Ep.38 หุบเขากอกอส Part V
posted on 23 May 2011 21:23 by mayz-maiz in EpisodeEp.38 หุบเขากอกอส Part V
# Gorgos Dungeon… หุบเขากอกอส
[ ครืนนนน... ]
เสียงของภูเขายังคงขู่คำรามดังขึ้นมาเป็นระยะในขณะที่ พี่น้องซาเกงาว่า ยังคงนั่งกอดกันและกันอยู่บนพื้นเนื่องจากความเหน็ดเหนื่อยกับการต่อสู้กับ ซิลเบอร์ อัศวินที่เก่งเป็นอันดับสองแห่ง เซอร์ดิน และพ่ายแพ้ลงในที่สุด
[ กึก... วูบ... ]
[ ….. ]
ใบดาบในมือของชายหนุ่มถูกลดลงอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะเอ่ยเสียงเรียบให้แก่สองพี่น้องว่า
“เอาล่ะ... ชั้นจะไม่ทำร้ายพวกเธอแต่ขอถามอะไรสักเล็กน้อย... คงไม่ว่ากันนะ?”
“.....”
“พวกชั้นแพ้นี่... จะทำอะไรก็ตามใจนายสิ!?! ฮึ!!!”
มากิเอะ พยักหน้ารับให้กับชายหนุ่มเงียบๆในขณะที่ มากิเนะ บ่นกระปอดกระแปดอย่างขัดใจเนื่องจากยังยอมรับกับความพ่ายแพ้ที่ได้รับไม่ได้อยู่ในอ้อมอกของผู้เป็นพี่ ก่อนที่ร่างของเธอจะเปล่งแสงสีขาวจางๆออกมาท่ามกลางสีหน้าประหลาดใจของ ซิลเบอร์
[ วิ้งๆๆ... วูบ... ]
[ ….. ]
หลังจากนั้นร่างของ มากิเนะ จึงกลายเป็นประกายแสงเล็กๆและหายเข้าไปในร่างของ มากิเอะ อย่างรวดเร็วโดยที่ชายหนุ่มไม่ได้ถามอะไรออกมาแม้แต่น้อย...
“... เอาละค่ะ... คุณต้องการจะถามอะไรก็เชิญถามได้เลยค่ะ...”
หญิงสาวหันมาพูดกับชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มและท่าทีอันอ่อนน้อมจน ซิลเบอร์ อดคิดไม่ได้ว่าทำไมแฝดคนน้องถึงได้มีนิสัยหยาบกระด้างต่างกับผู้เป็นพี่ได้ถึงขนาดนั้นหนอ...? (... คิดไปก็เสียเวลา...) ชายหนุ่มคิดได้ดังนั้นจึงสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไปจากหัวและเริ่มลงมือถามในทันทีว่า
“พวกเธอถูกว่าจ้างจาก แองจี้... แองเจลิน่า ใช่ไหม? เขาสั่งให้พวกเธอทำอะไร?”
“เธอแค่ให้พวกเราคุ้มกันเธอในช่วง 1 อาทิตย์นี้นับจากวันที่พบกับคุณเท่านั้นละค่ะ...”
“.....”
ผิดหวังไม่น้อย... เพราะชายหนุ่มคาดว่าเขาน่าจะถามข้อมูลจากหญิงสาวเพื่อคาดเดาจุดประสงค์และการกระทำของ แองเจลิน่า ได้ว่าเธอมาที่ หุบเขากอกอส แห่งนี้เพื่ออะไร? แต่คิดไปก็ไม่ได้อะไรเพิ่ม ชายหนุ่มจึงเริ่มรวบรวมข้อมูลต่อในทันที
“ถ้าอย่างนั้น... ในช่วง 3 วันที่ผ่านมานี้นายจ้างของเธอทำอะไรบ้าง?”
“เธอเดินทางขึ้นเขาไปยังบริเวณรังของเหล่า กอกอส และบอกว่าเธอกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง... แต่ชั้นเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอค้นหาอะไรเพราะพวกเรามัวแต่ระแวงว่าเหล่า กอกอส จะทำการจู่โจม... แต่น่าแปลกที่พวกมันไม่ได้โจมตีใส่พวกเราแถมยังมีท่าทีว่าง่ายผิดปกติอีกด้วยสิคะ?”
