหวังเผด็จศึกให้จงได้...
“ทวิกระบี่เพลิงพิฆาต!!!”
[Double Flame Sword!!! ]
เปลวเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงบนตัวดาบ ก่อนที่ อีริค จะเงื้อเคียวไปด้านหลังเช่นกัน
“คิดว่าทำได้ก็ลองดูเซ่!!!”
คมเคียวของเขาเริ่มมีออร่าสีดำขึ้นปกคลุมไปจนตลอดทั้งร่างของ อีริค... ก่อนที่เขาจะใช้ท่าไม้ตายเช่นกัน
“คมเคียวปลิดชีพ!!!”
[Death Scythe!!! ]
เงาร่างที่ห่อหุ้มด้วยออร่าสีดำพุ่งเข้าหาร่างที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิง ตามด้วยเสียงกู่ร้องอันดังก้องของทั้งคู่...
[ ย๊ากกกกกกกกกกก!!! ]
[ โอ๊ววววววววววววว!!! ]
เงาร่างทั้งสอง พุ่งเข้าใกล้กันเรื่อยๆจนบรรจบกัน ณ กลางเปลวเพลิง และ...
[ ………. ]
[ บรึ้มมมมมมมมมมม!!! ]
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งบริเวณ... ออร่าสีดำและเปลวเพลิงสีแดงกระจายออกมาจากใจกลางเปลวเพลิง ก่อนที่เสียงการต่อสู้จะเงียบหายไป...
Ep.5 ความจริงเบื้องหลังความดุร้าย...
Coming Soon…
edit @ 5 Mar 2011 14:48:56 by Mayz-Maiz
edit @ 6 Mar 2011 23:44:07 by Mayz-Maiz

#1 By PopcornXIX on 2011-03-05 14:55