Ep.34 หุบเขากอกอส Part I (เรต 18+)
posted on 14 May 2011 19:07 by mayz-maiz in EpisodeEp.34 หุบเขากอกอส Part I
# Serdin Road 69… ถนนสายที่ 69 ของเมือง เซอร์ดิน
[ เปรี๊ยะๆๆ... ]
ยามค่ำคืนบนเส้นทางของถนนสายที่ 69 ซึ่งมุ่งหน้าตรงสู่ หุบเขากอกอส ขณะนี้กองไฟขนาดย่อมได้ถูกก่อขึ้นบนพื้นหญ้าข้างทางในขณะที่สมาชิกทีม SGC กำลังนอนพักผ่อนภายในกระโจมที่ถูกตั้งขึ้น หลังจากเร่งรีบออกเดินทางมาจากเมือง เซอร์ดิน และใช้เส้นทางลัดสายนี้เพื่อระยะทางที่สั้นลง แต่ก็ต้องทนกับความกันดารของเส้นทางที่มีมากกว่าถนนหลวง...
[ วูบๆๆ... ]
คมดาบขนาดใหญ่ถูกเหวี่ยงไปมาอยู่ในอากาศอย่างคล่องแคล่ว สลับกับเรืองแสงสีขาวและมีประกายสายฟ้าสีแดงอยู่เป็นระยะๆ พร้อมทั้งท่วงท่าในการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไปมาอยู่เป็นระยะๆจากการฝึกวิชาของชายผมทองซึ่งก็คือ เรย์ นั่นเอง...
[ กึก... ]
ตัวดาบถูกลดลงจนเรี่ยกับตัวพื้นในขณะที่ใครบางคนก้าวเดินออกมาจากคามมืดมิดของยามราตรี...
[ สวบๆๆ... ]
เงาร่างทั้งสองค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้ร่างของชายหนุ่มอย่างเชื่องช้า ก่อนที่น้ำเสียงที่คุ้นเคยจะดังขึ้นมาว่า
“ยังไม่นอนอีกเหรอเพื่อน...?”
“หักโหมฝึกมากเกินไปรึเปล่า เรย์...?”
“รอน... อีริค...”
ร่างกำยำของ รอน และร่างเล็กของ อีริค ก้าวออกมายืนอยู่เบื้องหน้า เรย์ อย่างเชื่องช้าโดยที่ในมือของทั้งคู่ถืออาวุธใหม่ที่ได้รับมาจาก ร้านดาบชำรุด อยู่ด้วย...
“แอบหนีมาฝึกไม่ชวนกันเลยนะเพื่อนยาก...”
“พวกเราเองก็จะช่วยนายฝึกด้วยนะ... นายคงอยากใช้อาวุธใหม่ให้คล่องเพื่อการต่อสู้กับ กอกอส สินะ?”
“... ครับ...”
เรย์ ตอบรับประโยคของ อีริค พลางยกดาบในมือของตนขึ้นมาถือเอาไว้พร้อมทั้งตั้งท่าเตรียมต่อสู้ในทันที...
“ถ้าไม่รังเกียจ... พวกคุณช่วยเป็นคู่มือให้กับผมจะได้มั้ยครับ?”
“ได้เสมอเลยเพื่อน!!!”
“ว่าแต่... นายจะสู้กับพวกเราทั้งสองคนพร้อมกันจริงๆน่ะเหรอ?”
รอน ตอบรับคำชวนของ เรย์ อย่างเริงร่าในขณะที่ อีริค ทักท้วงขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงทว่า เรย์ กลับยิ้มให้กับทั้งสองและเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า
“ถ้าไม่สู้กับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งฝีมือของผมคงไม่รุดหน้าหรอกครับ... อีกอย่างพวกคุณเป็นคนที่ผมรู้ฝีมืออย่างดี ซึ่งการต่อสู้กับพวกคุณสองคนพร้อมๆกันเป็นเรื่องที่ยากมาก... แต่ในครั้งนี้พวกเรากำลังจะฝึกอาวุธใหม่ที่ไม่คุ้นชิน ดังนั้นถ้าพวกคุณเข้ามาต่อสู้กับผมพร้อมๆกันละก็พวกคุณจะได้ฝึกอาวุธใหม่ไปด้วยกันเลยยังไงละครับ...”
เมื่อ เรย์ อธิบายจบแล้ว อีริค กับ รอน จึงมองหน้ากันอยู่พักหนึ่งและเผยรอยยิ้มกว้างออกมาอย่างรวดเร็ว
“งั้นก็เข้ามาเลยเพื่อน!!!”
“อย่าพลาดท่าเร็วเกินไปนักละ เรย์!!!”
“ครับ!!!”
[ ฟุ่บๆๆ!!! ]
ร่างของทั้ง 3 กระจายตัวออกจากกันพลางกระชับอาวุธภายในมืออยู่พักหนึ่ง ส่งผลให้บรรยากาศโดยรอบกลับเข้าสู่ความเงียบสงัดอีกครั้งหนึ่ง...
[ ฟิ้วววว... ]
สายลมพัดผ่านร่างของทั้ง 3 อยู่พักใหญ่ๆโดยที่ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น... และ...
[ เปรี๊ยะ... ]
[ เคร๊งงงง!!! ]
ทันทีที่กิ่งไม้ในเปลวไฟเกิดการปะทุจนเกิดเสียงดังขึ้นมานั้นเองที่ร่างของ อีริค และ เรย์ พุ่งเข้าปะทะกันด้วยความไวสูงจนเกิดประกายไฟขึ้นมาเล็กน้อยจาการปะทะกันของคมกริชและใบดาบ
[ เปรี้ยง!!! ]
[ ครืดดด... ชิ!!! ]
ด้วยแรงปะทะที่มากกว่านั้นเองส่งผลให้ร่างเล็กถูกซัดจนไถลออกไปเป็นระยะทางพอสมควรก่อนที่ตัวเชือกเส้นหน้าจะถูกเหวี่ยงเข้าใส่ร่างของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
[ วูบ... ]
[ เพียะ!!! ]
เสียงที่ตัวเชือกถูกฟาดเข้าใส่นั้นเกิดการสะบัดอย่างรวดเร็วจนฟังดูเหมือนแส้เส้นหนึ่งฟาดเข้าใส่เสียมากกว่า ก่อนที่ รอน จะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปและกระหน่ำฟาดเชือกในมือใส่ร่างของ เรย์ อย่างต่อเนื่อง
[ ควับๆๆ!!! ]
[ วูบๆ... ]
[ เพียะๆๆๆ!!! ]
ร่างของชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบเพียงเล็กน้อยและลดการเคลื่อนไหวให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อประหยัดแรงของตนเอาไว้ให้ได้มากที่สุดก่อนที่ อีริค จะพุ่งเข้ามาประชิดร่างของ เรย์ อีกครั้งหนึ่งโดยไม่ให้ตั้งตัว
[ เคร๊งๆๆๆ!!! ]
[ เปรี้ยงงง!!! ]
กริชในมือถูกสะบัดเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็วจนชายหนุ่มต้องยกดาบขึ้นตั้งรับอย่างต่อเนื่องก่อนที่ตัวดาบจะถูกเหวี่ยงเข้าจู่โจมอย่างรุนแรงในขณะที่ อีริค เบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด ทำให้คมดาบของ เรย์ ฟาดลงทำลายพื้นดินจนเกิดหลุมขนาดย่อมขึ้นมาเล็กน้อย
[ เฟี้ยว... ปั่บ!!! ]
[ …..!!?!? ]
ในขณะที่กำลังชุลมุนนั้นเองที่ตัวเชือกเส้นหนาพุ่งเข้ารัดคมดาบในมือของ เรย์ เอาไว้อย่างแม่นยำด้วยฝีมือของ รอน ที่กำลังแย้มยิ้มให้กับเพื่อนของตนอย่างกวนๆ
“เจอแบบนี้เข้าไปนายก็คงใช้ดาบไม่ได้แล้วสินะเพื่อน~?”