“.....”
ซิลเบอร์ ไม่ค่อยรู้สึกแปลกใจสักเท่าไรเพราะพลังพิเศษของ แองจี้ ก็คือการควบคุม และสัตว์ที่มีค่าสติปัญญาต่ำอย่างพวก กอกอส คงไม่อาจรอดพ้นพลังในการควบคุมของเด็กสาวไปได้อย่างแน่นอน เพราะขนาดเขาเองยังเคยเสียท่าให้กับเธอมาก่อนแล้วเลยนี่นา... แต่ส่งที่เขาสนใจมากกว่าในตอนนี้ก็คือเธอขึ้นมาหาอะไรกันแน่?
“.....”
“.....”
เกิดความเงียบขึ้นระหว่างทั้งคู่อยู่พักหนึ่งก่อนที่ มากิเอะ จะเอ่ยถามขึ้นมาว่า
“มีคำถามอะไรอีกรึเปล่าคะ? ถ้าไม่มีพวกเราจะได้ถอนตัวจากที่นี่เสียที...”
“พวกเธอจะถอนตัว?”
ซิลเบอร์ เอ่ยออกมาด้วยความแปลกใจ... เพราะพวกเธอไม่ใช่คนที่จะละทิ้งงานถ้ามันไม่ยากเกินกว่าที่พวกเธอจะทำไหว...
“ค่ะ... การต้องต่อสู้กับสมุนของราชินีมารแบบคุณ ดูท่าจะเกินกำลังของพวกเราจริงๆ...”
“..... หา!?!”
ชายหนุ่มอุทานออกมาเสียงดังกับสิ่งที่เขาเพิ่งจะได้ยินในทันที... เพราะความจริงมันกลับกันกับสิ่งที่เธอพูดเลยไม่ใช่รึยังไง!!!
“กลับกันแล้ว!!! พวกเธอเองไม่ใช่รึยังไงกันที่ทำงานรับใช้นางอยู่น่ะ!?!”
[ วูบ... ]
“พวกเราไม่มีทางทำแบบนั้นหรอกนะ!!!”
“.....!!?!?”
จู่ๆเส้นผมสีขาวและนัยน์ตาสีน้ำเงิน พลันเปลี่ยนเป็นเส้นผมสีน้ำตาลไหม้และแววตาสีเดียวกันอย่างรวดเร็ว กระทั่งชุดที่ใส่และนิสัยก็กลายไปเป็น มากิเนะ อย่างรวดเร็วเช่นกันจน ซิลเบอร์ สับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ไม่น้อยก่อนที่การโต้เถียงชุดใหญ่จะเริ่มขึ้น...
หลังจากเถียงกันอยู่พักใหญ่ชายหนุ่มจึงรู้ว่า แองเจลิน่า ป้ายสีพวกเขาว่าแท้จริงแล้วตระกูล ดาคิลลี่ ซึ่งเคยมีชื่อเสียงโด่งดังในอดีตนั้นไม่ได้ถูกฆ่าล้างตระกูลด้วยฝีมือของกลุ่มคนปริศนาแต่เป็นฝีมือของเหล่าอัศวินเองต่างหาก เพราะตระกูล ดาคิลลี่ ไปล่วงรู้ความลับว่าแท้จริงแล้วเหล่าอัศวินส่วนใหญ่ถูกนางมาร คาเซ่อาเซ่ แทรกซึมและล้างสมองไปเสียหมดแล้วทุกคนในตระกูลจึงถูกสังหารและ แองเจลิน่า ซึ่งเป็นคนที่รู้ความจริงเพียงหนึ่งเดียวที่ยังเหลือรอดอยู่จึงถูกไล่ล่าโดย ซิลเบอร์ ซึ่งเป็นสมุนที่แสนเก่งกาจของราชินีมาร... ซึ่งเมื่อ มากิเนะ เล่าเรื่องราวทั้งหมดจบ ซิลเบอร์ ถึงกับหัวหมุนไปพักหนึ่งก่อนจะเริ่มเล่าความจริงให้เธอฟังบ้างทีละน้อยๆ...
