Ep.15 สงคราม Inner wall of Serdin (Finale)
posted on 21 Mar 2011 23:45 by mayz-maiz in EpisodeEp.15 สงคราม Inner wall of Serdin (Finale)
สงครามกำลังจะดำเนินไปสู่จุดสิ้นสุดแล้ว... เมื่อผลการต่อสู้ของประตูเมืองทั้งสี่ถูกตัดสินเป็นที่เรียบร้อย...
…..
ณ ประตูทิศใต้ ซิลเบอร์ และ เมย์โล้ ได้พ่ายแพ้แก่ ราชันย์ออค และ ราชินีฮาร์ปี้…
ซิลเบอร์ บาดเจ็บสาหัสจากการใช้ไม้ตายลับ สัมพันธ์อัสนี แต่รอดมาได้ด้วยการสละชีวิตของ เมย์โล้ เพื่อเข้ารับการโจมตีแทนเขา ก่อนที่ทหารในกองทัพจะเข้ามาช่วยเขาเอาไว้และถอนกำลังสู่ลานกว้างใจกลางเมือง
.....
ณ ประตูทิศ ตะวันตก กำลังทหารไม่สามารถรักษากำแพงเมืองได้อีก เนื่องจากกำลังทหารที่ต่างกันเกินไป ซ้ำร้ายยังมีการรายงานว่าพบกองทัพขนาดใหญ่เคลื่อนตัวออกมาจากชายป่า Trial Forest เพิ่มอีก ทำให้แม่ทัพประจำประตูสั่งถอนกำลังสู่ลานกว้างกลางเมืองในทันที
…..
ณ ประตูทิศตะวันออก แม้จะสับสนไปบ้างแต่ก็ถือว่าเป็นชัยชนะของทั้งคู่ที่สามารถตีกองทัพ ออค ให้แตกพ่ายกลับไปได้ ก่อนที่ทั้งคู่จะนำกำลังทหารมุ่งหน้าเข้าสู่ลานกว้างกลางเมืองเพื่อแบ่งกำลังทหารไปช่วยตามสถานที่ต่างๆ โดยไม่รู้เลยว่าที่นั่นกำลังจะเป็นจุดตัดสินผลของสงครามครั้งนี้
.....
ณ ประตูทิศเหนือ เรย์ และกำลังทหารสามารถขับไล่กองทัพของศัตรูจนแตกพ่ายกลับไปได้ จนเหลือเพียง อัล อานีเดอร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งแม่ทัพอยู่เพียงผู้เดียว ทำให้ เรย์ ตัดสินใจสั่งให้เหล่าทหารแยกย้ายกันไปช่วยประตูทิศอื่นๆ และอยู่ตัดสินกับเขาตามลำพัง ซึ่งในขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้กันอยู่โดยยังไม่สามารถตัดสินผลแพ้ชนะลงไปได้
.....
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างเข้มข้นโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเหล่า ไนท์แมร์... ไม่ใช่การบุกทำลายเมืองให้ราบคาบ แต่เป็นของสิ่งอื่นซึ่งถูกผนึกเอาไว้ภายในตัวปราสาทต่างหาก...
-----
# Underground of Serdin Castle… ชั้นใต้ดินของปราสาทหลวงแห่งเซอร์ดิน
[ ตึกๆๆๆ... ]
ภายใต้พื้นปราสาทอันเย็นเยียบ ได้มีเสียงก้าวเดินดังสะท้อนอยู่ภายในเขตหวงห้ามอย่างเงียบเชียบ พร้อมปรากฏร่างอันไร้ชีวิตของเหล่าทหารซึ่งนอนเรียงรายอยู่ตามทางสู่ห้องลับด้านใน...
[ กึก... ]
เสียงเดินถูกหยุดลงท่ามกลางบานประตู ซึ่งถูกผนึกด้วยมนตราระดับสูงจำนวนมากและกลอนประดิษฐ์ทั้งหนึ่งร้อยแปดดอก ซึ่งจะต้องให้ “จ้าวแห่งกุญแจ” ผู้รังสรรค์ “กุญแจแห่งมนตรา” ซึ่งไม่ทราบว่าอยู่แห่งหนใด... เป็นผู้ปลดผนึกพร้อมๆกับมหาปราชญ์ผู้รับใช้อยู่ข้างกายองค์ราชินี...
“ไหนมาลองดูซิ... ว่าประตูมนตราจะทานทนการโจมตีของข้าได้สักเท่าใด...”
[ Machine Strike… ]
[ ครืนนน... ]
เครื่องจักรขนาดใหญ่ถูกประกอบด้วยเวทมนตร์ของผู้บุกรุก ก่อนจะแปรสภาพเป็นปืนใหญ่ขนาดมหึมาและยิงเข้าใส่บานประตูอย่างรวดเร็ว
[ ตูมมมมมมมม!!!!! ]
[ ครืนๆๆ... ]
เสียงระเบิดดังสะเทือนเลือนลั่นพร้อมๆกับกลุ่มควันซึ่งฟุ้งกระจายไปทั่วทางเดินขนาดใหญ่ ก่อนที่ภาพบานประตูซึ่งไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนจะปรากฏแก่คนตรงหน้า...
“... แข็งแกร่งใช่เล่นจริงๆซะด้วยสิ... ถ้าเช่นนั้น!!! จงออกมา อัศวินเทมเปส ของข้า!!!”
[ Tempest Blade!!! ]
อัศวินเกราะขนาดใหญ่ถูกอัญเชิญออกมาภายในโถงทางเดินอันมืดมิด ซึ่งเป็นอัศวินเกราะตัวเดียวกันกับที่สู้กับ อลิส... ดังนั้นผู้บุกรุกจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก โรมิโอ หนึ่งในสามผู้นำแห่ง ไนท์แมร์ นั่นเอง!!!
[ ตึง…!!! ตึง...!!! ]
[ เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ!!! ]
ทวนยาวในมือของ อัศวินเทมเปส หวดและแทงเข้าใส่บานประตูอย่างต่อเนื่องจนเกิดรอยปรอร้าวลารสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง... จนกระทั่งในครั้งสุดท้ายนี้เอง
[ เปรี้ยง!!! ]
[ บรึ้มมมมม!!! ]
กับดักชิ้นสุดท้ายที่ใช้ป้องกันผู้บุกรุก ระเบิดโลกันตร์ ซึ่งมีอำนาจทำให้บานประตูเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงจนร่างของ อัศวินเทมเปส ถูกเป่ากระจายจนไม่เหลือชิ้นดีทว่า โรมิโอ กลับไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย...
[ หึๆๆๆ... ฮ่าๆๆๆๆๆ!!!!! ]
เสียงหัวเราะดังสะท้อนไปทั่วโถงทางเดิน พร้อมใบหน้าที่แสยะยิ้มอย่างบ้าคลั่งของ โรมิโอ... ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นว่า
“สมบัติลับ [ หัวใจแห่งมาร ] เอ๋ย... ข้ามาพาเจ้ากลับบ้านแล้ว...”
