Ep.36 หุบเขากอกอส Part III
posted on 19 May 2011 10:18 by mayz-maiz in EpisodeEp.36 หุบเขากอกอส Part III
# Gorgos Dungeon… หุบเขากอกอส
[ ครืนนนนน... ]
[ กรรรร์... ]
เปลวเพลิงโหมกระหน่ำบ้านพักสีม่วงหลังน้อยอยู่ภายในหุบเขาท่ามกลางร่างภายใต้เกล็ดสีแดงเพลิงของเหล่า กอน กอกอน และ กอกอส ที่กำลังครางต่ำๆและมองดูภาพเปลวเพลิงและกลุ่มควันที่กำลังลอยขึ้นไปบนฟากฟ้าด้วยความรู้สึกประหลาด... เพราะพวกมันสัมผัสถึงอันตรายบางอย่างได้จากภายในกองไฟนั้น...
[ เพล๊ง!!! / เปรี้ยง!!! / โครม!!! ]
[ รอด / แล้ว / โว้ย~!!! ]
บานกระจก กำแพงบ้าน และบานประตู ถูกพังออกมาแทบจะเป็นเวลาเดียวกันพร้อมทั้งเสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งของ ซิลเบอร์ อีริค และ รอน ซึ่งกระโจนหนีตายออกมาจากกองไฟจะดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน...
[ ตึง!!! ]
[ แกร๊ก... ]
“เฮ่อ... นึกว่าจะไม่รอดซะแล้วสิ...”
ซิลเบอร์ ซึ่งกระโจนหนีออกมาทางหน้าต่างชั้น 2 นั้นได้ร่วงหล่นลงมาบนพื้นด้วยท่วงท่าอันสง่างาม และกระชับกระบี่ในมือของตนเพื่อเตรียมพร้อมเอาคืนแก่ศัตรูที่ลอบจู่โจมพวกเขา...
[ ตึกๆๆๆ!!! ]
[ กริ๊ก... ]
“ทำแสบนักนะพวกแก... พวกชั้นไม่ใช่คนย่างนะโว้ย!!!”
อีริค ซึ่งเลือกหนีตายฝ่าเปลวไฟลงมาชั้นล่างได้ใช้ขาถีบบานประตูจนพังออกมาได้เป็นผลสำเร็จและถือกริชในมือพร้อมทั้งรีดเร้นพลังมืดภายในกายออกมาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้...
“พวกแกเตรียมตัวตายยยยย~!!!”
[ แผละ!!! ]
[ ….. ]
ทว่า... รอน ซึ่งพังกำแพงออกมาจากตัวบ้านชั้น 3 นั้นกลับร่อนลงพื้นผิดท่าไปเล็กน้อย ส่งผลให้ใบหน้าของเขาฝังอยู่ในพื้นดินและชี้ขาขึ้นฟ้าท่ามกลางสายตาประหลาดใจของเหล่า กอกอส ทุกเพศทุกวัย...
[ พรืด... ]
“จะ... เจ็บโว้ยยยย~!!!”
รอน สบถออกมาด้วยเสียงอันดังก้องพลางกู่ร้องขึ้นฟ้าด้วยความเจ็บปวด ในขณะที่เหล่า กอกอส ทั้งรุ่นใหญ่เล็ก จะพุ่งเข้าจู่โจมโดยไม่มีการร้องเตือนในทันที
[ โครมๆ!!! เปรี้ยง!!! ]
เศษเปลือกไข่ กรงเล็บ และหางเรียวบางจำนวนมากถูกหวดลงบนจุดที่ รอน ยังคงอยู่จนถึงเมื่อครู่ ทว่าบัดนี้ร่างของชายหนุ่มได้ลอยขึ้นไปบนฟ้าด้วยแรงกระโดดของตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“คิดลอบโจมตีเรอะ? เดี๋ยวจะเตะให้กลิ้งเลย!!!”
[ เฟี้ยว... หมับ!!! ]
[ กี๊ๆๆ!!! ]
เชือกเส้นยาวที่ถูกคาดเอาไว้ข้างเอวโบกสะบัดออกไปในอากาศอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างของ กอกอน ตัวหนึ่งจะถูกสายเชือกมัดเอาไว้อย่างเหนียวแน่นในขณะที่ รอน ออกแรงกระชากเชือกเส้นนั้นอย่างรุนแรงในทันทีที่ตัวเชือกถูกมัด
[ ย๊ากกกกก~!!! ]
[ โครมมม!!! ]
[ แอ้กกก~!!! ]
ฝ่าเท้าของ รอน แหวกฟ้ากลับลงมากระแทกกับหน้าท้องของ กอกอน ผู้โชคร้ายจนร่างของมันถูกอัดกระแทกลงกับพื้นกรวดจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนที่ร่างกายของมันจะนอนแน่นิ่งลิ้นตกห้อยอยู่ข้างปากและหมดสติไปทั้งอย่างนั้น...
“กี๊ซซซซ!!!”
เมื่อเห็นพี่น้องของตนถูกทำร้ายเหล่า กอกอส จึงกู่ร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งและเริ่มลงมือจู่โจมใส่ทั้ง 3 ในทันที
[ เปรี้ยงๆๆ!!! ]
[ ควับ... ]
ร่างของ อีริค ตีลังกาผ่านร่างของ กอกอน ตัวหนึ่งเพื่อหลบหางจำนวนมากที่ฟาดใส่ตนได้อย่างงดงาม ก่อนที่ร่างชองชายหนุ่มจะตีลังกาออกจากวงล้อมของศัตรูเพื่อตั้งหลักและร่ายเวทมนตร์ของตนเข้าจู่โจมในทันที
“มนตราสุ่มคำสาป!!!”
[ Random Curse!!! ]
[ เปรี้ยง!!! ]
[ กี๊ๆๆ~? ]
ก้อนคำสาปสีดำถูกยิ่งออกไปด้านหน้าอย่างเชื่องช้า ขณะที่ กอกอน ผู้โชคร้ายตัวหนึ่งจะรับก้อนพลังนั้นเข้าไปโดยตรงทำให้ตัวคำสาบเริ่มทำงานในทันที
[ เปรี๊ยะๆๆ... ]
[ กี๊ๆๆ!!! ]
เสียงร้องอย่างตื่นตกใจของ กอกอน ดังขึ้นอย่างตื่นตกใจในขณะที่ร่างกายของมันค่อยๆกลายเป็นหินไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งกลายเป็นรูปปั้นหินไปในท้ายที่สุด...
“กี๊ๆ!!!”
เหล่า กอน และ กอกอน ที่มุงอยู่รอบๆร่างของ อีริค ต่างแตกฮือหนีออกไปรอบทิศอย่างรวดเร็วเมื่อภาพพี่น้องของตนที่กลายเป็นหินหรากฎขึ้นต่อหน้าต่อตาของพวกมัน...
