EXTRA 3 : ตอนพิเศษจากผู้ชนะ GCL Quiz ครั้งที่ 2
posted on 08 May 2011 22:53 by mayz-maizEXTRA 3 : ตอนพิเศษจากผู้ชนะ GCL Quiz ครั้งที่ 2
Ep. EX 2 : อดีตของเปลวเพลิงและสายฟ้า...
( 4 ปีก่อน... )
[ กี๊ๆๆ... ]
[ จิ๊บๆๆๆ~* ]
[ ซ่าๆ... ]
สัตว์อสูรเปล่งเสียง เหล่านกน้อยขับขาน สายลมพัดผ่านมวลแมกไม้ หลอมรวมกันเป็นบทเพลงแห่งผืนป่าซึ่งขับกล่อมจิตใจของผู้คนให้สงบลงได้อย่างง่ายดาย
[ ….. ]
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาว ซึ่งมีเรือนผมและแววตาสีเงิน กำลังนั่งพิงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอยู่บริเวณชายป่า โดยที่ในมือของเขาถือหนังสือเล่มเล็กๆสำหรับอ่านเล่นเอาไว้
[ จิ๊บๆๆๆ... ]
[ แกร๊กๆๆ... ฟุ่บ... ]
มือซ้ายของชายหนุ่มบดเศษขนมปังเป็นชิ้นเล็กๆก่อนจะโปรยเอาไว้ข้างกายเพื่อให้นกตัวเล็กๆได้จิกกินอย่างเอร็ดอร่อย ในขณะที่ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มบางๆออกมาพลางอ่านหนังสือของตนต่อไปอย่างเงียบเชียบ...
.....
[ สวบๆๆ... ]
[ โอ๊ยๆๆ... อยู่ไหนนะ... ]
หญิงสาวในขุดแขนกุดสีขาวคาดลายแดงและกระโปรงสั้นสีเดียวกันกำลังเดินคุ้ยหาอะไรบางอย่างจากพุ่มไม้ภายในตัวป่าอย่างเชื่องช้า และบ่นออกมาเป็นระยะๆ...
“บ้าจริง~!!! ชั้นมาสมัครเป็นอัศวินนะ!!! ทำไมต้องให้ชั้นมานั่งค้นหาเห็ดอะไรแบบนี้ด้วย แงๆๆ~!!!”
[ ฟุ่บ… ]
[ ว๊ายยยย!!! ]
[ โครม!!! ]
ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะผละกายจากไปนั้นเองที่หลุมกับดักเกิดทำงานขึ้นมาพอดี ทำให้หญิงสาวร่วงลงไปกระแทกกับก้นหลุมจนเกิดเสียงดังสนั่นในทันที...
[ แง้ๆๆๆ~!!! ]
หญิงสาวส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดสักพักก่อนที่เธอจะได้สติและรู้ตัวว่าเธอได้ติดกับดักที่ถูกวางเอาไว้เสียแล้ว...
“ว๊ายไม่นะ!!! นี่เป็นกับดักของการทดสอบหรือเปล่า!?! หรือเป็นกับดักของนายพรานกันเนี่ย!??”
เธอมองไปรอบๆและพบว่านี่เป็นเพียงหลุมกับดักธรรมดาๆแต่ไม่มีอุปกรณ์ที่ใช้สังหาร ดังนั้นนี่คงจะเป็นกับดักจากการทดสอบอัศวินของเธอเสียมากกว่า ดังนั้นสิ่งที่เธอควรทำเป็นอันดับแรกก็คือ “ปีน” ออกไปนอกหลุมเสียก่อน...
[ ฮึบๆๆ... ]
[ กึก... ครืดดด...]
[ .... แง้~!!! ]
[ โครมมม!!! ]
ทว่าผนังที่ชันร่วมกับพื้นดินที่ชื้นจนเกินไปนั้นทำให้หญิงสาวต้องไถลและร่วงกลับลงไปยังก้นหลุมอยู่ทุกครั้งไป จนกระทั่งหญิงสาวรู้สึกถอดใจและเลิกล้มความพยายามที่จะปีนขึ้นไปในที่สุด...
[ ช่วยด้วย~!!! ]
เสียงหวานใสตะโกนหาความช่วยเหลืออย่างร้อนรนในขณะที่ใบหน้าของเธอนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยความน้ำตาและเศษดินจากการพยายามปีนออกจากหลุมเมื่อสักครู่...
.....
[ ฮึกๆๆ... ]
เวลาผ่านไปกว่า 10 นาทีแล้ว.... ทว่าบรรยากาศโดยรอบยังคงไร้วี่แววของคนที่สัญจรไปมา ทำให้หญิงสาวรู้สึกเสียขวัญและนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ที่ก้นหลุมอย่างท้อใจ...
“สงสัย... เราคงไม่ผ่านการทดสอบบทแรกแล้วละมั้ง...”
[ ฟุ่บ... ]
[ … เอ๊ะ? ]
ปลายเชือกเส้นหนาที่ถูกผูกเป็นปมสำหรับปีนขึ้นต้นไม้ถูกหย่อนลงมาข้างกายของเธออย่างเงียบเชียบในขณะที่หญิงสาวรีบปีนขึ้นจากหลุมอย่างดีอกดีใจพลางตะโกนขอบคุณผู้ที่มาช่วยเธออย่างไม่ขาดปาก
[ ขอบคุณ!!! ขอบคุณมากค่ะ!!! ]
[ กึกๆๆๆ... ]
[ ฮ้า~!!! ]
หญิงสาวปีนขึ้นมายืนอยู่บนพื้นดินได้อีกครั้งหนึ่งทว่าบริเวณโดยรอบกลับไม่มีใครที่น่าจะเป็นผู้หย่อนเชือกให้เธอแม้แต่น้อย กลับมีเพียงหนังสือเล่มเล็กตกอยู่บริเวณโคนต้นไม้พร้อมกับกระดาษแผ่นเล็กๆซึ่งเขียนข้อความเอาไว้ว่า
[ ใช้หนังสือนี่หาของที่เธอต้องการซะ ]
ซึ่งตัวหน้าปกหนังสือนั้นเขียนเอาไว้ว่า
[ 108 วิธีหาเห็ดในป่า… พยายามเข้าละ]
ซึ่งข้อความตอนท้ายนั้นถูกเขียนเพิ่มด้วยลายมือบรรจงจนหญิงสาวยังรู้สึกอายที่ลายมือของตนยังสวยสู้ลายมือของคนที่ช่วยเธอไม่ได้ ทั้งๆที่เธอมั่นใจว่าไม่มีใครลายมือสวยไปกว่าเธอแท้ๆ...
“เป็นใครก็ไม่รู้แต่ยังไงก็ขอบคุณมากนะค้า~!!!”
หญิงสาวตะโกนขึ้นมาอย่างดีอกดีใจก่อนที่เธอจะเปิดหาเห็ดตามภารกิจที่ได้รับคำสั่งให้หาจากภายในหนังสือทันที ขณะที่เจ้าของหนังสือซึ่งซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้จะแอบยิ้มด้วยความขบขัน
“ฮึๆๆ... ทดสอบอัศวินปีนี้ท่าจะมีอะไรน่าสนใจให้ทำซะแล้วนะเรา...”