“มันก็ไม่แน่หรอกครับ!!!”
“เหอ...~?”
[ ควับ... วูบ!!! ]
[ เหวออออ~!!?!? ]
คมดาบในมือของชายหนุ่มถูกเหวี่ยงอย่างรุนแรงจน รอน ตั้งตัวไม่ทันและถูกกระชากไปในอากาศเข้าหาร่างเข้าหาร่างของ เรย์ ซึ่งเงื้อดาบเตรียมเผด็จศึกอยู่ที่ปลายทาง
“งานนี้เจ็บนิดหน่อยนะครับ รอน!!!”
“ไม่อ๊าววว~!!!”
[ ป้าบ!!! โครม!!! ]
[ แง่กกก... ]
ร่างของรอนถูกใบดาบฟาดเข้าใส่อย่างรุนแรงจนล้มลงไปนอนแผ่อยู่บนพื้นอย่างหมดสภาพในขณะที่ อีริค ใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้าจู่โจมชายหนุ่มจากด้านหลังด้วยความไวสูง
“นายเสร็จชั้นละ เรย์!!!”
“.....!!!”
[ ฟุ่บ!!! ]
ตัวกริชถูกแทงเข้าใส่ร่างของ เรย์ อย่างรวดเร็ว ทว่า...
[ กึง!!! วูบ... ]
[ เคร๊งงง!!! ]
[ เฮ้ย!!?!? ]
ตัวดาบถูกปักลงกับพื้นอย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างของ เรย์ จะเหวี่ยงข้ามตัวดาบไปเป็นวงโค้งอย่างสวยงาม ส่งผลให้ตัวกริชปะทะกับตัวดาบจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนที่ท่อนขาของ เรย์ จะถูกเหวี่ยงกลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมแววตาที่แฝงเอาไว้ด้วยความกระหายในการต่อสู้...
“แย่แล้ววว!!!”
[ ผัวะ!!! ]
[ อ่อก... โครม!!! ]
ท่อนขาของชายหนุ่มฟาดเข้าใส่ต้นคอของเพื่อนร่างเล็กอย่างรุนแรงจนทำให้ร่างของ อีริค ปลิวกระเด็นออกไปพอสมควรก่อนจะกลิ้งไปมากับพื้นและนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นในท้ายที่สุด...
[ แฮ่กๆๆๆ... ]
ชายหนุ่มหอบหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนที่เขาจะได้สติและรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของเพื่อนทั้งสองอย่างรวดเร็ว
[ ตึกๆๆๆ!!! ]
“รอน!!! อีริค!!! เป็นอะไรกันมากมั้ยครับ!?!”
[ โอยยยย... ]
เสียงครางเพราะความมึนจากการถูกกระแทกดังออกมาจากริมฝีปากของทั้งคู่ในขณะที่ รอน และ อีริค ยันกายลุกขึ้นนั่งพลางสะบัดหัวไล่ความมึนงงออกไปอย่างเชื่องช้า
“แง่ง... แพ้จนได้อ้ะ~!!!”
“ไม่ไหวแฮะ... นายเก่งจริงๆด้วย เรย์...”
“อย่าพูดแบบนั้นสิครับ!!! เพราะดาบเล่มนี้เคลื่อนไหวไปตามความคิดของผมต่างหาก ร่วมกับพวกคุณที่ยังไม่คุ้นเคยกับอาวุธใหม่ผมถึงเอาชนะพวกคุณได้แบบนี้...”
[ ฮะๆๆๆๆ~* ]
เรย์ พยายามปฏิเสธคำชมที่เพื่อนทั้ง 2 มอบให้กับตนในขณะที่ รอน และ อีริค แผดเสียงหัวเราะออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันพลางเอ่ยขึ้นว่า
“คิดว่าพวกเราดูไม่ออกเหรอ เรย์...?”
“นายออมมือให้พวกเราอยู่ใช่มั้ยละเพื่อน...?”
“.....”
ชายหนุ่มชะงักค้างไปอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่น้ำเสียงนิ่งเฉยของเขาจะตอบทั้ง 2 กลับไปว่า...
“พวกคุณเองก็ใช่ย่อยนะครับ... จงใจออมมือเพื่อให้ผมมั่นใจในอาวุธใหม่เหมือนกันนี่ครับ? ผมดูออกน่า...”
“.....”
“.....”
เกิดความเงียบขึ้นระหว่างทั้ง 3 ในทันทีที่ เรย์ กล่าวประโยคนั้นจบ ก่อนที่พวกเขาจะมองหน้าทุกคนสลับกันไปมาอยู่พักหนึ่ง...
[ ….. ]
[ อุ๊บ... ฮะๆๆๆๆ~!!! ]
เสียงหัวเราะของพวกเขาดังฝ่าความมืดจนดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณอย่างถูกอกถูกใจ เพราะพวกเขาต่างก็รู้ดีว่าสหายของตนนั้นเก็บซ่อนฝีมือที่แท้จริงเอาไว้ แล้วถ้าพวกเขาต่อสู้กันด้วยพลังเต็มที่แล้วละก็... มันจะสนุกสักเพียงไรนะ...?
[ กึก... ]
ทั้ง 3 ไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าเสียงหัวเราะของพวกเขาทำให้ใครบางคนเดือดร้อนจนนอนไม่หลับ และกำลังก้าวเดินออกมาจากเต็นท์อย่างเชื่องช้า
“แง้... เสียงดังแบบนี้แล้วหนูจะนอนยังไงละค้า...”
เซลิน่า กำลังก้าวเดินออกมาจากภายในเต็นท์พลางขยี้ตาอย่างงัวเงีย เนื่องจากเสียงการต่อสู้เมื่อสักครู่และเสียงหัวเราะของพวกเขาก่อให้เกิดเสียงดังมากเกินไปจนทำให้เด็กสาวต้องลืมตาตื่นจากห้วงนิทราอันแสนสุขอย่างเลี่ยงไม่ได้...
“คุณเรย์ ค้า~!!!”
“หืม..? เซลิน่า!?!”
เรย์ และเพื่อนๆมีท่าทีตื่นตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเด็กสาวก้าวเดินมาหาพวกตนพร้อมถืออาวุธใหม่อยู่ในมือ
“อยากฝึกกันมากใช่มั้ยคะ..? งั้นหนูจะช่วยพวกคุณฝึกเอง!!!”
“เหวอออ~!!?!?”
