Ep.37 หุบเขากอกอส Part IV

posted on 21 May 2011 12:15 by mayz-maiz  in Episode

Ep.37 หุบเขากอกอส Part IV

 

 

# Gorgos Dungeon… หุบเขากอกอส

 

 

     ย้อนกลับมา ณ บริเวณบ้านพักของตระกูล ดาคิลลี่ ที่ถูกเหล่า กอกอส เผาทำลายจนจมอยู่ในกองเพลิง... บัดนี้การต่อสู้ของ รอน และ อีริค กับ กอกอส จำนวน 2 ตัวกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น...

 

[ เคร๊งๆๆ!!! เพียะ... กิ๊ง!!! ]

[ ตึงๆ!!! โครม!!! ]

[ ก๊าซซซซ~!!! ]

 

     เหล่ามังกรเริ่มคำรามออกมาอย่างหงุดหงิดกับความเร็วของทั้งคู่ที่เคลื่อนไหวหลบการโจมตีของพวกมันได้อย่างคล่องแคล่ว ในขณะที่ รอน และ อีริค เองก็เริ่มหัวเสียกับเกล็ดมังกรอันแข็งแกร่งของพวก กอกอส ที่ดูดซับการโจมตีของพวกเขาเอาไว้จนหมด...

 

[ เคร๊งๆๆ!!! ผัวะ!!! ]

[ โว้ยยยย~!!!!! ]

 

     แต่ดูเหมือนทางสองหนุ่มจะเป็นฝ่ายหมดความอดทนเสียก่อน... เห็นได้ชัดจากเสียงสบถอย่างเหลือทนของทั้งคู่และคำด่าที่กำลังจะตามมาหลังจากนี้...

 

“แม่งเอ้ย!!! เกล็ดมันหน้าแบบนี้แล้วจะเล่นงานมันยังไงวะ!?!”

”ฟันก็ไม่ได้... แทงก็ไม่เข้า... เชือกฟาดก็ไม่สะดุ้ง!!! กวนตรีนกันชัดๆเลยสาดดด~!!!”

 

     แต่แม้ว่าพวกเขาจะสบถออกมาเช่นนั้นแต่ใบหน้าของพวกเขากลับไม่ได้แสดงความสิ้นหวังออกมาแม้แต่น้อย เพราะพวกเขายังไม่ได้ใช้พลังของตนอย่างเต็มที่เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้สิ่งของที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมอาวุธของ เรย์ ได้รับความเสียหายพวกเขาจังยังคงลังเลอยู่เล็กน้อย..

 

“เพื่อน... เอาจริงกันสักหน่อยคงไม่เป็นอะไรมั้งในเมื่อเกล็ดมันแข็งซะแบบเนี้ย?”

“ชั้นก็อยากอยู่นะ... แต่เราต้องคิดเผื่อเอาไว้ในกรณีที่พวกโตเต็มวัยมีอยู่แค่เบื้องหน้าเราด้วย... ถ้ามีอะไรผิดพลาดไปพวกเราจะซ่อมอาวุธของ เรย์ ไม่ได้นะ...”

“เออ... จริงของแกแฮะ...”

“คิดหาวิธีจัดการกับไอ 2 ตัวที่อยู่ข้างหน้าก่อนดีกว่าน่า...”

 

     เมื่อความคิดที่จะใช้พลังเต็มที่ถูกพับเก็บไป ทั้งคู่จึงกลับมาสังเกตจุดอ่อนของเหล่า กอกอส เพื่อหาวิธีล้มพวกมันลงอีกครั้งหนึ่ง และแล้วพวกเขาก็มองเห็นทางออกจากการกระทำของพวกมันเอง...

 

[ ก๊าซๆๆ~!!! ]

[ ….. ]

 

     เหล่า กอกอส ต่างคำรามใส่ รอน และ อีริค อย่างไว้เชิงแต่หากสังเกตดีๆแล้วจะพบว่าพวกมันต่างระวังหลังให้แก่กันและกันอีกทั้งในขณะที่พวกมันตัวใดตัวหนึ่งถูกจู่โจมนั้นพี่น้องของมันก็จะยื่นมือเข้าช่วยในทันทีทำให้พวกมันสามารถต่อสู้ร่วมกันได้อย่างลงตัวและช่วยเหลือกันและกันได้อย่างดีเยี่ยม...

 

“... แกคิดเหมือนที่ชั้นคิดมั้ยเพื่อน?”

“ไม่รู้สิ.. อาจจะเหมือนละมั้ง?”

 

     ทั้งคู่มองหน้ากันอยู่พักหนึ่งก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะถูกมอบให้แก่กันและกันอย่างรวดเร็ว

 

[ มาร่วมมือกัน (ชั่วคราว) เถอะ!!! ]

[ ฟุ่บๆๆ!!! ]

 

     ร่างของทั้งคู่หายไปจากจุดที่ยืนอยู่อย่างรวดเร็วท่ามกลางอาการตื่นตะลึงของเหล่า กอกอส  ก่อนที่ร่างของ อีริค จะปรากฏขึ้นภายใต้ร่างของพวกมันพร้อมกับระเบิดเวทมนตร์ในมือใส่ร่างของศัตรูตัวหนึ่งในทันที

 

[ Random Curse!!! ]

[ เปรี้ยง!!! เปรี๊ยๆ เป๊าะ… ]

[ กี๊ซซซ!!! ]

 

     มนตร์สุมคำสาปของ อีริค ทำให้ร่างกายครึ่งท่อนล่างของ กอกอส ตัวหนึ่งถูกเกล็ดน้ำแข็งกัดกินร่างกายอย่างรวดเร็วจนมันแผดร้องเสียงหลงออกมาอย่างเจ็บปวดขณะที่พี่น้องของมันรีบหันมาดูอาการและเตรียมช่วยเหลือพี่น้องของมันด้วยเปลวไฟ

 

[ ซู้ดดด!!! ]

[ ฟุ่บ... ]

 

     ในขณะที่ กอกอส ตัวนั้นกำลังอัดลมหายใจเข้าปอดเพื่อพ่นเปลวไฟอันร้อนระอุนั้นเองร่างของ รอน ก็ได้ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของมันพลางควงเชือกในมือของตนอย่างคล่องแคล่วและเหวี่ยงมันเข้าจู่โจมในทันที

 

[ Slay Attack!!! ]

[ ปึ้ก!!! ควับๆๆๆ... ปึด!!! ]

[ กี๊ซซซซ~!?! ]

 

     ตัวเชือกที่ดูดซับพลังเวทมนตร์ของ รอน เข้าไปทำให้มันแปรสภาพไปเป็นเหมือนแส้ที่มีชีวิต ก่อนที่ตัวเชือกจะฟาดเข้าใส่ต้นคอและโอบรัดรอบลำคอของมันจนแน่นในทันที ส่งผลให้เปลวไฟและอากาศที่ถูกสูบเข้าไปก่อนหน้านี้ถูกผนึกเอาไว้ในลำคอของมันอย่างทุกข์ทรมาน

 

[ Dark Saber!!! ]

[ กึ้ง!!! ]

 

     อีริค ฉวยจังหวะนั้นรวบรวมพลังเข้าไปไว้ในด้ามกริชและจ้วงแทงเข้าใส่ท่อนแขนของมันที่เป็นกรงเล็บขนาดใหญ่เพียงชิ้นเดียวโดยหมายจะนำสิ่งของที่ใช้ในภารกิจมาให้ได้ก่อนสักชิ้นก็ยังดี ทว่าตัวกริชก็ยังไม่สามารถทะลวงเกล็ดอันแข็งแกร่งของมันเข้าไปได้...