-----
# Central Point of Serdin… ลานกว้างกลางเมืองเซอร์ดิน
[ เปรี้ยงๆๆ!!! ]
[ โครมคราม!!! ]
[ ฉัวะ... พลั่ก... ผัวะ... ]
[ เคร๊งๆๆๆ... ]
[ เฮๆๆๆ!!! ]
การต่อสู้ ณ ลานกว้างกลางเมืองกำลังแผ่ขยายออกไปในบริเวณโดยรอบอย่างรวดเร็วเมื่อประตูหลักของเมืองถูกกองทัพของศัตรูตีจนแตกพ่ายไป... ทำให้ทหาร ออค และ ฮาร์ปี้ ไหลทะลักเข้ามาภายในตัวเมือง ส่งผลให้การรบหลักของสงครามนี้อยู่ที่ใจกลางเมืองเสียแล้ว...
[ Circle Earth!!! ]
[ Half Moon Slash!!! ]
[ เปรี้ยงๆ!!! ]
[ โฮกกกก!!! ]
อีริค และ รอน ได้รับชัยชนะที่ประตูทิศตะวันออกและนำกำลังมาสมทบกับ อลิส ที่ลานกว้าง ก่อนที่พวกเขาจะตะลุยเข้าไปในแนวรบอย่างรวดเร็ว
[ เปรี้ยง!!! ]
[ อุ๊กกก... ]
ทว่าสถานการณ์กลับเลวร้ายขึ้นเมื่อเหล่าทหารจากกำแพงเมืองทิศตะวันตกหนีมาสมทบ พร้อมกับรายงานว่าประตูทางทิศตะวันตกถูกตีแตกแล้ว และมีกองทัพของศัตรูไล่ตามหลังมาติดๆ...
[ เคร๊งงงงง!!! ]
[ อย่าไปกลัว!!! สู้มันนนนน!!! ]
[ โอ๊วววววว!!! ]
แต่แล้วกำลังทหารจากประตูทิศเหนือ ก็ได้เข้ามาสมทบได้ทันท่วงที ท่ามกลางความสงสัยของ อีริค รอน และ อลิส ว่า เรย์ หายไปไหน? และได้คำตอบมาว่า เรย์ยังคงต่อสู้กับแม่ทัพของศัตรูอยู่ที่ประตูทิศเหนือแบบ ตัวต่อตัว ทำให้พวกเขาคลายความสงสัยและเพ่งสมาธิไปที่การรบต่อไปได้...
.....
[ เฮฮฮฮ~!!! ]
เสียงรบ ณ ใจกลางเมืองดังต่อเนื่องขึ้นมาราวๆครึ่งชั่วโมงแล้ว โดยมีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์รบจากวงนอกอยู่อย่างเงียบเชียบ และไม่ยื่นมือเข้าไปร่วมในสงครามเบื้องล่าง...
[ อ้ามมมม~♥ ]
และมีบางคนกำลังรื่นเริงไปกับน้ำแข็งไสสีสวย ที่กำลังบรรจงถูกตักเข้าปากอย่างช้าๆ โดยมีพ่อบ้านคู่ใจคอยบริการอยู่ข้างๆโต๊ะน้ำชาภายใต้ร่มขนาดใหญ่ โดยมีเพื่อนสาวอีกคนหนึ่งนั่งชมเหตุการณ์เบื้องล่างตาไม่กระพริบ และไม่คิดจะแตะน้ำชาสีสดซึ่งถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้แม้แต่น้อย...
“...”
ใบหน้าของเธอเคร่งเครียดในขณะที่ผู้เป็นพ่อบ้านคอยชำเลืองมองอยู่เป็นระยะๆ จนกระทั่งเขาได้เอ่ยถามออกมาด้วยรอยยิ้มว่า
“ท่านเรนะ... ต้องการให้ข้าเตรียมน้ำชาใหม่หรือขนมเพิ่มหรือไม่ขอรับ?”
“... ไม่ต้องหรอกขอบใจ...”
“ขอรับ...”
น้ำเสียงไร้อารมณ์ของเธอไม่ได้สร้างความแปลกใจให้ เซบาสเตียน มากนักก่อนที่เขาจะเตรียมน้ำแข็งไสถ้วยใหม่ให้คุณหนูของเขาอย่างรวดเร็ว
“น้ำแข็งไสขอรับคุณหนู... คราวนี้เป็นรสเมลอน โรยด้วยทอปปิ้งกล้วยหอมขอรับ...”
“มิ้วๆ~♥”
สโนวฟอล รับน้ำแข็งไสถ้วยที่สี่ไปกินด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ท่ามกลางรอยยิ้มของผู้เป็นพ่อบ้านที่เห็นคุณหนูของเขาทานขนมอย่างเอร็ดอร่อย...
ส่วนทางด้าน เรนะ นั้นกำลังมองคนๆหนึ่งซึ่งกำลังต่อสู้อยู่กลางสนามรบด้วยแววตาชื่นชม... ซึ่งคนที่เธอกำลังจ้องอยู่ก็คือ เซลิน่า ซึ่งกำลังพยายามช่วยเหลือเหล่าทหารให้มากที่สุดนั้นเอง...
“... ถ้าเธอจะสู้ก็สู้ได้นี่นา...?”
เธอรำพึงออกมาอย่างแผ่วเบาและลอบยิ้มอย่างเงียบเชียบและยกชาขึ้นจิบในที่สุด...
.....
[ Crystal Fall!!! ]
[ ตูมมม!!! ]
[ โฮกกกก!!! ]
ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ตกลงมาจากฟ้าด้วยเวทมนตร์ของเซลิน่าอีกครั้งหนึ่ง ส่งผลให้เหล่าออคผู้โชคร้ายถูกก้อนน้ำแข็งบี้จนแหลกเละอยู่ใต้ก้อนน้ำแข็งนั้นเอง...
โดยทุกการกระทำของเธอตั้งแต่ที่เธอช่วยปกป้อง อลิส จากการจู่โจมของ โรมิโอนั้น อยู่ในสายตาของ อลิส ตลอดเวลา...
[ แกว๊กๆๆ!!! ]
ฮาร์ปี้จำนวนสามตัวโฉบลงมาจากบนฟ้าโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ เซลิน่า ทำให้ อลิส แผดเสียงเตือนเธอออกมาอย่างสุดเสียง
[ เซลิน่า!!! ]
สายตาของเธอหันขึ้นไปสบกับเหล่า ฮาร์ปี้ ทันทีที่ได้ยินเสียงกรีดร้องอันแหลมเล็กของพวกมัน ก่อนที่เธอเองจะกรีดร้องออกมาเช่นกัน
[ กรี๊ดดดดด!!! ]
[ Ice Whirlwind!!! ]
[ เปรี๊ยะๆๆๆ... ]
[ โครม!!! เพล๊งๆๆ... ]
ท่ามกลางความตื่นตกใจนั้นเอง เซลิน่า ได้ปล่อยเวทมนตร์ของตนออกไปอย่างลืมตัว ส่งผลให้เหล่า ฮาร์ปี้ ถูกไอเย็นแช่แข็งจนตกลงมากระแทกกับพื้นจนแหลกเป็นชิ้นๆไป...
[ ฮู่ว... ]
อลิส ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกโดยไม่ทันมองว่าวงค้อนขนาดยักษ์ให้หวดมาถึงข้างกายตนแล้ว...
