Ep.20 การวางแผนของเหล่า ไนท์แมร์... (เรต 18+)
posted on 29 Mar 2011 21:41 by mayz-maiz in EpisodeEp.20 การวางแผนของเหล่า ไนท์แมร์...
ทีม SGC ซึ่งกำลังเดินทางกลับ เมืองเซอร์ดิน หลังจากพักผ่อนที่ ชายหาดเคอร์รี่ นั้นกำลังเบิกบานกับความสุขตลอดการพวกผ่อนทั้งสามวันที่พวกเขาได้รับ... ทว่าห่างไกลออกไปยังอีกฟากของมหาสมุทร เหล่าไนท์แมร์ กำลังมีการเคลื่อนไหวบางอย่างเกิดขึ้น...
-----
# Nightmare Hall… ห้องโถงแห่งความมืด ที่พักอาศัยของเหล่า ไนท์แมร์...
ภายในห้องโถงอันดำมืด มีเพียงแสงจากเปลวไฟสีน้ำเงินซึ่งฉายแสงอยู่ตามผนังกำแพงเท่านั้นที่คอยให้แสงสว่างแก่สถานที่อันมืดมิดแห่งนี้ และในขณะนี้ทางด้านหนึ่งของห้อง ณ จุดที่มีการวาดสัญลักษณ์เวทมนตร์อยู่บนพื้น กำลังมีการเคลื่อนไหวบางอย่าง เมื่อประตูมิติจำนวนสองบานถูกเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า...
[ ฟู่ววววว... ]
[ … ตึกๆๆๆ ... ]
เงาร่างขนาดเล็กและขนาดใหญ่ก้าวออกมาจากความมืดมิดนั้น... ส่งผลให้เสียงก้าวเดินของทั้งคู่สะท้อนไปกับผนังกำแพงอันเย็นเยียบ จนเกิดเสียงก้องไปทั่วห้องอันมืดมิดแห่งนี้
[ เมี้ยววว~* ]
เสียงร้องของแมวดังแทรกเสียงก้าวเดินของทั้งคู่อยู่พักหนึ่ง ก่อนที่แมวสีดำสนิทตัวหนึ่งจะกระโดดลงมาจากโซฟาตัวใหญ่และก้าวเดินมาหาทั้งคู่...
“ซาโรชี... ( Saroshe ) ไปต้อนรับเพื่อนของเราที่เพิ่งกลับจากไปเที่ยวอย่างงั้นเหรอ... น่ารักเสียจริงนะ♥”
“เมี้ยว~♥”
นางแมวดำส่งเสียงตอบรับผู้เป็นนายซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาหนานุ่ม ก่อนที่ตัวโซฟาจะหมุนด้านหน้ามาหาทั้งสองเห็นเจ้าของเสียงหวานนุ่มละมุนชวนฟัง ซึ่งกำลังนั่งจิบน้ำชาของตนอยู่บนโซฟาตัวนั้น...
“ยินดีต้อนรับกลับนะ... สโนวฟอล เซบาสเตียน...”
“งี้ววว...”
“ขอบคุณที่อุตส่าห์มาต้อนรับนะขอรับ... คุณหนูแองเจลิน่า...”
เจ้าของนาม แองเจลิน่า นั้นเป็นเด็กผู้หญิงซึ่งมีอายุไม่น่าจะต่างกับ สโนวฟอล มากซักเท่าไหร่ ( 15 ปี ) ดวงตาสีมรกตของคู่สวยเธอแฝงไปด้วยความเย็นชาและความเจ้าเล่ห์... ผมสีบลอนด์สวยยาวคลอเคลียพวงแก้มสีขาวนวล ชุดเดรสโกธิคสีม่วงซึ่งดูหรูหรากับถ้วยน้ำชาภายในมือนั้น ยิ่งขับให้เธอเหมาะสมกับชื่อ “คุณหนู” เสียนี่กระไร...
[ เมี้ยววว~♥ ]
แมวสีดำหรือ ซาโรชี กำลังคลอเคลียอยู่ที่ปลายเท้าของ สโนว และ เซบาสเตียน สักพักหนึ่งก่อนที่มันจะกลับไปกระโดดขึ้นนั่งบนตักของ แองเจลิน่า และนอนอุดอู้ให้ผู้เป็นนายลูบเรือนขนสีดำเงางามของตน...
“ฮุๆๆ... ช่วงที่เธอไม่อยู่น้ำชารสชาติจืดชืดพอตัวเลยละ... เพราะคนแถวนี้ชงน้ำชาได้รสชาติห่วยแตกมาก...”
“นี่.... พวกผมชงให้ก็น่าจะขอบคุณกันบ้างนะครับ...”
“จริงด้วยๆ~* แองจี้ น่ะเอาแต่บ่น... [ ขอบคุณ ] พวกเราสักคำก็ไม่มีอะ~*”
เสียงเด็กผู้ชายเล็กๆสองคนเอ่ยขัด แองเจลิน่า อย่างไม่พอใจก่อนจะปรากฏร่างของเจ้าของเสียงทั้งสองอย่างรวดเร็ว
คนแรกมีเรือนผมสีน้ำตาลยาวประบ่า ซอยเป็นทรงเรียบร้อยเข้ากับใบหน้า นัยน์ตาสีฟ้านั้นฉายแววไม่พอใจใส่ แองเจลิน่า อย่างเปิดเผยพร้อมถาดขนมเค้กซึ่งถืออยู่ในมือ
เขาแต่งกายด้วยชุดลำลองสีเทาปักลวดลายสีน้ำตาลเข้ากับสีผม และกางเกงสีเดียวกันกับรองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลเช่นกัน ส่วนสูงกว่า 156 Cm. นั้นแทบทำให้เด็กตรงหน้านี้ดูแตกต่างจากอายุจริงซึ่งมีเพียง 12 ปีเท่านั้นอย่างสิ้นเชิง...
ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นเป็นเด็กชายที่รูปร่างไม่ต่างกับคนแรกมากนัก ( 154 Cm. ) ทรงผมซอยสั้นไม่เป็นทรงสีฟ้าอ่อน กับใบหน้ากลมมนซึ่งดูแล้วน่ารักน่าหยิกนั้น กำลังส่งยิ้มให้กับ แองจี้ ซึ่งเป็นชื่อที่เขาใช้เรียกเพื่อนหญิงคนนี้ พร้อมทั้งถือถาดน้ำชาชุดใหม่มาพร้อมๆกัน
เสื้อแขนยาวแต่ลำตัวสั้นจู๋นั้น เปิดเผยหน้าท้องแบนราบของเด็กหนุ่มชวนให้น่าลูบไล้เล่นกับกางเกงขาสามส่วนสีน้ำเงินเข้ากันกับสีผม รองเท้าที่สวมเป็นรองเท้าผ้าใบสีขาวพาดลายสีน้ำเงินรับกับตัวกางเอง
“ฮึ... ก็พวกนายชงน้ำชาได้รสชาติ [ ห่วยแตก ] จริงๆนี่นา... ลองชิมน้ำชาของ เซบาสเตียน ดูสิแล้วจะรู้ถึงความแตกต่าง... ถ้ายังไงคราวหน้าให้เขาสอนพวกนายชงชาก็ดีนะ... โรอิ... ไรเซน...”