 

“ทนมากเหรอแก!!! งั้นเอาไปอีกทีเป็นไง!?!”

 

[ Dark Saber!!!!! ]

[ ฉึก... สวบบบ!!! ]

[ กี๊ซซซซซซซ!!! ]

 

     ใบมีดของตัวกริชที่แทงซ้ำเข้าไปยังจุดเดิมนั้นสามารถทะลวงเกล็ดเกราะอันแข็งแกร่งและทะลวงเข้าใส่ผิวหนังของมันได้จนเป็นผลสำเร็จ ส่งผลให้เลือดจำนวนไม่น้อยพวยพุ่งออกมาจากรอยแผลนั้นพร้อมๆกับเสียงแผดร้องอย่างเจ็บปวดของ กอกอส ผู้โชคร้าย...

 

[ กึกๆ... ครึ่กๆๆ!!! ]

[ โฮกกกก~!!! ]

 

     ด้ามกริชเริ่มถูกกำจนแน่นและขยับซอยเข้าออกเพื่อบั่นท่อนแขนและกรงเล็บของอีกฝ่ายให้หลุดออกจากร่างท่ามกลางเสียงคำรามโหยหวนของมังกรตัวใหญ่ในขณะที่พี่น้องของมันไม่ได้นิ่งดูดายและเตรียมช่วยเหลือพี่น้องของมันเช่นกัน

 

[ ซู้ดดดด... ]

[ อะ... เฮ้ย!?! ]

 

     ทั้งสองต่างร้องเสียงหลงออกมาในทันทีเพราะเสียงสูดลมหายใจเข้าไปในปอดนั้นหมายถึงเปลวไฟอันร้อนแรงที่กำลังจะถูกพ่นออกมาในไม่ช้า...

 

[ โฟ่วววว~!!! ]

[ แว้กกกกก~!!! ]

[ ชิบหายแล้ว!!! ]

 

     รอน และ อีริค อุทานออกมาอย่างสุดเสียงเพราะในขณะนี้พวกเขากำลังง้วนอยู่กับการเผด็จศึก กอกอส ตัวแรกอยู่และไม่สามารถผละหนีไปที่อื่นได้เนื่องจากเชือกและตัวกริชยังคงตรึงติดอยู่กับร่างกายของอีกฝ่าย...

 

     ทางด้าน รอน ยังดีหน่อยที่สามารถหลบเบื้องหลังร่างกายอันใหญ่โตของศัตรูได้ทว่าทางด้าน อีริค ที่ยังไม่สามารถถอนตัวกริชออกจากท่อนแขนของศัตรูได้เนื่องจากอีกฝ่ายจงใจเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อยึดให้ตัวกริชให้ติดตรึงอยู่ในท่อนแขนของมันจน อีริค ได้แต่พยายามถอนมันออกมาอย่างสุดแรง...

 

“หลุดสิ... หลุดสิวะ!!!”

“อีริค หนีโว้ยยยยย~!!!”

“ไม่ทันแล้ว!!!”

 

[ ซู่มมมม... ]

[ ก๊าซซซซ!!! ]

 

     เปลวไฟแผดเผาร่างของ อีริค ไปพร้อมๆกับ กอกอส ที่คำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดจากไอร้อนของเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผาร่างของตน...

 

[ ฟุ่บ... ]

[ เฮ้อออ~!!! ]

 

     ในวินาทีแห่งความเป็นตายนั้นเองที่ร่างของ อีริค พุ่งทะยานออกมาจาเปลวไฟด้วยแรงกระชากจากเชือกของ รอน ที่เกี่ยวเอวของเขาเอาไว้ได้ทันท่วงทีเมื่อสักครู่จนคนตัวเล็กต้องรีบสูดอากาศหายใจอยู่เฮือกใหญ่...

 

“เฮ้อ… นึกว่าจะช่วยนายไม่ทันแล้วนะเนี่ยเพื่อน~!!!”

“แฮ่กๆ... ชั้นก็นึกว่าไม่รอดแล้วเหมือนกัน... ขอบใจมาก รอน...”

“อือ... พรวดดด!!!”

“.....!!?!?”

 

     จู่ๆเลือดจำนวนมากก็พุ่งทะลักออกมาจากจมูกของ รอน จน อีริค ต้องรีบพุ่งเข้าไปดูอาการของเพื่อนตัวดีที่อาจได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ในขณะที่มืออันสั่นเทาของ รอน ค่อยๆเอื้อมมายังร่างของเขาอย่างเชื่องช้า...

 

[ แปะ... ]

 

“นะ... นมแก...”

“..... นม!?!”

 

     เมื่อนั้น อีริค จึงได้สังเกตร่างกายของตนเองและพบว่าชุดส่วนใหญ่ของเขาขาดรุ่งริ่งจากเปลวไฟและเผยเนื้อหนังขาวเนียนแก่สายตาของใครต่อใครอย่างชัดเจน กระทั่งกางเกงในสีขาวตัวน้อยที่เขาใส่เอาไว้ด้านในก็ยังเผยตัวออกมาให้เห็นจากขอบกางเกงที่แหว่งออกไปและหน้าอกของเขาที่เผยออกมาให้เห็นแบบวับๆแวมๆดูแล้วช่างล่อตาล่อใจชายหนุ่มมากนัก...

 

“ไอ้เวรเอ้ย!!! จะตายหงตายห่านกันอยู่แล้วยังมีเวลาคิดเรื่องลามกแบบนี้อีกเรอะ!?!”

“ผมแกกำลังติดไฟแน่ะ...”

“อ๊ากกกกกกซ์~~~!!!”

 

     อารมณ์โกรธของชายหนุ่มมอดดับลงอย่างรวดเร็วเมื่อเปลวไฟของจริงกำลังลุกไหม้อยู่บนเส้นผมแสนรักแสนหวงของเขาจนทั้งคู่ต้องวิ่งเต้นเพื่อรีบดับไฟบนเส้นผมของคนตัวเล็กอย่างร้อนรนจนกระทั่งเปลวไฟมอดดับลงไปในที่สุด...

 

[ เฮ่อ... ]

 

     ทั้งสองนั่งลงพลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกพลางรู้สึกว่าพื้นที่ๆพวกตนนั่งอยู่มันแข็งๆนิ่มๆแปลกๆชอบกล...

 

[ ก๊าซซซซ~!!! / โฮกกกก~!!! ]

[ จ๊ากกกกก~!!! ]

 

     เสียงคำรามนั้นช่วยเตือนสติของทั้งคู่ว่าพวกเขายังอยู่ระหว่างการต่อสู้และกำลังนั่งอยู่บนหลังของศัตรูเสียด้วยสิ...

 

[ ควับ... เฟี้ยววว~* ]

[ ว๊ากกก~!!! ]

[ โครมมม!!! ]

 

     ร่างของทั้งคู่ถูกเหวี่ยงอย่างรุนแรงจนปลิวกระเด็นออกไปกระแทกกับพื้นในเวลาไม่นานโดยในขณะที่ร่างของพวกเขากำลังลอยอยู่กลางอากาศนั้นเองที่ อีริค ฉวยมือคว้าด้ามกริชเอาไว้ได้และชิงอาวุธของตนคืนมาได้ในที่สุด...

 

“ไว้จัดการพวกนี้เสร็จเราค่อยมาร่วมรักกันนะจ้ะที่รัก~♥”

“ชั้นไม่ได้ให้ท่าแกนะโว้ย!!!”

“แหม... แต่ชั้นอยากอ้ะ...”