[ เปรี้ยง!!! ]
[ โครม!!! ]
ร่างของเธอถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนร่างลอยทะลุกำแพงร้านค้าในย่านนั้นเข้าไปจนเกิดฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วร้าน ท่ามกลางสายตาของเหล่าทหารทั้งหลาย และ เซลิน่า ซึ่งหันมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี
[ ไนท์มาสเตอร์!!! ]
[ พี่อลิส!!! ]
เสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันก่อนที่เสียงหัวเราะของ ราชันย์ออค จะดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณในทันที
“ฮ่าๆๆๆๆ!!! ประมาทกลางสนามรบแบบนี้ใช้ไม่ได้เอาเสียเลยนะ ราชันย์อัศวิน!!! คราวนี้แหละความแค้นที่สั่งสมมาจากสงครามที่ต้องพ่ายแพ้เจ้าอยู่ทุกคราจะได้สะสางกันเสียที!!! ไนท์มาสเตอร์... อลิเซีย เดอ ไนท์!!!”
[ ย๊ากกกกกก!!! ]
[ ตึงๆๆๆๆ!!! ]
ร่างกายอันใหญ่โตของมันวิ่งฝ่าเหล่าทหารที่พยายามขัดขวางเพื่อสังหาร อลิส ที่ยังคงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่ในซากร้านค้าท่ามกลางเสียงร้องตะโกนของ อีริค และ รอน ซึ่งกำลังถูกทหารออค ล้อมกรอบและแยกพวกเขาจากกันเอาไว้อยู่
“รอน!!! ฝ่าเจ้าพวกนี้เข้าไปช่วยเธอก่อน!!!”
“ไม่ไหว!!! พวกมันมีมากเกินไป!!!”
“บัดซบเอ้ย!!!”
แม้จะพยายามตีฝ่าเหล่าทหารอย่างสุดกำลัง ทว่าศัตรูมีจำนวนมากเกินไปจนไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนได้ อีริค และ รอน จึงได้แต่ตะโกนขึ้นอย่างเดือดดาลเท่านั้น
[ ตายยยยยยย!!! ]
เหล่าทหารทั้งหลายไม่สามารถหยุด ราชันย์ออค เอาไว้ได้จนมันมาถึงหน้าซากร้านค้าและเงื้อวงค้อนขึ้นอย่างสุดแรงหมายจะดับลมหายใจของ อลิส ลงให้จงได้
[ ม่ายยยยยยยยย!!! ]
[ ตึง… ]
เซลิน่า กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงเมื่อภาพวงค้อนในมือของ ราชันย์ออค เหวี่ยงลงมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เสียงกระแทกจะดังขึ้นไปทั่วทั้งลานกว้าง... สร้างความรู้สึกเย็นเยียบไปยังหัวใจของเหล่าทหารที่กำลังต่อสู้...
[ กี๊ๆๆ... ]
[ ฮะ... เฮ้ยยยย!!! ]
เสียงร้องแหลมเล็กดังขึ้นก่อนที่ ราชันย์ออค จะตะโกนขึ้นอย่างตื่นตะลึง เพราะค้อนในมือของมันกำลังถูกหยุดเอาไว้โดนลิงยักษ์สีขาวซึ่งมีเขาน้ำแข็งงอกขึ้นมาบนหัว...
[ เว็นดี้!?!?! ]
รอน และ อีริค อุทานออกมาเสียงดังก่อนที่พวกเขาจะซัด ออค อีกสองตัวลงไปกับพื้นอย่างรวดเร็ว
[ ฮู่มมมม!!! ]
[ ตึง!!! ]
ฝ่ามีอันใหญ่โตของ เว็นดี้ ทุบลงบนหัวของ ราชันย์ออค ก่อนที่มันจะยกแขนขึ้นรับการโจมตีอย่างรวดเร็วจนฝุนฟุ่งขึ้นมาจากพื้นด้วยกำลังอันมหาศาลที่ปะทะกันของทั้งคู่
[ โฮกกกกก!! ]
[ บึ้กกก!!! ]
[ โอ๊กกก!!! ]
ฝ่ามืออีกข้างของ เว็นดี้ หัวเข้าใส่กลางลำตัวของ ราชันย์ออค ก่อนที่มันพยายามจะยกแขนอีกข้างขึ้นมาป้องกัน ทว่ามันก็ทำไม่ได้ เนื่องจากแขนอีกข้างหนึ่งถูก ซิลเบอร์ ตัดจนขาดกระเด็นไปก่อนหน้านี้แล้ว... ส่งผลให้กำปั้นของ เว็นดี้ ซัดเข้ากลางหน้าท้องของมันอย่างรุนแรงจนร่องกายของ ราชันย์ออค ถอยกรูดออกไปพลางครางออกมาด้วยความจุก
[ กรรรรร์!!! ]
เว็นดี้ ไม่ปล่อยให้โอกาสของตนหลุดมือเมื่อ ราชันย์ออค เสียงจังหวะ และจับร่างของมันยกขึ้นเหนือหัวและเหวี่ยงฟาดกับบ้านเรือนโดยรอบอย่างรวดเร็ว
[ โครมๆๆ!!! ]
[ อ๊ากกกก!!! ]
ราชันย์ออค ร้องโหยหวนเมื่อร่างของตนถูกเหวี่ยงเข้ากระแทกกับบ้านเรือนโดยรอบ ก่อนที่ ราชีนีฮาร์ปี้ จะแผดร้องขึ้นมาและโฉบลงมาช่วยสหายร่วมรบของตนอย่างรวดเร็ว
“อดทนเอาไว้ก่อน ออค!!! ข้ากำลังจะไปช่วย!!!”
ร่ายกายขนาดมหึมาของเธอโฉบลงมาจากฟ้าอย่างรวดเร็วจนไม่ทันได้สังเกตว่าวัตถุบางอย่างกำลังพุ่งเข้าหาตนอย่างรวดเร็วและรุนแรง
[ เปรี้ยง!!! ]
[ กรี๊ดดดด!!! ]
[ โครม!!! ]
ราชินีฮาร์ปี้ ถูกวัตถุบางอย่างขว้างเข้าใส่ศีรษะจนเสียหลักและร่วงลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เงาร่างบางอย่างจะยืนค้ำหัวเธออยู่...
“นี่เจ้า!!!”
“โกร๋ววว...”
ต้นไม้สูงใหญ่ที่มีใบหน้าอยู่กลางลำต้นรวมถึงมีแขนและขางอกออกมาคล้างมนุษย์ กำลังส่งเสียงครางออกมาพลางถือแอปเปิลของตนที่ใช้แทนอาวุธขว้าง ราชินีฮาร์ปี้ เมื่อสักครู่นี้เอาไว้ในมือ
[ เอ้นท์!!! ]
คราวนี้ทั้ง รอน และ อีริค ต่างก็อ้าปากค้างเมื่อเห็น เอ้นท์ ปรากฏกายขึ้นมากลางเมืองและช่วยพวกเขาต่อสู้... ทว่าสิ่งที่น่าแปลกใจกลับไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เมื่อเงาร่างจำนวนมากปรากฏขึ้นจากหลังคาบ้านเรือนในบริเวณใกล้ๆ...
[ กี๊ๆๆๆ~* ]
[ กิ๊กๆๆๆ~!!! ]
เสียงร้องที่คุ้นหู และเสียงหัวเราะแหลมเล็กดังขึ้นโดยรอบ ดึงความสนใจของกองทัพทั้งสองฝ่ายไว้ได้อ่างชะงัดนัก
“กองทัพเห็ดกับ ก๊อบลิน!?!”
เหล่าทหารแผดร้องขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนที่กองทัพผู้มาใหม่จะเปิดฉากโจมตีกองทัพ ออค และ ฮาร์ปี้อย่างรวดเร็ว...
