Ep.29 กำเนิดทีม GDS…

posted on 28 Apr 2011 21:45 by mayz-maiz  in Episode

Ep.29 กำเนิดทีม GDS…

 

 

# Silver Harbor… ท่าเรือสีเงิน แห่งอาณาจักรซิลเวอร์แลนด์...

 

 

[ ซ่าๆๆ... ]

[ จิ๊บๆๆๆ... ]

 

     ..... ทิวทัศน์อันงดงามยามดวงตะวันสาดแสงกระทบผืนน้ำในยามรุ่งอรุณ และเสียงหมู่มวลวิหกขับขานเสียงร้อง สายลมแผ่วเบาสาดซัดอย่างนิ่มนวล ชวนให้รู้สึกดีเมื่อสัมผัสกับผิวกาย ทว่า บัดนี้กลับไม่มีผู้คนที่จะชื่นชมความงามจากทิวทัศน์และสัมผัสความอ่อนโยนของสายลมได้อีกต่อไปแล้ว เมื่อผู้คนในเมืองนี้ต่างตายจากและลี้ภัยไปจากเมืองแห่งนี้จนหมดสิ้น...

 

“ลาก่อน... บ้านหลังที่สองของชั้น...”

 

     น้ำเสียงแผ่วเบาของเด็กหนุ่มกล่าวลาเมืองที่ตนรักและหวงแหนก่อนที่เขาจะหันหลังกลับและเดินออกจากตัวเมืองไป...

 

[ กึก... ]

[ ว๊ากกกก!!! ]

[ ตูม!!! ซ่า... ]

 

     แต่เขากลับลื่นสะดุดก้อนหินตกทะเลไปซะอย่างนั้น...

 

(เอวัง...)

 

 

.....

 

 

( 9.00 น. )

 

[ กึกๆๆๆ... ]

 

“ทุกคนมากันพร้อมแล้วใช่ไหมครับ?”

“น่าจะครบแล้วนะ...”

“ยังค่ะ... พี่โฮป ยังไม่กลับมาเลยค่ะ”

“ไอเด็กเวรนั่น...”

 

     หลังจากที่ โฮป ตัดสินใจจะตามล่าตัวคนทรยศต่อเหล่าซิลเวอร์ไนท์แล้ว... อัล จูเนียร์ ลูเทเซีย ซาเนีย และ อินทรีย์ จึงอาสาจะช่วยเหลือเด็กหนุ่มด้วยอีกแรงหนึ่ง ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจเข้าไปค้นหาของที่น่าจะใช้ในการเดินทางได้และกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในอีกสองชั่วโมงให้หลัง ซึ่งก็คือเวลานี้นั่นเอง...

 

[ ตึกๆๆๆๆๆ!!! ]

 

“อ๊ะ!!! พี่โฮป มานั่นแล้วค่ะ!!!”

“ขอโทษครับบบบ ผมมาช้าไปนิด!!!”

 

     เด็กหนุ่มวิ่งกลับมาด้วยร่างกายที่เปียกโชกพลางหอบสัมภาระมาเต็มสองแขนก่อนจะพยายามตะโกนบอกกับสมาชิกคนอื่นๆภายในกลุ่มว่าเขากลับมาแล้ว...

 

[ ปึก ]

[ … แหงะ !?! ]

[ โครมมมมม!!! ]

[ หวายย... ]

 

     ในขณะที่ โฮป กำลังจะวิ่งมาถึงกลุ่มนั้นเองที่เขาสะดุดเศษหินบนพื้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่งผลให้สัมภาระของเขากระจายไปในอากาศและหล่นลงมาทับตัวเขาในเวลาต่อมาจนเหล่าสาวๆได้แต่ส่งเสียงครางเบาๆเนื่องจากทนดูภาพตรงหน้าไม่ได้...

 

[ แง่กๆๆ... ]

[ อุ๊บ... คิกๆๆๆ... ]

 

     ลูเทเซีย ซาเนีย รวมไปถึง จูเนียร์ ต่างหลุดหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นภาพของเด็กหนุ่มซึ่งชักดิ้นชักงออยู่ใต้กองสัมภาระพลางพยายามดึงร่างของตัวเองออกมาภายนอก...

 

[ พรวด!!! ]

[ เฮ้อ... ]

[ ปั่บๆๆๆ... ]

 

     ในที่สุด โฮป ก็ดึงร่างตัวเองออกมาจากกองสัมภาระได้เป็นผลสำเร็จและรีบปัดฝุ่นตามตัวอย่างรวดเร็ว ทว่า...

 

“แกลืมอะไรรึเปล่าเจ้าหนู...”

“ผมก็ว่างั้นละครับ...”

“ลืมอะไร... ครับ... ง่ะ...”

 

     เสียงของ อัล และ อินทรีย์ ดังขึ้นอย่างเงียบงันในขณะที่เด็กหนุ่มปัดเศษฝุ่นตามตัวก่อนที่ โฮป จะหันหน้าไปตามตนเสียงและพบ อัล ซึ่งมีรองเท้าประดับอยู่บนใบหน้า และ อินทรีย์ ซึ่งใบหน้าและไม่เหลือชิ้นดีเนื่องจากไข่ไก่ที่เขาตั้งใจนำมาเป็นเสบียงระหว่างเดินทางได้ตกใส่ทั้งคู่จนร่างกายเปรอะเปื้อนไม่เหลือชิ้นดี...

 

“อะ... แหะๆๆๆ...”

 

[ กึกๆๆ... ]

[ หงึกๆๆๆ... ]

 

     เด็กหนุ่มหัวเราะแห้งๆพลางจ้องมอง อัล และ อินทรีย์ ที่กำลังก้าวเดินเข้ามาใกล้ๆด้วยร่างกายสั่นเทา และ...

 

[ แกตายยยยยย!!! ]

[ ม๊ายยยยย~!!! ]

[ ตูม!!! โครม!!! พล่อก!!! ]

[ แว๊กกกกกซ์~~!!! ]

 

     โฮป รีบวิ่งหนีอย่างรวดเร็วก่อนที่กำปั้นและฝ่าเท้าของชายหนุ่มทั้ง 2 จะประเคนเข้าใส่ร่างกายของเขา...

 

“ใจเย็นๆก่อนครับ คุณอัล คุณอินทรีย์~!!!”

“ไม่เย็นแล้วโว้ย!!! ทั้งเปรอะทั้งเจ็บแบบนี้ทนได้ก็บ้าแล้ว!!!”

“เช่นกันครับ!!!”

“ม่ายยยยยย~!!!”

 

     โฮป ทำได้แค่วิ่งหนีไปรอบๆเนื่องจากทั้งสองมีร่างกายที่สูงใหญ่กว่าตนมาก ดังนั้นการเลือกสู้จึงเป็นความคิดที่ผิดอย่างมหันต์ และการหนีเป็นความคิดที่ดีที่สุด...

 

[ ฮะๆๆๆๆ~* ]

 

     เสียงหัวเราะของสาวๆทั้ง 3 ดังก้องไปทั่วบริเวณโดยมีภาพของ โฮป ที่วิ่งหนีทั้งสองหนุ่มอยู่รอบๆด้วยสิหน้าหวาดกลัวสร้างเสียงหัวเราะให้แก่พวกเธอต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเด็กหนุ่มพลาดท่าและล้มลง ก่อนจะถูกทั้งสองหนุ่มรุมกระทืบอย่างไม่ใยดี... (อาเมน...)

 

 

…..