ชายหนุ่มค่อยๆอธิบายว่าแท้จริงแล้ว แองเจลิน่า ที่ประกาศว่าตนเองคือ ไนท์แมร์ ต่างหากคือสมุนของนางมาร คาเซ่อาเซ่ มากิเนะ จึงเริ่มออกปากเถียงกับชายหนุ่มอยู่พักใหญ่เพราะทาง ซิลเบอร์ อาจจะแต่งเรื่องขึ้นมาให้เธอสับสนได้เหมือนกัน... แต่เมื่อ มากิเอะ ที่นั่งฟังเรื่องราวทั้งหมดและเปรียบเทียบการกระทำของทั้งสองฝ่ายที่ชายหนุ่มจงใจไว้ชีวิตพวกเธอ และเด็กสาวที่สั่งฆ่าชายหนุ่มทันทีที่มีโอกาสนั้น... ทำให้พวกเธอยอมตกลงเชื่อซิลเบอร์ได้ในท้ายที่สุด...
“บ้าเอ้ย!!! ถ้ารู้ว่ายัยเด็กนั่นเป็นสมุนของนางมารนั่นละก็น่าจะจับมันมาเค้นหาวิธีแก้คำสาปซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!!!”
“คำสาป?”
“อ้อ... เรื่องมันมีอยู่ว่า...”
หลังจากนั้น มากิเนะ จึงอธิบายว่าคำสาปที่เธอว่านั้นก็คือการที่ร่างของเธอกับพี่สาวนั้นต้องมาใช้ร่างร่วมกันเนื่องจากในอดีตสมัยที่ คาเซ่อาเซ่ ยังคงแทรกซึมอยู่ข้างกายของราชินีแห่ง คานาวาน และสาปให้พวกเธอมีร่างเดียวกันเพื่อใช้เธอเป็นทหารรับใช้ของนางเนื่องจาก มากิเอะ มีดีด้านพลังเวทย์และ มากิเนะ มีดีด้านพลังกาย... หากรวมพวกเธอเข้าด้วยกันได้ก็จะก่อให้เกิดนักรบที่มีความเก่งกาจรอบด้านขึ้นมา
ทว่าเวทมนตร์ที่ร่ายใส่เธอนั้นเกิดความผิดพลาดพวกเธอจึงถูกสาปให้อยู่ในสภาพเช่นนี้และถูกทางการไล่ล่าเนื่องจากพวกเธอตั้งใจจะสังหาร คาเซ่อาเซ่ เพื่อล้างคำสาป... มากิเนะ อธิบายเพิ่มเติมว่าพวกเธอสามารถแยกร่างออกจากกันได้เพียงชั่วคราวแต่จะแยกนานมากๆไม่ได้เพราะพวกเธอจะรู้สึกทรมานมากๆจนราวกับถูกเปลวเพลิงแผดเผาทั่วทั้งร่างเลยทีเดียว...
[ เฮ้~* ซิลเบอร์~!!! ]
[ …..? ]
เสียงตะโกนอันคุ้นเคยดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเขาก่อนที่ร่างของ รอน และ อีริค ซึ่งเปลี่ยนชุดกลับเป็นปกติแล้วจะค่อยๆเคลื่อนกายกลับมาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว
“พวกคุณเอาชนะ กอกอส ได้สินะ... ไม่ผิดคาดเลยจริงๆ”
“ชิลๆฟ่ะเพื่อน~*”
“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ!!! ม้าลากรถของพวกเราถูกฆ่าทิ้งไปแล้วนายรู้มั้ย!!!”
“.....!!!”
รอน ตอบคำถามของ ซิลเบอร์ ด้วยท่าทีสบายๆในขณะที่ อีริค รีบบอกสิ่งที่เขาพบเจอเมื่อสักครู่นี้ท่ามกลางใบหน้าตื่นตะลึงของชายหนุ่มผมเงิน เพราะนั่นหมายความว่าการเดินทางกลับของพวกเขาจะต้องใช้เวลานานขึ้นถึงหลายเท่าตัวเลยทีเดียวเนื่องจากขามาที่พวกเขาใช้ม้านั้นยังต้องใช้เวลาถึง 3 วันเลยเชียวนะ!!!
“อะ... แหะๆ... ขอโทษนะ... นั่นฝีมือชั้นเองแหละ...”
“เธอ!!!”
