Ep.25 ใจกลาง Forest of Angry Ent
posted on 17 Apr 2011 11:55 by mayz-maiz in EpisodeEp.25 ใจกลาง Forest of Angry Ent
# Silver Knight Fortress… ป้อมปราการสีเงินฐานที่มั่นของเหล่าอัศวิน ซิลเวอร์ไนท์...
[ วิ้ง..ง.ง... ครืนนนนนน!!! ]
ทั่วทั้งป้อมปราการสีเงินถูกย้อมไปด้วยลำแสงสีดำทะมึน ส่งผลให้เหล่าอัศวิน ซิลเวอร์ไนท์ มุ่งหน้าไปยังต้นกำเนิดของแสงนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เสียงอะไรบางอย่างจะดังออกมาจากภายในห้องนั้น
[ บรึ้มมมมมม!!! ]
[ อ๊ากกกก!!! ]
[ โครม!!! ]
ทันใดนั้นเอง เงาร่างสีดำสายหนึ่งได้ปลิวกระเด็นออกมาพร้อมกับแรงระเบิดและทะลุตัวกำแพง ออกไปยังลานกว้างของปราสาท ท่ามกลางสายตาของ ชิน และเหล่าอัศวิน ซิลเวอร์ไนท์ ซึ่งวิ่งมาถึงหน้าห้องประชุมพอดิบพอดี...
[ ฮู่มมมม!!! ]
เสียงคำรามอันคุ้นเคยดังออกมาจากภายในห้องทำให้ ชิน รีบวิ่งเข้าไปดูภายในห้องท่ามกลางเสียงทัดทานของเหล่าอัศวิน
“หัวหน้า!!!”
“มันอันตรายนะครับหัวหน้า!!!”
“หลีกไป!!!”
[ พลั่ก!!! ]
[ ตึกๆๆๆ!!! ]
ร่างสูงของชายหนุ่มผลักเหล่าอัศวินออกและวิ่งไปยังหน้าห้องประชุมในทันที
[ วิคเตอร์!?! ]
[ กรรร์... ]
ทว่าภาพที่ปรากฏให้ชายหนุ่มเห็นกลับไม่ใช่เพื่อนของเขาตามปกติอีกต่อไปแล้ว...
ทั่วทั้งร่างของชายชราเต็มเปี่ยมไปด้วยมัดกล้ามและร่างกายที่สูงใหญ่ขึ้น ราวๆหนึ่งเท่าตัว ผิวทั่วกายเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดรวมไปถึงพลังความมืดที่เข้มข้นซึ่งปกคลุมอยู่ ทั่วร่าง กระทั่งแววตาที่เคยฉายแววตาคมกล้าพลันเต็มเปี่ยมไปด้วยความดุร้ายและเลื่อน ลอยเช่นเดียวกัน...
[ ฮู่มมมม!!! ]
[ …..!!?!? ]
[ วูบ!!! ]
กำปั้นของชายชราถูกหวดเข้าใส่อย่างรวดเร็ว ทำให้ชายหนุ่มไม่มีทางเลือกนอกจากป้องกันตัวเองเท่านั้น
“ฝ่ามือพิทักษ์!!!”
[ Open Palm!!! ]
[ ปึก... เปรี้ยง!!! ]
ชายหนุ่มกางฝ่ามือเบี่ยงกำปั้นของ วิคเตอร์ ออกไปพร้อมกับซัดหมัดสวนการโจมตีกลับไปอย่างรวดเร็ว ทว่ากำปั้นของ ชิน ก็ไม่สามารถเจาะทะลวงเกราะกล้ามเนื้อของชายชราเข้าไปได้ ทำให้เขาต้องเว้นระยะออกไปเพื่อตั้งหลักอีกครั้งหนึ่ง
[ ชะ... ชิน.?. ]
[ …..!?! ]
ชายชรามองดูเพื่อนสนิทของตนอยู่พักหน่อยก่อนจะส่งเสียงครางชื่อของอีก ฝ่ายออกมา ท่ามกลางความตื่นตะลึงของชายหนุ่มที่กำลังสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...
[ อ๊ากกกกก!!! ]
[ โครมมม!!! ]
ชายชราพังกำแพงปราสาทออกไปยังทิศทางเดียวกับที่ โรมิโอ เพิ่งถูกซัดปลิวออกไปเมื่อสักครู่ท่ามกลางสายตาของเหล่าอัศวิน ซิลเวอร์ไนท์ ที่กำลังตื่นตะลึงกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปของชายชรา ก่อนที่ ชิน จะรีบสั่งเหล่าอัศวินอย่างรวดเร็วว่า
“ออกไปที่ลานกว้างเดี๋ยวนี้!!! เราต้องหยุด วิคเตอร์ เอาไว้ให้ได้!!!”
“อะ... ครับ!!!”
บรรดาอัศวินรับคำเสียงสั่นก่อนที่พวกเขาจะรีบวิ่งลงไปจากตัวปราสาทอย่างรวด เร็ว ในขณะที่ชายหนุ่มภายใต้เรือนผมสีแดงกำลังยืนมองอดีตเพื่อนของตนที่กำลังวิ่ง เข้าเผชิญหน้ากับ โรมิโอ ซึ่งยืนอยู่ในลานกว้างจากบนตัวปราสาท และรำพึงออกมาเสียงแผ่วว่า...
“วิคเตอร์ นั่นคือพลังที่นายต้องการอย่างนั้นเหรอ...”
ชายหนุ่มเผยสีหน้าเจ็บปวดอย่างสุดซึ้งออกมาก่อนที่เขาจะประโดดลงจากปราสาทตาม วิคเตอร์ ไปอย่างรวดเร็ว
(วิคเตอร์... พลังที่นายต้องการนั้นไม่ใช่พลังที่ถูกต้องหรอก... ขอแค่จิตใจนายเชื่อมั่นก็ไม่มีพลังไหนจะเอาชนะนายได้หรอก!!!)
