Ep.28 ชะตากรรมที่เริ่มก้าวเดิน...

 

 

# Ruin of Silverknight…  ซากปรักหักพังแห่งปราการสีเงิน...

 

 

     เวลาล่วงเลยเข้าสู่ราตรีแล้ว... นับจากที่พวก โฮป เดินทางมาถึงที่นี่และช่วยเด็กสาวที่ชื่อ ซาเนีย เอาไว้ก่อนจะทราบเรื่องราวจากเด็กสาวว่ามีคนทรยศเกิดขึ้นที่นี่ และมีผู้บุกรุกจากภายนอกบุกเข้ามา ส่งผลให้เหล่าอัศวินต้องเข้าต่อสู้และล้มตายเป็นจำนวนมาก (ตามความคิดของเด็กสาว) ส่งผลให้ ชิน หนึ่งในสองผู้นำของเหล่าซิลเวอร์ไนท์เสียชีวิตในการต่อสู้ และ วิคเตอร์ ผู้นำอีกคนหนึ่งนั้นได้หายสาบสูญไปหลังการสู้รบ...

 

     โฮป ตัดสินใจที่จะฝังร่างของ ชิน เอาไว้ ณ สถานที่แห่งนี้เพื่อเป็นสิ่งยืนยันว่าครั้งหนึ่งเหล่าอัศวินซิลเวอร์ไนท์เคย ปกป้องดินแดนซิลเวอร์แลนด์อยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ซึ่ง อัล และ อินทรีย์ ได้เสนอตัวเข้าช่วยเหลือชายหนุ่มด้วยอีกแรงหนึ่ง...

 

[ ฉึกๆๆๆ... ]

[ ตุบๆๆ... ]

[ ….. ]

 

     ในที่สุดการกลบดินและตกแต่งหลุมศพก็ได้เสร็จสิ้นลงในที่สุด... ด้วยการช่วยเหลือของ อัล ทำให้ป้ายหลุมศพถูกสลักเสลาเอาไว้อย่างบรรจงและประณีต และ อินทรีย์ ซึ่งช่วยขุดและกลบหลุมในเวลาอันรวดเร็วทำให้พวกเขาสามารถทำหลุมศพของ ชิน เสร็จได้ในเวลาไม่นาน...

 

[ กึกๆๆ... ]

[ แปะ... ]

 

     ช่อดอกไม้ป่าสีสวยถูกวางประดับหน้าหลุมศพสีขาวอย่างเงียบงันก่อนที่ โฮป จะจ้องมองป้ายหลุมศพของอาจาย์ของตนด้วยแววตาเจ็บปวดเหลือคณา...

 

[ ชิน : จอมหมัดไร้พ่าย : ผู้นำแห่งเหล่าซิลเวอร์ไนท์ หลับใหลอยู่ ณ ที่นี้ชั่วนิรันดร์ ]

[ ….. ]

[ ... ฮึกๆ... ]

 

     หยาดน้ำตาหลั่งรินท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้อันเงียบงันของ โฮป ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆต่างนิ่งเงียบลงไปเช่นกัน เนื่องจากเกรงว่าหากพูดอะไรผิดหูออกไปอาจจะทำให้ชายหนุ่มอาการย่ำแย่งมาก ยิ่งขึ้นไปกว่านี้ก็เป็นได้...

 

[ ... ฮึกๆๆ... ]

[ หมับ... ]

[ …..?!? ]

 

     มือเรียวบางของ ซาเนีย ค่อยๆกุมมือของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบาท่ามกลางสายตาของสมาชิกคนอื่นๆที่เฝ้าดู อยู่ใกล้ ในขณะที่เด็กสาวค่อยๆยกมือของชายหนุ่มขึ้นมาทาบบนอกของตนอย่างเชื่องช้า ทำให้ชายหนุ่มหน้าขึ้นสีด้วยความตกใจเล็กน้อย

 

“เอ่อ...”

“.....”

 

     ใบหน้าของ โฮป เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อในขณะที่เด็กสาวยังคงหลับตานิ่งเงียบโดยมีมือของชาย หนุ่มวางทาบอยู่บนอกของตน ก่อนที่เธอจะลืมตาขึ้นและยิ้มให้กับ โฮป อย่างอ่อนโยน...

 

“อย่าร้องไห้ไปเลยค่ะ... ถ้าคุณโฮป แสดงอาการเศร้าอยู่แบบนี้ คุณชิน จะพลอยรู้สึกเศร้าไปด้วยนะคะ...”

“.....”

“ยิ้มสิคะ... ถ้าคุณโฮป ยิ้มละก็ คุณชิน ก็จะยิ้มเหมือนกับคุณนะคะ...”

 

     ชายหนุ่มหยุดร้องไห้พลางจ้องมองเด็กสาวที่กำลังยิ้มให้กับตนด้วยความเงียบ งัน ก่อนที่ใบหน้าของชายหนุ่มจะมีรอยยิ้มบางๆประดับอยู่บนใบหน้า ทำให้สมาชิกคนอื่นๆพลอยยิ้มไปด้วยกันด้วยความโล่งใจ...

 

“แบบนั้นละค่ะ... ดีมากเลย...”

 

     ซาเนีย บอกกับชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มก่อนที่เธอจะผละจากชายหนุ่มไปยืนอยู่หน้าหลุมศพของ ชิน อย่างรวดเร็ว

 

“... บทเพลงนี้... หนูขออวยพรให้คุณชิน นอนหลับอย่างเป็นสุขนะคะ...”

 

     เด็กสาวหลับตานิ่งพลางก้มหน้าสุดลมหายใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่เธอจะเริ่มร้องเพลงขับกล่อมจิตใจให้แก่ทุกๆคนที่อยู่ในบริเวณนั้น...

 

[      *นิ่งนอนนิทรา ในใจยังคงพาฝันไป ภาพของเธอ...

 ยังคงตรึงตรา น้ำตาของฉัน พลันพลัดหล่นลงมา ไหลไปตามแก้ม

 ตอน-นี้ ความรู้สึกชั้นช่างเศร้าโศก สิ่งหนึ่งนั้น ไม่เคยเลือนจางหาย จากใจ

 Last night , Good night… Last night , Good night…

(ราตรีสุดท้าย , ราตรีสวัสดิ์)

 มือของเธอในราตรีนี้ โอบกอดชั้นไว้ มีกันและกัน...

 ราตรีสวัสดิ์...

 

….. ]

 

( *เพลง Last night , Good night - ขับร้องโดย Hatsune Miku (Vocaloid))

 

     ท่วงทำนองแผ่วเบาถูกขับร้องอย่างอ่อนโยนด้วยน้ำเสียงหวานใสและนุ่มนวลของ เด็กสาว จนจิตใจของทุกๆคนในบริเวณนั้นพลันรู้สึกอบอุ่นพร้อมกันถ้วนหน้า

 

( ต่อให้ชีวาข้าสิ้น จิตวิญญาณข้าจักยั่งยืนชั่วนิจนิรันดร์ )

 

     เสียงประหลาดดังขึ้นในหัวของทุกคนในบริเวณนั้นๆ ในขณะที่ ซาเนีย ยังคงร้องเพลงต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น สร้างความแปลกใจให้แก่ทุกๆคนในบริเวณนั้นๆ ยกเว้นโฮป ที่หลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเงียบงัน...

 

“อาจารย์... ผม.....”

 

     โฮป ปาดหยาดน้ำใสบนใบหน้าของตนออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเผยรอยยิ้มกว้างออกมาต่อหน้าหลุมศพของ ชิน พลางพูดว่า

 

“จิตวิญญาณของอาจารย์... ผมจะสานต่อจิตวิญญาณนั้นเองครับ!!!”

“โฮป / พี่โฮป...”

 

     จูเนียร์ และ ลูเทเซีย รำพึงชื่อของชายหนุ่มออกมาอย่างแผ่วเบาพลางเผยรอยยิ้มกว้างออกมาในขณะที่...

 

“พูดเข้าท่านี่หว่าไอ้หนู!!!”

