Ep.16 ภายหลังสงครามสงบ...
posted on 22 Mar 2011 23:29 by mayz-maiz in EpisodeEp.16 ภายหลังสงครามสงบ...
สงคราม ณ เมืองเซอร์ดิน ได้ถูกยุติลงแล้ว...
ด้วยมหามนตราโบราณที่ เรย์ ใช้ในช่วงสุดท้ายของสงคราม ส่งผลให้กองทัพทั้งหมดของศัตรูถูกทำลายลงอย่างราบคาบ ท่ามกลางความสงสัยของเหล่าทหารภายในตัวเมือง...
ทว่ามนต์บทนั้นต้องแลกมาด้วยพลังเวทย์จำนวนมากมายมหาศาล ซึ่งมากเกินกว่าที่ เรย์ จะสามารถเสียสละให้ได้ทำให้เขาต้องสละ “ชีวิต” ของตนเองเป็นค่าอัญเชิญ เทพีวาคิวรี่ ลงมายังผืนพิภพ... ทว่าแม้จะบอกว่าจ่ายด้วยชีวิตก็ตาม ใช่ว่าเขาจะต้องตายเสมอไป แต่เป็นการบั่นทอนชีวิตของผู้ใช้ให้สั้นลงเพียงเท่านั้น...
ไม่นานหลังจากที่ร่างของ เทพีวาคิวรี่ จางหายไปจากฟากฟ้า... อีริค รอน เซลิน่า อลิส รวมไปถึง ซิลเบอร์ ได้ออกตามหา เรย์ ทั้งที่ร่างกายอยู่ในสภาพบอบช้ำทันที... ก่อนที่พวกเขาจะพบร่างของ เรย์ ซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ ณ ถนนหลักในเส้นทางประตูทิศเหนือ ทั้งที่มีลมหายใจรวยริน...
เมื่อเห็นดังนั้นพวกเขาจึงรีบนำร่างของ เรย์ กลับเข้าไปภายในตัวปราสาทเพื่อให้เหล่าจอมเวทย์ทำการรักษาในทันที...
.....
ทว่าภายนอกตัวเมืองนั้น... ยังคงมีการไล่ล่ากันอยู่อย่างเงียบเชียบโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้...
[ โครม!!! เปรี้ยง!!! ]
ต้นไม้ถูกหักโค่นลงอย่างบ้าคลั่งด้วยเพลงดาบของชายผู้ขนานตนว่าเป็น “ยอดนักดาบ” และถูกนายจ้างของตนหักหลัง...
“แก!!! อย่าหนีนะเฟ้ยยยย!!!”
“ใครจะโง่อยู่ให้คุณจับกันละครับ?”
อีกฝ่ายซึ่งกำลังหนีอยู่ก็คือเด็กปริศนานามว่า โรอิ ซึ่งกำลังแบกร่างของ โรมิโอ ซึ่งบาดเจ็บสาหัสเอาไว้บนบ่าและวิ่งลัดเลาะตามกำแพงเมืองจนล่วงเข้าสู่ทิศใต้ของเมือง... ก่อนที่ภาพหลุมมิติสีดำจะปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพวกเขา...
“อดทนอีกนิดนะครับ คุณโรมิโอ... เราใกล้จะหนีพ้นแล้ว…”
และในขณะเดียวกันนั้นเองที่เงาร่างอีกเงาหนึ่งจะเดินออกมาจากหลุมมิตินั้น พลางกวักมือเรียก โรอิ อย่างรวดเร็ว
“โรอิ!!! ทางนี้เร็วเข้า!!!”
“เซน!!! รับ!!!”
[ ฟิ้วววว... หมับ!!! ]
ร่างของ โรมิโอ ถูก โรอิ ขว้างไปในอากาศก่อนที่ เซน หรือ ไรเซน จะพยายามรับร่างของเขาอย่างเบามือที่สุด ก่อนที่ โรอิ จะหันกลับมาเผชิญหน้ากับ อัล อย่างรวดเร็ว
“เลิกตามพวกผมมาได้แล้วละครับ!!!”
“ฝันไปเหอะไอ้เด็กบ้า!!!”
ทว่า อัล ก็ต้องชะงักไปเพราะการโจมตีของ โรอิ ที่ซัดมาอย่างรวดเร็ว
[ Rune Sword!!! ]
[ เปรี้ยง!!! ]
คลื่นพลังขนาดเล็กถูกซัดออกมาจากคมดาบก่อนที่ อัล จะยกดาบขึ้นตั้งรับอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างของ โรอิ โรมิโอ และ ไรเซน จะหายไปพร้อมกับบานประตูที่ปิดตัวลงต่อหน้าเขา...
[ บัดซบ!!! ]
[ เปรี้ยงงง!!! ]
[ กร๊อบๆๆ... โครม!!! ]
ต้นไม้ที่อยู่ใกล้ร่างของ อัล มากที่สุดต้องถูกหักโค่นลงด้วยแรงโทสะจากการหวดดาบเล่มยักษ์ในมือใส่... ก่อนที่อะไรบางอย่างจะตกลงมาจากส่วนบนของต้นไม้ที่โค่นลงมาบนพื้น...
[ ตุบๆ... ]
[ …เฮ้ย!?! ]
ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งในสภาพลมหายใจรวยรินกลิ้งออกมาจากยอดไม้ที่หักโค่น... ก่อนที่ อัล จะรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของเธอในทันที...
“เฮ้!!! นี่เธอ ยังไม่ตายใช่มั้ย!?!”
เรือนผมสีแดงเพลงตกลู่ลงมาปิดบังทั่วใบหน้า รวมไปถึงสภาพร่างกายที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด รวมไปถึงชุดเกราะที่ใส่อยู่ซึ่งแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี ทำให้ อัล ไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้านี้เป็นใครกันแน่... ทหารหรือ? พวกไนท์แมร์หรือ? หรือว่าเป็นทหารรับจ้างที่ถูกจ้างมารบแบบเขา?
[ …กึกๆ... ]
[ …!!! ]
ทว่าในระหว่างที่ อัล กำลังสับสนนั้นเอง นิ้วของเธอได้กระตุกให้เขาเห็นเพื่อแสดงว่าเธอยังมีลมหายใจอยู่ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจพาเธอไปด้วยกัน
“ถือซะว่าเรามีบุญร่วมกันก็แล้วกันนะที่เธอหล่นลงมาเจอชั้นเนี่ย...”
[ แกร๊งๆๆ... ]
ทว่าในขณะที่ อัล กำลังจะอุ้มร่างของเธอพาดบ่านั้นเองที่วัตถุอีกชิ้นหนึ่งตกลงมาจากยอดไม้ ทำให้เขาบ่นออกมาด้วยความเบื่อหน่ายและหันกลับไปดูวัตถุชิ้นนั้น...