 

 

     หลังจากทุกๆคนเตรียมสัมภาระกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วทุกๆคนจึงเริ่มออกเดินทางโดยแยกออกเป็นสองกลุ่ม โดยมีกลุ่มที่เดินทางเข้าไปยังใจกลางป่าเพื่อขอคำปรึกษาและข้อมูลจากภูติพิทักษ์เพิ่มเติม และอีกกลุ่มหนึ่งจะเดินทางไปรออยู่ที่ ซากปราการสีเงิน เพื่อค้นหาของที่น่าจะใช้ได้จากที่นั่น ก่อนที่ทั้งสองกลุ่มจะเริ่มออกเดินทางกันอีกครั้งหนึ่งในตอนเที่ยงวัน...

 

 

-----

 

 

# ใจกลาง Forest of Angry Ent…

 

 

[ แซ่กๆๆๆ... ]

 

     เสียงย่างก้าวผ่านตัวป่าดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในขณะที่เหล่าสัตว์อสูรจ้องมองคนกลุ่มนี้ไปตลอดทาง แต่พวกมันไม่ได้แสดงท่าทีเป็นศัตรูออกมาเลยแม้แต่น้อย กลับโบกมือทักทายคนกลุ่มนี้ราวกับทักทายเพื่อนบ้านของตนยังไงอย่างนั้น...

 

“คุณลุงเอ้น ค้า~!!!”

“โอ้... พวกเจ้าเองรึ?”

 

     ภูติพิทักษ์ หรือชื่อที่ ลูเทเซีย เรียกว่า ลุงเอ้น ลุกขึ้นจากพื้นดินพลางหันกายมาหาพวกเธออย่างเชื่องช้าด้วยรอยยิ้ม ทำให้ ซาเนีย ซึ่งเอาแต่หลบอยู่หลัง อินทรีย์ ค่อยๆโผล่หน้าออกมาอย่างเชื่องช้า...

 

“เห็นมั้ย ซาเนียจัง ลุงเอ้น เขาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหรอกนะ...”

“อะ... อืม...”

 

     กลุ่มที่เข้ามาสำรวจใจกลางป่านั้นได้แก่ ลูเทเซีย ซาเนีย และ อินทรีย์ ซึ่งเด็กสาวต้องการพาเพื่อนใหม่ของตนมาแนะนำให้รู้จักกับภูติพิทักษ์รวมถึงสอบถามว่าสมบัติที่ภูติพิทักษ์มอบให้กับตนเมื่อคราวก่อนนั้นคืออะไรกันแน่? ซึ่งนายทหารรับอาสาเดินทางมาเพื่อคุ้มครองเด็กสาวทั้งสองอีกทีหนึ่ง ทำให้ อัล จูเนียร์ และ โฮป สามารถเดินทางไปยัง ซากปราการสีเงิน ได้อย่างสบายใจ...

 

“คุณลุงเอ้นค้า~*”

“ฮะๆๆๆ... ว่ายังไงเจ้าหลานตัวน้อย?”

 

     ลูเทเซีย วิ่งเข้าไปกอดร่างของภูติพิทักษ์อย่างสนิทสนม ก่อนที่เด็กสาวจะเรียกให้ ซาเนีย เข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางรอยยิ้มของนายทหารที่ยืนยันว่าอีกฝ่ายไม่มีอันตราย ซาเนีย จึงค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆร่างของภูติพิทักษ์อย่างกล้าๆกลัวๆ...

 

[ วูบ... ]

[ กรี้ดดดด!!! ]

[ …!?! ]

 

     จู่ๆเด็กสาวก็ร้องเสียงหลงขึ้นมา ส่งผลให้นายทหารซึ่งกำลังสำรวจบริเวณโดยรอบต้องรีบวิ่งกลับมาหาทั้งคู่อย่างรวดเร็วก่อนที่ภาพของ ซาเนีย ซึ่งถูกภูติพิทักษ์อุ้มขึ้นไปกลางอากาศท่ามกลางเสียงหัวเราะของ ลูเทเซีย จะปรากฏแก่สายตาของ อินทรีย์ อย่างรวดเร็ว

 

“กรี๊ดๆๆ ปล่อยหนูลงน้า~* หนูกลัวความสูงงง T^T!!!”

“คิกๆๆ ซาเนียจัง ไม่ต้องกลัวหรอกจ้ะ ลุงเอ้นไม่ทำร้ายเธอหรอก”

“แง้ๆๆๆ~!!!”

 

     ภูติพิทักษ์ค่อยๆบรรจงว่างร่างของเด็กสาวลงบนไหล่ของตนอย่างเชื่องช้าก่อนที่ ลูเทเซีย จะขอให้อีกฝ่ายอุ้มตนขึ้นไปวางบนไหล่อีกข้างเช่นกันท่ามกลางรอยยิ้มของนายทหารที่ได้เห็นภาพน่ารักๆของเด็กสาวทั้งสอง...

 

“พี่อินทรีย์ จะขึ้นมานั่งด้วยกันมั้ยค้า~?”

“ไม่ละครับ... ผมขออยู่ข้างล่างนี่ดีกว่า”

 

     อินทรีย์ ปฏิเสธคำเชิญชวนของเด็กสาวก่อนที่ภูติพิทักษ์จะเริ่มเอ่ยปากพูดออกมาว่า

 

“ว่าแต่... พวกเจ้ามาหาข้านี่มีธุระอะไรรึ?”

“อ๋อ... เกี่ยวกับสิ่งนี้ไงคะ”

 

[ กริ๊งๆ... ]

 

     อัญมณีสีเขียวสดและสีทับทิมที่ถูกห้อยอยู่บนเชือกเส้นเล็กถูกเด็กสาวหยิบออกมาจาคอของตนจนเกิดเสียงกรุ๊งกริ้งเสนาะหูเรียกความสนใจจาก ซาเนีย ซึ่งนั่งอยู่บนไหล่อีกข้างของภูติพิทักษ์ได้เป็นอย่างดี

 

“นั่นอะไรเหรอ ลูจัง? สวยมากเลย!!!”

“ลุงเอ้น ให้ชั้นมาเมื่อวานนะจ้ะ... ชั้นเลยอยากมาถามลุงว่าสร้อยเส้นนี้คืออะไรน่ะจ้ะ...”

“ฮ่าๆๆๆๆ... สิ่งนี้เองน่ะรึ?”

 

     หลังจากที่ภูติพิทักษ์มองเห็นสร้อยเส้นบางที่ตนมอบให้กับเด็กสาวเมื่อวานนี้ อีกฝ่ายก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาเสียงดังในทันที ก่อนที่อีกฝ่ายจะเริ่มอธิบายอย่างเชื่องช้าว่า

 

“สร้อยเส้นนี้มีชื่อเรียกว่า Wood Gem (อัญมณีแห่งผืนป่า) เป็นอัญมณีมนตราที่จะช่วยให้เจ้าใช้พลังเวทย์ของตนได้อย่างคล่องแคล่วยิ่งกว่าเดิม เพราะมันจะช่วยเป็นตัวกลางส่งผ่านพลังเวทย์ในร่างกายของเจ้าให้ออกมาสู่ภายนอกร่างกาย... อธิบายสั้นๆก็คือเจ้าจะสามารถใช้พลังเวทมนตร์ได้มากกว่าเดิมและรวดเร็วยิ่งกว่าเดิมยังไงล่ะ”

 

[ โหหหห... ]

 

     เด็กสาวทั้งสองมองอัญมณีสีสวยบนสร้อยคอเส้นบางอย่างตื่นตาตื่นใจก่อนที่ ซาเนีย จะขอสร้อยเส้นนั้นไปดูใกล้ๆบ้างซึ่งทาง ลูเทเซีย เองก็ไม่ปฏิเสธคำของจากเพื่อนของตนและส่งให้อย่างว่าง่ายท่ามกลางสายตาของนายทหารที่เฝ้าดูอยู่จากเบื้องล่าง

 

“ดีจังเลยนะ ลูจัง...”

