Ep.35 หุบเขากอกอส Part II
posted on 16 May 2011 14:06 by mayz-maiz in EpisodeEp.35 หุบเขากอกอส Part II
# Gorgos Dungeon… หุบเขากอกอส
( 2 วันต่อมาหลังจากเหตุการณ์ที่ถนนสายที่ 69)
รุ่งอรุณมาเยือนหุบเขาแห่งนี้ตามปกติเหมือนที่เคยเป็นในทุกๆวัน แต่สำหรับผู้มาเยือนจากต่างถิ่นแล้วที่นี่ยังดูเหมือนเป็นช่วงเวลาของยามราตรี เนื่องจากฝุ่นควันที่คละคลุ้งไปทั่วท้องนภา...
[ ครืนนน... ]
เสียงพื้นดินสั่นสะเทือนและเปลวควันสีดำที่พวยพุ่งออกมาจากยอดเขานั้นทำให้สีหน้าของสมาชิกทีม SGC ที่พักอยู่บริเวณเชิงเขาดูไม่สู้ดีนัก... เพราะพวกเขาไม่อาจรู้ได้ว่าจะเกิดการระเบิดขึ้นของตัวภูเขาเมื่อใด และหากเกิดการระเบิดขึ้นจริงพวกเขาจะหนีพ้นไหม..?
[ ควับๆๆ... วูบๆ... ]
[ แซ่กๆ... กึก!!! ]
ฝ่าเท้าก้าวย่างไปบนหินกรวดของพื้นที่แถวเทือกเขาสูง ในขณะที่เรือนร่างบางของ เซลิน่า กำลังเคลื่อนไหวไปมาอย่างมีจังหวะและลื่นไหลท่ามกลางสายตาของ เรย์ ซึ่งเฝ้าดูเธอด้วยรอยยิ้มอยู่ใกล้ๆ
.....
นับจากเหตุการณ์ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของ เรย์ และ เซลิน่าแน่นแฟ้นขึ้นที่ถนนสายที่ 69 แล้ว... ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่รักกันอย่างเปิดเผยท่ามกลางสายตาอันร้องแรงซึ่งเต็มไปด้วยความอิจฉาของ รอน และการร่วมแสดงความยินดีของ อีริค และ ซิลเบอร์ ซึ่งอวยพรให้พวกเขารักกันไปนานๆตราบเท่าชีวิตจะหาไม่...
ทว่าหลังจากวันนั้นเป็นต้นมาในทุกๆคืน เรย์ จะถูกไล่ออกมาจากกระโจมพักของบรรดาท่านชายและถูกสั่งให้ไปนอนร่วมกับ เซลิน่า กันสองต่อสองโดยให้เหตุผลว่า ทั้งคู่เป็นคู่รักกันอย่างเปิดเผยแล้วดังนั้นการที่คนรักกันจะหลับนอนร่วมกันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร? และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือเต็นท์นอนของพวกเขาไม่ได้มีขนาดใหญ่อะไรมากมายนักดังนั้นการพักร่วมกันถึง 4 คนมันออกจะอึดอัดมากไปสักหน่อย เรย์ จึงต้องแยกไปนอนกับ เซลิน่า ตามคำขอของเพื่อนๆทั้ง 3 อย่างเลี่ยงไม่ได้...
ทว่าเมื่อชายหนุ่มโผล่หน้าเข้าไปในเต็นท์ของ เซลิน่า ในตอนแรก... เด็กสาวเข้าใจผิดว่า เรย์ ตั้งใจจะรุกเข้าหาเธอและขอทำอะไรบางอย่างแบบเดียวกับที่พวกเขาทำลงไปที่ริมแม่น้ำเมื่อวันก่อนทำให้ใบหน้าของเด็กสาวขึ้นสีแดงจัดพลางเอ่ยปากว่าตนเองรู้สึกดีใจและรัก เรย์ มาก ถึงยอมให้เขาทำเช่นนั้นได้แต่เขาควรจะให้เวลาเธอทำใจสักเล็กน้อยหรือบอกกล่าวกันก่อน ทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มพลอยขึ้นสีจัดไปด้วยกันก่อนที่เขาจะอธิบายให้ เซลิน่า ฟังว่าเขาไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นและบอกเหตุผลที่เขามาปรากฏตัวที่นี่ให้เธอฟัง...
เมื่อเด็กสาวได้ฟังเหตุผลแล้วเธอจึงเข้าใจถึงความจำเป็นที่ชายหนุ่มต้องเข้ามาหาเธอถึงที่นี่ได้ในที่สุด ทว่าเด็กสาวยังคงหวาดระแวงอยู่เล็กน้อยว่าเวลานอนชายหนุ่มจะเกิดอารมณ์อย่างว่าขึ้นมาหรือไม่เมื่อเห็นใบหน้าน่ารักยามหลับของเธอ เรย์ จึงให้คำมั่นด้วยเกียรติของสุภาพบุรุษกับ เซลิน่า ว่าหากเขาล่วงเกินเธอมากเกินความจำเป็นหรือทำอะไรที่เธอไม่พอใจหรือเอ่ยปากห้ามแล้วละก็ เขาจะอัปเปหิตัวเองออกไปจากเต็นท์ไปนอนตากยุงข้างนอกในทันที ทำให้เด็กสาวยินยอมให้ชายหนุ่มนอนร่วมกับตนได้ในที่สุด...
หลังจากนั้นเด็กสาวจึงรู้ว่า เรย์ เป็นคนที่รักษาคำพูดของตนเองได้ดีมาก... เพราะนอกจากการโอบกอดเธอเบาๆกับลูบไล้เรือนผมและแผ่นหลังของเธอแล้วชายหนุ่มก็ไม่ได้แตะต้องส่วนใดส่วนอื่นของเธอมากเกินความจำเป็นหรือสถานที่ๆเธอแสดงท่าทีไม่ค่อยชอบเลยแม้แต่น้อย...
ยามรุ่งอรุณมาถึง เรย์ ซึ่งตั้งใจจะลุกออกไปฝึกภาคเช้ากลับพบว่า เซลิน่า กำลังลืมตาและเผยรอยยิ้มน่ารักอยู่ในอ้อมกอดของเขาอยู่ก่อนแล้ว เพราะเธอตื่นนอนขึ้นมาและพบว่าชายหนุ่มยังคงนอนหลับอยู่ เธอจึงจ้องมองใบหน้ายามหลับของเขาอย่างมีความสุขและรอจนเขาตื่นขึ้นมา... ชายหนุ่มจึงอดไม่ได้ที่จะจุมพิตลงบนหน้าผากบางของเด็กสาวตัวน้อยเพื่อตอบแทนรอยยิ้มเล็กๆนั้นพลางจำเอาไว้ในหัวว่า เซลิน่า ตื่นเช้ายิ่งกว่าเขาเสียอีก...
หลังจากตื่นนอนและล้างหน้าแปรงฟันด้วยกระติกน้ำที่พกติดตัวอยู่แล้ว เรย์ ก็จะแยกออกไปเพื่อฝึกภาคเช้าไกลจากบริเวณเต็นท์ที่พักพอสมควรเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเพื่อนๆอีก 3 คนที่กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่โดยมี เซลิน่า เดินถือผ้าขนหนูไปชมการฝึกของเขาอยู่ใกล้ๆ เพื่อที่เธอจะได้ใช้ผ้านั้นซับหยาดเหงื่อของชายหนุ่มหลังจากที่เขาฝึกเสร็จ
เด็กสาวที่เฝ้าดูเรือนร่างสางเคลื่อนไหวอย่างลื่นไหลและต่อเนื่องนั้นพลันเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าการฝึกแบบนี้มีประโยชน์อย่างไร? เรย์ จึงบอกกับเด็กสาวไปว่านอกจากการฝึกแบบนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายแล้วยังช่วยให้สุขภาพดีอีกด้วย และการเคลื่อนไหวเหล่านี้ก็สามารถนำไปใช้ในการต่อสู้จริงๆเพื่อหลบหลีกหรือซัดอาวุธเข้าจู่โจมได้อีกด้วย และจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากเราจินตนาการว่ามีศัตรูจู่โจมเข้าใส่ตนเพื่อคิดค้นหาวิธีหลบหลีกแบบใหม่ๆอยู่เสมอๆอยู่เรื่อยๆ...
