Ep.33 เพื่อนรัก...
posted on 12 May 2011 11:22 by mayz-maiz in EpisodeEp.33 เพื่อนรัก...
# Darkily Castle… คฤหาสน์ตระกูล ดาคิลลี่
( 3 ปีก่อน... )
[ ตึง!!! ]
[ ตึกๆๆๆ... ]
บานประตูถูกกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรง ขณะที่ฝีเท้าจำนวนมากวิ่งตะลุยเข้าไปในคฤหาสน์ของตระกูล ดาคิลลี่ ( Darkily ) ก่อนที่ภาพของซากศพและกองเลือดจะแล่นเข้าสู่สายตาของเหล่าอัศวินที่แสดงท่าทางตื่นตะลึงออกมาอย่างชัดเจน...
“ค้นหาผู้รอดชีวิต... เร็ว!!!”
“ครับ!!!”
[ ตึกๆๆๆๆ!!! ]
เมื่อได้รับคำสั่ง เหล่าอัศวินจึงรีบแยกย้ายกันออกสำรวจทั่วทั้งบริเวณคฤหาสน์ในขณะที่ ซิลเบอร์ และ เมย์โล้ มองดูร่องรอยของการต่อสู้ที่เกิดขึ้นภายในตัวบ้าน ซึ่งดูจากร่องรอยแล้ว... ดูเหมือนทุกๆคนจะถูกฆ่าโดยไม่ได้ตั้งตัว... ไม่สิ มันดูเหมือนพวกเขาไม่กล้าที่จะตอบโต้ศัตรูเสียมากกว่า เพราะดวงตาของทุกๆคนล้วนเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและหวาดกลัวแม้ร่างเหล่านั้นจะไร้ซึ่งลมหายใจไปแล้ว...
“รุ่นพี่ซิลเบอร์... นั่น...”
“.....”
เมย์โล้ ชี้ให้ดูบริเวณริมกำแพงบ้านและพบกับตัวอักษรโลหิตที่เขียนเอาไว้ว่า
[ นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตระกูลดาคิลลี่ จะไม่มีตัวตนให้เล่าขานอีกต่อไป... ทุกคนในตระกูลต่างถูกข้าสังหารจนสิ้น... และข้าจักเป็นอิสระจากบ่วงพันธะที่ผูกมัดตัวข้าเสียที... ]
“บ่วงพันธะ... อย่างนั้นเหรอ?”
ชายหนุ่มรำพึงออกมาอย่างแผ่วเบาในขณะที่ เมย์โล้ ยังคงเดินสำรวจบริเวณรอบๆต่อไปอย่างรวดเร็ว...
[ ตึกๆๆๆๆ!!! ]
[ รายงานครับ!!! ]
เหล่าอัศวินต่างวิ่งกลับมารวมตัวกันหลังจากสำรวจทั่วทุกซอกทุกมุมของตัวปราสาทแล้ว ทว่าพวกเขากลับไม่พบผู้รอดชีวิตเลยแม้แต่น้อย... ทำให้ ซิลเบอร์ และ เมย์โล้ เผยสีหน้าเจ็บปวดออกมาอย่างเศร้าสร้อย...
…..
เมื่อราวๆ 30 นาทีก่อนหน้านี่... พวกเขาได้รับแจ้งจากพ่อค้านายหนึ่งที่นำของมาส่งที่นี่ตามปกติว่าได้ยินเสียงร้องโหยหวนและเสียงการต่อสู้เกิดขึ้นภายในตัวคฤหาสน์ และคาดว่าอาจจะเกิดการต่อสู้ขึ้นภายในนี้ ทำให้พวกเขารีบรุดเดินทางมาที่นี่ในทันที ทว่าดูเหมือนพวกเขาจะสายเกินไป เพราะไม่มีใครรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว...
ตระกูล ดาคิลลี่ เป็นตระกุลของผู้ใช้เวทมนตร์แห่งความมืดซึ่งมองตระกูล บิลเซมเบิร์ก ของ เซลิน่า เป็นคู่แข่งอยู่กลายๆ ทว่าธิดาของบ้านนี้ คุณหนูแองเจลิน่า หรือ แองจี้ นั้นกลับเป็นเพื่อนรักที่สนิทสนมกับ เซลิน่า อย่างมากซึ่งทั้งคู่มักจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ทว่าในวันนี้ เซลิน่า ดึงดันจะขอเดินทางไปกับพ่อและแม่เพื่อศึกษาการวิจัยสายพันธ์ของมังกร กอกอส ทำให้พวกเธอต้องแยกจากกันอยู่ชั่วคราว
ทว่า... การจากกันของทั้งคู่คงกลายเป็นการจากกันชั้วนิรันดร์เสียแล้ว เพราะตระกูล ดาคิลลี่ ถูกบุคคลปริศนาสังหารจนสิ้นทั้งตระกูล... ดังนั้น แองเจลิน่า ซึ่งเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลนี้จึงมีโอกาสรอดชีวิตน้อยที่สุด... หากเป้าหมายของคนๆนั้นคือการฆ่าล้างตระกูลจริงๆแล้วละก็...
เมย์โล้ และ ซิลเบอร์ เองก็จัดได้ว่าสนิทกับเด็กสาวอยู่พอสมควร เพราะเธอจัดเป็นเด็กที่มีความฉลาดหลักแหลม อีกทั้งยังมีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่เกินตัวรวมไปถึงการเป็นครูที่ช่วยฝึกสอนเรื่องราวต่างๆให้กับ เซลิน่า อีกด้วยทำให้พวกเขาเองก็รู้สึกเสียใจอยู่ไม่น้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ที่เลวร้ายที่สุดก็คือ... พวกเขาไม่อาจทำพิธีศพให้กับผู้คนในตระกูล ดาคิลลี่ อย่างถูกต้องตามหลักประประเพณีได้... เนื่องจากศพส่วนใหญ่ต่างถูกฉีกกระชากจนร่างกายแต่ละส่วนแยกออกจากกันจนไม่รู้ว่าชิ้นส่วนไหนเป็นของใคร... เว้นเพียงแต่ศพของสามี-ภรรยา ดาคิลลี่ หรือพ่อแม่ของ แอลเจลิน่า เท่านั้นที่มีเพียงร่องรอยของการถูกเวทมนตร์สังหาร ทว่าร่างของเด็กสาวนั้นกลับไม่ปรากฏให้พวกเขาเห็นในบรรดาซากศพที่อยู่ในสภาพดี พวกเขาจึงสรุปได้ว่าเด็กสาวคือหนึ่งในบรรดาศพที่ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆนั่นเอง...
ทว่าในวันนี้... ซิลเบอร์ กลับพบกับเด็กสาวอีกครั้งในฐานะของ ไนท์แมร์... ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์แห่งราชินีมาร...