“คุณพูดคำว่า [ ขอบคุณ ] เป็นมั้ยครับเนี่ย!?!”
“แองจี้อะ ใจร้าย~*”
ใช่แล้ว... เด็กผู้ชายสองคนนี้คือ โรอิ และ ไรเซน... เด็กผู้ชายที่ช่วย โรมิโอ ให้รอดพ้นจากการล่าสังหารของ อัล นั่นเอง...
“ฮึ... ชั้นพูดความจริงทำรับไม่ได้... ไว้ชงชาให้อร่อยได้สักครึ่งหนึ่งของพ่อบ้านแล้วค่อยมาขอคำขอบคุณจากชั้นก็แล้วกัน...”
แองเจลิน่า พูดน้ำเสียงเย็นชาก่อนจะรับขนมเค้กรวมไปถึงน้ำชาชุดใหม่จากทั้งคู่และเชิดหน้าหนีไปจิบน้ำชาและขนมของตัวเองเงียบๆท่ามกลางยิ้มฝืดๆของ เซบาสเตียนในทันที
[ เซบาสเตียน... โฮฮฮฮฮ~!!! ]
ทั้ง โรอิ และ ไรเซน ต่างโผเข้ากอดเอวของ เซบาสเตียน และปล่อยโฮให้กับความเย็นชาของ แองเจลิน่า ในทันที... ทำให้เขาได้แต่ยิ้มฝืดๆพลางลูบหัวให้กับทั้งสองพลางสัญญาว่าคราวหน้าจะสอนชงน้ำชาให้อย่างเต็มที่ ทั้งคู่จึงหยุดร้องและยอมปล่อยเอวเขาแต่โดยดี...
“โฮ้ว~... กลับมาถึงก็ครึกครึ้นกันเลยนะพ่อบ้าน~?”
“อ่า... ครับ... นี่เหล้าที่ท่านฝากซื้อครับท่าน เอราดอน...”
“โอ้!!! ได้มาจริงๆอย่างนั้นเรอะ~!!!”
เอราดอน ซึ่งกำลังเดินอย่างเฉื่อยชาในตอนแรกรีบพุ่งเข้ามารับของในมือของ เซบาสเตียน ทันทีที่เขาชูมันขึ้นเหนือหัว เพราะมันคือเหล้า [ นารีรัญจวน ] เหล้าชั้นเลิศซึ่งมีรสละมุนกลมกล่อม อีกทั้งยังทำให้ผู้ดื่มมองเห็นสาวงามจำนวนมากมารายล้อมรอบกาย และยังสามารถสัมผัสได้ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และจับต้องได้ราวกับมีสามงามจำนวนมากปรากฏขึ้นรอบกายจริงๆ
( อนึ่ง : เหล้าชนิดนี้มีจริงเพียงในนิยาย ไม่ต้องไปเสาะหาแต่อย่างใดนะจ้ะ ส่วนราคาตาเนื้อเรื่องตกขวดละ 10000 โกลด์ ซึ่งจัดได้ว่าราคาแพงมากและยังหาซื้อได้ยากเช่นกัน เนื่องจากทันทีที่สินค้ามาถึงร้านก็จะถูกลูกค้าที่สั่งจองเอาไว้นำสินค้าไปกว่าครึ่ง ส่วนสินค้าที่เหลือนั้นก็จะถูกประมูลซื้อจนหมดภายในเวลา 5 นาที ดังนั้นมันจึงถือเป็นของหายากอย่างแท้จริง... )
“โว้ว... โว้ว!?! โว้วววววว~!!!!! ของจริง ของแท้ ไม่ได้ตาฝาดจริงๆด้วยเฮ้ย~!!!!!”
เอราดอน รับขวดเหล้านั้นไปกอดอย่างทะนุถนอมพลางกระโดดโลดเต้นไปมาในทันทีโดยไม่สนใจสายตาของคนรอบข้างและฐานะ [ 1 ใน 3 ผู้นำแห่ง NG ] เลยแม้แต่น้อย...
“นี่!!! นายจะช่วยทำตัวให้สมเป็นผู้ใหญ่อีกนิดได้มั้ยหา เอราดอน!?!”
เซโรน่า ซึ่งเดินตามเขามาตวาดแหวเสียงดัง ก่อนที่พ่อคนตัวดีจะหันกลับไปพูดสวนอย่างไม่ยี่หระว่า
“โถๆๆ... ถ้าเธอมีความเป็นผู้หญิงอีกสักนิด และเอาใจชั้นเก่งอีกสักหน่อยละก็ ชั้นคงไม่ต้องมานั่งพึ่งของแบบนี้หรอก ปัดโถ...”
“อะไรนะ!!!”
เธอขึ้นเสียงสูงทันทีเมื่ออีกฝ่ายหาว่าเธอไม่มี [ ความเป็นผู้หญิง ] ก่อนที่ เอราดอน จะหันกลับมาทำท่าเพิ่งนึกอะไรบางอย่างได้เละพูดขึ้นว่า
“อ่อใช่... มีจุดนึงที่สมหญิงอยู่นะ...”
“หา!?! ตรงไหนๆ!?!”
เอราดอน ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ เซโรน่า อย่างรวดเร็วก่อนจ้องไปในดวงตาของเธออย่างลึกซึ้ง...
“อะ... อะไร!?!”
“.....”
เอราดอน ยังคงนิ่งเงียบและจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอจนหน้านวลเริ่มขึ้นสีด้วยความแปลกใจ ก่อนที่...
[ หมับ…หนุบๆๆ~♥ ]
[ ….. กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด~!!!!! ]
[ หวา~… ]
ฝ่ามือหนาของ เอราดอน คว้าหมับลงที่ทรวงอกงามของ เซโรน่า และบีบเคล้นอย่างมีความสุขก่อนที่เธอจะส่งเสียงกรีดร้องขึ้นท่ามกลางเสียงครางของทุกๆคนที่มองดูอยู่ พลางส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับนิสัยของเขา...
[ เพียะ!!!!! ]
[ อ่อกส์~♥ ]
ใบหน้าของเขาถูกฝ่ามือของ เซโรน่า ฝากรอยเอาไว้อย่างรุนแรง ก่อนที่ร่างสูงของชายหนุ่มจะลอยไปกระแทกกับผนังหินอย่างรวดเร็วและรุนแรง...