“ไอ้เวรเอ้ย... ไปลุยได้แล้ว!!!”

“จ้ะ~*”

 

     รอน หยอกล้อกับ อีริค อยู่พักหนึ่งก่อนที่ทั้งคู่จะใช้ท่าไม้ตายประสานเพื่อปิดฉากการต่อสู้นี้เสียที...

 

[ ควับ... เฟี้ยวๆๆๆๆ!!! ]

[ กี๊ซซ!?! / ก๊าซซ!!! ]

 

     วงแหวนสีดำสายหนึ่งกำลังวนเวียนอยู่รอบๆร่างของเหล่า กอกอส ด้วยความไวสูงซึ่งเงาร่างที่ว่านั้นก็คือร่างของ รอน ที่วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดจนมองเห็นเงาร่างซ่อนทับกันจนเป็นวงนั้นเอง ซึ่งในขณะที่วิ่งนั้นรอนก็เหวี่ยงเชือกในมือของตนซึ่งผูกติดกับจอบขนาดเล็กเพื่อเตรียมจู่โจมด้วย...

 

[Circle Destroyer!!! ]

[ เฟี้ยวๆๆๆ!!! ]

 

     ขดเชือกในมือของชายหนุ่มถูกเหวี่ยงสยายออกไปในอากาศในขณะที่ร่างของ รอน ยังคงวิ่งวนรอบๆร่างของพวกมันด้วยความไวสูงก่อนที่ตัวตะขอบนด้ามจอบจะเกี่ยวเข้ากับบาดแผลที่ อีริค สร้างเอาไว้ก่อนหน้านี้อย่างพอดิบพอดี...

 

[ กึก... ปึดๆๆๆ!!! ]

[ แอ้กกก~!!?!? ]

 

     ทันทีที่ตัวตะขอเกี่ยวลงบนบาดแผลที่สร้างเอาไว้บนท่อนแขนอันใหญ่โตนั้น ขดเชือกทั้งหลายจึงพุ่งเข้ารัดร่างของ กอกอส ทั้งสองจนเบียดชิดติดกันเป็นเนื้อเดียวกันท่ามกลางเสียงร้องของเหล่ามังกรที่กำลังพยายามดิ้นรนเพื่อฉีกกระชากเชือกเหล่านั้นให้ขาดออกจากกัน แต่จนแล้วจนรอดสิ่งที่เกิดขึ้นก็มีเพียงความเจ็บปวดที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น...

 

“แหม่... เชือกที่ทอจากเส้นใยทองคำขาวนี่มันเหนียวทนทานดีจริงๆแฮะ ขนาดมังกรตัวใหญ่ขนาดนี้ยังดึงไม่ขาดเล้ย~… ตอนนี้ละเพื่อน ซัดมันแบบไม่ต้องรอฟื้นไปเลยนะ~!!!”

 

[ ฟุ่บ... ]

 

     เงาร่างสีดำขนาดเล็กพุ่งเข้าไปหยุดอยู่ตรงกลางภายใต้ร่างของพวกมัน พลางตะโกนตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มว่า

 

“ถึงแกไม่สั่งชั้นก็จะทำแบบนั้นอยู่แล้วโว้ย!!! อาณาเขตมนตราทมิฬ!!!”

 

[ Dark Blazer!!! ]

[ เปรี๊ยะ... ปึด... เปรี๊ยะๆๆๆ!!! ]

[ กร๊อบๆๆ... ]

[ โฮกกกกก~~!!!!! ]

 

     ขดเชือกยิ่งรัดร่างของพวกมันแน่นขึ้นไปอีกเมื่อ อีริค กางสนามพลังสีดำออกมาและบดขยี้ทั่วทั้งร่างของพวกมันจากตรงกลางขดเชือกจนส่งผลให้หลังของพวกมันถูกขดเชือกของรอนรัดจนหักออกจากกัน อีกทั้งเกล็ดทั่วทั้งร่าง กรงเล็บ และเขี้ยวของพวกมันยังพลอยถูกพลังอันรุนแรงนั้นทำลายจนไม่เหลือชิ้นดีเลยอีกด้วย...

 

[ กรรร์... ]

[ ตึง... โครม!!! ]

 

     เสียงครางด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้ายของพวกมันเล็ดลอดออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนที่เหล่า กอกอส จะล้มลงและสิ้นใจทั้งๆที่ลิ้นห้อยออกมาจากปากอยู่บนพื้น...

 

[ แกร๊กๆ... ชิ... ]

 

     อีริค ซึ่งก้มตัวลงไปหยิบเศษเกล็ดและคมเขี้ยวของอีกฝ่ายขึ้นมาสำรวจดูต้องสบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อพบว่าเกล็ด กรงเล็บ และเขี้ยว ทุกๆชิ้นเต็มไปด้วยรอยแตกและปริร้าวเนื่องจากท่าไม้ตายใหม่ที่เขาใช้นั้นเป็นท่าใหม่ที่เพิ่งคิดค้นขึ้นมา ตัวเขาจึงไม่สามารถกะความแรงของท่านั้นให้พอดีได้...

 

[ อี้จ๊างงงง~♥ ]

[ เฮ่ย!?! ]

[ หนุบ... โครม!!! ]

 

     ทว่าในระหว่างที่ อีริค กำลังนั่งคิดอะไรบางอย่างเพลินๆอยู่นั้นเองที่ รอน ได้พุ่งตัวเข้ามารวบเองของเขาจากด้านหลังจนทั้งคู่ล้มลงไปกับพื้นในขณะที่ใบหน้าของรอนเบียดชิดอยู่กับแก้มก้นอันนุ่มนิ่มของ อีริค ที่เผยออกมาให้เห็นจากจุดที่โดนเปลวไฟเผาไปเมื่อสักครู่...

 

“ไอ้บ้ารอน!!! เล่นบ้าอะไรของแกเนี่ย!?!”

 

[ ชึบๆ... ]

[ แผล่บๆ... จุ๊บ จ๊วบ~♥ ]

[ อะ.. ฮึ... อื๊อ~… ]

 

     ริมฝีปากของ รอน เริ่มพรมจูบไปที่แก้มก้นนวลในขณะที่มือทั้งสองเริ่มถลกเสื้อที่ขาดวิ่นของ อีริค ขึ้นไปอย่างเชื่องช้าและเริ่มลากไล้ลิ้นขึ้นไปพลางพรมจูบไปทั่วแผ่นหลังของคนตัวเล็กที่กำลังดิ้นไปมาอย่างเชื่องช้า

 

“แก... อย่าเล่นบ้าๆนะเว้ย... แฮ่กๆ...”

“เห็นเรือนร่างเซ็กซี่ของแกแบบนี้แล้วมันพลอยทำให้ชั้นเกิดอารมณ์อ้ะ...”

“แฮ่ๆ... ชั้นเป็น!!! แฮ่กๆ... ผู้ชายนะโว้ย!!!”

 

     รอน หยุดการรุกล้ำของตนเอาไว้พลางเคลื่อนกายขึ้นคร่อมร่างของ อีริค จากด้านหลังและกระซิบไปที่ข้างๆใบหูเล็กๆของคนตัวเล็กที่กำลังขึ้นสีอ่อนเบาๆว่า

 

“ถ้าแกไม่รังเกียจที่จะมอบร่างกายของแกให้ชั้น... ชั้นก็ไม่สนว่าแกจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงฟ่ะ...”

“ง่ะ... อะ... ม่ายยยย~!!!!!”