“ค่ะ~*”

 

     เด็กสาวตอบนายทหารอย่างร่าเริงในขณะที่ อินทรีย์ ครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจของตนอย่างเงียบงัน...

 

(จะว่าไป... อาวุธที่เรามีในตอนนี้เองก็ไม่ได้ถือว่าเลวร้ายอะไรนักแต่หากเราจำเป็นต้องต่อสู้ต่อไปเรื่อยๆแล้วละก็... กระสุนปืนและระเบิดของเราคงต้องหมดลงในสักวันเป็นแน่... แล้วเราจะใช้เพียงแค่ดาบกับมีดพกในการต่อสู้ได้สักเพียงไรนะ...)

 

     ใบหน้าของนายทหารฉายแววเคร่งเครียดออกมาเล็กน้อยก่อนที่สีหน้าของเขาจะกลับมายิ้มแย้มอย่างรวดเร็วเมื่อเด็กสาวทั้งสองหันมามองเขาด้วยความเป็นห่วง

 

(เห็นที... ต้องคิดเรื่องนี้อย่างจริงจังทีหลังแล่วกระมัง... หืม!?!)

 

     ทันใดนั้นเองที่สายตาของชายหนุ่มพลันเหลือบไปเห็นกล่องอะไรบางอย่างอยู่บริเวณโคนรากไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งกล่องแบบนั้นช่างให้ความรู้สึกคุ้นเคยกับเขาอย่างบอกไม่ถูก...

 

“นั่นมัน...”

 

[ แซ่กๆๆๆ... ]

 

     นายทหารรีบเดินตัดพุ่มไม้เข้าไปอย่างเชื่องช้า ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของ อินทรีย์ จะต้องแข็งค้างอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง

 

[ ไม่น่าเชื่อ... ]

 

     ตัวกล่องทำจากวัสดุที่มีอยู่ในโลกของเขาและยังสลักตัวอักษรที่เขาอ่านออกอีกด้วย... ซึ่งตัวกล่องสลักเอาไว้ว่า

 

[ SMG Weapon : (*)MP5 with 5 Magazine of  full Bullet…]

( อาวุธ ปืนกลเบา : MP5 พร้อม แม็กกาซีน บรรจุกระสุนเต็มอันตราจำนวน 5 ชิ้น... )

 

( *MP5 – เป็นอาวุธประเภทปืนกลเบาซึ่งเป็นปืนที่มีความคล่องตัวสูง น้ำหนักไม่มากและน้อยจนเกินไป ซึ่งจัดเป็นปืนยอดนิยมอันดับ 1 ใน กองทัพสหรัฐอเมริกาอีกด้วย จำนวนกระสุนตามปกติที่ไม่มีการต่อเติมคือ 30 นัดต่อ 1 แม็กกาซีน )

 

“อาวุธจากโลกของเรา... ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ!?!”

 

     นายทหารพึมพำกับตนเองอย่างเงียบงันก่อนที่กล่องบรรจุอาวุธจะถูกอุ้มออกไปจากพุ่มไม้อย่างทุลักทุเล...

 

[ แซ่กๆๆ... ]

 

“อ๊ะ... พี่อินทรีย์ กลับออกมาแล้วละค่ะ!!!”

“เจ้าหนุ่มคนนั้น... พบอะไรผิดสังเกตอย่างนั้นรึ?”

 

    ซาเนีย ชี้ให้เห็นว่านายทหารกลับออกมาจากพุ่มไม้เป็นที่เรียบร้อยแล้วในขณะที่ภูติพิทักษ์ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้นายทหารอย่างเชื่องช้าโดยที่เด็กสาวทั้ง 2 ยังคงนั่งอยู่บนไหล่ของภูติพิทักษ์...

 

“เจ้าหนุ่ม... เจ้าพบอะไรผิดสังเกตอย่างนั้นรึ?”

“ครับ...”

 

     นายทหารกล่าวตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดก่อนจะวางกล่อง(*2)พลาสติกสีดำขนาดไม่ใหญ่มากลงตรงหน้าภูติพิทักษ์ก่อนที่เด็กสาวทั้ง 2 จะปีนลงมาจ้องดูกล่องใบนั้นอย่างสนอกสนใจ

 

( *2 พลาสติก - เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่สังเคราะห์ขึ้นใช้แทนวัสดุธรรมชาติ บางชนิดเมื่อเย็นก็แข็งตัว เมื่อถูกความร้อนก็อ่อนตัว บางชนิดแข็งตัวถาวร มีหลายชนิด เช่น ไนลอน ยางเทียม ใช้ทำสิ่งต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้า ฟิล์ม ภาชนะ ส่วนประกอบเรือหรือรถยนต์)

 

     หลังจากที่กล่องปริศนาถูกวางลงแล้วนายทหารจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงความประหลาดใจอยู่ลึกๆว่า

 

“กล่องเหล่านี้... เป็นกล่องใส่อาวุธที่มาจาก [ โลก ] ของผมครับ...”

“ [ โลก ] ของเจ้าอย่างนั้นรึ?”

“ครับ...”

 

     ภูติพิทักษ์รวมไปถึง ซาเนีย ต่างเผยสีหน้าให้ความสนใจต่อสิ่งที่ชายหนุ่มพูดขึ้นมาอย่างชัดเจนก่อนที่ อินทรีย์ จะนึกขึ้นได้ว่าตนยังไม่ได้เล่าความเป็นมาของตัวเองให้ทั้งคู่ฟังเลยแม้แต่น้อย นายทหารจึงตัดสนใจเล่าเรื่องราวความเป็นมาของตนอีกครั้งหนึ่ง...

 

[ ……… ]

 

“เรื่องก็เป็นแบบนี้ละครับ...”

“อืมม. ม.. ม...”

 

     หลังจากที่ อินทรีย์ เล่าเรื่องราวทั้งหมดจนจบแล้วภูติพิทักษ์จึงเผยสีหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่างในขณะที่ ซาเนีย อ้าปากค้างกับความเป็นมาของนายทหารไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

 

     ผ่านไปสักพักหนึ่งภูติพิทักษ์จึงหันกลับมาสบตากับนายทหารอีกครั้งหนึ่งพลางกล่าวว่า

 

“หากของเหล่านั้นจำเป็นกับการเดินทางของพวกเจ้าแล้วละก็... เราจะสั่งให้บริวารของเราช่วยค้นหาอีกแรงหนึ่งก็แล้วกัน”

“แต่ว่า...”

 

[ ฟุ่บ... ]

[ …..? ]

 

     ในขณะที่นายทหารกำลังจะกล่าวปฏิเสธนั้นเองที่ภูติพิทักษ์ยกท่อนแขนของตนขึ้นเป็นเชิงห้ามปรามนายทหารไม่ให้พูดต่อ และกล่าวต่อไปว่า

 

“ถือซะว่านี่เป็นการขอบคุณเล็กๆน้อยๆจากข้าก็แล้วกัน... ช่วยรับเอาไว้ด้วยเถอะนะ...”

“... ครับ...”

 

     เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะตอบแทนตนให้จงได้นายทหารจึงไม่กล่าวอะไรเพิ่มเติมและยอมให้เหล่าบริวารของภูติพิทักษ์ออกค้นหาของแปลกปลอมทุกชิ้นภายในป่าแห่งนี้และนำมาให้นายทหารดูว่าใช่ของที่ต้องการหรือไม่?

 

     ขณะเดียวกันนั้นเอง ซาเนีย และ ลูเทเซีย ต่างคะยั้นคะยอให้ อินทรีย์ เล่าเรื่องเกี่ยวกับโลกของตนให้ฟังทำให้นายทหารตัดสินใจยกหัวข้อที่เพิ่งคุยกับ อัล ไปเมื่อช่วงเฝ้ายอมตอนกลางคืนขึ้นมาพูดคุยอีกครั้งหนึ่งท่ามกลางสายตาชื่นชมของเด็กสาวทั้ง 2 และท่าทีสนอกสนใจของภูติพิทักษ์...