“อะไรอีกวะเนี่ย... ดาบ???”
ตัวดาบสีเงินซึ่งสลักลวดลายด้วยเปลวไฟกำลังแผ่ไอความร้อนออกมาเล็กน้อยในขณะที่ร่างของเธอมีปฎิกริยากับดาบเล่มนั้น...
[ หงึกๆ... กึก... ]
มือของเธอกระตุกเล็กน้อยก่อนที่ตัวดาบจะแผ่ไอความร้อนออกมาอีกครั้งหนึ่ง โดยที่ อัล เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา...
“เข้าใจล่ะ... ดาบเล่มนี้เป็นของผู้หญิงคนนี้สินะ... งั้นก็เอาไปด้วยละกัน...”
อัล รีบคว้าดาบเล่มนั้นขึ้นมาถือ จากนั้นก็ต้องรีบยัดใส่ฝักที่ข้างเอวของเธออย่างรวดเร็ว เพราะตัวดาบนั้นร้อนมากเสียจนมือของเขาเกือบลอกออกมาเป็นแผ่น...
“วะ... ยังไม่ทันไปไหนเลยก็สร้างความเดือดร้อนให้ตูได้ขนาดนี้แล้ว... ท่าทางดวงเราจะสมพงศ์กันจริงๆด้วยสินะแม่สาวผมสีเพลิง?”
อัลรีบช้อนร่างของเธอขึ้นมาไว้แนบออกและออกวิ่งจนห่างจากตัวเมืองเซอร์ดินออกไปอย่างช้าๆ โดยไม่ทันมองเศษชุดเกราะซึ่งตกลงมาพร้อมกับร่างของเธอ ซึ่งสลักนามเอาไว้ว่า
[ เมย์โล้ มูนเฟส... หัวหน้ากองลาดตระเวนที่สอง... ]
-----
# Serdin Castle 5 Days Later… ปราสาทหลวงแห่งเมืองเซอร์ดิน 5 วันหลังจากการรบสงบลง...
ประชาชนต่างโจษขันธ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างออกรสหลังจากที่พวกเขาได้เดินทางกลับบ้านของคนเองในท้ายที่สุด โดยมีบางคนที่ต้องร้องไห้กับการจากไปของญาติพี่น้องในสนามรบ...
ทีม SGC กำลังพักรักษาตัวอยู่ภายในตัวปราสาท โดยมีหน่วยแพทย์พิเศษของ สมาคมเวทมนตร์ไวโอเลต (Violet Magic Guild) มาคอยดูแลอย่างใกล้ชิดชนิดตัวต่อตัวเลยทีเดียว ทำให้ทุกคนสามารถฟื้นจากอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว...
ทว่า... มีเพียง เรย์ เท่านั้นที่ยังไม่ยอมฟื้นขึ้นมาหลังจากทีร่างของเขาถูกพบบนถนนทางทิศเหนือ... และไม่ว่าทางสมาคมจะพยายามเพียงไรก็ไม่อาจทำให้ เรย์ ฟื้นคืนสติขึ้นมาได้แม้บาดแผลทางร่างกายจะหายสนิทหมดแล้วก้ตามที...
จนในที่สุด รอน และ อีริค รวมไปถึง เซลิน่า และ อลิส ถึงขั้นบุกไปยังสมาคมด้วยตนเองและสอบถามว่ามีวิธีไหนที่จะช่วยชีวิตของ เรย์ หรือไม่? และเขาเป็นอะไรกันแน่? ทำให้เหล่าจอมเวทย์ต้องพยายามกันตลอดสามวันหลังจากที่พบร่างของเขา จนได้ข้อสรุปออกมาว่า เรย์ ใช้พลังเวทมนตร์เกินขีดจำกัดจนร่างกายรับไม่ไหวและปิดกั้นการทำงานของร่างกายเพื่อรักษาสภาพจิตและชีวิตของเขาเอาไว้ และจะฟื้นขึ้นมาเมื่อสภาพร่างกายของเขาสมบูรณ์พอนั่นเอง...
นอกจากเรื่องของ เรย์ แล้วยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้พวกเขาโศกเศร้าไม่แพ้กันนั่นก็คือเรื่องของ เมย์โล้...
จากภาพที่เหล่าทหารได้เห็นรวมไปถึงการที่ตามหาร่างของเธอไม่พบ ทำให้คิดได้ว่าเธอคงจะกลายเป็นอาหารอันโอชะของเหล่า ออค และ ฮาร์ปี้ไปเสียแล้ว ทำให้ทุกคนเศร้าโศกอย่างมาก โดยเฉพาะ ซิลเบอร์ ซึ่งโทษว่าตนไม่แข็งแกร่งพอ เป็นสาเหตุให้เธอต้องตาย...
แต่ไม่ว่าจะโศกเศร้าเพียงใด... อดีตก็มิอาจหวนคืนกลับมาได้อีกแล้ว...
-----
#ห้องพักของ เรย์ เวลา 16.00 น.
จิล และ เจน แวะมาเยี่ยม เรย์ เป็นครั้งที่ห้านับจากที่ได้ข่าวว่าเขาได้รับบาดเจ็บ ทว่าก็ยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาแม้แต่น้อย ทำให้พวกเธอได้แต่กุมมือของเขาเอาไว้ตลอดเวลาที่เธออยู่ที่นี่... และกลับไปที่ร้านในอีกสองชั่วโมงต่อมา
ในระหว่างที่ รอน อีริค และ อลิส พากันทำตัวร่าเริงและปกติที่สุดจน เซลิน่า ตั้งใจจะตวาดใส่ทั้งสาม ทว่าเมื่อสังเกตดีๆจะพบว่าคนทั้งสามมีท่าทีผิดปรกติอย่างเห็นได้ชัด...
รอน ที่ทั่วร่างเต็มไปด้วยผ้าพันแผล รวมถึงขาที่เข้าเฝือกอยู่ กำลังหยิบกางเกงในขึ้นมาชื่นชมพลางเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง โดยไม่สังเกตเลยว่าตนกำลังถือกางเกงในของผู้ชายอยู่...
อีริค ที่ขาและแขนข้างหนึ่งของเขายังคงเข้าเฝือกเอาไว้... กำลังจิบชาในถ้วยของตนพลางเอ่ยชมว่าน้ำชาในถ้วยนั้นรสละมุนไม่ขาดปาก ทั้งที่ในถ้วยนั้นมีแต่ยาสมุนไพรที่ จิล และ เจน ตั้งในเอามาบำรุง เรย์ ซึ่งแน่นอนว่ารสชาตินั้นสุดจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้...