เซลิน่า เกิดความสนใจในการฝึกแบบนี้ขึ้นมาและขอให้ชายหนุ่มช่วยฝึกให้กับตนเองด้วยทำให้ชายหนุ่มยินดีที่จะช่วยฝึกให้และสอนให้ เซลิน่า ขยับร่างกายตามแบบที่ตนทำ ส่งผลให้ตามเรือนร่างของทั้งคู่มีเม็ดเหงื่อเกาะพราวระยับไปทั่วทั้งร่างเมื่อพวกเขากลับไปที่เต็นท์ ทำให้เพื่อนๆทั้ง 3 อดหัวเราะออกมาท่ามกลางอาการงุนงงของทั้งคู่เพราะเพื่อนๆต่างคิดว่าพวกเขาเพิ่งจะผ่านเวทีรักกันมาอย่างไงอย่างนั้น
จากนั้นเป็นต้นมาทุกครั้งที่มีเวลาว่าง เซลิน่า ก็มักจะรบเร้าให้ เรย์ ช่วยฝึกท่วงท่าและการเคลื่อนไหวให้กับเธออยู่เสมอๆท่ามกลางสายตานิ่งเฉยของ ซิลเบอร์ ที่เป็นถึงครูฝึกทหารในกองทหารหลวงแห่ง เซอร์ดิน แต่เด็กสาวกลับเลือกให้ เรย์ เป็นครูฝึกของเธอแทน ทำให้เขาแผ่บรรยากาศมืดมนออกมาเป็นระยะๆภายใต้สีหน้านิ่งเรียบจน รอน และ อีริค ต้องช่วยกันปลอบเขาเป็นการใหญ่...
.....
[ ตึก... ตึกๆๆ... ตึง!!! ]
[ แฮ่กๆๆ... ]
หลังจากที่ เซลิน่า และ เรย์ เสร็จการฝึกช่วงเช้าของพวกตนแล้วทั้งคู่จึงผลัดกันซับเหงื่อให้กับอีกฝ่ายอย่างรักใคร่และหัวเราะให้กันและกันอย่างมีความสุขอยู่พักหนึ่งก่อนที่เด็กสาวจะรับหน้าที่เข้าไปปลุกสมาชิกคนอื่นๆในขณะที่ชายหนุ่มจัดเตรียมอาหารเช้าให้กับสมาชิกคนอื่นๆอย่างรวดเร็ว
[ เปรี๊ยะๆ... ]
นกในป่าที่ชายหนุ่มจับได้ในช่วงเช้านั้นถูกถอนขนและควักเครื่องในออกอย่างคล่องแคล่วก่อนที่นกทั้งหมดจะถูกเสียบไม้และปักเอาไว้ข้างๆกองไฟเพื่อย่างให้สุกพร้อมรับประทาน...
[ เปรี๊ยะๆๆๆ... ฉ่าาา... ]
หนังบางกรอบ เนื้อนุ่มสดสีเหลืองทองมีน้ำหวานไหลเยิ้มออกมาเป็นระยะๆ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆลอยโชยไปตามสายลมและปลุกทุกๆคนขึ้นมาด้วยความหิวโหย ก่อนที่เงาร่างสายหนึ่งจะพุ่งออกมานั่งอยู่ริมกองไฟอย่างรวดเร็ว
[ เฟี้ยว... เอี๊ยดดด~!!! ]
[ หอมมม~♥ ]
รอน ลากเสียงยาวในขณะที่น้ำลายภายในปากไหลเยิ้มออกมาด้วยความโหยหิว ในขณะที่ร่างของ อีริค และ ซิลเบอร์ ค่อยๆตามออกมานั่งรอบๆกองไฟพร้อมทั้งล้างหน้าแปรงฟันของพวกตนอย่างเรียบร้อยก่อนที่ทุกๆคนจะนั่งลงพลางจ้องมองดูนกย่างทั้งหลายที่กำลังส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งบริเวณ...
“ผมว่าน่าจะสุกดีแล้วละครับ เชิญรับประทานได้ตามสบายเลยครับ”
[ ไชโยยย~* ]
[ ทานละนะ(คะ)♥ ]
[ หมับๆๆๆ... ]
นกย่างเสียบไม้ทั้งหลายถูกคว้าไปถือเอาไว้อย่างรวดเร็วก่อนที่ รอน จะลงมือกัดลงบนเนื้อย่างนั้นก่อนใคร...
[ กร้วม... หยับๆๆ... ]
[ ร้อน~!!! แต่หย่อยยย~!!! ]
เสียงตะโกนของชายหนุ่มดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณโดยไม่สนสายตาของสมาชิกรอบๆ ก่อนที่เนื้อในมือจะถูกฉีกแทะอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดไม้ในเวลาไม่นาน ทว่า...
[ ฮู่วๆ... ฟู่ๆ... ]
เซลิน่า ไม่สามารถทานเนื้อย่างนั้นในทันทีได้เหมือนกับคนอื่นๆ เนื่องจากเธอเป็นผู้ใช้มนตราเยือกแข็งทำให้ร่างกายของเธอไม่อาจทนต่อของร้อนๆได้มากเท่าคนปกติทำให้กิ่งไม้ในมือของเธอถูกใครบางคนแย่งไปโดยไม่ให้ตั้งตัว
[ อ๊ะ... ]
เด็กสาวอุทานออกมาเล็กน้อยและหันไปมองเจ้าของมือนั้นพร้อมเตรียมตัวโวยวายเพราะเธอคิดว่า รอน คงแย่งอาหารของเธอไปเพื่อแกล้งเธอเหมือนที่เคยทำอยู่เป็นประจำทว่าเจ้าของมือนั้นกลับกลายเป็น เรย์ เสียนี่ ทำให้เด็กสาวต้องชะงักปากของตนเอาไว้พลางมองดูว่าชายหนุ่มจะทำอะไรกันแน่?
[ กึก... ฟู่ๆๆ... ]
เนื้อในมือของชายหนุ่มถูกฉีกออกเป็นชิ้นเล็กๆก่อนที่เขาจะลงมือเป่าชิ้นเนื้อนั้นอยู่พักหนึ่ง และหันกลับมายิ้มและนำชิ้นเนื้อนั้นมาจออยู่ที่ริมฝีปากบางของเด็กสาวอย่างรวดเร็ว
“เซลิน่าครับ... อ้ามมม~...”
“อะ... เอ่อ...”
ใบหน้าของ เซลิน่า ขึ้นสีระเรื่อในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆเริ่มมองเหตุการณ์นั้นด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ทำให้เด็กสาวตัดสินใจอ้าปากให้ชายหนุ่มป้อนชิ้นเนื้อนั้นให้ตนอย่างเขินอาย
[ อ้ำ... หงุบๆๆ... ]
เด็กสาวค่อยๆบรรจงเคี้ยวชิ้นเนื้อภายในปากอย่างเชื่องช้าเพื่อลิ้มรสมันให้นานที่สุด ก่อนที่เสียงของ เรย์ จะถามเธอว่า
“อร่อยไหมครับ?”
“... ค่ะ...”
ใบหน้าของเด็กสาวเริ่มขึ้นสีจัดก่อนที่เธอจะแอบคิดอยู่ภายในใจว่า เนื้อชิ้นนี้ไม่ได้แค่อร่อยหรอก... แต่มันเป็นอาหารที่เธอกินแล้วมีความสุขที่สุดเท่าที่เธอเคยกินมาเลยต่างหากล่ะ!!!
“วู้ววว~* สาวน้อยของเราหน้าแดงใหญ่แล้ว... คิดอะไรอยู่เหรอจ้ะ?”
“อะ... คือว่า... หนู...”
น้ำเสียงของเด็กสาวเอ่ยขึ้นมาอย่างตะกุกตะกักในทันทีที่ รอน ถามขึ้นมาโดยไม่ให้เธอตั้งตัวจากอีกด้านหนึ่งของกองไฟในขณะที่ อีริค และ ซิลเบอร์ เอ่ยเสริมขึ้นมาว่า
“คุณหนูก็ต้องมีความสุขอยู่แล้วละ...”