-----
# Silver Harbor… ท่าเรือสีเงิน แห่งอาณาจักรซิลเวอร์แลนด์...
ตัดกลับไปยังใจกลางเมือง การต่อสู้ระหว่าง เฮแซด และ เซบาสเตียน กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น ส่งผลให้บ้านเรือนโดยรอบพังทลายลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เงาร่างทั้งสองต่างผลัดกับรุกและรับอย่างต่อเนื่อง
[ Miembro Fantasma!!! ]
[ เคร๊งๆๆๆ!!! ]
ใบมีดสีเงินถูกซัดออกไปอย่างมั่วซั่วเพื่อบีบเส้นทางการเคลื่อนไหวของ เฮแซด ทว่าอีกฝ่ายกลับใช้คมเคียวในมือปัดคมมีดทั้งหมดออกอย่างง่ายดายและพุ่งเข้า หา เซบาสเตียน ซึ่งกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศอย่างรวดเร็ว
[ โอกาสโจมตีพลาด 37.65%... ]
[ วูบ!!! ]
คมเคียวหวดเข้าใส่อากาศอันว่างเปล่าอีกครั้งหนึ่งเมื่อร่างของชายหนุ่มพุ่ง ขึ้นไปในอากาศเล็กน้อยและหลบคมเคียวของ เฮแซด ได้อย่างฉิวเฉียด
[ พรึ่บๆๆ... ]
[ การโจมตีพลาดเป้าหมาย... ]
[ ตึก!!! ]
ร่างของชายผิวคล้ำร่วงกลับลงมาบนพื้นก่อนที่เขาจะแหงนหน้ากลับขึ้นไปมอง เซบาสเตียน ซึ่งบัดนี้ได้บินกลับไปยืนอยู่บนหลังคาบ้านในบริเวณใกล้เคียง
บัดนี้ร่างของชายหนุ่มดูแปลกตาไปจากปกติอย่างชัดเจน... ปีกมารขนาดใหญ่คู่หนึ่งกางอยู่อย่างกว้างขวางบนแผ่นหลัง คมเขี้ยวยาวเลยออกมาจากริมฝีปากบาง นัยน์ตาสีแดงโลหิตฉายแววกระหายเลือด บนหัวประดับไปด้วยเขาของเผ่าปีศาจจำนวนหนึ่งคู่... เผ่าพันธุ์ [ ปีศาจ ] ชั้นสูง...
“จากการคำนวณ... โอกาสในการชนะเผ่าปีศาจชั้นสูงเท่ากับ 72.31%... ไม่มีปัญหาสำหรับการต่อสู้... ดำเนินการกำจัดเป้าหมายต่อไป... ปฏิบัติ...”
เฮแซด ทำการคำนวณอัตราแพ้ชนะของตนอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเริ่มทำการเสริมพลังให้กับตนเองในทันที
[ Sparking Aura… ]
[ เปรี้ยงงง!!! ]
[ เปรี๊ยะๆๆ... ]
ประกายไฟฟ้าสีแดงเปล่งประกายไปทั่วเรือนร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ เซบาสเตียน จะเร่งพลังของตนเองขึ้นเพราะสัมผัสได้ว่าชายตรงหน้าอันตรายเกินกว่าที่เขาจะ ออมมือให้ได้อีก...
[ เปรี้ยงงง!!! ]
[ เปรี๊ยะๆๆ... ]
ประกายไฟฟ้าสีดำทอแสงกล้าไม่แพ้ เฮแซด ซึ่งกำลังกระชับด้ามเคียวภายในมือและเตรียมพร้อมพุ่งเข้าจู่โจมอีกฝ่าย
[ รับมือ!!! ]
ทั้งสองกู้ร้องขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่ประกายแสงสีดำและแดงจะพุ่งเข้าปะทะกันด้วยความเร็วสูง
[ ตึง!!! เคร๊งๆๆ!!! เปรี้ยง!!! กึง!!!!! ]
อากาศโดยรอบสั่นสะเทือนจากการปะทะกันอย่างรุนแรงของทั้งสองฝ่ายจนเกิดเสียง ดังสนั่นหวั่นไหว คมเคียวและกรงเล็บในมือถูกใช้เพื่อห้ำหั่นกับอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วและต่อ เนื่องจนในท้ายที่สุดทั้งคู่ก็พลาดท่าถูกโจมตีจนกระเด็นออกจากกันไปคนละดาน และฝังร่างอยู่ในกำแพงหินอ่อนสีขาวที่กำลังฟังทลาย...
[ แกรกๆๆๆ... ]
เศษกำแพงต่างร่วงหล่นลงมาอย่างเชื่องช้าจากรูที่ร่างของทั้งคู่กระเด็นเข้าไป ทำให้รอบด้านเกิดความเงียบขึ้นมาพักหนึ่ง...
[ ตูมมมมม!!! ]
บ้านทั้งสองหลังต่างระเบิดออกด้วยพลังมหาศาลก่อนที่ลำแสงสีดำและแดงจะพุ่งเข้าโรมรันกันกลางอากาศอย่างรุนแรง
[ เปรี้ยงๆๆๆๆๆ!!! ]
[ เปรี๊ยะๆๆ... ]
กรงเล็บและคมเคียวตรงเข้าโรมรันกันอีกครั้งหนึ่ง ส่งผลให้บ้านเรือนโดยรอบเริ่มปริร้าวจากแรงปะทะของทั้งคู่ รวมไปถึงกรงเล็บของ เซบาสเตียน ที่ทนต่อแรงปะทะกับคมเคียวในมือของอีกฝ่ายไม่ไหวและส่อแววจะหักอยู่ รอมร่อ...
[ กรอด!!! ]
ชายหนุ่มเกร็งพลังใส่ฝ่ามือเต็มกำลังเพื่อหวังทำลายอาวุธในมือของอีกฝ่ายลง ให้จงได้ ก่อนที่กำปั้นของชายหนุ่มจะซัดเข้าใส่ เฮแซด ที่กำลังปะทะกับตนอยู่
[ Atomic Phoenix-bomber!!! ]
[ Force Strike!!! ]
[ …!?! ]
ทว่า เฮแซด กลับรวบรวมพลังและซัดกลับใส่กรงเล็บของชายหนุ่มด้วยเป้าหมายเดียวกัน ส่งผลให้อากาศโดยรอบกรีดร้องจากพลังเวทย์ที่ปะทะกันอย่างรุนแรง
[ เปรี๊ยะๆๆ!!! ]
[ แย่แล้ว!!! ]
กรงเล็บในมือของชายหนุ่มปริร้าวไปทั่วทั้งลำ ท่ามกลางสายตานิ่งเฉยของ เฮแซด ที่จ้องมองชายหนุ่มอย่างเงียบงัน
“หากสูญเสียอาวุธ... อัตราชนะของคุณจะเหลือเพียง 17.9% เท่านั้น...”