ทางด้าน อลิส ที่ทั่วร่างที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลเช่นกันนั้น กำลังขัดดาบของตนพลางสอดส่องประกายความเงางามที่สะท้อนจากแสงตะวัน ทั้งที่เธอกำลังขัดฝักดาบอยู่แท้ๆ...
เมื่อเห็นดังนั้นทำให้ เซลิน่า คลายอารมณ์โกรธลงไปและตั้งใจจะเดินออกจากห้อง ทว่าเธอก็ต้องหันไปมองที่มุมห้องทันทีเมื่อพบคนที่อาการน่าจะปกติที่สุดในที่นี้...
ซิลเบอร์ กำลังเปิดหนังสือกว่าสิบเล่มขึ้นอ่านพร้อมๆกัน... ทั้งๆที่ร่างของเขานั้นกำลังกลับหัวอยู่ (ยืนด้วยหัว)
[ เฮ้อออ~* ]
เธอทอดถอนใจและเดินออกจากห้องไปท่ามกลางอาการเหม่อลอยของทุกคนในห้อง...
-----
#ห้องพักของ เรย์ เวลา 18.00 น.
เซลิน่า กลับมาภายในห้องอีกครั้งหลังจากออกไปสงบสติอารมณ์มาได้พักหนึ่ง ทว่าสิ่งที่เธอเห็นนั้นกลับทำให้เธอแทบอยากจะทรุดลงไปกองกับพื้นเสียนี่กระไร!!!
รอน กำลังปีนของระเบียงปราสาทพลางตะโกนก้องว่า “เรย์ โว้ย~!!! ชั้นจะไปตามแกกลับมาจากที่นั่นเดี๋ยวนี้แหละ!!!” พลางทำท่าจะกระโดดลงไปโดยมี อีริค ดึงชายเสื้อของเขาเอาไว้พลางตะโกนแข่งกับเขาว่า “แกไปก็ทำที่นั่นปั่นป่วนซะเปล่า!!! ลงมานี่เดี๋ยวชั้นไปเอง!!!”
ในขณะที่ อลิส กำลังนั่งคร่อมร่างของ เรย์ เอาไว้พลางเขย่าร่างของเขาและร้องไห้ออกมาอย่างไม่แคร์สายตาคนโดยรอบ
“เรย์!!! ฟื้นขึ้นมาสิ ฟื้นขึ้นมาเดียวนี้นะ!!! หรือคุณจะเป็นเจ้าชายนิทราใช่มั้ย? ที่ชั้นต้องจูบคุณก่อนถึงจะฟื้นขึ้นมาน่ะ? งั้นชั้นจะจูบคุณเดียวนี้แหละ!!!”
“อ๊ายยยยยย!!!”
เซลิน่า กรีดร้องพลางพุ่งเข้าหาและดึงร่างของ อลิส เอาไว้ก่อนที่เธอจะจูบ เรย์ ที่กำลังหลับอยู่จริงๆและะตบหน้าของเธอรัวๆเพื่อให้เธอได้สติกลับคืนมา...
[ พี่อลิส ตื่นๆๆๆๆๆๆ~!!! ]
[ เพียะๆๆๆๆๆ!!! ]
[ อัก อุก อัก อ่อก แอ่ก โอ๊ย!!! ]
[ ตื่นแล้ว!!! พอแล้ว เซลิน่า!!! ]
ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ทำอะไรมากกว่านั้นน่ะเอง เสียงของ รอน และ อีริค ก็ได้ดังขึ้นมาจากทางระเบียง
[ ว๊ากกกกก~!!! ]
[ ย๊ากกกกกก!!! ]
[ กรี๊ดดดดดด!!! ]
ครานี้ เซลิน่า ก็ต้องพุ่งไปที่ราวระเบียงพร้อมกับ อลิส เมื่อ รอน และ อีริค พลัดตกลงไปจากระเบียงจริงๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกดึงกลับขึ้นมาอย่างทุลักทุเล...
[ ….. ]
ส่วนทางด้าน ซิลเบอร์ ดูจะอาการดีขึ้นมาหน่อย เพราะเขากำลังอ่านหนังสือเงียบๆอยู่ที่มุมห้อง... ทว่าตัวอักษรบนหนังสือมันกลับหัวอยู่นะ...
-----
# ห้องพักของ เรย์ เวลา 20.00 น.
[ ….. ]
ทั่วทั้งห้องพักเต็มไปด้วยความเงียบสงบ... หลังจากที่พวก อีริค พากันออกไปจากห้องเพื่อตรงไปยังสมาคม เป็นรอบที่สามของวัน หลังจากบุกไปถล่มสมาคมมาแล้วถึงสองครั้งในวันนี้...
และทันที่ที่ข่าวนี้รั่วไหลอกไป ทางสมาคมเวทมนตร์ไวโอเลต ถึงกับเก็บข้าวของเตรียมอพยพในทันที เพราะแม้จะขอความช่วยเหลือจากกองทหารประจำเมืองแต่ ไนท์มาสเตอร์ ก็เมินเฉยต่อการร้องขอกำลังทหาร... แถมยังสั่งให้ทหารมาล้อมจับพวกเขาซะเองเสียนี่!!!
[ ฟิ้วๆๆๆ... ]
[ … ฟุ่บ ... ]
ผ้าม่านผืนบางกำลังพลิ้วไสวไปตามกระแสลมที่พัดลอดบานหน้าต่างเข้ามา... ก่อนที่เงาร่างหนึ่งจะบุกรุกเข้ามาจากทางที่ว่านั้น...
[ ….. ]
ผู้มาใหม่มองร่างที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงด้วยแววตาที่ยากจะบรรยายออกมาได้ ก่อนจะก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบและไปมาหยุดอยู่ข้างเตียงอย่างรวดเร็ว...
“... เรย์”
[… กึก ...]
เสียงเรียกชื่อเขาอย่างแผ่วเบา แต่กลับสามารถทำให้นิ้วของเขากระตุกขึ้นมาได้... ทั้งที่ไม่ว่านักเวทย์จากสมาคมจะพยายามเพียงไรก็ไม่สามารถทำให้ร่างบนเตียงตอบสนองได้แม้แต่น้อยแท้ๆ...
[ ….. ]
[ หมับ... ]
ผู้บุกรุกกุมมือของ เรย์ ขึ้นมาอย่างแผ่วเบาพลางนำมาแนบไว้กับหน้าอกของตนเอง พลางพูดเสียงแผ่วว่า
“ทำไมกันนะ... ทั้งที่เราพบกันเพียงไม่กี่ครั้งแท้ๆ แต่ทุกครั้งที่ชั้นพบ ชั้นเห็นนาย... หัวใจชั้นถึงได้เต้นเร็วแบบนี้...”
