Ep.24 จิตใจที่ไม่ยอมแพ้ / จิตใจที่เชื่อมั่น

 

 

# Silver Knight Fortress… ป้อมปราการสีเงินฐานที่มั่นของเหล่าอัศวิน ซิลเวอร์ไนท์...

 

 

     ณ ห้องโถงที่ใช้ในการประชุมของเหล่าอัศวิน ซิลเวอร์ไนท์... วิคเตอร์ กำลังทำการเจรจากับ โรมิโอ อย่างเคร่งเครียดเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังที่จะปกป้องอาณาจักรนี้ ทว่าทางฝ่าย โรมิโอ เองก็ไม่ยอมมอบ [ หัวใจแห่งมาร ] อันเป็นแห่งกำเนิดพลังมืดมหาศาล ให้กับอีกฝ่ายได้ง่ายๆเช่นกัน... เว้นเสียแต่ วิคเตอร์ จะยอมทำพันธสัญญามนตรา ซึ่งเป็นสัญญาที่ไม่อาจบิดพลิ้วได้กับเขาเสียก่อน...

 

[ โครม!!! ]

 

“ท่านจะเอาอะไรนักหนาหา วิคเตอร์!!! หากท่านต้องการพลังจากสมบัติลับนี่จริงๆแล้วละก็ ท่านก็ควรยอมทำสัญญามนตราว่าด้วยการยอมเป็นลูกน้องของราชินีของพวกข้าไม่ใช่รึยังไง!!!”

 

     โรมิโอ ทุบโต๊ะอย่างเดือดดาลเมื่อการเจรจาไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ตนมุ่งหวังเอาไว้ เนื่องจาก วิคเตอร์ พยายามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมทำสัญญาเนื่องจากสิ่งที่ตกลงกับ เซโรน่าเอาไว้คือการเป็น “พันธมิตร” ของกันและกันไม่ใช่การ “ยอมเป็นพวก” ตามที่ โรมิโอ ต้องการ... อีกทั้งตัว วิคเตอร์ เองนั้นมีเป้าหมายที่จะชิง [ หัวใจแห่งมาร ] มาจาก โรมิโอ โดยไม่ยอมทำสัญญาอยู่แล้ว ดังนั้นการพยายามบ่ายเบี่ยงให้ถึงที่สุด จึงเป็นทางเลือกที่ชายชราตั้งใจจะทำ...

 

“เย็นเอาไว้ก่อน ท่านโรมิโอ...”

“เย็นงั้นเหรอ? ท่านจะให้ข้าเย็นได้ยังไง ในเมื่อท่านยืนกรานว่าท่านต้องการ [ หัวใจแห่งมาร ] แต่ท่านจะไม่ยอมทำสัญญามนตรากับข้าแบบนี้... ท่านคิดจะเอาผลประโยชน์จากพวกข้าเพียงฝ่ายเดียวหรืออย่างไร!?!”

 

     ชายแก่ทำท่าทีสบายๆในขณะที่ โรมิโอ แสดงความเดือดดาลออกมาจาถึงขีดสุดจน วิคเตอร์ ได้แต่แอบหัวเราะอยู่ภายในใจ และอดคิดไม่ได้ว่า...

 

( หึๆๆ... แบบนี้ข้าก็ชนะเจ้าไปกว่าครึ่งแล้วละเด็กน้อย... การควบคุมอารมณ์ของเจ้ายังอ่อนนักเจ้าหนุ่ม... )

 

     จนกระทั่ง โรมิโอ เปิดช่องให้ชายแก่ได้เล่นงานได้ในที่สุดว่า

 

“ถ้าอย่างนั้นท่านต้องการอะไรก็บอกข้ามา!!! เพื่อที่ท่านจะยอมเซ็นสัญญายอมเป็นพวกของข้า!!!”

“ถ้าเช่นนั้นข้าอยากลองพลังของสมบัติชิ้นนั้นจะได้หรือไม่ ถ้ามันมีค่าพอจะให้ข้ายกกองกำลังของข้าให้ละก็บางทีข้าอาจจะลองคิดดูอีกที... แต่ถ้าเจ้าไม่ยอมยกสมบัติชิ้นนั้นให้ข้าดูละก็ เห็นทีเราคงต้องยุติการเจรจาเอาไว้เพียงเท่านี้...”

“.....”

 

     โรมิโอ ทำสีหน้าเคร่งเครียดอยู่พักหนึ่งก่อนที่เขาจะพูดเสียงอ่อยออกมาว่า

 

“ตกลง... ข้ายอมให้ท่านทดสอบพลังของ [ หัวใจแห่งมาร ] ก็ได้... แต่หากท่านเล่นตุกติกละก็ข้าจะไม่ปราณีท่านอย่างแน่นอน วิคเตอร์...”

 

[ หมับ... วิ้ง..ง.ง... ]

 

     อัญมณีสีดำขนาดเท่าฝ่ามือถูก โรมิโอ เรียกออกมาจากช่องว่างของมิติ ก่อนที่มันจะถูกส่งให้กับ วิคเตอร์ อย่างเชื่องช้าท่ามกลางรอยยิ้มกว้างของชายชราที่เอื้อมมือออกไปรับ เพชรเม็ดนั้นอย่างรวดเร็ว พลากคิดในใจว่า

 

( ศึกนี้... ข้าชนะแล้ว!!! )

 

     ... ทว่าหลังจากที่ โรมิโอ ส่ง [ หัวใจแห่งมาร ] ให้กับชายชราแล้ว เขาจึงลอบเบือนหน้าหนีและแสยะยิ้มกว้างยิ่งกว่า วิคเตอร์ ออกมาพลางลอบคิดภายในใจว่า

 

( เจ้านั่นแหละที่เสร็จข้า ตาแก่หน้าโง่... ถ้าเจ้ายอมเสียเปรียบพวกข้าแต่แรกก็คงจะรักษาความเป็น [ มนุษย์ ] ของเจ้าเอาไว้ได้หรอก!!! )

 

[ วิ้ง..ง.ง... ครืนนนนนน!!! ]

[ บรึ้มมมมมม!!! ]

 

     แสงสีดำสาดส่องไปทั่วทั้งห้องประชุมอันเงียบสงบ ก่อนที่การระเบิดจะเกิดขึ้นจนตัวปราสาทสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เรียกความสนใจจากเหล่าอัศวินที่ประจำอยู่ภายในตัวปราสาท รวมไปถึง ชิน ซึ่งกำลังนั่งสมาธิอยู่ภายในห้องฝึกอีกด้วย...

 

“วิคเตอร์!!!”

 

     ชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงตะโกนขึ้นมา ก่อนที่ร่างของเขาจะรีบมุ่งหน้าไปยังห้องประชุมอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วงสหายของตน พร้อมๆกับเหล่าอัศวินอื่นๆที่รีบมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งปลายทางของพวกเขาก็คือห้องโถงที่ วิคเตอร์ ใช้ในการเจรจากับ โรมิโอ นั่นเอง...