 

 

…..

 

     หลังจากค้นหาอยู่พักใหญ่จนแน่ใจว่าไม่มีของแปลกปลอมใดๆหลงเหลืออยู่ในตัวป่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริเวณลานกว้างจึงเต็มไปด้วยสิ่งของจากต่างมิติจำนวนมากท่ามกลางอาการตื่นตะลึงของเด็กสาวทั้งสองเพราะสิ่งของต่างๆที่พวกเธอเห็นนั้นช่างแปลกตายิ่งนัก...

 

     หลังจากพิจารณาสิ่งของทั้งหมดแล้ว สิ่งที่นายทหารได้จากกองสัมภาระทั้งหมดนั้นได้แก่

 

-                    ระเบิดมือ จำนวน 1 ลัง

-                    กระสุนปืนพก จำนวน 1 ลัง

-                    กระสุนปืนไรเฟิล จำนวน 1 ลัง

-                    กระสุนปืน SMG จำนวน 3 ลัง

-                    ชุดอุปกรณ์ดำรงชีพ 1 ชุด

 

     นอกจากสิ่งของเหล่านี้แล้วของที่เหลือล้วนเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นกับการเดินทางแทบทั้งสิ้น ซึ่งได้แก่ วิทยุสื่อสารที่ใช้การไม่ได้ วงจรแผงควบคุมอะไรบางอย่างที่นายทหารคาดว่าหลุดมาจากเครื่องเดินทางข้ามมิติ และเศษซากยานยนต์ทั้งหลายทั้งปวงซึ่งเขาไม่น่าจะนำมาใช้ประโยชน์ได้...

 

     ทำให้นายทหารรู้สึกพึงพอใจกับของที่ได้รับอย่างมากเพราะนอกจากกระสุนปืนไรเฟิล ที่เขายังไม่สามารถใช้ได้ในตอนนี้แล้วสิ่งของอื่นๆล้วนจำเป็นต่อการต่อสู้ของเขาแทบทั้งสิ้น รวมไปถึงชุดอุปกรณ์ดำรงชีพซึ่งช่วยให้การเดินทางและค้างแรมของพวกเขาสะดวกสบายยิ่งกว่าเดิม ทำให้ อินทรีย์ เผยรอยยิ้มออกมาอย่างพออกพอใจและขอบคุณภูติพิทักษ์รวมไปถึงเหล่าบริวารที่ช่วยค้นหาของเหล่านี้ให้แก่เขา

 

     สิ่งที่นายทหารต้องขอบคุณอีกอย่างหนึ่งก็คือวิทยาการของโลกแห่งนี้ที่คิดค้น [ กระเป๋ามิติ ] ซึ่งเป็นไอเทมพกพาที่แสนสะดวกสบายเนื่องจากมีความจุเป็นเลิศเมื่อเทียบกับขนาดกระทัดรัดของมัน ซึ่งสามารถใส่ของเขาไปได้มากกว่าที่ตาเห็นอีกทั้งยังลดน้ำหนักของสัมภาระภายในให้เหลือเพียง  1/100 เท่านั้น... ไม่เช่นนั้นแล้วตัว อินทรีย์ เองก็คงไม่มีปัญญาขนของเหล่านี้ไปได้หมดเช่นกัน...

 

     หลังจากจัดแจงเก็บสัมภาระทั้งหมดลงกระเป๋ามิติเป็นที่เรียบร้อยแล้วนายทหารและเด็กสาวทั้ง 2 จึงกล่าวขอบคุณภูติพิทักษ์อีกครั้งหนึ่งก่อนจะทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าหากเขาต้องการทราบเรื่องเกี่ยวกับป้อมปราการที่หายไปละก็ พวกเขาควรจะไปสอบถามข้อมูลกับผู้พิทักษ์ตนอื่นๆซึ่งกระจายกันอยู่ทั่วเกาะซิลเวอร์แลนด์แห่งนี้...

 

     หลังจากทราบข้อมูลเพิ่มเติมแล้วทั้ง 3 จึงออกเดินทางไปยังซากปราการสีเงินตามที่ได้นัดหมายเอาไว้กับพวก อัล ซึ่งล่วงหน้าไปรออยู่ก่อนแล้ว...

 

 

-----

 

 

# Ruin of Silverknight…  ซากปรักหักพังแห่งปราการสีเงิน...

 

[ Zzzzz~!!! ]

[ ….. ]

 

     เสียงกรนอย่างสม่ำเสมอดังไปทั่วทั้งบริเวณท่ามกลางสายตาของหญิงสาวซึ่งมองคนตัวดีอย่างหยามเหยียดพลางค้นหาสิ่งของที่น่าจะใช้ได้จากซากปรักหักพังต่างๆ...

 

“ให้ตายเถอะ... ไม่ช่วยก็ช่างแต่เล่นส่งเสียงรบกวนมันก็เกินไปนะยะ!!!”

“แง่บๆๆๆ...”

 

     ชายหนุ่มส่งเสียงงึมงำออกมาเบาๆราวกับไม่สนใจเสียงโวยวายของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อยและพลิกตัวหันหลังพลางกระดิกหางให้กับหญิงสาวอย่างกวนอวัยวะเบื้องล่าง...

 

“หนอยยยย!!!”

“งึมงำๆ...”

 

     หญิงสาวได้แต่กัดฟันอย่างโกรธเคืองก่อนที่ชายหนุ่มจะส่งเสียงครางเบาๆออกมาอีกครั้งหนึ่ง...

 

“ช่างหัวนายแล้ว!!! จะนอนอืดอยู่ตรงนี้ก็ตามใจ!!!”

“คร่อกกกก...”

“ฮึ!!!”

 

     หญิงสาวเดินลึกเข้าไปภายในตัวซากปราสาทก่อนจะเริ่มออกค้นหาสิ่งจำเป็นต่างๆต่อไปโดยไม่สนใจ อัล ซึ่งกำลังนอนอู้และกระดิกหางอย่างสบายอารมณ์...

 

 

.....

 

 

[ กึกๆๆ... ]

[ ครึ่กๆ... ]

[ ตึง... ]

 

     ก้อนหินขนาดใหญ่ถูกเคลื่อนออกจากพื้นดินอย่างยากเย็นก่อนที่ทางลับลงไปยังชั้นใต้ดินซึ่งเป็นชั้นเก็บของจะปรากฏสู่สายตาของชายหนุ่มอย่างเชื่องช้าท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ...

 

“ไม่นึกเลยแฮะ... ว่าที่นี่จะยังปลอดภัยดี...”

 

     เด็กหนุ่มมองหลุมขนาดใหญ่ที่เกิดจากพลังมหาศาลอะไรบางอย่างที่ทำให้ตัวปราสาทราวกับถูกยกลอยขึ้นไปบนฟ้า ส่งผลให้พื้นดินถูกยกตามตัวปราสาทขึ้นไปด้วยกัน ทว่าส่วนใต้ดินที่เด็กหนุ่มค้นเจอนี้แยกออกมาจากตัวปราสาทอีกทีหนึ่ง ทำให้มันไม่ได้รับผลกระทบจากการที่ตัวปราสาทยกขึ้นไปแต่อย่างใด...

 

[ กึกๆๆๆ... ]

 

     โฮป เดินลงไปยังห้องใต้ดินซึ่งเก็บของสำคัญบางอย่างของเขาเอาไว้พลางพึมพำออกมาเสียงแผ่วว่า...

 

“ไม่นึกเลยแฮะ... ว่าเวลาที่เราจะต้องใช้ของสิ่งนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้...”