[ ฟุ่บ... ตุบ... ]
ชายหนุ่มผมเงินกระโดดลงมายืนยังพื้นเบื้องล่างพลางเดินกลับตัวเมืองอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่เสียงตะโกนอย่างดีอกดีใจของหญิงสาวจะดึงออกมาจากภายในตัวป่าว่า
[ เจอแว้ว~!!! ไชโยๆๆ~!!! ]
[ อุ๊บ... ฮ่าๆๆๆๆ... ]
เสียงหัวเราะของชายหนุ่มดังก้องท่ามกลางท้องฟ้าสีครามในขณะที่ประตูเมืองปรากฏให้เห็นอยู่ใกล้ๆร่างของชายหนุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
-----
ในช่วงนี้ของทุกๆปีจะเป็นการทดสอบรับอัศวินเข้าสังกัดในกองทหารของ เซอร์ดิน ซึ่งจะมีนักดาบ นักรวบ รวมไปถึงอัศวินจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเพื่อเข้ารับการทดสอบเป็นอัศวินมนตราของอาณาจักรแห่งนี้ เพราะนั่นถือเป็นความภาคภูมิชั่วชีวิตในการคุ้มครองอาณาจักรจากความชั่วร้ายเลยทีเดียว...
ซึ่งการทดสอบในแต่ละปีนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงด้วยกันนั่นก็คือ
1. การทดสอบทั่วไป ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงในทุกๆปีตามแต่ ไนท์มาสเตอร์ ซึ่งเป็นหัวหน้าอัศวินขั้นสูงสุดจะคิดออกมาเพื่อทำการทดสอบเหล่าอัศวินต่างๆ
2. การเข้ารับการฝึกฝนจากอัศวินที่เลือกตนไปเป็นลูกศิษย์
3. ได้รับการยอมรับจากอัศวินที่เลือกตนไปว่าเหมาะสมกับการเป็นอัศวินมนตราหรือไม่
การทดสอบขั้นที่ 1 ของปีนี้ก็คือความรอบรู้และการช่างสังเกต ซึ่งต้องเข้าไปในป่าและค้นหาเห็ด “พรางกายา” ภายในป่า ซึ่งเป็นเห็ดที่ใช้ทำตัวยาล่องหนชั่วคราวขึ้นมาใช้ ทว่าตัวเห็ดชนิดนี้ก็มีความสามารถพิเศษตามชื่อนั่นก็คือมันสามารถพรางกายได้นั่นเอง แต่นอกจากความสามารถนี้แล้ว ทั้งรูปร่างและลักษณะการขึ้นของมันก็ไม่ต่างไปจากเห็ดปกติทั่วๆไปเลยแม้แต่น้อย...
ดังนั้นเห็ดนี้จึงถูกคัดมาเป็นบททดสอบในการเข้าเป็นอัศวิน เพราะหากไม่มีความรู้ทั่วไปและความช่างสังเกตมากพอแล้วละก็ การค้นหาเห็ดชนิดนี้คือเรื่องยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรซะอีก...
-----
หญิงสาวกลับเข้าเมืองด้วยจิตใจเบิกบานเพราะสามารถค้นหาเห็ดตามภารกิจกลับมาได้อย่างง่ายดายด้วยหนังสือที่มีคนมอบให้กับเธอ ทำให้เธอเดินกลับปราสาทด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่เธอจะสังเกตเห็นว่ารอบด้านของเธอมีผู้ที่เข้ารับการทดสอบจำนวนมากนั่งร้องไห้อยู่โดยรอบ ทำให้เธอรู้สึกขวัญเสียอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว...
“พี่ชาย... ทำไมถึงมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ละคะ?”
หญิงสาวเดินเข้าไปถามผู้เข้ารับการทดสอบคนหนึ่งก่อนที่ชายคนนั้นจะหันมาตอบเธอว่า
“ชั้นหาเห็ดตามบททดสอบมาส่งได้แล้วน่ะสิ... แต่ใบหน้ายิ้มชั่วร้ายของอัศวินที่รับเห็ดไปจากมือชั้นดูไม่น่าไว้ใจนักชั้นก็เลยมองในใบรายชื่อแล้วชั้นก็เห็นว่าชื่อของชั้นถูกขีดฆ่าทิ้งน่ะสิ...”
“ตายแล้ว...”
หญิงสาวอุทานออกมาอย่างตื่นตกใจ... แบบนี้ก็หมายความว่ามีเห็ดชนิดอื่นที่สามารถล่องหนได้อีกอย่างนั้นเหรอ? แบบนี้เห็ดที่เธอหามาได้ก็อาจจะไม่ผ่านการทดสอบน่ะสิ?
“แล้ว... คุณไปหามาจากบริเวณไหนล่ะคะ?”
“เปล่าหรอก... ชั้นไปหาร้านสมุนไพรแถวนี้แล้วซื้อเอาน่ะ...”
“เอ๊ะ!?!”
หญิงสาวเองก็นึกไม่ถึงเช่นกันว่ามีวิธีนี้อยู่ด้วย... แต่ไม่แน่ว่าเจ้าของร้านอาจจะโกงชายหนุ่มตรงหน้าก็ได้ ดังนั้นการที่เธอเข้าไปหาภายในป่าด้วยตนเองอาจจะเป็นวิธีที่ถูก หากแต่เธอกลัวคิดมากว่าอาจจะมีเห็ดชนิดอื่นๆที่สามารถล่องหนได้ก็เป็นได้ ซึ่งเมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วหญิงสาวจึงไม่กล้านำของไปส่งตามภารกิจและนั่งคิดมากอยู่คนเดียวจนกระทั่ง...
“นี่... เธอ...”
“... คะ?”
ชายหนุ่มผมสีเงินในชุดคลุมสีขาวพาดลายน้ำเงินทักเธอจากข้างกายด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาสีเดียวกับเส้นผมของอีกฝ่ายที่กำลังจ้องหน้าของเธอนั้นช่างให้ความรู้สึกล้ำลึกน่าค้นหาเสียนี่กระไร ว่าแต่ชายคนนี้มานั่งอ่านหนังสือข้างตัวเธอตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย...?
“เขาจะปิดส่งภารกิจแล้วนะ... เธอจะส่งภารกิจหรือไม่ส่ง?”
“เอ๋!?!”
หญิงสาวร้องเสียงหลงพลางมองท้องฟ้าเบื้องบนในทันที ซึ่งในตอนนี้ดวงตะวันกำลังจะร่วงหล่นจากขอบฟ้ารวมไปถึงเหล่าผู้เข้ารับการทดสอบโดยรอบต่างทยอยกลับไปจนหมดแล้ว ดังนั้นในบริเวณนี้จึงเหลือเพียงเธอกับชายหนุ่มข้างกาย ภายใต้อาทิตย์สีแดงฉานที่สาดส่องแสงกระทบร่างของพวกเธอเท่านั้น...
“แต่ว่า...”