 

-----

 

 

# Forest of Angry Ent… ป่าแห่ง เอ้น ที่กราดเกรี้ยว

 

     ณ ใจกลางป่า... นายทหารนาม อินทรีย์ กำลังได้รับการรักษาจากเวทมนตร์และสมุนไพรของ ลูเทเซีย โดยมี เมย์โล้ และ โฮป ยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ๆจนหายเป็นปกติ ก่อนที่เขาจะยันตัวลุกขึ้นโดยมีเด็กสาวเป็นผู้ช่วย...

 

[ โอย... ]

[ อดทนไว้นะคะ... ]

[ ….. ]

 

     นายทหารส่งเสียงครางออกมาเล็กน้อยก่อนที่เขาจะลุกขึ้นนั่ง และพิงต้นไม้แถมนั้นเป็นผลสำเร็จ ก่อนที่เขาจะหันไปสบตากับ เมย์โล้ และ โฮป ที่จ้องมองมาอย่างระแวงตัว...

 

“สบายใจได้... ผมไม่ทำร้ายพวกคุณหรอก...”

 

     นายทหารเอ่ยเสียงเรียบพลางชูมือทั้งสองข้างขึ้นให้เห็นว่าเขาไม่คิดจะสู้จริงๆ...

 

[ ..... ]

[ ..... ]

 

     ความเงียบเข้าครอบคลุมไปทั่วบริเวณอยู่พักหนึ่งท่ามกลางความกระอักกระอ่วนของ ลูเทเซีย ที่ต้องทนกับสายตาเย็นชาของทั้งสาม จนกระทั่ง เมย์โล้ เป็นผู้เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาในที่สุดว่า

 

“คุณเป็นใคร? และมาที่นี่ได้ยังไง?”

“.....”

 

     อินทรีย์ สูดลมหายใจเข้าปอดอยู่พักหนึ่งก่อนจะค่อยๆเล่าเรื่องราวของตนออกมาอย่างเชื่องช้า...

 

“     ชื่อของผมคือ อินทรีย์... รหัสทหารของผมคือ AD13734 ส่วนคนที่พวกคุณต่อสู้เมื่อสักครู่นี้ชื่อ สควอโด้ รหัสทหาร GS18862... พวกเราประจำการณ์อยู่ในหน่วยปฏิบัติการณ์พิเศษ GDS Force ซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติงานทุกรูปแบบตามแต่ที่เบื้องบนจะสั่งลงมา...”

 

 “ส่วนเรื่องที่ผมมาที่นี่ได้ยังไงนั้น... เป็นเพราะภารกิจครั้งล่าสุดที่ผมได้ทำร่วมกับ สควอโด้... หน่วยของผมได้รับคำสั่งให้ไปทำลายเครื่องย้ายมวลสารข้ามมิติซึ่งกองทหารฝ่ายศัตรูกำลังทำการวิจัยแข่งกับกองทัพของผมอยู่ และในตอนที่พวกผมบุกเข้าไปถึงศูนย์วิจังนั้นเอง สควอโด้ ก็เผยตัวว่าเป็นคนทรยศและสังหารคนในหน่วยของผมทิ้งจนเกือบหมด...”

 

 “ถ้าแค่นั้นพวกผมยังไม่มีปัญหาอะไร ทว่า สควอโด้ กลับชิงเทคโนโลยีเคลื่อนย้ายข้ามมิติของฝ่ายเราไปให้กับฝ่ายศัตรูด้วย ทำให้ผมต้องตามไปชิงมันกลับมา ทว่าผมก็ทำไม่สำเร็จ... เครื่องเคลื่อนย้ายข้ามมิติถูกสร้างเสร็จสมบูรณ์ และกองทหารของฝ่ายศัตรูของผมกำลังจะเคลื่อนย้ายข้ามมิติไปทำลายประเทศของผม...”

 

 “เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้วผมจึงตัดสินใจทำลายแผงควบคุมที่ใช้กำหนดทิศทางในช่วงที่ สควอโด้ กำลังประมาทนั้นเอง ทำให้ผมกับเขาถูกดูดเข้าไปในวังวนของมิติพร้อมๆกับกองทหารทั้งหมดของศัตรู...”

 

 “และแล้วในท้ายที่สุด ผมก็มารู้สึกตัวอยู่บนเกาะนี้เมื่อราวๆ 3 วันก่อนและพบว่า สควอโด้ เองก็หลุดมาที่นี่เช่นกัน... ส่วนที่นี่คือที่ไหนประเทศอะไรนั้นผมก็ไม่รู้เช่นกัน... นี่คือทุกสิ่งที่ผมสามารถบอกได้... แค่กๆๆ!!!”

 

     เมื่อกล่าวจบ อินทรีย์ ได้กระอักเลือดออกมาอีกเล็กน้อยทำให้ ลูเทเซีย ต้องรีบค้นยาภายในกระเป๋าและส่งให้นายทหารดื่มอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางอาการตื่นตะลึงของ เมย์โล้ และ โฮป ที่ได้ฟังเรื่องราวของเขาจนจบ ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกออกไปพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวว่า

 

“คิดว่ายังไงครับ คุณเมย์โล้?”

 

     โฮป เปิดฉากถามอีกฝ่ายอย่างเร่งรีบในขณะที่ เมย์โล้ กลับทำท่าครุ่นคิดสักพักก่อนจะตอบกลับมา

 

“ถ้าเรื่องที่เขาว่ามาเป็นเรื่องจริงละก็... เราก็อธิบายได้แล้วว่าอาวุธทรงพลังที่ สควอโด้ ใช้นั่น กับความสามารถในการพรางตัวชั้นเลิศนั้นคือความสามารถจากต่างมิติ ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่เราจะรับมือไม่ถูก...”

“...แปลว่าคุณเชื่อเรื่องที่เขาพูดอย่างนั้นเหรอครับ?”

“ก็ไม่มีเหตุผลให้ไม่เชื่อไม่ใช่เหรอ?”

“.....”

 

     ดูเหมือน โฮป จะยังไม่ไว้วางใจ อินทรีย์ มากเท่าใดนักในระหว่างที่ เมย์โล้ ทำท่าจะยอมรับเรื่องราวของอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย และเดินกลับไปอธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับโลกนี้ให้นายทหารฟัง ทว่าชายหนุ่มกลับยังคงระแวงและพูดกับตัวเองอยู่เงียบๆว่า

 

“เชื่อใจคนที่ยังไม่รู้จักกันดีง่ายไปแล้ว... ถ้าทั้งหมดเป็นเพียงละครที่พวกเขาแสดงขึ้นมาล่ะ... ถ้าเรื่องที่เล่ามาเป็นเรื่องโกหกล่ะ... และที่ร้ายที่สุด... เขาอาจจะเป็นต้นเหตุของเรื่องในครั้งนี้ก็ได้ใครจะรู้...”