“มีคนรักป้อนให้ทั้งที... จะไม่อร่อยได้ยังไงละเนอะ?”
[ ฮะๆๆๆๆ... ]
ทั้ง 3 ต่างแผดเสียงหัวเราะอยู่พักหนึ่งในขณะที่เด็กสาวรีบอิงแอบใบหน้าของตนอยู่เบื้องหลังร่างของ เรย์ พลางตะโกนใส่พวกเขาอย่างเขินอายออกมาว่า
“พวกพี่ๆบ้าที่สุดเลย!!!”
“ฮะๆๆๆๆ~*”
เสียงหัวเราะยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่ เรย์ ค่อยๆโอบกอดร่างบางของเธอมาซุกอยู่กับแผงอกของตนพลางขอให้เพื่อนๆเลิกแกล้งเธอเสียที พลางป้อนชิ้นเนื้อให้เด็กสาวที่ยังคงเขินอายต่อไปอย่างเชื่องช้าและมีความสุข ทำให้สมาชิกคนอื่นๆรีบกลับไปกินเนื้อย่างของตนเพราะถ้าไม่รีบละก็เนื้อย่างที่เหลือจะพลอยไหม้ไปเสียก่อน...
.....
หลังจากการทานอาหารเช้าเสร็จสิ้นทีม SGC จึงรีบเก็บข้าวของๆพวกตนขึ้นรถม้าและเริ่มต้นออกเดินทางลัดเลาะขึ้นไปตามหุบเขาโดยมีเป้าหมายอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูล ดาคิลลี่ ที่ตั้งอยู่สูงขึ้นไปในภูเขาเล็กน้อยซึ่ง เซลิน่า ได้บอกกับพวกเขาว่าที่นี่เคยถูกใช้เป็นศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์ กอกอส ในสมัยที่พวกมันเกือบจะสูญพันธุ์ซึ่งเป็นเรื่องสมัยที่พ่อกับแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นถ้าจะเริ่มต้นปักหลักหาตนในหุบเขาแล้วละก็การเริ่มต้นหาและใช้ที่นั่นเป็นศูนย์กลางจึงเป็นเรื่องที่สมควรทำเป็นอันดับแรก...
[ ครึ่กๆๆๆ... ]
[ กุบกับๆๆ... ]
รถม้าสีน้ำตาลเข้มค่อยๆเคลื่อนผ่านช่องเขาที่เต็มไปด้วยก้อนกรวดขึ้นไปอย่างเชื่องช้า ก่อนที่ตัวบ้านสีม่วงอ่อนขนาดใหญ่ซึ่งตกแต่งเอาไว้อย่างน่ารักน่าชังจะปรากฏแก่สายตาของพวกเขาในเวลาต่อมา
[ ยู้ดดด... ]
[ ฮี้ยยย์... กึก... ]
สิ้นเสียงสั่งของ ซิลเบอร์ ตัวรถม้าจึงหยุดจอดอยู่หน้าตัวบ้านอย่างเชื่องช้าก่อนที่สมาชิกทีม SGC จะค่อยๆทยอยเดินลงมาจากตัวรถเพื่อสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างรวดเร็ว
[ สวบๆๆ... ]
[ กึกๆ... ]
บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดและมีเพียงเสียงครางของภูเขาเท่านั้น ราวกับว่าที่นี่ถูกปล่อยให้ทิ้งร้างมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว ทำให้พวกเขารู้สึกโล่งใจไปได้ในระดับหนึ่ง...
“ดูเหมือนที่นี่จะปลอดภัยนะครับ...”
“ก็... น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ?”
เรย์ และ อีริค ซึ่งเดินสำรวจรอบๆบริเวณบ้านเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบพลางมองสอดส่องไปมาอีกครั้งจนแน่ใจว่าบริเวณนี้ปลอดภัยแล้วพวกเขาจึงเดินกลับมารวมกันที่รถม้าในเวลาต่อมา
“ไม่มีร่องรอยของศัตรูเล้ย~!!!”
“ปลอดภัย...”
ทางด้านของ รอน และ ซิลเบอร์ ซึ่งเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบได้เดินกลับมารวมกับทุกคนพลางบอกว่าบริเวณโดยรอบปลอดภัยเช่นกัน ทำให้ทุกๆคนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนที่เด็กสาวจะคว้าข้อมือของ เรย์ ขึ้นมาพลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า
“พี่เรย์คะ... หนูมีที่ๆนึงที่อยากพาพี่ไปดูค่ะ!!!”
“ครับ...?”
[ หมับ!!! ]
[ อะ... ]
เด็กสาวพยายามดึงให้ชายหนุ่มก้าวตามตนไปอย่างร้อนรนเพราะเธออยากพา เรย์ ไปยังสถานที่แห่งนั้นอย่างมาก ในขณะที่ชายหนุ่มหันกลับมามองสมาชิกในกลุ่มของตนเพื่อขอความเห็น
“ไปเถอะ... เดี๋ยวพวกเราจะสำรวจที่นี่ต่อเอง”
“ฝากดูแลคุณหนูด้วยนะครับ...”
“ครวญครางกันให้เต็มที่!!! พวกเราไม่ตามไปแอบดูแน่นอน!!!”
[ ….. ]
[ ผัวะ!!! / พล่อก!!! ]
[ เงิบบบ~!!! ]
หมัดและข้อศอกของ อีริค และ ซิลเบอร์พุ่งเข้าจู่โจมหน้าท้องและใบหน้าของ รอน อย่างพร้อมเพรียงกันจนคนตัวดีลงไปนอนชักดิ้นชักงออยู่บนพื้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว... ก่อนที่ เรย์ จะบอกกับพวกเขาอีกครั้งหนึ่งว่า
“งั้น... ผมกับ เซลิน่า คงต้องขอตัวสักครู่นะครับ”
“อืมๆ ไปเถอะ...”
จากนั้น เรย์ และ เซลิน่า จึงเดินแยกขึ้นไปบนเขากันตามลำพังในขณะที่ อีริค และ ซิลเบอร์ ตั้งใจจะเดินเข้าไปสำรวจภายในตัวบ้านเป็นลำดับต่อไป
“ชั้นจะเข้าประตูหน้านายไปเข้าประตูหลังก็แล้วกันนะ ซิล...”
“ตกลงตามนั้น...”
[ สวบๆๆๆ... ]
ทั้ง 2 ต่างแยกย้ายกันเปิดประตูบ้านเข้าไปสำรวจอย่างรวดเร็วในขณะที่ร่างของ รอน ยังคงนอนนิ่งๆอยู่ข้างๆตัวรถ จนม้าทั้ง 2 เริ่มดมไปตามเรือนร่างของเขาอย่างเชื่องช้า...
[ ฟืดๆๆ... ]
[ แง่งๆๆ... ]
เสียงของชายหนุ่มครวญครางขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่ร่างของเขาจะผุดลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้าพลางเหม่อมองท้องฟ้าเบื้องบนด้วยแววตาเลื่อนลอย...
“ป่านนี้... ลูจัง จะเป็นยังไงบ้างนะ... กำลังเดินทางอยู่รึเปล่าหนอ...”
ชื่อของเด็กสาวตัวเล็กที่มีเรือนผมสีชมพูถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ก่อนที่ชายหนุ่มจะค่อยๆผุดลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าและรำพึงออกมาเบาๆว่า
“ได้แต่ภาวนาให้เธอสบายดีแล้วละนะ... เพราะเราสัญญากับเธอไว้แล้วว่าจะต้องกลับไปหาเธออย่างแน่นอน... เพราะว่า [สักวันหนึ่ง... โชคชะตาจะนำพาให้เราได้มาพบกันอีกอย่างแน่นอน ]… ใช่มั้ย?”