หญิงสาวหยิบเห็ดล่องหนในมือของตนขึ้นมาพลางมองทะลุมันสู่พื้นเบื้องล่างอย่างเศร้าสร้อยท่ามกลางสายตาของชายหนุ่มข้างกาย ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อยว่า
“คนอื่นๆที่หาเห็ดนี้มาได้ต่างโดนขีดฆ่าชื่อกันหมด... ไม่แน่ว่าเห็ดที่หามานี้อาจจะใช้ไม่ได้ก็ได้...”
“อุ๊บ... ฮ่าๆๆๆ!!!”
“.....!?!”
ชายหนุ่มหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังก่อนจะตีหน้าขาของตัวเองอย่างขบขันในขณะที่หญิงสาวได้แต่สับสนกับท่าทีของชายแปลกหน้าข้างกาย ก่อนที่ชายหนุ่มจะบอกกับเธอว่า
“เธอเอาเห็ดของเธอไปส่งเถอะน่า... ชั้นรับประกันได้เลยว่าเธอสอบผ่านแน่ๆ...”
“มีหลักประกันอะไรรึเปล่า?”
หญิงสาวถามขึ้นด้วยแววตาฉงน เพราะชายหนุ่มดูมั่นอกมั่นใจเกินควร ทว่าคำตอบที่ได้รับนั้นคือ...
“เพราะชั้นบอกแบบนั้นน่ะสิ...”
“ไอ้บ้า!!!”
“ฮ่าๆๆๆ~*”
หญิงสาวตะโกนใส่ชายหนุ่มอย่างเดือดดาลในขณะที่อีกฝ่ายหัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจจนหนังสือในมือหลุดลงไปกองอยู่กับพื้น ก่อนที่หญิงสาวจะลุกขึ้นยืนและเดินจากไปอย่างแค้นเคือง
“รออยู่ตรงนี้เลยนะ!!! ถ้าชั้นสอบเข้าเป็นอัศวินมนตราไม่ได้ละก็ชั้นจะฆ่านายให้ดู!!!”
“ไม่ต้องห่วง... เราต้องได้เจอกันอีกแน่...”
“.....???”
คำพูดทิ้งท้ายของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวรู้สึกสงสัยอยู่ไม่น้อยก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในตัวปราสาทเพื่อส่งของตามภารกิจอย่างกล้าๆกลัวๆ...
[ แกร๊กๆๆๆ... ]
[ หืม? ]
อัศวินที่นั่งอยู่บนโต๊ะสมัครอัศวินเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวอย่างฉงนอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะมองมายังมือขวาซึ่งทำท่าเหมือนกำลังถืออะไรบางอย่าง ทำให้อีกฝ่ายเผยรอยยิ้มกว้างออกมาให้กับหญิงสาวในทันที
“มาส่งภารกิจสินะ?”
“ค่ะ...”
หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วก่อนที่เห็ดเจ้าปัญหาจะถูกส่งให้กับเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็ว
[ อืมมม... ]
[ ….. ]
[ ตึกตักๆๆ... ]
หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวและเร็วจนไม่เป็นจังหวะในขณะที่อีกฝ่ายหยิบเห็ดต้นนั้นไปพลิกไปมาอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มกว้าจะเผยออกมาบนใบหน้าของอีกฝ่าย...
“นึกว่าปีนี้จะไม่มีคนผ่านเพิ่มแล้วซะอีก...”
“...เอ๋!?!”
หญิงสาวร้องเสียงหลงในทันทีที่อีกฝ่ายพูดประโยคแปลกๆออกมา ก่อนที่ใบรายชื่อซึ่งเต็มไปด้วยน้ำหมึกจากการขีดฆ่าชื่อจำนวนมากจะถูกหยิบขึ้นมาแสดงให้หญิงสาวดู ทำให้เธอเห็นว่าเธอเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่ถูกติ๊กเครื่องหมายถูกนำหน้าชื่อเพื่อแสดงว่าผ่านการทดสอบ และถูกขีดฆ่าชื่อเพื่อแสดงว่าตกการทดสอบ...
“ปีนี้รวมเธอแล้วก็มีผู้ผ่านการทดสอบแรกแค่ 12 คนเท่านั้น... ยังไงก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะ...”
[ แกร๊กๆ... ]
“ยินดีด้วยนะ เมย์โล้ มูนเฟส... เธอผ่านการทดสอบแรกแล้ว...”
[ ไชโย~~!!! ]
เจ้าหน้าที่พูดทิ้งท้ายเอาไว้เท่านั้นก่อนที่ชื่อของหญิงสาวจะถูกติ้กเครื่องหมายถูกในท้ายที่สุด ทำให้หญิงสาวกู่ร้องอย่างดีอกดีใจและรีบวิ่งออกไปยังม้านั่งด้านนอกที่เธอสั่งให้ชายหนุ่มนั่งรอเมื่อสักครู่...
“ไชโย~* ชั้นผ่านการทดสอบแล้วละ~~♥”
ชายหนุ่มยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่บนม้านั่งในขณะที่หญิงสาวรีบวิ่งมาหาเขาพลางแสดงท่าทีดีใจสุดขีดให้เห็น ก่อนที่ชายหนุ่มจะแอบเผยรอยยิ้มบางๆอยู่เบื้องหลังเล่มหนังสือโดยไม่ให้เธอเห็น...
“ว่าแต่... นายรู้ได้ยังไงเหรอว่าชั้นจะสอบผ่านน่ะ?”
หญิงสาวยังคงคาใจกับท่าทีของอีกฝ่ายทำให้เธออดที่จะถามชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ ทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะปิดหนังสือในมือและเอ่ยเสียงเรียบว่า
“เพราะเธอไม่ได้ซื้อเห็ดปลอมที่พวกเราสั่งให้ร้านค้าต่างๆปล่อยขายและออกค้นหาในป่าด้วยตัวเองน่ะสิ... ดังนั้นการที่เธอจะผ่านการทดสอบจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย...”
“เอ๋~!!!”
หญิงสาวร้องเสียงหลงจนชายหนุ่มต้องยกมือขึ้นปิดหูอย่างเอือมระอา... นี่เธอจะเงียบๆแบบที่เป็นในตอนแรกไม่ได้รึยังไงกันนะ?
“เพราะการทดสอบของเราสั่งให้ออกไปหาภายในป่า ดังนั้นการหาซื้อมาด้วยเงินจึงถือว่าผิดกฎและถูกปรับตกไปตามระเบียบ แต่เธอที่เข้าไปหาภายในป่าด้วยตนเองนั้นทำให้เธอผ่านการทดสอบนี้ได้ในท้ายที่สุด... ถึงเธอจะซุ่มซ่ามจนตกลงไปในหลุมกับดักของพรานป่าก็เถอะนะ...”
“..... เอ๊ะ!?!”
หญิงสาวหันมาจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างแปลกใจอยู่พักหนึ่งก่อนที่เธอจะเบิกตากว้างพลางหน้าแดงด้วยความอับอายในทันที เพราะจากประโยคเมื่อสักครู่นี้แสดงให้เห็นว่าคนที่ช่วยเธอเอาไว้คือชายหนุ่มตรงหน้านี้เอง...
“นะ... นาย!!!”