[ ตึกตักๆๆ... ]
หัวใจของ เรย์ เองก็เต้นเร็วขึ้นเช่นกัน... เร็วจนผู้บุกรุกเองก็สัมผัสได้ และยื่นมือไปทาบกับแผ่นอกกว้างของเขาอย่างแผ่วเบา และลอบยิ้มออกมา
“เราสองคน... รู้สึกเหมือนกันสินะ...”
[ กึกๆ... ]
[ เคร๊ง!!! ฉึกๆๆๆๆ!!! ]
[ นั่นใคร!?! ]
เกิดเสียงเคลื่อนไหวขึ้นภายในตู้เล็กน้อย ทำให้ผู้บุกรุกซัดอาวุธลับจำนวนมากรวมไปถึงดาบของตนใส่ตู้ จนตัวตู้พรุนไม่มีชึ้นดี ชนิดที่ว่าถ้าคนในตู้ไม่มีฝีมือพอคงตายคาตู้ไปเรียบร้อยแล้ว...
[ แอ๊ดดดด... ]
[ ตุบๆๆๆๆ... ]
หนังสือจำนวนมากร่วงออกมาจากบานประตูตู้ก่อนที่ร่างของ ซิลเบอร์ ซึ่งอ่านหนังสืออยู่ภายในตู้จะปรากฏออกมาให้เห็น โดยที่หนังสือที่เขาอ่านอยู่ถูกดาวกระจายปักทะลุจนอยู่ห่างจากหน้าไปเพียงไม่กี่มิล...
“.....”
ซิลเบอร์ ก้าวข้ามหนังสือของตนออกมาจากตู้อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะวางหนังสือในมือลงและหันมามองผู้บุกรุกอย่างรวดเร็ว...
“เธอคือ...”
เรือนร่างสูงโปรง แววตาเฉียบคมสีทองสุกใส เส้นผมสีเดียวกันทอประกายหยอกล้อแสงจากดวงจันทร์กลมโตที่สาดแสงอยู่ด้านหลัง คมมีดสีเงินในมือทอประกายวาววับรับกับเส้นผมและแววตาโดยมีราตรีสีดำเป็นฉากหลัง... นับเป็นภาพที่งดงามหากคนตรงหน้าไม่ใช่คนที่เพิ่งซัดอาวุธใส่เขาเมื่อสักครู่...
“นามของข้าคือ... เรนะ...”
ผู้มาใหม่ประกาศนามเสียงเรียบโดยไม่ยอมลดมีดในมือลงและสังเกตชายตรงหน้าเช่นกัน...
รูปร่างสมส่วน ใส่ชุดคลุมสีขาวพาดลายสีน้ำเงินเปิดหน้าขายาวถึงท่อนขาด้านล่าง และกางเกงสีเดียวกัน เรือนผมสีเงินกำลังทอแสงแข่งกับเรือนผมสีทองของเธอ พร้อมกับแววตาสีเงินอันไร้อารมณ์ หนังสือในมือยิ่งขับให้ชายตรงหน้าดูเยือกเย็นและเฉียบคมไม่ต่างกับเธอสักเท่าไร...
“เรนะ... ข้ารู้สึกคุ้นกับนามนี้อย่างน่าประหลาด...”
“.....”
ซิลเบอร์ พูดทิ้งไว้เท่านั้นก่อนจะส่ายหน้าและเอื้อมมือไปจับดาบข้างเอวของตนเองอย่างเงียบเชียบ...
“ลืมเรื่องของข้าเสียเถอะ... สายฟ้าสีเงิน... ข้าแค่นำของบางอย่างมาให้ เรย์ เท่านั้น...”
พูดเสร็จเธอจึงหยิบซองจดหมายสีขาวออกมาจากเสื้อของตนและซัดใส่ ซิลเบอร์ อย่างรวดเร็ว
[ ฟิ้ว... ]
[ หมับ... ]
ซิลเบอร์ รับซองจดหมายเอาไว้ ก่อนที่เธอจะกลับหลังหันและเดินกลับไปที่บานหน้าต่าง
“จดหมายนั่น ชั้นขอฝากให้ เรย์ ด้วยนะ... ห้ามคนอื่นนอกจากเขาอ่านจดหมายนี้อย่างเด็ดขาด...”
“เธอมั่นใจได้ยังไงว่าชั้นจะส่งให้เขาโดยไม่เปิดอ่านก่อน?”
“.....”
เรนะ หยุดนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนที่เธอจะพูดทิ้งท้ายเอาไว้ว่า
“ถ้านายไร้ศักดิ์ศรีพอจะเปิดจดหมายของผู้อื่นอ่านก็เชิญตามสบาย...”
[ ฟุ่บ... ]
[ ….. ]
ความเงียบกลับเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ เรนะ กระโดดลงไปจากระเบียงปราสาท และซิล เบอร์ ที่ยืนนิ่งมองดูระเบียงที่เธอกระโดดลงไปเมื่อครู่...
“ชั้นก็หวังว่าเธอจะไม่ได้มาร้ายก็แล้วกัน... นักฆ่าแสงจันทรา เรนะ...”
ซิลเบอร์ กล่าวฉายาของอีกฝ่ายออกมาอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะวางซองจดหมายเอาไว้ข้างๆเตียง และคว้ากองหนังสือของตนเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ...
[ แกร๊กๆๆ... ปัง... ]
ร่างสูงก้าวออกไปจากห้องหลังจากที่บานประตูปิดลง ก่อนที่ร่างบนเตียงจะมีการเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า...
…..
[ …อือ... อืมมม... ]
เปลือยตารู้สึกหนักอึ้ง... ร่างกายรู้สึกปวดร้าวราวกับจะแตกเป็นเสียงๆ... สติดูเลื่อนลอย... แต่ร่างบนเตียงก็ยังคงพยายามยันกายลุกขึ้นจนเป็นผลสำเร็จ...
“.....ที่นี่?”
นั่นคือคำแรกที่เขาพูดขึ้นเมื่อสังเกตเห็นห้องที่เขานอนพักอยู่... ทว่าเมื่อมองออกไปที่ระเบียงและเห็นวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองรวมถึงกำแพงที่พังทลาย เรย์ จึงรู้ได้ทันทีว่าเขาอยู่ในตัวปราสาท...
“ผ่านไป... กี่วันกันนะ...”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เรย์ เรียกใช้มนตร์บทนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่แปลกใจเลยที่พบว่าตัวเองนอนสลบอยู่หลังจากจบสงคราม เพราะเขาเคยเห็นพ่อของเขานอนหลับไปตลอดหนึ่งเดือนหลังจากอัญเชิญ เทพีวาคิวรี่ มาแล้วนั่นเอง...