ลูเทเซีย... เด็กสาวตัวน้อยที่เขาเคยพบแม้เพียงครั้งเดียวแต่กลับทำให้หัวใจของเขาโหยหาถึงเธออยู่ตลอดเวลา ซึ่งออกเดินทางไปโดยไม่ได้บอกลาแก่เขาเอาไว้ทำให้ รอน ต้องคร่ำครวญหาเธออยู่ทุกค่ำวันภายในใจ แต่ภายนอกเขาต้องพยายามแสดงสีหน้าเบิกบานเพื่อปกปิดความรู้สึกของตนเอาไว้... เพราะหากใครรู้เข้าว่าเขาตกหลุมรักเด็ก 10 ขวบที่พบกันเพียงครั้งเดียวแล้วละก็ เขาคงไม่อาจสู้หน้าเพื่อนๆของเขาได้อีกเป็นแน่แท้...
“..... เฮอะๆๆ คิดมากไปก็ไม่ได้อะไร... ไปช่วยพวกนั้นสำรวจรอบๆดีกว่าแฮะ...”
[ สวบๆๆ... ]
ร่างของชายหนุ่มค่อยๆก้าวเดินเข้าไปใกล้ตัวบ้านและเปิดประตูเข้าไปเพื่อสำรวจภายในตัวบ้านพร้อมๆกับ อีริค และ ซิลเบอร์ ซึ่งเริ่มสำรวจอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว...
.....
[ สวบๆๆๆ... ]
[ แฮ่กๆๆ... ]
ร่างบางของเด็กสาวยังคงก้าวนำชายหนุ่มขึ้นไปบนเขาอย่างเชื่องช้าท่ามกลางเสียงหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า ทว่าเด็กสาวกลับปฏิเสธชายหนุ่มที่เสนอตัวอุ้มเธอขึ้นเขาไปโดยให้เหตุผลว่านี่ถือเป็นการฝึกอย่างหนึ่งทำให้ เรย์ ทำได้เพียงเดินตามเธอไปเงียบๆเท่านั้น...
[ กึก... ]
[ นี่มัน... ]
ภาพของทุ่งดอกไม้หลากสีปรากฏแก่สายตาของทั้งคู่ท่ามกลางรอยยิ้มของเด็กสาวและท่าทีตื่นตาตื่นใจของชายหนุ่ม ที่กำลังพยุงร่างของเด็กสาวที่ทรุดกายลงนั่งบนพื้นด้วยความเหนื่อยล้า...
“ที่นี่สวยมั้ยคะ พี่เรย์...?”
“ครับ...”
“... หนูดีใจที่พี่ชอบนะคะ...”
เซลิน่า เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มพลางซุกเข้าหาไออุ่นในอ้อมกอดของชายหนุ่มที่กำลังโอบกอดร่างของเธอเอาไว้อย่างอ่อนโยนพลางนึกถึงอดีตที่เธอเคยมาเที่ยวเล่นที่นี่พร้อมกับเพื่อนสาวของตน...
“แองจี้...”
เด็กสาวเอ่ยชื่อของเพื่อนสาวออกมาอย่างแผ่วเบา... ก่อนที่เสียงของใครบางคนจะดังขึ้นมาท่ามกลางทุ่งดอกไม้อันว่างเปล่าเบื้องหน้าว่า
“เรียกชั้นเหรอ... เซลิน่า...?”
[ …..!!! ]
ชายหนุ่มเอาร่างของตัวเองบังตัวของเด็กสาวเอาไว้ก่อนที่มวลอากาศเบื้องหน้าจะเริ่มบิดเบี้ยวขึ้นทีละน้อยก่อนที่หลุมมิติสีดำสนิทจะค่อยๆก่อนตัวขึ้นอย่างเชื่องช้าในขณะที่เรือนร่างเล็กๆในชุดกระโปรงสีดำจะก้าวเดินออกมาพร้อมๆกับแมวดำขนาดเล็กที่เกาะอยู่บนบ่าของเธอ...
“แองจี้!!!”
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ...”
เด็กสาวตะโกนเรียกชื่อเพื่อนรักของตนขึ้นมาในทันทีที่ร่างของอีกฝ่ายปรากฏออกมา ก่อนที่ แองเจลิน่า จะตอบรับเธอด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
[ แองจี้!!! ]
[ ตึกๆๆๆๆ!!! ]
“เดี๋ยวก่อนครับ เซลิน่า!!!”
ชายหนุ่มที่นึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายคือศัตรูตั้งใจจะห้าม เซลิน่า เอาไว้ทว่าเด็กสาวกลับโผเข้าหาเพื่อนของตนอย่างโหยหาก่อนที่ เรย์ จะทันได้ห้ามเธอเอาไว้ และ...
[ เพียะ!!! …ตุบ ]
[ เอ๊ะ...??? ]
[ เซลิน่า!!! ]
พัดสีดำขนาดเล็กภายในมือของ แองจี้ ถูกหวดเข้าใส่ใบหน้าของเด็กสาวจนเกิดเสียงดังขึ้นมาจน เรย์ ต้องรีบวิ่งเข้ามาดูอาการของ เซลิน่า ด้วยความเป็นห่วง
“เป็นอะไรรึเปล่าครับ เซลิน่า!?!”
“แองจี้... ทำไม...?”
เด็กสาวครางออกมาเสียงแผ่วในขณะที่แววตาของเธอค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองใบหน้าของเพื่อนสาวของเธอที่ตอนนี้กำลังฉายแววตาเยือกเย็นออกมาพร้อมๆกับรอยยิ้มอันเยียบเย็น...
“เธออาจจะคิดว่าชั้นเป็นเพื่อนของเธอนะ... แต่ชั้นไม่เคยคิดว่าเธอเป็นเพื่อนเลยแม้แต่น้อย!!!”
“อะไรกัน...”
เซลิน่า รำพึงออกมาเสียงสั่นในขณะที่ แองเจลิน่า คลี่พัดของตนเองออกมาเพื่อบดบังรอยยิ้มอันชั่วร้ายของเธอพลางเอ่ยขึ้นพร้อมหัวเราะออกมาอย่างดังก้องว่า
“อีกเรื่องนึงที่เธอควรรู้เอาไว้ก่อนตายก็คือ... คนที่ควบคุมเหล่า กอกอส ให้สังหารคณะวิจัยของพ่อแม่เธอก็คือชั้นคนนี้นี่แหละ!!! ฮะๆๆๆๆ!!!”
“โกหก...”
หยาดน้ำตาหลั่งรินออกมาอย่างเงียบเชียบท่ามกลางรอยยิ้มเย้ยหยั่นของ แองเจลิน่า ที่บรรจงมอบให้แก่ เซลิน่า ซึ่งบัดนี้กำลังหลั่งน้ำตาอยู่ในอ้อมกอดของ เรย์ ก่อนที่เธอจะกล่าวทิ้งท้ายออกมาว่า
“และ... เธอต้องตายอยู่ที่นี่แหละ เซลิน่า!!! จงออกมา กอกอส!!!”
[ วูบ... ]
เงาร่างสีดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือร่างของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้ เรย์ รีบโอบกอดร่างของ เซลิน่า เอาไว้แนบอกของตนและกระโดดหลบออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างขนาดยักษ์จะเหยียบลงบนพื้นที่พวกเขายืนอยู่เมื่อสักครู่จนเกิดเสียงดังสนั่น...
[ ตึงๆ... โครม!!! ]
[ นั่นมัน!?! ]
[ ก๊าซซซซซ~!!!!! ]
เกล็ดสีแดงชาด คมเขี้ยวอันคมกริบที่เรียงรายอยู่ในช่องปาก กรงเล็บขนาดใหญ่ที่สามารถฉีกกระชากเรือนร่างของมนุษย์ออกอย่างง่ายดาย... มังกรเพลิง กอกอส...