 

[ ผัวะ!!! ]

[ แอ๊ฟฟฟ!?! ]

[ โครม!!! ]

 

     ฝ่ามือของ อัล ฟาดเข้ากลางแผ่นหลังของ โฮป โดยไม่ให้ตั้งตัว ส่งผลให้เด็กหนุ่มหน้าคว่ำลงไปกับพื้นในทันที โดยมี อินทรีย์ ช่วยพยุงกลับขึ้นมายืนท่ามกลางสายตาไม่พอใจของสาวๆทั้งสอง...

 

“อัล!!! ทำไมนายถึงชอบแกล้ง โฮป แบบนี้ละหา!?!”

“จริงด้วยค่ะ!!! พี่อัล นิสัยไม่ดี!!!”

 

[ ปึด... ]

 

      หูและหางของชายหนุ่มพลันตั้งชันขึ้นในทันที กระทั่งเขี้ยวที่ปกติแล้วจะถูกเก็บเอาไว้ในปากอย่างมิดชิดก็พลอยถูกโชว์ออก มาเช่นกัน ก่อนที่ อัล จะคำรามขึ้นมาอย่างสุดกลั้นว่า

 

“จะไม่ให้ชั้นแค้นไอหมอนี่ได้ยังไงหา!!! พวกเธอจำไม่ได้รึยังไงว่าเมื่อเช้านี้ไอหมอนี่ทำอะไรกับชั้นบ้างน่ะ!!!”

“ทำอะไรเหรอ? (*2)”

 

[ โครม!!! ]

 

     อัล สะดุดอากาศพลางล้มหน้าคว่ำไปกับพื้นในทันที เพราะเขาไม่นึกว่าสองสาวจะตอบเขากลับมาเช่นนี้...

 

“ไอหมอนี่จับชั้นเข้าซังเตทั้งที่ชั้นไม่ได้ทำอะไรผิดไม่ใช่เรอะ!?!”

“นาย/พี่ ถ่มน้ำลายลงบนท่าเรือไม่ใช่เหรอ(คะ)?”

“อ๊ากกกกกซ์~!!!”

 

     ชายหนุ่มคำรามขึ้นมาอย่างสุดกลั้นเพราะเถียงสองสาวไม่ได้ ก่อนที่ โฮป จะส่งเสียงแทรกขึ้นมาว่า

 

“ผมทำตามกฎนะครับ... มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้...”

 

[ ปึดๆๆ!!! ]

[ เหวอออ!!! ]

 

     เส้นเลือดปูดขึ้นมาบนขมับของ อัล จนมองเห็นได้อย่างชัดเจนจน โฮป ส่งเสียงร้องเหวอและรีบวิ่งหนีไปในทันที โดยมี อัล ถือดาบวิ่งไล่ตามไปติดๆท่ามกลางสายตาเอือมระอาของ จูเนียร์ ลูเทเซีย และ อินทรีย์ รวมไปถึงสายตาขอบขันและเสียงหัวเราะของ ซาเนีย ซึ่งหยุดร้องเพลงของตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

 

“แกตายยยยย~!!!”

“ม่ายยยยยยย~!!!”

“อุ๊บ... ฮะๆๆๆๆๆ!!!”

 

     ในที่สุดทุกๆคนจึงทนเห็นท่าทีของทั้งคู่ไม่ไหวและหลุดหัวเราะออกมาในที่สุด ก่อนที่ อินทรีย์ จะรับหน้าที่จับทั้งคู่แยกออกจากกันอย่างรวดเร็ว โดย ลูเทเซีย และ จูเนียร์ จะช่วยกันจับ อัล และ ซาเนีย จะเข้าไปปลอบ โฮป ซึ่งแผนการนี้ก็จำเร็จลงในเวลาไม่นานนักท่ามกลางเสียงโวยวายของเจ้าตูบประจำ ทีม...

 

[ แง่งงงง!!! ปล่อยช้านนนน~!!! ]

[ ฮะๆๆๆ~* ]

 

…..

 

 

( 22.00 น. )

 

     ...เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงกลางคืนแล้ว ในขณะที่ทุกๆคนตัดสินใจที่จะพักค้างคืนกันที่นี่เนื่องจากภายในป่านั้น อันตรายเกินไป โดยที่ทุกคนจะผลัดกันเฝ้ายามทีละช่วงๆ ทุกๆคนตัดสินใจย้ายสถานที่ไปพักผ่อนในบริเวณใกล้เคียงเพื่อไม่ให้เป็นการ รบกวนใกล้ๆหลุมศพของ ชิน ซึ่งช่วงแรกเป็นช่วงเฝ้ายามของ ซาเนีย และ ลูเทเซีย...

 

[ คิกๆๆ... ]

[ ฮิๆๆๆ... ]

 

     เสียงหัวเราะของเด็กสาวทั้งสองดังขึ้นมาเป็นระยะๆเนื่องจากนิสัยที่ถูกคอกัน และอายุที่ไม่ต่างกันมากนักทำให้ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนสนิทกันอย่างรวดเร็ว

 

“งั้น... ที่ ซาเนียจัง อยากจะเป็นอัศวินซิลเวอร์ไนท์เพราะอยากตามหา พี่เฮแซด อย่างนั้นเหรอ?”

“อืม... ไม่นึกเลยว่า ลูจัง เองก็เคยพบกับเค้าเหมือนกันนะ...”

 

     ซาเนีย เล่าให้ลูเทเซียฟังว่าในอดีตตนเองเคยได้รับความช่วยเหลือจาก เฮแซด ในขณะที่ตนเองหลงป่าอยู่ทำให้เธอตัดสินใจที่จะเข้าร่วมเป็นอัศวินซิ ลเวอร์ไนท์เพื่อจะได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก และหวังว่าจะได้พบกับชายหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง...

 

“แปลว่า... ซาเนียจัง ชอบ พี่เฮแซด สินะ~?”

“ว้าย... ไม่ใช่นะ ลูจัง... ชั้นก็แค่...”

 

     ซาเนีย แสดงท่าทีอิดออดออกมาอย่างชัดเจนในขณะที่ ลูเทเซีย ฉีกยิ้มกว้างให้กับเพื่อนของตน

 

“ไม่ต้องอายหรอกจ้ะ... ชั้นเองก็มีคนที่ชอบอยู่เหมือนกัน!!!”

“เอ๊ะ!?! ลูจังก็ด้วยเหรอ?”

“อื้ม!!! ดังนั้น...”

 

[ หมับ!!! ]

[ ว๊าย!?! ]

[ โครม!!! ]

 

     เด็กสาว โผเข้าหา ซาเนีย อย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน ส่งผลให้ร่างของ ลูเทเซีย นั่งคร่อมอยู่บนร่างของเพื่อนสาวในทันทีก่อนที่เธอจะพูดด้วยรอยยิ้มว่า

 

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เหมือนกันสินะ? ดีใจจังเลย~♥”

 

[ หมับ... จุ๊ฟๆ... ]

[ อะ... เดี๋ยวก่อน... ลู... จัง... อ๊า…♥ ]

 

     มือของเด็กสาวค่อยๆคลำไปตามเนินอกของเพื่อนใหม่ พลางริมฝีปากของ ลูเทเซีย พลันจูบไปตามซอกคอของ ซาเนีย อย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายต้องยันหน้าอกของเด็กสาวกลับออกมาพลางหอบหายใจเล็ก น้อย...

 

“ทำไมล่ะ? ซาเนียจัง... ไม่รู้สึกดีเหรอ?”

“ก็ดีนะ... แต่.... ใครสอนให้ ลูจัง ทำแบบนี้เหรอ?”

 

     ซาเนีย ว่าพลางกุมหน้าอกของตนเองอย่างหวาดระแวงและรอฟังคำตอบของเด็กสาว...

 

“พี่รอน เป็นคนสอนน่ะ... เขาบอกว่าเวลาอยู่กับเพื่อนสาวสองคนและอยากทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีให้ทำแบบตะกี้ละ~♥”

“เอ่อ...”

 

     ซาเนีย ถึงขั้นพูดไม่ออกไปพักหนึ่ง ก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจและบอกกับ ลูเทเซีย ว่า

 

“ลูจัง... เรื่องแบบนี้เขาเอาไว้ทำกับคนที่ ลูจัง รักเท่านั้นนะเข้าใจมั้ย?”