[ กี๊ซซซ!!! ]
เหล่า กอกอน บางส่วนที่หนีตายจาก อีริค มาได้บุกเข้าจู่โจมใส่ ซิลเบอร์ ซึ่งยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่แทนเพราะคาดว่าอีกฝ่ายคงไม่จู่โจมใส่พวกตน ทว่าชายหนุ่มก็รีบแสดงให้ดูในทันทีว่ากระบี่สีเงินของตนไม่ใช่แค่ของเอาไว้ประดับกายเฉยๆ
“เพลงดาบความไวเสียง!!!”
[ Frenzy Slash!!! ]
[ เปรี้ยง!!! ]
[ โครม... ]
เกล็ดสีแดงปลิวกระจายไปในอากาศก่อนที่ร่างของ กอกอน ที่พุ่งเข้าหา ซิลเบอร์ ล้มลงไปนอนสิ้นใจอยู่บนพื้นโดยไม่มีเสียงร้องใดๆเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินแม้แต่น้อย ท่ามกลางความเงียบสงัดที่เกิดขึ้นเพราะความตื่นกลัวของเหล่ามังกรรุ่นเล็กทั้งหลาย...
[ กี๊ซซซ~!!! กี๊ๆๆๆ!!! ]
[ พั่บๆๆๆๆ!!! ]
ปีกแมลงปอสีบางใสจำนวนมากของเหล่า กอน แลก กอกอน พัดสะบัดอย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างของพวกมันจะบินหนีหายไปรอบทิศทางจนเหลือเพียง กอกอส หรือมังกรที่โตเต็มวัยอยู่เพียง 2 ตัวเท่านั้น... เพราะพวกมันเองก็มีศักดิ์ศรีในฐานะของเผ่าพันธุ์นักสู้อยู่ในสายเลือด ดังนั้นความคิดที่จะหันหลังหนีศัตรูจึงไม่อยู่ภายในหัวของพวกมันเลยแม้แต่น้อย...
[ ก๊าซซซซซ!!! ]
[ ควับๆๆ... ]
คมเขี้ยวขาววับถูกขู่คำรามเข้าใส่ร่างของทั้ง 3 ในขณะที่อาวุธในมือของพวกเขาถูกควงเล่นเล็กน้อยก่อนที่พวกเขาจะตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า...
“เกล็ดของ กอกอส ยามเมื่อโตเต็มวัยจะมีความคงทนมาก... ต้องโจมตีด้วยความรุนแรงสูงมากพอสมควรถึงจะทำให้พวกมันบาดเจ็บได้นะ...”
“เข้าใจแล้ว!!!”
ซิลเบอร์ อธิบายถึงสรรพคุณของศัตรูในขณะที่ รอน และ อีริค ขานรับด้วยเสียงอันดังก้องเพราะความตื่นเต้นที่จะได้ต่อสู้กับเผ่าพันธุ์ชั้นสูงอย่างมังกรที่อยู่ตรงหน้าพวกตน ทว่าการจู่โจมที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจากด้านหลังของพวกเขาอย่างรวดเร็ว...
[ Float Shot!!! ]
[ ปัง!!! ]
[ …..!!?!? ]
เสียงปืนลูกซองดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขาจนไม่มีเวลามากพอจะหลบทำให้ทั้ง 3 ต้องกลับหลังหันไปพลางยกอาวุธในมือขึ้นป้องกันตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้
[ เคร๊งๆๆ... บรึมๆ!!! ]
[ อ๊ากกกก!!! ]
กระสุนบางส่วนถูกอาวุธของพวกเขาป้องกันเอาไว้ได้ ทว่ากระสุนส่วนใหญ่ก็พุ่งลงกับพื้นและระเบิดออกเป็นเปลวไฟขนาดย่อมแผดเผาร่างของพวกเขาอย่างรวดเร็ว
[ ฟุ่บๆๆ!!! ]
เมื่อตั้งตัวได้แล้ว รอน อีริค และ ซิลเบอร์ จึงกระโดดออกมาจากกองไฟในทันทีที่มีโอกาส ก่อนที่เสียงหัวเราะของหญิงสาวนางหนึ่งจะดังขั้นมาจากเนินสูงในบริเวณใกล้ๆ...
“ฮะๆๆๆๆ... ไงล่ะเจ้าพวกชั่วร้าย~* กระสุนปืนของชั้นเจ็บถึงใจมั้ยล่ะ~!!!”
“ใครน่ะ!?!”
“แน่จริงออกมาเด้!!!”
รอน และ อีริค ตะโกนขึ้นอย่างเดือดดาลก่อนที่ร่างของหญิงสาวนางหนึ่งจะปรากฏขึ้นโดยมีดวงตะวันสีจางซึ่งถูกบดบังด้วยฝุ่นควันเป็นฉากหลัง
“ชื่อของชั้นคือ ซาเกงาว่า มากิเนะ... คนที่จะมาจัดการกับพวกนายยังไงล่ะ!!!”
“อะไรนะ!?!”
รอน ตะโกนขึ้นมาอย่างไม่เชื่อหูตนเอง... เพราะในฐานะของนักล่าสมบัติแล้วพวกเธอจัดได้ว่าเป็นนักล่าอันดับต้นๆซึ่งมีชื่อเสียงไม่ด้อยไปกว่าตระกูลของเขาเลยแม้แต่น้อย...
“ครั้งแรกชั้นแค่ยิงเตือน... แต่ครั้งต่อไปไม่พลาดแน่!!!”
[ กริ๊ก… ]
[ …..!!?!? ]
อีริค และ รอน ต่างยกอาวุธของตนขึ้นเตรียมตั้งรับการโจมตีชุดต่อไป... ทว่าปืนในมือของหญิงสาวกลับชะงักค้างอยู่ในท่านั้นเมื่อร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากกลุ่มควันที่เกิดจากการเผาไหม้เมื่อสักครู่...
[ กึกๆๆ... ]
[ …..!!! ]
ร่างในชุดคลุมสีขาวพาดลายสีเงินที่ปรากฏชัดอยู่ในความทรงจำของหญิงสาวอยู่ทุกค่ำคืนค่อยๆปรากฏสู่สายตาของเธอ ขณะที่ริมฝีปากบางนั้นครางชื่อของชายหนุ่มออกมาโดยที่เธอไม่รู้ตัว
“นาย... ซิลเบอร์ ดราท...”
“ใช่แล้ว... ชั้นเองละ มากิเนะ...”
“.....!?!??”
รอน และ อีริค มองทั้งคู่สลับกันไปมาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ รอน จะทนไม่ไหวและถามออกมาอย่างร้อนรนว่า
“นายรู้จักเธอเหรอ ซิลเบอร์?”