 

     อีริค รีบคลานหนีอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดชีวิตก่อนที่กางเกงตัวน้อยที่อยู่ในสภาพขาดรุ่งริ่งจะถูกมือหนาของ รอน คว้าหมับเข้าให้ ณ ขอบกางเกงจนชิ้นผ้าเล็กๆนั้นถูกกระชากหลุดมือออกมาอย่างง่ายดายจนเผยให้เห็นสะโพกขาวกลมกลึงของคนตัวเล็กต่อสายตาและรอยยิ้มของ รอน ท่ามกลางเสียงหวีดร้องอย่างเขินอายของ อีริค...

 

[ กรี๊ดดดด~!!! ]

[ พล่อก!!! ]

[ เอ๋ง~♥ ]

 

     ส้นเท้าของ อีริค ถูกดีดตอกเข้าไปยังปลายคางของ รอน ในช่วงเวลาชุลมุนจนคนตัวดีสติหลุดลอยไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางการคลานหนีอย่างไม่คิดชีวิตของคนตัวเล็กที่หันหลังกลับมามองหลังจากที่มันใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ตามเขามาอีกแล้ว...

 

“เวรเอ้ย... ตื่นมาเจอมันนอนกอดทุกเช้าก็แย่แล้วยังมาเจอมันจ้องเชยชมเรือนร่างอีก... แล้วในอนาคตเรายังต้องเจออะไรอีกวะเนี่ย~!!?!?”

 

     คนตัวเล็กบ่นกระปอดกระแปดพลางเดินกลับไปยังรถม้าของพวกตนด้วยความเร็วสูงและนึกถึงเหตุการณ์ยามเช้าที่ต้องตื่นขึ้นมาและพบว่าเพื่อนตัวดีได้กอดกระชับร่างของตนให้แนบชิดกับแผงอกของมันพลางยิ้มอย่างเป็นสุข... แค่นึกภาพขนทั้งร่างของเขาก็พลอยลุกชั้นด้วยความสยดสยองเสียแล้ว...

 

“เห็นทีต้องหาวิธีรับมือซะแล้วละมั้ง...”

 

     อีริค บ่นกับตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ภาพของตัวรถม้าจะปรากฏสู่สายตาของพวกเขา ทว่า...

 

[ นี่มัน!!?!? ]

 

 

…..

 

 

     เหนือจากจากที่พวก อีริค ทำการต่อสู้ขึ้นไปบนภูเขาเล็กน้อย... การต่อสู้ระหว่าง พี่น้องซาเกงาว่า และ ซิลเบอร์ กำลังจะเปิดฉากขึ้นแล้วเช่นกัน...

 

[ Power Up!!! ]

[ Lightning Weapon!!! ]

[ ครืนนน... เปรี๊ยะๆๆ... ]

 

     ประกายแสงสีเงินนวลตาแผ่ออกมาจากทั่วทั้งเรือนร่างของ ซิลเบอร์ ซึ่งกำลังตั้งท่าเตรียมพร้อมหลังจากที่เขาแปรสภาพอาวุธและใช้เวทมนตร์เสริมพลังกายและอาวุธของตนเองจนเกิดประกายไฟฟ้าบางๆวิ่งแล่นไปทั่วทั้งตัวดาบ ท่ามกลางความรู้สึกหงุดหงิดของ มากิเนะ ที่กำลังเตรียมพร้อมทำการจู่โจมอยู่ในบริเวณใกล้เคียง...

 

“นายจะทำหน้านิ่งได้ถึงแค่ตอนนี้เท่านั้นละ ซิลเบอร์ ดราท!!!”

 

[ แกร๊ก!!! ]

 

     ปากกระบอกปืนถูกยกขึ้นชี้ใส่ชายหนุ่มอย่างรวดเร็วหลังจากที่ มากิเนะ เอ่ยวาจาท้าทายให้กับอีกฝ่ายและเตรียมระเบิดกระสุนในรังเพลิงออกไปในทันที

 

“ตำนานของ สายฟ้าสีเงิน จะต้องจบลงที่นี่ในวันนี้แล้ว!!! กระสุนระเบิดเพลิง!!!”

 

[ Float Shot!!! ]

[ ปังๆ!!! ]

 

     กระสุนระเบิดขนาดเล็กพุ่งออกไปจากรังเพลิงและพร้อมทำการระเบิดในทันทีที่พวกมันสัมผัสกับวัตถุใดๆก็ตามซึ่งถือเป็นท่าโจมตีที่จัดการได้อย่างยุ่งยากท่าหนึ่งแต่สำหรับ ซิลเบอร์ ซึ่งเผชิญหน้ากับวิชานี้มาหลายต่อหลายครั้งนั้นได้คิดค้นวิธืการรับมือท่านี้ขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

 

[ ตุม!!! แกร๊กๆๆ... ]

[ บรึมๆๆๆๆ!!! ]

[ หา!?! ]

 

     ใบดาบขนาดใหญ่ถูกหวดเข้าใส่พื้นหินเบื้องหน้าจนเศษหินและพื้นดินระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและกระจายไปในอากาศเพื่อสกัดเศษกระสุนจำนวนมาจนส่งผลให้กระสุนทั้งหมดเกิดระเบิดกลางอากาศจนหมดสิ้น... แต่การจู่โจมของแฝดผู้พี่ก็ตามติดมาในทันทีที่การโจมตีระลอกแรกนั้นไร้ผล...

 

“กระสุนสุ่มมนตรา!!!”

 

[ Locked Aim Magic!!! ]

[ ฟุ่บ... ครืนนน!!! ]

 

     ลูกบอลเพลิงขนาดย่อมพุ่งเข้าหาชายหนุ่มด้วยความเร็วไม่สูงนักแต่ติดปัญหาตรงที่มันจะพุ่งตามเขาไปจนกว่าบอลเวทมนตร์นี้จะกระทบกับเป้าหมายนี่สิ...

 

“มนตราชนิดติดตามตัว... หนีไปก็ไม่มีประโยชน์สินะ?”

“ถูกต้องแล้วละค่ะ!!! ครั้งก่อนคุณพังกำแพงลงมารับการโจมตีและหนีรอดไปได้ แต่ที่นี่เป็นที่โล่งแจ้งคุณหนีไปไหนไม่รอดหรอกดังนั้นอย่าคิดหนีเลยค่ะ!!!”

 

     ดูเหมือนหญิงสาวจะแค้นใจไม่น้อยที่ในครั้งก่อนชายหนุ่มสามารถหนีเอาตัวรอดไปจากเวทมนตร์ของเธอได้... แต่ในสถานที่โล่งแจ้งบนภูเขาสูงซึ่งไม่มีต้นไม้สำหรับใช้หลบหรือรับการจู่โจมแทนนั้นทำให้หญิงสาวมั่นใจพอสมควรว่ามนตร์บทนี้คงสร้างความเสียหายให้แก่ชายหนุ่มได้ไม่มากก็น้อย...

 

“ถ้าหลบไม่ได้... ทำลายมันทิ้งซะก็หมดเรื่อง!!!”

“หะ... หา!?!”

 

[ ฟุ่บ... ตึกๆๆๆ!!! ]

 

     ร่างของ ซิลเบอร์ พุ่งเข้าหาลูกไฟนั้นด้วยตนเองท่ามกลางอาการตื่นตะลึงของ พี่น้องซาเกงาว่า ที่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นนั้น... เพราะถ้าเขาวิ่งหนีจนเกิดช่องว่างแล้วละก็พวกเธอคงใช้ท่าโจมตีประสานต่อไปได้แท้ๆ...