แต่ที่เขาเชื่อว่าเวลาผ่านไปไม่นานนั้น ก็เพราะตัวกำแพงเมืองและทิวทัศน์ของตัวเมืองที่เขาเห็นผ่านสายตา เทพีวาคิวรี่ นั้นไม่แต่ต่างจากสภาพที่เห็นในปัจจุบันมากนัก...
“...”
เขาหันไปสังเกตรอบๆห้องและพบว่าไม่มีใครอยู่เฝ้าเขา... ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่ซองจดหมายสีขาวข้างๆเตียง ทำให้เขาเอื้อมมือไปหยับมันขึ้นมาพิจารณาอย่างรวดเร็ว...
[ ถึง เรย์... ]
บนซองจดหมายจ่าหน้าเอาไว้เพียงเท่านั้น ทำให้เขาไม่มีทางเลือกมาหนักนอกจากเปิดมันออกอ่านหรือทิ้งมันไป ซึ่งแน่นอนว่าเขาเลือกที่จะเปิดมันออกอ่าน...
[ ควาก... ]
ซองจดหมายถูกเปิดออกอย่างเบามือและได้รับความเสียหายน้อยที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ก่อนที่ตัวจดหมายจะถูกคลี่ออกอ่านอย่างช้าๆ...
[ ถึง เรย์
ยินดีด้วยนะ สำหรับชัยชนะจากการสู้กับเหล่า ไนท์แมร์ ชั้นยอมรับว่าพวกนายมีฝีมือสูงส่งจริงๆ แต่ชั้นอยากให้นายระวังตัวเอาไว้... ถึงแม้ว่าครั้งนี้พวกนายจะชนะมาได้ แต่พวกเขาคงไม่ยอมรามือไปง่ายๆเป็นแน่ ดังนั้นพวกนายจะต้องเก่งยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก ถ้าหากพวกนายต้องการจะมีชีวิตรอดไปเพื่อล้ม นางมารคาเซ่อาเซ่...
ชั้นขอโทษที่ชั้นไม่สามารถมาคุยกับนายด้วยตัวเองได้เพราะชั้นเองก็มีสิ่งสำคัญที่ชั้นจะต้องตามหาอยู่... ใช่แล้ว "ตัวตนของชั้นเอง" รายละเอียดของเรื่องนี้ชั้นไม่มีความจำเป็นต้องบอกให้นายรู้ และนายไม่มีความจำเป็นต้องตามหาชั้นเพราะตอนที่นายอ่านจดหมายนี้ชั้นคงอยู่ระหว่างการเดินทางแล้วละ...
หวังว่าเราคงจะได้พบกันอีกที่ไหนสักแห่ง... หากโชคชะตาพัดพาเราสองให้มาเจอกันอีก... เรนะ (Reina) ]
หลังจากที่เขาอ่านจบ ตักจดหมายจึงถูกพับเก็บเอาไว้ในซองเหมือนเดิมอย่างเรียบร้อย ก่อนที่เจาจะเก็บซองจดหมายนั้นเอาไว้กับตัว และเผยรอยยิ้มออกมาบางๆ...
“ทำไมนะ... แม้จะพบเจอกันไม่กี่ครั้งแต่ผมก็รู้สึกอบอุ่นเวลาคิดถึงคุณ...”
เรย์ พูดไปได้เท่านั้นก่อนที่บานประตูจะถูกกระชากเปิดออกจนหลุดออกจากผนัง
[ ปัง!!! โครม!!! ]
[ เรย์!!! / เพื่อน!!! / พี่เรย์ค๊า!!! คุณเรย์!!! ]
[ …!?! ]
คนกลุ่มใหญ่เรียกชื่อเขาอยู่ที่หน้าประตูก่อนที่ เขาจะสะดุ้งสุดตัวและถูกล้อมกรอบอย่างรวดเร็ว
รอน อีริค อลิส เซลิน่า จิล และ เจน กำลังล้อมร่างของเขาเอาไว้พลางสอบถามอาการด้วยความเป็นห่วง โดยในมือของ รอน อีริค และ อลิส ต่างก็ลากจอมเวทย์จากสมาคมมาเพื่อตรวจอาการของเขา และเมื่อเห็นว่า เรย์ ฟื้นแล้ว จอมเวทย์ทั้งสามจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนที่จะตรวจดูอาการเขาอย่างละเอียดอีกครั้งและปล่อยให้เขาพักผ่อนต่อไป...
ตามจริงแล้วทุกคนตั้งใจจะคุยกับ เรย์ ต่ออีกสักพักทว่าเหล่าจอมเวทย์จากสมาคมคงจะแค้นพวกเขาจัด ถึงได้พาเหล่าจอมเวทย์ที่เป็นเจ้าของไข้พวกเขามาลากพวกเขาออกไปท่ามกลางเสียงร้องโวยวายจะอยู่ต่อ แต่ในท้ายที่สุดก็ไม่อาจขัดแพทย์เจ้าของไข้ตัวเองได้ และถูกลากกลับห้องพักในท้ายที่สุด
-----
# วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ เรย์ ฟื้นขึ้นมา...
[ จิ๊บๆๆๆๆ~* ]
[ ….. ]
[ แซ่ดๆๆๆๆ... ]
เสียงเหล่านวลนกน้อยขับขาน แสงตะวันสาดส่องเข้ามาจากทางระเบียง และภาพผู้คนที่จับจ่ายซื้อของภายในตัวเมืองช่างเป็นภาพที่เงียบสงบจน เรย์ อดยิ้มออกมาไม่ได้ เพราะนี่คือสิ่งที่เขาทุ่มเทชีวิตปกป้องเอาไว้...
[ ก๊อกๆๆ... ]
[ คุณเรย์คะ... ตื่นอยู่รึเปล่า? ]
น้ำเสียงหวานใสชวนฟังของ เซลิน่า ดังลอดบานประตูเข้ามา ก่อนที่ เรย์ จะตอบกลับไปว่า
“เข้ามาได้เลยครับ”
[ แกร๊ก... แอ๊ดดด... ]
บานประตูเปิดออก ก่อนที่ร่างของ เซลิน่า จะก้าวเข้ามาพลางกอดตุ้กตาสีฟ้าตัวน้อย ซึ่งในมือของตุ้กตานั้นถือช่อดอกไม้เล็กๆเอาไว้ด้วย
“ระ... รบกวนด้วยนะคะ”
“เชิญเลยครับ”
[ ปัง... ]
บานประตูถูกปิดลงอย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะค่อยๆเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงของ เรย์ อย่างเงียบเชียบ
“มีอะไรหรือเปล่าครับ? ถึงได้มาหาผมตั้งแต่เช้าแบบนี้?”
“เอ่อ... อ่า...”