-----
# Southern Side of Serdin… โซนเมืองเซอร์ดินทิศใต้ ( เวลาปัจจุบัน )
( 15 นาทีก่อนหน้านี้ )
[ เคร๊งๆๆ... เปรี้ยง!!! โครม!!! ]
[ อั่กกก... ]
ร่างของ ซิลเบอร์ อัดกระแทกเข้ากับกำแพงภายในตรอกอย่างรุนแรง ก่อนที่การโจมตีระลอกใหม่จะจู่โจมเขาอย่างรวดเร็ว
[ Locked Aim Magic!!! ]
[ ฟุ่บ... ]
[ ตูม!!! ]
บอลเพลิงขนาดย่อมพุ่งเข้าหา ซิลเบอร์ อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ชายหนุ่มต้องรีบกระโดดหลบออกจากบริเวณที่ตนอยู่ในทันที ก่อนที่ศัตรูรายใหม่จะปรากฏขึ้นและตรงเข้าจู่โขมเขาจากเบื้องหน้า
[ ฟ่ออออ!!! ]
[ ชิ... ]
[ เคร๊งๆๆๆ!!! ]
ซาโรชี ตามประกบชายหนุ่มพลางเหวี่ยงกรงเล็บของตนเข้าจู่โจม ซิลเบอร์ อย่างรวดเร็วจนชายหนุ่มต้องยกกระบี่ขึ้นรับการโจมตีอย่างว่องไวจนไม่ทันมีเวลาหันไปสนใจ มากิเอะ ที่กำลังเตรียมการจู่โจมชุดใหม่อีกครั้ง...
[ Locked Aim Magic!!! ]
[ ฟ้าววว!!! ]
กระสุนเวทมนตร์เยือกแข็งถูกยิงใส่ ซิลเบอร์ อีกครั้งหนึ่งในขณะที่ ซาโรชี ซึ่งมีร่างกายที่เล็กและว่องไวกว่าชายหนุ่มจะกระโดดหลบบอลพลังนั้นได้อย่างง่ายดายในขณะที่ชายหนุ่มรวบรวมพลังเวทย์เข้าไปในตัวดาบในทันทีที่เห็นช่องทางหลบหนี...
“เพลงดาวความไวเสียง!!!”
[ Frenzy Slash!!! ]
[ ฉัวะ... โครมๆๆ!!! ]
[ เปรี๊ยะะะ!!! ]
[ อะไรน่ะ!?! / เมี้ยวว!!! ]
เสียงร้องของหญิงสาวและแมวดำร้องขึ้นมาอย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อ ซิลเบอร์ ใช้เพลงดาบของตนทำลายกำแพงบ้านทั้งสองฝั่งของตัวตรอกลงมาเพื่อรับการจู่โจมของ มากิเอะ แทนตนเอง ส่งผลให้เศษกำแพงเหล่านั้นถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็วท่ามกลางความผิดหวังของพวกเธอ...
[ แกร๊กๆๆๆ... ]
เศษอิฐกลิ้งลงมาจากกำแพงบ้านที่ถูกชายหนุ่มพังลงมาเมื่อสักครู่เล็กน้อย ก่อนที่ ซิลเบอร์ จะเก็บดาบของตนเข้าฝักและเตรียมหนีไปจากที่นี่ให้ไวที่สุด...
“หวังว่านี่คงจะถ่วงเวลาได้มากพอนะ...”
“แผนดี... แต่พี่คาดคะเนผิดไปเล็กน้อยนะคะ~♥”
“.....!!?!?”
ซิลเบอร์ ซึ่งกำลังเตรียมจะกระโดดขึ้นไปบนหลังคาบ้านเรือนใกล้ๆต้องเบิกตากว้างถึงขีดสุดในทันทีที่ร่างของ แองเจลิน่า ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าตนพร้อมๆกับที่มือของชายหนุ่มเอื้อมไปกุมด้ามดาบเพื่อเตรียมชักออกมาตั้งรับ ทว่ามันก็สายเกินไปเสียแล้ว...
[ Evill Kiss!!! ]
[ แย่แล้ว!!! ]
[ หมับ... จ๊วฟ... ]
เด็กสาวคว้าคอของชายหนุ่มเอาไว้ก่อนที่ริมฝีปากของเธอจะประทับจูบลงกับปากบางของ ซิลเบอร์ อย่างแนบแน่น ในขณะที่ชายหนุ่มพยายามผลักร่างของเด็กสาวออกไปจากร่างของตน ทว่าเรี่ยวแรงภายในกายของเขากลับหดหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับริมฝีปากของเด็กสาวกำลังสูบพลังทั้งหมดออกไปจากร่างกายของเขา ทว่าในขณะเดียวกันนั้นเองที่ความรู้สึกร้อนแรงบางอย่างได้ถูกส่งผ่านเข้ามาทางรสจูบอันหอมหวานนั้นจนอัดแน่นอยู่เต็มหัวใจของเขา...
[ จุ๊บๆ..... ]
[ ฮ่าห์... ]
[ ….. ]
ริมฝีปากของเด็กสาวค่อยๆถอนออกจากปากของชายหนุ่มอย่างเชื่องช้าราวกับเธอเองก็ไม่อยากปล่อยชายหนุ่มไป เพราะลิ้นของทั้งคู่ยังคงเกาะกุมกันและกันจนถึงวินาทีสุดท้าย กระทั่งหยาดน้ำลายของทั้งคู่เองก็ยังคงเชื่อมต่อถึงกันจนกระทั่งเส้นใยใสนั้นแยกขาดออกจากกัน ก่อนที่ร่างของเด็กสาวจะถอยกายห่างออกไปจากร่างของชายหนุ่มอย่างเชื่องช้าในท้ายที่สุด...
[ กึก... อั่กก... ]
[ แกร๊งๆๆ... ]
ร่างของ ซิลเบอร์ ทรุดกายลงนั่งคุกเข่าลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ร่างกายของเขาต่างสั่นเทาเพราะความรู้สึกร้อนแรงบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ภายในอกราวกับจะปะทุออกมาหรือหลอมละลายร่างของเขาให้หายไปเสียตรงนั้น...
“พี่ซิลเบอร์คะ...♥”
“... จ้ะ...?”
แองเจลิน่า เรียกชื่อของชายกนุ่มด้วยน้ำเสียงกระเส่าแกมเว้าวอน ในขณะที่ชายหนุ่มเริ่มมีอาการหน้าแดงเล็กน้อยพร้อมทั้งแววตาที่เริ่มอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกอันเร่าร้อน ทว่าปากของเขากลับตอบกลับออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครืออย่างเปี่ยมสุขอย่างชัดเจน...
“ตอนนี้... พี่รู้สึกยังไงกับหนูคะ...”
เด็กสาวกล่าวพลางกอดกระชับศีรษะของชายหนุ่มให้เข้ามาเบียดชิดอยู่กับทรวงอกน้อยๆของตนและลูบหัวอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน ก่อนที่วงแขนทั้งสองข้างของ ซิลเบอร์ จะโอบกระชับร่างบางของเด็กสาวเอาไว้ในอ้อมกอดของเขาเช่นกัน...
“พี่รักเธอ... แองเจลิน่า!!! พี่รักเธอ!!!”
“คิกๆๆๆ...หนูรู้แล้วละค่ะ~♥”
เด็กสาวหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจในขณะที่ ซิลเบอร์ ยังคงกอดและพรมจูบไปตามเรือนร่างของเด็กสาวอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่เศษกำแพงที่ถูกชายหนุ่มพังลงมาเมื่อสักครู่นี้จะถูกระเบิดออกมาในที่สุด...
[ ตูมมม!!! ]
[ ครึ่กๆๆๆ... ]
เศษกำแพงระเบิดออกอย่างรุนแรง ก่อนที่ร่างของ มากิเนะ และ ซาโรชี จะก้าวออกมาจากกลุ่มควันอย่างเชื่องช้า...