 

[ Shoulder Burst!!! ]

[ ฟุ่บ... ตูมมม!!! ]

[ ครืนนนน... ]

 

     เกราะไหล่ซึ่งเพิ่มเข้ามาหลังจากการแปลสภาพดาบของชายหนุ่มปะทะเข้ากับลูกไฟจนเกิดระเบิดและเปลวเพลิงขนาดย่อมๆขึ้นเบื้องหน้าของ ฝาแฝดซาเกงาว่า ซึ่งกำลังข้องมองดูว่าชายหนุ่มสิ้นท่าแล้วหรือยัง?

 

[ ฟุ่บๆๆ!!! ]

[ ไม่จริง!?! ]

 

     ไม่นานนักร่างของ ซิลเบอร์ จึงวิ่งฝ่ากองไฟออกมาราวกับการจู่โจมนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่เขาเลยแม้แต่น้อยพลางพุ่งเข้าหา มากิเอะ ที่กำลังตื่นตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะที่ มากิเนะ รีบพุ่งเข้ามาป้องกันพี่สาวของตนในเวลาต่อมา

 

[ Reflex Barrier!!! ]

[ เปรี้ยง!!! ]

[ ตึง…โครม!!! ]

 

     ซิลเบอร์ ที่กำลังจะหวดดาบในมือใส่หน้าท้องของ มากิเอะ เพื่อให้เธอสลบไปนั้นกลับต้องถูกกระจกมนตราของ มากิเนะ สะท้อนการจู่โจมกลับออกมา ซึ่งตัวกระจกนี้สามารถสะท้อนได้เพียงการจู่โจมที่ไม่รุนแรงมากนักดังนั้น ซิลเบอร์ ที่ตั้งใจออมมือให้อีกฝ่ายสลบไปเฉยๆจึงเป็นฝ่ายได้รับบาดเจ็บเสียเอง...

 

“จังหวะนี้ละคะพี่!!!”

“อะ... จ้ะ!!!”

 

     มากิเอะ ซึ่งได้สติจากเสียงเรียกของ มากิเนะ รีบร่ายมนตร์บทใหม่ในหนังสือของตนเพื่อสร้างระยะห่างกับ ซิลเบอร์ ที่กำลังเสียหลักอยู่บนพื้นและเตรียมการจู่โจมประสานกันอีกครั้งหนึ่ง

 

[ Dead Attack!!! ]

[ ตึง!!! ครืดดด... ]

 

     กำปั้นขนาดใหญ่ของซากศพจำนวนมากที่โผล่ออกมาจากวงเวทย์ของ มากิเอะ ต้องทุบลงบนพื้นดินอันว่างเปล่าเมื่อ ซิลเบอร์ สามารถตั้งตัวได้ก่อนและรีบไถลตัวไปกับพื้นเพื่อหลบการจู่โจมนั้นและเตรียมการจู่โจมครั้งใหม่โดยไม่รู้เลยว่าตนเองได้ติดกับดักของ พี่น้องซาเกงาว่า เสียแล้ว...

 

“สนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้า!!!”

 

[ Static Field!!! ]

[ ปังๆๆๆ!!! ]

[ …..!!?!? ]

 

     ซิลเบอร์ ยกดาบของตนเองขึ้นเพื่อหมายใช้มันแทนโล่ตั้งรับการจู่โจมชุดต่อไปนั้นต้องพบกับความประหลาดใจเมื่อปากกระบอกปืนไม่ได้หันชี้มาที่ตนเองแต่กลับยิงขึ้นฟ้าไปเสียอย่างนั้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะเข้าใจว่าเธอไม่ได้ยิงขึ้นฟ้าอย่างไร้ความหมายด้วยร่างกายของเขาเอง...

 

[ ฉึกๆๆๆ... เปรี๊ยะๆๆ!!! ]

[ อุ๊กกก!?! ]

 

     เสาโลหะขนาดเล็กพุ่งกลับลงมาจากฟ้าและปักรอบๆร่างของชายหนุ่มก่อนที่คลื่นพลังไฟฟ้าอันรุนแรงจะถูกปล่อยออกมาครอบคลุมไปทั่วทั้งบริเวณจน ซิลเบอร์ ที่เป็นผู้ใช่สายฟ้าเหมือนกันนั้นยังต้องแสดงท่าทีอันเจ็บปวดออกมาอย่างเห็นได้ชัด...

 

“เพลงดาบกวาดพิภพ!!!”

 

[ Brandish Slash!!! ]

[ เปรี้ยง!!! เคร๊งๆๆ... ]

[ กึก... แฮ่กๆๆ... ]

 

     กระบวนท่าโจมตีที่ชายหนุ่มลอกแบบมาจาก [ เพลงทวนกวาดพิภพ ] ของ เรย์ ทำให้เขาสามารถเอาตัวรอดมาได้อย่างฉิวเฉียดด้วยการทำลายเสาทั้งหมดลงในการจู่โจมเพียงครั้งเดียวก่อนที่ ซิลเบอร์ จะปักดาบลงกับพื้นและหอบหายใจออกมาอย่างเหน็ดเหนื่อยทว่าการกระทำของชายหนุ่มนั้นก็ยังไม่สามารถหนีจากกลยุทธของ สองพี่น้องซาเกงาว่า ได้อยู่ดี...

 

“พันธนาการแห่งสรวงสวรรค์!!!”

 

[ Heaven Control!!! ]

[ กึก... !?! ]

 

     ซิลเบอร์ ซึ่งเตรียมจะออกวิ่งเพื่อรักษาระยะห่างและเตรียมการจู่โจมครั้งต่อไปนั้นก็เกิดขยับร่างกายไม่ได้ขึ้นมาซะเฉยๆในขณะที่ มากิเอะ และ มากิเนะ เผยรอยยิ้มซึ่งบ่งบอกถึงชัยชนะของพวกตนออกมาอย่างชัดเจนก่อนที่แฝดคนพี่จะเริ่มการอธิบาย...

 

“มนตร์บทนี้ของชั้นจะเป็นการควบคุมศัตรูที่มีพลังเวทมนตร์น้อยกว่าชั้นและสั่งให้ทำอะไรก็ได้ตามที่ชั้นสั่งค่ะ... แต่พลังเวทย์ของคุณมีมากเกินกว่าที่ชั้นจะควบคุมร่างของคุณได้ แต่นั่นก็มากพอที่จะตรึงคุณเอาไว้กับที่แล้วละค่ะ...”

“และในจังหวะนั้น... ชั้นก็จะรับหน้าที่เป่านายให้เป็นผุยผงยังไงล่ะ!!!”

 

[ Beam Cannon… Charge!!! ]

[ กึก... วู้มๆๆๆ... ]

 

     วงเวทย์จำนวนมากค่อยๆก่อตัวขึ้นบนตัวกระบอกปืนก่อนที่ตัวปืนจะถูกชี้มายัง ซิลเบอร์ ที่กำลังพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการมนตราที่มองไม่สามารถเห็นด้วยตาเปล่า...

 

“อั่ก... กรอด!!”

“เลิกดิ้นรนให้เสียเวลาเถอะค่ะ... ตราบเท่าที่พลังเวทมนตร์ของคุณไม่ได้มากมายเหนือไปกว่าที่ชั้นมีแล้วละก็ การดิ้นรนของคุณก็รังแต่จะทำร้ายตัวเองเท่านั้นละค่ะ...”

“ได้ยินว่ามีทางแก้แบบนั้นค่อยดีหน่อย... สัมพันธ์อัสนี!!!”