ใบหน้าของเธอเริ่มขึ้นสีระเรื่อ ก่อนที่ตุ้กตาตัวน้อยจะถูกอ้อมกอดของเธอรัดแนบเข้ากับอก ท่ามกลางสายตาสงสัยของ เรย์ ที่จ้องมองอยู่
“นะ... นี่ค่ะ!!!”
“...???”
“ของขวัญ... เยี่ยมไข้ค่ะ...”
ตุ้กตาตัวน้อยถูกยื่นส่งให้กับเขาแทนของเยี่ยมไข้ท่ามกลางเสียงสั่นๆของเธอ และแววตาขบขันเล็กน้อยของ เรย์ ก่อนที่เขาจะยื่นมือมารับตุ้กตาตัวน้อยไปอย่างเบามือ
“ของคุณครับ”
“.....”
[ ฉ่าาา... ]
ใบหน้านวลซึ่งบัดนี้ไม่มีตุ้กตาตัวน้อยบดบัง กำลังขึ้นสีระเรื่อต่อหน้า เรย์ พลางตัวสั่นด้วยความเขินอาย และนั่งลงกับเก้าอี้ข่างเตียงก่อนก้มกน้างุดหลบสายตาของชายหนุ่ม
“เซลิน่าจัง?”
“คะ...คะ!?!”
เมื่อถูกเรียกชื่ออย่างกะทันหัน ทำให้เธอขึ้นเสียงสูงตอบเขาอย่างลืมตัว พร้อมร่างกายที่สะดุ้งยืนขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางรอยยิ้มของชายหนุ่ม
“ขอบคุณสำหรับตุ้กตาและดอกไม้นะครับ... น่ารักมากเลย”
“คะ... ค่า...”
เมื่อได้รับรอยยิ้มอ่อนโยนของ เรย์ ตรงๆ ขาของเธอจึงพลันหมดแรงและทรุดลงกับเก้าอี้อีกครา...
( โอ๊ยยย!!! ทำไมเราถึงไม่กล้าบอกความรู้สึกของเราให้เค้ารู้ไปล่ะเนี่ย!!! แต่พอเห็นหน้าเขา หัวใจเราก็เต้นรัวจนควบคุมไม่ได้เลย... นี่เราคงไม่... คงไม่... )
ทว่าในขณะที่เธอกำลังใช้ความคิดอยู่นั้นเอง... ตัวอะไรบางอย่างได้ปรากฏสู่สายตาของเธอ...
[ แซ่กๆๆๆ... ]
[ ….. ]
ตัวสีดำเป็นเงา ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มาก มีหกขา หนวดสองเส้นกำลังแกว่งไปมาอยู่ที่ปลายเท้าของเธอ ก่อนที่ใบหน้าของ เซลิน่า จะขาวซีดยิ่งกว่าแผ่นกระดาษและ...
[ กรี๊ดดดดดด!!! ]
[ เหวอ!?! ]
เซลิน่า กระโดดขึ้นเตียงไปนั่งคร่อมบนตักของ เรย์ พลางกอดกระชับร่างของเขาเอาไว้แนบกายพลางสั่นเทาด้วยความกลัวในทันที
“เซลิน่าจัง!?! เกิดอะไรขึ้นครับ?”
“นะ.... มะ.. แมลงสาบค่ะ!!!”
“...ครับ?”
มืออันสั่นเทาของเธอชี้ไปบนพื้น ก่อนที่ร่างของแมลงสาบตัวน้อยจะวิ่งหนีไปพลางแกว่งหนวดไปมาราวกับสนุกสนานที่ทำให้ เซลิน่า กรีดร้องขึ้นมาได้เป็นผลสำเร็จ...
“ฮือๆๆๆ...”
“...”
ร่างเล็กกำลังสั่นเทาด้วยความกลัว ทำให้ชายหนุ่มโอบกระชับเอวของเธอให้ร่างของทั้งสองแนบชิดเข้าหากัน ทำให้เธอหยุดร้องและจ้องหน้าชายหนุ่มด้วยความเขินอายแทน...
“อะ... อะ...”
เซลิน่า พยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ เพราะตอนนี้ใบหน้าของชายหนุ่มอยู่ห่างจากเธอไปเพียงไม่ถึงนิ้ว... ใกล้จนสัมผัสลมหายใจของกันและกันได้เลยทีเดียว
“ หายกลัวรึยังครับ? ”
“คะ... ค่า...”
สติของเธอกำลังหมุนเคว้งจากการได้อยู่ใกล้ชิดกับ เรย์ โดยไม่ได้ตั้งตัว ครั้งจะถอยหนีก็ถูกวงแขนของชายหนุ่มโอบกระชับเอวและแผ่นหลังของเธอเอาไว้จนไม่สามารถผละออกไปได้... แถมเธอยังไม่อยากผละไปจากแผ่นอกอุ่นของเขาเสียด้วย!!!
เธอพยายามรวบรวมสติ แต่ทว่ายิ่งพยายามากเท่าไร สิ่งที่อยู่ในหัวของเธอกลับมีเพียงแววตาสีทองอันอบอุ่นตรงหน้า และภาพใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาเท่านั้น... จนกระทั่ง...
“เซลิ...!!!”
[ จ๊วบ... ]
[ …!?! ]
เด็กสาวก้มลงประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็วก่อนที่ เรย์ จะทันได้เรียกชื่อของเธอ ก่อนที่เขาจะโอบกระชับร่างของเธอจนเบียดชิดเข้าหากันและบรรจงจูบเธอตอบกลับไปอย่างอ่อนโยนในทันที...
[ อื้ออ..อ... ]
[ … ฮ่า ... ]
เซลิน่าส่งเสียงครางออกมาพักหนึ่งก่อนที่ เรย์ จะถอนริมฝีปากออกจากปากบางของเธออย่างแผ่วเบา...
[ งื้อออ..อ... ]
ใบหน้าของเธอแสดงความเคลิบเคลิ้มจากสัมผัสเมื่อสักครู่อยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ เรย์ จะส่งเสียงคุยกับเธออีกครั้งหนึ่ง
“... สงบสติอารมณ์ลงได้รึยังครับ?”
“.....”
เธอไม่ได้ตอบอะไร และได้ซบหน้าลงกับแผงอกของชายหนุ่มเท่านั้น... ทำให้เขาต้องลูบหัวปลอบเธออย่างแผ่วเบา...
“เซลิน่าจัง... มีอะไรที่อยากจะบอกกับผมสินะ?”
มือเรียวบางของเธอกำชายเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้ก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่องช้า...
“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ...?”