[ ตูมๆๆ!!! ]
[ เปรี๊ยะ... ]
เด็กสาวไม่อาจทนนอนต่อไปได้ไหว คฑาภายในมือจึงถูกใช่เรียกอุกกาบาตน้ำแข็งและพายุหิมะโหมกระหน่ำเข้าจู่โจม เรย์ รอน และ อีริค จนทำให้พวกเขาต้องหนีตายจากไอเย็นและเวทมนตร์ของเด็กสาวที่ถูกร่ายออกมาอย่างแค้นเคืองกันจ้าละหวั่น
“ใจเย็นก่อนครับ เซลิน่า!!!”
“หนาววว~!!! เพื่อนจ๋าช้านหนาววววว~!!!!!”
“ตายๆๆๆๆ!!!!! งานนี้ตายแน่ๆ!!!”
“จะหนีไปไหนละคะ!?! หนูจะช่วยพวกพี่ฝึกยังไงล่ะ!!!”
[ จ๊ากกกก~!!?!? ]
[ ตูมๆๆๆ!!! ]
เสียงการต่อสู้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่ ซิลเบอร์ แยกออกไปฝึกวิชาใหม่ของตนภายในป่าเช่นกัน ทำให้ไม่มีใครทำหน้าที่ห้ามทัพในครั้งนี้ การต่อสู้จึงยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่ง เซลิน่า ใช้พลังเวทมนตร์จนหมดและผลอยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้านั่นเองพวก เรย์ จึงได้มีโอกาสพักผ่อน ก่อนจะผลัดกันเฝ้ายามและแยกย้ายกันเข้าไปนอนได้ในท้ายที่สุด...
-----
# Gorgos Dungeon…
[ ครืนนน... ]
เสียงครวญครางของตัวภูเขายังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่หญิงสาวนางหนึ่งกำลังนั่งกอดเข่าของตนและเหม่อมองท้องฟ้าอันมัวหม่นอยู่บนบ้านพักตากอากาศของตระกูล ดาคิลลี่ ที่นายจ้างของเธอใช้เป็นที่พักอาศัยชั่วคราว...
[ ….. ]
บรรยากาศโดยรอบยังคงอื้ออึงไปด้วยเสียงครางของภูเขาไปที่ไม่รู้ว่าจะปะทุออกมาเมื่อใดในขณะที่หญิงสาวยังคงจมอยู่กับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวัน ซึ่งยังคงฉายภาพซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวของเธออย่างต่อเนื่อง...
[ ..... ขอโทษนะ..... ]
[ ปังงงง!!! ]
[ ปุๆๆๆๆ... ]
[ ….. ]
ภาพที่ร่างของ ซิลเบอร์ ค่อยๆทรุดกายลงกับพื้นหลังจากถูกกระสุนของเธอเจาะทะลวงร่าง ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเธออีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่เธอจะสะบัดหัวเพื่อไล่ความคิดเหล่านั้นออกไปอย่างรวดเร็ว
“นี่เรา... เป็นอะไรไปนะ...?”
หญิงสาวรำพึงกับตัวเองอย่างแผ่วเบาในขณะที่เสียงของใครบางคนที่อยู่เคียงข้างเธอเสมอมาจะดังขึ้นภายในห้วงความคิดของเธอ...
(มากิเนะ... เป็นอะไรรึเปล่า?)
“พี่คะ...”
เสียงอันอ่อนโยนของ มากิเอะ ที่เอ่ยถามน้องสาวของเธอด้วยความห่วงใยนั้นทำให้สีหน้าของ มากิเนะ รู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะถามสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของตนกับผู้เป็นพี่ว่า
“พี่คะ... ทำไมหนูถึงลืมเรื่องของนายนั่นไม่ได้เสียทีคะ...”
(... หมายถึง [ สายฟ้าสีเงิน ] … คุณซิลเบอร์ ใช่มั้ยจ้ะ?)
“ค่ะ...”
(อืมมม.....)
มากิเนะ ตอบคำถามจากพี่สาวของตนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาในขณะที่ผู้เป็นพี่ส่งเสียงครางในลำคอราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัว... จนกระทั่ง...
(มากิเนะ... น้องชอบเขารึเปล่าจ้ะ?)
[ ….. หะ!?! ….. ]
หญิงสาวอุทานออกมาและนิ่งเงียบไปอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้านวลจะขึ้นสีจัดพร้อมๆกับนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยที่เบิกกว้างขึ้นอย่างลืมตัว
“บะ... บ้า!!! พี่พูดอะไรออกมาเนี่ย!?!”
(หน้าแดงใหญ่แล้วนะจ้ะ?)
“อึก...”
มากิเนะ เบือนหน้าหนีพี่สาวของตนจากในห้วงคามคิดและจ้องมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าตนอยู่พักหนึ่งก่อนที่เธอจะตีหน้าเศร้าพลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า
“ต่อให้มันเป็นจริง... แต่หมอนั่นก็ตายไปแล้วนี่คะ...”
( ..... )
เกิดความเงียบอยู่ระหว่างทั้งคู่อยู่พักหนึ่งก่อนที่ มากิเนะ จะสัมผัสบางอย่างได้ราวกับมีใครบางคนกำลังโอบกอดร่างของเธอเอาไว้ พลางลูบหัวของเธออย่างแผ่วเบา...
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ... พี่ยังอยู่ตรงนี้ทั้งคนนะ...”
“ฮึก... อึก...”
ร่างของ มากิเอะ แยกออกมาจากน้องสาวของเธอชั่วคราวภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องลอดหมู่เมฆหนาลงมาเล็กน้อยพลางโอบกอดน้องสาวของตนด้วยความรักใครจน มากิเนะ ต้องสวมกอดกับพี่สาวของเธอพลางสะอึกสะอื้นเพื่อปลดปล่อยสิ่งที่เก็บเอาไว้ในใจออกมาอย่างอดกลั้น...
[ ฮึกๆๆ... ]
[ โอ๋ๆๆ... อย่าร้องนะคนดี... ]
[ แงๆๆๆ... ]
ทั้งสองยังคงกอดและปลอบกันและกันอยู่พักใหญ่จนกระทั่ง มากิเนะ หยุดร้องไห้แล้วนั้นเอง มากิเอะ จังกลับเข้าไปรวมร่างกับเธอดังเดิม...
(รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่มั้ยจ้ะ?)
“ค่ะ... ขอบคุณนะคะพี่...”
(แหม... ว่าไปพี่ก็ไม่ได้เห็นเธอร้องไห้มาหลายปีแล้วนะเนี่ย?)
“พี่อ้ะ!!!”
(คิกๆๆๆ...)
เสียงโวยวายของ มากิเนะ ยังคงดังขึ้นอยู่พักหนึ่งจนกระทั่งเธอเงียบเสียงลงไปและเหม่อมองดวงจันทร์ผ่านหมู่เมฆที่เคลื่อนตัวอยู่ยามราตรีก่อนที่ มากิเอะ จะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเริงร่าว่า
(จะว่าไป... ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยเห็นเธอบ่นถึง คุณอัล เลยนะ มากิเนะ?)
“เหอะ!!! สำหรับนายนั่นหนูจะบ่นถึงทำไมละคะ!?! จะไปตายที่ไหนก็ช่างหมอนั่นเถอะ!!!”
(คิกๆๆ...)
อัล ที่พี่น้องซาเกงาว่าพูดถึงนั้นไม่ใช่ใครอื่น... อัล อานีเดอร์ แห่งกลุ่ม GDS นั่นเอง...