 

[ Lightning Relation!!! ]

[ เปรี้ยงงงง!!! ]

[ กรี้ดดดด~!?! ]

 

     ท่าไม้ตายยามฉุกเฉิน [ สัมพันธ์อัสนี ] ซึ่งเคยใช้ตัดแขนของ ราชันย์ออค ณ สงครามเซอร์ดิน ถูกเรียกใช้อีกคราจนค่าพลังทั้งหมดของ ซิลเบอร์ พุ่งสูงขึ้นจนทะลุขีดจำกัดและระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรงจนร่างของ มากิเอะ ปลิวกระเด็กนออกไปเป็นระยะทางพอสมควรเลยทีเดียว... แต่ทว่า...

 

“สายไปแล้วย่ะ!!! ปืนลำแสงทำลายล้าง!!!”

 

[ Beam Cannon… Shoot~!!!!! ]

[ วาบ... ซู่มมมม!!! ]

 

     คลื่นลำแสงขนาดใหญ่ถูกยิงออกมาจากปากกระบอกปืนของ มากิเนะ และพุ่งตรงเข้าหา ซิลเบอร์ ที่กำลังกุมด้ามดาบภายในมือและครุ่นคิดอะไรบางอย่าง...

 

( การโจมตีในแนวระนาบแบบนี้เราจะหลบก็ทำได้ไม่ยาก... แต่จากที่ดูแล้วนี่คงจะเป็นไม้ตายสุดท้ายของพวกเธอแล้ว... ดังนั้นถ้าเราทำลายท่าไม้ตายนี้ลงได้ละก็!!! )

 

     รวดเร็วเท่าความคิด... กระบวนท่าไม้ตายใหม่ที่ ซิลเบอร์ แอบคิดค้นขึ้นระหว่างเดินทางเพื่อใช้ร่วมกับอาวุธในรูปร่างใหม่กำลังจะได้ทดสอบประสิทธิภาพเดี๋ยวนี้แล้ว...

 

“ขอให้มันใช้ได้ผลทีเถอะ... เพลงดาบอัสนี... วายุโลหิต!!!”

 

[ Bloody Scythe!!! ]

[ วูบ... ซู่มมม!!! ]

[ เปรี๊ยะ... วาบบบ!!! ]

 

     ซิลเบอร์ รวบรวมพลังเวทย์ทั้งหมดเข้าไปภายในตัวดาบก่อนจะจ้วงแทงออกไปเป็นทางตรงพร้อมกับบิดท่อนแขนของตนเป็นควงสว่านด้วยความเร็วสูง จนก่อให้เกิดพายุหมุนขนาดย่อมพัดจู่โจมในแนวตรงพร้อมทั้งเปล่งประกายไฟฟ้าออกมาจากทั่วทั้งลำพายุ ก่อนที่คลื่นพลังอันรุนแรงของชายหนุ่มและหญิงสาวจะปะทะกันจนเกิดแสงสว่างวาบไปทั่วทั้งบริเวณก่อนจะตามมาด้วยแรงระเบิดอันมหาศาลจนก่อให้เกิดฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ...

 

[ บรึ้มมมมม!!! ]

[ กรี้ดดดดด~!!! ]

 

     แรงระเบิดนั้นส่งผลให้ร่างของหญิงสาวปลิวกระเด็นพลางกลิ้งไปกับพื้นเป็นระยะทางไกลพอสงควรก่อนที่ผู้เป็นพี่จะรีบลุกขึ้นมาพยุงร่างน้องสาวของตนด้วยความเป็นห่วงในทันที

 

“มากิเนะ... ลืมตาขึ้นสิ มากิเนะ!!!”

“อึ... อือออ...”

 

     แฝดผู้น้องค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้าท่ามกลางรอยยิ้มโล่งใจของแฝดคนพี่ที่รับรู้ได้ว่าน้องสาวของตนไม่ได้รับบาดเจ็บมากเท่าที่ตนคิด...

 

[ Relation Off… ]

[ วูบ... เคร๊ง... ]

[ ….. ]

 

     ร่างของ ซิลเบอร์ ก้าวออกมาจากกลุ่มควันพร้อมทั้งปลดสถานะของ [ สัมพันธ์อัสนี ] ทิ้งไปก่อนที่ร่างกายของเขาจะทนรับผลสะท้อนกลับของการเร่งพลังทั่วทั้งร่างขึ้นชั่วขณะก่อนจะพาดดาบลงมาชี้ใส่ร่างของ สองพี่น้องซาเกงาว่า ที่กำลังนอนกอดกันและกันอยู่บนพื้นพลางเอ่ยเสียงเรียบว่า...

 

“ชั้นชนะแล้ว...”

“.....”

 

     มากิเอะ และ มากิเนะ ไม่อยากจะยอมรับ... แต่ทว่าผลการต่อสู้ปรากฏออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่าท่าไม้ตายทั้งหมดของพวกเธอรวมไปถึงกลยุทธประสานการโจมตีที่ไม่เคยมีใครทำลายได้มาก่อนกลับถูกทำลายลงโดยสิ้นเชิงทำให้พวกเธอต้องยอมรับว่าไม่อาจเอาชนะชายหนุ่มตรงหน้านี้ได้จริงๆ...

 

.....

 

 

[ เปรี้ยง!!! ]

[ โฮกกก!!! ]

[ ตึงๆๆ... ]

 

     ตัดกลับขึ้นไปยังทุ่งดอกไม้ ซึ่งอยู่สูงขึ้นไปจากจุดที่ ซิลเบอร์ ได้ทำการต่อสู้และเอาชนะ พี่น้องซาเกง่าว่า ลงได้...

 

[ โครม!!! ]

[ กี๊ซซซซ~!!! ]

 

     เสียงการต่อสู้และเสียงร้องโหยหวนของเหล่า กอกอส ยังคงดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องท่ามกลางเงาร่างที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว

 

[ ฉัวะ... ฉูดดดด!!! ]

[ ก๊าซซซซซ~!!!!! ]

[ ตึงๆๆ!!! ]

 

     หยาดเลือดสาดกระเซ็นไปในอากาศท่ามกลางเสียงกำรามและการก้าวถอยหลังด้วยความตื่นกลัวของเหล่า กอกอส ที่ไม่เคยคาดคิดว่าเกล็ดอันแข็งแกร่งของพวกตนจะถูกศาสตราของเหล่ามนุษย์ทำลายได้ในการจู่โจมเพียงดาบเดียวเช่นนี้...

 

[ ย๊ากกกก!!!!! ]

 

     ชายหนุ่มกู่ร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งพลางรุกไล่และฟาดฟันเหล่า กอกอส ซึ่งบัดนี้ทำได้เพียงเบี่ยงร่างกายหนี เรย์ ด้วยความหวาดกลัวไปมารอบๆบริเวณเท่านั้นเนื่องจากเกรงกลัวดาบของชายหนุ่มร่วมกับเวทมนตร์เสริมพลังที่สามารถตัดผ่านเกล็ดเกราะของพวกมันได้อย่างง่ายดาย...