 

     โฮป ได้แต่ถกเถียงกับความคิดของตนเองไปเรื่อยๆ ในขณะที่ เมย์โล้ และ ลูเทเซีย กำลังสร้างความคุ้นเคยกับ อินทรีย์ อย่างถูกคอ... ทำให้ชายหนุ่มยิ่งหัวเสียจัดและถกเถียงกับตัวเองต่อไปเงียบๆ...

 

 

-----

 

 

# Silver Harbor… ท่าเรือสีเงิน แห่งอาณาจักรซิลเวอร์แลนด์...

 

     ณ ใจกลางเมือง ไม่ห่างจากจุดที่เหล่าอัศวิน ซิลเวอร์ไนท์ และ เหล่าชาวเมืองอพยพมาเพื่อหลบภัยมากนัก เซบาสเตียน และ สโนว กำลังพยายามหลบหนีจาก เฮแซด ที่กำลังตามไล่ล่าพวกเขาอยู่เนื่องจากฝีมือที่ห่างชั้นกันมากเกินไปพวกกับ สโนว ที่บาดเจ็บจากการปะทะเมื่อสักครู่ ทำให้ทั้งคู่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการหนีเท่านั้น

 

[ แกร๊ก... ปัง... ]

[ แฮ่กๆๆ... ]

 

     ร่างสูงในชุดพ่อบ้านรีบปิดประตูบ้านลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะค่อยๆวางร่างอันไร้สติของผู้เป็นนายลงบนเตียงหนานุ่ม พลางจ้องมองดูอาการของเธอด้วยแววตาเป็นห่วง...

 

[ มิ้ว~* T^T ]

[ … กรอด!!! ]

 

     ใบหน้าเปื้อนน้ำตาของ สโนวฟอล ทำให้ผู้เป็นพ่อบ้านกัดฟันด้วยความข้นแค้นพลางกุมมือของผู้เป็นนายเอาไว้อย่างเบามือ พลางพึมพำออกมาเบาๆว่า

 

“ไม่เป็นอะไรครับคุณหนู... คุณต้องไม่เป็นอะไร...”

“งื้อ~ …”

 

     สโนว ครางออกมาด้วยความเจ็บปวดพลางส่ายหน้าไปมาช้าๆ ยิ่งทำให้ความแค้นของ เซบาสเตียน พุ่งทะยานมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่การดูแลเจ้านายของเขาในตอนนี้สำคัญยิ่งกว่าการแก้แค้น... เขาจึงล้วงมือเข้าไปหยิบตัวยาที่ โรมิโอ ฝากกับเขาเอาไว้เมื่อครั้งดูแลอาการบาดเจ็บของ เซโรน่า ขึ้นมา

 

“หวังว่ายาของท่าน โรมิโอ จะใช้ได้ผลนะ...”

 

[ ปึด... ]

 

     เชือกเส้นบางที่ใช้มัดปากถุง ถูกคลายออกอย่างรวดเร็วก่อนที่ตัวยาจะถูกเขย่าออกมาจากถุงเป็นจำนวน 2 เม็ดด้วยกัน

 

“คุณหนูครับ... อดทนกินยานี่ลงไปสักหน่อยนะครับ...”

“แง้ง...”

 

     สโนวฟอล ทำท่าทางอิดออดออกมาเมื่อได้กลิ่นขมๆของเม็ดยาสีดำ ทว่าในที่สุดเธอก็ไม่อาจทัดทานสายตาอ้อนวอนของ เซบาสเตียน ที่จ้องมายังเธอได้และรับยาไปกินในท้ายที่สุด...

 

[ อึกๆ... ]

[ … ]

 

     ตัวยาถูกโยนใส่ปากและกลืนลงคอไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตา ของ เซบาสเตียน ที่จ้องมองอยู่ ก่อนที่เธอจะร้องไห้พลางร้องออกมาเสียงอู้อี้...

 

“ขม.... ง้า~* TxT!!!”

“อดทนสักนิดเถอะครับคุณหนู...”

 

     ทว่า ก่อนที่ เซบาสเตียน จะทันมีเวลาปลอบ สโนว มากกว่านั้นน่ะเอง...

 

[ เปรี้ยง!!! ]

[ เปรี๊ยะๆๆๆ...  ]

[ ครืนนนน... ]

 

     เสียงบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียงพังทลายเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า เฮแซด กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้...

 

( ... คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วสินะ... )

 

     เซบาสเตียน ครุ่นคิดจนคิ้วขมวดก่อนที่เขาจะค่อยๆยันกายลุกขึ้นท่ามกลางสายตาของ สโนว ที่จ้องมองมา ก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มกว้างพลางโค้งคำนับให้กับเธออย่างนอบน้อมจนเด็กสาวแปลกใจกับการกระทำของชายหนุ่ม

 

“ขออภัยด้วยนะครับคุณหนู...”

“มิ้ว~?”

 

     เด็กสาวขึ้นเสียงสูงกับประโยคที่ไม่คาดฝันของชายหนุ่ม ก่อนที่หยาดน้ำใสๆจะคลอที่เบ้าตากลมโตของเธออย่างรวดเร็ว

 

“พ่อบ้าน... จะทิ้งเค้าไปไหนเหรองิ๊ว...”

 

     ผ้าห่มผืนบางบนเตียงเปื้อนเป็นดวงด้วยหยาดน้ำตาของเด็กสาว ก่อนที่ผ้าเช็ดหน้าสีขาวของชายหนุ่มจะเช็ดของตาของเธออย่างอ่อนโยนพลางพูดเสียงแผ่ว

 

“ผมไม่ได้ทิ้งคุณหนูหรอกครับ... แต่ผมจะปกป้องคุณหนูต่างหาก...”

“... พ่อบ้านจะไปสู้คนเดียวเหรอ... ไม่ได้น้า~!!! เราสองคนยังไม่ชนะเลยแล้วพ่อบ้านคนเดียวจะไปชนะได้ยังไง!?!”

 

[ ปึ๊ก... ]

[ มะ... มิ้ว. ว.. ว... ]

[ ตุบ... ]

 

     สันมือของชายหนุ่มฟาดลงบนต้นคอของเด็กสาวอย่างแม่นยำ ส่งผลให้สติของเธอหลุดลอยไปจากร่างท่ามกลางวงแขนบางที่รอรับร่างของเธออยู่ก่อนแล้ว

 

“ถ้าคุณหนูหมดสติอยู่มันจะต้องจับพลังเวทมนตร์ของคุณหนูไม่ได้แน่นอนครับ... ดังนั้นคุณหนูจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน...”

 

[ พรึ่บๆ... ]

 

     ร่างบางของเด็กสาวถูกจับนอนลงบนเตียงหนา ก่อนที่ผ้าห่มผืนบางจะถูกยกขึ้นห่มร่างของเธอเอาไว้จนถึงต้นคออย่างแผ่วเบาก่อนที่ผู้เป็นพ่อบ้านจะเอ่ยเสียงนุ่มต่อไป

 

“ผมรู้ดีว่าไม่แน่ใจว่าจะเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งขนาดนั้นได้หรือไม่... แต่ผมไม่อาจปล่อยให้คุณหนูต้องไปเสี่ยงอันตรายด้วยได้อย่างแน่นอน...”