ในอดีตพวกเธอเคยทำงานร่วมกับชายครึ่งสุนัขนายนั้นมาก่อน และสไตล์การต่อสู้อันดิบเถื่อนและเร่าร้อนของชายหนุ่มได้ช่วงชิงหัวใจของ มากิเนะ ที่หลงใหลในท่วงท่าการต่อสู้ของเขาและสารภาพรักออกไปท่ามกลางอาการตื่นตะลึงของแฝดผู้พี่ ทว่าเธอกลับไม่นึกว่าอีกฝ่ายนอกจากจะเป็นครึ่งสุนัขที่รูปกายแล้ว ปากของเขายังมีความเป็นสุนัขอยู่อย่างเต็มเปี่ยมอีกด้วย (หรือเรียกสั้นๆว่า “ปากหมา” นั่นเอง...) ทำให้เธอทนคบอยู่กับ อัล ต่อไปไม่ได้และเลิกคบกันภายใน 3 วัน...
“นี่หนูจะบอกให้นะพี่!!! นอกจากปากแล้ว ท่าทางการกิน ความชอบ หรือนิสัยของหมอนั่นก็ยังเป็นสุนัขไปหมดด้วย!!! และที่รับไม่ได้มากที่สุดคือโรคกลัวน้ำและไม่ชอบอาบน้ำเหมือนสุนัขของหมอนั่นแหละค่ะ!!!”
(เหรอจ้ะ?)
“ใช่ๆๆ!!! นอกจากนั้นนะ...”
หลังจากนั้น มากิเนะ จึงร่ายยาวถึงสารพัดข้อเสียที่ อัล พึงมีจนลืมความเศร้าที่มีอยู่เมื่อสักครู่ไปจนหมดตามแผนของ มากิเอะ ที่ตั้งใจทำเพื่อน้องสาวของเธอจนกระทั่งผู้เป็นน้องผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าในท้ายที่สุด ก่อนที่ผู้เป็นพี่จะสลับร่างออกมาและกลับเข้าไปนอนพักในห้องนอนของเธอในท้ายที่สุด...
.....
[ สวบๆๆๆ... ]
[ เมี้ยว~* ]
ห่างออกไปไม่ไกลจากตัวบ้านพักนั้น... ร่างของเด็กสาวและแมวคู่ใจกำลังเดินฝ่าก้อนกรวดที่อยู่บนเส้นทางไปในความมืดขึ้นไปในหุบเขาอย่างเชื่องช้า ในขณะที่เจ้าแมวดำส่งเสียงร้องให้กับเจ้านายของตนด้วยความเป็นห่วง
“... ชั้นไม่ใช่เด็กๆที่กลัวความมืดยามราตรีแล้วนะ ซาโรชี...”
“เมี้ยว...”
[ แผล่บๆ... ]
ลิ้นของ ซาโรชี ค่อยๆเลียไปตามพวงแก้มและซอกคอของหญิงสาวอย่างรักใคร่ในขณะที่สองขาของเธอยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างเชื่องช้าก่อนที่เธอจะไปถึงที่หมายได้ในท้ายที่สุด...
[ ฟิ้ววว... ]
สายลมพัดโชยกลิ่นหอมอ่อนๆลอยมาเตะจมูก ก่อนที่ภาพของทุ่งดอกไม้นานาพันธุ์ขนาดใหญ่ที่พร้อมใจกันเบ่งบานภายใต้แสงจันทร์ยามราตรีจะพัดพากลีบดอกและกลิ่นของพวกมันไปพร้อมๆกับสายลมยามค่ำคืน...
[ เมี้ยว~♥ ]
[ แซ่กๆๆ... ]
ซาโรชี กระโดดลงไปจากไหล่ของเด็กสาวพลางกลิ้งตัวไปมาท่ามกลางกลีบดอกไม้เหล่านั้นในขณะที่ แองจี้ ค่อยๆย่อตัวลงนั่งอย่างเชื่องช้าพลางหวนนึกถึงอดีตเก่าๆที่เคยใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนสาวตัวเล็กของเธอ...
“เมื่อก่อนพวกเราก็เคยมาที่นี่นะ... จำได้มั้ย ซาโรชี?”
“เมี้ยว~*”
เจ้าแมวดำส่งเสียงตอบรับเด็กสาวในทันที พลางผงกหัวขึ้นมาจากทุ่งดอกไม้และคาบก้านดอกไม้สีฟ้าอ่อนดอกหนึ่งเอาไว้ ก่อนที่ ซาโรชี จะคาบมันมาวางเอาไว้บนตักของ แองจี้ ในเวลาต่อมา
[ แปะ... ]
[ … นี่มัน... ]
[ เมี้ยวๆ~!!! ]
ดอกไม้กลีบสีฟ้าใสขนาดเล็กถูกวางลงบนตักของ แองจี้ พร้อมๆกับที่เจ้าแมวดำส่งเสียงร้องขึ้นมาอย่างเริงร่าในขณะที่เด็กสาวค่อยๆบรรจงหยิบดอกไม้ดอกนั้นขึ้นมาอย่างเบามือและเผยรอยยิ้มอันเปี่ยมสุขออกมาอยู่ครู่หนึ่ง...
“ดอกไม้นี่... เซลิน่า เคยเอามันมาทำมงกุฎให้กับชั้นสินะ...”
“เมี้ยว~♥”
ซาโรชี ตอบรำคำถามของหญิงสาวอย่างเริงร่าเพราะคิดว่าตนเองทำให้เด็กสาวพอใจได้แล้ว ทว่า...
[ ปึดๆ... ควากๆ... ]
[ มะ... เมี้ยว.ว..? ]
ดอกไม้แสนสวยถูกฝ่ามือเรียวบางของ แองเจลิน่า ฉีกกระชากออกจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยแววตาอำมหิต ท่ามกลางเสียงร้องอย่างหวาดกลัวของ ซาโรชี ที่ไม่เข้าใจว่าตนทำอะไรผิดกันแน่...
[ ฟิ้ววว... ]
สายลมพัดหอบเอากลีบดอกไม้เหล่านั้นลอยหายไปในอากาศท่ามกลางใบหน้าอันโกรธแค้นของเด็กสาว...
“กลับกันได้แล้ว ซาโรชี...”
“เมี้ยว...”
เด็กสาวผุดลุกขึ้นนั่งและเดินออกไปจากทุ่งดอกไม้อย่างรวดเร็วโดยมีเจ้าแมวดำวิ่งตามไปอยู่ห่างๆเนื่องจากหวาดกลัวต่อรังสีฆ่าฟันที่ถูกแผ่ออกมาจากร่างบางนั้นและสับสนในตนเองว่ามันทำผิดอะไรลงไป เด็กสาวถึงเปลี่ยนอารมณ์ไปได้รวดเร็วเช่นนี้...
-----
# Serdin Road 69… ถนนสายที่ 69 ของเมือง เซอร์ดิน
ดวงตะวันทอเริ่มแสงอยู่ ณ ริมขอบฟ้าเพื่อบ่งบอกถึงรุ่งอรุณที่กำลังจะมาถึงในขณะที่ท้องฟ้าเบื้องบนยังคงเป็นสีน้ำเงินเข้มของยามราตรี...