“แต่พี่รอน บอกว่าทุกๆคนจะปฏิเสธแบบนี้แต่ลึกๆแล้วก็รู้สึกดีน่ะ... ใช่มั้ย?”

“เอ่อ...”

 

     เด็กสาวแสดงท่าทีอึกอักเพราะเมื่อสักครู่นี้เธอเป็นฝ่ายยอมรับเองว่ารู้สึก ดี ก่อนที่ ลูเทเซีย จะสัมผัสถึงความกังวลเล็กๆของเพื่อนสาวได้ เธอจึงพูดต่อไปว่า...

 

“งั้น... ชั้นก็รัก ซาเนียจัง เพราะ ซาเนียจัง เป็นเพื่อนชั้นละ~♥”

“ว้ายๆ~!!!”

 

     ลูเทเซีย กอดรวบตัวเพื่อนสาวของตนลงไปกับพื้นก่อนจะเริ่มลงมือจูบและลูบคลำส่วนต่างๆ ของ ซาเนีย จนเธอร้องโวยวายพลางส่งเสียงครางสลับกันเป็นระยะๆท่ามกลางสายตาของ อัล และ อินทรีย์ ซึ่งกำลังจะมาเปลี่ยนเวรเฝ้ายามอยู่ใกล้ๆ...

 

“สองคนนั้น.. เล่นบ้าอะไรกันวะ...”

“ฮะๆๆๆ~*”

 

     อัล สบถออกมาอย่างขัดใจทั้งๆที่หูและหางของเขากระดิกไปมา บ่งบอกว่าเขาเองก็ไม่ได้เกลียดทิวทัศน์ที่เด็กสาวสองคนกำลังกอดรัดกันตรง หน้ามากนัก ในขณะที่ อินทรีย์ หัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบาและเข้าไปช่วยแยกสาวน้อยทั้งสองออกจากกันอย่างรวด เร็ว

 

[ รู้สึกดีมั้ยจ้ะ? ]

[ ดีแต่ไม่อ๊าว~!!! แง้ๆๆ T^T!!! ]

[ ฮะๆๆๆๆ~* ]

 

…..

 

 

( 24.00 น. )

 

[ ฟรี้... ฟรี้... ]

 

     เสียงหายใจอย่างสม่ำเสมอของเด็กสาวทั้งสองเรียกรอยยิ้มจากนายทหารได้เป็นอย่างดีในขณะที่ อัล ยังคงจ้องมอง อินทรีย์ ที่กำลังห่มผ้าให้กับเด็กสาวทั้งสองจากข้างกองไฟที่ลุกไหม้...

 

“สรุปแล้ว... นายไม่ใช่คนของโลกนี้สินะ...”

“.....”

 

     ชายหนุ่มยิงคำถามในทันทีโดยไม่ให้นายทหารตั้งตัว ก่อนที่ อินทรีย์ จะชะงักไปพักหนึ่งก่อนจะพยักหน้าตา อัล กลับไปอย่างเงียบเชียบ โดยที่มือของเขายังคงลูบศีรษะของ ลูเทเซีย ต่อไปเงียบๆ...

 

“โลกที่นายจากมาเป็นแบบไหน...”

 

     อัล ถาม อินทรีย์ ต่อโดยไม่สนท่าทีของอีกฝ่าย ก่อนที่นายทหารจะตอบคำถามของชายหนุ่มอย่างเชื่องช้าว่า

 

“ที่นั่น... วิทยาการทางวิทยาศาสตร์ก้าวล้ำมากกว่าที่โลกแห่งนี้มากครับ... แล้วที่นั้นก็ไม่มีผู้ใช้เวทมนตร์แบบพวกคุณด้วย...”

“โลกที่ไม่มีเวทมนตร์!?! นึกภาพไม่ออกเลยแฮะ... แล้วไอวิทยาศาสตร์ก้าวหน้านี่มันขนาดไหนกันละ?”

“ก็...”

 

     จากนั้นชายหนุ่มจึงได้ฟังเรื่องราวของสิ่งของต่างๆซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่จริง อย่างเช่นรถยนต์ เครื่องจักรที่สามารถวิ่งไปไหนมาไหนได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้สัตว์เพื่อลากเลื่อน หรือเครื่องบิน เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่สามารถพาผู้คนบินขึ้นฟ้าได้คราวละมากๆ และอื่นๆอีกมากมาย...

 

     อัล ฟังเรื่องราวจากนายทหารไปพลางกระดิกหางและหูราวกับเด็กได้ฟังนิทานที่ถูกใจจน อินทรีย์ แอบหัวเราะกับท่าทีของชายหนุ่มจนกระทั่งเขาเล่าเรื่องราวของเขาจนหมดและถามถึงเรื่องราวในโลกแห่งนี้บ้าง

 

     นายทหารจึงรู้ว่าโลกแห่งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับโลกของเขาในสมัยอดีตมากนัก ธรรมชาติยังคงสวยงาม ไม่มีมลภาวะที่คอยทำลายชั้นบรรยากาศ ผู้คนไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันและยินดีช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่สนผลประโยชน์ ไม่มีการหลอกลวง ไม่มีสิ่งยั่วยุที่ทำให้จิตใจของผู้คนตกต่ำลงกว่าที่ควร...

 

     ทั้งสองต่างคิดว่าโลกของอีกฝ่ายนั้นน่าอยู่กว่าโลกของตนแต่อีกใจหนึ่งกลับบอกว่าโลกแบบที่ตนเป็นอยู่นั้นก็ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าให้เลือกจริงๆทั้งคู่เองก็ยังอยากจะลองอยู่ในโลกของอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ดี...

 

     อัล และ อินทรีย์ ต่างถกประเด็นเรื่องข้อดีและข้อเสียต่างๆกันอย่างออกรส ทำให้ทั้งคู่สนิทกันได้อย่างรวดเร็วจนเวลาล่วงเลยไปจนถึงเวลาเปลี่ยนเวรเฝ้ายามของ โฮป และ จูเนียร์ ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันไปนอนเพื่อรอการผลัดเวรรอบต่อไป...

 

 

.....

 

 

( 02.00 น. )

 

[ ฮ้าวววว~*… ]

[ คิกๆๆ... ]

[ เอ้อ... ขอโทษครับ... ]

 

      ชายหนุ่มบิดขี้เกียจพลางส่งเสียงหาวออกมาอย่างแผ่วเบาท่ามกลางสายตาของ จูเนียร์ ซึ่งเฝ้าดูเขาและหัวเราะอยู่ข้างกองไฟก่อนที่ โฮป จะโค้งหัวขอโทษสำหรับกริยาที่ไม่สุภาพของเขา...

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ... ชั้นเขาใจดีว่าวันนี้คุณคงเหนื่อยไม่น้อยเลยทีเดียว...”

“.....”

 

     โฮป นิ่งเงียบพลางจ้องหน้าของหญิงสาวอยู่พักหน่อยก่อนที่เขาจะเริ่มพูดกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา...

 

“คุณกับคุณ เมย์โล้... เกี่ยวข้องกันยังไงเหรอครับ...”

“.....”

 

     หญิงสาวหลับตาลงพลางทำท่าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดลงชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่ จูเนียร์ จะเงยหน้าขึ้นยิ้มให้กับชายหนุ่มและตอบว่า

 

“ชั้นเป็นเพียงจิตชั่วคราวที่เกิดขึ้นมาจากอาการช๊อคน่ะค่ะ...”

“จิตชั่วคราว?”

“ค่ะ... เป็นผลจากสภาพกึ่งตายของ เมย์โล้ ที่ได้รับจากสงคราม ณ เมืองเซอร์ดิน น่ะค่ะ...”

“... รังเกียจมั้ยครับถ้าผมจะสอบถามรายละเอียดจากคุณน่ะครับ?”

“ไม่รังเกียจหรอกค่ะ... แต่ชั้นคงช่วยอะไรคุณไม่ได้มาหนักเพราะความทรงจำของชั้นกับเธอถูกแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิงน่ะค่ะ...”

“หมายความว่า... พวกคุณเปรียบเหมือนคนละคนกัน แต่อาศัยอยู่ในร่างเดียวกันสินะครับ...”