“อืม...”
คำตอบของชายหนุ่มทำให้ รอน รู้สึกสับสนไปเล็กน้อยในขณะที่มังกรทั้ง 2 จะคำรามขึ้นมาเพื่อเตือนให้รู้ว่าพวกมันยังคงอยู่ตรงนั้นด้วย
[ ก๊าซซซซ!!! ]
“อะ... เกือบลืมพวกมันไปเลยนะเนี่ย...”
“จริงด้วย...”
“กรรรร์!!!”
เสียงขู่คำรามดังขึ้นมาอย่างแค้นเคืองเมื่อ รอน และ อีริค ตอกย้ำว่าพวกมันถูกลืมไปชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่ ซิลเบอร์ จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“ชั้นจะจัดการกับ มากิเนะ เอง... ฝากเรื่อง กอกอส ด้วยนะ...”
“..... หา!?!”
[ ฟุ่บๆๆ... ]
ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ปฏิเสธอะไรนั้นเอง ร่างของ ซิลเบอร์ ก็หายตัวไปพร้อมๆกับ มากิเนะ ซึ่งรีบวิ่งหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว... ทำให้ รอน และ อีริค ได้แต่มองหน้ากันและถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ...
“ไหงพวกเราถึงถูกทิ้งแบบนี้ได้ละเนี่ย...”
“ม่ายรู้ว~!!! รู้แค่ว่าเราไม่มีทางเลือกแล้วอะเพื่อน!!!”
“นั่นสินะ...”
ทั้งคู่ต่างเพ่งสมาธิไปยังมังกรทั้ง 2 ที่ยังคงยืนนิ่งและขู่คำรามในลำคออยู่เป็นระยะๆ ก่อนที่เงาร่างขนาดเล็กของ รอน และ อีริค จะเป็นฝ่ายเปิดฉากจู่โจมอีกฝ่ายก่อนเป็นอันดับแรก
[ เพียะๆ!!! เคร๊งงง!!! ]
…..
[ ฟุ่บๆๆๆ... ]
เงาร่างสีน้ำเงิน-ขาว และสีแดง-ดำ กำลังพุ่งทะยานขึ้นไปบนเขาและผลัดกันรุกไล่ไปมาอย่างต่อเนื่อง...
[ เปรี้ยง!!! ]
[ เคร๊งๆๆ!!! ]
เสียงกระสุนปืนกระทบกับตัวดาบดังขึ้นมาเป็นระยะๆท่ามกลางเสียงตะโกนก้องของหญิงสาวที่กำลังสาดกระสุนปืนในมือใส่ชายหนุ่มที่ปรากฏตัวในฝันของเธอทุกค่ำคืนหลังจากวันที่เธอคาดว่าได้สังหารอีกฝ่ายลงไปแล้ว...
“ทำไม... ทำไม..! ทำไมนายถึงยังมีชีวิตอยู่อีกล่ะ!?!”
“.....”
[ ปังๆๆ!!! ]
[ เคร๊งงง!!! ]
กระสุนที่ถูกลั่นออกไปด้วยความรู้สึกที่สับสนนั้นไม่สามารถทำอันตรายให้แก่ ซิลเบอร์ ที่กำลังวิ่งไล่ตาม มากิเนะ อย่างรวดเร็วนั้นได้เลยแม้แต่น้อยทำให้หญิงสาวยิ่งรู้สึกโกรธเคืองและถูกชายหนุ่มคว้าข้อมือของตนเอาไว้ได้ในท้ายที่สุด
[ หมับ... ]
[ อะ... ปล่อยชั้นนะ!!! ]
หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะส่งเสียงกรีดร้องและพยายามสะบัดข้อมือของตนให้พ้นจากการเกาะกุมของชายหนุ่มซึ่งยังคงยืนนิ่งและปล่อยให้เธอทุบตีแผงอกของเขาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่ง มากิเนะ แสดงอาการเหนื่อยหอบออกมาให้เห็น...
[ แฮ่กๆๆๆ!!! ]
เธอหอบหายใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ดวงตากลมโตนั้นจะช้อนขึ้นมาจ้องมอง ซิลเบอร์ ที่กำลังจ้องมองใบหน้าของเธอเช่นกันอย่างขุ่นเคืองและสงสัยว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่ปัดป้องหรือโจมตีตอบโต้เธอเลยแม้แต่น้อย...
“แฮ่กๆๆ... ทำไม... ทำไมนายถึงไม่โจมตีชั้นกลับล่ะ!!!”
“... เพราะชั้นไม่ได้คิดว่าเธอเป็นศัตรูน่ะสิ...”
“... หา!?!”
มากิเนะ อุทานออกมาเล็กน้อยในขณะที่ ซิลเบอร์ ยังคงจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยของหญิงสาวราวกับจะค้นหาอะไรบางอย่างภายในห้วงความคิดของเขาทำให้ มากิเนะ อดทนต่อสายตานิ่งเฉยนั้นต่อไปไม่ไหวและเหวี่ยงหมัดของตนเข้าจู่โจมชายหนุ่มในทันที
[ ย๊ากกกก!!! ]
[ หมับ… ]
[ โอ๊ย!!! ]
กำปั้นขนาดเล็กพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของ ซิลเบอร์ อย่างรวดเร็วทว่าเขากลับสามารถอ่านทางของเธอได้ก่อนและคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ได้ทันท่วงทีทำให้แขนทั้งสองข้างของมากิเนะ ถูกมือหนาของชายหนุ่มพันธนาการจนสิ้นเสียแล้ว...
“นี่นาย!!! ชั้นเป็นศัตรูของนายนะ!?! แล้วทำไม...”
ทว่าหญิงสาวก็ไม่อาจเอ่ยคำพูดใดๆต่อไปได้อีก เพราะว่า...
[ จ๊วบ... ]
[ …..!!?!? ]
ริมฝีปากบางของ มากิเนะ ถูกชายหนุ่มประทับจูบหยุดทุกคำพูดของเธอเอาไว้โดยไม่ให้ตั้งตัว ทำให้หญิงสาวชะงักค้างและงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นราวกับสายฟ้าสีเงินที่ปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่เพียงเท่านั้น...
[ ….. ]
[ อะ... ]
ใบหน้าของหญิงสาวขึ้นสีแดงจัดในขณะที่ ซิลเบอร์ ถอนจูบของเขาออกไปอย่างเชื่องช้าและจ้องมองใบหน้าที่ขึ้นสีแดงจัดของ มากิเนะ พลางครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ภายในหัว
“นาย... จูบชั้น... ทำไม?”
“.....”
ชายหนุ่มเบี่ยงหน้าหลบสายตาของ มากิเนะ ที่จ้องมองเขาอย่างสับสนและขุ่นเคืองพลางถามตัวเองเช่นกันว่าเหตุใดเขาถึงทำเช่นนั้นลงไป... และแล้วเขาก็ได้คำตอบให้กับตัวเองในเวลาไม่นาน...