 

[ เปรี้ยงงงง!!! ]

[ กี๊ซซซ!!! ]

[ ฉูดดดด... ]

 

     ในที่สุด กอกอส ตนเดิมก็พลาดท่าและถูกคมดาบในมือของ เรย์ ฟาดเข้าใส่กลางหลังจนเศษเกล็ดของมันปลิวว่อนไปในอากาศพร้อมกับหยาดเลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่วใบดาบ ทำให้พี่น้องที่เหลือของมันเลิกหนีไปรอบๆและหันกลับมารุมจู่โจมใส่ชายหนุ่มในทันที

 

[ ตึง!!! ผัวะ!!! ]

[ เปรี๊ยะ... ]

 

     ท่อนแขนและกรงเล็บขนาดใหญ่ถูกฟาดลงมาใส่ร่างของ เรย์ ที่กำลังจะฟาดดาบในมือเพื่อปลิดชีพศัตรูตรงหน้าลงและลดจำนวนศัตรูของตนลงไป แต่แล้วตัวดาบนั้นก็ต้องถูกเปลี่ยนมายกขึ้นเพื่อตั้งรับการจู่โจมลอบกัดของเหล่า กอกอส จนเกิดหลุมขนาดย่อมจากแรงกระแทกขึ้นภายใต้ร่างของชายหนุ่ม...

 

[ โฮกกก!!! / ก๊าซซซ!!! ]

[ ครึ่กๆๆๆ!!! ]

[ ... กรอด ... ]

 

     เป็นเรื่องที่น่าตื่นตาเมื่อร่างกายที่เล็กกว่าอีกฝ่ายหลายเท่าตัวนั้นกลับสามารถยืนต้านพลังกับสัตว์ที่มีขนาดตัวใหญ่กว่าตนถึง 2 ตัวได้โดยที่ร่างกายเล็กๆนั้นไม่ได้ทรุดตัวลงไปหรือแหลกเละอย่างที่ควรจะเป็นก่อนที่ กอกอส ตนแรกที่ถูกชายหนุ่มฟันเข้าใส่จะหันกลับมาช่วยพี่น้องของมันด้วยการพ่นเปลวไฟใส่ เรย์ อย่างรวดเร็ว

 

[ โฟ่วววว~!!! ]

[ …..!!! ]

 

     ในยามคับขันเมื่อร่างกายของมนุษย์ตื่นตัวกับเหตุการณ์ที่น่าตื่นตะลึง... พละกำลังภายในกายจะพุ่งสูงขึ้นจนทะลุขีดจำกัดไปอย่างง่ายดายทำให้ร่างของ กอกอส ทั้ง 2 ที่กำลังต้านพลังอยู่กับ เรย์ ถูกพลังที่ว่านี้เล่นงานในลำดับต่อมา...

 

[ ย๊ากกกกก!!! ]

[ เปรี้ยงงง!!! ]

[ กี๊ซซซซ!!?!? ]

[ ตึง!!! / โครม!!! ]

 

     พลังมหาศาลถูกผลักออกไปจนร่างของ กอกอส ที่กำลังต้านพลังอยู่กับชายหนุ่มนั้นถูกกระแทกจนลอยออกไปในอากาศเล็กน้อยและหงายหลังลงกระแทกพื้นจนเกิดฝุ่นควันคละคลุ้งขึ้นมาเล็กน้อย

 

[ วู้มมม!!! ]

 

     พลังเวทมนตร์ถูกบีบอัดเข้าไปในตัวดาบจนใบดาบเปล่งแสงสีฟ้าขาวเรืองรองออกมาอย่างขัดเจนพร้อมๆกับที่ท่าไม้ตายใหม่ถูกเรียกใช้ในทันที

 

“คลื่นดาบกัมปนาท!!!”

 

[ Arc Wave!!! ]

[ ควับ... ]

 

     ตัวดาบถูกเวื้อไปด้านข้างและขนานไปกับตัวพื้นก่อนที่ชายหนุ่มจะม้วนตัวเพื่อเพิ่มพลังทำลายและฟาดดาบของตนลงไปกับพื้นอย่างสุดแรง

 

[ เปรี้ยง!!! บรึ้มๆๆๆ!!! ]

[ ชู่ววว... ตูมมมม!!! ]

[ กี๊ซซซซ!!! ]

 

     คลื่นพลังอันรุนแรงพวยพุ่งออกไปจากพื้นพร้อมกับบดขยี้ผืนดินและกลืนกินเปลวไฟของ กอกอส ที่ถูกพ่นออกมาอย่างง่ายดายก่อนที่คลื่นพลังนั้นจะระเบิดอย่างรุนแรงเข้าใส่ร่างของศัตรูที่อยู่ปลายทางจนร่างของอีกฝ่ายปลิวกระจายออกเป็นชิ้นๆไปในอากาศและสิ้นใจคาที่ในทันที...

 

[ ก๊าซซซซซ!!! ]

[ …..!!? ]

 

     เมื่อเห็นร่างพี่น้องของตนสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตาบรรดาพี่น้องที่เหลืออยู่จึงเกิดอาการคุ้มคลั่งและพุ่งเข้าจู่โจม เรย์ จากทั้ง 2 ทิศทางพร้อมๆกันด้วยการพุ่งเข้าชนอย่างสุดแรงโดยที่ชายหนุ่มไม่คิดที่จะหลบการจู่โจมนั้นและตั้งท่าเพื่อเตรียมจู่โจมเผด็จศึกในการโจมตีครั้งต่อไป!!!

 

“เพลงดาบวายุทลายฟ้า!!!”

 

[ ก๊าซซซซ!!!!! ]

[ เปรี้ยงงง!!! ]

[ ฟุ่บ... ]

 

     ร่างของเหล่า กอกอส ที่พุ่งเข้าหาชายหนุ่มนั้นถูกใบดาบหวดซัดเข้าใส่จากข้างใต้และโดนไอเย็นกับกระแสลมหวดขึ้นไปในอากาศจนลอยสูงขึ้นไปบนฟ้าก่อนที่ร่างของ เรย์ จะพุ่งทะยานตามขึ้นไปพลางหมุนตัวด้วยความไวสูงปละระเบิดท่าไม้ตายใหม่ของตนออกมา

 

[ Tornado Rising!!! ]

[ ฉัวะๆๆๆๆๆๆ!!!!! ]

[ กี๊ซซซซ!!!!! ]

 

     ด้วยการหมุนตัวด้วยความไวสูงร่วมกับกระแสลมและไอเย็น ก่อให้เกิดคมอากาศจำนวนมากเชือดเฉือนทั่วทั้งร่างของเหล่า กอกอส ที่ลอยเคว้งอยู่ในอากาศจนทั่วทุกส่วน ก่อนที่ร่างของทั้ง 3 จะร่วงกลับลงมายืนบนพื้นดิน

 

[ ตึงๆ!!! ตุบ... ]

[ ….. ]

 

     เกิดความเงียบสงัดขึ้นมาชั่วขณะหนึ่งโดยที่ไม่มีฝ่ายใดขยับเคลื่อนไหวให้เห็นแม้แต่น้อยก่อนที่ เรย์ จะลดดาบในมือลงจนเรี่ยไปกับตัวพื้นและหันหลังให้กับ กอกอส ทั้งสองและเอ่ยคำล่ำลาออกมาอย่างแผ่วเบา...

 

“พวกนายก็สัมผัสได้สินะ... ถึงคมดาบแห่งวายุ...”

 

[ กึกๆๆๆ...  ฉูดๆๆๆๆ...]

[ แผละๆๆ... ตึง..... ]

[ ….. ]

 

     บาดแผลจำนวนมากค่อยๆปรากฏขึ้นมาอย่างเชื่องช้าบนเรือนร่างทั่วทุกส่วนของเหล่ามังกร ก่อนที่หยดเลือดจะพวกพุ่งออกมาตามบาดแผลเหล่านั้นและโปรยปรายชโลมไปทั่วบริเวณและเรือนร่างของชายหนุ่มจนกลายเป็นสีแดงฉานท่ามกลางรอยยิ้มอันงดงามราวกับเทพบุตรของ เรย์ ก่อนที่ร่างของเหล่า กอกอส จะค่อยๆแหลกเละเป็นเศษเนื้อและไหลลงไปกองอยู่กับพื้น... เทพบุตรผู้สง่างามภายใต้นรกสีแดงฉาน... ช่างเป็นภาพที่งดงามและน่าพรั่นพรึงในเวลาเดียวกัน...