“ค่ะ...”

 

     จูเนียร์ ตอบชายหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทว่า โฮป กลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเศร้าสร้อยลุกๆในรอยยิ้มนั้น...

 

“คุณจูเนียร์... คุณ...”

“.....”

 

     ทว่าจู่ๆบรรยากาศรอบกายหญิงสาวพลันรู้สึกแข็งกร้าวขึ้นมาในบัดดล ทำให้ชายหนุ่มสัมผัสได้ทันทีว่าคนตรงหน้าสลับตัวกับอีกคนหนึ่งภายในร่างของตนเรียบร้อยแล้ว...

 

“คุณเมย์โล้... สินะครับ?”

“อืม... เรื่องราวที่นายอยากรู้น่ะชั้นจะเล่าเอง... แต่เรื่องที่นายตั้งใจจะถามเมื่อสักครู่นี้คงต้องขอให้สงสัยต่อไปละนะ...”

“... ครับ...”

 

     ชายหนุ่มดูออกในทันทีว่าคนตรงหน้ามองความคิดของเขาทะลุปรุโปร่งและไม่ต้องการให้เขาสอบถามกับ จูเนียร์ ไปมากกว่านี้ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องยุติคำถามของเขาเอาไว้และฟังเรื่องราวที่หญิงสาวจะเล่าต่อไปอย่างเงียบงัน...

 

     เมย์โล้ เล่าเรื่องของสงครามที่เกิดขึ้นที่เมืองเซอร์ดินและเรื่องราวของเหล่า ไนท์แมร์ ให้กับเด็กหนุ่มฟังจนสิ้น ท่ามกลางแววตาตื่นตะลึงของ โฮป ที่ได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามจริงๆจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยตนเอง เพราะตามจริงแล้วเด็กหนุ่มเองก็ไม่เคยสัมผัสสิ่งที่เรียกว่าการสู้รบจริงๆนอกจากการฝึกเลยสักครั้ง ดังนั้นเรื่องเล่าของหญิงสาวจึงดึงดูดความสนใจของเขาได้มากเป็นพิเศษ...

 

     เมย์โล้ เล่าเรื่องราวการสู้รบของตนรวมไปถึงเรื่องของรุ่นพี่ที่ตนเคารพนับถือและหัวหน้าซึ่งเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมให้ โฮป ฟังจนไม่ทันสังเกตว่าเด็กหนุ่มผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

 

“หลังจากนั้น... อะ... อ้าว...”

“ฟรี้... ฟรี้...”

“... เฮ้อ...”

 

     หญิงสาวทอดถอนใจด้วยรอยยิ้มก่อนที่เธอจะหยิบผ้าห่มผืนบางขึ้นมาคลุมร่างของเด็กหนุ่มเอาไว้พลางกลับไปนั่งเฝ้ายามต่อไป เนื่องจากเธอเข้าใจดีว่าการสู้รบครั้งแรกคงทำให้เด็กหนุ่มเหนื่อยล้าทั้งกายและใจอย่างมาก รวมไปถึงพบเจอเรื่องสะเทือนใจในตอนท้าย ทำให้เด็กหนุ่มจำเป็นต้องได้รับการพักผ่อนอย่างพียงพอ...

 

“... แอบฟังอยู่เหรอ จูเนียร์...?”

 

     หญิงสาวพูดคุยกับความเงียบรอบตัวก่อนที่เสียงของเธอเองแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนมากกว่าที่เธอเป็นจะดังตอบขึ้นภายในหัวของเธอว่า...

 

( ค่ะ... ขอโทษด้วยนะคะ... )

“ชั้นไม่ว่าอะไรเธอหรอก... ยังไงเธอก็คือชั้นนี่นา...”

( ค่ะ... )

 

     น้ำเสียงของ จูเนียร์ แฝงไปด้วยความกังวลบางอย่างทำให้ เมย์โล้ ทอดถอนใจเล็กน้อยก่อนจะพูดกับตนเองว่า

 

“กังวลใจเรื่องตัวเองอยู่งั้นเหรอ?”

( ค่ะ... )

“เธอคิดว่าเธอไม่สมควรเกิดมาอย่างนั้นเหรอ?”

( ...!?! )

 

     แม้จะมองไม่เห็นแต่ เมย์โล้ ก็สัมผัสได้ว่าอีกจิตของตนกำลังแสดงสีหน้าหนักใจได้อย่างชัดเจน...

 

“ยังไงเธอกับชั้นก็คือคนๆเดียวกัน... สิ่งที่เธอคิดชั้นก็จะรับรู้เหมือนกับเธอนั่นแหละ...”

( ..... )

 

     จูเนียร์ นิ่งเงียบไปสักพักหนึ่งก่อนที่เธอจะเริ่มเอ่ยปากอีกครั้งหนึ่งว่า

 

(แต่ว่า... ยังไงซะชั้นก็...)

“ไม่ต้องกลัวหรอก... เธอจะต้องไม่หายไป...”

( ..... )

 

     ใช่แล้ว... สิ่งที่ จูเนียร์ กังวลอยู่ในตอนนี้ก็คือเรื่องที่เธอเป็นเพียงจิตชั่วคราวที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากอุบัติเหตุ... ดังนั้นการที่สักวันหนึ่งตัวตนของเธอจะหายไปนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยแม้แต่น้อย เธอจึงรู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆนับตั้งแต่เธอล่วงรู้ความจริงข้อนี้ขึ้นมา... แต่ยังไงซะเธอก็ไม่มีตัวตนมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วเธอจึงพอจะทำใจได้บ้างเล็กน้อย และตั้งใจจะยอมรับชะตากรรมที่จะต้องหายไปของตนเอง ทว่า...

 

“ถึงตัวตนของเธอจะหายไป... แต่เธอจะยังอยู่ในใจของชั้นเสมอนะ จูเนียร์...”

( ขอบคุณมากค่ะ... คุณเมย์โล้... )

 

     เมย์โล้ มองเห็นภาพของ จูเนียร์ สะอื้นไห้ด้วยความตื้นตันใจอยู่ภายในหัว ทำให้เธอพลอยลอบยิ้มไปด้วย และพูดต่อไปว่า

 

“เรียกว่าคุณทำไมล่ะ? ยังไงซะเราก็คนๆเดียวกันอยู่แล้ว... เรียก เมย์โล้ เฉยๆก็ได้นี่?”

( ค่ะ... เมย์จัง...)

“เอิ่ม... จังงั้นเหรอ... ก็... ฟังดูไม่เลวนะ...”

( คิกๆๆ... )

 

     ใบหน้าของหญิงสาวขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็วเพราะไม่เคยมีใครเรียกเธอเช่นนี้มาก่อน ส่งผลให้ จูเนียร์ หัวเราะออกมาอย่างชอบใจเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายขึ้นสีด้วยความเขินอาย...

 

[ เลิกหัวเราะได้แล้วน่า!!! ]

( คิกๆๆๆ... ค่ะ!!! )

 

     หลังจากนั้นหญิงสาวทั้งสองจึงเริ่มพูดคุยกันเองและรับหน้าที่เฝ้ายามต่อไปอย่างเงียบงันพลางเฝ้ามองหมู่ดาวบนฟากฟ้า โดยไม่รู้เลยว่าในเวลาเดียวกันนั้นเอง... เหตุการณ์เลวร้ายบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น ณ เมืองท่าสีเงิน...

 

 

-----

 

 

# Silver Harbor… ท่าเรือสีเงิน แห่งอาณาจักรซิลเวอร์แลนด์...

 

 

     ตัวเมืองท่าเกือบจะเรียกได้ว่ากลายเป็นเมืองร้างไปเสียแล้ว... เนื่องจากการบุกโจมตีของเหล่าสัตว์อสูรทำให้เหล่าอัศวินตัดสินใจให้ชาวเมืองทั้งหมดอพยพออกจากตัวเมืองเพื่อความปลอดภัย ทำให้ตอนนี้ตัวเมืองแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเมืองร้าง และมีเหล่าอัศวินเท่านั้นที่อาศัยอยู่ภายในตัวเมือง...

 

.....