[ ฟุ่บ... ]
[ …!?! ]
ชายหนุ่มไม่รอให้หญิงสาวพูดอะไรมากกว่านั้นและยื่นซองจดหมายสีขาวให้เธอในทันที ทำให้หญิงสาวต้องรับซองจดหมายนั้นมาดูด้วยความแปลกใจก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดว่า
“ต่อจากนี้เป็นต้นไป... เธอต้องเข้ารับการทดสอบขั้นที่ 2 จากชั้นซึ่งรับตัวเธอไปเป็นศิษย์... ดังนั้นยังไงก็ขอฝากตัวด้วยนะ เมย์โล้ มูนเฟส อัศวินมนตราภายใต้กองลาดตระเวนที่ 1 ...”
“เอ๋!?!!? ดะ... เดี๋ยวก่อน!?!”
[ ฟุ่บ... ]
ชายหนุ่มผมเงินตรงหน้าหายตัวไปอย่างรวดเร็วจนเธอไม่ทันตั้งตัว ในขณะที่ซองจดหมายในมือถูกเปิดออกอ่านอย่างรวดเร็วภายใต้มืออันสั่นเท่าของหญิงสาว...
( นายนั่นเป็นอัศวินที่รับหน้าที่ดูแลเราอย่างงั้นเหรอ... แล้วเราเผลอไปแสดงท่าทีไม่เหมาะสมแบบนั้นออกไปจะเป็นอะไรมั้ยเนี่ย? โธ่.. ยัยเมย์โล้ เอ้ย!!! ไม่น่าปากไวเลยเรา... )
[ ควาก... ]
ซองจดหมายในมือหญิงสาวถูกเปิดออกท่ามกลางความสับสนของ เมย์โล้ ก่อนที่เนื้อความในจดหมายจะถูกอ่านอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบของเธอว่า...
“ถึง เมย์โล้ มูนเฟส ลูกศิษย์ผู้ซุ่มซ่ามจนตกลงไปในหลุมกับดักแถมยังไม่สามารถหาเห็ดได้ด้วยตนเองจนต้องใช้คู่มือช่วย ในวันพรุ่งนี้เวลา 04.00 น. ชั้นขอสั่งในฐานะอาจารย์ให้เธอไปรอชั้นอยู่ที่หน้าร้านหนังสือ [ Wise Reader ] จนกว่าชั้นจะไปพบเธอด้วยตนเอง ซึ่งนี่ถือเป็นภารกิจแรกในการเป็นลูกศิษย์ของชั้น... ดังนั้นจงอย่าทำให้ชั้นผิดหวังเป็นอันขาด
ลงนาม ซิลเบอร์ ดราท อาจารย์ของเธอ...”
[ ….. ]
[ ฟิ้ววว... พั่บๆๆๆ... ]
กระดาษในมือของหญิงสาวถูกกระแสลมหอบขึ้นไปในอากาศในขณะที่ร่างกายของหญิงสาวสั่นเทาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย จนกระทั่งความรู้สึกนั้นระเบิดออกมาในท้าที่สุดด้วยการ...
“ไอ้บ้าาา~!!!!! ใครมันจะยอมตื่นเช้าขนาดนั้นเพื่อมาพบนายกันยะ!!! แล้วไอ้ร้านนั่นมันอยู่ที่ไหนชั้นจะไปรู้มั้ยเล่าาา~!!!!! อย่าให้เจอตัวอีกทีนะชั้นจะฆ่านายให้ดู!!! รู้แบบนี้น่าจะด่านายนั่นให้เจ็บๆอีกสักชุด!!! โว้ยยยยยย~~~!!!!!”
เมย์โล้ ระเบิดความแค้นของตนออกมาด้วยเสียงอันดังก้อง ก่อนที่เธอจะรีบออกเดินทางเพื่อค้นหาร้านค้าที่ว่านั้นตลอดช่วงเย็นจนกระทั่งล่วงเข้าสู่เวลากลางคืน ก่อนจะรู้ว่าร้านค้านั้นตั้งอยู่สุดโซนเมืองทิศตะวันออกซึ่งอยู่ไกลจากโรงแรมของเธอซึ่งอยู่ในโซนเมืองทิศตะวันตกมาก ทำให้หญิงสาวตัดสินใจเปิดห้องพักชั่วคราวในโรงแรมใกล้ๆเพื่อทำตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างจำใจ...
.....
[ ฮะๆๆๆ... ]
บนยอดบ้านเรือนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวปราสาทมากนัก ชายหนุ่มผมเงินนาม ซิลเบอร์ ดราท กำลังหัวเราะอย่างขบขันกับท่าทีที่หญิงสาวแสดงออกพลางเผยรอยยิ้มบางๆออกมาท่ามกลางเสียงก่นด่าของหญิงสาว
“เธอนี่... น่าสนใจดีจริงๆ...”
ชายหนุ่มพูดตามความจริงที่เขาพบเจอ... เพราะผู้หญิงที่เคยเข้ามาในชีวิตของเขานั้นล้วนเก็บอาการและเป็นสุภาพสตรีมากจนเกินเหตุทำให้ชายหนุ่มค่อนข้างจะรู้สึกเอือมระอา อีกทั้งพวกเธอเหล่านั้นไม่มีความน่าสนใจแม้แต่น้อย เทียบกับหนังสือที่เขาอ่านเล่นยังไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยว ทว่าหญิงสาวคนนี้กลับมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกสนใจและอยากจะรู้จักเธอให้มากยิ่งขึ้น...
.....
( 04.00 น. วันรุ่งขึ้น...)
[ ฟรี้~... ฟรี้~... ]
[ ….. ]
ภาพของ เมย์โล้ ที่นั่งหลับอยู่หน้าร้าน [ Wise Reader ] พลางสัปหงกอย่างน่ารักน่าเอ็นดูนั้นทำให้ชายหนุ่มเผลอลอบยิ้มออกมาไม่ได้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินเข้าไปปลุกเธออย่างเชื่องช้า...
“เมย์โล้... ตื่นได้แล้ว...”
“งือออ...”
หญิงสาวส่งเสียงครางเบาๆออกมาก่อนที่เปลือกตาบางของเธอจะค่อยๆปรือขึ้นมามองหน้าชายหนุ่มอย่างเชื่องช้า...
“ตาบ้าเอ๊ย... สั่งมาได้ยังไงให้มารอตอนตี 4 เนี่ย... แถมที่ตั้งร้านก็ไม่ยอมบอก... รู้มั้ยว่าชั้นเหนื่อยแค่ไหนน่ะ ฮ้าววว~*”
ทันที่ที่หญิงสาวเปิดปากพูด คำบ่นที่มีให้ชายหนุ่มก็พรั่งพรูออกมาก่อนใคร ก่อนที่เธอจะเอามือป้องปากและหาวออกมา และบิดขี้เกียจอย่างเกียจคร้านเป็นลำดับสุดท้าย...