[ โครมมมม~!!! ]
[ อูยยยย... ]
เสียงร้องครางดังขึ้นมาจากสมาชิกอื่นๆที่มองเห็นเหตุการณ์ และรู้สึกเจ็บแทนร่างที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นในขณะนี้...
“หงิงงง~♥”
“นี่!!! ถ้ามีปัญญามาคิดแต่เรื่องลามกพรรคนี้ละก็… สู้เอาเวลาไปคิดแผนจัดการกับพวก แกรนเชส และ SGC ดีกว่ามั้ย!?! ฮึ!!!!!”
[ ผัวะ!!! ]
[ เอ๋งงงงง~~!!!!! ]
[ โอยยย... / คิกๆๆๆ... ]
เธอพูดทิ้งท้ายเอาไว้เท่านั้นก่อนจะเดินเข้าไปเตะหว่างขาของเขาจนเสียงครางดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถง จนสมาชิกชายอื่นๆต่างพากันส่งเสียงครางด้วยความสยดสยองในขณะที่สมาชิกหญิงต่างหัวเราะคิกคักด้วยความสนุกสนาน...
“... นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นน่ะ???”
“ง่ะ...”
โรอิ และ ไรเซน ต่างสะดุ้งกับเสียงเย็นเยียบที่ดังขึ้นมาจากด้านหลังจนตัวลอย ก่อนที่ทุกๆคนจะค่อยๆหันกลับไปมองเจ้าของเสียงอย่างเชื่องช้า...
“สวัสดีขอรับ... ท่านโรมิโอ...”
“อ้อ... ไสหัวกลับมาได้แล้วงั้นเรอะ...”
เซบาสเตียน ทักทาย โรมิโอ ด้วยความสุภาพ ทว่าอีกฝ่ายกลับตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหยามเหยียดพลางเชิดหน้ามองเขาละ สโนว สลับไปมาก่อนที่เขาจะพูดต่อไปว่า
“กลับมาแล้วก็ดี... องค์ราชินีตามพวกเราทั้งหมดเข้าพบเดี๋ยวนี้... ไปเตรียมตัวได้แล้ว!!!”
“คร๊าบบบบ~!!!!!”
เมื่อสิ้นเสียงของ โรมิโอ ทำให้ โรอิ และ ไรเซน รีบวิ่งไปแต่งกายให้เรียบร้อยในทันที โดยมีสายตาของ แองเจลิน่า ที่มองตามทั้งคู่ไปด้วยความขบขัน ก่อนที่เธอและสมาชิกอื่นๆจะไปเตรียมตัวเช่นกัน
“อย่าชักช้าละ... องค์ราชินีไม่ชอบรอใคร พวกเจ้าก็รู้... หืม!?!”
ในขณะที่ โรมิโอ กำลังปริปากบ่นนั้นเอง ที่สายตาของเขาได้เหลือบไปเห็น เอราดอน ซึ่งนอนกุมเป้าและทำสีหน้าเคลิบเคลิ้มกับความเจ็บปวดอยู่อย่างนั้น...
“.....”
“อาวอีกกกก~* แรงๆอีกสิจ้ะน้องสาววว~♥”
“เพ้อบ้าอะไรของมัน... ไอ้โรคจิต...”
โรมิโอ พูดทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านั้นก่อนที่เขาจะเมินเฉยและเดินผ่านร่างของ เอราดอน ไปเงียบๆ ปล่อยให้เขานอนร้องครวญครางอยู่กับพื้นเช่นนั้น...
-----
#Kaze A’ze Castle – Ellia Continent… ปราสาททมิฬของนางมารคาเซ่อาเซ่ ณ ทวีปอีลเลีย...
ณ อีกฟากหนึ่งของทะเล ห่างออกไปจาก ทวีปเบอร์มีเซีย... ณ ทวีปอีลเลีย ซึ่งเป็นอาณาจักรที่นางมารคาเซ่อาเซ่ หนีไปซ่อนตัวอยู่ และรวมรวมกำลังทหารรอวันที่จะกลับมาล้างแค้นเหล้าผู้คนในอาณาจักร คานาวาน และ เซอร์ดิน ที่ไล่ล่าตนจนต้องหนีมาซ่อนอยู่ ณ ที่แห่งนี้...
.....
ตัวปราสาทสีดำทมิฬตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูงชันซึ่งยากแก่การบุกโจมตี รายล้อมไปด้วยหมู่เมฆสีดำและไอความมืดที่หนาแน่นจนไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดใดสามารถมีชีวิตอยู่ได้ แม้แสงตะวันก็ยังสาดส่องลงมายังสถานที่แห่งนี้ได้เพียงน้อยนิดจนเหมือนกับที่นี่จะกลาเป็นช่วงเวลากลางคืนตลอดเวลา
ภายในห้องโถงชั้นบนสุดของปราสาทนั้น นางมารคาเซ่อาเซ่ กำลังรอเหล่าลูกสมุนของตนอยู่บนบัลลังก์สีดำอย่างใจจดใจจ่อ พลางจ้องมองไปในท้องฟ้าอันมืดมิดและรั้งสายโซ่ในมือเพื่อตึงร่างของทาสผู้น่ารักของตนให้เข้ามาใกล้ๆ
[ เคร๊งๆๆ... ]
[ อาาา... ]
เสียงสายโซ่ถูกลากกับพื้นก่อนที่ร่างบางๆของชายหนุ่มคนหนึ่งจะคลานเข้ามาคลอเคลียและเลียรองเท้าของเธออย่างเชื่องช้าจนเธอเผยอรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ดีมาก... เด็กดีๆ...”
ฝ่ามือเรียวของเธอลูบเรือนผมและไล้ไปตามพวงแก้มขาวผ่องของเขา ก่อนจะจับคางของเขาเชิดขึ้นด้วยความข่นแค้น...
“แต่ทำไม... ทำไม!!! ทำไมทั้งที่ข้ารักพวกเจ้าทั้งสองเหมือนลูกของข้าแท้ๆ แต่แล้วทำไมพวกเจ้าถึงทรยศหักหลังข้า และคิดจะไปจากข้ากัน… หา!?!”
[ เปรี้ยงงง!!! ครืนนนน... ]
“อา...”
เสียงกู่ร้องด้วยโทสะของเธอทำให้ท้องฟ้าพลันสั่นสะเทือน และฟาดสายฟ้าออกมาอย่างเกรี้ยวกราดเช่นกัน ทว่าร่างบางที่คลานอยู่บนพื้นกลับไม่ได้ตอบโต้เธอแต่อย่างใด และยังคงยิ้มและดูดเลียมือของเธอด้วยความเคลิบเคลิ้มจนเธอคลายอารมณ์โกรธลงไป...