 

[ เปรี้ยง!!! ครืนนนน... ]

[ กึกๆ... ]

 

     เสียงบ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงถูกพังทลายดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ชายหนุ่มรีบยันกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว...

 

“ผมมีความสุขมากที่คุณหนูช่วยผมออกมาจากคุกร้างใต้ดิน... ทุกๆวันที่ได้รับใช้คุณหนูและทุกๆคนเป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขมาก... ถ้าทำได้... ผมก็อยากจะกลับไปกับคุณหนู... กลับไปอยู่พร้อมหน้ากับทุกๆคน...”

 

[ ครืนนนนน!!! ]

 

     เสียงนั้นใกล้เข้ามามากจนเขาไม่อาจเสียเวลาเพิ่มได้อีกแล้ว...

 

“คุณหนูครับ..... ลาก่อนนะขอรับ...”

 

[ แกร๊ก... ปัง... ]

 

     ร่างของ เซบาสเตียน ก้าวออกไปจากบานประตูอย่างแผ่วเบาท่ามกลางหยาดน้ำตาที่ยังคงหลั่งรินของ สโนวฟอล...

 

“พ่อบ้าน...”

 

     เด็กสาวส่งเสียงครางออกมาเบาๆก่อนที่การต่อสู้ภายนอกจะเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง…

 

[ เปรี้ยงๆ!!! ]

[ ครืนนนนน... ]

 

     พื้นดินโดยรอบสั่นสะเทือนจากการปะทะกันระหว่าง เซบาสเตียน ซึ่งปลดขีดจำกัดของพลังทั้งหมด กับ เฮแซด นักรบจักรกลจากต่างมิติ ส่งผลให้พื้นดินรวมไปถึงมวลอากาศโดยรอบส่งเสียงครวญครางประท้วงต่อพลังอันมหาศาลของทั้งสองฝ่าย...

 

( ต่อให้ต้องตาย... ผมก็จะปกป้องคุณครับคุณหนู!!! )

 

-----

 

 

     ณ โซนทิศเหนือของเมือง ซึ่งบัดนี้ไม่เหลือผู้คนสัญจรไปไหนมาไหนอีกแล้วนั้น กำลังเกิดการต่อสู้... ไม่สิ... เหมือนเป็นหารรุกไล่อยู่ฝ่ายเดียวของชายหนุ่มกับเด็กชายคู่หนึ่งอยู่...

 

[ เปรี้ยงๆๆ!!! โครม!!! ]

[ อ๊ากกกก!!! ]

 

     ร่างเล็กๆของเด็กชายปลิวกระเด็นขึ้นไปในอากาศหลังจากการปะทะกับคมดาบขนาดยักษ์และเพลงดาบชั้นยอดของชายหนุ่มซึ่งกำลังวิ่งไล่ตามเขามาอย่างไม่ลดละ

 

[ กรอด!!! ]

[ กึก!!! ]

 

     เด็กหนุ่มกัดฟันยันฝ่าเท้าเข้ากับกำแพงบ้านหลังหนึ่งและดีดตัวกลับมาหาชายหนุ่มเพื่อโจมตีกลับ ท่ามกลางรอยยิ้มของอีกฝ่ายซึ่งกำลังสนุกสนานกับการต่อสู้เบื้องหน้า

 

[ Meteor Fall!!! ]

 

     เด็กชายสร้างวงแหวนเวทย์เรียกอุกกาบาตสีแดงเพลิงตกลงมาใส่ชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ทว่าสิ่งนั้นกลับไม่ทำให้ชายหนุ่มหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย และยิ่งทำให้รอยยิ้มของเขาฉีกกว้างขึ้นอีกด้วยซ้ำ

 

[ Proluvies Eruption!!! ]

[ ซู่วๆๆ... ]

 

     คลื่นน้ำที่เกิดจากมนตราถูกชายหนุ่มซัดสวนใส่อุกกาบาตเพลิงอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงก้อนหินขนาดยักษ์ที่กำลังตกลงมาเท่านั้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะร่ายรำเพลงดาบจู่โจมซ้ำในทันที

 

[ Swords Dances!!! ]

[ เปรี้ยงๆๆๆ... เปรี้ยง!!! ]

[ เปรี๊ยะ... โครม!!! ]

 

     อุกกาบาตขนาดใหญ่ถูกชายหนุ่มทำลายจนกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยและกระเด็นเข้าหาเด็กชายอย่างรวดเร็วจนทำให้เขาลนลานไปไม่น้อย เนื่องจากเขามั่นใจพอสมควรว่าเวทมนตร์บทนี้จะสามารถต้านทานอีกฝ่ายได้สักเล็กน้อย

 

[ หนอยแน่!!! ]

[Rune Sword!!! ]

[ เปรี้ยง!!! ]

 

     คลื่นพลังจากใบดาบถูกซัดออกไปเพื่อเบี่ยงเส้นทางของเศษหินที่กำลังพุ่งเข้าใส่ ทว่าเด็กชายก็ต้องเบิกตาค้างอีกครั้งหนึ่งเมื่อร่างของ อัล ปรากฏอยู่เบื้องหน้าตนในระยะประชิด

 

“ช้าไปแล้วไอหนู!!!”

“เหวออออ!!!”

 

[ เปรี้ยง!!! ]

[ โครม!!! ]

[ อ๊ากกกกก!!! ]

 

     โรอิ ถูกใบดาบของ อัล ฟาดใส่จนร่างของเขาปลิวลงไปกระแทกพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของเด็กชายที่พยายามยันกายลุกขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันที่คละคลุ้ง ก่อนที่ร่างของ อัล จะพุ่งลงไปโจมตีเด็กชายซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

 

[ โครม!!! ]

[ อ๊อก!!! ]

 

     แรงกระแทกจากการพุ่งลงไปบนพื้นของ อัล ส่งผลให้กลุ่มควันถูกแรงลมพัดหายไปจนมองเห็นสภาพความเป็นไปของทั้งคู่อย่างชัดเจน

 

“กรอด...”

“เอ้าๆ... ถ้าอยากรอดก็ดิ้นรนเข้าไปสิไอ้หนู...”

“บ้า... เอ๊ย!!!”

 

     ภาพที่ปรากฏให้เห็นนั้นคือสภาพของ โรอิ ที่ถูก อัล เหยียบต้นคอและข้อมือข้างที่ถือดาบของเด็กชายเอาไว้ ส่งผลให้ โรอิ ต้องพยายามดันเท้าของ อัล ออกไปจากคอของตนอย่างยากลำบากและไม่สามารถขัดขืนใดๆได้อีก...