 

[ กึกๆๆๆ... ]

 

     เสียงก้าวเดินค่อยๆเงียบเสียงลงอย่างเชื่องช้าก่อนที่เงาร่างของชายหนุ่มจะหายไปท่ามกลางความมืด...

 

 

.....

 

 

[ แกรกๆๆๆ... ]

[ เฮ่อ... ]

 

     เศษซากปรักหักพังถูกรื้อออกมาจากพื้นดินอย่างเชื่องช้าในขณะที่หญิงสาวยังคงมองหาสิ่งของที่น่าจะจำเป็นต่อการเดินทางของพวกตนต่อไป...

 

“บ้าจริงเรา... พังเละขนาดนี้แล้วมันจะเหลืออะไรให้เราค้นเจอได้อีกนะ...”

 

[ กึกๆๆ... ]

[ โครม!!! ]

[ ว๊าย!?! ]

 

     จู่ๆก้อนหินขนาดใหญ่เบื้องหลัง จูเนียร์ ก็ล้มลงกับพื้นอย่างเงียบเชียบโดยไม่ให้หญิงสาวได้ตั้งตัว ส่งผลให้เธอร้องเสียงหลงออกมาด้วยความตกใจพลางชักอาวุธของตนออกมาในทันที

 

“โธ่... แค่ก้อนหินล้มเองเหรอ...”

(ฮะๆๆๆ... ขี้กลัวไม่เข้าท่านะเธอเนี่ย...)

“ง่ะ... เมย์จังอย่าว่าชั้นแบบนี้สิ...”

(ฮะๆๆๆๆ~*)

 

     เสียงของ เมย์โล้ ล้อเลียนเธอจากภายในหัวก่อนที่ จูเนียร์ จะมองดูจุดที่ก้อนหินล้มลงมาว่ามีอะไรอยู่ถายในนั้นหรือไม่?

 

“อ๊ะนี่มัน?”

(ตู้หนังสือนี่นา?)

“จะแย่งพูดทำไมละคะ!?!”

(ฮะๆๆๆๆ~*)

 

     หญิงสาวส่งเสียงทะเลาะกับตัวเองอยู่พักหนึ่งก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปสำรวจตู้หนังสือนั้นอย่างรวดเร็ว...

 

“โห... มีหนังสือหลายชนิดเลยนะคะ...”

(นั่นสิ... หนังสือนิยาย หนังสือตำราอาหาร หนังสือวิชาการต่อสู้... หลายชนิดจริงๆด้วย)

 

     หนังสือจำนวนมากถูกหญิงสาวหยิบขึ้นมาพิจารณาทีละเล่มๆจน เมย์โล้ อดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้ว่า

 

(ทำให้นึกถึงรุ่นพี่ ซิลเบอร์ จริงๆเลยแฮะ...)

“รุ่นพี่ซิลเบอร์...?”

(เธอลองหลับตาแล้วนึกดูสิ... เธอใช้ความทรงจำร่วมกับฉันแล้วตอนนี้เธอน่าจะนึกภาพของเขาออกนะ?)

“ค่ะ...”

 

     เมย์โล้ นึกถึงภาพของรุ่นพี่ที่คนเคารพรักก่อนที่ จูเนียร์ จะมองเห็นภาพแบบเดียวกัน...

 

     รุ่นพี่ผู้แข็งแกร่งภายใต้เรือนผมสีเงินทอประกายและแววตาล้ำลึกที่ยากจะหยั่งถึงจนเธอถามตัวเองอยู่เสมอๆว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ในใจกันแน่? วันๆรุ่นพี่คนนี้ก็เอาแต่อ่านหนังสือและไม่พูดจากับใคร แต่เวลาที่ผู้อื่นเดือดร้อนเขาก็มักจะเป็นที่พึ่งพาได้เสมอๆจนเธอรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างน่าประหลาด...

 

     จนกระทั่งวันที่รุ่นพี่คนนั้นกำลังจะเสียท่าและถูกสังหารนั้นเองที่เธอได้รู้ความรู้สึกของตัวเองว่ารู้สึกยังไงกับรุ่นพี่คนนั้น และก่อนที่สมองจะทันได้สั่งอะไรนั้นเอง ร่างกายของเธอเธอก็พุ่งเข้าไปรับการโจมตีแทนรุ่นพี่คนนั้นเสียแล้ว...

 

“เมย์จัง... เธอ... รักรุ่นพี่คนนั้นสินะ”

(บะ... บ้า!!! ไม่ใช่นะ!!!)

“อ๊ะๆ... หน้าแดงแล้วนะจ๊ะ...”

(อึก...)

 

     ดูท่าดาบเพลิงมนตราจะพ่ายแพ้ให้แก่อีกร่างหนึ่งของตนเองเสียแล้วกระมัง เพราะนอกจากเธอจะตอบโต้อะไร จูเนียร์ ไม่ได้แล้วเธอยังต้องหลบหนีลึกเข้าไปภายในจิตใจเนื่องจากไม่สามารถยกคำพูดใดๆขึ้นมาเถียงกับหญิงสาวได้แม้แต่น้อย...

 

     หลังจากที่ทั้งสองถกเถียงกันอยู่พักหนึ่ง พวกเธอจึงตัดสินใจนำหนังสือส่วนหนึ่งติดตัวไปด้วย เพื่อที่พวกเธอจะได้มีอะไรทำแก้เบื่อระหว่างเดินทางและเป็นการหาความรู้เกี่ยวกับภูมิประเทศของที่นี่ไปพร้อมๆกันในตัว...

 

 

.....

 

 

[ Zzzz~* ]

[ ….. ]

 

     หญิงสาวหอบหนังสือส่วนหนึ่งติดตัวกลับมายังบริเวณที่นัดหมายกับอื่นๆเอาไว้และพบกับชายหนุ่มนามว่า อัล อานีเดอร์ ที่ยังคงนอนหลับพลางเกาพุงของตนเองอย่างสบายอารมณ์จนแรงโกรธของหญิงสาวปะทุขึ้นถึงขีดสุด...

 

[ โครม!!! ]

[ แอ๊ฟฟฟ!?! ]

 

     หนังสือทั้งหมดถูกทุ่มเข้าใส่ร่างของชายหนุ่มอย่างรุนแรงจนพ่อคนตัวดีสะดุ้งสุดตัวแต่ยังคงไม่ยอมลุกขึ้นจากพื้นที่ตนนอนอยู่...

 

“มีธุระอะไรเรอะแม่หัวแดง?”

“นี่!!! ชั้นมีชื่อของชั้นนะ เรียกให้ถูกๆหน่อยสิ!?!”

 

     หญิงสาวตวาดเสียงก้อง ทว่าชายหนุ่มกลับยังคงนอนนิ่งและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายว่า

 

“แล้วชั้นจะรู้มั้ยล่ะว่าเวลาไหนเป็นใคร? ถ้าเรียกผิดไปแล้วผิดตัวขึ้นมาก็แย่ดิ...”

“คนอื่นๆเขาดูออกกันหมด... นายนี่ควรจะเรียกว่าทึ่มหรืองี่เง่าดีเนี่ย?”

“ชั้นดูไม่ออกอะ... มีปัญหาอะไรมะ?”

“...”

“...”

 

     หญิงสาวต้องกัดฟันพลางข่มอารมณ์โกรธของตนเอาไว้ และคุยกับชายหนุ่มอีกครั้งว่า

 

“นี่นาย... ตั้งใจกวนชั้นหรือว่าไม่รู้จริงๆกันแน่หา?”

“นอกจากนิสัยที่ต่างกันแล้วพวกเธอมีอะไรต่างกันอีกรึเปล่าล่ะหืม?”

“หา!?!”