[ เฮอะ!!! ]
[ พลั่ก... โครม!!! ]
ร่างของชายหนุ่มถูกผลักจนล้มลงไปนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นพักหนึ่ง ก่อนที่น้ำเสียงเย็นเยียบของเธอจะพูดขึ้นว่า
“ในตอนนี้... แม้แต่สติสัมปชัญญะของเจ้าก็คงไม่เหลือจะโต้ตอบแล้วกระมัง... เพราะหัวใจของเจ้าจะถูกความมืดกลืนกินจนสิ้น และเจ้าจะต้องอยู่ข้างกายข้าตลอดไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย!!!”
[ เปรี้ยงงงง!!! ]
สายฟ้าพลันผ่าแหวกฟ้าลงมาอีกครั้งหนึ่งราวกับตอบรับต่อคำพูดของเธอ ในขณะที่บนพื้นเบื้องหน้าของเธอจะเกิดหลุมมิติสีดำจำนวน 8 หลุมขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ทำให้นางรีบกลับไปนั่งลงบนบัลลังก์ของตนพลางใช้ทาสข้างกายต่างที่วางเท้า...
[ ฟู่วววววววว..... ]
[ ตึกๆๆๆๆ... ]
ร่างจำนวนแปดร่างก้าวออกมาจากประตูมิตินั้นก่อนจะชันเข่าซ้ายและคุกเข่าลงคำนับให้กับผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์อย่างพร้อมเพรียงและเปล่งเสียงขึ้นมาพร้อมกันว่า
[ พวกเรา ไนท์แมร์... มาตามบัญชาของท่านแล้ว [ ราชินี ] ของพวกข้า... ]
น้ำเสียงหนักแน่นของทั้งแปดทำให้นางเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจก่อนจะเอ่ยต้อนรับเสียงเรียบ...
“ยินดีต้อนรับ... เหล่าลูกๆที่น่ารักของข้า... ดีใจที่เห็นพวกเจ้าทุกคนยังสุขภาพแข็งแรงดีเช่นนี้...”
[ เปรี้ยงงงง!!! ]
สายฟ้าฟาดแหวกท้องนภาลงมาอีกครั้งหนึ่งทำให้สามารถมองเห็นเรือนร่างของนางมารคาเซ่อาเซ่ได้อย่างชัดเจน
ชุดคลุมสีม่วงทอประกายกับแสงสะท้องจากสายฟ้า และลวดลายที่ถักมาจากเส้นไหมทองคำ ใบหน้าสวยคมประดับไปด้วยแววตาสีโลหิตซึ่งทอประกายชั่วร้าย เส้นผมสีม่วงม้วนเป็นลอนยาวลงมาจาถึงบั้นเอว ตามตัวของนางประดับประดาไปด้วยอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ทำจากทองคำฝังด้วยอัญมณีเวทมนตร์หลากสีแทบทั้งสิ้น ในมือขวาของนางถือคฑาเวทมนตร์ยาวสีดำซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับตรีศูลซึ่งฝังอัญมณีเวทมนตร์เม็ดโตเอาไว้...
ที่ปลายเท้าของเธอนั้นมีเด็กหนุ่มผมสีขาวคนหนึ่งกำลังทำหน้าที่ต่างแท่นวางเท้าให้กับนาง และส่งเสียงครางเบาๆออกมาอยู่เป็นพักๆ ทว่าหากลองสังเกตดูดีๆแล้วจะเห็นว่าภายในดวงตาของเขาไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตอยู่เลยแม้แต่น้อย... จะมีเพียงเปลือกของร่างกายที่ไร้จิตวิญญาณเท่านั้น...
“พวกเราพร้อมรับบัญชาของท่านทุกเมื่อ... ราชินีของพวกเรา...”
โรมิโอ ตอบรับนางด้วยเสียงอันดังก้องในขณะที่เขาและสมาชิกคนอื่นๆต่างยังคงคุกเข่าและก้มหน้าลงรอรับคำสั่งของนาง...
“หึๆๆๆ... ดีมากๆ...”
นางหัวเราะเบาๆขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งก่อนจะเริ่มพูดต่อไปว่า
“แม้จะเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ การรบที่เซอร์ดิน พวกเราจะได้รับความพ่ายแพ้กลับมา... แต่จุดประสงค์หลักของพวกเราในการเก็บกู้ [ หัวใจแห่งมาร ] นั้นสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี... นับเป็นความดีความชอบของเจ้านะ โรมิโอ... ”
“ขอบพระทัยพะยะค่ะ!!!”
น้ำเสียงของเขาตอบรับนางด้วยความปลาบปลื้ม ก่อนที่ [ หัวใจแห่งมาร ] จะถูกนางเรียกขึ้นมาถือเอาไว้บนฝ่ามืออย่างรวดเร็ว
[ ฟู่ๆๆๆ... ]
อัญมณีสีดำขนาดเท่ากับกำปั้นของคนทั่วไปกำลังลอยอยู่บนฝ่ามือของนางมารคาเซ่อาเซ่ พลางเปล่งไอความมืดสีดำแบบเดียวกับนางออกมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่นางจะอธิบายเกี่ยวกับสมบัติชิ้นนี้ออกมาอย่างเงียบเชียบ
“5 ปีก่อน... ข้าเคยแทรกซึมเข้าไปในอาณาจักรคานาวาน และเข้าไปตีสนิทใกล้ชิดกับองค์ราชินีได้และชี้นำให้นางเปิดสงครามกับราชินีแห่งเซอร์ดิน... และ [ หัวใจแห่งมาร ] นี่ล่ะคือตัวช่วยที่ทำให้จิตใจขององค์ราชินีตกลงสู่ความชั่วร้าย... และกล้าที่จะเปิดสงครามกับอาณาจักรเซอร์ดิน ตามคำยั่วยุของข้า”
เหล่าไนท์แมร์ยังคงนิ่งเงียบและตั้งใจฟังราชินีของตนอธิบายต่อไปด้วยความสงบ ก่อนที่นางจะเริ่มเล่าต่อไปว่า
“ทว่า... แผนของข้ากลับต้องมาพังทลายลงเพียงเพราะราชินีแห่งเซอร์ดินยอมสละชีวิตของตนเองเพื่อดึง [ หัวใจแห่งมาร ] ออกมาจากตัวราชินีแห่งคานาวาน... ทำให้นางได้สติ และสั่งให้ทหารของทั้งสองอาณาจักรตามไล่ล่าข้า... มาจนถึงทุกวันนี้!!!”
[ ครืนนนนน... ]
ทั่วทั้งปราสาทสั่นสะเทือนเพียงเพราะน้ำเสียงอันเกรี้ยวกราดที่เธอเปลงออกมาในช่วงท้าย... ทำให้เหล่า ไนท์แมร์ ได้แต่นิ่งเงียบฟังราชินีของพวกตนต่อไป...