 

[ เฮอะ... ]

[ ผัวะ!!! เคร๊งๆ... ]

 

     ดาบในมือของ โรอิ ถูก อัล เตะจนกระเด็นหลุดมือออกไปไกลพอสมควร ก่อนที่ชายหนุ่มจะยกเท้าของตนออกจากต้นคอของเด็กชาย พลางใช้มือจิกเส้นผมของอีกฝ่ายขึ้นมาจ้องหน้าอย่างหยามเหยียด...

 

“ไอ้หนู... การคิดสู้กับข้านับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่แกควรจะประเมินฝีมือของแกหน่อยนะว่ามีปัญญาเอาชนะข้าหรือเปล่า...”

“.....”

 

     โรอิ จ้องมอง อัล อย่างอาฆาตแค้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะเริ่มพูดต่อไปว่า

 

“ไอ้การคิดสู้เพื่อเพื่อนของแกน่ะน่าชื่นชมก็จริง... แต่ถ้าแกตายไปจะเหลืออะไรให้ทำอีกล่ะหา? อีกอย่าง...”

 

[ Final Impact!!! ]

[ เปรี๊ยะๆๆๆ!!! ]

[ ….. ]

 

     ข่ายมนตราถูกสร้างขึ้นใต้ร่างของ โรอิ และชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ซึ่งวงเวทย์นี้สามารถตรึงร่างกายของชายหนุ่มไม่ให้เคลื่อนไหวได้ดั่งใจ ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ได้แสดงท่าทีตื่นกลัวออกมาแม้แต่น้อย และหัวเราะออกมาเบาๆ...

 

“ใจสู้ดีนี่ไอหนู... แต่ขอบอกว่าเสียเวลาเปล่าว่ะ...”

 

[ Seven Sword Mode… ]

[ เคร๊ง!!! ]

[ ฉึกๆๆๆๆ... ]

[ วูบ... ]

 

     ดาบของชายหนุ่มแตกตัวออกเป็นดาบ 7 เล่มและปักอยู่รอบร่างกายของทั้งสอง ส่งผลให้ข่ายมนตร์บนพื้นถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย...

 

[ ย๊ากกกก!!! ]

[ .....เฮ้ย!?! ]

[ โครม!!! ]

 

     เด็กหนุ่มอาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มเผลอ กระชากมือของตนออกมาจากฝ่าเท่าของอีกฝ่ายส่งผลให้ อัล เสียหลักและเกือบทรุดกายลงกับพื้น ทว่านั่นก็มีเวลามากพอจะทำให้ โรอิ วิ่งกลับไปคว้าดาบของตนเองได้อีกครั้งหนึ่ง

 

[ หมับ!!! ]

[ ตุบๆๆ... ]

[ เคร๊งๆๆๆ!!! ]

 

     ตัวดาบกลับเข้าไปอยู่ในมือของ โรอิ อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่เด็กชายจะต้องรีบกลิ้งตัวหนีคมดาบที่ถูก อัล เขวี้ยงไล่หลังเขามาติดๆ และตามมาด้วยร่างสูงที่ฉีกยิ้มกับความพยายามของเด็กหนุ่ม

 

“ดีมาก!!! ดิ้นรนให้ถึงที่สุดนั่นแหละ เวลาตายไปจะได้ไม่ต้องเสียใจทีหลัง!!!”

“ผมจะไม่ตาย!!! ผมจะล้มคุณและช่วย ไรเซน กลับไปให้ได้!!!”

“มีปัญญาก็ทำให้ได้สิไอ้หนู!!!”

“ไม่ต้องท้าหรอก!!!”

 

[ ฟุ่บ!!! ]

 

     คมดาบบางของเด็กหนุ่มถูกวาดเป็นสัญลักษณ์มนตราในอากาศ ในขณะที่ชายหนุ่มเองก็รีดเร้นพลังเวทย์เข้าไปภายในตัวดาบของตนเช่นกัน

 

[ Holy Bless!!! ]

[ วู้มมม... ]

 

     โรอิ แทงดาบของตนเข้าไปภายในวงเวทย์ ส่งผลให้ตัวดาบถูกเคลือบด้วยออร่าสีฟ้าอ่อนๆ ซึ่งช่วยเพิ่มพลังโจมตีและรักษาบาดแผลของตนเองเล็กน้อย...

 

[ Velox Strike!!! ]

 

     ทว่า อัล กลับไม่รีรอให้ โรอิ ทำอะไรไปมากกว่านั้นและพุ่งตัวเข้าจู่โจมในทันที ส่งผลให้เด็กหนุ่มต้องรีบพุ่งเข้าปะทะกับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

[ Final Impact!!! ]

[ วุ้มมม!!! ]

 

     วงเวทย์ถูกสร้างขึ้นเพื่อชะลอการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง ทว่า...

 

[ เปรี้ยงๆ!!! ]

 

     วงเวทย์ถูกดาบในมือของชายหนุ่มทำลายลงอย่างรวดเร็ว ในจังหวะเดียวกันนั้นเองที่ โรอิ เข้าประชิดตัวและตั้งใจตัดสินกับอัลภายในการโจมตีครั้งนี้ให้จงได้

 

[ ย๊ากๆๆๆๆๆๆ!!! ]

[ โอ๊วววววว~!!! ]

[ เคร๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!! ]

 

     ทั้งสองต่างร่ายรำเพลงดาบใส่กันด้วยความเร็วสูง พลางกู่ร้องออกมาอย่างสุดเสียงเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับตน ก่อนที่ โรอิ จะมองเห็นช่องว่างในการโจมตีของชายหนุ่มและไม่รีรอให้โอกาสนั้นหลุดลอยไป

 

[ ฮ่าห์!!! ]

[ เคร๊งงงง!!! ]

 

     ดาบภายในมือซ้ายของ อัล ถูกดาบของ โรอิ งัดขึ้นฟ้าจนหลุดออกจากมือไป ทว่าเด็กหนุ่มกลับไม่รอช้าและเล็งจู่โจมใส่ดาบที่เหลือในมือของชายหนุ่มในทันที

 

[ ย๊ากกกก!!! ]

[ วูบ... เปรี้ยง!!! ]

 

     คลื่นพลังถูกซัดออกมาจากดาบของเด็กชายและพุ่งเข้าใส่ร่างของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ อัล ต้องรีบยกดาบในมือขึ้นมาป้องกันตนเองและทำให้ตัวดาบกระเด็นหลุดมือไปในที่สุด

 

“เสร็จชั้นละ!!!”

 

     เด็กหนุ่มพุ่งเข้าหาหมายจะสังหารชายหนุ่มลงด้วยแรงโทสะ ทว่านั่นกลับเป็นความคิดที่ผิด...

 

[ พล่อก!!! ]

[ อ่อก!?! ]

 

     กำปั้นของ อัล พุ่งเข้าใส่ใบหน้าของเด็กชายอย่างแม่นยำและตรงเป้าส่งผลให้ โรอิ เซถอยหลังกลับไปเล็กน้อย ก่อนที่ชายหนุ่มจะตรงเข้าเสยหมัดใส่คางของเด็กชายอีกครั้งหนึ่ง จนทำให้ โรอิ ล้มลงไปนอนแผ่หมดสภาพกับพื้นในที่สุด...