[ ฮู่มมมม!!! ]
เสียงคำรามดังก้องไปทั่วบริเวณก่อนที่ฝุ่นควันรอบๆจะเริ่มจางลงอย่างเชื่องช้า ทำให้ชายหนุ่มสามารถสังเกตรูปพรรณสัณฐานของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน... ขนาดตัวของมันสูงราวๆ 3 เมตร ยืนด้วยขา 2 ข้าง ขาหน้าทั้งสองมีลักษณะคล้ายเม็ดพริกที่มีการงอเล็กน้อยตรงปลายแหลม แววตาสีเหลืองสะท้อนแสงนั้นช่างเหมือนกับสีของปีกโปรงแสงทั้ง 4 ที่ดูเหมือนแมลงปอนั้นเสียนี่กระไร
หากคาดคะเนด้วยสายตาแล้วละก็ เรย์ คิดว่าเขาคงพอจะต่อกรกับมังกรไฟเหล่านี้ได้ด้วยตนเองเพราะเขาเคยมีประสบการณ์แบนี้มาก่อนสมัยที่เขายังคงใช้ชีวิตอยู่ที่ ดีไวน์เนอร์ บ้านเกิดของเขา ทว่าศัตรูที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขานั้นมีจำนวนถึง 3 ตัวด้วยกันทำให้ชายหนุ่มหวั่นวิตกว่าตัวเขาเพียงลำพังจะสามารถปกป้อง เซลิน่า ที่กำลังหวั่นไหวเพราะเรื่องสะเทือนใจที่ แองเจลิน่า บอกกับเธอเมื่อสักครู่นี้ได้หรือไม่...
.....
[ กึกๆๆๆ... ]
เสียงก้าวเดินบนพื้นไม้ภายในตัวบ้านพักสีม่วงอ่อนดังขึ้นอย่างแผ่วเบาก่อนที่ร่างของ อีริค จะก้าวเดินลงมายังตัวบ้านชั้นสองซึ่ง ซิลเบอร์ กำลังยืนรอเขาอยู่ที่นั่น...
“ด้านบนไม่มีใครเลย”
“อืม... ที่นี่ก็เหมือนกัน”
ทั้งสองตรวจดูตัวบ้านดูจนทั่วทุกที่และลงความเห็นว่าที่นี่ไม่ได้ถูกใช้งานมานานพอสมควรแล้ว ก่อนที่พวกเขาจะตั้งท่าจะเดินกลับลงไปชั้นล่างและถูกขัดด้วยน้ำเสียงของใครบางคน
“บู่ววว... พวกนายสอบตกนะเพื่อน...”
[ …..??? ]
ทั้งคู่ต่างหันกลับไปมองทางต้นเสียงและพบร่างของ รอน ซึ่งกำลังยืนกอดอกและพยายามเก็กท่าให้ตัวเองดูไว้มาดและสุขุมถึงที่สุดท่ามกลางสายตางุนงงของเพื่อนๆทั้งสอง
“นายหมายความว่ายังไง รอน?”
“หรือ... คุณจะบอกว่าที่นี่เคยถูกใช้งานเมื่อเร็วๆนี้มาก่อน?”
“ช่าย~!!! ชั้นกำลังจะบอกแบบนั้นละ~*”
“.....”
อีริค และ ซิลเบอร์ หันมามองหน้ากันอยู่พักหนึ่งก่อนที่ รอน จะอธิบายต่อไปด้วยน้ำเสียงเริงร่าว่า
“ประการแรก... พวกนายไม่ได้สังเกตเหรอว่าฝุ่นบนพื้นและที่ต่างๆมันดูบางผิดปกติน่ะ?”
“อ่านะ...”
ทั้งคู่รู้ดีว่าฝุ่นที่เกาะตามตัวบ้านนั้นดูบางผิดปกติ แต่ยังไงตัวบ้านก็ยังคงมีฝุ่นเกาะอยู่ทั่วทุกที่ ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าอาจเป็นเพราะที่นี่เป็นภูเขาสูงฝุ่นจึงไม่ค่อยสะสมก็เป็นได้... เพราะทั้งคู่เคยทำความสะอาดห้องเองที่ไหนเล่า!!! มีคนทำให้ตลอด!!!
“เรื่องฝุ่น... ถ้าใช้เวทมนตร์ละก็อาจจะทำให้ทั่วทั้งตัวบ้านมีฝุ่นเกาะอยู่ราวกับไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานานได้... แล้วประการต่อไปล่ะ?”
“ฮึๆๆๆ~*”
“.....”
ซิลเบอร์ สนับสนุนข้อสันนิษฐานของ รอน ก่อนที่คนตัวดีจะหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีท่ามกลางอารมณ์ของ อีริค ที่กำลังคุกรุ่นจนอยากจะหักคอคนบางคนที่อยู่แถวนี้...
“ประการต่อไป... ชั้นพบของสิ่งนี้ตกอยู่บนซอกพื้นภายในห้องนอนข้างบน...”
“พบ...?”
“นี่ไง~*”
[ วูบ... ]
เส้นผมสีเงินยาวถูกชูขึ้นกลางอากาศพร้อมๆกับเส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่มีความยาวใกล้เคียงกันท่ามกลางสายตาพินิจพิจารณาของ ซิลเบอร์ และสายตาตื่นตะลึงของ อีริค ที่ไม่คิดว่าเพื่อนจอมกะล่อนของตนจะมีความสามารถในการสังเกตถึงขั้นนี้
“เส้นผมพวกนี้ยังมีกลิ่นหอมของน้ำหอมติดอยู่เล็กน้อย... ดังนั้นเส้นผมนี้ต้องตกอยู่ที่นี่เมื่อไม่นานมานี้อย่างแน่นอนเลยทีเดียว~*”
“โอเค... แต่นั่นก็อาจเป็นเพราะกลิ่นของสมุนไพรหรือน้ำหอมขังบ้านหลังนี้ก็ได้นี่? ในห้องนอนชั้นบนนั่นก็มีน้ำหอมตั้งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งตั้งหลายขวดนี่?”
“นั่นสิ... อีริค พูดถูกนะ...”
“จุ๊ๆๆ...”
อีริค ค้านความคิดของ รอน โดยได้รับเสียงสนับสนุนจาก ซิลเบอร์ ทำให้ รอน ยิ้มแยกเขี้ยวออกมาพลางกระดิกนิ้วราวกับว่าตัวเองยังมีทีเด็ดอะไรที่เหนือขึ้นไปกว่านั้น...
“ประการสุดท้ายที่ชั้นจะบอกก็คือเรื่อง [ กลิ่น ]…”
[ กลิ่น!!?!? ]
[ ฮ่าๆๆๆๆ~* ]
ทั้งสองต่างอุทานออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันในขณะที่ รอน หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเนื่องจากเขารู้สึกพึงพอใจในสีหน้าตื่นตะลึงของเพื่อนๆทั้งสองของตนเป็นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะเริ่มอธิบายต่อไปว่า
“ตอนที่ชั้นตรวจเจอเส้นผมเมื่อสักครู่นี้ชั้นก็ลองดมกลิ่นน้ำหอมบนเส้นผมเทียบกับขวดน้ำหอมทุกชนิดในห้องนอนดูแล้ว... แต่ไม่มีขวดไหนที่กลิ่นตรงกันเลยแม้แต่ขวดเดียว แต่กลิ่นน้ำหอมชนิดนี้กลับติดอยู่บนเตียงนอน!!! แปลว่าเจ้าของกลิ่นต้องเป็นคนนอกที่เข้ามานอนที่นี่และไม่น่าจะไปจากที่นี่นานเกิน 2 วันเพราะกลิ่นมันยังไม่จางเลย!!!”
“.....!!!”
เมื่อ รอน อธิบายจบแล้ว ซิลเบอร์ จึงทำสีหน้าครุ่นคิดอย่างหนักเพื่อผูกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในขณะที่ อีริค อ้าปากค้างเพราะทึ่งในความสามารถของเพื่อนตรงหน้าที่วันๆเอาแต่ทำตัวบ้าบออยู่ตลอดเวลา...
ตามจริงแล้วตระกูลของ รอน เป็นตระกูลของนักล่าสมบัติที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเกาะ ซิลเวอร์แลนด์ ดังนั้นความสามารถในการค้นหาหรือสังเกตของเขาจึงจัดได้ว่าเข้าขั้นดีเลิศเลยทีเดียว ทว่าชายหนุ่มกลับชื่นชอบในเรือนร่างของอิสตรีและไม่ค่อยชอบหารเสี่ยงภัยโดยไม่จำเป็นมากนักทำให้เขาเอาแต่หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องอื่นๆจนความสามารถเหล่านี้ถูกบดบังจนมิด และน้อยครั้งนักที่เขาจะแสดงความสามารถเช่นนี้ออกมาให้ได้ชมกัน...