[ Zzzz~* ]
[ ฟรี้... ฟรี้... ]
[ ….. ]
ร่างของ รอน อีริค และ ซิลเบอร์ ยังคงนอนหลับอย่างเป็นสุขอยู่ภายในและนอกเต็นท์ ในขณะที่ เรย์ เดินออกมาจากตัวเต็นท์เพื่อออกกำลังกายยามเช้าดังที่เคยทำเป็นประจำ แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาอาจจะทำให้ทั้ง 3 รวมไปถึง เซลิน่า ที่นอนแยกอยู่ในอีกกระโจมหนึ่งชายหนุ่มจึงเดินทางเข้าป่าไปเพื่อหาสถานที่ออกกำลังกายโดยไม่ให้เกิดเสียงรบกวนแก่ทุกๆคน...
.....
[ แซ่กๆๆๆ... ]
[ กึก... กึง!!! ]
ร่างสูงภายใต้เรือนผมสีทองค่อยๆก้าวเดินเข้าไปจนถึงพื้นที่โล่งแห่งหนึ่งใจกลางป่าใกล้ๆกับแม่น้ำเส้นเล็กที่พวกเขาใช้มันเพื่อประกอบอาหารเมื่อเย็นวานนี้ ก่อนที่ เรย์ จะปักดาบ ดูรันดัล ของตนลงกับพื้นและเริ่มถอดเสื้อผ้าเพื่อไม่ให้เหงื่อไคลเลอะเสื้อผ้าของเขามากเกินจำเป็น...
[ พรืดๆๆ... ]
เสื้อผ้าของชายหนุ่มถูกถอดออกและไหลลงไปตามวงแขนของ เรย์ อย่างเชื่องช้าก่อนที่ตัวเสื้อจะถูกพับเก็บอย่างเรียบร้อยและวางลงกับก้อนหินแถวนั้นในเวลาต่อมา...
“เอาล่ะ... เริ่มฝึกเสียทีดีกว่า..”
[ กึก... ]
เรือนร่างสูงกึ่งเปลือยของชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาดาบของตนและถอนมันขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะเริ่มหวดดาบเล่มนั้นไปมาในอากาศอย่างคล่องแคล่วรวมไปถึงทดลองเสริมพลังเทพของตนเข้าไปในตัวดาบเพื่อคิดค้นกระบวนท่าใหม่ๆออกมาเพื่อใช้ในการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น
[ ควับๆๆ... ]
[ ฮ่าห์... ]
หยาดเหงื่อพราวระยับเกาะตามหน้าท้องแบนราบและเรือนร่างของชายหนุ่มทั่วทั้งร่าง ก่อนที่ตัวดาบจะถูกลดลงจนเรี่ยไปกับตัวพื้นในขณะที่ชายหนุ่มปาดเหงื่อบนใบหน้าของตนออกไปหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกช่วงเช้า...
“เฮ่อ... ออกกำลังตอนเช้าๆนี่มันดีจริงๆด้วยนะครับ...”
ชายหนุ่มพูดกับตนเองอยู่พักหนึ่งในขณะที่เหงื่อที่เกาะตามร่างกายเริ่มทำให้เขารู้สึกเหนียวตัวขึ้นมาเล็กน้อย... พร้อมๆกับที่ดวงตะวันปรากฏขึ้น ณ ริมขอบฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...
“... ถึงจะเช้าไปสักหน่อยแต่อาบน้ำตอนนี้ก็คงไม่เลวนะครับ...”
[ แซ่กๆๆ... ]
ร่างของ เรย์ ค่อยๆเดินเข้าไปในพุ่มไม้เพื่อมุ่งหน้าสู่แม่น้ำสายเล็กๆนั้นและชำระกายให้รู้สึกสดชื่นนั่นเอง... แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าอะไรบางอย่างกำลังเฝ้ารอเขาอยู่ที่แม่น้ำสายนั้นอยู่ก่อนแล้ว...
.....
[ ซ่าๆๆ... ]
[ ตึกตักๆๆ... ]
หัวใจของชายหนุ่มเริ่มเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อภาพของใครบางคนปรากฏสู่สายตาของเขาเมื่อสักครู่นี้ และทำให้เขาต้องหลบซ่อนตัวในพุ่มไม้อย่างว่องไวเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ตัว...
[ จ๋อม... แจ๋ม... ]
เรือนร่างของใครบางคนกำลังเปลือยกายแหวกว่ายอยู่ในสายน้ำอย่างมีความสุขโดยไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่า ณ บัดนี้ ได้มีผู้บุกรุกรูปงามเข้ามาซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆตนเองเสียแล้ว...
[ ซ่าาา~* ]
[ พั่บๆๆ... ]
ร่างบางผุดลุกขึ้นยืนจากสายน้ำพลางสะบัดเรือนผมสีฟ้าอ่อนของตนไปในอากาศอย่างสดชื่น และแสดงเรือนร่างเปลือยเปล่าของตนแก่สายตาของชายหนุ่มในเวลาต่อมา...
[ ….. ]
ชายหนุ่มแทบลืมหายใจ... เมื่อเรือนร่างขาวผุดผ่องนั้นปรากฏแก่สายตาอย่างชัดเจนจนลืมหายใจไปชั่วขณะหนึ่งเลยทีเดียว... หน้าอกเล็กๆพอเป็นกระเปาะและยอดอกสีชมพูขาว เอวคอดกิ่วและสะโพกกลมกลึงน่าสัมผัสที่ถูกบดบังด้วยเรือนผมนุ่มสลวยสีฟ้านั้นทำให้ชายหนุ่มหน้าแดงขึ้นมาด้วยความรู้สึกลึกๆภายในหัวใจในทันที...
“เซลิน่า...”
ชื่อของเด็กสาวถูกรำพึงออกมาเบาๆโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจก้าวออกไปจากบริเวณนี้อย่างรวดเร็ว... เพราะการแอบดูอิสตรีชำระกายนั้นไม่ใช่วิสัยของสุภาพบุรุษเอาเสียเลย...
[ ซ่าาา… ]
[ คิกๆๆ... ]
เสียงเด็กสาวผุดลุกขึ้นจากน้ำและเสียงหัวเราะอย่างสดชื่นของเด็กสายพลอยทำให้ชายหนุ่มยิ้มตามไปด้วย ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันกายและเตรียมตัวจะเดินจากไป ทว่า!!!
[ ฮู่มมมม!!?!? ]
[ กรี๊ดดดด!!! ]
[ …..!!?!? ]
ร่างของ ออค ตนหนึ่งก้าวออกมาจากชายป่าฝั่งตรงข้ามของชายหนุ่มพร้อมทั้งตะโกนขึ้นมาอย่างดุร้ายและเดินตรงเข้าหา เซลิน่า ที่กำลังยืนเปลือยกายอยู่กลางแม่น้ำ...
[ ซ่าๆๆ!!! ]
ร่างของ ออค ตนนั้นค่อยๆเดินลงไปในแม่น้ำและตรงเข้าหา เซลิน่า ซึ่งกำลังพยายามหนีตายขึ้นฝั่งอย่างรวดเร็ว เพราะหญิงสาวไม่สามารถใช้มนตราเยือกแข็งในแม่น้ำได้ ไม่เช่นนั้นตัวเธอซึ่งกำลังเปียกปอนไปทั่วทั้งร่างนั้นจะพลอยถูกแช่แข็งไปด้วย...