“กรอด!!!”
เซบาสเตียน กัดฟันอย่างข้นแค้นเพราะเขาไม่สามารถแก้แค้นให้กับคุณหนูของเขาได้เสียแล้ว... ทว่า!!!
[ Possess Spirit~!!! ]
[ เปรี้ยง!!! ]
[ …..!!?!? ]
กระสุนวิญญาณพุ่งเข้าใส่อาวุธภายในมือของ เฮแซด อย่างรุนแรงส่งผลให้คมเคียวในมือของเขาถูกซัดปลิวออกไปท่ามกลางอาการตื่น ตะลึงของทั้งคู่ ก่อนที่ เซบาสเตียน จะได้สติและซัดเข้าใส่อีกฝ่ายในทันที
[ ผัวะ!!! ]
[ โครม!!! ]
ฝ่าเท้าถูกยันเข้าที่หน้าท้องของ เฮแซด อย่างแม่นยำจนทำให้เขาปลิวกลับลงมาบนพื้นตามแรงกระแทกที่ได้รับ ก่อนที่ เซบาสเตียน จะหันกลับไปมองผู้มาช่วยตนเองอย่างไม่เชื่อสายตา
“คุณหนู!!!”
“พ่อบ้าน~!!!”
นำเสียงยานคางของ สโนวฟอล บ่งบอกได้อย่างดีว่าเธอไม่เป็นอะไรแล้ว และกำลังจะโผเข้าอ้อมกอดของ เซบาสเตียน ซึ่งอ้าแขนรอรับเธออยู่ก่อนแล้ว ทว่า...
[ แผละ... ]
[ ง่ะ... ]
เด็กสาวสะดุดเศษหินที่กระจัดกระจายจากการต่อสู้เมื่อสักครู่นี้และล้มลงหน้า คว่ำกับพื้นท่ามกลางอาการตื่นตะลึงของชายหนุ่มที่ยังคงเรียบเรียงสถานการณ์ ไม่ถูกนัก...
“แง้ๆๆๆ T[]T~!!!”
“คุ... คุณหนูครับ!!!”
ชายหนุ่มรีบตรงเข้าพยุงร่างบางของ สโนว ขึ้นมาจากพื้นพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าของตนซับเลือดกำเดาบนใบหน้าของเด็กสาวอย่างเบามือ...
“คิกๆๆ... พ่อบ้านก็ยังคงเป็นพ่อบ้านของเค้าจริงๆด้วย มิ้ว~♥”
“อะ...”
เมื่อนั้นเองที่ เซบาสเตียน รู้ตัวว่าตนไม่ได้อยู่ในสภาพปกติแต่อยู่ในสภาพของปีศาจเต็มรูปแบบ ทำให้ชายหนุ่มทำท่าจะผละออกไปทว่ามือเรียวบางของ สโนว ได้ลูบลงบนศีรษะของเขาเสียก่อน...
“พ่อบ้านก็คือพ่อบ้านของเค้านั่นแหละ... ไม่ว่าจะมีรูปร่างยังไงก็คือพ่อบ้านของเค้าไม่ใช่เหยอ~?”
“... ใช่ขอรับคุณหนู...”
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มให้กับเด็กสาวอย่างอ่อนโยนก่อนที่เสียงอะไรบางอย่างจะดังขึ้น
[ เคร๊ง… เพล๊ง!!! ]
[ …!?! ]
ทั้งคู่ต่างหันไปตามเสียงประหลาดที่ดังขึ้น ก่อนจะเห็นภาพคมเคียวที่ถูกซัดหลุดจากมือของ เฮแซดเมื่อสักครู่นี่ร่วงลงมาปักกับพื้น ก่อนจะสลายกลายเป็นผุยผงไปในเวลาต่อมา
[ กึกๆ... ควับ...]
[ …!!! ]
และแล้วร่างของ เฮแซด ก็ค่อยพยุงกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าในเวลาต่อมา
“จากการคำนวณใหม่... โอกาสชนะลดลงเหลือ 52.64%... ยังคุ้มค่าพอที่จะเสี่ยงสู้ต่อ...”
[ ครืนนนน!!! ]
[ มิ้ว~!!! ]
พลังเวทย์จำนวนมหาศาลถูกระเบิดออกมาจากร่างกายของ เฮแซด ส่งผลให้ สโนวฟอล ซึ่งไม่ได้ตั้งตัวกับพลังของอีกฝ่ายหงายหลังหกล้มลงไปและกลิ้งถอยหลังไปเล็ก น้อย...
“เจ็บง๊า T[]T!!!”
“คุณหนูครับ ระวังตัวด้วย!!!”
“มิ้ว?”
[ ฟุ่บ!!! ]
[ มิ้ววววว~!!!!! ]
ร่างของ เฮแซด พุ่งเข้าหา สโนว โดยไม่ให้ เซบาสเตียน ตั้งตัว ทำให้เด็กสาวร้องเสียงสูงพลางคว้าร่มซึ่งเป็นอาวุธคู่กายขึ้นมากางอย่างรวด เร็ว
[ Parasol Barrier!!! ]
[ Force Strike!!! ]
[ เปรี้ยงงง!!! ครืดดดดดด!!! ]
[ มิ้ว =x=~? ]
ร่างกายของเด็กสาวไถลไปตามพื้นถนนเป็นทางยาวเนื่องจากแรงปะทะอันหนักหน่วง ทว่าตัวเด็กสาวไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนักและโผล่หน้าออกมาจ้องมอง เฮแซด อย่างกล้าๆกลัวๆ
“เตรียมทำการโจมตีชุดต่อไป...”
“ไม่มีทาง!!!”
“…!?!”
เสียงของ เซบาสเตียน ดึงความสนใจจาก เฮแซด ให้หันไปทางเขา ก่อนที่ภาพของชายหนุ่มที่หอบก้อนหินอยู่เต็มอ้อมแขนจะปรากฏสู่สายตาของอีก ฝ่าย
“ลองรับไอนี่ดูหน่อยเถอะแก!!!”