ชั่วพริบตาที่หญิงสาวตวาดใส่เขาเมื่อสักครู่นี้ ซิลเบอร์ มองเห็นภาพของ เมย์โล้ ทับซ้อนกับภาพของเธอซึ่งในอดีตเขาเองก็เคยถูกตวาดใส่เช่นนี้เมื่อนานมาแล้ว อีกทั้งรูปร่าง ใบหน้า และความยาวของเส้นผมระหว่างพวกเธอนั้นช่างเหมือนกันราวกับฝาแฝด เพียงแค่สีผมและสีตาเท่านั้นที่ต่างกัน... ทำให้ชายหนุ่มเสียการควบคุมสติและเผลอประทับจูบลงไปเพราะคิดว่าคนที่เขารักได้คืนชีพกลับมาตรงหน้าเขา แต่เมื่อพินิจดูดีแล้วเขาจึงรู้ว่าเขาได้ทำสิ่งที่ไม่สมควรทำลงไปเสียแล้ว...
“... ขอโทษ...”
“.....!!!”
คำพูดสั้นๆเพียงคำเดียวของ ซิลเบอร์ ทำให้หยาดน้ำตาเอ่อล้นออกมาจากนัยน์ตาคู่สวยของ มากิเนะ ในทันที... ก่อนที่ฝ่ามือเรียวของหญิงสาวจะถูกยกขึ้นเหนือศีรษะของตน และ...
[ เพียะ!!! ]
[ ….. ]
ใบหน้าของ ซิลเบอร์ หันไปตามแรงตบของหญิงสาวในทันทีในขณะที่เขาทำใจถูกเธอระดมทุบตีอีกรอบหนึ่งเอาไว้แล้วทว่า มากิเนะ กลับไม่ได้ลงมืออะไรต่อจากนั้นและซุกหน้าลงกับแผงอกของเขาพลางสะอื้นไห้ออกมาเงียบๆเพียงเท่านั้น...
“บ้า... นายทำแบบนี้กับชั้นได้ยังไง... นายไม่รู้เหรอว่าชั้นรู้สึกยังไง...”
“.....”
ชายหนุ่มทำสีหน้าสลดออกมาอยู่ครู่หนึ่ง ในขณะที่มือของเขายกขึ้นเพื่อเตรียมโอบกอดและปลอบประโลมเธออย่างแผ่วเบา...
“มากิเนะ... ผม...”
“หยุดอยู่แค่นั้นละค่ะ...”
“.....!?!”
[ กึกๆๆ... ]
ร่างบางที่มีใบหน้าเหมือนกับหญิงสาวที่กำลังซบอยู่บนแผงอกของ ซิลเบอร์ หากแต่เรือนผมของเฮเป็นสีเงิน และแววตาสีน้ำทะเลลึกที่ยากจะหยั่งถึงก้าวออกมาจากด้านหลังของ มากิเนะ พลางกางตาราเวทมนตร์ในมือและร่ายคาถาเตรียมจู่โจมในทันที
“ออกไปให้พ้นจากน้องสาวชั้นซะ... อุ้งหัตถ์แห่งซากศพ!!!”
[ Dead Attack!!! ]
[ เปรี้ยง!!! ]
[ อุ๊บบบ!?! ครืดดดด... ]
วงเวทย์ขนาดย่อมปรากฏขึ้นระหว่างร่างชอง ซิลเบอร์ และ มากิเนะ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่มือของซากศพจำนวนมากจะพุ่งออกมาซัดเข้าใส่หน้าท้องของชายหนุ่มจนกระเด็นไถลออกไปกับพื้นท่ามกลางความแปลกใจของ ซิลเบอร์ ที่ไม่เข้าใจว่า มากิเอะ และ มากิเนะ ปรากฏตัวออกมาพร้อมกันได้อย่างไร!?!
“พี่คะ...?”
“หลบไปก่อน มากิเนะ...”
แฝดผู้พี่ก้าวออกมายืนบังร่างของน้องสาวเอาไว้ท่ามกลางอาการตื่นตะลึงของ ซิลเบอร์ ที่เข้าใจว่าพวกเธอสามารถปรากฏตัวขึ้นได้เพียงทีละคนเท่านั้นแต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าสามารถยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าสิ่งที่เขาคิดมันผิด...
“โทษฐานที่คุณเล่นสนุกกับความรู้สึกของ มากิเนะ... ชั้นจะทำให้คุณหายไปในช่องว่างของมิติตลอดกาลเอง!!!”
“หรือว่า... อย่านะคะพี่!!!”
มากิเอะ เริ่มร่ายเวทมนตร์จากหนังสือมนตร์ต้องสาปในขณะที่ มากิเนะ ผู้เป็นน้องพยายามที่จะห้ามพี่สาวของตนเอาไว้แต่ดูเหมือนผู้เป็นพี่จะไม่สนใจสิ่งที่น้องสาวของเธอพูดและร่ายมนตร์ต่อไปจนเสร็จสิ้น
“มนตราบีบอัดห้วงมิติ!!!”
[ Dimension Controler!!! ]
[ ฟู่วววว... วูบ!!! ]
[ ครืนนนนน!!! ]
หลุมอากาศสีดำขนาดย่อมปรากฏขึ้นเบื้องหน้าร่างของ มากิเอะ ก่อนที่มวลอากาศโดยรอบจะถูกดูดเข้าไปในหลุมมิติสีดำนั้นพร้อมๆกับก้อนหินและทุกๆสิ่งที่อยู่ในระยะโจมตีของมันจน ซิลเบอร์ต้องปักกระบี่ในมือของตนลงกับพื้นเพื่อไม่ถูกดูดเข้าไปเช่นกัน...
[ เคร๊ง!!! ]
[ อึก... กรอด!!! ]
เท้าของของชายหนุ่มเริ่มลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อยในขณะที่มือทั้งสองของเขายังคงกุมด้ามดาบเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ร่างกายถูกดูดเข้าไปในหลุมมิตินั้น ท่ามกลางเสียงตะโกนของ มากิเนะ ที่ยังไม่เลิกตะโกนห้ามพี่สาวของเธอ
“พี่คะ พอได้แล้ว!!! เดี๋ยวเขาก็ตายกันพอดีหรอก!!!”
“ตายไปเลยสิดี!!! อย่าลืมสิว่าเขาขโมยจูบของเธอไปนะ มากิเนะ!!!”
“เรื่องนั้น...”