[ ดึ๋ง!!! ผัวะๆๆๆ!!! ]
[ ฟิ้ว~* โป๊กๆๆๆๆ!!! ]
[ อ๊ากกกก!!! ]
[ กรี๊ดดดด!!! ]
เหล่าเห็ดน้อยร่างเล็กดีดร่างเข้าอัดกระแทกเหล่าออคจนปลิวกระเด็นไปคนละทิศละทาง ในขณะที่เหล่า ก๊อบลิน เขวี้ยงหินใส่เหล่า ฮาร์ปี้ บนฟ้ารวมไปถึงหวดตะบองเข้าต่อสู้กับเหล่า ออค จนสนามรบปั่นป่วนอย่างรวดเร็ว ทว่าสิ่งที่แน่นอนอย่างหนึ่งก็คือเหล่าทหารแห่งเซอร์ดินไม่ได้ตกเป็นเป้าโจมตีของพวกมัน...
[ ครืดดด... โครม!!! ]
ร่างของ ราชันย์ออค ถูก เว็นดี้ ปล่อยมือจากการเหวียงในที่สุด... ก่อนที่ร่างของมันจะไถลไปกับพื้นและกระแทกเข้ากับบ้านเรือนในบริเวณนั้นจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว...
“แฮ่กๆๆ!!!”
มันหอบหายใจออกมาด้วยร่างกายอันบอบช้ำ ก่อนที่สายตาของมันจะไปหยุดอยู่ที่ ราชินีฮาร์ปี้ ซึ่งนอนมอง เอ้น ที่ยืนค้ำหัวตนอย่างตื่นกลัว และตวาดก้องว่า
“ยัยราชินี!!! ช่วยข้าบ้างสิ อย่ามัวแต่นอนอู้อยู่ตรงนั้น!!!”
เมื่อนั้นเองที่ ราชินีฮาร์ปี้ ได้สติ และรีบบินขึ้นไปบนฟ้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตะโกนกลับมาว่า
“เจ้ากล้าดียังไงมาขึ้นเสียงกับข้า!?! ข้าไม่ใช่ลูกน้องของพวก ออค ตัวเขียวอย่างเจ้านะ!!!”
“เจ้าว่าอะไรนะ!!! จะไม่ฟังคำสั่งของข้าเยี่ยงนั้นรึ!!!”
“เจ้าจะบังอาจมากเกินไปแล้ว!!! เจ้าพวกชั้นต่ำ!!!”
เมื่อนั้นเอง... สถานการณ์โดยรอบจึงเปลี่ยนไปในทันที...
[ ราชินีของพวกเจ้าดูถูกราชาของเรา!!! ]
[ ราชาของเจ้าสบประมาทราชินีของพวกข้า!!! ]
[ ฆ่ามัน... ฆ่าพวกมัน!!! ]
หลังจากนั้นกองทัพผสมของ ออค และ ฮาร์ปี้ จึงเริ่มแตกทัพและโจมตีกันเอง ให้เหล่าทหารแห่งเซอร์ดินสับสนและทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว...
“เพื่อนเกลอ... เอาไงดีล่ะทีนี้???”
“... ถามชั้นแล้วชั้นจะไปถามใครละวะเนี่ย...”
รอน ส่งเสียงถามในขณะที่ อีริค ตอบกลับส่งๆ เพราะไม่รู้ว่าจะตอบเช่นไรดี... ก่อนที่จะมีเสียงเดินดังขึ้นข้างกายเขา...
[ ตึงๆ... ]
[ กี๊ๆ~* ]
เว็นดี้ นำร่างของ อลิส ออกมาจากซากร้านค้า ก่อนจะวางลงกลางกลุ่มทหารอย่างช้าๆ...
“ท่านอลิส!!!”
“ไนท์มาสเตอร์!!!”
เหล่าทหารทั้งหลายต่างตีวงล้อมเข้าไปดูอาการของเธอด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่เธอจะค่อยๆพยุงร่างอันบอบช้ำขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาว่า
“พี่อลิสสสสสสส!!!”
“...!?! เซลิน่า?”
เหล่าทหารต่างแหวกทางอย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างของ เซลิน่า จะฝ่าวงล้อมเข้ามาอยู่ข้างกายของ อลิส อย่างรวดเร็วโดยมีหยาดน้ำตาใสๆนองไปทั่วใบหน้า...
“พี่อลิส... พี่อลิสคะ... ฮือๆๆๆ...”
“ไม่เป็นไร... พี่ไม่เป็นอะไรแล้ว...”
ทว่า อลิส กลับไม่ได้ปลอบ เซลิน่า มากนักและหันไปสั่งเหล่าทหารในทันทีว่า...
“ตอนนี้แหละเป็นโอกาสของเราแล้ว!!! ร่วมมือกับเหล่าสัตว์อสูร และตีกองทัพของทั้ง ออค และ ฮาร์ปี้ ให้แตกพ่ายกลับไปให้ได้!!! อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดไปเด็ดขาด!!!”
[ โอ๊วววววววว!!! ]
[ กรรรรรรรร~!!! ]
ทั้งเหล่าทหาร รวมไปถึง เว็นดี้ และ เอ้นท์ ต่างกู่ร้องขึ้นอย่างสุดเสียง ก่อนที่ทั้งหมดจะบุกเข้าโจมตีกองทัพของศัตรูอย่างรวดเร็ว...
.....สถานการณ์การรบพลิกกลับแล้ว.....
-----
# Northern Field of Serdin … พื้นที่โล่งทางทิศเหนือของเซอร์ดิน
[ เคร๊งๆๆๆ… ]
แม้ผลการรบของประตูทิศเหนือจะได้ผลสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...
[ โครม!!! ตึง!!! ]
แม้นซากศพของเหล่าทหารที่เสียชีวิตในการรบยังคงนอนเกลื่อนกลาดอยู่ทั่วทั้งบริเวณ...
[ เปรี้ยง!!! ]
แต่การต่อสู้ของ เรย์ และ อัล ก็ยังคงดำเนินต่อไป... เพื่อตัดสินฝีมือของตนในฐานะของนักสู้...
[ ครืดดด... ]
เงาร่างทั้งสองลำกระเด็นออกจากกันและไถลไปกับพื้นอีกครา... ทว่าแม้นจะต่อสู้ด้วยฝีมือทั้งหมดเพื่อโค่นล้มอีกฝ่าย แต่บนใบหน้าทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างปลื้มปิติถึงขีดสุด...
“รับมือ เรย์!!!”
“เข้ามาเลยครับ!!!”
อัล ตะโกนก้องและพุ่งเข้าหา เรย์ พลางคว้าดาบของตนที่ปักอยู่บนพื้นขึ้นมาสองเล่ม
[ Velox Strike!!! ]
[ …!!! ]
ร่างของ อัล เข้าประชิดตัว เรย์ อย่างรวดเร็วก่อนจะร่ายรำเพลงดาบทั้งสองในมืออย่างรวดเร็ว
[ ย๊ากๆๆๆๆๆๆ!!! ]
[ เคร๊งๆๆๆๆๆๆ!!! ]
เรย์ ควงหอกในมือรับการโจมตีทั้งหมดอย่างรวดเร็วจนมองเห็นประกายแสงมากมายแลบออกมาจากการประชันดาบด้วยความเร็วสูงของทั้งคู่ ก่อนที่อัล จะปิดฉากกระบวนท่าของตนด้วยความรุนแรง
[ เปรี้ยง!!! ]
[ อุ๊ก!!! ]
[ ครืดดด!!! ]
จังหวะสุดท้ายของการโจมตีนั้น อัล ได้ฟันดาบไขว้เป็นรูปกากบาทจน เรย์ ไม่สามารถปัดป้องออกไปได้ และตั้งรับด้วยด้ามหอกของตนจนกระเด็นถอยหลังไป
“ทีของผมบ้างละนะ!!!”