[ ฟิ้วๆๆ!!! ]
[ …? ]
ก้อนหินจำนวนมากถูกโยนขึ้นไปในอากาศก่อนที่ เซบาสเตียน จะตั้งท่าเหมือนจะทำอะไรบางอย่าง และ...
[ ย๊ากกกกก!!! ]
[ ฟ้าวๆๆๆๆ!!! ]
[ …!?! ]
กำปั้นและลูกเตะของชายหนุ่มซัดก้อนหินทั้งหมดให้พุ่งตรงเข้าหาชายร่างสูง อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ เฮแซด ต้องเตรียมตั้งรับก้อนหินเหล่านั้นในทันที
[ ปึ้กๆๆ... ผัวะ!!! ปึก... ผัวะ!!! ]
[ อั่ก... ]
มือทั้งสองข้างของ เฮแซด ต่างปัดป้องก้อนหินทั้งหมดอย่างเต็มที่ ทว่าเขาก็ไม่สามารถปัดป้องเอาไว้ได้ทั้งหมดและถูกก้อนหินเหล่านั้นกระแทกตาม ตัวจนบอบช้ำไปไม่น้อย จนกระทั่ง...
[ โอ๊วววว!!! ]
[ ครืนนนน!!! ]
เซบาสเตียน เขวี้ยงก้อนหินขนาดใหญ่ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เมตรใส่ เฮแซด อีกครั้งหนึ่ง ทำให้เขาต้องเกร็งพลังเวทย์เพื่อปัดการโจมตีนั้นออกไปอีกครั้งหนึ่ง
[ Force Strike!!! ]
[ ผัวะ!!! ]
ก้อนหินขนาดยักษ์ถูกกำปั้นของ เฮแซด ปัดทั้งออกไปได้เป็นผลสำเร็ว ทว่า...
“เอากลับปายเลยมิ้ว~!!!”
“ ...!!! ”
สโนว ปรากฏตัวขึ้น ณ เส้นทางที่ เฮแซด เพิ่งปัดก้อนหินออกไปในท่วงท่าเงื้อร่มในมือราวกับจะหวดซัดก้อนหินนั้นให้กระเด็นกลับมา...
[ Counter Reflex~!!! ]
[ ผัวะ!!! ]
[ อะไรกัน!?! ]
เป็นจริงตามคาด... ก้อนหินขนาดยักษ์ถูกหวดกลับมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงเสียจนชายหนุ่มไม่มีเวลา จะรวบรวมพลังเวทย์เพื่อทำลายก้อนหินนั้นหรือขยับตัวหลบเสียแล้ว แขนทั้งสองข้างจึงกลายเป็นตัวเลือกสุดท้านในการป้องกันตนเอง...
[ โครม!!! ]
[ กร๊อบ. บ... ]
[ อั๊กกก!!! ]
เสียงกระดูกลั่นดังออกมาจากท่อนแขนทั้งสองของชายหนุ่ม บ่งบอกได้เป้นอย่างดีว่ากระดูกของเขาต้องได้รับความเสียหายไม่น้อยเลยที เดียว...
[ ครืดดด!!! ]
ร่างกายของ เฮแซด ลื่นไถลไปกับพื้นเป็นทางยาวในขณะที่ สโนว ไม่ปล่อยให้โอกาสดีๆเช่นนี้หลุดมือไปและโจมตีซ้ำอย่างรุนแรงในทันที
“ผลึกเพชรเยือกแข็ง~!!!”
[ Dazzle Crystal~!!! ]
[ แช้ดดดด!!! ]
เกลียวคลื่นถูกปล่อยออกมาจากปลายร่มและพุ่งตรงเข้าหา เฮแซด ที่กำลังเสียหลักอย่างเชื่องช้า ทำให้ชายหนุ่มตั้งท่าจะหลบการโจมตีนั้นไป ทว่า...
[ …..!!! ]
สายตาของชายหนุ่มพลันเหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างที่สำคัญมากตกอยู่เบื้องหลัง เขา... คงเป็นเพราะการโจมตีเมื่อสักครู่ที่ทำให้มันหลุดกระเด็นออกมาจากกระเป๋ามิติ ของเขา ทำให้ชายหนุ่มเลิกคิดที่จะหลบและตั้งใจรับการจู่โจมนั้นตรงๆ...
[ ฟุ่บ!!! ]
ฝ่ามือทั้งสองข้างถูกกางออกเบื้องหน้าชายหนุ่มก่อนที่ม่านพลังสีแดงอ่อนๆจะปรากฏขึ้นมา
“กางกำแพงเวทย์... เต็มกำลัง!!!”
[ ตูมมมมมม!!! ]
[ ครืดดดด... ]
ไอเย็นจากเวทมนตร์ของ สโนว บาดผิวของชายหนุ่มจนสั่นสะท้านด้วยความหนาวเย็น ทว่าใบหน้าของ เฮแซด กลับนิ่งเฉยและไม่ยอมถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว...
[ ซู่วววว... ]
จนกระทั่งเวทมนตร์ของ สโนว หยุดการโจมตีลงนั้นเองที่ เฮแซด เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งหนึ่ง
“ระบบทั้งหมดทำงานช้าลง 24.1% เนื่องจากความหนาวเย็น... อัตราการเอาชนะศัตรูลดเหลือเพียง 36.58%... แนะนำให้ทำการถอนตัวเพื่อความปลอดภัยของตัวระบบเอง...”
เฮแซด กล่าวออกมาพลางทำท่าจะก้มลงเก็บวัตถุบนพื้น ทว่าในจังหวะนั้นเองที่ เซบาสเตียน ปรากฏตัวขึ้นจากบนฟ้าและโฉบลงมาจู่โจม เฮแซด ด้วยท่าไม้ตายสูงสุดของเขา
“ทะลวงจุดสังหาร!!!”
[ Ilimitada Sierra!!! ]
[ ….. ]
[ เปรี้ยง!!! ฉูดดดด... ]
กรงเล็บและท่อนแขนของ เซบาสเตียน ทะลวงร่างของ เฮแซด ไปอย่างง่ายดายราวกับว่าชายตรงหน้าตั้งใจรับท่าโจมตีของเขาด้วยตนเองก่อนที่ เขาจะทรุดกายลงกับพื้นหลังจากที่พ่อบ้านกระชากกรงเล็บของตนเองออกมา...