 

“ฮู่ว...”

 

     อัล ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะเมื่อสักครู่นี้เขาเองก็หวั่นๆอยู่ว่าจะถูกเด็กตรงหน้านี้สังหารลงเสียแล้ว...

 

“เพลงดาบของนายจัดว่าเข้าขั้นไอหนู... แต่นายประมาทไปหน่อยตรงที่คิดว่าชั้นจะสู้ไม่เป็นถ้าไม่มีดาบ...”

“บ้า... ที่สุด...”

 

     โรอิ ส่งเสียงครางออกมาอย่างสุดกลั้น... ในขณะที่ อัล เดินไปหยิบดาบเล่มที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดกลับมา และเดินมาหยุดอยู่ข้างๆร่างของ โรอิ อย่างรวดเร็ว...

 

“เสียใจด้วยไอหนู... ได้เวลาจากกันแล้ว...”

 

[ วูบ... ]

 

     ดาบทั้งสองเล่มในมือถูกชูสูงขึ้นเหนือหัว ท่ามกลางแววตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำใสของเด็กชาย...

 

“มีอะไรจะสั่งเสียมั้ย?”

 

     ชายหนุ่มมอบความเมตตาให้กับอีกฝ่ายด้วยการให้เด็กหนุ่มได้พูดสิ่งที่ค้างคาเอาไว้ก่อนตาย ก่อนที่เด็กชายจะค่อยๆส่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา

 

“แค่กๆๆ... จะฆ่าก็รีบๆทำไปเถอะ... เสียเวลา... ว่ะ...”

“..... งั้นก็ตายซะเถอะ!!!”

 

[ เปรี้ยงงงง!!! ]

[ ฉูดดด... ]

 

     แววตาของ โรอิ เบิกกว้างอย่างเต็มที่เมื่อหยาดเลือดสาดกระเซ็นไปในอากาศอีกครั้ง... เพราะภาพตรงหน้านี้ช่างเหมือนกับเหตุการณ์เดิมฉายซ้ำอีกครั้งหนึ่งอย่างไม่ผิดเพี้ยน...

 

“เซน!!!”

“แฮ่กๆ... ขอโทษที่ปล่อยให้รอนะ... โรอิ...”

 

[ แหมะๆๆ... ]

 

     หยดเลือดของชายหนุ่มหลั่งรินลงบนพื้นหินอ่อนของเมืองท่าสีเงินอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางไฟโทสะที่ลุกโชนอย่างรุนแรงของชายหนุ่ม...

 

“แก... กล้ามากเลยนะที่มาขัดจังหวะข้าถึงสองครั้งสองคราเนี่ย!!!”

 

     ใบหูและหางของชายหนุ่มชี้ตั้งอย่างกราดเกรี้ยวในขณะที่ ไรเซน รีบพยุงร่างของ โรอิ เดินห่างออกไปเล็กน้อย

 

“พวกผมเพียงลำพังอาจจะอ่อนแอนะครับ... แต่ถ้าเราร่วมมือกันละก็เราต้องล้มคุณลงได้อย่างแน่นอน!!!”

“เซน...”

 

     ไรเซน ตะโกนตอบใส่ อัล ท่ามกลางเสียงครางอย่างปลาบปลื้มของ โรอิ ที่เห็นเพื่อนของตนแสดงความกล้าหาญออกมา

 

“ก็ดี... งั้นมาดูซิว่าไอเด็กอ่อนแออย่างพวกแกสองตัวจะมีปัญญาเอาชนะชั้นได้มั้ย!!!”

 

     ทว่า ไรเซน กลับไม่ปล่อยให้ อัล ได้มีโอกาสจู่โจมก่อน และชิงลงมือโจมตีในทันที

 

[ Mithirl Strom!!! ]

[ เฮ้ย!!! ]

 

     ค้อนในมือของ ไรเซน ขยายขนาดใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่าก่อนที่วงค้อนจะถูกเหวี่ยงฟาดลงมาใส่ร่างของ ชายหนุ่ม อย่างรวดเร็วจน อัล ไม่สามารถเคลื่อนกายหลบได้ทันและประสานดาบเตรียมตั้งรับในทันที

 

[ เปรี้ยงงง!!! ]

[ กร๊อบๆๆ... ]

[ อ๊ากกกก!!! ]

 

     พื้นใต้ฝ่าเท้าของชายหนุ่มแตกร้าวเป็นใยแมงมุมออกไปเป็นวงกว้าง ในขณะที่กระดูกทั่วร่างของชายหนุ่มส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะเนื่องจากแรงกดอันมหาศาลจากน้ำหนักของค้อนขนาดยักษ์

 

[ ตึง!!! ]

 

     ร่างของ อัล ทรุดกายลงกับพื้นอย่างรุนแรงและใช้ดาบทั้งสองเล่มยันพื้นเอาไว้ไม่ให้ล้ม ส่งผลให้ โรอิ และ ไรเซน มีช่องว่างวิ่งหนีออกไปได้...

 

“ทางนี้ โรอิ!!!”

“อืม!!!”

 

[ ตึกๆๆๆ... ]

 

     เสียงฝีเท้าของทั้งคู่ที่ค่อยๆจางหายไปนั้นยิ่งกระตุ้นอารมณ์โกรธของ อัล ให้พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ก่อนที่เขาจะรีดเร้นพลังเวทย์เพื่อรักษาบาดแผลอย่างรวดเร็ว

 

[ Aqua Regeneration!!! ]

[ ซ่าๆๆๆ... ]

 

     คลื่นน้ำค่อยๆวนรอบร่างกายของชายหนุ่มอย่างเชื่องช้า ก่อนที่บาดแผลตามร่างกายของเขาจะทุเลาลงช้าๆ ก่อนที่ อัล จะยันกายยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว...

 

“อย่านึกว่าจะหนีรอดไปได้นะโว้ย!!! ข้าจะตามล่าพวกแกจนถึงที่สุดเลยคอยดู!!!”

 

     อัล กู่ร้องขึ้นฟ้าก่อนที่เขาจะรีบออกตามหา โรอิ กับ ไรเซน ต่ออย่างรวดเร็ว

 

.....

 

 

     ห่างออกไปไม่ไกลนัก โรอิ และ ไรเซน กำลังหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการวิ่งหนี อัล ที่กำลังบาดเจ็บเพื่อมาวางแผนอีกครั้งหนึ่ง...