“เข้ามาเลย!!!”
เรย์ หมุนควงด้ามหอกในมือของตนอีกครั้งหนึ่งก่อนพุ่งกลับมาประชิดตัวของ อัล และเปิดฉากจู่โจมในทันที
[ Lance Fury!!! ]
[ ...!!!!! ]
เรย์ แทงหอกในมือออกไปด้วยความเร็วสูงจนมองเห็นปลายหอกจำนวนมากกำลังพุ่งเข้าใส่ จน อัล ต้องยกดาบทั้งสองในมือขึ้นปัดป้องจนเกิดประกายแสงขึ้นบ้างแล้วเช่นกัน
[ เคร๊งงง!!! ]
[ เย้ย!?! ]
ทว่าในระหว่างปะทะนั้นเองที่ดาบในมือของ อัล ถูกปัดจนหลุดมือออกไปทำให้ดาบเพียงเล่มเดียวภายในมือไม่สามารถปัดป้องการโจมตีของ เรย์ เอาไว้ได้ทันและพลาดท่าถูกการโจมตีได้ในท้ายที่สุด
[ ฉัวะๆๆๆ เปรี้ยงงง!!! ]
[ โอ๊ยยยย~!!! ]
[ ครืดดด... ]
คมหอกของ เรย์ เฉือนร่างของ อัล จนเกิดบาดแผลขนาดเล็กโดยทั่ว ก่อนที่จะฟาดร่างของเขาจนกระเด็นออกไปในจังหวะสุดท้าย
“ไอ้บ้าเอ้ย~!!! แบบนี้มันเจ็บนะเฟ้ย!!!”
“ฮะๆๆๆ... ถ้าออมมือให้ผมก็แย่สิครับ?”
“ฮ่าๆๆๆ~!!! ไม่เป็นไรๆ!!!”
ทั้งคู่หัวเราะใส่กันอีกครั้งก่อนที่ อัล จะเปิดอกคุยกันตามประสานักสู้ว่า
“ว่าไป... ใช้ท่าไม้ตายพวกเรากินกันไม่ลงแบบนี้ก็แย่นะ... สนใจมาซัดกันตรงๆโดยไม่ใช้ท่าไม้ตายมั้ยละ เรย์?”
“อืม... ถ้าคุณต้องการแบบนั้นผมก็ไม่ขัดนะครับ...”
ทั้งคู่ยิ้มกว้างให้แก่กัน ก่อนจะเรียกใช้กระบวนท่าเสริมพลังของตนเองในทันที
[ Aqua Gladius & Aqua Regeneration!!! ]
[ ตูมๆๆ!!! ]
พลังเวทมนตร์ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของ อัล จนมองเห็นสายน้ำวิ่งพล่านไปรอบๆร่างของเขา ก่อนที่คมดาบและทั่วร่างของเขาจะห้อมล้อมไปด้วยกระแสน้ำใสๆ พร้อมพลังเวทย์ที่มหาศาลจนสัมผัสได้ด้วยตาเปล่า
[ Aura Sphere (*5) ]
[ วู้มๆๆๆๆ... ]
ทางด้านของ เรย์ นั้นได้สร้างบอลพลังเทพขึ้นมาเป็นจำนวนห้าลูกล้อมรอบกายอย่างเงียบเชียบ ทว่าแม้จะไม่อลังการมากนัก แต่คลื่นพลังและบรรยากาศที่สัมผัสได้จากเขานั้นกลับแตกต่างออกไปได้อย่างชัดเจน...
[ ย๊ากๆๆๆๆ!!! ]
[ ฮ่าาาาาห์!!! ]
เงาร่างทั้งสองเริ่มใช้เพลงดาบและเพลงหอกของตนออกมาจนถึงขีดสุดจนเห็นเพียงแสงและเงาดำที่พุ่งเข้าหากันอีกครั้งหนึ่งท่ามกลางสนามรบอันเงียบเชียบ...
.....
[ เคร๊งๆๆๆๆ!!! ]
เหงื่อเม็ดโตพราวระยับในทุกคราที่ทั้งคู่ฟาดฟันอาวุธเข้าหากัน พร้อมลมหายใจที่หอบกระเส่าจากความเหนื่อยล้าที่ต้องปลดปล่อยพลังขั้นสูงสุดออกมาอย่างต่อเนื่อง...
[ ตึง!!! ]
[ อุ๊กกก!!! ]
กำปั้นของ เรย์ ซัดเข้ากลางหน้าท้องของ อัล อย่างรุนแรงจนเขาส่งเสียงร้องออกมาพลางปล่อยดาบหลุดมือไป ทว่ามือของเขาไม่ได้หยุดนิ่งและโจมตีสวนกลับมาในทันที
[ ผัวะ!!! ]
[ อั่กกก... ]
กำปั้นของ อัล ซัดเข้าที่ใบหน้าของ เรย์ อย่างแม่นยำจนหยดเลือดกระเซ็นสู่พื้นอย่างเงียบเชียบ... ก่อนที่เขาจะเหวี่ยงด้ามหอกในมือกลับอีกครั้งหนึ่ง
[ บั๊กกกก!!! ]
[ โอ๊กกก!!! ]
ปลายด้ามหอกในมือถูกฟาดเข้าใส่ศีรษะของ อัลจนเลือดไหลออกมาเป็นทางยาว ทว่าในจังหวะนั่นเอง...
[ โป๊กกก!!! ]
[ โอ๊ยย!!! ]
อัล เขกศีรษะที่กำลังแตกเข้ากับหัวของ เรย์ อย่างรุนแรงก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกจากกันด้วยความมึนงง...
[ หงึกๆๆๆ... ]
ทั้งคู่สะบัดหัวเพื่อไล่ความมึนก่อนที่ อัล จะเอ่ยปากออกมาว่า
“เหวย~~* เห็นบอบบางแบบคุณชายแท้ๆไหงหมัดหนักงี้ว้า~!?!”
[ โครม!!! ]
[ เงิบ!!! ]
อัล พูดได้เท่านั้นก่อนจะสะดุดเข้ากับร่างของ ออค ตัวหนึ่งที่นอนอยู่บนพื้นและล้มลงไป...
“โอย... คุณก็หมัดหนักใช่ย่อยนี่ครับ... เล่นเอาผมเห็นดาวเลย... วะ... เหวอ!!!”
[ โครม!!! ]
เรย์ เองก็มีสภาพไม่ต่างกันเพราะเขาก็สะดุดร่างของทหารเซอร์ดินนายหนึ่ง และล้มลงไปกับพื้นเช่นกัน...
[ … ]
[ … ]
[ ฮะๆๆๆๆๆๆ~!!! ]
แม้ทั่วทั้งร่างของทั้งคู่จะเต็มไปด้วยบาดแผลและเลือดจำนวนมาก ทว่าจิตใจของทั้งคู่กลับเบิกบานและปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้...
“ฮะๆๆๆๆ!!! เก่ง!!! นายนี่มันเก่งจริงๆเลย เรย์!!!”