ชายหนุ่มลูบหลังปลอบเธออยู่พักหนึ่งก่อนที่ เซลิน่า จะค่อยๆยันกานขึ้นและจ้องมองเข้าไปในดวงตาของ เรย์ อย่างมุ่งมั่นและกล่าวขึ้นว่า
“หนู... ต้องการเข้าร่วมทีม SGC ค่ะ... ไม่ว่าจะให้ทำอะไรหรือทดสอบแบบไหนหนูก็พร้อมค่ะ...”
น้ำเสียงของเธอไม่มีความลังเลอยู่แม้แต่น้อย ทำให้ เรย์ เผลอลอบยิ้มออกมาไม่ได้...
“เซลิน่าจัง... มั่นใจหรือเปล่าว่าความรู้สึกนั้นมากจากความมุ่งมั่นที่จะเป็นจริงๆ... ไม่ใช่เพียงอารมณ์ชั่วครู่?”
“ค่ะ...หนูมั่นใจ...”
แววตามุ่งมั่นของเธอบอกกับเขาว่าไม่ได้โกหก... ทำให้ เรย์ ถามเธอต่อไปว่า
“งั้น... เหตุผลที่อยากจะเข้าร่วมทีมคืออะไรเหรอครับ?”
“.....”
เมื่อสิ้นคำถามเธอจึงนิ่งเงียบไปพลางหลับตาลง ก่อนที่จะตอบเขากลับมาว่า
“ในตอนแรก... หนูต้องการจะเข้าร่วมทีมเพื่อล้างแค้นเหล่ามังกรกอกอส... สัตว์อสูรที่ฆ่าพ่อและแม่ของหนูในระหว่างที่พวกท่านเดินทางไปเพื่อทำการวิจัยค่ะ...”
“...”
เนื้อเรื่องส่วนนี้ เรย์ ได้รับฟังมาจาก อลิส อยู่ก่อนแล้วจึงไม่ค่อยแปลกเท่าไหร่นัก และนิ่งเงียบฟังเธอพูดต่อไป...
“แต่ว่า... ในสงครามที่ผ่านมาทำให้หนูได้รู้ค่ะ ว่าสงครามมันโหดร้ายถึงเพียงไหน และมีผู้คนที่ต้องสละชีวิตมากมายเพียงไรเพื่อให้ผู้คนอยู่อย่างสงบสุข...”
“ครับ... แล้ว?”
เธอลืมตาขึ้น พลางจ้องตอบดวงตาของ เรย์ อย่างแน่วแน่...
“พลังของหนูเป็นสิ่งจำเป็นค่ะ... ถึงหนูจะยังควบคุมพลังได้ไม่ค่อยดีนัก แต่หนูก็สามารถต่อสู้ได้... หนูต้องการเป็นพลังให้กับพวกคุณเพื่อต่อสู้กับนางมารคาเซ่อาเซ่ค่ะ!!!”
“…..”
แววตาของเธอฉายความมุ่งมั่นออกมาอย่างแรงกล้า ทำให้ชายหนุ่มอดยิ้มและลูบหัวคนตรงหน้าไม่ได้... ก่อนจะบอกกับเธอว่า
“ถ้าอย่างนั้น... ผมจะช่วยคุยกับคุณ อลิส เรื่องรับคุณเข้ากลุ่มก็แล้วกันนะครับ...”
“งั้นก็แปลว่า!?!”
เซลิน่า ยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจก่อนที่ เรย์ จะพยักหน้าแทนคำตอบให้กับเธอ ทำให้เด็กสาวร้องตะโกนอย่างมีความสุขทันที
“ไชโย~* หนูรักพี่เรย์ที่สุดเลยค่า~♥”
[ แกร๊กๆ.. ปัง~!!! ]
[ เรย์~ พวกเรามายะ... เยี่ยม... ]
[ ง่ะ... ]
เรย์ และ เซลิน่า ร้องออกมาอย่างลืมตัวเมื่อ รอน อีริค และ อลิส เปิดประตูเข้ามาเห็นภาพที่พวกเธอกำลังกอดกระชับกันอยู่บนเตียง โดยที่ เซลิน่า กำลังนั่งคร่อมอยู่บนตักของเขาในขณะที่มือของ เรย์ โอบกระชับบั้นเอวและแผ่นหลังของเธอเอาไว้...
[ ………. ]
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องอย่างเงียบเชียบ... ก่อนที่ทั้งสามจะปิดประตูอย่างแผ่วเบาท่ามกลางสายตาของคนที่อยู่บนเตียง...
[ ปัง... ]
[ ….. ]
ท่าทางงานนี้ต้องอธิบายกันยาวซะแล้วสิ...
-----
# Serdin Castle Training Ground… ลานฝึกซ้อมภายในปราสาทหลวงแห่งเซอร์ดิน
[ กึกๆๆ... ]
ร่างในชุดเกราะสีแดงเพลิงกำลังเดินอย่างเชื่องช้าเข้ามาภายในลาน ท่ามกลางสายตาอันเหม่อลอยเมื่อนึกถึงเรื่องที่เธอแอบฟังน้องสาวพูดคุยเมื่อสักครู่...
ตามจริงแล้วเธอมาถึงหลังจากที่ เซลิน่า เข้าไปในห้องพักของ เรย์ ไม่นานนัก และได้ยินเรื่องที่ทั้งสองพูดคุยกันเสียส่วนใหญ่
( ในตอนแรก... หนูต้องการจะเข้าร่วมทีมเพื่อล้างแค้นเหล่ามังกรกอกอส... สัตว์อสูรที่ฆ่าพ่อและแม่ของหนูในระหว่างที่พวกท่านเดินทางไปเพื่อทำการวิจัยค่ะ แต่ว่า... ในสงครามที่ผ่านมาทำให้หนูได้รู้ค่ะ ว่าสงครามมันโหดร้ายถึงเพียงไหน และมีผู้คนที่ต้องสละชีวิตมากมายเพียงไรเพื่อให้ผู้คนอยู่อย่างสงบสุข... พลังของหนูเป็นสิ่งจำเป็นค่ะ... ถึงหนูจะยังควบคุมพลังได้ไม่ค่อยดีนัก แต่หนูก็สามารถต่อสู้ได้... หนูต้องการเป็นพลังให้กับพวกคุณเพื่อต่อสู้กับนางมารคาเซ่อาเซ่ค่ะ!!! )
เธอไม่เคยรู้เลยว่าน้องสาวตัวเล็กที่เธอคอยเฝ้าทะนุถนอมนั้น จะโตเป็นผู้ใหญ่ถึงเพียงนี้แล้ว... เมื่อเห็นน้องสาวของตนโตเป็นผู้ใหญ่... พลันทำให้เธอรู้สึกว่างเปล่าในจิตใจอย่างน่าประหลาด...
“... เซลิน่า... ถึงเวลาที่พี่จะต้องปล่อยเธอไปแล้วสินะ...”