 

[ เปรี้ยงงง!!! ]

[ Seven Sword Mode!!! ]

[ ฉึกๆๆๆๆ... ]

 

     ทันทีที่ทั้งคู่วางแผนเสร็จนั้นเองที่ อัล พังกำแพงออกมาพร้อมทั้งเรียกใช้โหมด [ 7 ศาสตรา ] ในขณะที่ ไรเซน รีบดำเนินการตามแผนของตนในทันที

 

[ Upgrade… Upgrade!.. Upgrade!!! ]

[ แป๊ง... แป๊ง!.. แป๊ง!!! ]

 

     ดาบในมือ รวมไปถึงชุดและรองเท้าของ โรอิ ถูกเสริมพลังด้วยค้อนของ ไรเซน จนเปล่งแสงสีขาวเรืองรองออกมาท่ามกลางรอยยิ้มของ อัล ที่ดีใจกับการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

“ดี… ดีมาก!!! ทุ่มพลังทั้งหมดเข้ามาเลย ชั้นจะได้บดขยี้พักแกด้วยพลังทั้งหมดเช่นกัน!!!”

 

     ทว่า ไรเซน และ โรอิ กลับทำท่าทีเมินเฉยต่อคำพูดของ อัล และยังคงตั้งหน้าตั้งตาเสริมพลังต่อไปอย่างไม่ลดละ

 

[ Creative Charge!!! ]

[ เปรี้ยงงง!!! ]

 

     ตัวดาบของ โรอิ เปล่งประกานคมกล้ายิ้งกว่าที่เคยจนสัมผัสได้ด้วยตาเปล่า ในขณะที่ อัล เตรียมเรียกใช้ท่าไม้ตายสูงสุดของตนเพื่อจัดการกับเด็กชายทั้งสอง

 

“อนันต์ศาส...”

“ฝันไปก่อนเถอะ!!!”

 

[ Mithirl Strom!!! ]

[ ตึงงงง!!! ]

[ เปรี๊ยๆๆๆ... ]

[ …..!?! ]

 

     พื้นถนนแตกร้าวเป็นทางยาว ส่งผลให้ชายหนุ่มเสียหลักจนเซไปมา นอกจากนั้นยังทำให้ดาบทั้ง 5 เล่มของ อัล ที่ปักอยู่บนพื้นล้มลงไปนอนราบอยู่บนพื้นอีกด้วย...

 

[ แย่แล้ว!!! ]

 

     ชายหนุ่มร้องเสียงหลงออกมาเมื่อท่าไม้ตายของตนถูกทำลายลงเสียแล้ว ทว่า โรอิ ไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดมือและพุ่งเข้าหา อัล ที่กำลังเสียหลักในทันที

 

[ ย๊ากกกกก!!! ]

[ เวรรรรรร~!!!!! ]

 

     ทั้งสองต่างกู่ร้องออกมาด้วยเสียงอันดัง ทว่าความรู้สึกที่แฝงในน้ำเสียงนั้นช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

 

[ Buster Mode!!! ]

[ เคร๊งๆๆๆ!!! ]

 

     อัล รีบเรียกดาบของตนกลับมาประกอบกันอีกครั้งเพื่อใช้แทนโล่ป้องกันกายก่อนที่ โรอิ จะเรียกใช้ท่าไม้ตายของตนเพื่อเผด็จศึกในครั้งนี้

 

“ทวิเพลงดาบร่ายรำ!!!”

 

[ Double Strike!!! ]

[ ฉึกๆๆๆๆๆๆๆ... บรึ้มมมมม!!! ]

[ อุ๊บบบบบ!!! ]

 

     เกิดคมดาบมนตราจำนวนมากขึ้นมารอบๆร่างของ โรอิ และ อัล ก่อนที่คมดาบทั้งหมดจะพุ่งลงปักรอบๆร่างของชายหนุ่มและระเบิดออกอย่างรุนแรงท่ามกลางสายตาของ โรอิ และ ไรเซน ที่เฝ้าดูอยู่อย่างตื่นเต้น

 

[ ครืนนนน... ]

 

     ฝุ่นควันคละคลุ้งจากแรงระเบิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ร่างของ อัล จะค่อยๆปรากฏสู่สายตาของทั้งคู่อีกครั้งหนึ่ง

 

“หึๆๆๆ... ฮ่าๆๆๆๆๆๆ!!!”

“เหวออออ!!!”

 

     ชายหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งก่อนที่ทั้งคู่จะโผเข้ากอดกันด้วยความหวาดกลัว เนื่องจากทั้งคู่ไม่เหลือพลังที่จะสู้ต่ออีกแล้ว...

 

[ ตึง!!! ]

[ เฮือก!!! ]

 

     คมดาบของ อัล ถูกปักลงบนพื้นอย่างรุนแรงจนทำให้ทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่ชายหนุ่มจะเปิดปากพูดขึ้นว่า

 

“ถ้าจะทำก็ทำกันได้นี่นา? พวกแกสอบผ่านแล้วไอหนู!!!”

“.....หา!?! (*2)”

 

     ทั้งสองคนส่งเสียงร้องออกมาด้วยความสับสนก่อนที่ อัล จะชิงพุดต่อไปว่า

 

“พวกแกยังมีอนาคตอีกไกล... ถ้าพวกแกไม่ย่อท้อและพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆละก็สักวันพวกแกต้องแข็งแกร่งไม่แพ้ชั้นแน่ๆ!!!”

“โอ...”

 

     โรอิ และ ไรเซน สบตาของกันและกันพลางยิ้มให้กันอย่างดีใจ ก่อนที่ อัลจะพูดทิ้งท้ายเอาไว้ว่า

 

“ครั้งนี้ชั้นจะปล่อยพวกแกไป... และหวังว่าครั้งหน้าพวกแกจะเก่งขึ้นกว่านี้นะ…”

“ดะ... ได้เลย!!!”

 

     ทั้งคู่ต่างกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจในขณะที่ อัล กระโดดขึ้นหลังคาบ้านเรือนใกล้ๆและหายตัวไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ โรอิ และ ไรเซน จะถอนตัวออกจากเมืองไปเช่นกัน...

 

 

.....

 

 

     ห่างออกไปจากจุดปะทะเมื่อสักครู่... อัล อานีเดอร์ ได้วิ่งอยู่บนหลังคาบ้านเรือนอย่างรวดเร็วได้สักพักหนึ่งและ...

 

[ โครม!!! ]

[ แหง่ก... ]

 

     ชายหนุ่มล้มตัวลงบนหลังคาบ้านเรือนพลางนอนยิ้มฝืดๆพลางแค่นหัวเราะอย่างเชื่องช้า...

 

“เหอะๆๆๆ... นึกว่าจะไม่รอดซะแล้วตู... ไอหนูพวกนั้นมันทำได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย...”

 

     ... ตามจริงแล้วเมื่อสักครู่นี้ อัล ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะครั้งสุดท้ายกับ โรอิ อย่างรุนแรง จนร่างกายรู้สึกราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ทว่าเขาจะล้มลงต่อหน้าศัตรูไม่ได้ไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงไม่พ้นถูกทั้งสองคนสังหารเป็นแน่แท้ ทำให้ชายหนุ่มต้องฝืนแสร้งทำเป็นสบายดีและรีบผละออกมาอย่างเร็วที่สุดก่อนที่เขาจะฝืนเก็บอาการบาดเจ็บต่อไปไม่ไหว ทำให้เขาสามารถหนีรอดจากทั้งคู่มาได้ในที่สุด...