 

 

( 2.30 น. )

 

[ กึกๆๆๆ... ]

 

“ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง?”

“ทุกอย่างปกติครับ!!!”

“ดีมาก... ตรวจตราต่อไปอย่างเข้มงวดนะ!!!”

“ครับ!!!”

 

     ….. ณ บนกำแพงเมือง เหล่าซิลเวอร์ไนท์ที่ยังเหลือรอดกำลังเดินตรวจตรารอบตัวเมืองอย่างขะมักเขม้น เนื่องจากยังไม่ไว้วางใจสถานการณ์โดยรอบ แม้ว่าเหล่าสัตว์อสูรจะถอนกำลังออกไปจากตัวเมืองแล้วก็ตาม เพราะผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ล้วนมีแต่เหล่าอัศวินเท่านั้น ส่วนเหล่าประชาชนบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากการรีบอพยพไปยังลานกว้างของเมืองเท่านั้น...

 

“เฮ้อ... จู่ๆก็มีสัตว์อสูรบุกเมือง... แถมคนที่เสียชีวิตก็มีแต่พวกเรา... มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย?”

 

[ ฟุ่บ... ปึด!!! ]

[ …..!!?!? ]

[ หงึกๆๆ... ]

 

     ทว่ายังไม่ทันที่นายทหารจะได้ตั้งตัวนั้นเองที่เส้นเอ็นบางสีเงินถูกคล้องรอบคอและรัดแน่นจนไม่สามารถหายใจหรือเปล่งเสียงใดๆให้เล็ดลอดออกมาได้ จนกระทั้งอัศวินนายนั้นขาดใจตายในท้ายที่สุด...

 

[ ตุบ... ]

[ หึๆๆๆ... ]

 

     เรือนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามในชุดสูทสีเงินเผยรอยยิ้มชั่วร้ายภายใต้แสงจันทร์ ก่อนที่เรือนร่างในชุดคลุมสีดำจะปรากฏตัวขึ้นข้างกายของชายคนแรกอย่างเงียบเชียบ...

 

“สมแล้วที่เป็นวิธีการต่อสู้จากต่างโลก... ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆด้วยแฮะ...”

“ขอบใจที่ชมนะ สหายโรมิโอ...”

“ไม่ว่ากัน... สควอโด้ เพื่อนยาก...”

 

     ใช่แล้ว... ทั้งสองก็คือ โรมิโอ และ สควอโด้ นั่นเอง...

 

     หลังจากที่ทั้งคู่หนีออกจากวงล้อมของเหล่าอัศวิน ซิลเวอร์ไนท์ ได้เป็นผลสำเร็จ โรมิโอ จึงสอบถามที่มาของอีกฝ่ายในทันที และได้รู้ว่าอีกฝ่ายคือผู้เดินทางจาต่างมิตีที่เขาตามหานั่นเอง ชายหนุ่มจึงไม่รอช้าและชวนอีกฝ่ายเข้าเป็นพวกในทันทีซึ่ง สควอโด้ เองก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธเพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้รู้จักโลกนี้มากซักเท่าไรนัก และการมีมิตรเพิ่มขึ้นย่อมดีกว่ามีศัตรูเพิ่มขึ้นไม่ใช่หรือ...?

 

     โรมิโอ ได้ขอให้ สควอโด้ ช่วยงานของตนหลังจากที่รู้ว่าสมาชิก ไนท์แมร์ ที่เหลือต่างได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่น้อยและถอนตัวกลับไปจนสิ้น ซึ่งนายทหารเองก็ไม่ปฏิเสธ เพราะงานเก่าของเขาคืองานฆ่าคนอยู่แล้ว...

 

     งานที่ โรมิโอ ไหว้วานอีกฝ่ายก็คือการลอบสังหารเหล่าทหารที่อยู่รอบนอกตัวเมืองให้หมดอย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว ส่วนตัวชายหนุ่มนั้นจะเข้าไปไล่สังหารเหล่าอัศวินที่เหลือรอดอยู่ภายในตัวเมืองด้วยตนเอง ทำให้ สควอโด้ ตัดสินใจไล่ฆ่าเหล่าอัศวินบนตัวกำแพงก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะลงไปไล่สังหารเหล่าอัศวินที่เดินตรวจตราอยู่ล่างกำแพงเป็นลำดับต่อไป...

 

[ กึกๆๆ... ]

[ โอ๊ะโอ... ]

[ ฟุ่บ... ]

 

     เสียงก้าวเดินของทหารนายหนึ่งกำลังเข้าใกล้บริเวณที่นายทหารยืนอยู่ ทำให้ สควอโด้ ตัดสินใจหลบไปห้อยตัวอยู่ข้างกำแพงเมืองเพื่อรอจังหวะสังหารนายทหารผู้โชคร้ายทีเผลอ...

 

[ …!?! หัวหน้า!!! ]

[ กึกๆๆๆ!!! ]

 

     อัศวินผู้โชคร้ายติดกับอย่างง่ายดายทำให้ สควอโด้มีโอกาสเข้าประชิดอีกฝ่ายจากด้านหลังอย่างเงียบงัน...

 

[ กร๊อบ… ]

[ ตุบ... ]

 

     นายทหารจัดแจงบิดคอของอัศวินผู้โชคร้ายจนใบหน้าของอัศวินบิดไปในองศาที่ผิดธรรมชาติ ก่อนที่ร่างอันไร้ชีวิตนั้นจะหล่นลงไปกองกับพื้นอย่างรวดเร็ว...

 

“ฮึๆๆ... มีเหยื่อมาให้ฆ่าเรื่อยๆแบบนี้ก็ดีเหมือนกันแฮะ?”

 

[ กึกๆๆ... ]

[ ฟุ่บ... ]

 

     เสียงก้าวเดินดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ร่างกายของนายทหารจะพรางกายเข้ากับความมืดอีกครั้งหนึ่งก่อนที่อัศวินผู้โชคร้ายจะตกเป็นเหยื่อของมัจจุราชจากต่างมิติอีกครา...

 

[ ฉึก!!! ]

[ …!!! ]

 

     ริมฝีปากของอัศวินถูกมือหนาของนายทหารรวบเอาไว้อย่างเงียบเชียบก่อนที่ใบมีดคมกริบจะถูกแทงเข้ากลางหัวใจอย่างแม่นยำจนอัศวินนายนั้นทรุดกายลงกับพื้นและตายตามพรรคพวกของตนไปอย่างรวดเร็ว...

 

[ ฟุ่บ... ]

 

     ใบหน้าของ สควอโด้ ประดับไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมทว่าแววตากลับแฝงไปด้วยความรู้สึกสนุกสนานกับความรู้สึกของการเป็นผู้ล่าที่ไร้ซึ่งผู้ต่อกร...

 

 

.....

 

 

( 3.00 น. )

 

[ สวบ!!! ]

[ อึก... ]

[ ตึง... ]

 

     คมดาบมนตราถูกแทงทะลุร่างของอัศวินนายหนึ่งโดยไม่ให้ตั้งตัว ส่งผลให้เสียงร้องเล็ดลอดออกมาเพียงเล็กน้อยก่อนที่ร่างอันไร้ชีวิตของอัศวินหนุ่มจะล้มลงไปกับพื้นอย่างเงียบงัน...

 

“ชิ... ทั้งๆที่มากันตั้ง 4 คนแท้ๆกลับไม่มีปัญญากวาดล้างไอ้พวกทหารถ่อยพวกนี้อีกงั้นเรอะ... เจ้าพวกนั้นทำบ้าอะไรกันอยู่นะถึงได้ขาดการติดต่อกันไปหมดแบบนี้เนี่ย!?!”

 

     ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสียพลางไล่ฆ่าอัศวินที่เดินตรวจตราในเมืองอย่างเคืองแค้นเนื่องจากแผนการที่วางเอาไว้ไม่เป็นไปตามที่ต้องการเลยแม้แต่น้อย ทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มปะทุขึ้นจนถึงขีดสุดจนอยากจะทำลายเมืองๆนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง ติดเพียงว่าทั้งอัศวินเกราะและ เทมเปส ของเขาเองต่างก็ถูก วิคเตอร์ ช่วงชิงไปจนหมดสิ้นทำให้ โรมิโอ ต้องจำใจลอบสังหารเหล่าอัศวินไปทีละนายอย่างเลี่ยงไม่ได้...