“แต่แล้ว... แม้จะพยายามนำมันไปซ่อนให้พ้นจากข้าเพียงไรพวกเจ้าก็ยังไม่สามารถซ่อนมันเอาไว้ได้... จนท้ายที่สุด [ หัวใจแห่งมาร ] ก็กลับมาถึงมือของข้าอีกครา... หึๆๆๆๆ... ฮ่าๆๆๆๆๆ!!!”
[ ครืนนนนนนนน!!!!! ]
ตัวปราสาทสั่นสะเทือนอีกคราด้วยพลังเวทมนตร์อันมากมายมหาศาลของนาง ในขณะที่สมบัติลับ [ หัวใจแห่งมาร ] กลับฉายแสงเจิดจ้าอย่างบ้าคลั่งแข่งกับเสียงหัวเราะของเธอ...
“และด้วยสมบัติลับชิ้นนี้!!! ข้า จะทำให้ ซิลเวอร์แลนด์ตกอยู่ใต้อาณัติของข้า!!!”
“.....!?!”
เมื่อนั้นเองที่เหล่า ไนท์แมร์ เริ่มมีปฏิกิริยา... ราชินีของพวกเขาตั้งใจจะยึด ซิลเวอร์แลนด์ อย่างนั้นรึ...
“และในครั้งนี้... โรมิโอ... เจ้าจะเป็นผู้ไปติดต่อเจรจากับ วิคเตอร์ ( Victor ) ผู้นำแห่งเหล่า ซิลเวอร์ไนท์...”
“หะ... หา!?!”
โรมิโอ ส่งเสียงร้องขึ้นมาอย่างชัดเจนก่อนจะยืนขึ้นหมายจะคัดค้าน เพราะเขาไม่ถนัดงานเจรจาแม้แต่น้อย... งานแบบนี้ควรเป็นของ เซโรน่า เสียมากกว่า...
“อะ... องค์ราชินีพะยะค่ะ...”
“หรือเจ้าจะขัดคำสั่งของข้า!!! โรมิโอ!!!”
[ ครืนนนน... ]
“มะ... ไม่... พะยะค่ะ...”
เสียงตะโกนของนางทำให้ร่างของ โรมิโอ สั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัวในน้ำเสียงนั้น ก่อนที่ร่างของเขาจะทุดลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นเช่นเดิม...
“ข้าต้องการเพียงแค่ให้เจ้านำ [ หัวใจแห่งมาร ] ไปให้กับมัน... เพราะข้าแอบสั่งให้ เซโรน่า เจรจากับพวกมันเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่งานหลักของเจ้าเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากนั้นต่างหาก...”
“.....”
โรมิโอ กลับมาทำสีหน้าสงบและรอฟังคำสั่งอีกครั้งหนึ่ง…
“งานที่แท้จริงของเจ้า... คือการไปพาสมาชิกใหม่มาที่ปราสาทของข้า...”
“สมาชิกใหม่!?!”
โรมิโอ พูดทวนขึ้นเสียงเบา ก่อนที่เหล่าสมาชิกไนท์แมร์คนอื่นๆจะเริ่มส่งสายตาถามกันและกันอย่างเงียบเชียบ...
“ใช่แล้ว... ข้าใช้มนตราเปิดประตูมิติ... ทำให้เหล่าผู้ทรงพลังจากมิติอื่นหลุดเข้ามายังโลกของเรา... ถ้าหากเราดึงพวกเขามาเป็นพวกได้แล้วละก็ ต้องเป็นประโยชน์กับพวกเราเป็นแน่...”
โรมิโอ ก้มหน้ารับคำสั่งในขณะที่สมาชิกอื่นๆรอรับคำสั่งของตนต่อไป
“เซโรน่า... สำหรับเจ้าข้าต้องการให้เจ้าไปสร้างกองทัพใหม่เพื่อเตรียมพร้อมบุกโจมตี คานาวาน และ เซอร์ดิน อีกครั้งหนึ่ง... เจ้าจะจัดการให้กับข้าได้หรือไม่?”
“ได้แน่นอนค่ะ... องค์ราชินี...”
“ดีมาก...”
เซโรน่า รับคำสั่งของตนด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ บ่งบอกว่างานสร้างกองทัพใหม่นั้นไม่ได้ยากเย็นสำหรับตนแม้แต่น้อย ทำให้ คาเซ่อาเซ่ รู้สึกพึงพอใจในตัวของนางอย่างมาก...
“ส่วนเจ้า... เอราดอน...”
“พะยะค่ะ!!!”
เอราดอน ตะโกนเสียงดังรับคำของนาง ก่อนที่คำสั่งของเขาจะดังขึ้นว่า
“จงเดินทางไปยังป่าแห่งเอลฟ์และคนหาหมู่บ้านลับแลของพวกมัน เพื่อทำให้เหล่าเอลฟ์ยอมเป็นพวกของเราซะ... หาไม่แล้วเจ้าจงทำลายพวกมันให้สิ้นซาก อย่าให้พวกมันอยู่เป็นก้างขวางคอพวกเราได้เป็นอันขาด...”
“รับทราบ!!!”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น... เพราะเหล่าเอลฟ์นั้นขึ้นชื่อเรื่องความงดงามและชีวิตอมตะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว... ดังนั้นเหล่าสาวๆเผ่าเอลฟ์ก็ต้องงดงามและคงความเยาว์วัยเอาไว้ให้เขาเชยชมเป็นแน่แท้!!!
“คำสั่งที่ข้ามีให้พวกเจ้ามีเพียงเท่านี้... ส่วนสมาชิกอื่นๆให้คอยสนับสนุนทั้งสามคนตามที่พวกเขาสั่ง... เข้าใจใช่ไหม!!!”
[ พะยะค่ะ!!! ]
เหล่าไนท์แมร์ ต่างรับคำเสียงดังฟังชัดก่อนที่ร่างของพวกเขาจะหายไปในประตูมิติจนหมด... เหลือแต่เพียง เซโรน่า ซึ่งยังคงรั้งอยู่ต่อแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น...
“... เจ้ามีธุระอะไรกับข้าเช่นนั้นรึ เซโรน่า ...”
“เพคะ... องค์ราชินี...”
เซโรน่า ค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง คาเซ่อาเซ่ ซึ่งจ้องมองตนจากบนบัลลังก์อย่างเย่อหยิ่งและกล่าวเสียงเรียบขึ้นมาว่า
“ในระหว่างที่ข้าจู่โจม เซอร์ดิน นั้น... ข้าได้พบกับ เรนะ ด้วยเพคะ...”