อลิส รำพึงออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เสียงของ ซิลเบอร์ จะดังขึ้นเบื้องหลังของเธอ
“ทำใจไม่ได้งั้นเหรอครับ... หัวหน้า”
“ซิล... เธอก็อยู่ที่นี่เหมือนกันเหรอ?”
เธอตอบกลับไปโดยไม่ได้หันไปมอง ก่อนที่ชายหนุ่มจะตอบเธอกลับมาว่า
“เวลาคนที่เราเฝ้าดูแลต้องจากไป... มันก็ทำให้รู้สึกเปล่าเปลี่ยวเหมือนกันนะครับ...”
ซิลเบอร์ พูดพลางลูบไปตามรอยดาบต่างๆบนกำแพงที่เขาใช้ฝึกสอนเพลงดาบรวมไปถึงกระบวนท่าต่างๆให้แก่ เมย์โล้... รุ่นน้องที่เขารักยิ่งกว่าใคร...
“แต่เราก็ต้องทำใจ... เพราะเราไม่อาจเก็บเขาไว้กับเราตลอดเวลา... และควรปล่อยเขาไปเมื่อถึงเวลาไม่ใช่เหรอครับ หัวหน้า...”
น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเศร้าจากส่วนลึกของจิตใจ ทำให้น้ำเสียงของ อลิส อ่อนลงเช่นกัน...
“เมย์โล้... เธอเป็นลูกน้องและเพื่อนที่ดีนะ...”
“เป็นรุ่นน้อง... ที่น่ารักที่สุดของผมเลยละครับ...”
ทั้งสองนิ่งเงียบไปอีกพักหนึ่ง ก่อนที่ อลิส จะเอ่ยขึ้น
“ยังไงซะ... เศร้าไปเธอก็ไม่กลับมาอยู่ดี... แต่เธอก็จะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป... ใช่ไหม?”
“...ครับ”
ซิลเบอร์ ตอบเพียงเท่านั้นก่อนที่ อลิส ทำท่าจะเดินจากไป
“หัวหน้าครับ...”
“หืม?”
เสียงเรียกของ ซิลเบอร์ ทำให้ อลิส หยุดเดินลันิ่งฟังสิ่งที่เขาจะพูด...
“เรื่องคุณหนู เซลิน่า... ผมอยากให้เธอเดินทางไปกับพวก เรย์ ด้วยครับ...”
“เรื่องนั้นมัน...”
ทว่าเสียงของ ซิลเบอร์ กลับดังแทรกขึ้นมาอีกว่า
“ส่วนผมจะช่วยตามไปดูแลคุณหนูด้วยอีกคนหนึ่งเองครับ...”
“...!?! ซิลเบอร์... เธอคงไม่!?!”
ร่างของ อลิส หันกลับมาสบกับแววตาแน่วแน่ของ ซิลเบอร์ ซึ่งจ้องกลับเข้ามาในดวงตาของเธอ
“ผมจะปราบนางมารคาเซ่อาเซ่... เพื่อล้างแค้นให้กับ เมย์โล้ รวมไปถึงช่วยปกป้องคุณหนู เซลิน่า ไปด้วยครับ...”
อลิส หลับตาลงครู่หนึ่งก่อนจะหันหลังและเดินจากไปอย่างเชื่องช้า พร้อมพูดขึ้นว่า
“ชั้นยังไม่ได้ตกลงเลยว่าจะให้ เซลิน่า ไปดีหรือไม่... เธอก็ดันตัดสินใจแทนชั้นซะแล้วนะ... หึๆๆๆๆ...”
“เราเองก็อยู่ด้วยกันมาหลายปี... รู้นิสัยกันดีอยู่แล้วละครับ...”
“ฮ่าๆๆๆๆ...”
อลิส หัวเราะออกมาอย่างเสียงดัง ก่อนที่เธอจะหยุดเดินแกครั้งและตอบว่า
“ถ้าอย่างงั้น... ชั้นขอฝาก เซลิน่า ด้วยนะ...”
ทว่าก่อนที่ อลิส จะได้ทำอะไรมากกว่านั้นน่ะเอง หนังสือเล่มหนึ่งจึงถูกโยนเข้าฝ่ามือของเธออย่างแม่นยำ...
[ หมับ... ]
[ …??? ]
“เล่มนั้นผมฝากให้คุณหนู เซลิน่า อ่านเอาไว้นะครับ เพราะผมเชื่อว่าเธอจะต้องได้ใช้อย่างแน่นอน...”
ซิลเบอร์ พูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปจากลานฝึกซ้อมอย่างรวดเร็ว...
“...ชอบไปไวมาไวเหมือนเดิมเลยนะ...”
อลิส รำพึงขึ้นก่อนมองชื่อหนังสือภายในมือพร้อมจดหมายขนาดเล็กที่ถูกแนบมาด้วย...
[ 108 ท่วงท่าสยบชายหนุ่ม... ]
[ ปึด!!! ]
เส้นเลือดที่ขมับของ อลิส เป่งบวมขึ้นมาจนเห็นได้ชัด ก่อนที่จดหมายที่แนบมาจะถูกคลี่ออกอ่านอย่างรวดเร็ว
[ ผมเห็นว่า คุณหนูเซลิน่า กำลังมีความรักให้กับ เรย์ ดังนั้นหนังสือเล่มนี้อาจจะจำเป็นในภายภาคหน้า สำหรับการเดินทางไปด้วยกัน ดังนั้นผมจึงฝากหัวหน้าให้เอาหนังสือเล่มนี้ไปให้เธออ่านเพื่อสยบ เรย์ ในการเดินทางและนำหลานกลับมาให้หัวหน้าอุ้มนะครับ... ด้วยความหวังดี ซิลเบอร์...]
[ ซิลเบออออร์!!!!! ]
[ ตูมมมมมมม!!! ]
หลังจากนั้นเหล่าทหารจึงพบว่าลานฝึกซ้อมถูก ไนท์มาสเตอร์ พังเละจนไม่เหลือชิ้นดี ก่อนจะมีคำสั่งให้ตามตัว หัวหน้ากองลาดตระเวนที่หนึ่ง ซิลเบอร์ ดราท ให้เขาพบโดยด่วนที่สุด...
-----
แม้สงครามจะสงบลงแล้ว แต่การเดินทางของพวกเขายังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นเสียด้วยซ้ำ และชะตากรรมในอนาคตกำลังรอให้พวกเขา... ทีม SGC เข้าไปเผชิญอย่างเงียบเชียบ โดยมีอนาคนของโลกนี้เป็นเดิมพัน...
Ep.17 การพักผ่อนที่ชายหาดเคอร์รี่ (Kerrie Beach) Ftrst Part
Coming Soon…

#1 By Gothic Cream on 2011-03-24 16:23