“แค่กๆๆๆ... โอ๊ย!!! ทำไมฝุ่นมันถึงเยอะแบบนี้เนี่ย!?!”
“เมี้ยวว~*”
แฝดผู้น้องนามว่า มากิเนะ บ่นกระปอดกระแปดพลางปัดฝุ่นควันตามตัวออกไปเป็นระยะๆ เนื่องจากพี่สาวของเธอไม่มีกระบวนท่าโจมตีที่รุนแรงพอจะทำลายกำแพงหินนั้นในเวลาอันสั้นเธอจึงต้องรับหน้าที่สลับตัวออกมาแทน ในขณะที่แมวดำ ซาโรชี รีบวิ่งกลับไปหาเจ้านายของตนและปีนขึ้นไปบนไหล่ของ แองเจลิน่า พลางเลียใบหน้าของเด็กสาวอย่างรักใคร่...
[ แผล่บๆ~* ]
[ คิกๆ... พอแล้วจ้ะๆ... ]
เด็กสาวหัวเราะให้กับแมวของตนอย่างสนิทสนม ก่อนที่ภาพของ มากิเนะ ที่กำลังอ้าปากค้างหลังจากที่เห็นภาพของ ซิลเบอร์ ซึ่งกำลังกอดเอวของเด็กสาวพลางพรมจูบไปตามเนินอกของเด็กสาวอย่างเร่าร้อน...
“นาย... ทำบ้าอะไรของนายเนี่ยยยยย~!!?!?”
มากิเนะ ตะโกนขึ้นมาอย่างเดือดดาลในขณะที่หน้านวลเริ่มขึ้นสีแดงจัดเนื่องจากความเขินอายในขณะที่ แองเจลิน่า เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาพลางอธิบายให้เธอฟังว่า
“พี่ซิลเบอร์ ถูกเวทมนตร์ [ จูบแห่งมาร ] เข้าไปน่ะค่ะ... กระบวนท่านี้จะทำให้ผู้ที่โดยจูบนี้เข้าไปตกอยู่ในมนตร์เสน่ห์ของชั้นจนถอนตัวไม่ขึ้น และจะเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าชั้นจะถอนมนตร์หรือตัวพี่เค้าได้รับบาดเจ็บมากจนสติกลับมาเสียก่อน...”
“อ้อ... เรอะ!!!”
น้ำเสียงของ มากิเนะ เต็มไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิดและโกรธเคืองด้วยสาเหตุอะไรบางอย่าง... ก่อนที่เธอจะหันไปถาม แองเจลิน่า ด้วยน้ำเสียงกรรโชกว่า
“แล้วเราจะเอายังไงต่อดีละคะ... คุณเจ้านาย!!!”
“เอ... ขอคิดก่อนนะ...”
“แง้วววซ์...”
หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงรื่นเริงพลางเอื้อมมือไปลูบศีรษะของ ซิลเบอร์ ที่ยังคงเกาะกุมและเลียไปตามซอกคอของเด็กสาวด้วยอำนาจของมนตร์ [ จูบแห่งมาร ] ในขณะที่ ซาโรชี เริ่มส่งเสียงไม่พอใจออกมาเล็กน้อย พร้อมๆกับที่ มากิเนะ ส่งสายตาไม่พอใจที่แฝงไว้ด้วยความหมายลึกๆบางอย่าง... จนกระทั่งหญิงสาวทนรอให้ แองเจลิน่า คิดต่อไปไม่ไหวและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า
“นี่!!! สรุปแล้วเธอจะทำยังไงกับเขา!?!”
“ฆ่า...”
“..... หะ!?!”
นัยน์ตาของ มากิเนะ เบิกกว้างขั้นอย่างตื่นตะลึง เมื่อคำสั้นๆแต่มีความหมายอันร้ายแรงถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากบางๆของเด็กสาวด้วยท่าทีไร้เดียงสา
“พี่ซิล อันตรายกับแผนของหนูมากเกินไป... ดังนั้นการฆ่าจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดค่ะ”
“เมี้ยว~*”
แองเจลิน่า เอ่ยประโยคเหล่านั้นออกมาด้วยรอยยิ้มโดยมีแมวดำตัวน้อยส่งเสียงร้องอย่างพึงพอใจจากบนไหล่ของเธออย่างรื่นเริงทำให้ มากิเนะ ต้องกลืนน้ำลายของตนอย่างฝืดคอเมื่อรับรู้ถึงความโหดเหี้ยมของเด็กสาว
“พี่ซิลคะ... ช่วยเดินไปยืนกางแขนอยู่ไกลๆร่างของหนูแล้วหันหน้าให้กับ มากิเนะ จะได้มั้ยคะ?”
“ด้วยความยินดีจ้ะ...”
[ ตึกๆๆ... ]
ซิลเบอร์ ตอบรับคำขอของเด็กสาวอย่างว่าง่ายและเดินออกไปยืนกางแขนตามที่เด็กสาวสั่งด้วยท่าทีปลาบปลื้มรวบกับไม่ใช่ตัวของเขาเอง และหันหน้ามาเผชิญหน้ากับ มากิเนะ โดยไร้การป้องกันอย่างสิ้นเชิง...
“ตอนนี้ละค่ะ... ฆ่าทิ้งตามสะดวกได้เลยค่ะ คุณมากิเนะ~*”
“.....”
หญิงสาวยังคงนิ่งเงียบและจ้องมอง ซิลเบอร์ ที่ยังคงยืนยิ้มให้กับเธอด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขพลางมือสั่นด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่...
“คุณมากิเนะ... หนูสั่งให้ [ ฆ่า ] เขาซะ... ได้ยินมั้ยคะ?”
“... อืม...”
[ แกร๊ก... ]
อาวุธในมือของหญิงสาวถูกยกขึ้นอย่างเชื่อช้าก่อนที่ปากกระบอกปืนลูกซองของเธอจะชี้ไปยังร่างของชายหนุ่มที่เธอรู้สึกเกลียดขี้หน้า... ทว่าในใจลึกๆแล้วก็มีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกอัดแน่นอยู่เช่นกัน...
[ ..... ขอโทษนะ..... ]
[ ปังงงง!!! ]
[ ปุๆๆๆๆ... ]
บรรยากาศรอบกายของหญิงสาวราวกับจะเชื่องช้าลงจนเนิ่นนานนับปี เมื่อกระสุนปืนลูกปรายพุ่งออกจากปากกระบอกปืนทันทีที่ตัวไกในมือของเธอถูกลั่นพร้อมๆกับหัวใจของเธอที่รู้สึกบอบช้ำราวกับถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น...
[ ตุบ... ตึง!!! ]
[ ….. ]
ร่างของชายหนุ่มทรุดกายลงในทันทีที่กระสุนจำนวนมากพุ่งเข้าใส่ร่างของตน ทว่าช่วงเวลาสั้นๆนั้นกลับยาวนานราวกับทั้งชีวิตของหญิงสาว ผู้เป็นคนลั่นไกปลิดชีวิตของ ซิลเบอร์ ด้วยตนเอง... ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เองเธอก็เคยยิงมนุษย์ด้วยกันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนแต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นั้นช่างแตกต่างกับเหลือคณา... ในขณะที่ แองเจลิน่า หัวเราะและเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า...