รอน และ อีริค อุทานออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความเดือดดาล เพราะเมื่อสักครู่นี้เธอเพิ่งจะสาดกระสุนทักทายพวกตนไปสดๆร้อนๆแถมเมื่อได้ยินว่าเธอเป็นคนฆ่าม้าพวกนั้นอีกพวกเขาจึงยิ่งโกรธจัดขึ้นไปอีกจน ซิลเบอร์ ต้องช่วยปรับความเข้าใจกันอยู่พักใหญ่ก่อนที่ มากิเนะ จะขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งจน รอน และ อิริค โกรธเธอไม่ลงและยอมให้อภัยได้ในที่สุด
“ยังดีนะที่สัมภาระของพวกเรายังอยู่ครบ... ไม่อย่างนั้นละก็...”
“ยังดีนะที่เธอสวย ให้อภัยได้~♥”
“ไอ้เวรเอ้ย!!!”
[ เปรี้ยง!!! / เอ๋ง~!!! ]
[ แหะๆๆๆ... ]
และแล้ว อีริค กับ รอน จึงกลับมาทะเลาะกันอีกครั้งจน มากิเนะ พลอยหัวเราะกับภาพที่เห็นไปด้วยก่อนที่ อีริค จะนึกขึ้นได้และถามขึ้นมาว่า
“เดี๋ยวก่อน... เรย์ กับเซลิน่าล่ะ?”
“ถ้าเรื่องนั้น... ชั้นคิดว่าตอนนี้พวกเขาคงอยู่ที่ทุ่งดอกไม้ด้านบนภูเขาน่ะ เพราะเมื่อเช้านี้นายจ้างของชั้นขึ้นไปที่นั่นแล้วบอกว่าวันนี้ที่นั่นจะต้องเป็นที่ฝังศพของเพื่อนเก่าคนหนึ่งในวันนี้...”
“.....!!!”
ซิลเบอร์ เผยสีหน้าตื่นตะลึงจนถึงขีดสุดออกมาในทันทีที่ มากิเนะ เอ่ยประโยคนั้นจบ... เพราะเพื่อนเก่าของ แองเจลิน่า คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณหนูของเขานั่นเอง และเมื่อนึกถึงสิ่งที่เธอทำกับตนตอนที่อยู่ภายในเมืองแล้วทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่า แองจี้ อาจจะเตรียมการฆ่าเซลิน่า ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของเธอเช่นกันก็เป็นได้...
“มากิเนะ!!! คุณช่วยพาผมไปที่นั่นได้ไหม???”
“ไม่มีปัญหา~!!!”
[ ฟุ่บๆ!!! ]
[ อ้าวเฮ้ย!!! ]
ร่างของ มากิเนะ และ ซิลเบอร์ รีบพุ่งทะยานขึ้นไปบนตัวเขาอย่างรวดเร็วจน รอน และ อีริค ทำได้เพียงอุทานอย่างตื่นตกใจและสับสนว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? ก่อนที่พวกเขาจะรีบพุ่งตัวตามคนทั้งสองไปจนไล่ตามทันและสอบถามข้อมูลในระหว่างวิ่งจนรู้ความจริงทั้งหมดได้ไม่ยากนัก...
.....
[ เปรี้ยงๆๆๆ บรึ้มๆ!!! ]
[ วูบ... ฉึกๆๆ!! ]
[ เปรี๊ยะ... เพล้งงง!!! ]
ตัดกลับไปยังบริเวณทุ่งดอกไม้ด้านบนที่บัดนี้แทบจะไม่หลงเหลือความสวยงามให้เห็นเหมือนช่วงก่อนเกิดการต่อสู้อีกแล้ว... และที่นี่ก็กำลังกลายเป็นสนามประลองมนตราของ เซลิน่า และ แองเจลิน่า ซึ่งกำลังร่ายเวทมนตร์ของตนเข้าห้ำหั่นกับอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง
[ Freezing Charm!!! ]
[ Dark Claw!!! ]
[ เปรี้ยงงง!!! ]
หอกน้ำแข็งของเด็กสาวปะทะเข้ากับตัวพัดที่แปรสภาพไปเป็นท่อนแขนและกรงเล็บด้วยพลังมืดและระเบิดกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยพร้อมกับก่อให้เกิดไอน้ำเล็กน้อยลอยฟุ้งไปในอากาศ ก่อนที่ร่างของ เซลิน่า จะพุ่งออกมาจากกลุ่มก้อนไอน้ำนั้นและเงื้อมือเตรียมหวดคทาในมือใส่ แองจี้ โดยหวังจะให้เธอสลบลงไปเพื่อที่พวกเธอจะได้ไม่ต้องมาต่อสู้กันเอง...