 

[ ฉึกๆๆๆๆๆ!!! ]

[ อั่กกก... พรวด... ]

 

     ทว่าแม้จะเป็นการสังหารไปทีละคนก็ตามที โรมิโอ ก็ยังสามารถระบายความแค้นของตนได้โดยการฆ่าอย่างทารุณและโหดเหี้ยมด้วยการใช้ดาบนับสิบเล่มทะลวงร่างของเหล่าอัศวินจนแหลกและอยู่ทุกคราไป...

 

 

.....

 

 

( 5.00 น. )

 

     บริเวณริมท่าเรือที่เคยคึกคักและมีคนสัญจรไปมาตลอดทั้งคืน ณ เวลานี้กลับเงียบเหงาราวกับเป็นเมืองร้าง...

 

     การไล่ฆ่าเหล่าอัศวินภายในตัวเมืองยังคงเป็นไปอย่างเงียบงันในขณะที่บริเวณท่าเรือนั้น กำลังมีการอพยพคนให้ออกจากเมืองท่าสีเงินอย่างปลอดภัยตลอดทั้งคืน ท่ามกลางการควบคุมดูแลของเหล่าอัศวินที่รอดชีวิตจากการต่อสู้เมื่อกลางวัน จนกระทั่งเรือลำสุดท้ายออกจากท่าเรือไปได้อย่างปลอดภัยท่ามกลางรอยยิ้มของเหล่าอัศวินที่ใช้ชีวิตเพื่อความปลอดภัยของผู้คน...

 

“เอาละ... ที่เหลือก็แค่รวบรวมคนที่เหลือรอดและกลับไปรายงานเรื่องนี้ที่ป้อมปราการสีเงินเท่านั้น...”

“เราเสียพี่น้องไปมากในการปกป้องเมืองครั้งนี้... แต่การเห็นประชาชนปลอดภัยดีก็ถือเป็นความสุขของพวกเราแล้วใช่ไหม?”

“ใช่ๆๆ... พี่น้องพูดถูก... เอาล่ะกลับที่พักกันเถอะ~!!!”

 

    เหล่าทหารเตรียมพร้อมเดินทางกลับไปยังค่ายพัก ณ ใจกลางเมืองทว่า...

 

[ โครมๆ!!! ]

[ แผละ... ]

[ …..!?!!! ]

 

     อะไรบางอย่างถูกโยนลงมาจากหลังคาบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียงก่อนที่เลือดมีแดงสดจะเปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณ...

 

“อะไรกันน่ะ!?!”

“นั่นมัน!!!”

 

     เหล่าอัศวินตื่นตะลึงได้พักหนึ่งก่อนที่ภาพของสหายร่วมรบที่ถูกโยนลงมากระแทกกับพื้นจนสภาพร่างกายแหลกเละจะปรากฏสู่สายตาของพวกเขา...

 

[ ฮ่าๆๆๆๆ!!! ]

[ …!?! ]

 

     เสียงหัวเราะดังมาจากบนหลังคาบ้านเบื้องหน้า ทำให้เหล่าอัศวินชักอาวุธและมองขึ้นไปด้านบนในทันที ก่อนที่ร่างของชายหนุ่มใส่แว่นในชุดคลุมสีดำจะปรากฏแก่สายตาของเหล่าอัศวินทุกนาย...

 

“แกเป็นใคร!?!”

“นามของข้าคือ โรมิโอ... ผู้ได้รับคำสั่งให้มากวาดล้างพวกเจ้าอัศวินซิลเวอร์ไนท์ยังไงล่ะ!!!”

“...!!! งั้นแกก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้สินะ!!!”

 

[ เคร๊งๆๆ... ]

 

     คมดาบ ด้ามหอก และคันธนูต่างถูกชี้เข้าใส่ชายหนุ่มอย่างพร้อมเพรียงกันในขณะที่ โรมิโอ ยังคงแสยะยิ้มให้กับเหล่าอัศวิน เนื่องจากแผนการของเขาดำเนินไปด้วยดีจนเหล่าอัศวินไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย...

 

“หึๆๆๆ... ข้าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้... แล้วเจ้าคิดว่าจะมีปัญญาสู้กับข้าได้เยี่ยงนั้นรึ?”

“อึก...”

 

     แผนลวงของชายหนุ่มยังคงใช้ได้ผลอยู่... เพราะหากเขาสามารถควบคุมเหล่าสัตว์อสูรให้บุกโจมตีเมืองได้แล้วละก็ เหล่าอัศวินเพียงน้อยนิดที่อยู่ตรงนี้คงไม่สามารถทำอะไรชายตรงหน้าได้แม้แต่น้อย...

 

[ กลุกๆๆ... ]

 

“เอาล่ะ... ข้ามีอะไรบางอย่างที่อยากจะบอกพวกเจ้าสักหน่อยนะเหล่าอัศวิน...”

“.....”

 

     อะไรบางอย่างกำลังรุกล้ำเข้าไปยังใจกลางวงอัศวินอย่างเชื่องช้าในขณะที่ โรมิโอ ยังคงดำเนินแผนของตนต่อไปเงียบๆ...

 

[ กลุกๆๆๆ... ]

 

“ป้อมปราการสีเงินของพวกเจ้าน่ะ... ล่มสลายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!!!”

“แกโกหก!!!”

 

[ แซ่ดๆๆๆ!!! ]

[ กลุกๆๆ... ]

 

     เหล่าอัศวินสูญเสียความเยือกเย็นไปในทันที ก่อนที่ชายหนุ่มจะยุติแผนการของตนเอาไว้เพียงเท่านี้...

 

[ วูบ... ]

 

     มือของชายหนุ่มชูขึ้นเหนือหัวอย่างเชื่องช้าในขณะที่เหล่าอัศวินรีบชี้อาวุธของตนขึ้นไปบนหลังคาอีกครั้งหนึ่ง...

 

“พวกแกเสร็จชั้นล่ะ!!!”

 

[ เป๊าะ!!! ]

[ ตูมๆๆๆๆ!!! ]

[ ฉึกกกกกกกก!!! ]

[ อ๊ากกกกกก!!! ]

 

     ระเบิดหนามของ สควอโด้ ที่ถูกปล่อยเข้าไปกลางวงทหารโดยไม่ให้รู้ตัว เกิดระเบิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันจนหนามแหลมพุ่งทะลวงร่างของเหล่าอัศวินทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อัศวินทุกนายสิ้นชีพโดยไม่ได้ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย...

 

“เอาล่ะ... ทีนี้นายก็เป็นพวกเราอย่างสมบูรณ์แล้วละ สควอโด้...”

“ขอบใจมากสหาย...”

 

[ ตุบ... ]

[ หมับๆ... ]

 

     โรมิโอ กระโดดลงมาจากบนหลังคาก่อนที่นายทหารจะตรงเข้ากอดคอสหายใหม่อย่างรวดเร็ว

 

“ไปกันเถอะ... ไปยังที่ซ่อนของพวกเรากัน...”

“โอเค...”

 

[ ฟู่วววว... ]

 

     ประตูมิติสีดำปรากฏขึ้นเบื้องหน้าชายหนุ่มทั้งสอง ก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวเข้าบานประตูนั้นไปอย่างเชื่องช้า และทิ้งเมืองอันไร้ชีวิตเอาไว้เบื้องหลัง...

 

[ ซ่าๆๆ... ]

 

     ดวงตะวันเริ่มปรากฏที่ขอบฟ้าพร้อมกับเสียงคลื่นสาดซัดกระทบริมฝั่ง ช่างเป็นภาพที่สวยงามทว่าไม่มีผู้ใดที่จะอยู่เฝ้าดูมันอีกต่อไปแล้ว...

 

 

.....

 

 

( 7.00 น. )

 

     ณ หน้าประตูเมือง...