[ ว้ายยยย!!! ]
[ ซ่าๆ!!! ]
[ …..!!! ]
ในช่วงเวลาลุ้นระทึกนั้นเอง เซลิน่า ได้พลาดสะดุดก้อนหินภายในน้ำและล้มลงไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางรอยยิ้มแสยะของ ออค ที่กำลังเงื้อมือของมันขึ้นและเตรียมจับตัวเด็กสาวไปเพื่อเป็นเจ้าสาวของตน
[ ม่ายยยยยย!!!!! ]
เด็กสาวกรีดร้องออกมาพลางยกวงแขนบางๆทั้งสองข้างขึ้นมาเพื่อปัดป้องมือหน้าของ ออค ร่างเขียวที่พยายามรวบตัวของเด็กสาวขึ้นไปอุ้มเอาไว้ ทว่า...
[ ฉัวะ... ]
[ ….. กรรรรร์!!?!? ]
แขนทั้งสองข้างของอีกฝ่ายถูกคมดาบขนาดใหญ่ตัดผ่านจนกระเด็นไปในอากาศ ก่อนที่ท่อนแขนทั้ง 2 นั้นจะหล่นลงไปในแม่น้ำในเวลาต่อมา...
[ ซ่าๆ... ]
[ พะ... พี่เรย์? ]
[ ….. ]
ยักษ์ร่างเขียวจ้องมองแขนทั้งสองข้างของตนที่จมอยู่ภายในน้ำอย่างตื่นตะลึง ก่อนที่ความหวาดกลัวจะแล่นเข้าเกาะกุมหัวใจของมันเมื่อออร่าสีดำทะมึนและแววตาอำมหิตของ เรย์ จับจ้องเข้าไปในดวงตาของมัน...
[ ว๊ากกกก!!! ]
[ ซ่าๆๆ!!! ]
ร่างอันใหญ่โตของอีกฝ่ายกลับหลังหันและวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตในขณะที่ เรย์ พุ่งตามไปด้วยความเร็วสูงและตวัดดาบขนาดยักษ์ของตนใส่อีกฝ่ายอย่างเลือดเย็นในทันที
[ ฉัวะ!!! ]
[ ฉูดดดด... ]
[ ซ่าๆๆ... ]
ศีรษะล้านเลี่ยนสีเขียวหลุดกระเด็นไปบนฟ้าก่อนที่ร่างอันใหญ่โตของมันจะล้มลงไปในแม่น้ำ ส่งผลให้ลำธารใสถูกย้อมไปด้วยสีแดงของหยาดโลหิตที่หลังรินออกมาจากร่างอันใหญ่โตของ ออค ตนนั้น...
[ ….. ]
เกิดความเงียบขึ้นรอบๆบริเวณนั้นในทันทีที่ร่ายสูงของอีกฝ่ายนอนสิ้นใจอยู่ในน้ำ ก่อนที่ เรย์ จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“ขอโทษด้วยนะครับที่ผมแอบดูคุณอาบน้ำ... ผมแค่ตั้งใจจะมาล้างตัวเหมือนกันแต่เห็นคุณที่กำลังอาบน้ำอยู่แล้วก็... ขอโทษครับผมจะไปแล้ว...”
เรย์ เก็บคำพูดของตนกลับเข้าไปในปากและตั้งท่าจะเดินกลับออกไป ทว่า...
[ ซ่าๆๆ… หมับ!!! ]
[ ….. ]
วงแขนขนาดเล็กของเด็กสาวโอบกอดเรือนร่างกึ่งเปลือยของ เรย์ จากด้านหลัง... ส่งผลให้เนินอกเล็กๆและยอดปทุมถันสีชมพูนั้นเบียดชิดอยู่กับแผ่นหลังของชายหนุ่มอย่างแนบแน่นในขณะที่เขาหยุดฝีเท้าของตอนเอาไว้และนิ่งเงียบเพื่อรอดูอาการของเด็กสาว...
“หนูไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ... ถ้าคนที่จ้องมองเรือนร่างของหนูคือ พี่เรย์ แล้วละก็...”
“เซลิน่า...”
ชายหนุ่มเอ่ยชื่อของเด็กสาวออกมาเบาๆก่อนที่เขาจะสัมผัสได้ถึงแรงสั่นเล็กๆจากวงแขนและเรือนร่างของเด็กสาว... เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นคงทำให้เธอหวาดกลัวไม่น้อยเลยทีเดียว...
“.....”
[ หมับ... ]
มือหนาของ เรย์ ค่อยๆเอื้อมไปกุมมือของ เซลิน่าเอาไว้ ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับไปโอบกอดร่างบางของเธอเอาไว้ในอ้อมแขนพลางลูบไล้ไปตามเรือนผมและแผ่นหลังของเธออย่างอ่อนโยน...
“คงกลัวมากสินะครับ... ไม่เป็นอะไรแล้วละ...”
“.....”
เด็กสาวซุกหน้าอยู่กับแผงอกกว้างของชายหนุ่มอยู่พักหนึ่งพลางจ้องมองเรือนร่างขาวเนียนของ เรย์ สักพักและเอ่ยถามเสียงแผ่วว่า...
“พี่เรย์คะ...”
“หืม...?”
“เมื่อสักครู่นี้พี่บอกว่าพี่เห็นหนูอาบน้ำอยู่แล้วดูเหมือนว่าพี่ตั้งใจจะพูดอะไรสักอย่าง... พี่อยากจะบอกอะไรเหรอคะ...?”
“เอ่อ.....”
ใบหน้าของชายหนุ่มขึ้นสีเล็กน้อยเมื่อแววตาของเด็กสาวซึ่งเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอกำลังเบียดชิดอยู่กับหน้าท้องและแผงอกของเขาทำให้ เรย์ กลืนน้ำลายอยู่พักหนึ่งก่อนจะโอบกอดร่างของเธอเอาไว้และพูดว่า
“ผมจะบอกว่า... ไม่เคยมีผู้หญิงคนใดทำให้ผมใจเต้นใด้เท่ากับคุณตอนกำลังเล่นน้ำเมื่อสักครู่อีกแล้วครับ... เซลิน่า...”
“... พี่เรย์บ้า...”
เด็กสาวกล่าวได้เพียงเท่านั้นก่อนที่เธอจะโน้มใบหน้าลงไปซบกับแผงอกของชายหนุ่มเบาๆและ...
[ พรืด... ]
[ เหวอ!!! ]
[ ว๊าย!?! ]
[ ซ่าๆๆ!!! ]
ความลื่นของก้อนหินในแม่น้ำและสายน้ำที่ไหลผ่านท่อนขา ส่งผลให้ชายหนุ่มเสียหลักและโอบกอดเอวบางของเด็กสาวอเอาไว้ก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะล้มลงไปในแม่น้ำ...
[ พรวด... ซ่าๆ... ]
[ ฮ่าห์... ]
ศีรษะของทั้งคู่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาในขณะที่ เรย์ รีบถามถึงอาการของ เซลิน่า ในทันที
“เป็นอะไรรึเปล่าครับ เซลิน่า?”
“ไม่เป็นอะไรค่ะ...”