[ ฮึบ... ฮ้า~* ]
[ ปั่บๆๆๆ... ]
หญิงสาวลุกขึ้นยืนพลางปัดเศษฝุ่นที่ติดตามตัวออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะหันมาหา ซิลเบอร์ พลางบ่นต่อไปว่า
“เอาล่ะ... ปลุกชั้นมารอที่นี่ตั้งแต่เช้าแบบนี้แปลว่านายมีภารกิจไม่ก็การฝึกให้ชั้นสินะ? ถ้าอย่างนั้นละก็รีบๆมอบภารกิจไม่ก็ฝึกชั้นซะทีชั้นจะได้กลับไปนอนเร็วๆ... อะ... อ้าว!?!”
ทว่าร่างของชายหนุ่มกลับหายไปจากพื้นที่บริเวณหน้าร้านเสียแล้ว ทำให้หญิงสาวต้องกวาดตาหาชายหนุ่มท่ามกลางแสงไปสลัวๆยามค่ำคืนก่อนที่อะไรบางอย่างที่วางอยู่บนพื้นจะดึงความสนใจไปจากเธออีกครั้งหนึ่ง...
“ถุงใส่หนังสือกับ... จดหมายอีกแล้ว!?!”
[ ควาก... ]
ซองจดหมายถูกฉีกออกอย่างรวดเร็วก่อนที่ข้อความสั้นๆจะปรากฏแก่สายตาของหญิงสาวอีกครั้งหนึ่งว่า
[ เดินทางกลับปราสาทภายใน 30 นาที... อ้อ อย่าลืมเอาถุงหนังสือกลับมาด้วยละไม่อย่างนั้นจะถือว่าสอบตกนะ... ]
“.....”
ข้อความในจดหมายทำให้หญิงสาวอ้าปากค้างในทันที... เพราะการจะกลับไปถึงปราสาทจากสุดโซนเมืองทิศตะวันออกนั้นต้องใช้เวลาอย่างต่ำ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย หรือต่อให้รู้ทางลัดแต่ด้วยฝีเท้าคนปกติแล้วละก็ยังไงก็ต้องใช้เวลา 45 นาทีเป็นอย่างน้อยอยู่ดี ทว่าหญิงสาวกลับไม่มีเวลาคิดอะไรมากนักเพราะทุกนาทีที่เธอใช้ไปกับความคิดแปลว่าเวลาสำหรับการทดสอบจะต้องลดลงไปด้วยเช่นกัน...
[ ย๊ากกกกก~!!!!! ]
[ ตึกๆๆๆๆๆ!!! ]
เมย์โล้ ออกวิ่งอย่างสุดฝีเท้าโดยไม่ลืมหิ้วถุงหนังสือติดตัวไปด้วย ในขณะที่ ซิลเบอร์ เฝ้ามองดูหญิงสาวจากบนยอดหลังตาด้วยรอยยิ้มเบิกบาน
“เอ้าๆๆ... รีบๆวิ่งเข้า... การทดสอบของชั้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นนะ...”
.....
[ แฮ่กๆๆๆ... ]
[ กึกๆๆๆ... ]
เสียงหอบหายใจของหญิงสาวดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอเบื้องหน้าปราสาทหลวง โดยที่ในมือของเธอยังคงถือถุงหนังสือเอาไว้ตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดก่อนที่ร่างของ ซิลเบอร์ จะค่อยๆปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางหมอกยามเช้า และเดินเข้ามาหาหญิงสาวอย่างเชื่องช้า...
“ใช้เวลาไปทั้งสิ้น 48 นาที... ถือว่าเธอยังไม่ผ่านการทดสอบแรกนะ เมย์โล้...”
“ฮะ... แฮ่กๆ... นายจะบ้า... เหรอ... แค่นี้ชั้นก็... จะตาย... อยู่... แว้ว~~…..”
หญิงสาวครางขึ้นมาอย่างหมดสภาพในขณะที่ชายหนุ่มยังคงปั้นสีหนานิ่งเรียบและเอ่ยเสียงนิ่งว่า
“เธอมีเวลา 1 อาทิตย์ในการทำบททดสอบของชั้นให้ผ่านครบ 5 อย่าง ไม่เช่นนั้นชั้นจะไม่รับรองให้เธอผ่านการทดสอบจากชั้นหรอกนะ...”
“อารายน้า~~!!! นายบอกว่าบททดสอบ 5 อย่างงั้นเหรอ~!!! โอย... คร่อก...”
[ โครม!!! ]
หญิงสาวครางออกมาได้เพียงเท่านั้นก่อนที่สติของเธอจะดับวูบไปเพราะความเหนื่อยล้า
“..... ฮึๆๆ สงสัยว่าชั้นจะหนักมือกับเธอมากไปสินะ?”
“ฟรี้... ฟรี้...”
ว่าตามจริงแล้วชายหนุ่มแอบเฝ้าดูหญิงสาวมาตลอดตั้งแต่ที่เขามอบจดหมายฉบับแรกให้แก่เธอแล้ว และเห็นความพยายามที่จะหาร้าน [ Wise Reader ] ให้เจอของเธอรวมไปถึงความกระตือรือร้นที่จำทำตามคำสั่งอีกด้วย เพราะกว่าเธอจะได้เข้านอนเมื่อวานก็ปาเข้าไป 5 ทุ่มแล้ว แถมเธอยังตื่นตั้งแต่ตี 3 เพื่อไปนั่งรอเขาที่หน้าร้านค้าอีกต่างหาก ทำให้เขาอดชื่นชมความพยายามของคนตรงหน้านี้ไม่ได้...
[ วูบ... ]
[ งืมมม... ]
ร่างของหญิงสาวถูกชายหนุ่มช้อนขึ้นมาอุ้มเอาไว้แนบแผงอกของตน ก่อนที่หญิงสาวจะซุกเข้าหาไออุ่นจากแผงอกนั้นอย่างลืมตัวและครางออกมาเบาๆว่า
“คอยดูนะตาบ้า... ชั้นจะต้องผ่านการทดสอบของนายให้ได้... งึมงำๆ...”
“ฮึๆๆๆ...”
ชายหนุ่มอดหัวเราะกับคำละเมอของหญิงสาวไม่ได้ ก่อนที่ริมฝีปากบางของชายหนุ่มจะประทับจุมพิตลงบนหน้าผากของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา...
“พักผ่อนเถอะ... บททดสอบของชั้นยังมีอีกหลายข้อนัก...”
ซิลเบอร์ อุ้มร่างของ เมย์โล้ เข้าไปพักในห้องพักของเธอภายในตัวปราสาทอย่างรวดเร็ว เพราะเขาแอบสั่งให้เหล่าทหารนำสัมภาระของเธอเข้ามาภายในตัวปราสาทพร้อมทั้งจัดห้องพักให้เธอเสร็จตั้งแต่ตอนที่เธอออกตระเวนหาร้าน [ Wise Reader ] เป็นที่เรียบร้อยแล้ว...
[ พรึ่บ... ]
ผ้าห่มผืนบางถูกยกขึ้นมาคลุมร่างของ เมย์โล้ ซึ่งกำลังนอนหลับอย่างมีความสุขอยู่บนเตียงหนานุ่มที่ชายหนุ่มจัดแจงสั่งมาให้เธอโดยเฉพาะ...