“คิกๆๆ ดีมากๆ... หนูรู้สึกพอใจมากเลยละค่ะ~*”
“.....”
หญิงสาวยังคงนิ่งเงียบและจ้องมองร่างของชายหนุ่มด้วยแววตาเศร้าสร้อย...
(ขอโทษนะ... ถ้าเลือกได้ชั้นก็อยากจะรู้จักนายให้มากกว่านี้อยู่หรอก...)
มากิเนะ ได้แต่พูดประโยคเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมาอยู่ภายในใจของตนเองก่อนที่อาวุธในมือของเธอจะถูกลดลงขนานกับตัวด้วยมืออันสั่นเท่าพร้อมๆกับจิตใจที่แตกร้าว...
“เอาล่ะ... ในเมื่อไม่มีตัวกวนแล้วพวกเราก็รีบออกเดินทางกันดีกว่านะคะ♥”
“อืม...”
หญิงสาวตอบรับอย่างเลื่อนลอยและมองส่ง ซิลเบอร์ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะถอนสายตาไปจากร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีแดงสดนั้นและหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับประตูมิติที่เด็กสาวเปิดขึ้นมาเพื่อใช้ในการเดินทาง
“จุดหมายปลายทางของเราคือ หุบเขากอกอส ( Gorgos Dungeon )... หวังว่าคุณคงไม่แพ้อากาศร้อนนะคะ~*”
[ ตึกๆๆๆ... ]
[ ฟู่วววว... ]
ร่างของทั้งคู่ก้าวผ่านบานประตูเข้าไปอย่างรวดเร็วก่อนที่หลุมมิติสำดำนั้นจะปิดตัวลงอย่างในเวลาต่อมาเมื่อร่างของทั้งคู่ก้าวผ่านบานประตูเข้าไป ในขณะที่เบื้องหน้าบานประตูนั้นกำลังมีการเคลื่อนไหวอะไรบางอย่าง...
[ กึกๆ... วูบ... ]
[ แฮ่กๆๆ... ]
[ แปะๆๆ... ]
ร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยหยาดเลือดสีแดงสดของชายหนุ่มค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบากก่อนที่ริมฝีปากบางของเขาเขาจะกระอักเลือดออกมาเล็กน้อยพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“แค่กๆ... หุบเขากอกอส... แฮ่ก.. สินะ...?”
[ ตุบๆๆๆๆ... ]
หนังสือเล่มหนาจำนวนมากร่วงหล่นลงมาจากภายใต้เสื้อคลุมของ ซิลเบอร์ โดยบนหนังสือเหล่านั้นเต็มไปด้วยรูที่เกิดจากการเจาะทะลวงของกระสุนจำนวนนับไม่ถ้วนที่ฝังอยู่ในตัวเล่ม ในขณะที่บางเล่มถูกตัวกระสุนเจาะทะลุจนเป็นรูและสร้างความเสียหายให้กับร่างของ ซิลเบอร์ ได้ในที่สุด...
[ ตึก... ตึกๆ... ]
[ แฮ่กๆๆๆ... ]
ลมหายใจของชายหนุ่มเริ่มหอบด้วยความเหนื่อยล้าพร้อมๆกับที่สายตาเริ่มพร่ามัว ทว่าขาทั้งสองข้างของเขายังคงฝืนพาร่างกายอันบอบช้ำนั้นเดินโซซัดโซเซต่อไปเรื่อยๆโดยมีจุดหมายอยู่ที่ [ ร้านดาบชำรุด ] ซึ่งเพื่อนๆของเขารวมตัวกันอยู่...
“ต้อง... กลับไปบอก... ทุกๆคนให้ได้!!!”
แววตาของชายหนุ่มยังคงฉายความตั้งใจอย่างแรงกล้าออกมา ในขณะที่สภาพแวดล้อมโดยรอบเริ่มมืดลงในสายตาของ ซิลเบอร์ ทว่าขาทั้งสองข้างของเขายังคงพาร่างกายเคลื่อนไปอย่างเชื่องช้า เนื่องจากคำพูดของเด็กสาวที่กล่าวเอาไว้เมื่อสักครู่นี้ทำให้เขารู้สึกแปลกๆบางอย่าง...
(เราเจอกันเร็วไปนิดนึงนะคะ... ตามจริงแล้วอีก 1 สัปดาห์พี่ก็จะได้พบกับหนูแล้วแท้ๆเชียว...)
(จุดหมายปลายทางของเราคือ หุบเขากอกอส ( Gorgos Dungeon )...)
ความคิดบางอย่างในตัวของชายหนุ่มบ่งบอกว่าเรื่องในครั้งนี้ต้องมีอะไรแอบแฝงมากกว่าที่เขาคิด... อีกทั้งเรื่องการฆ่าล้างตระกูล ดาคิลลี่ ที่เป็นปริศนานั้นอีก... เหตุใดเด็กสาวจึงรอดชีวิตมาได้กันนะ...? แล้วเธอกลายเป็นพวก ไนท์แมร์ ไปได้ยังไงกัน?
[ กึก... ]
ร้านดาบชำรุด เริ่มปรากฏสู่สายตาของชายหนุ่มอย่างเชื่องช้า ในขณะที่ร่างของชายหนุ่มค่อยๆคืบคลานจนไปถึงหน้าบานประตูได้ในที่สุด... ลูกบิดประตูสีเงินนั้นเป็นแสงสว่างสุดท้ายที่เขามองเห็นท่ามกลางทิวทัศน์มืดมิด ก่อนที่กำลังเฮือกสุดท้ายของเขาจะถูกใช้เพื่อเปิดประตูร้านเข้าไป...
[ แกร๊ก..... ]
นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ชายหนุ่มจำได้ ก่อนที่ความทรงจำของเขาจะขาดห้วงไป...
-----
# Broken Sword Shop… ร้านดาบชำรุด
เรื่องราวทั้งหมดถูกเล่าผ่านริมฝีปากขาวซีดที่นอนอยู่บนพื้นของ ซิลเบอร์ ที่เพิ่งฟื้นคืนสติขึ้นมาในขณะที่ จิล และ เจน กำลังต้มยาสมุนไพรที่นำมาจากร้านของตนให้ชายหนุ่มอย่างเร่งรีบโดยมี บิล และ มอร์แกน คอยช่วยอยู่ภายในครัว
“แองจี้... ทำไม...”
“.....”
เซลิน่า นั่งนิ่งพลางฟังเรื่องราวทั้งหมดทั้งน้ำตา เพราะเธอคิดมาตลอดว่าเพื่อนสาวที่เธอรักมากที่สุดได้จากไปพร้อมๆกับวันที่พ่อแม่ของเธอถูกเหล่ามังกร กอกอส สังหารทำให้เด็กสาวรู้สึกสับสนอย่างมากพร้อมๆกับที่คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของเธอ... ทำไม แองจี้ ถึงรอดชีวิตมาได้? แล้วตลอดมานี้เธอไปอยู่ที่ไหน? แล้วเธอกลายเป็น ไนท์แมร์ ไปได้อย่างไร?