[ แง๊วววซ์!!! ]
[ …!!! ]
[ ควับ... เคร๊ง!!! ]
ร่างของเจ้าแมวดำกระโดดพุ่งเข้ามาขัดขวางเด็กสาวด้วยความเร็วสูงและเหวี่ยงกรงเล็บของมันเข้าคุกคามเธออย่างต่อเนื่องจน เซลิน่า ต้องยกคทาภายในมือขึ้นเพื่อตั้งรอบการจู่โจมและเว้นระยะถอยออกไปเล็กน้อย...
[ ฟ่อออ... ]
[ ซาโรชี!?! ]
เจ้าแมวดำรัก เซลิน่า เหมือนกับที่รักเจ้านายของตน... ทว่าเจ้านายของตนย่อมสำคัญที่สุดมันจึงไม่มีทางเลือกมากนักนอกจากการคุกคามและข่มขู่เด็กสาวเพื่อไม่ให้ทั้งสองลงไม้ลงมือจนได้รับบาดเจ็บมากมายนัก
[ Energy Absorber!!!]
[ วูบบบ... ]
[ อ๊ายยย!!! ]
เมื่อสบโอกาส แองเจลิน่า จึงรีบใช้พัดภายในมือดูดพลังส่วนหนึ่งของ เซลิน่า มาเพื่อรักษาตัวเองท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของเด็กสาว ก่อนที่ แองจี้ จะรีบตามเข้าไปจู่โจมเธอซ้ำโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
[ มั่บ... เพียะ!!! ]
[ อึ้ก!?! ]
เส้นผมสีฟ้านุ่มสลวยถูกฝ่ามือเรียวบางของ แองเจลิน่า จิกและกระชากเข้าหาตัวพร้อมๆกับที่ฝ่ามือเรียวอีกข้างหนึ่งถูกหวดเข้าใส่พวงแก้มนวลของ เซลิน่า อย่างรวดเร็วพร้อมๆกับที่ แองจี้ กรีดร้องออกมาว่า
“ชอบมากสินะ... การต่อสู้ระยะประชิดเนี่ย!!! งั้นมาลองกันหน่อยซิว่าใครจะแน่กว่าใคร!!!”
[ กึก... ]
[ เพียะ!!! เพียะ!!! เพียะ!!!!! ]
[ กรี้ดดดด!!! ]
[ มะ... แม้ววว... ]
เจ้าแมวดำครวญครางพร้อมๆกับหางที่ตกลู่ลงกับพื้นพลางจ้องมองภาพการต่อสู้เบื้องหน้าที่ แองเจลิน่า กระหน่ำฝ่ามือเข้าใส่พวงแก้มของ เซลิน่า อย่างต่อเนื่องจนเด็กสาวตัวเล็กได้แต่หันหน้าไปตามแรงตบอันรุนแรงพลางกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด... ในขณะที่ แองจี้ แสยะยิ้มชั่วร้ายราวกับกำลังสนุกสนานกับการกระทำของตนเอง
“เมี้ยวๆๆๆ!!!”
“ให้เลิกตบเพราะกลัวมันจะตายเหรอ? ถ้าตายไปได้สิยิ่งดี!!!”
“..... เหรอ?”
[ เปรี้ยงงง!!! ]
[ กรี้ดดดดด!?! ]
[ แง้ว!!?!? ]
ชั่วพริบตาที่ แองจี้ หันไปคุยกับ ซาโรชี และเปิดช่องว่างนั้นเองที่ เซลิน่า หวดกำปั้นเล็กๆของตนเข้าใส่ใบหน้าของ แองจี้ อย่างรุนแรงและหนักหน่วงจนเพื่อนสาวในชุดดำกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดพร้อมกับทรุดกายลงไปนั่งอยู่กับพื้นเบื้องล่าง
“ถ้าชอบเล่นเจ็บๆ... ชั้นก็จะเล่นกับเธอด้วยนะ แองจี้!!!”