“หลับฝันดีนะ เมย์โล้... เพราะการฝึกของชั้นยังเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น...”
.....
ซิลเบอร์ ไม่ได้พูดเปล่าถึงการทดสอบ 5 อย่างจริงๆด้วย... โดยการทดสอบ 5 อย่างนั้นได้แก่
…..
1. ฝึกฝนกำลังขาและความว่องไวด้วยการนำหนังสือที่ ซิลเบอร์ ซื้อมาส่งที่ปราสาทให้ทันในเวลาที่กำหนด ซึ่งใรแต่ละวันนั้นเวลาจะค่อยๆหดสั้นลงเรื่อยๆ (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะซื้ออะไรได้ทุกวี่ทุกวัน แต่ที่แน่ๆคือเธอจะต้องแบกหนังสือ 10 กว่าเล่มกลับปราสาทไปซะทุกวัน...)
“ชั้นจะไม่ไหวอยู่แล้วนะ ให้มาวิ่งแบบนี้ทุกๆวันเนี่ย!!!”
“อยากผ่านการฝึกก็ทำตามคำสั่งซะ”
“กรี้ดดดดด~!!!”
…..
2. ฝึกฝนเพลงดาบ โดยการซ้อมต่อสู้กับ ซิลเบอร์ ด้วยดาบไม้หลังจากการวิ่งส่งของ ซึ่งเป็นการฝึกภาคเช้าและเป็นการฝึกที่เธอรุดหน้าไปมากที่สุด
[ เคร๊งๆๆ!!! ]
“อย่าจับดาบแน่นเกินไปไม่อย่างนั้นดาบจะตายและอ่านทางได้ง่าย... และอย่าจับเบาเกินไปไม่อย่างนั้นดาบจะถูกปัดหลุดมือ...”
“ค่ะ!!!”
[ เคร๊งๆๆ… เปรี้ยง!!! ]
…..
3. การฝึกตรวจตราและสังเกตสิ่งผิดปรกติต่างๆ โดยที่ ซิลเบอร์ จะพา เมย์โล้ เดินตรวจตราในโซนเมืองทิศต่างๆผลัดกันไปในแต่ละวัน ซึ่งจะเป็นหารฝึกช่วงเที่ยงไปจนถึงเย็น ก่อนที่จะเริ่มการฝึกในวิชาต่อไป
“ว่าแต่ทำไมเราต้องมาเดินบนหลังคาด้วยละคะ?”
“บางทีการเดินตัดบนหลังคาจะทำให้เราเดินทางได้รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น... อีกทั้งคนทั่วไปมักไม่ค่อยสนสิ่งที่อยู่ต่างระดับกับตนเองทำให้สังเกตการณ์เรื่องต่างๆได้สะดวกยิ่งขึ้น และหากเกิดเหตุด่วนในสถานที่ห่างไกล การวิ่งบนนี้จะไปถึงที่หมายได้รวดเร็วกว่า...”
“แต่ชั้นกระโดดข้ามบ้านเป็นหลังๆไม่ได้แบบนายนะ!?!”
“ที่ให้ฝึกวิ่งก็เพื่อเอามาใช้บนนี้ละ... ไหนลองกระโดดซิ?”
“ได้เลย~!!!”
[ ฟุ่บ!!! ]
[ ฟิ้วววว... แผละ... ]
[ ….. ]
( สงสัยยังฝึกมาไม่พอ... )
.....
4. การฝึกใช้เวทมนตร์เพื่อใช้ร่วมกับท่วงท่าในการต่อสู้ เป็นการฝึกช่วงเย็น ซึ่งเวทมนตร์ที่ เมย์โล้ ชื่นชอบและใช้ได้ดีที่สุดคือเวทมนตร์ไฟ...
[ พรึ่บๆ... ]
[ ว๊ายๆๆๆ~!!! ]
“อย่าโวยวายไป... เวทมนตร์ของเธอย่อมไม่ทำร้ายตัวเธอเองอย่างแน่นอน...”
“กรี๊ดดดด~!!!”
“…..”
แต่ดูเหมือนว่าเธอยังต้องฝึกเพิ่มอีกเยอะพอสมควรเลยละ...
.....
5. การฝึกประวัติศาสตร์และความรู้รอบตัว ซึ่งหญิงสาวมักจะหลับเป็นตายอยู่ตลอดเวลา อาจเป็นเพราะการฝึกช่วงนี้ทำในเวลากลางคืน หรือความเพลียจากการฝึกหนักตลอดทั้งวันก็เป็นได้......
“ไหน.... อ่านประวัติของ เซอร์ดิน ในช่วงปีที่ 206 - 221 ให้ชั้นฟังซิ เมย์โล้?”
“เอ่อ... ราชินี... เอ่อ... คือ...”
“หืม?”
“ฮะ... ฮ้าววว~*”
“.....”
“ฟรี้... ฟรี้...”
“.....”
และแล้วหญิงสาวก็หนีไม่พ้นอำนาจของห้วงนิทราในยามราตรี... ( เอวัง... )
-----
วันเวลาล่วงเลยไปจนถึงครึ่งปี ก่อนที่การรบครั้งแรกของ เมย์โล้ จะมาถึงเมื่อกองทัพ ออค บุกจู่โจมกำแพงรอบนอกของเซอร์ดิน [ ป้อม Outer Wall of Serdin ] ซึ่งเป็นป้อมปราการอันแข็งแกร่งที่ต้องทนรับการจู่โจมของกองทัพ ออค และ ฮาร์ปี้ อยู่บ่อยครั้งไป และในครั้งนี้จำนวนศัตรูที่ยกทัพมามีจำนวนมากกว่าปกติมากทำให้ทางตัวป้อมต้องร้องขอกำลังเสริมจากตัวเมืองหลวงในท้ายที่สุด ซึ่ง ซิลเบอร์ และ เมย์โล้ เองก็ถูกส่งมาประจำที่แนวหน้านี้เช่นกัน...
[ เปรี้ยง!!! ]
[ ตึง!!! ]
[ แฮ่กๆๆๆ... ]
ร่างของ ออค ตัวสูงกว่า 2 เมตรตนหนึ่งล้มลงไปนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นโดยมีร่างของหญิงสาวยืนหอบหายใจอยู่เหนือร่างที่ไร้ลมหายใจนั้น เนื่องจากตื่นสนามรบจากการเข้าร่วมรบเป็นครั้งแรก...
[ ฮู่มมมม!!! ]
[ กรี๊ดดดดด!!! ]
ร่างของยักษ์ตัวเขียวตนหนึ่งพุ่งเข้าจู่โจมหญิงสาวอย่างบ้าคลั่งที่เห็นพรรคพวกของตนถูกสังหารลงต่อหน้าตนขณะที่หญิงสาวกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว
[ เปรี้ยง!!! ]
[ ก๊าซซซ!!! ]
[ ฉูดดด... ]
ภาพของชายหนุ่มที่มีหยาดเลือดพรั่งหรูเป็นฉากหลังก่อนที่เลือดเหล่านั้นจะชโลมทั่วทั้งเรือนร่างของชายหนุ่ม ซึ่งตามปกติแล้วคงเป็นภาพที่น่าหวาดหวั่นของทุกๆคน แต่ในสายตาของหญิงสาวแล้วภาพที่เธอเห็นนั้นคือภาพของเทพบุตรที่จุติลงมาช่วยเหลือเธอโดยแท้...