 

“บ้าเอ้ย... ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาใช้ของแพงๆแบบนี้อีกครั้งที่นี่...”

 

[ ควับๆ... ]

[ อึก... ]

 

     ถุงผ้าสีเทาถูกชายหนุ่มหยิบออกมาจากกระเป๋าคาดเอวอย่างยากลำบาก ก่อนที่เม็ดยาสีเหลืองจะถูกเขย่าออกมาจากถุงและโยนเข้าปากอย่างรวดเร็ว

 

“ฮ่าาา...”

 

     ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาพักหนึ่งก่อนที่สีหน้าของเขาจะค่อยๆดูดีขึ้นมาอย่างรวดเร็ว...

 

“สมเป็นตัวยา [ Elixia ] (เอริคเซีย) จริงๆ... ใช้ได้ผลชงัดเหมือนเดิมไม่มีผิดสมราคาจริงๆนะ...”

 

     ชายหนุ่มค่อยๆยันกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าพลางบิดขี้เกียจในทันที ทว่า...

 

[ กร๊อบ... ]

[ จ๊ากกกก~!!! ]

 

     กระดูกในกายของชายหนุ่มส่งเสียงลั่นประท้วงเสียงดัง ส่งผลให้ชายหนุ่มร้องเสียงหลงพลางล้มตัวลงไปนอนแผ่บนหลังคาบ้านอีกครั้งหนึ่ง

 

“อูยยย... ท่าทางจะรีบร้อนมากเกินไปละมั้งตู...”

 

     อัล ถอนหายใจออกมาพลางนอนรอให้ร่างกายฟื้นตัวอีกครั้งหนึ่ง และนอนหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าในที่สุด

 

 

-----

 

 

     ตัวยา [ Elixia ] หรือ เอริคเซีย ที่ชายหนุ่มหยิบขึ้นมากินเมื่อสักครู่นั้นคือตัวยาราคาแพงที่ไม่มีวางขายอยู่ทั่วไป เพราะส่วนผสมที่หาได้ยากและผลิตได้เป็นจำนวนน้อยมากๆ ทำให้ราคาในตลาดมืดเองก็ยังสูงถึงเม็ดละ 1,000,000 GP…

 

     ชายหนุ่มได้ยาพวกนี้มาโดยบังเอิญ และตั้งใจใช่มันอย่างทะนุถนอมอย่างมากเนื่องจากเขามีมันอยู่เพียงแค่ 5 เม็ดเท่านั้น ซึ่งเขาได้ใช้มันเมื่อตอนช่วยชีวิต เมย์โล้ เป็นจำนวน 1 เม็ด ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ได้มีชีวิตรอดอยู่จนถึงตอนนี้ และอีกเม็ดหนึ่งคือเม็ดที่เขาเพิ่งจะใช้ไปเมื่อสักครู่...

 

     ความสามารถของยา เอริคเซีย นั้นคือการฟื้นคืนพลังชีวิต และรักษาบาดแผลรวมไปถึงคำสาปได้ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นคำสาปหรือบาดแผลที่ร้ายแรงเพียงใด ขอเพียงแค่ผู้รับยายังมีลมหายใจอยู่ก็สามารถหายเป็นปกติได้ ดังนั้นตัวยานี้จึงถือเป็นของที่มีค่าอย่างมาก...

 

 

-----

 

 

     การต่อสู้ระหว่าง โรอิ ไรเซน และ อัล ยุติลงด้วยความพ่ายแพ้ของชายหนุ่มโดยไม่มีใครล่วงรู้ แต่อย่างน้อยชายหนุ่มก็สามารถขับไล่สองสมาชิกแห่ง ไนท์แมร์ กลับไปได้เช่นกัน

 

     ตามจริงแล้ว อัล สามารถกลับไปไล่ล่าทั้งคู่ได้ในตอนนี้ แต่เพื่อเห็นแก่ [ จิตใจที่ไม่ยอมแพ้ ] และ [ จิตใจที่เชื่อมั่น ] ของโรอิ และ ไรเซน ทำให้เขาตัดสินใจปล่อยทั้งคู่ให้หนีไปได้...

 

     ทว่าหารต่อสู้ในครั้งนี้ยังไม่ยุติลงอย่างสิ้นเชิงเสียทีเดียว... และบทสรุปของการต่อสู้ของจุดอื่นกำลังจะถูกสรุปในเวลาต่อๆมา...

 

 

Ep.25 ใจกลาง Forest of Angry Ent

 

Coming Soon…

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ๊ ตอน24 มาแล้ว กว่าจะมาหน้อsad smile

#1 By ไมโลดิบ ณ จริงร้านญะ (118.172.131.227) on 2011-04-15 13:04

เกย์ล่ำวิคเตอร์โดนตลบหลัง- -

#2 By HuManUsl3 on 2011-04-15 13:30

ว๊าว มีเอฟเฟก หยดน้ำรบกวนการ อ่านด้วย

#3 By butler ~~** (115.87.89.103) on 2011-04-15 16:00

เอฟเฟกหยดน้ำมาจากอีโมชั่นสงกรานต์ ถ้ามีคนใช้มามันก็กวนมาก~~~

#4 By Gothic Cream on 2011-04-15 20:53

*0*

#5 By Taros (223.206.191.131) on 2011-04-16 15:08

เอามาล่อคนซะงั้น

สู้ๆนะเจ้

#6 By KImHanil (110.49.96.104) on 2011-04-17 11:18

จากการที่กรองให้ความรู้สึกว่า อัล เฮแซด สโนว พ่อบ้าน โรอิ ไรเซน เหมือนอยู่สลับฝ่ายกันยังไงอย่างงั้น(ฮา XD)~~~

#7 By Gothic Cream on 2011-04-20 23:16

เฮ้ยแพ้เนียนนิหว่า

/me Amen

#8 By Auel Arnider (182.53.192.6) on 2011-04-21 00:13

อัลเนียน sad smile

#9 By PopcornXIX on 2011-04-21 00:33

อัล ไล่ปล้ำ ไรเซน + โรอิ Hot! Hot!


/me ปลิว - -

#10 By [N]anoha on 2011-04-21 11:58

ในที่สุด เรื่องเต็มๆก็มาจนได้sad smile

#11 By ไมโลดิบ ณ จริงร้านญะ (223.204.80.238) on 2011-04-21 16:10

อัล จริงๆเเล้วนาย วางเเผนเลี้ยงต้อยสินะ..

มีเฮเเซดรอซั่มอยู่เเล้วเเท้ๆ TWT

#12 By ไรเซ็น (125.24.37.231) on 2011-04-22 16:55

K9jyZ0 <a href="http://tdltrbqfknrt.com/">tdltrbqfknrt</a>, [url=http://gomusyzexhaj.com/]gomusyzexhaj[/url], [link=http://pbcslpfootiu.com/]pbcslpfootiu[/link], http://nwzgffeoxrhn.com/

#13 By STXXjroTNmaz (91.201.64.4) on 2012-04-24 20:02