ใบหน้าของแฝดผู้น้องเศร้าสลดลงไปพักหนึ่งทำให้ มากิเอะ พลอยชะงักไปชั่วขณะเพราะตนเองได้พูดทำร้ายจิตใจของผู้เป็นน้องเสียแล้วส่งผลให้จิตใจของเธอหวั่นไหวขึ้นมาชั่วขณะ แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับ ซิลเบอร์ ที่จะทำลายวิชาของเธอลงแล้ว...
“คลื่นอัสนีพิฆาต!!!”
[ Lightning Assult!!! ]
[ วูบ... เปรี๊ยะๆๆๆๆ!!! ]
[ อะไรน่ะ!?! ]
กระบี่สีเงินถูกกระชากออกจากตัวพื้นก่อนที่คลื่นดาบจะถูกซัดออกไปปะทะกับหลุมมิตินั้นจนมวลอากาศโดยรอบสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเนื่องจากประจุไฟฟ้ามหาศาลเริ่มแตกตัวกระจายไปในบริเวณโดยรอบ ก่อนที่คลื่นพลังอันรุนแรงทั้ง 2 จะเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง
[ เปรี๊ยะๆๆๆๆ!!! ]
[ บรึมมมมม!!! ]
[ กรี้ดดดด~!!! ]
คลื่นอัสนีของ ซิลเบอร์ ถูกหลุมมิตินั้นดูดกลืนเข้าไปได้เพียงครึ่งหนึ่งก่อนที่การระเบิดอย่างรุนแรงจะเกิดขึ้นเพราะหลุมมิติไม่สามารถทานทนคลื่นอัสนีของอีกฝ่ายได้และระเบิดออกอย่างรุนแรง จนร่างของ พี่น้องซาเกงาว่า กระเด็นออกไปเป็นระยะทางไกลพอสมควรพร้อมๆกับที่ ซิลเบอร์ ร่ายคาถาบางอย่างใส่อาวุธของตนอย่างรวดเร็ว
“ด้วยพันธะแห่งอัสนีที่ข้าได้ใช้ผูกพันดวงวิญญาณเอาไว้กับเจ้า... จงแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ตามใจข้าปรารถนา ณ บัดนี้!!!”
[ เปรี้ยงงง!!! ]
แม้ท้องนภาจะไม่มีเค้าลางของเมฆฝนเลยแม้แต่น้อย แต่สายฟ้าเส้นหนาก็ยังแหวกท้องนภาลงมายังร่างของ ซิลเบอร์ ไม่สิ... ผ่าลงมายังอาวุธที่อยู่ในมือของเขาอย่างรุนแรง ก่อนที่ตัวอาวุธจะถูกห่อหุ้มด้วยประกายไฟฟ้าและแปรเปลี่ยนรูปร่างไปอย่างรวดเร็ว
[ ฟู่ววว... ]
[ นั่นมัน... อาวุธมนตรา!?! ]
อาวุธมนตราที่ พี่น้องซาเกงาว่า อุทานออกมานั้นหมายถึงอาวุธพิเศษที่กินพลังเวทมนตร์ของผู้ใช้เพื่อเติบโตและสามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ตามที่ผู้เป็นนายจะจินตนาการหากแต่การเปลี่ยนแปลงนั้นจะทำได้เมื่ออาวุธชิ้นนั้นๆได้รับพลังเวทมนตร์เพียงพอและในตอนนี้อาวุธของ ซิลเบอร์ ได้แปรเปลี่ยนเป็นดาบขนาดใหญ่ซึ่งเล็กกว่าอาวุธของ เรย์ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น...
“ชั้นจะไม่ฆ่า... แต่จะสู้ไปเรื่อยๆจนกว้าพวกเธอไม่คิดจะสู้ต่อเท่านั้น ดังนั้นหากพวกเธอยอมถอยไปดีๆแล้วละก็งานนี้คงไม่มีใครต้องเจ็บตัว...”
[ ….. ]
มากิเนะ ที่กำลังพยุงร่างพี่สาวของตนขึ้นมาจากพื้นกำลังจ้องเข้าไปในดวงตาของผู้เป็นพี่พร้อมทั้งมองบาดแผลตามตัวที่เกิดจากการระเบิดเมื่อสักครู่ก่อนที่พวกเธอจะหันมาให้คำตอบแก่ชายหนุ่มว่า
“ฝันไปเถอะ!!! นายทำร้ายพี่ชั้นแบบนี้อย่าหวังว่าชั้นจะปล่อยนายไปง่ายๆนะ!!!”
“คุณขโมยจูบน้องสาวชั้นโดยไม่คิดจะรับผิดชอบ!!! ชั้นไม่ปล่อยคุณไปแน่ๆค่ะ!!!”
“.....”
พี่น้องซาเกงาว่า รู้สึกหวั่นวิตกกับการต้องสู้กับนักดาบอันดับสองแห่ง เซอร์ดิน และยังเป็นผู้ถือครองอาวุธมนตราอีกด้วยแต่พวกเธอก็ไม่คิดจะยอมแพ้เลยแม้แต่น้อย... ทำให้ ซิลเบอร์ ซึ่งพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับพวกเธอต้องทอดถอนใจออกมาอย่างหมดทางเลือกและกระชับอาวุธในมือขึ้นมาเตรียมพร้อมต่อสู้เพราะบัดนี้หัวใจของพวกเธอถูกพันธนาการด้วยความแค้นเสียแล้ว...
…..
ตัดขึ้นไปไม่ไกลจากจากที่จุด ซิลเบอร์ กำลังต่อสู้มากนัก... ณ ทุ่งดอกไม้หลากสีสันการต่อสู้อีกแห่งหนึ่งกำลังเปิดฉากขึ้นเช่นกัน...