แต่แล้ว.. ใบหน้าของ เรย์ ก็ต้องขึ้นสีแดงจัดเมื่อรู้ตัวว่าในตอนนี้เรือนร่างเปลือยเปล่าของเด็กสาวกำลังนั่งคร่อมอยู่บนหน้าท้องของเขาและชูหน้าอกเล็กๆอวดแก่สายตาของเขาในระยะประชิด...
[ กึก... ]
เรย์ เบือนหน้าหนีเรือนร่างของ เซลิน่า ด้วยความเขินอายพลางพยายามตั้งสติของตนเองให้กลับเป็นปกติอีกครั้งท่ามกลางสายตาของ เซลิน่า ซึ่งสื่อความคิดบางอย่างออกมา ก่อนที่เธอจะยิ้มเละเอื้อมมือลงไปในน้ำ...
[ จ๋อม... แจ๋ม... ]
[ …..!!?!? ]
[ ซ่าๆ!!! ]
ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัวเมือมือเรียวบางของเด็กสาวเอื้อมลงไปเกาะกุมอยู่ที่หว่างขาของเขาพลางลูบคลำหาซิบตัวน้อยและรูดมันลงอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของ ชายหนุ่มก่อนที่เขาจะเอ่ยเสียงสั่นว่า
“เซลิน่า... คุณจะ... ทำอะไรครับ...?”
“คิกๆๆๆ... ไหนๆ พี่เรย์ ก็ตั้งใจมาอาบน้ำอยู่แล้ว... หนูคิดว่าถอดให้หมดเลยจะดีกว่านะคะ?”
“เอ่อ... แต่ว่า!!!”
“พี่เห็นหนูเปลือยอยู่คนเดียวแต่ไม่คิดจะโชว์เรือนร่างของพี่ให้หนูดูนี่หนูไม่ยอมนะคะ!!!”
“อะ... ง่ะ...”
เมื่อนั้นเองที่ เรย์ หมดคำจะเถียงกับ เซลิน่า และปล่อยให้เด็กสาวค่อยๆปลดกางเกงของเขาออกอย่างเชื่องช้าและ...
[ ซ่าๆ~!!! ]
[ ได้แล้ววว~♥ ]
กางเกงสีดำของ เรย์ ถูกโบกไปมาในอากาศในขณะที่เจ้าของกางเกงแช่ศีรษะของตนลงไปในน้ำถึงครึ่งหนึ่งเพราะเขินอายที่จะต้องแสดงเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของตนให้อีกฝ่ายดู
“เซลิน่าครับ... ผมว่าผมสะอาดแล้วละคืนกางเกงให้ผมเถอะนะ...”
“ม่าย~*”
[ ฟิ้วววว... ]
[ แซ่กๆ... ]
[ อ๊ะ!!! ]
กางเกงของชายหนุ่มถูกโยนเข้าไปในพุ่มไม้ก่อนที่เขาจะทันได้ส่งเสียงร้องอะไรก่อนที่เด็กสาวจะโน้มกายลงมาเบียดชิดอยู่กับแผงอกของชายหนุ่มอีกครั้งหนึ่งและกระซิบที่ข้างใบหูของเขาอย่างเร่าร้อนว่า
“หนูจะช่วยอาบพี่ให้สะอาดเองค่ะ... แต่พี่ก็ต้องอาบหนูให้สะอาด [ ทุกซอกทุกมุม ] เหมือนกันนะคะ...”
“.....”
ใบหน้าของเด็กสาวแดงซ่านไปด้วยความเขินอายก่อนที่ชายหนุ่มจะโอบเอวและแผ่นหลังของเด็กสาวเข้ามาเพื่อแลกจูบกันอย่างเร่าร้อน ก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะตระกรองกอดกันและกันอยู่ภายในสายน้ำอยู่พักใหญ่...
[ จ๋อมแจ๋ม...ๆ... ]
เสียงเคลื่อนไหวภายในน้ำดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังลิ้มรสจูบของกันและกันอย่างเร่าร้อน ในขณะที่มือหนาของ เรย์ ลูบไล้ไปตามเนินอกของหญิงสาวพลางบีบเคล้นมันเบาๆ ส่งผลให้เด็กสาวส่งเสียงครางในลำคออกมาจากรสสัมผัสนั้น...
[ แผล่บๆๆ... จ๊วบ... ]
ในเวลาต่อมา... ทั้งคู่จึงขึ้นมานอนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโดนที่ศีรษะของทั้งคู่กำลังซุกอยู่ที่หว่างขาของกันและกันพลางดูดเลียเพื่อสร้างความสุขให้กับอีกฝ่ายอย่างเร่าร้อน แต่อาจเป็นเพราะเด็กสาวยังไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนเธอจึงเป็นฝ่ายครวญครางเสียมากกว่าจะเป็นฝ่ายมอบความหฤหรรษ์ให้กับชายหนุ่มซึ่งกำลังทำให้ทั่วทั้งร่างของเธอสั่นเทิ้มไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยลิ้มลองมาก่อน...
[ ควับๆ... กึก... ]
ร่างของเด็กสาวที่กำลังคร่อมอยู่บนร่างของชายหนุ่มถูกจับพลิกให้นอนคว่ำลงอย่างเชื่องช้า ก่อนที่เรื่อนร่างภายใต้เรือนผมสิทองจะพลิกกลับขึ้นมาเป็นฝ่ายคร่อมร่างของเด็กสาวแทน...
[ แฮ่กๆๆๆ... ]
ลมหายใจหอบกระเส่าของทั้งคู่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่ชายหนุ่มโน้มศีรษะลงไปใกล้ๆใบหูของเด็กสาวพลางเอ่ยถามเสียงสั่นว่า...
“ผมเข้าไป... ได้ไหม?”
“..... ค่ะ.....”
[ กึกๆ... กึก!!! ]
[ ฮึกกก!!! ]
เด็กสาวต้องกัดฟันของตนจนแน่นเมื่อความเจ็บปวดแปลบอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนแล่นเข้ามาจากภายใต้ท้องน้อยของเธอ ก่อนที่ริมฝีปากของชายหนุ่มจะประทับจูบลงมาพร้อมทั้งเคล้นคลึงเนินอกน้อยๆของเธอเพื่อลดทอนความรู้สึกลงไป จนกระทั่งช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดผ่านพ้นไป เสียงครางระงมของทั้งสองจึงค่อยๆดังขึ้นมาอย่างเชื่องช้า...
[ อ๊า... อ๊า..! อ๊า!!! ]
[ ซู้ด... อึกกก!!! ]
เอวของชายหนุ่มค่อยๆเริ่มขยับซอยอย่างเชื่องช้าก่อนที่จังหวะนั้นจะถูกเร่งขึ้นพร้อมๆกับเสียงของเด็กสาวที่เริ่มครางดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในขณะที่ชายหนุ่มเองก็สูดปากอย่างเสียวซ่านพร้อมทั้งกัดฟันเพื่ออดทนต่อความรู้สึกนั้นๆ
[ ผับๆๆๆๆๆๆๆ!!! ]
[ อื๊อออออ~!!!!! ]
เสียงกระทบกันและกันระหว่างเนินเนื้อดังขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะที่เด็กสาวกรีดร้องออกมาเพราะความสุขที่ได้รับนั้นมากล้นเหลือเกิน ในขณะที่วงแขนของเด็กสาวกอดกระชับแผ่นหลังของชายหนุ่มเอาไว้เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเธอคงรู้สึกราวกับร่างกายของเธอจะหลอมละลายหายไปเสียตรงนั้น...