“ทั้งรูปร่างหน้าตาและน้ำเสียงของพวกเธอ แม้กระทั่งกลิ่นตัวก็ยังเหมือนกันเปี้ยบจนชั้นแยกแยะไม่ออก... แล้วแบบนี้ชั้นจะแยกแยะพวกเธอออกจากกันได้ยังไงไม่ทราบ?”

“ง่ะ...”

 

     เมื่อรู้ความจริงข้อนี้เขาหญิงสาวถึงกับนิ่งเงียบไปพักหนึ่งเลยทีเดียว... จริงอยู่ที่คนใกล้ตัวสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของพวกเธอได้ แต่สำหรับคนอื่นๆเขาจะแยกแยะพวกเธอออกจากกันได้ยังไงล่ะ...

 

[ ..... ]

 

     เกิดความเงียบที่น่าอึดอัดขึ้นระหว่างทั้งคู่อยู่พักหนึ่งก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกขึ้นมาจากพื้นและเดินเข้าหาหญิงสาวอย่างรวดเร็วและเอื้อมมือของตนออกไป...

 

“นายจะทำอะไรน่ะ!?!”

“อยู่เฉยๆเถอะน่า!!!”

“ออกไปน๊า~!!!”

 

[ พลั่ก!!! ]

[ เฮ้ย!?! ]

[ โครม!!! ]

 

     ร่างของชายหนุ่มถูกหญิงสาวผลักอย่างรุนแรงจนหงายหลังกลับลงไปบนกองหนังสือบนพื้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่หญิงสาวจะก้าวถอยหลังไปเพื่อเว้นระยะห่างของตน...

 

“นายคิดจะทำอะไรของนายน่ะ!?!”

“ก็ช่วยทำให้คนอื่นๆแยกแยะพวกเธอได้ง่ายขึ้นยังไงล่ะ!?!”

“หา!!!?!”

 

[ ฟุ่บ... ]

[ อ๊ะ...? ]

 

     เมื่อสายลมพัดผ่านมาอีกครั้งหนึ่งหญิงสาวจึงรู้ตัวว่าโบว์ที่ตนเองใช้มัดผมเป็นทรงหางม้ากลับถูกถูกพ่อคนตัวดีดึงออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว…

 

“นี่!!! เอาคืนมานะ!?!”

“เฮ้ยเดี๋ยว!?!”

 

[ ว๊าย!?! ]

[ โครม!!! ]

 

     หญิงสาวสะดุดหนังสือเล่มหนึ่งและล้มลงไปนอนราบอยู่บนแผงอกของชายหนุ่มก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับนัยน์ตาสีนิลคู่นั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่งผลให้ใบหน้าของทั้งคู่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว...

 

[ อะ... ]

 

     ทั้งคู่จ้องตากันอยู่พักหนึ่งแต่ยาวนานราวกับหลายสิบนาทีในห้วงความคิดของทั้งสอง ก่อนที่หญิงสาวและชายหนุ่มจะหลบตาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วเมื่อได้สติ...

 

“อะ... ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย จูเนียร์?”

“อึ... อืม...”

 

     หญิงสาวทำท่าจะลุกขึ้นจากร่างของชายหนุ่มทว่ามือหนาของอีกฝ่ายกลับคว้าเอวของเธอเอาไว้แนบกาย...

 

“นี่... นายจะทำอะไรน่ะ...?”

 

     ใบหน้าของหญิงสาวขึ้นสีแดงจัดขึ้นอีกจนดูเหมือนไฟลามทุ่งที่ลามจากเส้นผมสีแดงเพลิงของเธอไล่ลงไปตามใบหน้าและลำคออย่างรวดเร็ว...

 

“ชั้นจะบอกเธอยังไงล่ะว่าทำยังไงเธอถึงจะดูแตกต่างกันในร่างเดียว...”

“ยะ... ยังไงเหรอ...?”

 

     มือหนาของ อัล ค่อยๆยกขึ้นอย่างเชื่องช้าและลูบไล้ไปตามพวงแก้มของหญิงสาวอย่างเชื่องช้าก่อนจะไปหยุดอยู่บนเส้นผมนุ่มสลวยของเธอ...

 

“จุดเด่นของเธอคือใบหน้าสวยคมและเส้นผมสีแดงเพลิง... ดังนั้นถ้าเธอเปลี่ยนทรงผมไม่ให้เหมือนกันละก็เราคงแยกแยะเธอได้ง่ายยิ่งขึ้น... ชั้นแนะนำให้เธอปล่อยผม และให้ เมย์โล้ มัดรวบผมเอาไว้... แบบนั้นจะสะดวกไหม?”

“... อืม...”

 

     หญิงสาวยังคงจ้องมองเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มพลางตอบกลับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่มือหนาของ อัล จะค่อยๆโอบรอบคอและแผ่นหลังของหญิงสาวอย่างเชื่องช้า...

 

“อัล...”

“จูเนียร์... รู้มั้ยว่าตอนนี้เธอสวยมากเลยละ...”

“ขะ... ขอบใจนะ...”

 

     ใบหน้าของหญิงสาวค่อยๆโน้มลงไปใกล้ริมฝีปากของชายหนุ่มอย่างเชื่องชาจนลมหายใจของทั้งคู่ต่างรดใบหน้าของกันและกัน และในดวงตาของทั้งคู่มองเห็นแต่ใบหน้าของอีกฝ่ายหนึ่งเท่านั้น...

 

“อัล... ชั้น...”

 

[ แคร๊งๆๆ... ]

[ …..!?! ]

[ ชิ้ง!!! ]

 

     เสียงโลหะตกกระทบพื้นดังขึ้นใกล้ๆตัวทำให้ทั้งคู่รีบผละออกจากกันและชักอาวุธเข้าใส่อีกฝ่ายในทันที...

 

“อะ... เอ่อ...”

“โฮป!!!”

“ไอ้หวัง!!!”

 

[ … หา??? ]

 

     จูเนียร์ ตะโกนชื่อของเด็กหนุ่มออกมาทว่า อัล กลับเรียก โฮป ว่า “ไอ้หวัง” ซึ่งไม่ใช่ชื่อของเด็กหนุ่มแม้แต่น้อย...

 

“นายเรียกใครเนี่ย!?!”

“ก็ชื่อของไอหมอนี่มันแปลว่า [ ความหวัง ] ( Hope = โฮป ) ชั้นก็เลยเรียกมันว่า [ ไอ้หวัง ] ยังไงล่ะ?”

“ชื่อบ้าอะไรของนายเนี่ย!?!”

 

     ทั้งสองต่างตะโกนเถียงกันและกันอยู่จนไม่สนใจเด็ดหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ๆทำให้ ไอ้หวัง... เอ้ย!!! โฮป ตัดสินใจย่องหนีออกไปจากพื้นที่อันตรายของทั้งคู่ ทว่า...

 

[ หมับ!!! ]

[ เฮือก!!! ]

 

     หัวไหล่ของเด็กหนุ่มถูกมือหนาที่คุ้นเคยคว้าเอาไว้อีกครั้งห่อนที่น้ำเสียงเยือกเย็นราวกับมัจจุราชจะดังขึ้นข้างหูของ โฮป อย่างแผ่วเบาว่า

 

“เห็น... แล้ว... สิ... นะ...”

“ไม่เห็นเลยคร้าบ!!!”

“ไม่เชื่อโว้ย!!!”

 

[ เผ่นละคร้าบบบ!!! ]

[ ไม่รอดหรอกแก!!! ]

[ ตึกๆๆๆๆ!!! ]

 

     อัล เริ่มวิ่งไล่ล่า โฮป อย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาเหนื่อยหน่ายของ จูเนียร์ ซึ่งกำลังเก็บหนังสือต่างๆเข้ากระเป๋ามิติของตนก่อนที่สายตาของเธอจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างในพุ่มไม้...