[ Crash Swing!!! ]
[ เปรี้ยง!!! ]
[ ก๊าซซซ~!!! ]
[ ตึง... ตึงๆ!!! ]
ร่างสูงของ เรย์ พุ่งเข้าไปหวดดาบขนาดยักษ์ใส่เกล็ดหนาบนร่างอันใหญ่โตของ กอกอส ตัวหนึ่งจนร่างของมันเซถอยหลังไปเป็นระยะทางพอสมควรจากการปะทะนั้น เพราะบัดนี้ชายหนุ่มไม่ต้องมานั่งพะวงว่าเด็กสาวจะได้รับบาดเจ็บอีกแล้วทำให้การโจมตีของเขาทรงพลังขึ้นกว่าครั้งก่อนๆมากนัก
[ โฮกกกก!!! ]
[ ควับๆ!!! ]
[ วูบ... ]
[ เปรี้ยงงง!!! ]
เมื่อเห็นว่าพวกของตนถูกทำร้าย กอกอส อีกตัวหนึ่งจึงพุ่งเข้ามาตวัดหางจู่โจมใส่ เรย์ ในทันทีที่ชายหนุ่มชะงักจากการหวดดาบของตนทำให้เขาต้องรีบกระโดดถอยหลังและตีลังกาเพื่อหลบการจู่โจมจากหางเรียวเล็กแต่ทรงพลังของพวกมันโดยเสียโอกาสที่จะจู่โจม กอกอส ตนแรกซ้ำไปอย่างน่าเสียดาย
[ ตึกๆ... ]
[ โฟ่วววว~!!! ]
[ …..!!! ]
ยังไม่ทันที่ เรย์ จะได้ตั้งหลักหลังจากการตีลังกานั้นเองที่ กอกอส ตัวที่สามได้ฉวยโอกาสนั้นพ่นไฟเข้าจู่โจมใส่ชายหนุ่มในทันทีทำให้ เรย์ ต้องรีบควงดาบในมือของตนเพื่อปักลงกับพื้นและใช้ต้านรับการโจมตีนั้นแทนโล่ชั่วคราว
[ กึงงง... ]
[ ฟู่ววว... ฉ่าๆๆ... ]
[ กรอดด... ]
ไอร้อนของเปลวไฟและไอเย็นของตัวดาบที่สัมผัสกันและกันนั้นก่อให้เกิดกลุ่มก้อนไอน้ำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นไปในอากาศจำนวนมากจนกระทั่ง กอกอส ตนนั้นยุติการพ่นไฟของตนนั้นเองที่ภาพของ เรย์ ซึ่งกำลังเหนื่อยหอบจากความร้อนของเปลวไฟและการต่อสู้อย่างต่อเนื่องจะปรากฏสู่สายตาของทุกๆคน
[ แฮ่กๆๆ... ]
เซลิน่า ซึ่งกำลังเฝ้าดูอยู่จากวงนอกของการต่อสู้เพื่อหยั่งเชิง แองเจลิน่า และเตรียมใช้เวทมนตร์ของตนเพื่อการจู่โจมและสนับสนุนนั้นได้โอกาสปลดปล่อยเวทมนตร์ที่ร่ายค้างเอาไว้ และใช้เวทมนตร์ของตนเพื่อสนับสนุน เรย์ ที่กำลังย่ำแย่ในทันที
“เกล็ดน้ำแข็งพิสุทธิ์!!!”
[ Ice Purify!!! ]
[ วิ้งๆๆๆ... ]
ไอเย็นและเกล็ดน้ำแข้งขนาดเล็กเปล่งประกายอยู่รอบๆร่างของ เรย์ อยู่ครู่หนึ่งก่อนที่บาดแผลตามร่างกายที่เกิดจากการปะทะเมื่อสักครู่และความเหนื่อยล้าทั้งหลายจะทุเลาลงอย่างมากจนเกือบหายเป็นปลิดทิ้ง
“พันธนาการเยือกแข็ง!!!”
[ Freezing Bind!!! ]
[ วิ้ง... เปรี๊ยะๆๆ!!! ]
[ กี๊ซซซซ!!! ]
เซลิน่า ไม่ปล่อยให้โอกาสจู่โจมที่เปิดขึ้นหลุดมือไปโดยง่ายและเริ่มลงมือจู่โจมหลังจากที่เวทย์รักษาถูกปล่อยออกไปโดยการยิงกระสุนมนตราขนาดเล็กเข้าจู่โจมซ้ำอีกครั้งหนึ่งด้วยส่งผลให้ กอกอส ตนหนึ่งถูกเกล็ดน้ำแข็งขนาดเล็กเกาะกุมไปตามร่างกายของมันอย่างรวดเร็ว
“ยังไม่หมดหรอกนะ… ศรมนตราเยือกแข็ง!!!”
[ Freezing Charm!!! ]
[ เฟี้ยวๆๆ!!! ]
เด็กสาวยังคงไม่หยุดการร่ายเวทมนตร์อย่างต่อเนื่องของเธอและซัดศรน้ำแข็งขนาดใหญ่พอๆกับหอกปกติทั่วๆไปจำนวน 3 เล่มใส่ร่างของศัตรูที่ถูกพันธนาการในน้ำแข็งทันที ทว่าคราวนี้ แองจี้ กลับไม่ปล่อยให้ เซลิน่า จู่โจมได้สำเร็จและร่ายเวทมนตร์ของเธอเข้าขัดขวางในทันที
“สายลมสูบชีวา!!!”
[ Energy Absorber!!! ]
[ พั่บ... วูบๆๆ... เปรี๊ยะ!!! ]
พัดในมือของ แองจี้ ถูกโบกสะบัดจากระยะไกลแต่นั่นก็มากเพียงพอที่เวทมนตร์ดูดพลังของเธอจะทำงาน ส่งผลให้พลังเวทมนตร์ที่อยู่ในหอกมนตราถูกเด็กสาวสูบออกไปจนตัวหอกเกิดรอยปริร้าวขึ้นทั่วทั้งลำ เพราะมันได้สูญเสียพลังเวทมนตรืที่ใช้ในการคงรูปร่างของมันไปเสียแล้ว
“ตอนนี้แหละ ซาโรชี!!! กระบวนท่าแมววายุ”
“เมี้ยว!!!”
[ ฟ้าววว!!! ]
เมื่อได้รับคำสั่งของเด็กสาว ซาโรชี จึงพุ่งทะยานฝ่าทุ่งดอกไม้ไปหยุดอยู่ระหว่างร่างของ กอกอส ที่ถูกพันธนาการในน้ำแข็งและเวทมนตร์ที่สูญเสียพลังของ เซลิน่า ในชั่วพริบตา
[ Cat Tornado!!! ]
[ เมี้ยว~* เปรี้ยงๆๆๆ!!! ]
ร่างของเจ้าแมวดำหมุนตัวอย่างรวดเร็วจนเกิดพายุขนาดย่อมพัดทำลายหอกมนตราทั้ง 3 เล่มรวมไปถึงปลดปล่อย กอกอส ที่ถูกพันธนาการออกจากเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะกุมตามร่างกายในขณะที่ แองจี้ รีบหันไปเตรียมร่ายเวทมนตร์ชุดใหม่เข้าจู่โจมใส่ เซลิน่า อีกครั้งหนึ่งแต่แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว่างด้วยความตกใจเมื่อ...
[ วูบ... ]
[ หา!?! ]
เซลิน่า ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าร่างของ แองจี้ ในระยะประชิดโดยไม่ให้เธอตั้งตัวได้ทำให้พวกเธอรีบร่ายเวทมนตร์ที่รวดเร็วที่สุดของตนออกมาเพื่อโจมตีใส่อีกฝ่ายในทันที
“พันธนาการเยือกแข็ง!!!”
“มนตราทมิฬอัดกระแทก!!!”