[ หมับ... ]
[ ….. ]
ฝ่ามืออันอบอุ่นของ เรย์ เกาะกุมมือเรียวบางของเด็กสาวเอาไว้ในขณะที่รอยยิ้มอบอุ่นของชายหนุ่มถูกส่งให้กับเด็กสาว ส่งผลให้ใบหน้าของ เซลิน่า เผยรอยยิ้มบางๆออกมาเล็กน้อยพลางเช็ดหยาดน้ำตาออกจากใบหน้าของตนอย่างรวดเร็ว... เพราะทันทีที่เธอได้เห็นรอยยิ้มนั้น ความเศร้าและความสับสนทั้งหมดของเธอก็พลันมลายหายไปอย่างน่าประหลาด...
[ ตึกๆๆๆ!!! ]
เสียงฝีเท้าจำนวนหนึ่งดังขึ้นมาจากหลังตัวร้าน ก่อนที่ร่างของ เจน จะวิ่งเข้ามาในห้องรับแขกพร้อมกับถือถ้วยชาบรรจุของเหลวสีม่วงเข้มที่ส่งกลิ่นหอมอย่างน่าประหลาดออกมา...
“ยามาแล้วค่ะ… ทนดื่มนิดนึงนะคะ คุณซิลเบอร์...”
ถ้วยยาถูกส่งให้กับชายหนุ่มอย่างรวดเร็วก่อนที่ ซิลเบอร์ จะสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆของตัวยาอย่างเชื่องช้า...
“ตัวยาหอมซะแบบนี้.. รสชาติคงไม่ร้ายแรงขนาดนั้นหรอกมั้ง...”
“เอ่อ...”
[ กึก... อึกๆๆ... ]
[ เดี๋ยวค่ะ!!! ]
ถ้วยชาที่บรรจุตัวยาเอาไว้ถูกยกขึ้นจรดริมฝีปาก ก่อนที่ตัวยาจะค่อยๆไหลผ่านลำคอลงไปอย่างเชื่องช้าในขณะที่ จิล ซึ่งเพิ่งจะเดินออกมาจากหลังร้านจะตะโกนเตือน... และ...
[ เฮือก!!! ]
เส้นเลือดในดวงตาของ ซิลเบอร์ ขึ้นสีแดงจัดพร้อมๆกับที่ใบหน้าขาวซีดของชายหนุ่มขึ้นสีแดงจัดอย่างรวดเร็วเพราะรสชาติเผ็ดร้อนเกินกว่าจะจินตนาการได้กำลังแผดเผาริมฝีปาก ลำคอ และกระเพาะของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
[ กึง!!! ]
[ ฮึก!!! ]
ถ้วยยาถูกกระแทกลงกับพื้นร้านอย่างรุนแรงในขณะที่ฝ่ามือของชายหนุ่มถูกยกขึ้นมาปิดริมฝีปากของตนเอาไว้เพื่อไม่ให้ตัวยานั้นถูกสำรอกออกมาทางปาก ก่อนที่ ซิลเบอร์ จะพยายามฝืนกลืนยาทั้งหมดลงคอไปอย่างยากเย็น...
[ อึกๆๆ!!! ]
[ เอื๊อก... ]
ท่าทีในการกินยาของ ซิลเบอร์ พาลทำให้ทุกๆคนที่เห็นท่าทีของเขาพลอยรู้สึกทรมานไปด้วยเพราะบัดนี้ทั่วทั้งใบหน้าไปจนถึงลำคอของชายหนุ่มกลายเป็นสีแดงจัดไปเสียแล้ว... กระทั่งนัยน์ตาของเขาก็พลอยมีเส้นเลือดขนาดเล็กปูดโปนอยู่ภายในอีกด้วย!!!
[ แฮ่กๆๆ!!! ]
[ เอิ๊ก... ]
ชายหนุ่มหอบหายใจออกมาอย่างรุนแรงออกมาอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ก้อนอากาศภายในกระเพาะอาหารจะถูกเรอออกมาทางช่องปาก... ซึ่งหลายๆคนในที่นั้นคาดว่าตนเห็นเปลวไฟถูกพ่นออกมาพร้อมกับมวลอากาศนั้นแต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดถึงมันอีก...
“เจน!!! เธอไม่ได้เตือนเหรอว่ายามันเผ็ดชนิดเผาลำคอเลยน่ะ!?!”
“แหะๆๆ... ดูเหมือนชั้นจะลืมง่ะ...”
[ ….. ]
สายตาของ ซิลเบอร์ ที่มองมายัง เจน ช่างคมกริบราวกับจะเชือดเฉือนหญิงสาวให้แหลกเละไปเสียตรงนั้นทำให้หญิงสาวได้แต่ยิ้มเจื่อนๆพลางวิ่งไปหลบข้างหลัง มอร์แกน ที่อยู่ใกล้ตัวเธอมากที่สุด...
“ขอหลบสักครู่นะคะพ่อกล้ามโต~*”
“ฮ่าๆๆๆ~* หลบตามสบายน้องสาว เดี๋ยวเก็บเงินทีหลัง!!!”
“เง้อ~!?!”
“..... อุ๊บ”
[ ฮ่าๆๆๆๆ~!!! ]
บรรยากาศตึงเครียดเมื่อสักครู่พลันมลายหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อ เจน ถูก มอร์แกน เรียกค่าหลบอยู่เบื้องหลังตน ทำให้หญิงสาวร้องเสียงหลงพลางเผยสีหน้าเหยเกออกมาจนทุกๆคนที่มองเหตุการณ์นั้นพลอยหัวเราะไปด้วย...
“.....”
ทุกๆคนต่างหัวเราะอย่างมีความสุขในขณะที่ ซิลเบอร์ ซึ่งกำลังแสบร้อนไปทั่วทั้งลำคอนั้นกำลังจ้องทุกๆคนด้วยแววตาแน่นิ่ง... เพราะตอนนี้ทุกๆคนต่างลืมเรื่องของเขาไปอย่างสิ้นเชิงเสียแล้ว (เอวัง...)
.....
[ อึกๆๆๆ... เฮ่อ... ]
[ กึก... ]
น้ำชารสอ่อนถูกกรอกลงลำคอของ ซิลเบอร์ ไปเป็นแก้วที่ 5... ก่อนที่ชายหนุ่มจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งคอในท้ายที่สุดในขณะที่ เจน ยังคงหลบอยู่ข้างหลัง จิล เนื่องจากยังคงเกรงว่าชายหนุ่มจะเอาเรื่องตนหรือไม่ แต่จากรูปการแล้วคาดว่าชายหนุ่มคงไม่คิดจะทำร้ายเธอ... ละมั้ง?
“ว่าแต่... เกี่ยวกับเรื่องในครั้งนี้พวกเราจะเอายังไง?”
ซิลเบอร์ เอ่ยถามสมาชิกทุกคนที่นั่งอยู่ภายในห้องรับแขกด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนที่ เรย์ จะเป็นคนตอบคำถามของอีกฝ่ายพร้อมทั้งอธิบายเหตุผลว่า
“พวกเราทุกคนมีแผนจะเดินทางไปที่นั่นเพื่อหาวัตถุดิบมาเพื่อซ่อมแซม หอกนภาอัสดง ตามที่ คุณบิล สั่งเอาไว้อยู่แล้วละครับ... แค่พวกเราต้องเร่งเดินทางให้เร็วขึ้นกว่าสักเล็กน้อยเท่านั้นเอง”
“วัตถุดิบเหรอ...? ช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้ฟังทีได้ไหม?”