“ถ้าสิ่งที่นายพูดมาเป็นความจริงแล้วละก็...”
“แปลว่ามีคนมาอาศัยอยู่ที่นี่ในช่วงไม่กี่วันมานี้สินะ?”
“ถูกต้องนะคร้าบบบบ~!!!”
รอน ตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงราวกับภาคภูมิใจในชัยชนะที่เขามีเหนือเพื่อนทั้ง 2 ของตนเองได้พร้อมทั้งเผยสีหน้าพึงพอใจจนถึงที่สุดออกมา... ถึงเขาจะไม่รู้ว่าชนะเรื่องอะไรก็ตามที...
“ถ้าอย่างนั้น... พวก เรย์ ที่เดินทางขึ้นเขาไปก็คงได้รับอันตรายก็ได้...”
“งั้นพวกเรารีบไปตามคุณหนูกลับมากันเถอะครับ!!!”
“อืม!!!”
พวกเขารีบกลับหลังหันและเตรียมเดินลงไปยังชั้นล่างเพื่อออกตามหาเพื่อนๆทั้ง 2... ทว่าเหตุการณ์บางอย่างได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนพวกเขาไม่อาจตั้งตัวได้และถูกทำให้หยุดอยู่ที่นี่ เมื่อ...
[ เพล๊งๆๆ!! ]
[ โครมๆ!!! ]
[ เหวอ!?! ]
ก้อนหินรูปทรงประหลาดถูกระดมเขวี้ยงเข้ามาจากรอบทิศทางจนกระจกและตัวบ้านถูกก้อนหินเหล่านั้นกระแทกจนร้าวและแตกในเวลาไม่นาน ทำให้พวกเขาต้องรีบหมอบราบลงกับพื้นเพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ
“เราถูกโจมตี!?!”
“ถ้าก้อนหินพวกนี้ถูกเขวี้ยงโดยศัตรูจริงๆละก็... ศัตรูคงมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 20 คนเลยนะ...”
“ม่ายยยย~* ช้านยังไม่อยากต๊ายยยย~!!!”
“.....”
ท่าทีและน้ำเสียงของ รอน ที่แสร้งทำเป็นหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ทำให้ อีริค และ ซิลเบอร์ ต้องมานั่งพิจารณากันอีกรอบหนึ่งว่าตัวตนของเขาในตอนนี้กับตอนที่อธิบายถึงสิ่งที่เขาพบเจอเมื่อสักครู่นี้ แบบไหนกันแน่ที่เป็นตัวจริงของเขา...
[ เพล๊ง!!! ป๊อก... ]
[ ….. ]
[ ….. ]
ในขณะที่พวกเขากำลังจมอยู่กับห้วงความคิดของตนนั้นเอง ก้อนหินก้อนหนึ่งได้พุ่งทะลุกระจกเข้ามากระทบกับศีรษะของ รอน อย่างพอดิบพอดีทำให้เกิดความเงียบขึ้นมาครู่หนึ่ง และ...
“ว๊อยยยยย~!!! พ่องสอนให้ปาหินอัดบ้านคนอื่นรึยังไงวะหา~!!!”
“…..”
ชายหนุ่มตะโกนขึ้นมาอย่างเหลืออดและพุ่งทะยานตรงไปยังริมหน้าต่างอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมด่าศัตรูที่กำลังระดมปาก้อนหินเข้ามาอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสายตาของ อีริค และ ซิลเบอร์ ที่ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเพื่อนของตนจะเลือดร้อนได้ถึงขั้นนี้...
“พ่องมุงม่ายสอนมารยาทรึยังไงวะหา~!!! ปาก้อนหิน... อัด... ง่ะ!!!”
“...???”
[ กี้ๆๆ!!! ]
[ …..!!! ]
เสียงร้องอย่างตื่นตกใจที่ดังออกมาจากนอกตัวบ้านทำให้ อีริค และ ซิลเบอร์ ที่นอนราบอยู่กับตัวพื้นบ้านรีบวิ่งออกมาดูที่ริมหน้าต่างและมองเห็นตัวการของการปาหินที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้อย่างชัดเจน
“สัตว์อสูร!!!”
“(*) กอน ( Gon ) มังกรทารกนี่!?!”
((*) กอน ( Gon ) – คือมังกร กอกอส ที่ยังอยู่ในวัยทารกและเพิ่งฟักออกจากไข่มาลืมตาดูโลกได้ไม่นานนัก ขนาดตัวของพวกมันจะมีขนาดเท่าลูกฟุตบอลเล็กๆ และร่างกายท่อนล่างของพวกมันจะมีเปลือกไข่ห่อหุ้มอยู่คล้ายกับผ้าอ้อมของเด็ก เพราะนั่นคือหลักฐานว่าพวกมันยังไม่พ้นวัยทารกดีนั้นเอง... ระดับความอันตรายต่ำ เนื่องจากโจมตีได้เพียงการขบกัดเบาๆและกานปาเศษเปลือกไข่จู่โจมศัตรูเท่านั้น อีกทั้งยังเคลื่อนที่ได้โดยการบินเรี่ยไปกับตัวพื้นซึ่งสามารถตามจับตัวได้ง่ายอีกด้วย)
กอน หรือมังกรทารก จำนวนมากกำลังปิดล้อมบริเวณโดยรอบตัวบ้านเอาไว้จากทุกทิศทุกทางพลางระดมปาเปลือกไข่ของพวกมันซึ่งมีความคงทนมากกว่าหินปกติใส่ตัวบ้านจากรอบทิศในขณะที่ริมตัวบ้านกำลังมีการเคลื่อนไหวบางอย่างเช่นกัน...
“ซิลเบอร์~!!! รอบตัวบ้านก็มีตัวอะไรไม่รู้ล้อมอยู่ด้วยอ้ะ!!!”
“ตัวอะไรอีกวะนั่น!?!”
“มังกรวัยรุ่น (*2)กอกอน!?! ( Gorgon )”
((*2)กอกอน ( Gorgon ) – คือมังกร กอกอส ที่เติบโตขึ้นมาจาก กอน อีกขั้นหนึ่งซึ่งในระยะนี้ขนาดร่างกายของพวกมันจะไม่ต่างกับมนุษย์ปกติมากนักคือมีขนาดราวๆ 1.5 เมตร ซึ่งในระยะนี้พวกมันจะสามารถเคลื่อนที่ด้วยบินที่รวดเร็วขึ้นกว่าสมัยที่เป็น กอน แต่ก็ยังไม่สามารถบินไปมาบนฟ้าได้อยู่ดี... ระดับความอันตรายปานกลาง เนื่องจากในวัยนี้พวกมันสามารุพ่นไฟหรือสะบัดหางจู่โจมได้แล้ว...)
กอกอน จำนวนหนึ่งกำลังปิดล้อมอยู่ริมตัวบ้านในระยะประชิด ก่อนที่พวกมันจะสูดลมหายใจเข้าปอดและเริ่มลงมือจู่โจมใส่ตัวบ้านด้วยการ...
[ ฟู่ววว!! พรึ่บๆๆ... ]
[ เอ๊ยยยยย~!!?!? ]
เปลวไฟถูกพ่นออกจากปากของพวก กอกอน อย่างพร้อมเพรียงกัน ส่งผลให้พวก รอน ซึ่งเฝ้าดูอยู่จากชั้น 2 นั้นต้องแผดเสียงก้องด้วยความตื่นตกใจในทันทีเพราพวกเขากำลังจะกลายเป็นคนย่างแทนนกย่างที่พวกเขาทานไปในมือเช้าเสียแล้ว!!!
“อ๊ากกกกซ์~!!! ชั้นยังไม่อยากถูกย่างสดนะเฟ้ย~!!!”
“เลิกแหกปากได้แล้วไอ้บ้า!!!”
“เราต้องรีบออกไปเดี๋ยวนี้!!!”
“ป่านนี้บ้านชั้นล่างโดนเผาหมดละเฟ้ย!!!”