“อ๊ายยยย!!!”
เซลิน่า เอ่ยประโยคดังกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่แดงช้ำไปด้วยแรงตบเมื่อสักครู่ก่อนที่ แองเจลิน่า จะกรีดร้องพลางพยายามปัดป้องเมื่อเด็กสาวตัวเล็กกำลังจะจู่โจมเธอกลับบ้างแล้ว
[ ควับ... ตึก!!! ]
[ เพียะ!!! ตุ้บ!!! ปั้ก!!! พล่อก!!! ]
[ อึ้ก!!! อะ... อุ้ก!?! กรี้ดดดด!!! ]
[ มะ... เมี้ยววววว!!!!! ]
คราวนี้ ซาโรชี ถึงกับขึ้นเสียงสูงพลางก้มหัวลงและใช้อุ้งเท้าหน้าปิดเปลือกตาของตนเอาไว้เพราะมันไม่อาจทนมองภาพตรงหน้าได้ เนื่องจากเด็กสาวตัวเล็กที่ไม่เคยสู้คนนั้น... ถึงกับกระโดดขึ้นคร่อมร่างของ แองเจลิน่า พร้อมๆกับประเคนฝ่ามือและกำปั้นเข้าใส่ใบหน้าของเด็กสาวในชุดเดรสสีดำที่กำลังนอนกรีดร้องอยู่บนพื้นและพยายามปัดป้องการจู่โจมเหล่านั้นอย่างร้อนรน
[ มั่บ... ]
[ …!!! ]
[ ควากกก!!! ]
[ โอ๊ย!?! ]
ในจังหวะที่กำลังนัวเนียกันอยู่นั้นเองที่ แองจี้ ฉวยจังหวะคว้าข้อมือเรียวของ เซลิน่า เอาไว้ได้และใช้เล็บมือของตนข่วนเข้าใส่แผงคอขาวของเด็กสาวตัวเล็กจนหยดเลือดสีแดงค่อยๆซึมออกมาจากลำคอขาวผ่องนั้นจนร่างบางต้องผละออกไปด้วยความเจ็บปวดและความตกใจทว่า แองเจลิน่า กลับไม่ปล่อยให้เพื่อนตัวเล็กได้มีเวลาตั้งตัวและตามเข้าไปจู่โจมซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
[ มั่บ... ปึดๆๆ!!! ]
[ อะ... อ๊อก... ]
มือทั้งสองข้างของ แองจี้ คว้าหมับเข้าใส่ลำคอของ เซลิน่า เอาไว้ก่อนที่เธอจะออกแรงบีบอย่างสุดแรงจนใบหน้าของเด็กสาวตัวเล็กขึ้นสีจัดเนื่องจากอากาศไม่สามารถส่งผ่านลำคอลงไปยังปอดได้ในขณะที่ แองเจลิน่า ฉีกรอยยิ้มชั่วร้ายพลางพูดเสียงสั่นว่า
“ไงละ... แน่จริงลองเอาตัวรอดให้ชั้นดูทีสิ เซลิน่า!!!”
“อะ... อ่ะ!!!”
[ หงึกๆๆ... กึก... ]
เซลิน่า ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาแม้แต่น้อย... หรืออาจเป็นเพราะเธอไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ก็ไม่ทราบ ในขณะที่ท่อนแขนบางของคนตัวเล็กค่อยๆยกขึ้นมาอย่างเชื่องช้าแล้วพาดลงบนลำคอและหัวไหล่ของ แองเจลิน่า อย่างแผ่วเบา
“หึๆๆ... คิดจะบีบคอชั้นคืนรึยังไง? ช้าไปแล้วล่ะ!!!”
“คิก... คิกๆๆ!!!”
“.....!!?!?”
แองจี้ ตะโกนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งด้วยน้ำเสียงเย้ยหยั่นในขณะที่ เซลิน่า แค่นหัวเราะออกมาเบาๆอย่างมั่นอกมั่นใจจน แองเจลิน่า เผยสีหน้าตื่นตะลึงและสงสัยออกมาครู่หนึ่ง และ...