“ทำไม... การโจมตีครั้งสุดท้ายนายน่าจะหลบหรือโจมตีสวนกลับมาได้นี่นา!?!”
“.....”
เฮ แซด ไม่ได้ตอบคำถามของ เซบาสเตียน และพูดอะไรบางอย่างออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า
“อัตราความเสียหายของระบบ 71.39%... อัตราการเอาชนะ ไนท์แมร์ ทั้งสองลดลงเหลือ 12.94%... แต่ความปลอดภัยของเป้าหมายยังคงสมบูรณ์ 100%...”
“ความปลอดภัยของเป้าหมาย....?”
เซบาสเตียน ส่งเสียงร้องออกมาอย่างสงสัย ก่อนที่สายตาของเขาจะหันไปเห็นอะไรบางอย่าง ณ ด้านหลังร่างของชายหนุ่ม ก่อนที่นัยน์ตาของเขาจะเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตา... ชายตรงหน้าเขายอมสละชีวิตเพื่อปกป้องสิ่งนี้อย่างนั้นเหรอ!?!
[ ตึกๆๆๆๆๆ!!! ]
[ พ่อบ้าน~!!! ]
[ ชิ... ]
เสียงฝีเท้าในชุดเกราะจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ทำให้ สโนว และ เซบาสเตียน ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการถอนตัวกลับไปอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ชายหนุ่มและเด็กสาวจะหันกลับมามองดู เฮแซด เป็นครั้งสุดท้ายและวิ่งจากไปบนหลังคาบ้านเรือนที่ยังไม่เสียหาย...
[ ….. ]
[ หมับ... ]
ดอกไม้สีขาวถูกฝ่ามือหยาบหนาของ เฮแซด ตระกองกอดขึ้นมาอย่างเบามือ พลันภาพของเด็กสาวตัวน้อยที่มอบมันให้กับเขาจะผุดขึ้นมาในความคิด...
[ ดอกไม้ดอกนี้หนูให้พี่นะคะ... ขอให้พี่เดินทางปลอดภัยค่ะ ^^… ]
รอยยิ้มอันอ่อนโยนของเธอยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ ในขณะที่รอยยิ้มบางๆจะผุดขึ้นมาบนใบหน้าของชายหนุ่ม...
“อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว... ต้องหาที่ซ่อนและรักษาระบบก่อนเป็นอันดับแรก...”
[ ฟิ้ว... ตึกๆ... ]
ทันใดนั้นเองที่ร่างของชายหนุ่มได้พุ่งทะยานไปบนหลังคาบ้านในทิศทางตรงกัน ข้ามกับพวก เซบาสเตียน และวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว พลางคิดอะไรบางอย่างภายในหัวด้วยความสับสน...
(ระดับความสำคัญที่ถูกกำหนด... ความปลอดภัยของระบบมาเป็นอันดับแรก... การกำจัดเหล่า ไนท์แมร์ มาเป็นอันดับที่สอง ส่วนความปลอดภัยของชาวเมืองเป็นเรื่องรองลงมา... แต่ทำไมเราถึงทำเรื่องที่ขัดกับการจัดลำดับลงไปได้นะ...)
เฮแซด ยังคงสับสนกับการกระทำของตนเองในขณะที่เขากำลังลักลอบขึ้นเรือลำหนึ่งซึ่ง จอดเทียบท่าและเตรียมอพยพหนีไปยังทวีปเบอร์มีเซีย โดยไม่สนใจคำสั่งห้ามของเหล่า ซิลเวอร์ไนท์...
-----
# Forest of Angry Ent… ป่าแห่ง เอ้น ที่กราดเกรี้ยว
[ แซ่กๆๆๆ... ]
... เสียงฝีเท้าย่างก้าวอยู่ภายในป่าอย่างเชื่องช้าเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับ สัตว์อสูรทั้งหลายโดยไม่จำ... ด้วยการนำของ อินทรีย์ ซึ่งมีความสามารถในการแกะรอยและพรางกายเป็นเลิศทำให้พวกของ เมย์โล้ สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยต่างกับช่วงแรกๆที่ต้องต่อสู้กับเหล่าสัตว์ อสูรเพื่อเคลื่อนที่เข้าไปในป่า
“โอย... ทำไมต้องมาทำอะไรยุ่งยากแบบนี้ด้วยละครับเนี่ย!?! คันก็คัน... ร้อนก็ร้อน!!!”
“ชู่ว... เงียบๆสิ โฮป!!!”
“พี่โฮปคะ ชู่วๆ~*”
“กรอด!!!”
ทุกๆคนยินทีที่จะให้ อินทรีย์ ช่วยพรางตัวให้กับตนเองยกเว้น โฮป ที่ดึงดันให้พวกเขาตีฝ่าเหล่าสัตว์อสูรไปเพราะไม่ไว้ใจชายร่างล่ำตรงหน้า แต่ด้วยคะแนนโหวต 2-1 ทำให้ชายหนุ่มต้องทำตามที่สองสาวต้องการอย่างเลี่ยงไม่ได้...
อินทรีย์ ได้ใช้ใบไม้พรางตัวของสองสาวให้อย่างรวดเร็วทำให้พวกเธอดูกลมกลืนกับสภาพแวด ล้อมจนยากจะรู้ว่าใครอยู่ที่ไหนยกเว้น โฮป ที่ไม่ยอมให้ อินทรีย์ พรางตัวให้และทำการพรางตัวให้กับตัวเองจนเกิดอาการคันอย่างที่เห็น...
“โอย... คันๆๆๆ...”
“คิกๆๆๆ~*”
“หัวเราะอะไรเหรอครับ ลูจัง?”
ลูเทเซีย หัวเราะคิกคักออกมาเมื่อเห็นสมุนไพรบางอย่างที่ โฮป นำมาใช้พรางตัวก่อนที่เธอจะช่วยไขข้อข้องใจให้กับชายหนุ่มว่า
“ก็พี่โฮป น่ะสิคะ... เอาหม่ามุ่ยมาใช้พรางตัวจะไม่คันได้ยังไงไหวละคะ?”
“.....หะ???”
เมื่อนั้นเองที่ใบหน้าของ โฮป ซีดลงจนเหมือนกระดาษและแผดเสียงร้องออกมาอย่างสุดกลั้น
“อ๊ากกกกกกก!!! (*)หมามุ่ยยยยย!?!!?”