[ เปรี้ยงงงงง... ]
[ ครืนนนนน... ]
สายฟ้าขนาดใหญ่ฟาดลงมาใกล้กับตัวปราสาทจนเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณ ทว่าภายในห้องกลับเต็มไปด้วยความเงียบสงบจนให้ความรู้สึกอึดอัด...
“.....”
“.....”
ทั้งสองฝ่ายต่างนิ่งเงียบและจ้องมองอีกฝ่ายอยู่พักหนึ่ง... ก่อนที่นางมารจะปริปากขึ้นมาว่า
“แล้ว... เจ้าทำอะไรบ้างเมื่อเจอนางล่ะ... เซโรน่า...?”
“ข้า... เพียงแค่พูดคุยกับนางเพคะ...”
[ เปรี้ยงงง!!! ]
[ กรี๊ดดดดด!!! ]
สายฟ้าสีดำพุ่งออกมาจากปลายคฑาและแล่นเข้าแผดเผาร่างของ เซโรน่า อย่างรวดเร็ว จนเธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดในขณะที่ คาเซ่อาเซ่ กรีดร้องด้วยเพลิงโทสะ...
“โง่เง่า!!! โหลยโท่ย!!! ไร้ปัญญา!!! ทำไมเจ้าไม่จับตัวนางเอาไว้ ทรมานนาง ทำให้นางเจ็บช้ำจนถึงขีดสุด และลากซากร่างของนางกลับมาหาข้า!!! หา!?!”
“อ๊ากกกกกก!!!!!”
เซโรน่า ไม่สามารถตอบคำถามของนางได้ เพราะความเจ็บปวดที่ได้รับนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เธอจะทนได้ และทำได้เพียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเท่านั้น...
[ หมับ... ]
[ ….. ]
[ โครม!!! ]
ทันใดนั้นเอง... มือบางของใครบางคนได้จับปลายคฑาของนางเอาไว้ ทำให้นางหยุดปล่อยสายฟ้าออกมา ส่งผลให้ร่างของ เซโรน่า ร่วงลงไปกองแทบเท้าอยู่บนพื้น ในขณะที่นางได้แต่มองชายตรงหน้าด้วยความแค้น...
“แลสสสสส!!!”
[ พลั่ก… โครม!!!]
[ อั่ก. ก.. ก... ]
ชายหนุ่มผมเงินนามว่า แลส... ผู้ที่ทำหน้าที่แทนแท่นวางขาของนางเมื่อสักครู่นี้เองที่เป็นผู้ขัดขวางการโจมตีของนาง ทำให้ คาเซ่อาเซ่ บันดาลเพลิงโทสะทุบตีร่างของเขาด้วยความแค้นในทันที
[ พลั่กๆๆ!!! ผัวะ!!! พลั่ก!!! ]
[ อือ. อ.. อ... ]
“ละ... แลส...”
เซโรน่า ครางชื่อของอีกฝ่ายออกมาพลางหลั่งน้ำตาให้กับอดีตเพื่อนของตน ที่ในตอนนี้ไม่ทราบว่าเหลือความเป็นมนุษย์อยู่มากน้อยเพียงไร...
“แฮ่กๆๆๆ...”
“อูออออ...”
คาเซ่อาเซ่ ทุบตีร่างของ แลส จนพอใจก่อนจะค่อยๆบรรจงวางฝ่าเท้าของนางลงบนใบหน้าของเขา และหันกลับไปบอกกับ เซโรน่า ว่า...
“จงไปเตรียมกองทัพของเจ้าซะ เซโรน่า... และครั้งหน้าที่เจ้าพบนางหากนางยังไม่ยอมกลับมาหาข้าแล้วไซร้... จงทำให้นางเจ็บปวดทรมานจนถึงขีดสุด หรือไม่ก็สังหารนางทิ้งซะ แล้วนำศพกลับมาให้ข้า!!!”
“เพคะ... องค์ราชินี”
เซโรน่า รับคำของนางเพียงเท่านั้นก่อนที่ร่างของเธอจะหายเข้าไปในประตูมิติอย่างรวดเร็ว...
.....
“อือออ...”
ร่างของเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า แลส กำลังครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้นในขณะที่ร่างของ คาเซ่อาเซ่ ค่อยๆย่างกรยเข้าไปใกล้เขาอย่างช้าๆ...
“เป็นอย่างไรบ้าง... แลส... ลูกของข้า...”
“อูอออ...”
เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรมากไปกว่าการครวญคราง และช้อนสายตาเว้าวอนขึ้งมองนางอย่างเชื่องช้า...
“เจ้าคงจะเหงาสินะ... ที่ เรนะ หนีจากข้าไป ทำให้เจ้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเช่นนี้...”
[ หมับ... อืมมมม...]
นางค่อยๆบรรจงโอบกอดร่างของ แลส เข้ามาแนบอกของนาง ก่อนที่เสียงครางของนางจะดังขึ้นเบาๆเนื่องจากเด็กหนุ่มค่อยๆทำงานของเขาไปอย่างดีเยี่ยม
[ แผล่บๆ... จุ๊บ... จ๊วบ... ]
[ อาาา... ]
ลิ้นของเด็กหนุ่มค่อยๆโลมเลียไปตามเนินอกของนางอย่างเร่าร้อน จนทำให้เสียงครางด้วยความสุขเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากสีแดงสดนั้นเป็นระยะๆ ก่อนที่ฝ่ามือเรียวงามของเธอจะกอดรัดศีรษะของเด็กหนุ่มให้เบียดแนบชิดกับเนินอกของตนอย่างร้อนแรงเช่นกัน...
[ พรืดๆๆ... ]
ชุดคลุมค่อยๆหลุดจากร่างงามของนางลงไปกองอยู่กับพื้น ก่อนที่เครื่องประดับต่างๆบนร่างกายจะค่อยๆถูกเด็กหนุ่มถอดออกไปตามสัญชาติญาณดิบของเพศผู้ ในขณะที่เสื้อผ้าของเขาก็ถูกเวทมนตร์ของนางบันดาลให้มันถอดออกด้วยตนเองเช่นกัน ทำให้ในตอนนี้เรือนร่างเปลือยเปล่าของทั้งคู่กำลังกอดรัดกันอยู่บนพื้นด้วยความกระสัน...
[ อูว... อืมมม... ]
[ ผับๆๆๆๆ... ]
เสียงการเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงและทรงพลังดังขึ้นเป็นจังหวะ ในขณะที่เรือนร่างของทั้งคู่ต่างเคลื่อนไหวอย่างสอดประสานให้แก่กันและกันจนเกิดเสียงครวญครางระงมด้วยความสุขสมดังก้องไปทั่วทั้งห้อง...
[ แฮ่กๆๆๆ... ]
ลมหายในกระเส่าของทั้งคู่ต่างสอดประสานกันกับกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย ในขณะที่ทรวงอกและเรือนร่างของนางถูกเด็กหนุ่มบิดและกอดรัดราวกับกลัวว่านางจะมลายหายไปเสียตรงนั้น...