 

[ เคร๊งๆๆ... ]

[ ตุบ... ]

[ แปะ... ]

 

     อาวุธ สัมภาระ รวมไปถึงร่วงกายของคนบางคนถูกปล่อยและทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว เมื่อภาพของเมืองอันไร้ชีวิตและซากศพของเหล่าอัศวินปรากฏสู่สายตาของทุกๆคน...

 

[ หมับๆ... ]

 

     มือเรียวของ จูเนียร์ คว้าร่างของเด็กสาวทั้งสองเข้ามาไว้ในอ้อมกอดพลางปิดตาของพวกเธอเอาไว้ไม่ให้เห็นภาพอันน่าสลดเบื้องหน้า ก่อนที่ อัล จะตะโกนก้องขึ้นว่า

 

“จูเนียร์ พาเด็กๆไปหลบในป่า... อินทรีย์ โฮป ตามชั้นมา!!!”

“รับทราบ!!!”

“.....”

 

[ ตึกๆๆๆ!!! ]

 

     อัล และ อินทรีย์ วิ่งเข้าไปในตัวเมืองเพื่อทำการสำรวจอย่างรวดเร็วในขณะที่ โฮป ยังคงตื่นตะลึงกับภาพที่สหายร่วมรบจำนวนมากนอนสิ้นลมหายใจอยู่ตามจุดต่างๆเต็มไปหมด...

 

[ กึกๆๆ... ]

 

     เด็กหนุ่มก้าวเดินไปในตัวเมืองอย่างเชื่องช้าพลันภาพผู้คนที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่เคยเห็นอยู่ทุกๆวันปรากฏขึ้นมาในห้วงความคิด ก่อนที่ภาพเหตุการณ์ในปัจจุบันจะเข้ามาแทนทีอย่างรวดเร็ว...

 

[ ฮึกๆๆ... ]

 

     หยาดน้ำตาหลั่งรินออกมาจากดวงตาของ โฮป อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเงยหน้าขึ้นฟ้าพลางกู่ร้องอย่างสุดกลั้น...

 

[ ว๊ากกกกกกกก~!!! ]

[ ฮือออๆๆๆ!!!!! ]

 

     ความแค้นและความเศร้าโศกถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมหยาดน้ำตา ในขณะที่เสียงกู่ร้องของเด็กหนุ่มยังคงดังกังวานไปทั่วทั้งตัวเมืองอันเงียบงันและไร้ชีวิต...

 

 

.....

 

 

[ พรึ่บๆๆ... ]

 

     ร่างของอัศวินทั้งหมดถูกนำมากองรวมกัน ณ นอกตัวเมืองก่อนที่ เมย์โล้ จะใช้เปลวไฟของเธอเพื่อเผาศพของเหล่าอัศวินอย่างเรียบง่าย เนื่องจากพวกเขาไม่มีเวลามากพอจะฝังศพพวกเขาทั้งหมด...

 

[ กึกๆๆ... ]

[ ฟุ่บ... ]

[ พรึ่บ... เปรี๊ยะๆ... ]

 

     โฮป เดินมายังเบื้องหน้าซากศพของเหล่ารุ่นพี่ของตนและโยนช่อดอกไม้เข้าไปยังใจกลางกองไฟด้วยใบหน้านิ่งเฉย

 

“.....”

 

[ เช๊ง!!! ]

[ …..!?! ]

 

     ใบดาบของชายหนุ่มถูกปักลงกับพื้นเบื้องหน้ากองไฟที่กำลังลุกไหม้ก่อนที่ โฮป จะคุกเข่าลงเบื้องหน้าซากศพของเหล่าอัศวินและใบดาบของตนเอง...

 

“ด้วยนามของข้า... โฮป อเล็กซานเดอร์ ที่สอง... ขอให้สัตย์ปฏิญาณต่อประกายดาบและซากศพของพวกท่าน ว่าข่าจะตามล้างแค้นผู้ที่สังหารพวกท่านรวมไปถึงผู้ที่ทรยศพวกเราเหล่าซิลเวอร์ไนท์จนกว่าชีวิตนี้จะหาไม่... และจักล้างแค้นให้พวกท่านให้จงได้!!!”

 

     น้ำเสียงของเด็กหนุ่มเปี่ยมไปด้วยพลังและความหนักแน่น ก่อนที่คมดาบจะถูกถอนออกจากพื้นพร้อมๆกับที่ โฮป หันหน้ากลับมาเผชิญกับสมาชิกอื่นๆที่ยืนอยู่ใกล้ๆเขา...

 

“ขอบคุณทุกๆคนสำหรับเรื่องที่ผ่านมา... ยังมีเรือเหลืออยู่ที่ท่าเรืออีกเล็กน้อย ขอให้พวกคุณลี้ภัยไปยังทวีป เบอร์มีเซีย ซะนะครับ... ส่วนผมจะออกตามล่าคนทรยศต่อไปตามที่ได้ให้คำปฏิญาณไปเมื่อสักครู่...”

“.....”

“แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆเพียง 1 วัน... แต่ผมจะไม่ลืมพวกคุณไปชั่วชีวิตอย่างแน่นอนครับ...”

 

[ กึกๆๆๆ... ]

 

     โฮป ค่อยๆก้าวเดินผ่านสมาชิกคนอื่นๆไปอย่างเชื่องช้าพลางก้มหน้านิ่งเพราะไม่กล้าสบตากับสมาชิกคนอื่นๆ...

 

[ กึก... ]

[ …..?!? ]

 

     ร่างของ อัล และ อินทรีย์ ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าชายหนุ่มอย่างรวดเร็วก่อนที่...

 

[ หมับ... ]

[ ผัวะ!!! ]

[ อ๊อก!?! ]

 

     นายทหารรวบร่างของเด็กหนุ่มเอาไว้อย่างรวดเร็วก่อนที่ อัล จะประเคนหมัดอัดหน้า โฮป อย่างรุนแรงจนร่างของเด็กหนุ่มปลิวกระเด็นลงไปกลิ้งกับพื้นในทันที

 

[ …..!?!??! ]

 

     โฮป เงยหน้าขึ้นมองทั้งสองด้วยแววตาแปลกใจ ก่อนที่หญิงสาวจะค่อยๆพยุงร่างของเด็กหนุ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว...

 

“ขอบคุณครับ คุณจูเนียร์...”

“.....”

 

[ เพียะ!!! ]

[ แอ๊ฟฟฟ!?! ]

 

     ท่ามกลางรอยยิ้มของหญิงสาวนั้นเอง ที่ฝ่ามือเรียวบางของเธอได้ฟาดเข้าไปยังแก้มนวลของเด็กหนุ่มแบบไม่ให้ตั้งตัว ส่งผลให้ โฮป ต้องกลิ้งไปกับพื้นอีกครั้งหนึ่งท่ามกลางความแปลกใจว่าเขาทำผิดอะไร!?!

 

[ หมับๆ... ]

[ อะ… ]

 

     ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังนอนสับสนอยู่บนพื้นนั้นเองที่ ลูเทเซีย และ ซาเนีย วิ่งมาช่วยกันพยุงร่างของเขาให้ลุกขึ้นนั่งอีกครั้งหนึ่ง...

 

“ขอบใจนะ ลูจัง ซาเนียจัง...”

“...”

“พี่โฮปคะ...”

 

     ทั้งสองต่างยิ้มให้กับชายหนุ่มอย่างอ่อนหวานก่อนที่พวกเธอจะตะโกนขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันว่า

 

[ พี่โฮป บ้าที่สุด!!! ]

[ เง้อ~!?! ]

 

     ชายหนุ่มตื่นตะลึงอีกครั้งหนึ่งเมือถูกเด็กสาวทั้งสองตะโกนเข้าใส่เช่นกัน... ก่อนที่นายทหารจะเข้ามาช่วยพยุงร่างของเขาขึ้นจากพื้นอีกครั้งหนึ่ง...

 

“คุณอินทรีย์ครับ... นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”

“อ้าว... ยอมเรียกชื่อของผมแล้วเหรอครับ?”

“อะ...”

 

     ชายหนุ่มจึงนึกขึ้นมาได้ว่าเขายังไม่ได้ญาติดีกับนายทหารตรงหน้านี่หว่า... แต่ไหนๆก็หลุดคุยไปแล้วก็คงต้องเอาให้ถึงที่สุดละนะ

 

“ทำไม... ทุกๆคนถึงทำร้ายผมแบบนี้ละครับ!?!”