“อย่าเอาแต่นั่งอยู่บนพื้นสิ... เธอฝึกฝนอย่างหนักมาเพื่อนั่งเล่นกลางสนามรบอย่างนั้นเหรอ? ลุกขึ้น!!!”
“อะ... ค่ะ!!!”
“เพลงดาบความไวเสียง!!!”
“ทวิดาบเพลิงพิฆาต!!!”
[ Frenzy Slash!!! ]
[ Double Flame Sword!!! ]
นั่นคือจุดเริ่มต้นของฉายาดาบเพลิงมนตรา และสายฟ้าสีเงิน รวมไปถึงเป็นจุดเริ่มต้นความรักของเธออีกด้วย...
.....
เมย์โล้ อาศัยอยู่ในปราสาทพร้อมทั้งได้รับการฝึกฝนจาก ซิลเบอร์ ตลอดระยะเวลา 1 ปีจนฝีมือของเธอกล้าแข็งขึ้นกว่าแต่ก่อนชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ กระทั่งนิสัยหยาบกระด้างของเธอเองก็...
“ไอ้คุณซิลเบอร์~!!! จะช่วยเลิกอ่านหนังสือแล้วมาช่วยเก็บเอกสารกันหน่อยสิคะ (วะ) !!!”
“.....”
เอ่อ... คาดว่ายังคงเหมือนเดิม... ( ฮา )
แต่ยังไงก็ตามแต่... ตอนนี้ เมย์โล้ ได้กลายเป็นอัศวินที่องอาจและสง่างามจนไม่เหลือเค้าอัศวินคนเดิมเมื่อตอนเข้ามาสมัครเป็นอัศวินมนตราอีกต่อไปแล้ว ซึ่งนั่นทำให้ ซิลเบอร์ ซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนเธอมาพลอยภาคภูมิใจไปด้วยจนกระทั่ง เมย์โล้ ได้รับประทานนาม ดาบเพลิงมนตรา พร้อมกับดาบเวทย์อัคคี พร้อมๆกับที่ ซิลเบอร์ ได้รับนาม สายฟ้าสีเงิน พร้อมกับดาบเวทย์อัสนี จากองค์ราชินีด้วยตนเองเพื่อเป็นรางวัลจากวีรกรรมที่ทั้งคู่สามารถนำกองทัพเข้าตีกองทัพ ออค จนแตกพ่ายกลับไปได้
หลังจากที่ทั้งคู่ได้รับประทานนามรวมทั้งอาวุธมนตราจากองค์ราชินีแล้ว ทั้งคู่ยังได้รับประทานตำแหน่งหัวหน้ากองลาดตระเวนที่ 1 และ 2 อีกด้วยทำให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสสนิทสนมกับ อลิส ซึ่งดำรงตำแหน่งไนท์มาสเตอร์อยู่ในขณะนั้น รวมไปถึงทำความรู้จักกับ เซลิน่า ซึ่งเป็นน้องสาวของ อลิส อีกด้วย...
หลังจากนั้นทั้ง 3 จึงช่วยกันดูแลเมือง เซอร์ดิน จนอยู่ในความสงบสุขเสมอมา ทว่าความรักของ เมย์โล้ นั้นยังคงถูกเก็บเอาไว้ในใจและยังไม่ถูกเปิดเผยตลอดมาจนกระทั่ง...
.....
( 3 ปีต่อมานับจากที่ เมย์โล้ เข้ารับการฝึกจาก ซิลเบอร์...)
[ ตึกๆๆๆ... ]
เสียงก้าวเดินอย่างสม่ำเสมอดังขึ้นภายในลานฝึกก่อนที่เจ้าของเรือนผมสีเงินที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นไม้จะเอ่ยทักทายหญิงสาวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า
“สวัสดี หัวหน้ากอง เมย์โล้... วันนี้เดินทางมาหากันถึงที่นี่มีธุระอะไรอย่างนั้นรึ?”
“... เดี๋ยวนี้จะมาหานายต้องมีธุระด้วยอย่างงั้นเหรอ?”
“.....”
[ พั่บๆ... ]
หน้าหนังสือถูกเปิดต่อไปอย่างเงียบงันในขณะที่หญิงสาวเองก็นิ่งเงียบไม่แพ้กัน...
“แล้ว... ตกลงเธอมีอะไรจะบอกชั้นเหรอ?”
“เอ่อ...”
หญิงสาวแสดงท่าทีอึกอักออกมาเล็กน้อยมนขณะที่ใบหน้านวลเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยจากความเขินอาย ในขณะที่ชายหนุ่มยังคงอ่านหนังสือต่อไปเรื่อยๆโดยไม่หันมามองหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย...
“ชั้น... มีเรื่องสำคัญมากๆ... ที่อยากจะบอกนายมาโดยตลอด...”
“.....”
ชายหนุ่มยังคงไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรแม้แต่น้อยในขณะที่หญิงสาวค่อยๆก้าวเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ...
[ กึกๆๆ... ]
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ชั้น... คิดกับนาย...”
“.....”
[ ตึกตักๆๆๆ!!! ]
ใจของหญิงสาวเต้นแรงและเร็วจนรู้สึกปวดตรงทรวงอกขึ้นมาเล็กน้อยทว่าริมฝีปากของหญิงสาวกลับสั่นด้วยความเร็วที่สูงกว่ามากนัก ส่งผลให้คำพูดของเธอไม่สามารถส่งผ่านออกมาจากริมฝีปากได้ตามปกติอย่างที่ควรเป็น...
“ทั้งใบหน้านิ่งเฉยของนาย... ท่าทีที่ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง... ความรอบรู้ที่ไม่มีใครเหมือน... และทุกๆอย่างของนาย... ชั้นน่ะ... ชั้นน่ะ!!! ชั้น... ชั้นชอบ!!!”
“Zzzz~*”
“.....”
ใบหน้าที่ขึ้นสีจัดของ เมย์โล้ พลันซีดลงจนขาวใสอย่างรวดเร็วเมื่อพบว่าอาจารย์ตัวดีของตนเอนตัวลงนอนพลางเอาหนังสือปิดตาของตนเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว...
“อะ... ง่ะ...”
ร่างของหญิงสาวสั่นเทาด้วยเพลิงแค้นที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่กระบี่เพลิงของตนจะถูกชักออกมาจากฝักอย่างรวดเร็วและฟาดลงบนร่างของ ซิลเบอร์ ในทันที
“นายตายยยยยยย!!!!!”
[ เคร๊ง!!! ]
กระบี่สายฟ้าของชายหนุ่มถูกชัดออกมารับการจู่โจมของหญิงสาวเอาไว้ได้ทันท่วงที ก่อนที่รอยยิ้มบางๆจะประดับขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
“สรุปแล้ว... เธอมาเพื่อประลองฝีมือกับชั้นอย่างนั้นสินะ...”