[ อุก... อื้อ... ]
[ พั่บๆๆๆๆๆๆ!!! ]
เรือนร่างของทั้งคู่เร่งจังหวะสอดประสานของกันและกันให้เร็วยิ่งขึ้นจนเกิดเสียงเคลื่อนไหวกันอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เสียงครางของทั้งคู่จะกู้ร้องขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันในตอนท้าย...
[ อ๊าาาาา....... ]
และในที่สุดเสียงครวญครางของทั้งคู่จึงเงียบหายไป ท่ามกลางการตระกองกอดกันและกัน จนทั้งคู่นอนหลับไปด้วยความสุขสมจากความหฤหรรษ์ที่บังเกิดขึ้นเมื่อสักครู่......
( แลส... แม้เจ้าจะเคยคิดไปจากข้า แต่ข้าจะไม่มีวันปล่อยเจ้าให้ไปจากข้าเป็นอันขาด... รวมไปถึง เรนะ... ลูกของข้าอีกคนหนึ่ง... ข้าจะตามนางกลับมาอยู่เป็นเพื่อนของเจ้าในอีกไม่นานนี้ละ!!! )
นางมารคาเซ่อาเซ่ คิดพลางกอดร่างของเด็กหนุ่มให้แนบชิดกับทรวงอกของตนบนบัลลังก์ของนางและนอนหลับไปด้วยความสุขที่เด็กหนุ่มบรรจงป้อนให้กับนางเมื่อสักครู่...
-----
# Nightmare Hall… ห้องโถงแห่งความมืด ที่พักอาศัยของเหล่า ไนท์แมร์...
[ ฟู่ววววว... ]
[ ตึกๆๆๆ... ]
[ แฮ่กๆๆๆ... ]
ร่างอันบอบช้ำของ เซโรน่า ค่อยๆก้าวออกมาจากหลุมมิติ ก่อนที่เธอจะทรุดกายล้มลงอย่างรวดเร็ว
[ โครม!!! ]
[ เซโรน่า!!! / พี่เซโรน่า!!! / คุณเซโรน่า!!! ]
สมาชิกอื่นๆยกเว้น โรมิโอ ต่างรีบเข้าไปพยุงร่างของเธอขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่เธอจะสำลักเลือดออกมากองโต
[ โอ๊ก... โขลกๆ!!! ]
[ แหมะๆๆ... ]
เลือดสีแดงสดหยดลงบนพรมผืนหนาบนพื้นห้อง ในขณะที่สมาชิกอื่นๆต่างก็หนักใจเพราะไม่รู้ว่าจะช่วยเธอยังไงดี... ก่อนที่วัตถุบางอย่างจะถูกโยนเข้าหามือของ เซบาสเตียน อย่างรวดเร็ว
[ หมับ... ]
[ …นี่มัน!?! ]
เสียงร้องของทุกๆคนร้องขึ้นมาด้วยความสงสัยก่อนที่ โรมิโอ จะเดินจากไปเงียบๆ...
“เอาสิ่งนั้นให้เธอกินซะ... ก่อนที่เราจะไม่มีคนสร้างกองทัพให้องค์ราชินี...”
“เซบาสเตียน เร็วเข้า!!!”
“ขอรับ!!! ทันทีเลยครับ!!!”
แองเจลิน่า เร่งเร้า เซบาสเตียน ให้รีบเปิดห่อผ้าออก เผยให้เห็นเม็ดยาสีดำขนาดเล็กอยู่ราวๆ 20 เม็ด ก่อนที่ยาเม็ดหนึ่งจะถูกบรรจงป้อนเข้าปากของเธออย่างแผ่วเบา...
[ อึก... ]
เซโรน่า กลืนยาเม็ดนั้นลงไปอย่างยากลำบากท่ามกลางสายตาเป็นห่วงของทุกๆคน ก่อนที่เธอจะเลิกครางและหมดสติลงไปเสียอย่างนั้น...
“เธอจะเป็นอะไรรึเปล่าน่ะ?”
“ถ้าได้ยาของคุณ โรมิโอ แบบนี้... อีกไม่นานเธอก็คงจะหายดีละครับ...”
“งั้นเดี๋ยวข้าพานางไปนอนพักที่ห้องเอง...”
ไรเซน และ โรอิ ต่างพูดคุยกันเสียงเบาในขณะที่ เอราดอน อาสาอุ้มร่างของเธอไปนอนพักในห้องอย่างรวดเร็ว...
.....
ไม่นานนักหลังจากที่ เซโรน่า ถูกพาไปรักษาตัวในห้อง โรมิโอ จึงกลับมาหาทุกคนในห้องนั่งเล่นเพื่อวางแผนสำหรับการทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ลุล่วง...
“ในตอนนี้ เซโรน่า ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้... ข้าต้องการให้มีคนทำหน้าที่รวบรวมกองทัพส่วนหนึ่งแทนนางก่อน... แองเจลิน่า... เจ้าจงเดินทางไปยัง [ หุบเขากอกอส ] และจัดเตรียมกองทัพขึ้นที่นั่นซะ...”
“... ตกลง ...”
“เมี้ยว~♥”
แองเจลิน่า ลังเลอยู่ครู่หนึ่งเมื่อ โรมิโอ สั่งงานให้กับเธอ ทว่าในท้ายที่สุดแล้วเธอจึงตอบตกลงกับจะหันกลับไปจิบชาของเธอต่อเงียบๆ พลางลูบไล้ขนของ ซาโรชิ อย่างแผ่วเบาจนเจ้าแมวน้อยครางออกมาอย่างมีความสุขอยู่บนตักของผู้เป็นนาย...
“เอราดอน...”
“เหอ~!?!”
เมื่อ โรมิโอ เรียกชื่อของเพื่อนร่วมงานออกมา เอราดอน จึงตอบกลับเสียงกวนพลางยักคิ้วให้กับอีกฝ่ายก่อนที่ โรมิโอ จะกล่าวต่อไปว่า...
“งานสำรวจ Elven Forest ( ป่าแห่งเอลฟ์ )… นายต้องการให้ใครไปเป็นผู้ติดตามหรือไม่?”
น้ำเสียงนิ่งเรียบของเขาทำให้ เอราดอน เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแสยะยิ้มแยกเขี้ยวของตน...
“ฝีมือระดับข้าแล้ว... แค่ทำลายหมู่บ้านของพวกเอลฟ์กระจอกนั่นข้าคนเดียวก็สบายมากน่า...”
“งั้นก็ดี... ถ้าอย่างนั้นชั้นขอพาสมาชิกที่เหลือไปให้หมดเลยก็แล้วกันนะ...”