[ Freezing Bind!!! ]
[ Dark Energy!!! ]
[ เปรี๊ยะ... เปรี้ยง!!! ]
[ ครืดดดด!!! ]
ไอเย็นของ เซลิน่า และมนตราแห่งความมืดของ แองเจลิน่า ซึ่งมีพลังทัดเทียมกันไม่สามารถหักล้างพลังของอีกฝ่ายลงได้ทำให้ก้อนพลังนั้นเกิดการระเบิดออกอย่างรุนแรงจนส่งผลให้ร่างของเด็กสาวทั้งสองลื่นไถลกับพื้นออกห่างจากกันเล็กน้อย
“วิธีสู้แบบนั้นของเธอมันอะไรกัน เซลิน่า!?!”
แองเจลิน่า ตะโกนขึ้นมาอย่างเดือดดาลและสับสนเพราะเพื่อนเก่าที่เธอมั่นใจว่าสามารถเอาชนะได้อย่างสบายๆกลับใช้วิธีการต่อสู้ที่แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงด้วยการบุกเข้ามาระเบิดพลังมนตราใส่ในระยะประชิดแทนการจู่โจมระยะไกลอย่างที่จอมเวทย์ปกติธรรมดาสามัญเขาทำกัน...
“พี่เรย์ เป็นคนสอนการต่อสู้แบบนี้ให้ชั้นน่ะ...”
“พี่เรย์... ผู้ชายคนนั้นน่ะเหรอ!?!”
“ใช่แล้ว...”
แองเจลิน่า ชี้นิ้วไปยังชายหนุ่มผมทองที่บัดนี้กำลังเริ่มเข้าปะทะกับเหล่า กอกอส อีกระรอกหนึ่งเพื่อยืนยันว่าคนที่เธอคิดใช่คนๆนั้นหรือไม่? ก่อนที่ เซลิน่า จะผงกหัวรับคำของเพื่อนสาวอย่างเชื่องช้าเพื่อยืนยันความคิดของเธอ
“การต่อสู้ของพวกเราเหล่าจอมเวทย์นั้นมีข้อเสียตรงที่ขณะที่พวกเราร่ายเวทมนตร์แล้วถูกจู่โจมจนเสียสมาธิแล้วละก็เวทมนตร์ของพวกเราจะถูกทำลายไปด้วยดังนั้นชั้นเลยฝึกการเคลื่อนไหวและการใช้เวทมนตร์สั้นๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้ยังไงล่ะ...”
“.....”
เซลิน่า พยายามอธิบายเหตุผลที่เธอเปลี่ยนวิธีการต่อสู้ออกไปในขณะที่ แองเจลิน่า เอาแต่ก้มหน้านิ่งพลางแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างหนาแน่นพลางรำพึงอะไรบางอย่างออกมาอย่างแผ่วเบา
[ ทำ... ถึง... ตลอด... ]
[ แองจี้??? ]
เซลิน่า เห็นว่าเพื่อนของตนมีท่าทีผิดปรกติเธอจึงเรียกชื่อเพื่อนของเธอด้วยความเป็นห่วงก่อนที่ แองเจลิน่า จะกรีดร้องออกมาอย่างรุนแรงด้วยเพลิงแค้นที่สั่งสมมานานนับปี…
“ทำไม!!! ทำไมเธอถึงเป็นคนเดียวที่ได้รับความรักจากคนอื่นอยู่เสมอๆหา!?! เซลิน่า!!!”
“อะ... แองจี้ เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ???”
“อย่ามาเรียกชั้นแบบนั้นนะ!!!”
“.....!!!”
เซลิน่า ชะงักคำพูดของตนก่อนที่อีกฝ่ายจะชี้นิ้วใส่หน้าของเธออย่างเคืองแค้นและตะโกนต่อไปว่า
“ทั้งผู้คนในเมือง... เหล่าอัศวิน... พี่เมย์โล้ พี่ซิลเบอร์ พี่อลิส... กระทั่งพ่อแม่ของชั้นก็ยังหลงรักแต่เธอ!!! ตราบใดที่เธอยังอยู่ละก็ชีวิตชั้นคงไม่มีทางมีความสุขได้อย่างแน่นอน!!!”
“แองจี้...”
แองเจลิน่า ระเบิดเศษเสี้ยวของเพลิงแค้นภายในจิตใจออกมาพร้อมทั้งน้ำตาที่เจิ่งนองไปทั่วใบหน้าในขณะที่ เซลิน่า ยังคงส่งสายตาอันห่วงใยและสับสนให้กับเพื่อนสาวที่เธอรักมากที่สุดพลางโทษตัวเองว่าเธอทำผิดอะไรกัน... เพื่อนของเธอถึงต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้...?
.....
[ ครืนนนนน... ]
[ ก๊าซซซซ~!!! ]
เปลวเพลิงโหมกระหน่ำไปทั่วทุ่งดอกไม้แสนสวยจนบัดนี้ความสวยงามเหล่านั้นกำลังแปรเปลี่ยนเป็นภาพของขุมนรกขนาดย่อมท่ามกลางเสียงคำรามและกู่ร้องอย่างบ้าคลั่งของเหล่า กอกอส ทั้ง 3 ตัวที่กำลังรุกไล่ร่างของ เรย์ อย่างไม่ลดละ
[ กึ้ง!!! โครม!!! ]
กรงเล็บและหางเรียวยาวฟาดเข้าใส่ชายหนุ่มที่กำลังวิ่งหนีเพื่อหาจังหวะจู่โจมกลับทว่าการโจมตีสอดประสานของพวกมันนั้นทำให้เขารู้สึกยุ่งยากพอสมควรจนเขาไม่สามารถหาช่องว่างเพื่อโจมตีได้เลยแม้แต่น้อย
[ โฟ่วววว~!!! ]
[ ฟุ่บ!!! ]
เปลวไฟถูกพ่นเข้าใส่ เรย์ ที่กำลังวิ่งอยู่บนพื้นทำให้เขาต้องรีบกระโดดขึ้นไปในอากาศเพื่อหลบเปลวไฟเหล่านั้นโดยไม่รู้ตัวเลยว่านั่นเป็นกับดักที่ล่อให้ชายหนุ่มกระโดดขึ้นไปในอากาศ
[ เปรี้ยง!!! ]
[ อั่กกก... ]
[ ตึงๆๆ... ครืดดดด...]
[ โครมมมม~!!! ]
ร่างกายอันใหญ่โตที่หนักร่วมๆ 2 ตันของ กอกอส ตัวหนึ่งพุ่งเข้ากระแทกร่างของ เรย์ ที่ลอยอยู่กลางอากาศอย่างรุนแรง จนส่งผลให้ร่างของชายหนุ่มปลิวไปในอากาศก่อนจะตกลงมากระแทกและไถลไปกับพื้นและกระแทกกับก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งในท้ายที่สุด...