ทั้ง 3 ต่างตะโกนขึ้นมาอย่างร้อนรนในขณะที่ รอน มีท่าทีตื่นตกใจมากที่สุดเพราะเปลวไฟจากชั้นล่างกำลังลุกลามขึ้นมายังชั้นบนอย่างรวดเร็วท่ามกลางอารมณ์ของพวกเขาที่ร้อนแรงยิ่งกว่า
[ ตึงๆ!!! ]
[ อะ... ง่ะ!!! ]
[ ก๊าซซซซซ~!!! ]
มังกรเพลิงร่างยักษ์ตัวสูงกว่า 2 เมตรปรากฏกายขึ้นจากทั้ง 2 ฝั่งของตัวบ้านซึ่งสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากบริเวณชั้นสองซึ่งมีกระจกที่สามารถมองทะลุผ่านตัวบ้านทั้ง 2 ฝั่งได้อย่างชัดเจน
[ มังกรเพลิง (*3) กอกอส!!! ( Gorgos ) ]
((*3) กอกอส (Gorgos) – คือมังกรเพลิงในระยะโตเต็มวัยที่มีขนาดร่างกายสูงใหญ่ถึง 2 เมตร และสามารถเติบโตได้สูงสุดจนมีขนาดใหญ่กว่า 3 เมตร ซึ่งโดยปกติแล้วพวกมันมักจะไม่ปรากฏตัวให้มนุษย์พบเห็นมากนักและอาศัยอยู่แต่ภายในหุบเขา ทว่าผู้ใดที่พบเจอกับพวกมันและละก็ คนผู้นั้นก็ควรเตรียมใจกลายเป็นอาหารอันโอชะของพวกมันเสียด้วย... ระดับความอันตรายสูง เนื่องจากพวกมันสามารถพุ่งตัวได้อย่างว่องไว และยังสามารถพ่นไฟอันร้อนแรงแผดเผาศัตรูได้อีกด้วย)
ซิลเบอร์ อุทานออกมาอย่างร้อนรนก่อนที่นั่นจะเป็นประโยคสุดท้ายที่เขาจะได้พูดออกมาจากภายในตัวบ้าน เพราะ ณ บัดนี้มังกรทั้ง 2 ได้สูดอัดลมหายใจเข้าไปจนเต็มปอดและระเบิดเปลวเพลิงอันร้อนแรงแผดเผาตัวบ้านจนสิ้นซาก
[ ครืนนนน!!! ตูม!!! ]
เปลวไฟพุ่งเข้าไปภายในตัวบ้านจากทางกระจกทั้ง 2 ฝั่งอย่างรุนแรงจนเกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงก่อนที่บ้านพักของตระกูล ดาคิลลี่ จะถูกเปลวเพลิงแผดเผาและโหมกระหน่ำด้วยฝีมือของเหล่ามังกรที่กำลังรายล้อมอยู่รอบๆตัวบ้านพลางคำรามก้องเพื่อประกาศชัยชนะของพวกมัน...
[ ก๊าซซซซซซซ!!! ]
…..
[ เคร๊งๆๆ!!! เปรี้ยง!!! ]
[ ครืดดด... กึง!!! ]
[ แฮ่กๆ... ]
ใบดาบขนาดยักษ์หวดสะบัดเข้าตั้งรับการจู่โจมจากกรงเล็บและหางของเหล่ามังกรทั้ง 3 ที่ผลัดกันรุกและจู่โจมอย่างต่อเนื่องจนชายหนุ่มถูกซัดจนไถลไปกับพื้นในระหว่างการต่อสู้โยที่เขาต้องคอยระแวงว่า เซลิน่า ที่ชายหนุ่มอุ้มพาดอยู่บนบ่านั้นจะได้รับบาดเจ็บจากการจู่โจมของเขาหรือไม่...
“เซลิน่าครับ!!! ตั้งสติเอาไว้!!!”
“.....”
เด็กสาวยังคงมีแววตาที่เหม่อลอยเพราะยังทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี่ไม่ได้ อีกทั้งเสียงคำรามของเหล่า กอกอส ยิ่งตอกย้ำถึงเหตุการณ์ที่ร่างการของพ่อแม่ของเธอถูกเหล่ามังกรฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆอีกด้วย...
“ไม่นะ... ไม่นะ!!!”
“.....”
เด็กสาวเริ่มครวญครางด้วยร่างกายอันสั่นเทาในขณะที่ เรย์ ยังคงหลบหลีกการจู่โจมของเหล่ามังกรอย่างต่อเนื่องเพราะไม่อยากให้เด็กสาวพลอยได้รับบาดเจ็บไปด้วย
[ เคร๊งๆ!!! เปรี้ยง!!! ]
[ กรรรร์!!! ]
[ ตึงๆๆ... ]
กอกอส ตนหนึ่งซึ่งบุกเข้ามาพลางหวดกรงเล็บในมือจู่โจมใส่ เรย์ ถูกดาบในมือของชายหนุ่มปัดป้องออกไปและแทงดาบใส่อย่างต่อเนื่องจนร่างกายอันใหญ่โตของมันต้องก้าวถอยหลังจากแรงปะทะไปเล็กน้อยท่ามกลางสายตาไม่พอใจของ แองเจลิน่า ซึ่งเฝ้าดูอยู่จากวงนอก...
“ผู้ชายคนนั้น... เกะกะลูกตาจริงๆ...”
แองจี้ ที่วางแผนให้ เซลิน่า ถูกเหล่า กอกอส ฉีกกระชากร่างเพื่อกินเป็นอาหารอันโอชะเริ่มรู้สึกไม่พอใจที่เรื่องราวตรงหน้าไม่เป็นไปตามแผนที่เธอวางเอาไว้ เพราะความสามารถของ เรย์ นั้นมีสูงมากพอจะที่จะแบกร่างของเด็กสาวไปพลางต่อสู้ไปพลางโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ ทำให้ แองจี้ เริ่มคิดแผนจัดการกับ เรย์ ขึ้นมาภายในหัวก่อนที่เธอจะนึกแผนการขึ้นมาได้ในเวลาไม่นาน...
“จริงสิ... ใช้แบบนั้นก็ได้นี่นา... คิกๆๆ...”
รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางของเธอก่อนที่ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าจะดึงความสนใจของเธอไปอีกครั้งหนึ่ง...
[ Crash Swing!!! ]
[ วูบ... เปรี้ยง!!! ]
[ กรรร์!!! ตึง.. ตึง!!! ]
ร่างของ เรย์ หายไปจากจุดที่เขายืนอยู่และเข้าประชิดตัวร่างของ กอกอส อย่างรวดเร็วพลางหวดดาบขนาดยักษ์ในมือใส่แผงอกที่เต็มไปด้วยเกล็ดหนาของอีกฝ่ายจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทว่าร่างกายของเหล่า กอกอส ก็ไม่ได้รับบาดแผลมากนักเพราะเกล็ดที่ห่อหุ้มร่างกายนั้นมีความหนามากพอ พวกมันจึงแค่เซถอยหลังไปเล็กน้อยเพราะแรงกระแทกที่กิดจากตัวดาบเท่านั้น...
“ชิ... แบบนี้ท่าจะแย่นะครับ...”
ชายหนุ่มรำพึงออกมาพลางจ้องมองใบหน้าของ เซลิน่า ที่พาดอยู่บนไหล่ของเขาด้วยแววตาเป็นห่วง ในขณะที่เหล่า กอกอส เตรียมตัวบุกเข้าจู่โจมเขาอีกระลอกหนึ่ง...
“เห็นทีงานนี้จะแย่แฮะ... แต่ก็ไม่มีทางเลือกมากสินะ...”
[ กึก... ]
ชายหนุ่มบรรจงว่างร่างของ เซลิน่า ลงไปนอนอยู่กับพื้นอย่างนิ่มนวลก่อนที่เขาจะรีบผุดลุกขึ้นยืนเพื่อเข้าปะทะกับศัตรูอีกครั้งหนึ่งทว่า...
[ คิกๆๆ... ]
[ …..!!?!? ]
ใบหน้าของ แองเจลิน่า ปรากฏขึ้นในระยะประชิดจังหวะเดียวกับที่ เรย์ เพิ่งกลับหลังหันมาเผชิญหน้ากับเหล่า กอกอส ทำให้เขาไม่ทันตั้งรับและเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ขอหม่ำละนะค้า~♥”
“หรือว่า!!!”