“เออ... ตามสบายเหอะ... ชั้นขอล่วงหน้าไปก่อนละ...”
[ ฟู่ววววว... ]
[ ตึกๆๆๆ... ]
เอราดอน พูดทิ้งท้ายเอาไว้เท่านั้นก่อนจะเปิดประตูมิติซึ่งนำไปสู่ Elven Forest ขึ้นมา และก้าวหายเข้าไปในนั้นอย่างรวดเร็ว...
“เอาล่ะ... ถ้าอย่างนั้นคนที่เหลือตามชั้นไปยัง ซิลเวอร์แลนด์ เดี๋ยวนี้เลย... ยิ่งงานเสร็จเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น!!!”
“ครับ / ค่ะ!!!”
เสียงตอบรับดังขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงก่อนที่ทุกคนจะเปิดประตูมิติเพื่อเดินทางไปยังที่หมายอย่างรวดเร็ว ยกเว้น แองเจลิน่า ซึ่งยังคงนั่งจิบชาอยู่กับ ซาโรชี เงียบๆ...
“เมี้ยว~♥”
ซาโรชี ค่อยๆปีนขอบโซฟาขึ้นไปเลียใบหน้าของเด็กสาวเบาๆ ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นมาลูบไปตามตัวของมันและครางออกมาท่ามกลางความเงียบว่า
“หุบเขากอกอส... คงเป็นโชคชะตาสินะที่เราต้องกลับไปที่นั่นอีกครั้งนึง...”
“เมี้ยว...”
เจ้าแมวน้อยส่งเสียงร้องขึ้นเมื่อสัมผัสได้จากน้ำเสียงว่าผู้เป็นนายรู้สึกเช่นไร...
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ซาโรชี... ชั้นลืมเรื่องพวกนั้นไปหมดแล้วละ...”
“เมี้ยว~*”
เจ้าแมวน้อยเอาหัวของมันคลอเคลียไปตามพวกแก้มนวลของเด็กสาวก่อนที่เธอจะวางน้ำชาของตนลงกับโต๊ะและลุกขึ้นไปสวมชุดคลุมตัวเก่งของตน ก่อนที่ ซาโรชี จะรีบกระโดดขึ้นไปเกาะไหล่เธออย่างรวดเร็ว...
“เอาหละ... ซาโรชี จ๊ะ เราไปเที่ยวข้างนอกกันดีกว่านะ”
“เมี๊ยว~♥”
เจ้าแมวน้อยร้องรับคำเสียงใสก่อนที่ แองเจลิน่า จะเปิดประตูมิติซึ่งนำไปสู่ หุบเขากอกอส ขึ้นมาเบื้องหน้า...
“เอาล่ะ... ไหนๆแล้วก็แวะไปไหว้หลุมศพของ เซลิน่า สักหน่อยดีกว่านะ...”
“เมี้ยว~*”
นั่นคือประโยคสุดท้ายที่เธอพูดขึ้นก่อนที่ร่างของเธอจะก้าวผ่านประตูมิตีสีดำนั้นเข้าไป...
[ ฟู่วววว... ]
[ ….. ]
หลังจากที่ประตูมิตินั้นปิดลง ความเงียบจึงกลับมาเยือน Nightmare Hall แห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง... ก่อนที่วัตถุบางอย่างจะตกลงมาจากโต๊ะภายในห้อง...
[ ตุบๆ... พั่บๆๆๆ... ]
ไดอารี่สีม่วงเล่มเล็กตกลงสู่พื้นและเปิดกางออกสักพัก ก่อนจะไปจะไปหยุดอยู่ ณ หน้าหนึ่งของหนังสือ...
[ วันที่ XX เดือน XX ปี XXXX ท้องฟ้ามืดครึ้ม...
วันนี้เป็นวันที่ชั้นมีความสุขที่สุดในชีวิต... เพราะพ่อกับแม่ที่แสนน่ารำคาญที่วันๆเอาแต่บอกว่า “เซลิน่า ดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้” ต่างถูกชั้นสังหารจนสิ้นไปตั้งแต่สามวันก่อน... อีกทั้ง เซลิน่า และ สามีภรรยาตระกูล บิลเซมเบิร์ก ต่างก็ต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของชั้นเช่นกัน... พลังแห่งความมืดของชั้นนั้นยอดเยี่ยมเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจได้!!!
พลังในการใช้ความมืดควบคุมบงการผู้อื่นของชั้นนั้นทัดเทียมกับราชินีคาเซ่อาเซ่ ทำให้นางสนใจในตัวชั้นและรับชั้นเข้ามาเป็นสมาชิกของ NG… ชั้นไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ชั้นทำลงไปแม้แต่น้อย เพราะชั้นมีความมืดและ ซาโรชี คอยอยู่เป็นเพื่อนชั้นตลอดเวลา... แต่พอมานึกว่า เซลิน่า... ยัยเด็กที่น่าสมเพชนั่นได้จบชีวิตลงในคมเขี้ยวของเหล่า กอกอส แล้ว... มันก็ทำให้ชั้นรู้สึกหฤหรรษ์ขึ้นมาอย่างสุดกลั้น...
หวังว่าเนื้อของพวกเธอคงจะถูกปากพวกกอกอสนะ เซลิน่า... เพราะชั้นนี่แหละคือผู้บงการให้เหล่า กอกอส โจมตีคณะสำรวจของพวกเธอเพื่อให้พวกมันได้ลิ้มรสชาติของจอมเวทย์สายน้ำแข็งอันสูงส่งของพวกเธอยังไงล่ะ...
ช่างเป็นวันที่น่าจดจำที่สุดในชีวิตจริงๆ!!!
แองเจลิน่า ดาคิลลี่ ]
บันทึกในหน้านั้นบันทึกเอาไว้เพียงเท่านี้... แต่นั่นก็มากพอจะบอกแล้วว่าแท้จริงแล้วพ่อและแม่ของ เซลิน่า ไม่ได้ตายด้วยอุบัติเหตุ แต่เป็นเพราะฝีมือของ แองเจลิน่า ซึ่งตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น ทว่าเด็กสาวกลับรอดชีวิตมาได้ ซึ่งอยู่นอกการคาดหมายของ แองเจลิน่า ซึ่งตั้งใจจะให้เธอตายไปในตอนนั้น...
ทว่าอีกไม่นานนัก... ทั้งสองจะต้องได้พบกันในการต่อสู้อย่างแน่นอน...
-----
เหล่า NG เริ่มเคลื่อนไหวทั้งในทวีป เบอร์มีเซีย และ ซิลเวอร์แลนด์ อย่างเงียบเชียบ โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้...
เรื่องราวการผจญภัยครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว...
Ep.21 ท่าเรือสีเงินถูกจู่โจม!!!
Coming Soon…

#1 By [N]anoha on 2011-03-30 10:00