“คุณเองก็ใช่ย่อยนี่ครับ... อัล อานีเดอร์!!!”
[ ฮะๆๆๆๆ... ]
เรย์ หัวเราะพลางกางฝ่ามือของตัวเองบดบังแสงตะวันที่แยงเข้าตา ระหว่างที่ อัล กระดิกหางของตนไปมาอย่างรวดเร็วและยิ้มแยกเขี้ยวของตนอย่างร่าเริง...
ทว่าในขณะที่ทั้งคู่กำลังหัวเราะอย่างเบิกบานนั้นเอง...
[ Blade Buster!!! ]
[ …..!!!!! ]
[ ฉัวะๆๆๆ ฉึกๆ!!! ]
[ อ๊ากกกกก!!! ]
คมดาบมนตราสีดำพุ่งฝ่าอากาศเข้าหา เรย์ และ อัล อย่างรวดเร็วจนทั่งคู่ถูกคมดาบฟาดฟันและแทงทะลุร่างอย่างรวดเร็ว...
[ อั่ก..ก....ก... ]
[ กรอดดด!!! ]
[ ปึดๆๆ... ]
เรย์ และ อัล พยายามดึงดาบที่ปักอยู่บนร่างของตนออกไปในขณะที่เสียงหัวเราะอย่างชั่วร้ายจะดังขึ้นในบริเวณใกล้เคียง...
“ฮ่าๆๆๆ!!! สภาพดูไม่ได้เลยนะ... ท่านผู้กล้าฝึกหัด และท่านนักดาบผู้แข็งแกร่ง!!!”
“... คุณคือ!!!”
“แก!!! โรมิโอ!!!”
[ เคร๊งๆๆ... ]
เรย์ และ อัล คำรามขึ้นมาอย่างเดือดดาลก่อนที่ดาบบนร่างจะถูกถอนออกมาอย่างรวดเร็ว...
“คุณ... ทรยศจริงๆด้วยสินะ...”
“เพิ่งจะรู้อย่างนั้นรึ? เจ้าพวกโง่...”
เรย์ ถูกตอบกลับมาอย่างกวนๆก่อนที่ อัล จำคำรามก้องขึ้นมาว่า
“แก!!! ถึงพวกแกจะจ้างชั้นมาแต่ชั้นไม่ได้ให้แกมาทำร้ายชั้นได้ตามใจชอบนะโว้ย!!!”
ทว่า โรมิโอ กลับเมินเฉยต่อเสียงคำรามและตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ
“แกมันก็ไอ้หน้าโง่... เราจ้างแกมาตายยังไม่รู้ตัวอีกเรอะ... โง่เง่าจริงๆ...”
“แก!!!”
ทว่า โรมิโอ กลับพูดต่อขึ้นมาว่า...
“ยังไงก็ต้องขอบใจพวกแก... ที่หลงโง่เชื่อว่าข้าต้องการรบขึ้นมาจริงๆ หึๆๆๆ...”
“...!?! คุณหมายความว่ายังไง?”
“แก!!! อธิบายมานะโว้ย!!!”
เรย์ และ อัล ถามขึ้นเกือบจะพร้อมเพรียงกัน ก่อนที่ โรมิโอ จะชูก้อนวัตถุสีดำขึ้นให้ทั้งสองได้เห็นชัดๆ...
“สิ่งนี้แหละคือเป้าหมายของข้า... สมบัติลับที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ ณ ชั้นใต้ดินของเมืองเซอร์ดิ...”
[ เฟี้ยว!!! ]
[ วูบ... ]
ทว่า โรมิโอ กลับพูดได้เพียงเท่านั้นก่อนที่ อัล จะเขวี้ยงดาบที่อยู่ใกล้ตัวใส่เขาอย่างเดือดดาล...
“ไม่ต้องฝอยกันแล้ว!!! ในเมื่อแกหลอกชั้นก็ตายซะเถอะ!!!”
“เดี๋ยวก่อนครับ อัล!!!”
ทว่า อัล กลับพุ่งเข้าใส่ โรมิโอ โดยไม่สนคำทัดทานของ เรย์ ทำให้อีกฝ่ายแสยะยิ้มกว้างออกมาและร่ายเวทมนตร์ในทันที
“แกมันไร้สมองจริงๆไอ้หน้าโง่!!!”
[ Tempest Blade!!! ]
[ …!!! ]
อัศวินเกราะขนาดยักษ์ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า อัล ก่อนที่มันจะหวดทวนขนาดยักษ์ในมือใส่เขาอย่างรวดเร็ว
[ ระวัง!!! ]
[ เปรี้ยงงงง!!! ]
[ อ๊ากกกก!!! / อ๊ากกกก!!! ]
เรย์ ซึ่งเข้าไปช่วยผลัก อัล ให้พ้นจากวิถีของคมทวนกลับถูกหวดเข้าใส่พร้อมๆกันจนร่างของทั้งคู่กระเด็นถอยออกมาเป็นระยะทางไกล...
[ โครมๆ!!! ]
[ ฮ่าๆๆๆๆ!!! ]
โรมิโอ หัวเราะขึ้นอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็น เรย์ กับ อัลหายไปในฝุ่นควันที่เกิดจากการกระแทก... โดยไม่รู้เลยว่าได้ไปยั่วคนทั้งคู่ให้โกรธขึ้นมาจริงๆเสียแล้ว...
“แค่กๆๆ... นายยังไหวไหม เรย์?”
“ไหวครับ... และตอนนี้ถ้าคุณจะช่วยลุกและเอาเข่าออกไป... จาก... แผลของผมจะดีมากเลยครับ...”
อัล รีบกุลีกุจอลุกขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมพยุงร่างของ เรย์ ขึ้นจากพื้น…
“เห็นที... ผมคงต้องใช้ท่าไม้ตายสูงสุดกับคนๆนี้เสียแล้วมั้ง...”
“ฮ้า~!!! นายยังเก็บท่าสุดยอดเอาไว้เหมือนกันสินะ?”
“เราก็พอกันนั่นแหละครับ...”
[ อุ๊บ... ฮะๆๆๆๆ... ]
ทั้งคู่หัวเราะให้แก่กันและรีดเร้นพลังงานเพื่อใช้ท่าไม้ตายในทันที...
[ ครืนนนนน!!! ]
[ !?!?! ]
ฝุ่นควันที่คละคลุ้งจากการกระแทก ค่อยๆหมุนวนอย่างรวดเร็วและสลายหายไป ก่อนที่ร่างของ อัล และ เรย์ซึ่งทอประกายแสงสีฟ้าและทองจะปรากฏขึ้นต่อหน้า โรมิโอ อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งการระเบิดท่าไม้ตายของทั้งคู่!!!
“อนันต์ศาสตราพิฆาต!!!”
[ Infinitus Slash!!! ]
[ ฟุ่บๆๆๆๆๆๆ!!! ]
[ แคร๊งๆๆๆๆๆๆ!!! ]
[ เปรี้ยง!!! ]
อัล พุ่งเข้าหาอัศวินเทมเปส ด้วยความเร็วสูงก่อนจะฟาดฟันดาบในมือทั้งสองเล่มเข้าใส่มันอย่างรุนแรง และพุ่งเข้าหาดาบเล่มอื่นของเขาก่อนจะกลับไปฟันเป้าหมายด้วยความเร็วสูงจนครบทั้งเจ็ดเล่ม ส่งผลให้ร่างของอัศวินเทมเปส แหลกสลายเป็นชิ้นๆไปต่อหน้าต่อตา โรมิโอ ในทันที...