[ กี๊ซซซซซ~!!! ]
[ โกร๊ววววว~!!! ]
[ อุบ... ]
เหล่าสัตว์อสูรในบริเวณโดยรอบพลันกู่ร้องเสียงดังตอบรับกับเสียงตะโกนของ โฮป พลางมองหาต้นเสียงอย่างบ้าคลั่งทำให้ชายหนุ่มต้องรีบเอามือปิดปากของตนอย่าง รวดเร็วและค่อยๆย่อตัวลงคลานต่ำกับพื้นอย่างเชื่องช้าท่ามกลางสายตาของ เมย์โล้ ที่มองมายังเขาอย่างขบขัน
“ไงจ๊ะพ่อคนเก่ง.... สนุกสนานเลยสิทีนี้?”
“อย่าแขวะผมแบนั้นสิ...”
[ ปึด!!! ]
[ ฟิ้ว... ตุบๆ... ]
พวงหมามุ่ยที่ชายหนุ่มนำมาติดที่ชายเสื้อถูกเด็ดออกและโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี
“ถ้าไม่ดันทุรังจะพรางตัวเองก็คงไม่ต้องมาคันแบบนี้หรอก คิกๆ...”
“เลิกล้อผมเถอะครับ... โอ๊ยคัน!!!”
แม้ว่าจะนำพวงหมามุ่ยออกไปจากร่างกายแล้วแต่ผลจากพิษของมันก็ยังคงอยู่ ส่งผลให้ โฮป ยังคง(*2)มีอาการคันและปวดแสบปวดร้อนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ชายหนุ่มสบถออกมาเป็นระยะๆไป
(*,*2 หมามุ่ย - เป็นพืชเถาซึ่งมีขนคันจากฝัก เมื่อถูกผิวหนังทำให้คัน เนื่องจากขนพิษ เมื่อถูกสัมผัส จะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองมาก คัน ปวดแสบปวดร้อน บวมแดง)
“โอ๊ยๆๆ...”
เสียงร้องของชายหนุ่มเริ่มทวีความดังขึ้นเรื่อยๆจนเหล่าสัตว์อสูรโดยรอบ เริ่มหันมาให้ความสนใจกับพวกเขา ทำให้ เมย์โล้ เริ่มส่งสายตาดุๆสั่งให้ โฮป เงียบเสียงอีกครั้งหนึ่ง
“พี่โฮปคะ รับค่ะ~!!!”
[ ฟิ้ว... หมับ... ]
ห่อผ้าขนาดเล็กถูกโยนให้กับชายหนุ่มก่อนที่ ลูเทเซีย จะกะซิบบอกกับเขาว่า
“ในห่อผ่านั่นเป็นสมุนไพรแก้พิษค่ะ... บางทีมันอาจจะช่วยพี่ได้นะคะ...”
“ขอบคุณนะ ลูจัง...”
โฮป ไม่รอช้าและรีบโยนยาในห่อนั้นใส่ปากในทันที ทว่าด้วยความรีบร้อนทำให้ตัวยาติดคอของเขา ส่งผลให้ชายหนุ่มต้องกุมคออย่างทรมาณอยู่พักหนึ่ง...
[ กลุกๆๆ... ]
[ …!?? ]
กระดิกน้ำสีเขียวกลิ้งมาหยุดอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม ทำให้เขารีบเปิดฝาและยกน้ำภายในกระติดขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว
[ อึกๆๆ... เฮ่อ~* ]
เมื่อได้ดื่มน้ำแล้ว ทำให้ตัวยาที่ติดคอเขาอยู่ไหลลงคอไปอย่างง่ายดาย ส่งผลให้ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“เฮ้อ... ขอบคุ... ง่ะ...”
ทว่าคำขอบคุณก็ต้องถูกกลืนกลับลงคอไปอย่างรวดเร็วเมื่อคนที่ส่งกระติกน้ำมาให้เขาก็คือ อินทรีย์ นั่นเอง...
“.....”
นายทหารไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคือง โฮป ที่ไม่กล่าวคำขอบคุณให้กับเขาพลางหยิบขวดยาอะไรบางอย่างส่งให้กับชายหนุ่มอีกด้วย
“... ตัวยานี้ชื่อ คาลาไมน์ ใช้ทาเพื่อลดอาการคันจากพิษหรือผื่นแพ้อาการต่างๆได้...”
“.....”
[ หมับ... ]
โฮป รับขวดยาไปทาตามจุดที่เกิดอาการคันโดยไม่มีแม้แต่คำขอบคุณให้กับนายทหาร ทำให้ เมย์โล้ และ ลูเทเซีย มอง โฮป ด้วยสายตาผิดหวังกับทิฐิของชายหนุ่ม...
[ ฟิ้ว... หมับ ]
ขวดยาถูกโยนกลับไปหานายทหารทันทีหลังจากที่ชายหนุ่มใช้งานมันเสร็จ โดยมีกระดาษแผ่นเล็กๆแปะติดกลับมาด้วยว่า [ ขอบใจ (ว่ะครับ!!!) ] ส่งผลให้ อินทรีย์ ลอบยิ้มออกมาท่ามกลางสายตาฉงนของ เมย์โล้ และ ลูเทเซีย ที่มองไม่เห็นกระดาษเล็กๆแผ่นนั้น...
-----
# Forest of Angry Ent (Center)… ใจกลางป่าแห่ง เอ้น ที่กราดเกรี้ยว
ด้วยการพรางตัวและนำทางของ อินทรีย์ ทำให้ทั้ง 4 มาถึงใจกลางป่าซึ่งเป็นที่โล่งเปิดกว้างได้ในท้ายที่สุด ท่ามกลางคำบ่นของ โฮป ที่ยังคงหลงเหลือความคันอยู่เล็กน้อย...
“ถึงใจกลางป่าแล้วสินะ...”
เมย์โล้ พูดขึ้นโดยไม่สนใจเสียงบ่นของ โฮป และเริ่มมองสำรวจโดยรอบอย่างรวดเร็ว
“ลูเทเซีย... [ ภูติพิทักษ์ป่า ] ที่เราต้องการตัวนี่เป็นแบบไหนเหรอ?”