 

[ วูบ... ]

[ …..!!! ]

 

     ประกายสายฟ้าสีแดงและแสงเรืองรองบนตัวดาบค่อยๆดับแสงลงอย่างเชื่องช้าก่อนที่ความเจ็บปวดจะแล่นเข้าจู่โจมร่างกายของชายหนุ่มในทันที...

 

[ กึ้ง!!! โขลกๆ... ]

 

     ทันทีที่เวทมนตร์เสริมพลังทั้งหมดสิ้นฤทธิ์ลง... ดาบขนาดยักษ์ภายในมือจึงถูกใช้แทนไม้ค้ำยันเพื่อไม่ให้ร่างกายของเขาทรุดลงกับพื้น ในขณะที่ก้อนเลือดจำนวนหนึ่งถูกกระอักออกมาทางปากเนื่องจากกล้ามเนื้อและอวัยวะภายในของเขาได้รับความบอบช้ำอย่างรุนแรงจากการต่อสู้เมื่อสักครู่...

 

[ แฮ่กๆๆ!!! ]

[ กึกๆ... ]

 

     เสียงหอบหายใจดังลอดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่มอย่างรุนแรงอยู่พักหนึ่งจนกระทั่งชายหนุ่มสามารถปรับลมหายใจของตัวเองได้แล้วเขาจึงรีบปาดเลือดออกไปจากมุมปากของตนในทันที

 

“แฮ่กๆ... วิชาของพวกนักรบคลั่งนี่มันน่ากลัวจริงๆเลยแฮะ...”

 

     เนื่องจากสถานะ “คลั่ง” ( Berserk ) ที่ชายหนุ่มเรียกใช้นั้นจะทำให้ร่างกายของเขาปลดขีดจำกัดพลังของมนุษย์พร้อมทั้งเสริมพลังของกล้ามเนื้อจนสามารถเรียกใช้พลังของร่างกายออกมาได้จนถึงขีดสุดจน ความเร็ว พละกำลัง และความคล่องแคล่ว ทว่าการปลดขีดจำกัดนั้นก็ทำให้ร่างกายของเขาบอบช้ำมากขึ้นเป็นเท่าทวีเช่นกัน...

 

     ตัวช่วยที่ทำให้ร่างกายของชายหนุ่มไม่ได้รับความเสียหายมากนักก็คือทักษะ Drain Sword ที่สามารถเปลี่ยนหยาดโลหิตที่ชโลมลงบนตัวอาวุธหรือร่างกายของผู้ใช้นั้นฟื้นฟูพลังกายและพลังชีวิตขึ้นมาในระดับหนึ่ง... และทักษะ Aura Sword ที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีและดูดซับพลังเวทมนตร์จากศัตรูที่ถูกฟาดฟันนั้นทำให้พลังเวทย์และสติของ เรย์ ยังคงแจ่มชัดและไม่บ้าพลังไปอย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้นร่างกายของ เรย์ จึงไม่ได้รับความบอบช้ำอย่างที่ควรจะเป็นแต่ก็ถือว่าร่างกายของเขาได้รับความเสียหายมากอยู่พอสมควร...

 

“คราวหน้า... ถ้าจะใช้ทักษะ Berserk… คงต้องคิด.. ให้มากกว่านี้... แฮะ.....”

 

[ โครม... ]

 

     นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ เรย์ กล่าวออกมาได้ก่อนที่สติและร่างกายของเขาจะประท้วงให้พักผ่อนจนชายหนุ่มร่วงหล่นลงสู่ห้วงนิทราอันแสนสั้นเพื่อฟื้นฟูพลังกายและพลังเวทมนตร์ที่สูญเสียไปในการต่อสู้เมื่อสักครู่ให้ได้ในระดับหนึ่ง...

 

     และบัดนี้... การต่อสู้ที่ยังไม่รู้ผลจึงเหลือเพียงคู่ของ เซลิน่า และ แองเจลิน่าเท่านั้นแล้ว...

 

 

Ep.38 หุบเขากอกอส Part V

 

Coming Soon…    

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เม้นก่อนได้เปรียบ sad smile

#1 By SaC]2iFicE-Significance on 2011-05-21 12:24

ซิลลูกพ่อเก่งมากกกกก(เห่อลูกนี่หว่า - -*)
แต่งถูกใจเอาไปเลย3ดาว

Hot! Hot! Hot!

#2 By Mayz-Maiz (Silber) on 2011-05-21 12:32

ซิลเมพ = [ ] ="


รอนไปตายซะ - -


เหลือแต่ แองจี้กะเซลิ คู่นี้คู่หลักสินะ *0*


หนุกมากเจ๊ค๋า cry Hot! Hot! Hot!

#3 By [N]anoha on 2011-05-21 12:34

ลูกฉันออกมาพร้อมกัน อ่อนลงเลย T[]T!!

#4 By PsychoStatic (58.9.232.204) on 2011-05-21 13:15

#4 ไม่มีเก่งเทกกว่าใครทั้งนั้นละ

#5 By Mayz-Maiz on 2011-05-21 14:02

อาริกะกับอลิซเอินหละT^T

#6 By ~Masochism~ on 2011-05-21 14:16

แล้วเกล็ด กอกอสของทางเรย์เป็นยังไง- -"

#7 By bassbuster (110.169.172.51) on 2011-05-21 14:52

#7 ไม่เหลือ sad smile

#8 By Mayz-Maiz on 2011-05-21 15:23

คงไม่ต้องซ่อมแล้วมั้งนั่น= ="

#9 By (110.169.172.51) on 2011-05-21 15:34

รอนไม่เลือกเพศแล้วแฮะ - -

#10 By ZTSGearMaster (58.64.88.135) on 2011-05-21 17:33

ซิลเบอร์ ทำได้ดี สมแล้วที่เป็นนักดาบสายฟ้า ^^d

รอน เอวังจริงๆsad smile

เรย์ ท่าBerserk ไว้ใช้ในยามฉุกเฉินได้ผลแน่นอน O3Od

อีริค ขอให้รอดจากน้ำมือยมาบาลตัวนี้ละกัน ขอให้โชคดีsad smile

#11 By ~~MILO~~ (180.180.132.63) on 2011-05-21 18:27

บูวววว

รอน... นายมัน

/me = ="

เรย์โหดร้ายมาก มาคิดๆ ดูแล้วถ้า Berserk ไปคอมโบ้กับ Aqua Regeneration ของอัลจะเกิดอะไรขึ้น!!!

#12 By Auel Arnider (125.27.5.163) on 2011-05-21 18:33

^^~

#13 By x~@KawaiI@~x on 2011-05-21 19:33

แล้วเรื่องชุดของอีริคจะเป็นยังไง =3=

#14 By Taros (49.48.228.205) on 2011-05-21 19:50

Hey some bitch guy !

#15 By butler ~~** (124.122.99.208) on 2011-05-21 20:24

รอน แกหื่นไม่เลือกซะแล้ว
โถ หนูอี้ของหนู จะรอดไหมนั่น

บู๊มันอีกแล้วค่ะตอนนี้ ชอบการประสานท่าไม้ตายของสองแฝดด้วยแหละ

#16 By KimHanil (49.229.104.122) on 2011-05-21 22:17