 

[ ..... ]

[ แฮะๆๆๆ... ]

 

     เสียงหัวเราะแห้งๆของเด็กสาวทั้งสองและรอยยิ้มของนายทหารถูกส่งให้กับหญิงสาวที่บัดนี้ทำหน้าราวกับจะร้องไห้เนื่องจากสภาพที่น่าอายถูกเปิดเผยแก้เพื่อนๆของตนเสียแล้ว…

 

 

…..

 

 

     หลังจากวิ่งไล่ไปมาอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเด็กหนุ่มซึ่งชำนาญพื้นที่มากกว่าก็สามารถเอาตัวรอดได้สำเร็วท่ามกลางรอยยิ้มของสมาชิกอื่นๆภายในกลุ่มและท่าทางไม่พอใจของชายหนุ่ม...

 

“เอาล่ะ... ไหนๆก็มากันครบแล้วก็รีบๆออกเดินทางกันเถอะอย่าชักช้า...”

“อ๊ะเดี๋ยวก่อนครับ!!!”

 

     อัล ซึ่งเร่งรีบให้ทุกคนออกเดินทางถูกเสียงของ โฮป ขัดขึ้นอีกครั้งหนึ่งจนชายหนุ่มแสดงท่าทีไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด...

 

“มีปัญหาอะไรอีกเรอะ!!!”

“หวาาา... ใจเย็นๆก่อนครับ”

“ฮึ่ย!!!”

 

     เด็กหนุ่มหยิบของที่ตนนำออกมาจากห้องให้ดินพลางส่งให้กับสมาชิกทุกๆคนอย่างรวดเร็ว

 

“อะไรละนั่น?”

“สวยจังเลยค่ะ!!!”

 

     กำไลข้อมีสีเงินถูกแจกจ่ายให้กับสมาชิกทุกๆคนอย่างรวดเร็วก่อนที่ โฮป จะเริ่มอธิบายความสามารุขอไอเทมชิ้นนี้...

 

“กำไลข้อมือนี่เป็นอุปกรณ์ที่ผมคิดค้นขึ้นมาเมื่อสมัยที่ผมเพิ่งเข้าสังกัดกองอัศวินใหม่ๆ... มันสามารถเก็บอาวุธประจำตัวของผู้ใช้เข้าไปได้จำนวน 4 ชิ้นและสามารถเรียกออกมาใช้ได้เพียงแค่คิดเท่านั้น... อีกทั้งยังมีความสามารถพูดคุยผ่านช่องทางความคิดในระยะใกล้ๆภายในกลุ่มได้อีกด้วยครับ...”

“โห... ของสะดวกสบายแบบนี้ทำไมหนูถึงไม่เห็นอัศวินคนอื่นๆใช้กันเลยละคะ?”

 

     ซาเนีย ส่งเสียงถามเด็กหนุ่มด้วยความสงสัยก่อนที่ โฮป จะยิ้มแห้งๆให้กับเธอพลางตอบคำถามให้ว่า

 

“เพราะต้นทุนการผลิตมันแพงเกินไปไอเทมชิ้นนี้ก็เลยไม่ถูกนำมาใช้ในกองอัศวินจริงๆน่ะสิครับ... ดังนั้นกำไลทั้งหมดที่พวกคุณเห็นนี่มาจากเงินเก็บของผมแทบทั้งสิ้นเลยนะครับ...”

“งั้น... ของพวกนี้ราคาเท่าไหร่ล่ะ?”

“10,000 โกลด์ พอดีครับ”

 

[ พรู่ดดดด!!! ]

 

     อัล ซึ่งกำลังโยนกำไลสีเงินเล่นอย่างสบายอารมณ์ต้องพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่เชื่อหูก่อนที่ตัวกำไลจะถูกคว้าเอาไว้ก่อนที่มันจะหล่นลงสู่พื้น...

 

“ไอ้หนู!!! แกบ้าไปแล้วเหรอถึงเอาของแพงๆแบบนี้มาแจกพวกเราเนี่ย!?!”

“นั่นสิ โฮป... ชั้นก็ว่ามันเกินไปหน่อยนะ?”

 

     อัล และ จูเนียร์ ต่างมองกำไลในมืออย่างกระอักกระอ่วนต่างกับเด็กสาวทั้งสองที่ทดลองใส่กำไลเข้ากับข้อมือของตนและพบว่าตัวกำไลปรับรูปร่างให้เข้ากับขนาดข้อมือของตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

 

“ตอนนี้พวกคุณถือเป็นเพื่อน... เป็นสหายคนสำคัญของผม... ดังนั้นของเล็กน้อยแค่นี้ผมยินดีมอบให้ครับ...”

“.....”

“ขอบคุณนะ โฮป”

“ด้วยความยินดีครับ”

 

     ชายหนุ่มและหญิงสาวมองกำไลในมือของตนสลับกับใบหน้าของเด็กหนุ่มก่อนที่ทั้งคู่จะเอ่ยปากขอบคุณและทดลองใส่มันเข้ากับข้อมือของตนในทันที...

 

[ แกร๊กๆ... ]

 

     ทันทีที่ตัวกำไลถูกสวม ขนาดของมันก็หดเล็กลงจนรับเข้ากับข้อมือของทุกๆคนอย่างพอดิบพอดี ไม่เว้นแม้แต่ อินทรีย์ ซึ่งมีขนาดข้อมือใหญ่กว่าคนอื่นๆแต่ตัวกำไลกลับไม่รัดข้อมือของเขาจนรู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนายทหารอย่างมาก...

 

“อีกอย่างหนึ่งที่ผมอย่างจะพูดก็คือ... พวกเราควรจะมีชื่อกลุ่มไหมครับ?”

 

     เมื่อเด็กหนุ่มพูดเรื่องนี้ขึ้นมาสมาชิกทุกคนจึงหันกลับมาให้ความสนใจกับ โฮป อีกครั้งหนึ่ง

 

“จะมีชื่อเรียกกลุ่มหรือไม่มีมันสำคัญยังไงฟะ?” (อัล)

“ว่าไป... ก็สำคัญเหมือนกันนะ?” (จูเนียร์)

“หนูอยากได้ชื่อน่ารักๆค่ะ!!!” (ลูเทเซีย)

“พวกเราจะมีชื่อกลุ่มแล้ว เย้ๆ~*” (ซาเนีย)

“รหัสของกลุ่มก็เป็นสิ่งจำเป็นนี่นะครับ...” (อินทรีย์)

“.....” (อัล)

 

[ ทำไมไม่มีใครคิดเหมือนตูมั่งฟะ!!! ]

[ ฮะๆๆๆๆ!!! ]

 

     ด้วยน้ำเสียงเป็นเอกฉันท์ว่าควรมีการตั้งชื่อกลุ่ม (อัล : เฮ้ยแล้วตูล่ะ!!!) ดังนั้นสมาชิกทุกคนจึงเริ่มคิดชื่อเรียกพวกตนกันออกมาคนละชื่อยกเว้น อัล ที่ขอยืนกรานว่าจะไม่ใช้ชื่อกลุ่มเป็นอันขาดและแยกออกไปนั่งครางโดยที่หูและหางลีบลงอย่างน่าสงสาร...