“ครับ... เรื่องมันมีอยู่ว่า...”
หลังจากนั้น เรย์ จึงเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงที่ชายหนุ่มออกไปลาดตระเวนข้างนอกให้เขาฟังจนจบ ซึ่งในระหว่างที่ เรย์ กำลังอธิบายนั้นเองที่ บิล ขอสอดแทรกเรื่องราวเกี่ยวกับ วัฎจักรของศาสตรา เสริมในช่วงที่ เรย์ เล่าจบอีกด้วย...
และแล้ว...
[ Zzzz~* ]
[ ….. ]
คงเดากันได้ใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น? ใช่แล้ว ทุกคนหลับกันหมดยกเว้น เรย์ ที่ยังคงยืนยิ้มแห้งๆให้กับชายชรานั่นเอง...
“เห็นที... ข้าคงต้องเลิกเล่าเรื่องนี้แล้วสินะ...”
“ฮะๆๆ... ผมว่าเรื่องพวกนี้น่าสนใจดีออกนะครับ?”
“เฮ่อออ...”
บิล รำพึงออกมาอย่างสิ้นหวัง เรย์ จึงพยายามเกลี้ยกล่อมชายชราอยู่พักใหญ่จนกระทั่งทุกๆคนทำท่าเหมือนจะตื่นนอนนั่นเองที่ บิล เลิกทำท่าเซื่องซึมและกลับมาขึงขังดังเดิม
(ซึ่ง เรย์ เดาว่าชายชราคงไม่ยอมเสียหน้ามากกว่าหายเป็นปกติกระมัง?)
-----
# Southern Gate of Serdin ( 3 ชั่วโมงต่อมา )
ทีม SGC ทุกคนอันได้แก่ เรย์ รอน อีริค ซิลเบอร์ และ เซลิน่า ได้เดินทางมายังประตูทิศใต้แห่งนี้พร้อมๆกับ พี่น้องสมิธ ที่ตามมาส่งพวกเขากำลังพูดคุยกันถึงเรื่องเส้นทางที่สะดวกและสั้นที่สุดในการเดินทางไปยัง หุบเขากอกอส ก่อนที่ชายชราทั้ง 2 จะมอบแผนที่สำหรับการเดินทางรวมไปถึงรถม้าให้กับพวกเขาเพื่อใช้ในการเดินทางอีกด้วยทำให้ เรย์ ต้องกล่าวขอบคุณผู้เฒ่าทั้งสองที่มีน้ำใจกับพวกเขาถึงขนาดนี้
“ขอขอบคุณพวกคุณจากใจจริงอีกครั้งหนึ่งสำหรับทุกๆเรื่องนะครับ”
“ไม่เป็นไรๆ... ถือว่าเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆที่ข้ามีให้กับคนที่ยอมฟังเรื่องราวน่าเบื่อของข้าโดยไม่หลับถึงสองครั้งสองครา และยังเป็นผู้ที่อาวุธของข้าเลือกให้เป็นนายก็แล้วกัน...”
บิล เผยรอยยิ้มกว้างพลางตบบ่าของ เรย์ แรงๆสองสามครั้งก่อนที่ มอร์แกน จะเสริมขึ้นว่า
“แล้วพวกเราจะส่งบิลค่าใช้จ่ายไปให้วันหลังก็แล้วกัน ฮ่าๆๆๆ~*”
“.....”
“.....”
บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดลงในทันทีในขณะที่ มอร์แกน ยังคงหัวเราะต่อไปอย่างบ้าคลั่งและ...
[ ผัวะ!!! ]
[ อ่อก... โครม!!! ]
[ ปึก!!! ]
กำปั้นขนาดใหญ่ของแฝดผู้พี่หวดเข้าใส่กลางศีรษะของผู้เป็นน้องอย่างแม่นยำและรุนแรง ส่งผลให้ มอร์แกน หกล้มหน้าคว่ำไปกับพื้นในทันทีก่อนที่ บิล จะใช้ฝ่าเท้าของตนเหยียบซ้ำลงไปไม่ให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมา ท่ามกลางรอยยิ้มแห้งๆของกลุ่ม SGC ที่ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือสมเพชชายชราคนน้องดี...
“ว่าแต่เจ้าเถอะ... อาการของเจ้าดีพอจะออกเดินทางแล้วอย่างนั้นเรอะ?”
“ก็... น่าจะเป็นอย่างนั้น...”
“แล้วไม่เอายาตัวนั้นติดตัวไปด้วยงั้นเรอะ?”
“..... ไม่เอา.....”
ซิลเบอร์ หน้าถอดสีในทันทีที่ บิล กล่าวถึงตัวยาที่ จิล และ เจน ปรุงให้เขาดื่มเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี้... แม้ว่าตัวยาจะมีสรรพคุณดีเลิศชนิดที่ทำให้เขาซึ่งบาดเจ็บปางตายนั้นหายดีจนสามารถลุกเดินไปไหนมาไหนได้ในเวลาไม่นาน แต่เมื่อทั้งสองสาวบอกว่าจะกรองยาตัวนั้นให้เขาดื่มอีกครั้งหนึ่ง ขาทั้งสองข้างของเขาก็ออกวิ่งด้วยตนเองโดยไม่ต้องสั่งในขณะที่พวก เรย์ ต้องวิ่งไล่จับเขาอยู่พักใหญ่จน จิล และ เจน บอกว่าจะไม่บังคับให้เขาดื่มเพิ่มแล้วนั่นแหละชายหนุ่มถึงหยุดวิ่งหนีลงได้ในที่สุด...
ชายหนุ่มยังมีการบอกทิ้งท้ายเอาไว้อีกด้วยว่า “ถ้าจะเอายานั่นมาให้กินอีกละก็ ฆ่าชั้นให้ตายเลยยังดีซะกว่า” ทำให้ทีม SGC รวมไปถึง พี่น้องสมิธ พลอยหวาดกลัวในรสชาติที่ทำให้ชายเยือกเย็นอย่าง ซิลเบอร์ ร้อนรนได้ถึงขั้นนี้ไปด้วย...
“ว่าแต่เจ้า... จะไม่ลองคิดเรื่องอาวุธดูใหม่อีกทีรึ?”
“ดาบเล่มนี้ผมได้รับประทานจากองค์ราชินีด้วยพระองค์เอง... ดังนั้นผมจึงขอรับไว้แค่น้ำใจของท่านก็พอแล้ว...”
“อืมมม...”
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ซิลเบอร์ ปฏิเสธการรับอาวุธจาก ร้านดาบชำรุด เนื่องจากเขายึดมั่นในเกียรติยศของตนเองที่ได้รับประทานดาบเล่มนี้มาจากองค์ราชินี รวมไปถึงความทรงจำและสายสัมพันธ์อันมีค่าที่เขามีให้กับดาบเล่มนี้... เพราะเมื่อของจ้องมองมันคราใดก็ตาม ภาพของดาบอีกเล่มหนึ่งซึ่งเป็นฝาแฝดกันแต่ถูกตกแต่งด้วยสีแดงเพลิง และหญิงสาวผู้เป็นนายของมันจะปรากฏชัดในห้วงความคิดของเขา พร้อมๆกับภาพของรุ่นน้องผมสีแดงเพลิงที่ช่วงชิงหัวใจของเขาไปตลอดกาล...