ทว่าเขากลับไม่มีเวลาได้อุทานหรือส่งเสียงร้องใดๆทั้งสิ้น เพราะท่าไม้ตายของ เรย์ เองก็กำลังจะระเบิดเข้าใส่ร่างของเขาเช่นกัน...
“คมหอกทะลวงสวรรค์!!!”
[ Last Piercing!!! ]
[ ซู่มมมมม!!! ]
คลื่นพลังอันรุนแรงถูกแทงออกมาเป็นแนวตรงก่อนที่ โรมิโอ จะทันได้ทำอะไรนั่นเอง... และ...
[ สวบ... เปรี้ยงงงงง!!! ]
[ อ๊ากกกกกกก!!! ]
บนร่างของ โรมิโอ เกิดรูขนาดใหญ่จากการถูกคลื่นพลังแทงทะลุหน้าท้องออกไป ก่อนที่ร่างของเขาจะปลิวตามคลื่นพลังที่เกิดขึ้นจากการกระแทกเข้าหากำแพงเมืองซึ่งอยู่ด้านหลัง...
[ พลั่กกก!!! ]
[ อ๊อกกก... ]
ร่างของ โรมิโอ กระแทกเข้ากับตัวกำแพงจนหยาดเลือดสาดกระจายไปทั่วบริเวณ โดยที่บนกำแพงเมืองรวมไปถึงบ้านเรือนทั้งหลายที่อยู่ภายในนั้นเกิดรู้จากคลื่นพลังเมื่อสักครู่จนมองเห็นเป็นรูทะลุได้สืบเนื่องไป...
[ หงึก... ]
โรมิโอ แน่นิ่งไปหลังจากที่รับท่าไม้ตายสูงสุกของ เรย์ เข้าไป ก่อนที่ เรย์ และ อัล จะทรุดตัวลงนั่งเพราะความเหนื่อยล้า...
[ แฮ่กๆๆๆ... ]
ทั้งคู่หอบหายใจอยู่พักหนึ่งก่อนที่ อัล จะใช้ดาบพยุงร่างกายขึ้นช้าๆ...
“แฮ่กๆๆ... ชั้นจะดับลมหายใจ... ของแกเอง!!!”
[ Rune Strike!!! ]
[ เฮ้ย!!! ]
[ เปรี้ยง!!! ]
ทว่า คลื่นพลังกลับถูกซัดเข้าใส่ อัล จนเขาต้องรีบยกดาบขึ้นรับอย่างรวดเร็ว...
“ยังมีศัตรูอีกงั้นเรอะ!!!”
“.....”
เงาร่างของคนๆหนึ่งปรากฏขึ้นหลังพุ่มไม้ ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปพยุงร่างของ โรมิโอ ขึ้นอย่างรวดเร็ว...
“คุณโรมิโอ!!! อดทนเอาไว้!!!”
“ระ... โรอิ งั้นเรอะ...?”
“ผมจะพาคุณหนีเดี๋ยวนี้ละครับ!!!”
โรมิโอ ครางชื่อของผู้มาใหม่สักพัก ก่อนที่จะถูกเขาพยุงหนีไปอย่างรวดเร็ว...
[ ตึกๆๆๆ!!! ]
“เฮ้ย!!! เดี๋ยวสิแก!!!”
อัล คำรามก้องออกมาก่อนจะ หันมาพูดกับ เรย์ เป็นครั้งสุดท้ายว่า
“นี่เป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตั้งแต่ชั้นเคยสู้มา... ถ้ามีโอกาสชั้นจะกลับมาสู้กับนายใหม่นะ เรย์!!!”
“ได้แน่นอนครับ...”
เรย์ และ อัล ต่างยิ้มให้แก่กัน ก่อนที่เขาจะตะโกนเรียกดาบทั้งเจ็ดกลับมารวมกันอย่างรวดเร็วว่า
[ Buster Mode!!! ]
[ แกร๊กๆๆๆๆ... ]
ดาบทั้งเจ็ดเล่มของ อัล ลอยกลับมาประกอบกันเป็นดาบยักษ์เล่มเดียวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งตาม โรมิโอ และ โรอิ ไปในทันที...
“สักวันหนึ่งเราจะได้พบกันใหม่สหาย!!!”
นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่ เรย์ พูดขึ้นก่อนที่ร่างของ อัล จะหายไปจากสายตา...
[ … ]
[ โครม!!! ]
[ อ๊ะ... ]
เรย์ ค่อยๆพยุงร่างกายของตนขึ้นพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะทรุดลงไปกับพื้นอย่างรวดเร็ว...
[ แปะๆๆ... ]
“ฮะๆๆๆ... ท่าทาง... ผมจะอาการสาหัสกว่าที่คิดแฮะ...”
หยดเลือดไหลซึมออกมาจากหน้าท้องของเขาอย่างต่อเนื่อง... ทว่าเขาก็พยายามยันกายขึ้นอีกครั้งจนเป็นผลสำเร็จ...
“แต่ว่า... ผมยังล้มไม่ได้..... ผมยังต้องช่วยทุกคนก่อน...”
เรย์ พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบของสนามรบ และหลับตาลงช้าๆ พร้อมทั้งประกายแสงสีทองที่ค่อยๆเรืองรองขึ้นรอบๆร่างของเขา...
“มนตราเทพโบราณ... ข้าขอใช้พลังของเจ้าละนะ...”
เรย์ พึมพำขึ้นมาเท่านั้น ก่อนที่เขาจะเริ่มร่ายเวทมนตร์ด้วยภาษาของเทพซึ่งมนุษย์ไม่สามารถเข้าใจได้
(ทั้งนี้ เราจะแปลเป็นภาษามนุษย์ เพื่ออรรถรสในการอ่านของทุกท่าน)
[ข้าแต่องค์มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่... ผู้เป็นต้นกำเนิดแห่งสรรพชีวิต... ด้วยพันธสัญญาที่ข้าและท่านเคยร่วมกันสร้างไว้แต่กาลก่อน... ข้าขออัญเชิญสาวกผู้ซื่อสัตย์ของพระองค์ลงมาจุติบนพื้นโลก... เพื่อลงทัณฑ์คนบาปให้สิ้นไป... ]
แสงสว่างทอประกายจนเสาแสงปรากฏขึ้นบนฟากฟ้าจนมองเห็นไปทั่งทั้งสนามรบ... ก่อนที่เวทมนตร์ของ เรย์ จะถูกร่ายจนเสร็จสิ้น...
[ Summon Valkyrie!!! ]
เมื่อสิ้นเสียง บนน่านฟ้าเมืองเซอร์ดิน ได้ปรากฏวงเวทย์สีทองขนาดยักษ์สลักลวดลายด้วยอักษรเทพโบราณซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถอ่านออก พร้อมเกิดเสียงบทเพลงสวรรค์บรรเลงไปทั่วทั้งตัวเมือง ก่อนที่ร่างขนาดยักษ์ของ *เทพีวาลคิวรี่ (Valkyrie) จะปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า...
(*เทพีวาลคิวรี่ (Valkyrie) – เป็นนามของเทพีผู้รับใช้เทพเจ้า โอดีน ในตำนานของนอร์ส ซึ่งในตัวเรื่องนี้จะใช้เรียกแทนเทพีผู้ถือพรหมจรรย์แห่งสรวงสวรรค์ และมีอำนาจทำลายปีศาจร้ายให้สิ้นไป...)