[ ตึง!!! ]
เมื่อสบโอกาสแล้ว กอกอส ตัวหนึ่งจึงกระโดดขึ้นไปเหนือร่างของ เรย์ เพื่อหวังใช้น้ำหนักอันมหาศาลของมันเพื่อบดขยี้ร่างของชายหนุ่มให้แหลกเละในขณะที่ เรย์ ปลดปล่อยวิชาลับของตนที่ไม่ค่อยจะได้ใช้บ่อยนักแม้จะเคยได้รับการฝึกมานานนับ 10 ปีแล้ว...
[ Berserk!!!!! ]
[ เปรี้ยงง~!!! ]
[ โครมมม!!! ]
เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหวเมื่อร่างอันใหญ่โตของ กอกอส ตนนั้นร่วงหล่นลงมาใส่ร่างของ เรย์ ที่เปล่งแสงอะไรบางอย่างออกมาในชั่วพริบตาก่อนที่จะเกิดการปะทะก่อนจะเกิดฝุ่นควันหน้าแน่นบดบังทัศนะโดยรอบอย่างสิ้นเชิง...
[ กรรรร์... ]
เสียงครางในลำคอของ กอกอส ที่ไม่ได้เข้าร่วมในการโจมตีครั้งสุดท้ายคำรามขึ้นมาอย่างแผ่วเบาท่ามกลางความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นในกลุ่มควันกันแน่เพราะหากการจู่โจมประสมผลสำเร็จแล้วละก็พี่น้องของมันควรจะก้าวออกมาได้แล้ว ก่อนที่เสียงกรีดร้องอย่างร้อนรนจะดังออกมาจากภายในกลุ่มควันในเวลาต่อมา
[ กี๊ซซซ~!!! ]
[ ก๊าซซ!?! ]
[ ฟิ้วๆๆ... ]
สายลมที่พัดผ่านทำให้ภาพของ เรย์ ซึ่งกำลังใช้ท่อนแขนของตนรับฝ่าเท้าข้างหนึ่งของ กอกอส ร่างใหญ่เอาไว้ด้วยท่าทีสบายๆในขณะที่สายฟ้าสีแดงจางๆแล่นไปทั่วใบร่างของชายหนุ่มนั้น ส่งผลให้พวกมันต้องกรีดร้องและคำรามออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาของตนเอง
[ กึง!!!... หมับๆ!!! ]
[ กี๊ซๆ~!?! ]
ดาบขนาดยักษ์ถูกปักลงกับพื้นอย่างรุนแรงก่อนที่ชายหนุ่มจะใช้วงแขนทั้งสองของตนจับหางของอีกฝ่ายเอาไว้จนแน่นท่ามกลางเสียงโวยวายของเจ้าของหางที่ไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ก่อนที่คำตอบนั้นจะปรากฏออกมาท่ามกลางรสสัมผัสจากร่างกายของมันเอง
[ โอ๊วววว!!!!! ]
[ วูบ... โครม!!! ]
[ กี๊ซซซๆๆ!!! / ก๊าซซซ!?! ]
เรย์ เหวี่ยงร่างอันใหญ่โตของมันไปในอากาศเพื่อใช้โจมตีพี่น้องที่ยังเหลืออยู่อีก 2 ตัวของพวกมันจนเหล่า กอกอส กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อพี่น้องของตนพุ่งเข้ากระแทกพวกตนเองตามแรงเหวี่ยงอันมหาศาลของ เรย์ ที่ปลดปล่อยวิชาลับของตนออกมาใช้
“เฮ่อ... วิชาของนักรบคลั่งที่อาจารย์ เฮคเตอร์ สอนมาเมื่อสมัยก่อน... ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะมีวันที่ได้ใช้ท่านี้ออกมาอย่างจริงๆจังๆแบบนี้เลยนะครับ...”
[ กึกๆ... ]
ตัวดาบถูกมือของชายหนุ่มถอนออกมาจากพื้นก่อนที่รอยยิ้มบางๆจะกลับมาประดับบนหน้าของเขาอีกครั้งหนึ่งเมื่อนึกถึงใบหน้าของอาจารย์ที่พร่ำบอกเขาอยู่ทุกวันว่าวีชานี้มันมีประโยชน์ในการต่อสู้ เพราะอาวุธเก่าของเขาไม่เหมาะกับการต่อสู้ร่วมกับวิชาเหล่านี้ แต่อาวุธใหม่ของเขา ดูรันดัล กลับมีคุณสมบัติเข้ากับวิชาพวกนี้ได้อย่างดีเยี่ยม...
[ เปรี๊ยะๆๆๆ... ]
ทั่วทั้งร่างของชายหนุ่มถูกห่อหุ้มด้วยประกายสายฟ้าสีแดงที่เกิดจากวิชาเสริมพลังอย่างหนึ่งของเหล่านักรบคลั่ง ที่จะช่วยให้สมรรถนะทางกายพุ่งสูงขึ้นอย่างมากโดยการปลดลิมิตพลังตามปกติของมนุษย์ออกไป แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดที่ได้รับหลังจากผลของวิชานี้หมดไปหรือแลกกับพลังชีวิตหรือพลังเวทมนตร์จำนวนหนึ่งของผู้ใช้นั่นเอง
[ Aura Sword & Drain Sword!!! ]
[ วู้ม... เปรี๊ยะๆๆ!!! ]
วิชาเสริมพลังที่เหลืออีก 2 อย่างถูกชายหนุ่มเรียกใช้ในทันทีก่อนที่ใบดาบในมือของชายหนุ่มจะเรืองแสงสีฟ้าอ่อนบางๆพร้อมทั้งแผ่ไอเย็นออกมาอย่างต่อเนื่องพร้อมๆกับที่สายฟ้าสีแดงแบบเดียวกับที่แล่นบนร่างของเขาจะแล่นไปตามตัวดาบด้วยในขณะเดียวกัน...
“... ผมยังควบคุมพลังของวิชาเหล่านี้ไม่ค่อยได้... ถ้าเจ็บตัวหนักก็อย่าว่ากันเลยนะครับ...”
“ก๊าซซซซ~!!!”
[ ตึงๆๆ!!! ]
เมื่อถูกสบประมาทเหล่า กอกอส จึงรีบลุกขึ้นมาจากพื้นและกระจายตัวเข้าโอบล้อมชายหนุ่มเอาไว้พลางคำรามขู่ใส่ เรย์ ในทันทีเพราะพวกมันไม่คิกว่าเกล็ดอันแข็งแกร่งของพวกมันจะถูกทำลายลงได้ด้วยฝีมือของมนุษย์ตัวกระจ้อยที่อยู่ตรงหน้าพวกมัน...
Ep.37 หุบเขากอกอส Part IV
Coming Soon…

#1 By Auel Arnider (125.27.25.38) on 2011-05-19 11:44