“...ได้!!! ถ้าชั้นชนะละก็... นายจะต้องทำตามคำสั่งของชั้นไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม 1 อย่างตกลงมั้ย!?!”
“ได้... แต่ถ้าชั้นชนะละก็เธอจะต้องเข้ารับการฝึกโหดจากชั้นเป็นเวลา 1 เดือนนะ?”
“ไม่มีปัญหา!!!”
“งั้นก็... เข้ามาเลย!!!”
[ เคร๊ง!!! ]
ร่างของทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันออกไปยืนอยู่คนละฝั่งของสนามฝึกซ้อมก่อนที่เวทมนตร์ประจำตัวของทั้งคู่จะถูกเรียกใช้ในลำดับต่อมา
“ประกายอัสนีคุ้มกาย!!!”
“มนตราวงแหวนเพลิง!!!”
[ Lightning Weapon!!! ]
[ Magic of Fire!!! ]
[ เปรี้ยง!!! / ครืนนน!!! ]
ร่างของชายหนุ่มถูกห้อมล้อมไปด้วยประกายสายฟ้าสีเงินจนทั่วทั้งร่าง ในขณะที่ร่างของหญิงสาวถูกห้อมล้อมเอาไว้ด้วยวงแหวนเปลวเพลิงสีแดง จนร่างของทั้งคู่สาดแสงทอประกายอย่างเจิดจ้าไปทั่วทั้งลานฝึก...
[ รับมือ!!! ]
[ เคร๊งๆๆ!!! ตูมมม!!! ]
เงาร่างสีแดงและสีเงินพุ่งเข้าปะทะและผลัดกันรุกและรับอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงหัวเราะของทั้งคู่ที่รู้สึกสนุกสนานจากการได้ประมือกับอีกฝ่าย...
(ถึงความรู้สึกของเราจะส่งไปไม่ถึงเขา... แต่วันเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกันก็มีความสุขมากพอสำหรับชั้นแล้ว...)
หญิงสาวได้แต่ครุ่นคิดอยู่ภายในใจพลางประดาบกับคนที่เป็นทั้ง เพื่อน รุ่นพี่ อาจารย์ และคนที่เธอหลงรัก...
[ ฮะๆๆๆๆ~!!! ]
เสียงหัวเราะอย่างเบิกบานของทั้งคู่ดังไปทั่วลานฝึกท่ามกลางสายตาของ อลิส และ เซลิน่าที่เฝ้าดูทั้ง 2 อยู่ห่างๆก่อนที่ เซลิน่า จะเอ่ยถามพี่สาวของตนด้วยความสงสัยว่า
“พี่อลิสคะ... ทั้งๆที่พี่ซิลเบอร์ และ พี่เมย์โล้ ต่อสู้กันเองแท้ๆ แต่ทำไมทั้งสองคนถึงดูมีความสุขกันถึงขนาดนั้นละคะ?”
“เพราะพวกเขาต่างก็รักกันยังไงละจ้ะ... ทำให้การต่อสู้ของพวกเขายิ่งมีค่ามากขึ้นไปอีก...”
“... หนูยังไม่ค่อยเข้าใจเลยค่ะ...”
[ แปะ... ]
ฝ่ามือของหญิงสาวค่อยๆวางและลูบลงบนหัวน้องสาวของเธออย่างอ่อนโยนพลางมองดูภาพเบื้องหน้าต่อไปพลางตอบคำถามของ เซลิน่า ว่า
“ไว้ซักวันน้องจะเข้าใจเองละจ้ะ...”
“ค่ะ...”
เด็กสาวไม่ตอบอะไรมากไปกว่านั้นและเฝ้ามองดูการต่อสู้ต่อไปพลางครุ่นคิดถึงประโยคที่ ซิลเบอร์ เคยบอกเอาไว้กับตนว่า...
…..
“ซิล... นายดูจะใจดีและเป็นห่วง เมย์โล้ มากกว่าที่อาจารย์พึงมีกับลูกศิษย์นะ?”
“ครับ... เรื่องนั้นผมยอมรับ...“
“ถ้าอย่างนั้น... แปลว่านายคิดกับเธอมากกว่าลูกศิษย์สินะ?”
“...ถึงยังไงผมก็ยังอยากให้ความสัมพันธ์ของเราเป็นแบบนี้ต่อไปอยู่ดีละครับ... เพราะผมเองก็ไม่มั่นใจว่าถ้าพวกเราก้าวเข้าหากันมากกว่านี้แล้วพวกเราจะไปกันรอดหรือเปล่า... ดังนั้นผมขอมีความสุขแบบนี้ต่อไปจะดีกว่า...”
“แต่ว่า...”
น้ำเสียงของหญิงสาวเงียบลงพักหนึ่งก่อนที่ ซิลเบอร์ จะกล่าวต่อไปว่า
“พวกเราก็เหมือนสายฟ้ากับเปลวเพลิงนั่นแหละครับ... หากพวกเราอยู่ด้วยกันพวกเราก็อาจจะมีความสุขได้... แต่ถ้าพวกเราเข้าใกล้กันมากเกินไปละก็... สายฟ้าของผมและเปลวเพลิงของเธออาจจะทำร้ายอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจก็ได้... คงเข้าใจผมนะครับ...”
“.....”
-----
# Serdin Eastern Side โซนตะวันออกของเมืองเซอร์ดิน
[ ฟิ้วววว... ]
สายลมยังพัดผ่านร่างของชายหนุ่มผมเงินซึ่งนอนนึกถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีต พลันใบหน้าของหญิงสาวที่เขาต่อสู้ด้วยเมื่อสักครู่นี้จะแล่นเข้ามาในห่วงความคิดเช่นกัน...
“เมย์โล้... เมื่อไหร่ชั้นจะลืมเธอได้สักทีนะ... ทำไมชั้นถึง... ยังรักเธออยู่แบบนี้... ทำไมชั้นถึงไม่บอกว่ารักเธอตอนที่เรายังอยู่ด้วยกันนะ... ทำไม... ทำไม.....”
ชายหนุ่มพร่ำพรรณนากับท้องฟ้าสีครามอย่างเศร้าสร้อยก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนและบีดขี้เกียจอยู่พักหนึ่ง...
“ซาเกงาว่า มากิเนะ... ขอบคุณที่ทำให้ชั้นนึกถึงคนสำคัญขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งนะ...”
[ ฟุ่บ... ]
ชายหนุ่มกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านั้นก่อนที่เขาจะมุ่งหน้ากลับไปยังร้านสมุนไพรและดอกไม้ป่าในทันที โดยลืมไปเสียสนิทว่าตนเองนั้นทำงานส่งของไม่สำเร็จ ทว่าชายหนุ่มคงไม่สนใจอะไรมากนักเพราะในใจของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยภาพวันวานที่เขาเคยใช้ร่วมกับหญิงสาวผมสีเพลิง...
FIN : Ep. Ex 2

โอ้ว ตามที่คิดเลย อดีตของหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนคู่นี้
อ๊าย สู้ๆต่อไปนะคะเจ๊
ชอบสองคนนี้มากๆ เลยล่ะ
#1 By KImHanil (49.229.211.35) on 2011-05-08 23:16