[ อึก... ฮึกก!!! ]
[ กึก... ฉูดดด... ]
[ อื๊อออออ~!!! …..♥ ]
และแล้วในขณะที่จังหวะเคลื่อนไหวของทั้งคู่ที่กำลังสอดประสานกันอย่างลงตัวนั้นเร่งรีบขึ้งจนถึงขีดสุด ชายหนุ่มได้ก้มลงจูบกับริมฝีปากเอิบอิ่มของเด็กสาวอย่างแนบแน่นพร้อมทั้งผวาและกอดรัดร่างของเธอเอาไว้ในอ้อมแขน ก่อนที่ของเหลวอุ่นๆบางอย่างจะถูกฉีดเข้าไปภายในร่างเล็กๆของเด็กสาว ส่งผลให้ร่างกายของเธอกระตุกเกร็งพลางจิกเล็บของเธอลงบนแผ่นหลังของชายหนุ่มเพราะร่างกายของเธอไม่เคยพบเจอกับความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน...
[ จ๊วบ... แผล่บๆ... ]
[ กึก..... ]
ชายหนุ่มถอนจูบออกมาพลางเลียไปตามซอกคอและเนินอกของเด็กสาวอยู่อีกพักหนึ่งก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงซบกับเนินอกน้อยๆโดยมีมือของเด็กสาวซึ่งกำลังหอบหายใจเพราะความสุขที่ได้รับกำลังลูบหัวของเขาอยู่...
.....
[ แฮ่กๆๆ... ]
ร่างกายเปลือยเปล่าของ เรย์ และ เซลิน่า นอนแผ่อยู่ริมแม่น้ำอยู่พักหนึ่งในขณะที่ขอบตาของเด็กสาวเริ่มมีหยาดน้ำตาเจิ่งนองขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอจะอธิบายกับพี่สาวของเธอว่าอย่างไรดี...
“ฮึกๆ... หนู... จะบอกกับ พี่อลิส... ยังไงดีคะ... ฮึก...”
[ หมับ... ]
เรย์ โอบกอดร่างของเด็กสาวเข้ามาแนบอกพลางลูบเรือนผมของเธออย่างแผ่วเบาและตอบเด็กสาวกลับไปว่า
“ผมจะรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นเองครับ...”
“... ฮึก...”
เด็กสาวปาดน้ำตาบนใบหน้าของตนออกไปอย่างเชื่องช้าพลางเงยหน้าขึ้นมาสบนัยน์ตาคู่สวยของชายหนุ่มที่จ้องมองเข้ามาในดวงตาของเธออย่างแน่วแน่...
“ผมจะไปสู่ขอคุณกับ คุณอลิส เองครับ... แต่งงานกับผมเถอะนะ เซลิน่า…”
“.....!!!”
หยาดน้ำตาคลอไปทั่วเบ้าตาของเด็กสาวอีกครั้งหนึ่ง ทว่าในครั้งนี้ใบหน้าของเธอกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มแทนน้ำตาแห่งความโศกเศร้าเมื่อสักครู่ ก่อนที่เด็กสาวจะพยักหน้าแรงๆพลางบอกแก่ชายหนุ่มว่า
“ค่ะ!!! ได้โปรดให้หนูได้เป็นเจ้าสาวของคุณเถอะนะคะ คุณเรย์!!!”
“ด้วยความยินดีครับ...”
[ ฟุ่บ... โครม!!! ]
[ ฮะๆๆๆๆ... ]
เด็กสาวโผเข้าไปในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะล้มลงไปนอนอยู่กับพื้นด้วยเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข เพราะในตอนนี้พวกเขามีคนที่รักและพร้อมจะทุ่มเทชีวิตเพื่อปกป้องอยู่ข้างกายของตนแล้ว...
.....
เรย์ และ เซลิน่า จัดแจงใส่เสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อยและเดินทางกลับไปหาเพื่อนๆในกลุ่มซึ่งทานอาหารรออยู่ก่อนแล้วและถามพวกเขาด้วยความเป็นห่วงก่อนที่ เรย์ จะบอกเล่าเรื่องราวที่ตนเข้าไปฝึกวิชาและพบ เซลิน่า ถูก ออค ตนหนึ่งจู่โจมภายในป่าแก่พวกเขา ทว่าพวกเขาไม่ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นให้เขาฟัง แต่บอกเพียงว่าเขาและ เซลิน่า ตกลงเป็นคนรักของกันและกันแล้ว ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของชายหนุ่มทั้งสาม...
หลังจากที่พวกเขาพักทานอาหารกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซิลเบอร์ จึงรับอาสาขับรถม้าก่อนเป็นรายแรก ในขณะที่สมาชิกที่เหลือขึ้นไปนั่งบนรถม้าและทำกิจกรรมของตนไปตามสะดวกก่อนที่จะถึงคิวคุมม้าของตนซึ่ง เซลิน่า และ เรย์ ได้นอนหลับด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุขโดยที่เด็กสาวได้นำหัวของตอนไปอิงอยู่กับไหล่ของชายหนุ่มซึ่งโอบกอดเธอเอาไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งในขณะที่มือของทั้งคู่ยังคงเกาะกุมซึ่งกันและกันเอาไว้...
“แหม... เห็นเพื่อนเรามีคนรักแล้วรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกเนอะ... ว่ามั้ยเพื่อนยาก?”
“อืม... เห็นพวกเขามีความสุขแบบนี้แล้วก็พลอยรู้สึกดีไปด้วยนะ...”
“งั้นนายสนใจมาเป็นคนรักของชั้นมั้ยล่ะ จุ้บๆ~♥”
[ พล่อก!!! ]
[ แง่บ... ]
หมัดตรงของ อีริค พุ่งเข้าใส่ใบหน้าของ รอน โดยไม่ให้ตั้งตัวก่อนที่อีกฝ่ายจะติดตาม เรย์ และ เซลิน่า เข้าไปในโลกแห่งความฝันด้วยแรงหมัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...
“ล้อเล่นอยู่ได้... ต้องให้ย้ำอีกกี่รอบว่าชั้นเป็นผู้ชายวะหา...”
“แง่กๆๆๆๆ...”
ร่างของ รอน ยังคงดิ้นไปมาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เสียงกรนเบาๆจะดังขึ้นมาจากเพื่อนจอมลามกในขณะที่ อีริค เองก็เริ่มหลับตาลงอย่างเชื่องช้าและตามเพื่อนๆของตนเข้าสู่โลกแห่งความฝันในเวลาไม่นาน...
[ ครึ่กๆๆๆๆ... ]
[ ย่าห์... ย่าห์!!! ]
[ ฮี้ยยยย์~!!! ]
เสียงควบม้าของ ซิลเบอร์ ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนที่รถม้าของเจะพุ่งทะยานออกจากอาณาเขตของดินแดนเซอร์ดินเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่หุบเขากอกอสอย่างรวดเร็ว...
Ep.35 หุบเขากอกอส Part II
Coming Soon…

#1 By $hadow (223.207.17.158) on 2011-05-14 19:16