“จากที่หนูถามพวกสัตว์ในป่ามา... พวกเขาบอกว่าภูติพิทักษ์เป็นต้นไม้สีแดงสูงใหญ่มาก และมีหน้าตาคล้ายคลึงมนุษย์อยู่บนตัวลำต้นน่ะค่ะ...”
“ต้นไม้สีแดงเหรอครับ... แบบนั้นก็ไม่นาจะหายากนะ”
“คัน!!!”
ทั้งสี่เริ่มมองหาต้นไม้สีแดงตามที่เด็กสาวบอก ทว่าต้นไม้แถบนี้ก็มีสีออกไปทางน้ำตาลแดง แถมยังมีขนาดใหญ่เกิน 6 คนโอบแทบทั้งสิ้น... ซ้ำร้ายทุกต้นยังมีใบหน้าหลากหลายรูปแบบประดับเอาไว้แตกต่างกันไป จนยากที่จะมองหาต้นไม้ตามที่เด็กสาวบอกเอาไว้ได้...
“โอยๆๆ...”
โฮป ซึ่งยังคงมีอาการคันหลงเหลืออยู่ได้ผละออกจากกลุ่มไปเพื่อนั่งพักตรงโคนรากไม้ใกล้ๆ แต่แล้ว...
[ ฮู่มมมมม!!! ]
[ เย้ยยยย~!?! ]
[ โครม!!! ]
ทันใดนั้นเองที่เสียงคำรามดังขึ้นไปทั่วบริเวณ พร้อมๆกันนั้นกิ่งไม้ขนาดยักษ์ได้หวดเข้าใส่ร่างของ โฮป ที่กำลังนอนอยู่ตรงโคนต้นไม้ ส่งผลให้ชายหนุ่มต้องรีบกลิ้งตัวหลบท่ามกลางอาการตื่นตกใจจนลืมความคันของตน ไปชั่วขณะ
[ ครืดๆๆ... ]
[ นี่มันตัวอะไรเนี่ย!?! ]
โฮป สบถเสียงดังลั่นก่อนที่ ลูเทเซีย จะตะโกนตอบชายหนุ่มขึ้นมาว่า
“นั่นไงคะภูติพิทักษ์!!! [ Ancient Ent ]”
“เจ้านี่น่ะนะ!!!”
ชายหนุ่มแหงนหน้ามองดูอีกฝ่ายพลางกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เนื่องจากขนาดของมันนั้นสูงใหญ่กว่า 5 เมตร และร่างกายที่ใหญ่จนคาดคะเนโดยรอบไม่ได้...
“โฮป!!! ถอยออกมา!!!”
“...หะ!?!”
ชายหนุ่มมัวแต่ตื่นตะลึงกับขนาดอันใหญ่โตของอีกฝ่ายจนกระทั่งเสียงของ เมย์โล้ ดึงสติของเขากลับคืนมาพร้อมๆกับที่ท่อนแขนของภูติพิทักษ์หวดเข้าใส่ร่างของ เขา
[ พลั่ก!!! ]
[ โครม!!! ]
ชั่วพริบตาก่อนที่ร่างของ โฮป จะถูกกิ่งไม้หวดเข้าใส่ร่างนั้นเองที่ อินทรีย์ โผเข้าไปกดร่างของ โฮป ลงกับพื้นได้อย่างทันท่วงที ทำให้ทั้งคู่รอดพ้นจากวงแขนของภูติพิทักษ์ได้อย่างฉิวเฉียด
[ ฟุ่บ!!! ]
[ Critical Strike!!! ]
[ พิ๊งๆๆ… ]
เมย์โล้ ใช้ช่องว่างนั้นพุ่งเข้าจู่โจมภูติพิทักษ์ในทันที ทว่าเพลงดาบของเธอกลับไม่สามารถเจาะทะลวงเปลือกอันแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเข้า ไปได้ แต่นั่นก็เพียงพอที่จะเปิดช่องว่างให้กับ ลูเทเซีย แล้ว...
“สายฝนชำระล้าง!!!”
[ Rain Rest!!! ]
[ ซ่าๆๆๆ... ]
หยาดฝนสีเขียว-ชมพู โปรยปรายไปทั่วทั้งร่างของภูติพิทักษ์ ส่งผลให้มันหยุดเคลื่อนที่ลงอย่างเชื่องช้าท่ามกลางการทอดถอนใจของ เมย์โล้
“เอาล่ะ ทีนี้ก็...”
ทว่า...
[ ผัวะ!!! ]
[ กรี๊ดดดด!!! ]
[ หา!?! ]
ท่อนแขนของภูติพิทักษ์หวดเข้าใส่ร่างของหญิงสาวจนปลิวกระเด็นกลับมากองอยู่ตรงหน้าเด็กสาวอย่างรวดเร็ว โดนมีสายตาของ โฮป และ อินทรีย์มองตะลึงตาค้างอยู่ห่างๆ
“พวกคุณบอกว่าสามารถช่วยรักษาศัตรูได้ไม่ใช่เหรอครับ!?!”
“ไม่รู้โว้ย!!!”
“ฮู่มมมม!!!”
[ เหวอออ!!! ]
เสียงคำรามของภูติพิทักษ์ดึงความสนใจของทั้งคู่กลับไป ทำให้ภาพของภูติพิทักษ์ที่กำลังเงื้อแขนเตรียมบดขยี้ทั้งคู่ปรากฏสู่สายตาของทั้งสอง...
[ ฟุ่บๆ!!! ]
[ โครม!!! ]
โฮป และ อินทรีย์ ต่างผละออกจากกันและกลิ้งตัวหลบท่อนแขนของภูติพิทักษ์ได้อย่างทันท่วงที จากนั้นทั้งคู่จึงรีบวิ่งไปดูอาการของ เมย์โล้ ด้วยความเป็นห่วง
“คุณเมย์โล้!!!”
“ยัยหนู!!! ไหวไหม?”
“แค่กๆๆๆ...”
หญิงสาวส่งเสียงไอออกมาเล็กน้อยก่อนจะพยุงร่างกายขึ้นมาจากพื้นอย่าง่อนแง่น พลางยิ้มและเอ่ยเสียงเรียบว่า
“แค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอก... ตอนโดน ราชันย์ออค ซัดใส่ยังเจ็บกว่านี้อีกหลายเท่าน่า!!!”