“ถ้าเช่นนั้น... ข้าก็ขออวยพรให้พวกเจ้าโชคดีก็แล้วกัน... ( เอาเท้าออกไปจากหัวข้าสักทีสิพี่!!! )”
“ขอบคุณมากครับ... ( เจ้าก็ช่วยเจรจากับพี่ข้าให้หน่อยเท้อะ!!! )”
“.... (หูหนวกกันรึยังง้ายยย~!!!) ”
เสียงของ มอร์แกน ยังคงดังอู้อี้ออกมาจากพื้นดินท่ามกลางสีหน้ายิ่งเฉยของ บิล จน เรย์ ได้แต่ยิ้มแห้งๆและพูดกับชายชราว่า
“ผมว่า... ยกเท้าออกได้แล้วมั้งครับคุณ บิล...”
“.....”
[ กึก... พรวด!!! ]
[ เฮ่อ~... แฮ่กๆๆ!!! ]
ทันทีที่เท้าของ บิล ถูกยกออกร่างของ มอร์แกน จึงได้โอกาสแล้วผุดลุกขึ้นจากพื้นแทบจะในทันทีพลางเดินเข้ามาจับไหล่ทั้งสองข้างของ เรย์ เอาไว้และบอกว่า
“ขอบใจมากเจ้าหนุ่ม... บุญคุณในครั้งนี้ข้าจะไม่ลืมเลย~*”
“ไม่เป็นไรครับ...”
“ถ้ายังไงข้าจะลดค่าใช้จ่ายให้เจ้าสัก 30% เลยเป็นยังไง?”
“.....”
เรย์ ได้แต่ยิ้มให้อีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“เหยียบอีกซักรอบคงดีมั้งครับ คุณบิล...”
“จัดให้...”
[ โครม!!! ]
[ แว๊กกก~!!! ]
[ ฮะๆๆๆๆ... ]
บิล จัดแจง กระทืบ มอร์แกน ลงไปนอนกับพื้นตามที่ เรย์ ขออย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงหัวเราะของสมาชิกทีม SGC ที่มองดูภาพของ พี่น้องสมิธ ที่ยังคงนอนนัวเนียพลางประเคนหมัดใส่กันอยู่บนพื้น...
.....
หลังจากที่ บิล และ มอร์แกน ยุติการต่อสู้และกลับไปยังร้านค้าของพวกตนแล้ว เรย์ จึงหันกลับกลับมาหาสมาชิกของตนและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นว่า
“เอาล่ะ... ออกเดินทางสู่ หุบเขากอกอส เพื่อตามหาวัตถุดิบในการซ่อม หอกนภาอัสดง และทำลายแผนของ ไนท์แมร์ กันเถอะครับทุกคน!!!”
[ โอ๊วววว~!!! ]
สมาชิกที่เหลือในกลุ่มอันได้แก่ อีริค ซิลเบอร์ และ เซลิน่า ต่างตะโกนตอบรับด้วยเสียงอันดังก้องพลางยิ้มกว้างให้กับ เรย์ อย่างจริงใจจนเขาเองก็อดรู้สึกดีใจไปด้วยไม่ได้... แต่เดี๋ยวก่อน... รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายไปไหม...?
“..... เดี๋ยวก่อรครับ... แล้ว รอน ล่ะ?”
“เอ๋...?”
เมื่อถูกทัก ทุกคนจึงมองดูรอบๆและพบว่า รอน ได้หายตัวไปจากบริเวณนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ... ทำให้พวกเขาต้องเสียเวลาออกตามหาและตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายเป็นการใหญ่...
“รอนครับบบบ~!!!”
“ไอ้หื่น รอน โว้ยยย~!!!”
“พี่รอน อยู่ไหนค้า~!!!”
“.....”
กรค้นหาดำเนินไปอยู่พักใหญ่จนกระทั่ง...
[ Zzzz~* ]
[ ….. ]
เสียงกรนอย่างสม่ำเสมอดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง ทำให้สมาชิกทีม SGC ต่างเงียหูฟังอย่างตั้งใจและพบว่าต้นเสียงดังมาจากภายในรถม้าของพวกเขานั่นเอง...
[ แกร๊ก... ]
[ อ้าววว!!! ]
บานประตูถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วก่อนที่ภาพของ รอน ที่กำลังนอนหลับน้ำลายยืดอย่างเป็นสุขจะปรากฏสู่สายตาของทุกคนจนทำให้พวกเขาอดอุทานออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันเสียไม่ได้...
“เฮ้อ... ทำให้พวกเราเป็นห่วงกันตั้งนาน...”
“โหย... ขอสักทีเหอะไอ้หมอนี่!!!”
“เดี๋ยวก่อนครับ อีริค!!!”
[ ฟุ่บ... ]
เรย์ พยายามร้องเตือนเพื่อนของตนเอาไว้แต่ทว่าร่างเล็กๆของ อีริค ได้พุ่งทะลานเข้าไปภายในตัวรถก่อนที่ชายหนุ่มจะทันได้เอ่ยปากห้ามเสียอีก และตรงเข้าทำร้าย รอน ที่นอนหลับอย่างเปี่ยมสุขด้วยอารมณ์แค้นเคือง...
[ แกตายยยย~!!! ]
[ ว๊ากกกก~!?! ]
[ ตึง!!! โครม!!! ]
[ ฮี้ยยยย์~!!! ]
ภาพที่ อีริค กระโดดขึ้นคร่อมพลางกอดรัดและประเคนหมัดกับ รอน อย่างนัวเนียนั้นไม่ทำให้ เรย์ คิดมากเท่ากับภาพของม้าลากเลื่อนทั้งสองที่พยศขึ้นมาเพราะตื่นตกใจกับเสียต่อสู้โดยไม่ได้ตั้งตัวและออกวิ่งไปอย่างรวดเร็ว...
[ กุบกับๆๆ!!! ]
[ แย่แล้ว!!! ]
รถม้าพุ่งทะยานออกไปจากนอกประตูเมืองอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของ เรย์ ซิลเบอร์ และ เซลิน่า ที่ยังคงยืนอยู่หน้าประตูเมือง และ...
[ วิ่งงง!!! ]
[ ฟุ่บ... ]
เสียงของ ซิลเบอร์ ดังขึ้นเพื่อเตือนสติของ เรย์ ก่อนที่เรือนร่างภายใต้ชุดคลุมสีขาวจะพุ่งทะยานตามรถม้าไปอย่างรวดเร็วในขณะที่ชายหนุ่มหันกลับมาหา เซลิน่า พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า
“ขอโทษนะครับ เซลิน่า!!!”
“คะ...? ว๊าย!?!”
[ ฟุ่บๆๆ!!! ]
ชายหนุ่มช้อนร่างของเด็กสาวขึ้นมาอุ้มเอาไว้แนบอกของตนเองโดยไม่ให้ตั้งตัวและออกวิ่งตามหลัง ซิลเบอร์ ไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงโวยวายและใบหน้าอันแดงซ่านของ เซลิน่า
“พี่เรย์คะ ปล่อยหนูลงเถอะค่ะหนูเดินเองได้!!!”
“ไม่เป็นไรครับ... อีกเดี๋ยวเราก็ตามทันแล้วละ”
“แต่ว่า...”