[ Evil Kiss… ]
[ หมับ... จ๊วบ!!! ]
[ อื้อ... อื้อ!!! ]
วงแขนบองของเด็กสาวโอบกระชับรอบลำคอของ เรย์ อย่างรวดเร็วก่อนที่ริมฝีปากของชายหนุ่มจะถูกกระชากให้โน้มต่ำลงมาบดเบียดกับรีมฝีปากของเด็กสาวอย่างเร่าร้อนและรุนแรงท่ามกลางสายตาของเหล่า กอกอส ที่เฝ้าดูอยู่จากระยะไกลและสายตาของ เซลิน่า ที่เบิกตากว้างขึ้นเพราะตื่นตะลึงกับภาพที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้า...
[ งึกๆ.. ๆๆ... ]
ร่างของทั้งคู่ต่างสั่นสะท้านด้วยรสจูบอันหอมหวานของอีกฝ่ายซึ่ง แองจี้ รู้สึกได้จากรสสัมผัสนั้นว่ามันช่างอบอุ่นและอ่อนโยนแตกต่างจากรสสัมผัสใดๆที่เธอเคยพบเจอมาก่อน ทำให้เธอรู้สึกเคลิบเคลิ้มและดูดดุนลิ้นของชายหนุ่มอย่างต่อเนื่องพลางกอดรัดศีรษะของ เรย์ อย่างแนบแน่นและเร่าร้อนจนลิ้นของทั้งคู่แทบจะหลอมละลายกลายเป็นเนื้อเดียวกัน...
[ อือ... ฮ่าห์... ]
แองเจลิน่า ถอนริมฝีปากของตนออกมาอย่างเชื่องช้าพลางช้อนสายตาเว้าวอนขึ้นไปสบตากับแววตาอันอ่อนโยนของ เรย์ ที่กำลังจ้องมองเข้ามาในดวงตาของเธอเช่นกัน ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงและเร็วด้วยความรู้สึกแปลกๆบางอย่าง...
“คุณ...”
แองเจลิน่า ครางออกมาอย่างแผ่วเบาพลางลูบไล้ไปตามใบหน้าของ เรย์ อย่างเชื่องช้าในขณะที่เหตุการณ์บางอย่างที่อยู่นอกเหนือความคิดของเธอจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว...
[ เปรี้ยงงง!!! ]
[ กรี๊ดดดดด!?! ]
กำปั้นเรียวบางถูกหวดเข้าใส่พวงแก้มนวลของเธอโดยไม่ให้ตั้งตัวจนร่างในชุดกระโปรงสีดำของ แองเจลิน่า กลิ้งไถลไปกับพื้นด้วยความเจ็บปวดอยู่พักหนึ่งก่อนที่เธอจะสะบัดหน้าหันกลับมามองผู้ที่จู่โจมเธออย่างตื่นตะลึง...
“อย่ามา... แตะต้อง พี่เรย์ นะ!!! ถึงจะเป็นเธอชั้นก็ไม่ยกโทษให้หรอกนะ แองจี้!!!”
“เซลิน่า!!?!?”
แองเจลิน่า แทบไม่อยากเชื่อสายตาของเธอเอง... เพราะเธอคาดว่า เซลิน่า คงจะหัวใจแหลกสลายถ้าหากคนที่ปกป้องเธอจนถึงที่สุดอย่าง เรย์ ถูกแย่งชิงไปต่อหน้าต่อตา ทว่าน้ำเสียงเกรี้ยวกราดและการกระทำของเด็กสาวตัวน้อยตรงหน้าช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเธอคิดผิดเสียแล้ว...
[ หมับ... ]
ฝ่ามือหน้าของชายหนุ่มเกาะกุมไหล่บางของเด็กสาวเอาไว้ ก่อนที่น้ำเสียงอ่อนโยนของ เรย์ จะพูดขึ้นมาว่า
“ใจเย็นๆก่อนครับ เซลิน่า... ผมไม่เป็นอะไรหรอก...”
“พี่เรย์!!!”
“ไม่จริงน่า!!?!?”
เด็กสาวอุทานออกมาอย่างตื่นตะลึงพลางเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา เพราะเมื่อสักครู่นี้ชายหนุ่มรับ [ จูบแห่งมาร ] เข้าไปเต็มๆแล้วนี่นา... แล้วทำไมเขาถึงยังมีสติอยู่ได้ล่ะ!?!
“ทำไม... ทำไมนายถึงไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของ [ จูบแห่งมาร ] ล่ะ!?! ขนาด พี่ซิล ซึ่งเป็นถึงอัศวินที่เก่งกาจอันดับต้นๆของ เซอร์ดิน ยังไม่อาจหลุดพ้นจากการควบคุมได้เลยนะ!!!”
แองจี้ กรีดร้องด้วยความสงสัยในขณะที่ เรย์ เผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมาและตอบเธอกลับไปอย่างเชื่องช้าว่า
“เพราะผมได้ยินเรื่องเล่านี้จากปากของ ซิลเบอร์ ที่รอดชีวิตมาได้เลยเตรียมการป้องกันเอาไว้ก่อนด้วยการรวบรวมพลังเทพของผมเข้าไปไว้ในช่องปากเพื่อไม่ให้พลังเวทย์ของคุณส่งผ่านเข้าสู่โสตประสาทของผมน่ะสิครับ...”
“อะ... ไรนะ...? พี่ซิลเบอร์ ยังไม่ตายอย่างนั้นเหรอ!?!”
น้ำเสียงของ แองเจลิน่า แฝงเอาไว้ด้วยความตื่นตะลึงเมื่อทราบว่าชายที่เธอหวาดกลัวมากที่สุดยังไม่ตายและรอดชีวิตมาได้ ทำให้ร่างกายของเธอเริ่มสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและโกรธเกรี้ยว ก่อนที่ เรย์ จะกล่าวต่อไปว่า
“อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่ถูกควบคุม... อาจเป็นเพราะผมมีคนที่รักและอยากจะปกป้องอยู่ข้างๆผมแล้วก็เป็นได้นะครับ...”
“อะไรนะ!?!”
แองจี้ กรีดร้องออกมาอย่างแค้นเคือง ก่อนที่ชายหนุ่มจะโอบร่างของ เซลิน่า เข้ามาแนบชิดร่างของตนเพื่อบ่งบอกเป็นนัยว่าคนที่เขาพูดถึงก็คือ เซลิน่า นั่นเอง...
“กรอด... ทำไม... ทำไมถึงมีแต่คนรักเธอหา!!! เซลิน่า!!!”
“แองจี้!?!”
น้ำเสียงของเด็กสาวเต็มไปด้วยเพลิงแค้นอย่างรุนแรง ก่อนที่เธอจะเริ่มร่ายเวทมนตร์ของเธออย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า...
“ถ้ารักกันมากนักละก็... ตายๆไปพร้อมกันเลยก็แล้วกัน!!!”
[ ก๊าซซซซซซ!!! ]
เหล่า กอกอส ซึ่งยืนรออยู่เมื่อสักครู่นี้เห็นว่าการต่อสู้กำลังจะดำเนินต่อแล้ว พวกมันจึงคำรามก้องออกมาและพุ่งเข้าหา เรย์ และ เซลิน่าอย่างรวดเร็ว
“ผมจะปกป้องคุณเองครับ เซลิน่า... ช่วยร่ายมนตร์สนับสนุนผมด้วยนะครับ!!!”
“ค่ะ พี่เรย์!!!”
ชายหนุ่มก้าวออกมายืนขวางอยู่เบื้องหน้าเด็กสาว ก่อนที่ตัวดาบในมือจะถูกยกขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
[ ย๊ากกกกก!!! ]
[ โฮกกกกก!!! ]
ร่างสูงของชายหนุ่มพุ่งเข้าหาร่างยักษ์ของ กอกอส ทั้ง 3 อย่างรวดเร็วพลางกู่ร้องออกมาก่อนที่ตัวดาบและกรงเล็บจะเริ่มการปะทะกันจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งบริเวณ
[ เปรี้ยงงงง!!! ]
การต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...
Ep.36 หุบเขากอกอส Part III
Coming Soon…

#1 By HB_Fenghuang on 2011-05-16 14:10