ประกายแรงกล้าในดวงตาของเธอบ่งบอกได้อย่างดีว่าเธอหมายความตามที่พูดอยู่จริงๆ ทำให้ทั้งสามเบาใจลงได้ในระดับหนึ่ง ก่อนที่ โฮป จะเอ่ยปากถามออกมาว่า
“ว่าแต่... ทำไมทักษะของ ลูจัง ถึงใช้กับมันไม่ได้ผลล่ะ?”
“ผมไม่รู้ครับ”
“ชั้นไม่ได้ถามแก๊!!!”
อินทรีย์ มองชายหนุ่มกลับด้วยใบหน้านิ่งเรียบในขณะที่ โฮป ตะโกนขึ้นมาราวกับเด็กที่ถูกขัดใจ
“ชั้นว่าชั้นพอจะรู้นะว่าทำไม...”
“.....?”
เมย์โล้ พูดเสียงเรียบขณะที่สายตาของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่ภูติพิทักษ์ โดยมี โฮป ลูเทเซีย และ อินทรีย์ ยืนฟังอย่างตั้งใจ
“เมื่อสักครู่ตอนที่โจมตี เหมือนชั้นจะเห็นอัญมณีบางอย่างฝั่งอยู่ภายในร่างของภูติพิทักษ์... ชั้นเดาว่ามันคือสาเหตุที่ทำให้ทักษะของ ลูเทเซีย ไม่มีผล...”
[ ฮู่มมมม!!! ]
[ ฟ้าววว!!! ]
ภูติพิทักษ์คำรามขึ้นมาอย่างขัดใจ เมื่อกลุ่มคนตรงหน้าพูดคุยกันราวกับไม่เห็นว่ามันยืนอยู่ตรงนั้น และเขวี้ยงกิ่งไม้ที่เพิ่งหักมาจากบนหัวใส่ทั้ง 4 ในทันที
[ ระวัง!!! ]
[ ฟุ่บๆๆ!!! ]
[ โครม!!! ]
อินทรีย์ คว้าเอวของ ลูเทเซีย และกระโดดหลบกิ่งไม้ก่อนใครเพื่อน ทำให้ โฮป และ เมย์โล้ ที่ตั้งใจจะเข้าไปช่วย ลูเทเซีย ต้องกระโดดหลบตามนายทหารเช่นกัน
“ถ้าอย่างนั้นเราต้องทำยังไงถึงจะช่วยภูติพิทักษ์ป่าได้ล่ะ!?!”
“ผมไม่รู้ครับ...”
“ไม่ได้ถามแกโว้ยยยย!!!”
นายทหารพย่ายามตอบคำถามเพื่อกระชับมิตรกับ โฮป ทว่าชายหนุ่มกลับตะโกนแหวกลับมาอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่ เมย์โล้ และ ลูเทเซีย จะเสนอความเห็นออกมาว่า
“ชั้นคิดว่าเราควรจะหาทางทำลายอัญมณีสีดำนั่นให้ได้ก่อน...”
“ถ้าทำแบบนั้นแล้วเวทมนตร์ของหนูอาจจะใช้ได้ผลก็ได้นะคะ?”
เมื่อได้ยินดังนั้นแล้วนายทหารและชายหนุ่มจึงหยุดทะเลาะกันชั่วคราวและหันกลับไปให้ความสนใจกับภูติพิทักษ์อย่างรวดเร็วพลางหยิบอาวุธคู่กายของตนออกมาถือเอาไว้
“ก็แปลว่า...”
“เราต้องล้มต้นไม้ต้นนี้ลงสินะครับ...”
“...ก็คงต้องทำแบบนั้นละนะ?”
โฮป อินทรีย์ และ เมย์โล้ กระชับอาวุธคู่กายในขณะที่ ลูเทเซีย รีบตะโกนขึ้นมาว่า
“หนูก็จะช่วยสู้ด้วยค่ะ!!! ให้หนูช่วยนะคะ!!!”
“แต่ว่า...”
[ ฟุ่บ... ]
[ …!?! ]
ฝ่ามือหนาของนายทหารชูขึ้นห้ามไม่ให้หญิงสาวพูดอะไรต่อ ก่อนที่เขาจะนั่งลงและจ้องเข้าไปในดวงตาของเด็กสาว
“ในการต่อสู้จริงๆเธออาจจะได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตได้นะ... เธอแน่ใจรึเปล่าคุณหนู?”
“ค่ะ!!! หนูจะไม่ยอมให้ทุกคนต้องมาปกป้องหนูอยู่ฝ่ายเดียวอีกแล้วละค่ะ!!!”
คำตอบของเด็กสาวสร้างความตื่นตะลึงให้กับ โฮป และ เมย์โล้ เล็กน้อยในขณะที่นายทหารคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ
“ดีมาก!!! งั้นไปลุยกันเถอะ!!!”
“ค่ะ!!!”
[ Fire Pilla!!! ]
[ Poison Knife!!! ]
[ Double Flame Sword!!! ]
[ ฉึกๆๆๆ!!! ครืนนนน!!! เปรี้ยงๆ!!! ]
[ ฮู่มมมมมมม~!!! ]
ใบมีด คมดาบ และเปลวเพลิงถาโถมเข้าโจมตีร่างกายอันใหญ่โตของภูติพิทักษ์อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยมี ลูเทเซีย คอยดับไฟที่ทำท่าจะลามเข้าไปในป่าอยู่เนืองๆท่ามกลางเสียงโหยหวนของภูติพิทักษ์ที่คำรามใส่ผู้อาจหาญลองดีกับราชันย์แห่งผืนป่าแห่งนี้...
-----
การต่อสู้ภายในเมืองสงบลงแล้วในที่สุด ทว่าผลการตัดสินกับภูติพิทักษ์ป่าเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น อีกทั้งผลการต่อสู้ที่ปราการสีเงินเองก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเช่นกัน...
ภูติพิทักษ์ป่า และ วิคเตอร์ ซึ่งถูกพลังแห่งความมืดครอบงำจะถูกปลดปล่อยจากอำนาจชั่วร้ายหรือไม่... บทสรุปกำลังจะปรากฏออกมาให้เห็นแล้ว...
Ep.26 ปลดปล่อย ภูติพิทักษ์ป่า
Coming Soon…

#1 By butler ~~** (124.122.100.237) on 2011-04-17 15:48