เด็กสาวจ้องใบหน้าของชายหนุ่มจากระยะใกล้พลันหัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันมาถามเด็กสาวว่า
“ไม่ชอบให้ผมอุ้มเหรอครับ?”
“เอ่อ... เปล่าค่ะ...”
เซลิน่า เบี่ยงหน้าหลบชายหนุ่มเพราะไม่อาจจ้องมองอีกฝ่ายได้ตรงๆเพราะหากเธอจ้องตากับเขาแล้วละก็ เธอคงหลุดปากบอกไปว่า “อยากให้เขาอุ้มเธออย่างนี้ตลอดไป” อย่างแน่นอน... แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะอ่านความคิดของเธอออกเขาจึงยิ้มและโน้มหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอพลางกระซิบว่า
“ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ... ถ้าคุณต้องการแล้วละก็จะให้ผมอุ้มคุณทั้งวันทั้งคืนเลยก็ยังได้แต่ถ้าทำแบบนั้น เซลิน่า ก็ต้องเป็นแขนและคอยป้อนข้าวป้อนน้ำให้ผมนะครับ...”
“พี่เรย์บ้า!!!”
[ ปึกๆๆ!!! ]
[ ฮะๆๆๆๆๆ~* ]
ใบหน้าของ เซลิน่า ขึ้นสีแดงจัดพลางทุบแผงอกของชายหนุ่มอย่างร้อนรนในขณะที่ เรย์ หัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจกับการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาของเด็กสาว ที่น่ารักจนเขาไม่อาจถอนสายตาไปจากเธอได้เลย...
[ ฟุ่บ... ตึก!!! ]
อีกด้านหนึ่งนั้นร่างของ ซิลเบอร์ ที่วิ่งตามรถม้าจนทันนั้นได้กระโดดขึ้นไปบนหลังคาของตัวรถอย่างรวดเร็วและตรงเข้าไปคว้าบังเหียนเพื่อปราบพยศม้าทั้งสองที่กำลังวิ่งอยู่ด้วยความคล่องแคล่วและว่องไว
[ ย่าห์... ย่าห์!!! ]
[ ฮี้ยยย~!!! ]
[ กึกกักๆๆ!!! ]
ฝีเท้าของม้าทั้งสองยังคงวิ่งต่อไปอย่างบ้าคลั่งโดยที่ ซิลเบอร์ ยังคงคุมบังเหียนเอาไว้ให้ตัวรถวิ่งต่อไปตามเส้นทางที่มุ่งสู่ หุบเขากอกอส ในขณะที่ เรย์ ซึ่งวิ่งตามมาจนทันและกำลังวิ่งคู่ขนานไปรถม้าที่กำลังวิ่งและโอบกระชับร่างของเด็กสาวในอ้อมกอดของตนเอาไว้พลางตะโกนขึ้นว่า
“ผมจะกระโดดแล้ว... จับไว้ให้แน่นๆนะครับ เซลิน่า!!!”
“ค่ะ!!!”
[ หมับ... ]
[ ฟุ่บ!!! ตึกๆ... ]
ใบหน้าของเด็กสาวซบลงกับแผงอกกว้างของชายหนุ่ม พลางโอบวงแขนทั้งสองของตนกอดกระชับรอบคอของ เรย์ เอาไว้ก่อนที่ร่างสูงจะพุ่งทะยานไปในอากาศและร่อนลงบนตัวรถอย่างปลอดภัยในท้ายที่สุด...
“เอาล่ะ... เรากลับเข้าไปในตัวรถกันดีกว่านะครับ”
“ค่ะ...”
[ แกร๊ก... ]
บานประตูถูกเปิดออกด้วยฝีมือของ เรย์ ก่อนที่อะไรบางอย่างจะถูกซัดกระเด็นออกมาจากตัวรถ...
[ ผัวะ!!! แว๊กกก~!!! ]
ร่างของ รอน ถูกฝ่าเท้าของ อีริค ยันใส่ใบหน้าจนกระเด็นออกไปในอากาศก่อนที่ เรย์ จะคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที...
“ขอบใจมาก เรย์~!!!”
“วันหลังถ้าจะนอนก็บอกพวกเราก่อนสิครับ... รู้มั้ยว่า อีริค เป็นห่วงคุณขนาดไหนน่ะ?”
“ชั้นไม่ได้ห่วงมันสักนิด!!!”
[ ปัง!!! ]
บานประตูถูกปิดลงอย่างรุนแรงท่ามกลางใบหน้าที่ยิ้มแย้มของ รอน หลังจากรู้ว่าเพื่อตัวดีก็เป็นห่วงตนอยู่เหมือนกัน...
“อี้จังจ๋า~♥ เปิดประตูเถอะชั้นผิดไปแย้ว~*”
“อย่ามาเรียกชั้นว่าอี้จังนะเฟ้ย!!!”
[ โครม!!! ]
[ ฮะๆๆๆๆ... ]
บานประตูถูกถีบจากภายในพร้อมๆกับเสียงตะโกนอย่างเขินอายของ อีริค และเสียงหัวเราะของสมาชิกทีม SGC ทุกๆคนที่กำลังมุ่งหน้าออกจากเขตตัวเมืองของ เซอร์ดิน เพื่อมุ่งหน้าสู่หุบเขา กอกอส...
-----
# Gorgos Dungeon… หุบเขากอกอส...
[ ครืนนนน... ]
ไอร้อนระอุของพื้นที่แถบภูเขาไฟนั้นช่างให้ความรู้สึกร้อนไปจนถึงจิตวิญญาณเสียนี่กระไร... พื้นดินโดยรอบเต็มไปด้วยทรายและก้อนกรวดของที่ราบสูง และไม่มีพืชพรรณใดๆงอกขึ้นมาให้เห็นแม้แต่น้อย กระทั่งท้องฟ้าที่ควรจะเป็นสีครามกลับมัวหมุ่นไปด้วยขี้เถ้าจากปากปล่องภูเขาไฟที่มอดดับลงไปแล้วแต่กลับมาปะทุอีกครั้งหนึ่งในช่วงไม่กี่วันมานี้...
[ ตึง... ตึง... ]
เสียงก้าวเดินของเงาร่างที่มีขนาดใหญ่โตค่อยๆดังขึ้นอย่างเชื่องช้าภายในถ้ำจำนวนมากที่เรียงรายตามชั้นหินของตัวเขา ก่อนที่แววตาสีเหลืองสะท้อนแสงจะค่อยๆคืบคลานออกมาจาภายในตัวถ้ำอย่างเชื่องช้า...
[ ก๊าซซซซซซ!!!!! ]
เสียงคำรามก้องกู่ร้องขึ้นสู่ฟากฟ้า เนื่องจากราชันย์แห่งขุนเขาตนนี้กำลังสัมผัสได้ถึงภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในอาณาเขตของตนอย่างเชื่องช้า แต่ภัยนั้นอาจจะนำมาซึ่งการล่มสลายของเผ่าพันธุ์ของมันเลยก็เป็นได้...
[ กรรร์... ]
ราชันย์แห่งขุนเขา... มังกรเพลิง กอกอส กำลังเฝ้ามองแผ่นฟ้าด้วยแววตาแค้นเคืองและคำรามออกมาอย่างเงียบงัน...
Ep.34 หุบเขากอกอส Part I
Coming Soon…

#1 By butler ~~** (124.120.221.229) on 2011-05-12 11:27