“ไม่ลองถามพวกเขาดูเองละครับ?”

 

     นายทหารตอบเด็กหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่ทั้งคู่จะหันหน้าไปเผชิญกับสมาชิกคนอื่นๆพร้อมๆกัน...

 

“แกคิดว่าไอหนูอย่างแกคนเดียวจะไปรอดอย่างนั้นเรอะ?”

“เดินทางคนเดียวเป็นเรื่องที่สิ้นคิดเกินไปนะจ้ะ?”

 

     อัล และ จูเนียร์ พูดพลางเดินเข้ามาใกล้ๆเด็กหนุ่มอย่างเชื่องช้า...

 

“ถ้าพี่โฮปบาดเจ็บขึ้นมาจะทำยังไงละคะ!?!”

“ถ้าพี่ร้องไห้อีกจะไม่มีคนปลอบนะคะ?”

 

     ลูเทเซีย และ ซาเนียเองก็เดินเข้าใกล้ร่างของชายหนุ่มเช่นกัน...

 

[ ดังนั้นพวกเราจะร่วมเดินทางไปกับ (แก / นาย / พี่) ด้วย!!! ]

[ ง่ะ!?! ]

 

     ทั้งสี่ต่างพูดขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมายจนเด็กหนุ่มตื่นตะลึงไปไม่น้อย ก่อนที่ โฮป จะหันหน้ามามอง อินทรีย์ เพื่อขอความช่วยเหลือและความเห็น ขณะที่นายทหารฉีกยิ้มกว้างและบอกกับเด็กหนุ่มว่า

 

“เพราะทุกคนคือเพื่อนของคุณยังไงละครับ... พวกเค้าถึงไม่อยากปล่อยให้คุณต้องไปเสี่ยงเพียงลำพัง...”

“เพื่อน... เหรอ...?”

“ใช่แล้วละครับ...”

 

     เด็กหนุ่มค่อยหันหน้ากลับไปหาสมาชิกอื่นๆซึ่ง อินทรีย์ บอกว่าทุกคนคือเพื่อนของเขา ก่อนที่ โฮป จะพบกับรอยยิ้มอย่างจริงใจจากสมาชิกทั้ง 4 ส่งผลให้รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กหนุ่มเช่นกัน...

 

“พวกหนูจะเดินทางไปกับ พี่โฮป ด้วยนะคะ!!!”

“เวลา โฮป ร้องไห้ชั้นจะได้ช่วยปลอบยังไงล่ะ~*”

 

     ลูเทเซีย และ ซาเนีย ยิ้มกว้างให้กับเด็กหนุ่ม ก่อนที่ทั้งคู่จะวิ่งเข้ามากุมมือของเขาเอาไว้ทั้งสองข้าง...

 

“พวกเราจะช่วยแกจัดการคนทรยศด้วยนะไอหนู...”

“ด้วยนามของอัศวินเวทมนตร์แห่งเซอร์ดิน... ชั้นจะช่วยเหลือเธอจนถึงที่สุด!!!”

 

     อัล และ จูเนียร์ เองก็เสนอตัวจะช่วยเขาเช่นกัน... ทำให้น้ำตาหยดใสคลอขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง...

 

“ขอบคุณครับ... ขอบคุณทุกคนจริงๆ...”

 

     โฮป หลั่งน้ำตาอย่างซาบซึ้งในมิตรภาพของทุกๆคน เพราะตามจริงแล้วเด็กหนุ่มเองก็หวาดกลัวการใช้ชีวิตโดยลำพังและไม่มั่นใจว่าจะทำตามคำสาบานที่ให้ไว้ได้เช่นกัน... แต่ถ้าหากมีทุกๆคนร่วมเดินทางไปด้วยแล้วละก็ เขามั่นใจว่าคำสาบานที่เขากล่าวไปเมื่อสักครู่นี้จะต้องเป็นจริงอย่างแน่นอน...

 

 

-----

 

 

     เหล่าอัศวินซิลเวอร์ไนท์ได้ถูกกวาดล้างจนสิ้นเสียแล้ว... และ ณ ตอนนี้สิ่งที่ปกป้องเกาะซิลเวอร์แลนด์จึงเหลือเพียงเหล่าผู้พิทักษ์ตามสถานที่ต่างๆเพียงเท่านั้น...

 

     การเดินทางของพวกเขาซึ่งเป็นตำนานที่ไม่ถูกกล่าวขานอีกเรื่องหนึ่งกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้านี้แล้ว...

 

 

Ep.29 กำเนิดทีม GDS…

 

Coming Soon…

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ลูจังกับซาเนียซัง

จะ Y ก็ช่วย

นึกถึงคนตายหน่อยเหอะน่ะ

ข้าขอร้อง

/me =.,= (ทำหน้าแบบนั้นทำไมว่ะ????)

#2 By Auel Arnider (182.53.207.195) on 2011-04-29 16:38

#1 อย่ามาซึน จริงๆเเล้วก็ชอบสินะ หุหุ

#3 By ไรเซ็น (101.108.81.49) on 2011-04-29 16:46

พวกบ้ากาม.. ไอ่บ้ากามตัวไหนก็ เหมือนรอนทั้งนั้น.. มีแต่เรย์ คนเดียวที่เป็นสุภาพบุรุษ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#4 By [N]anoha on 2011-04-29 17:00

แต่เรย์ขโมยริมฝีปากแรกไปแล้วกี่คนละ~~~ embarrassed

#5 By Gothic Cream on 2011-04-29 17:31

#6

เหล่าสาวๆก็จำยอมด้วย = ="

#6 By Auel Arnider (182.53.207.195) on 2011-04-29 17:48

ดีนะ ที่ลูกสาวเราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรsad smile

#7 By ไมโลดิบ ณ จริงร้านญะ (223.207.117.127) on 2011-04-29 18:09

เดี๋ยวลูกสาวไมโลก็เสร็จอัล~~~

#8 By Gothic Cream on 2011-04-29 18:13

เริ่มแล้ว รอนสอนอะไรให้เด็กเนี่ย =[]=

#9 By Taros (49.49.124.234) on 2011-04-30 07:42

#8 ขอเอาลูกสาวอยู่เป้นโสดได้มั้ยเนี้ยsad smile

#10 By ไมโลดิบ ณ จริงร้านญะ (180.180.132.36) on 2011-04-30 14:21

อัลกับอินทรีย์สนิทกันแบบนี้สงสัยจะได้คู่Yคู่ใหม่~~~

และโฮ)ถูกรุม~~~ cry

#11 By Gothic Cream on 2011-04-30 15:10

โฮป โดนรุมจะเละเลยไหมนั้น = ="

#12 By Auel Arnider (125.27.16.195) on 2011-04-30 16:23

เจิมให้สามี -3-

#13 By LionHeart (58.9.149.45) on 2011-04-30 16:28

อร๊ายๆ ซึ่งค่า ซึ่ง

ลูจังกะซาเนียจะวายเหรอเนี่ย อีตารอนสอนอะไรเด็กยะ

ส่วนเรย์น่ะเหรอ เสือในคราบสุภาพบุรุษน่ะสิ

โชคดีที่ลูกยังไม่ออก (เกี่ยว?)

สู้ๆ ต่อไปเด้อค่าเจ๊

#14 By KimHanil (61.90.78.241) on 2011-04-30 19:02

"ลูจังกับซาเนียซัง

จะ Y ก็ช่วย

นึกถึงคนตายหน่อยเหอะน่ะ

ข้าขอร้อง

/me =.,= (ทำหน้าแบบนั้นทำไมว่ะ????)"

พาดพิงถึงข้าน้อยสินะ = =

#15 By ZTSGearMaster (58.64.88.210) on 2011-04-30 19:48

แอร๊ย สาวๆ น่ารักจัง

#16 By WhiteBear:Nekopung on 2011-04-30 21:24

ทำไมกัน T^T ทำไมถึง....


อ๊าคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค

เจ็บแทน TT^TT

#17 By Grand Chase Thai Special on 2011-05-01 19:00