 

“งั้น... พี่เสนอชื่อ เพลิงโลกันตร์ (Hell Flame) เป็นยังไงจ้ะ?” (จูเนียร์)

“ไม่เอาค่ะน่ากลัวออก... ชื่อนี้ดีกว่านะคะ กลุ่มน่ารัก (Cute One) ฟังดูดีกว่ามั้ยคะ?” (ลูเทเซีย)

“ไม่ดีนะ ลูจัง... ชั้นว่าชื่อ ขับขานบทเพลง (Sing a Song) น่าจะเพราะที่สุดแล้วละ” (ซาเนีย)

 

[ แซ่ดๆๆๆ... ]

 

     ทั้ง 3 สาวต่างถกเถียงกันเรื่องชื่อกลุ่มอย่างออกรสทำให้ โฮป ต้องถอยฉากออกมาอย่างรวดเร็วเพราะเด็กหนุ่มไม่กล้าเข้าไปขัดบทสนทนาเมื่อเห็นท่าทีจริงๆของพวกเธอและหลบฉากออกมาพบกับ อินทรีย์ ที่นั่งยิ้มมองดูท่าทีของพวกเธออยู่ใกล้ๆ

 

“อ้าว... แล้วคุณไม่ไปร่วมคิดชื่อกลุ่มด้วยหรอกเหรอครับ?”

“ไม่หรอก... ผมมีชื่ออยู่ในใจแล้วละครับ...”

“... จะว่าอะไรมั้ยถ้าผมอยากฟังชื่อกลุ่มที่คุณคิดน่ะ...”

“ครับ... ชื่อที่ผมจะเสนอคือชื่อ GDS…”

 

[ GDS??? ]

 

     3 สาวยุติการถกเถียงกันในทันทีก่อนที่พวกเธอรวมไปถึง อัล ซึ่งนั่งแอบฟังอยู่และหันมาให้ความสนใจแก่นายทหารในทันที...

 

“GDS??? มันมาจากคำว่าอะไรเหรอครับ?”

“มันเป็นชื่อหน่วยทหารที่ชั้นเคยสังกัดอยู่น่ะ... ชื่อเต็มของมันคือ Gad Destructor Special force (หน่วยพิเศษ : ผู้ทำลายล้างที่เร่ร่อน) ซึ่งรับหน้าที่ทำงานทุกรูปแบบตามคำสั่งที่ได้รับน่ะ...”

 

     นายทหารพูดพลางทำท่าระลึกความหลังเล็กน้อยก่อนที่ โฮป จะบอกกับเขาว่า

 

“ชื่อย่อฟังดูดีแล้วนะครับ... แต่ความหมายของมันดูแปลกๆไปหน่อย...”

“ชั้นเห็นด้วยกับ โฮป นะชื่อย่อ GDS ฟังดูดีจริงๆ...”

“พวกเราก็เห็นด้วยค่ะ!!!”

 

     โฮป จูเนียร์ รวมไปถึงเด็กสาวทั้งสองต่างยอมรับชื่อ GDS อย่างรวดเร็วแต่ยังไม่ยอมรับความหมายหลักๆของมัน ทำให้พวกเขาต้องนั่งคิดความหมายของชื่อ GDS เสียใหม่...

 

[ GoDomic Slayer (God + Demonic Slayer) : ผู้พิฆาตเทพ และ มาร ]

[ เอ๋!?! ]

 

     เสียงของ อัล ดังแทรกขึ้นในระหว่างที่ทุกคนยังคงถกเถียงกันอยู่ทำให้ทุกๆคนหันไปตามต้นเสียงในทันที...

 

“... ถ้าเป็นชื่อนี้ชั้นก็โอเคนะ... แต่ถ้าไม่พอใจก็เชิญคิดกันต่อไปเถอะ...”

 

     ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะเคลื่อนตัวไปหลบหลังก้อนหินอีกครั้งหนึ่งในขณะที่เสียงของสมาชิกอื่นๆดังขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันว่า

 

[ เยี่ยมไปเลย!! ]

[ เฮฮฮฮ~* ]

 

     ทำให้ชายหนุ่มผู้คิดชื่อนี้ได้แต่หลบอยู่หลังก้อนหินเงียบๆพลางลอบยิ้มด้วยความดีใจที่ความคิดของเขาเป็นที่ยอมรับของกลุ่ม แต่เมื่อมาคิดดูอีกทีแล้ว... เมื่อสักครู่นี้เขายังบอกว่าชื่อกลุ่มไม่จำเป็นอยู่เลยนี่หว่า...

 

( Failed… : พลาดเสียแล้ว... )

 

 

-----

 

 

     ในที่สุดกลุ่มของ อัล ก็มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า [ GDS : GoDomic Slayer : ผู้พิฆาตเทพ/มาร ] และเริ่มออกเดินทางต่อไปตามแผนที่ ที่ โฮป ค้นเจอจากในห้องใต้ดินซึ่งเป็นที่ซ่อนลับของเขาเอง ซึ่งจุดหมายแรกของพวกเขาก็คือ “ทะเลสาบปริศนา (Mysterious Lake)”  ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของ ผู้พิทักษ์ “ปูยักษ์ คราโค (Krako)” ซึ่งพวกเขาจะต้องไปสอบถามข้อมูลนั้นเอง...

 

     และในขณะเดียวกันนั้นเองที่สมาชิกกลุ่ม SGC กำลังจะมีการเคลื่อนไหวด้วยเช่นกัน...

 

 

Ep.30 อาวุธคู่กาย...

 

Coming Soon…

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไอจุดที่โฮปสะดุดหินล้มบ่อยๆ กับอัลวิ่งไล่โฮปบ่อยๆ โดนครีมแต่งYจิ้นเองไปแล้ว~~~

#1 By Gothic Cream on 2011-05-02 21:22

กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย

มาขัดจังหวะทำไมง่ะโฮป!!!

#2 By Auel Arnider (125.27.7.22) on 2011-05-02 21:39

#2 นังอัลจะงาบเมย์โล้เรอะ - -? embarrassed

#3 By Mayz-Maiz on 2011-05-02 21:41

ง้าบจูเนียร์งับ

ชอบสาวปล่อยผมยาว~~

/me โดยฆ่า

#4 By Auel Arnider (125.27.7.22) on 2011-05-02 21:42

^^~

#5 By x~@KawaiI@~x on 2011-05-02 21:48

#4 โดน เมย์ดล้ เจี๋ยนก่อนแหงๆ - -...

#6 By Mayz-Maiz on 2011-05-02 21:55

สนุกม๊ากกก TT [ ] TT" หลายอารมณ์ TTwTT"


คำถามสำหรัยบตอนนี้

?? อัล ชอบเจูเนียร์ สินะ !!! จูเนียร์ก็แอบมีใจให้อัล !!~

คู่นี้จึงเปน 2 พระ นาง GDS !!!~*

แต่ ตะ แต่ ซิลเบอร์ ก็ชอบ เมย์โล้ เมย์โล้ก็ชอบซิล

แต่ แต่ แต่ !!!~ จูเนียร์ + เมย์โล้ ร่างเดียวกัน !!!!~

แนนนี้ัมันจะเป็นยังไงละเนีย !!!~ OMG !!!!!

#7 By [N]anoha on 2011-05-02 22:05

เจิมๆ ตอนนี้ แยกเป็น 2 กลุ่มแล้วสินะ

#8 By WhiteBear:Nekopung on 2011-05-02 22:17

ตอนนี้ไอ้หวังรั่วสุดๆ = =

#9 By ZTSGearMaster (58.64.88.63) on 2011-05-03 07:36

เง้อครีม T^T

โฮปปปป กล้าแจกของแพงขนาดนั้นให้อัลเลยรึ้ T^T

#10 By Grand Chase Thai Special on 2011-05-03 10:55

เอ็งอย่าหวังจะได้กินลูกสาวข้าเลย เจ้าอัล ย๊ากกกกก

#11 By ~~MILO~~ (180.180.129.10) on 2011-05-03 17:29

#5 อย่าให้เมย์โล้เจี้ยนดีกว่าครับ ให้ผมตัวพ่อจัดการจะดีกว่า question
#4 ตาย!!!!

#12 By (180.180.129.10) on 2011-05-03 17:32

โฮปได้หมดนะ งั้มๆ

#13 By Grand Chase Thai Special on 2011-05-03 18:47