.....
[ บนฟ้านั่นมันอะไรน่ะ!!! ]
[ เทพีวาลคิวรี่!?! ]
[ เทพสวรรค์นี่!?! ]
เสียงเซ็งแซ่ดังไปทั่วทั้งตัวเมือง ซึ่งการรบยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด...
[ เปรี้ยง!!! ]
[ ฮู่มมม!!! ]
[ โครม!!! ]
[ กรี๊ดดด!!! ]
ร่างของ ราชันย์ออค ถูก เว็นดี้ พุ่งชนจนกระเด็นออกไปนอกตัวเมือง ในขณะที่ร่างของ ราชินีฮาร์ปี้ ถูก เอ้น เหยี่ยงทุ่มออกไปนอกตัวเมืองเช่นกัน...
“อีริค โว้ยยยย!!! บนฟ้านั่นมันอะไรน่ะ!?!”
“ตูจะไปรู้มั้ย!!!”
“พี่อลิสคะ!!!”
“อย่าสนใจเรื่องอื่น!!! ล้มศัตรูตรงหน้าก่อน!!!”
…..
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าประตูเมืองแล่นเข้ามาในหัวของ เรย์ ผ่านทางสายตาของ เทพีวาคิวรี่ ก่อนที่เธอจะหันมามอง เรย์ ซึ่งเป็นผู้อัญเชิญตนเองลงมาจากสรวงสวรรค์...
(เจ้าผู้ถือครองมนตราแห่งทวยเทพเอย... เหตุใดเจ้าจึงอัญเชิญข้าลงมายังโลกเบื้องล่างแห่งนี้...)
น้ำเสียงหวานใสและนุ่มลึกในเวลาเดียวกัน ดังก้องขึ้นในโสตประสาทของ เรย์ ก่อนที่เขาจะตอบกลับไปด้วยภาษาเทพโบราณว่า
[ เมืองเซอร์ดิน... เมืองของเหล่ามนุษย์ที่ข้าปกปักรักษาต้องการพลังของท่าน... ได้โปรดช่วยข้าทำลายเหล่าปีศาจร้ายให้สิ้นไปด้วยเทิญ... ]
เทพีวาลคิวรี่ หลับตาลงพักหนึ่งก่อนที่เสียงของเธอจะดังขึ้นในโสตประสาทของ เรย์ อีกครั้งหนึ่ง..
(ด้วยพันธสัญญาโบราณที่ตระกูลของเจ้าเคยสร้างร่วมเอาไว้กับข้า... ข้ายินดีที่จะให้ความช่วยเหลือกับเจ้า... จงบอกข้ามาเถิดว่า อริศัตรูที่เจ้าต้องการทำลายนั้นคือผู้ใด...)
ทันใดนั้นภาพของสนามรบที่เทพีวาลคิวรี่มองเห็นจะปรากฏขึ้นในโสตประสาทของ เรย์ อีกครั้งหนึ่ง...
[ กองทัพ ออค ร่างกายสีเขียวผู้บ้าคลั่ง... และกองทัพ ฮาร์ปี้ ผู้มีปีกบนฟากฟ้า... พะยะค่ะ... ]
เมื่อสิ้นเสียงของ เรย์...เทพีวาลคิวรี่ จะบันดาลคันธนูสีขาวบริสุทธขึ้นมาในมือพร้อมทั้งง้างคันศรอย่างเชื่องช้า ก่อนที่ศรเวทย์สีขาวจะปรากฏขึ้นมาอย่างรวดเร็ว...
(จงหายไปซะ... เหล่าอริศัตรูแห่งนายของข้า...)
[ ฟิ้ววว... ]
[ วาบบบบบบ... ]
ทันทีที่ศรแสงสีขาวถูกปล่อยออกจากสายและกระทบกับพื้นเบื้องล่าง พลันเกิดแสงสว่างสาดส่องไปทั่วทั้งบริเวณจนมองไม่เห็นโดยรอบไปชั่วขณะหนึ่งในทันที...
.....
[ นี่มันแสงอะไรกันเนี่ย!!! ]
[ มองไม่เห็นอะไรเลย!!! ]
[ กี๊ๆๆๆๆ!?! ]
[ โกร๋วววว... ]
เสียงอุทานเซ็งแซ่ไปทั่วทั้งสนามรบ... ก่อนที่แสงสว่างจะจางหายไป และตามมาด้วยเสียงครางของเหล่าทหาร...
“กองทัพของศัตรู...”
“หายไปหมด... แล้ว!?!”
ทั่วทั้งบริเวณพื้นที่โล่งนอกเมืองรวมไปถึงด้านในตัวเมือง รวมไปถึงบานประตูต่างๆ ไม่ปรากฏร่างของเหล่า ออค และ ฮาร์ปี้ ให้เห็นแม้เพียงร่างเดียว... จะเหลือก็เพียงอาวุธและร่องรอยการต่อสู้ รวมไปถึงขนนกของเหล่า ฮาร์ปี้ ที่หลงเหลืออยู่ภายในสนามรบเท่านั้น...
.....
(...ข้าทำลายเหล่าศัตรูของเจ้าจนหมดสิ้นแล้ว... ผู้สืบทอดสายเลือดแห่งพันธะสัญญาเอ๋ย...)
เสียงของนางดังขึ้นในหัวของ เรย์ เป็นครั้งสุดท้าย... ก่อนที่ร่างของนางจะค่อยๆจางหายไปอย่างช้าๆ...
[ ขอบพระคุณท่านมาก... เทพีวาลคิวรี่... ]
เรย์ โค้งคำนับให้กับนางอย่างนอบน้อมเป็นครั้งสุดท้าย... ก่อนที่ร่างของเขาจะทรุดลงไปกับพื้นและแน่นิ่งไปในที่สุด...
[ ..... ]
สายตาของเขาเริ่มพร่ามั่ว... เนื่องจากการใช้พลังกาย และ พลังเวทย์อย่างต่อเนื่องจนเกินขีดจำกัด รวมไปถึงสูญเสียเลือดมากเกินไป...
(เรา... คงไม่รอดแล้วสินะ...)
นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ เรย์ คิดได้ก่อนที่สติขิงเขาจะหลุดลอยไปจากร่าง...
[ …ตึก... ]
เงาร่างสีดำปรากฏขึ้นก่อนที่น้ำเสียงของเธอจะเอ่ยขึ้นมาอย่างแผ่วเบา...
“นายจะตายที่นี่ไม่ได้ เรย์... ชั้นยังมีเรื่องราวอีกมากที่อยากจะถามนาย...”
เรือนผมสีทองยาวสะบัดไปในอากาศก่อนที่ เธอจะค่อยๆพยุงร่างของ เรย์ ขึ้นมาอย่างแผ่วเบา...
“เร... นะ...”
“เงียบไปเถอะ... ชั้นจะช่วยนายเดี่ยวนี้แหละ เรย์...”
เจ้าของชื่อตอบกลับไปเพียงเท่านั้น ก่อนที่เธอจะพาร่างของเขากลับเข้าไปในตัวเมือง...
-----
สงคราม.. สิ้นสุดลงแล้ว...
Ep.16 ภายหลังสงครามสงบ...
Coming Soon…

#1 By Gothic Cream on 2011-03-22 15:14