[ มั่บ... ]
[ บึ้กกกก!!! ]
[ อ๊อกกก!!? ]
มือทั้งสองข้างของ แองเจลิน่า คว้าจับลำคอและหัวไหล่ของเพื่อนสาวเอาไว้จนแน่น ก่อนที่ยอดเข่าบนท่อนขาเรียวบางจะกระทุ้งเข้าใส่หน้าท้องของ แองจี้ อย่างรุนแรงจนเด็กสาวชุดดำต้องปล่อยมือของตนพลางงอตัวด้วยความจุกเสียดที่แล่นไปทั่วทั้งร่างพร้อมๆกับที่ เด็กสาวตัวเล็กก้าวถอยหลังออกไปพลางหอบหายใจและกำรอบคอของตนเพื่อคลายความเจ็บปวด
[ อะ... อ่อกกก... ]
[ แฮ่กๆๆๆ... ]
[ เมี้ยว... ]
แองเจลิน่า กุมหน้าท้องของตนพลางครางออกมาอย่างทรมานในขณะที่ เซลิน่า ยังคงหอบหายใจออกมาช่วงใหญ่ๆพลางกุมรอยช้ำรอบลำคอของตนท่ามกลางสายตาของ ซาโรชี ที่ไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กสาวทั้งสองซึ่งรักกันราวกับเป็นพี่น้องของตนต้องมาต่อสู้ห้ำหั่นกันเองเพื่อสิ่งใดกัน...
[ กึก… ]
แองจี้ ค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่งทั้งๆที่ยังจุกหน้าท้องอยู่ไม่หายและจ้องมองไปยัง เซลิน่า ด้วยแววตาเคียดแค้นพลางขบคิดอะไรบางอย่างอยู่ภายในใจ
( ทำไม... ทำไม!!! ทั้งๆที่เธออ่อนแอและไม่เคยทำอะไรได้ด้วยตัวเองแท้ๆ.. ทั้งที่เธอไม่เคยชนะชั้นไม่ว่าจะเรื่องอะไรแท้ๆ!!! แล้วทำไมชั้นถึงเอาชนะเธอไม่ได้... ทำไม... เธอถึงเป็นคนที่ได้รับความรักจากคนอื่นอยู่เสมอนะ...)
-----
[ Angelina Truth… ความจริงของ แองเจลิน่า... ]
[ อุแว๊... อุแว๊ๆ... ]
….. ตั้งแต่ก่อนจะจำความได้... และตลอดมาภายในอดีต... ข้างกายของเธอจะต้องมีน้องสาวตัวเล็กผมสีฟ้าใสที่คอยยิ้มแย้มและคอยให้เธอปกป้องอยู่ตลอดเวลา... เป็นคนที่เธอรักมากที่สุด ยิ่งกว่าใครๆในโลกนี้...
พวกเธอทั้ง 2 ต่างเติบโตขึ้นมาด้วยกันราวกับพี่น้องแท้ๆ เพราะตระกูลของพวกเธอนั้นเป็นตระกูลผู้ใช้เวทมนตร์ที่มีฝีมือและชื่อเสียงทัดเทียมกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษและยังคงเป็นมาจนถึงปัจจุบัน... ดังนั้นบุตรีเพียงหนึ่งเดียวของทั้ง 2 ตระกูลอย่างพวกเธอจึงถูกจับมาทำความรู้จักกันตั้งแต่เล็กและนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดนั่นเอง...
แม้เบื้องหน้าตระกูล ดาคิลลี่ ของ แองเจลิน่า จะทำตัวเป็นมิตรกับตระกูล บิลเซมเบิร์ก ของ เซลิน่า... แต่ลับหลังแล้วพวกเขาจ้องที่จะหาโอกาสทำลายตระกูล บิลเซมเบิร์ก อยู่ตลอดเวลาโดยที่ แองเจลิน่า ไม่ได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้และให้ความรักกับ เซลิน่า ราวกับตัวเองเป็นพี่แท้ๆของเธอก็มิปาน...
เซลิน่า มีจุดด้อยอยู่ที่ความขี้อายและจิตใจที่ใสซื่อบริสุทธิ์เกินไปดังนั้น แองเจลิน่า ต้องคอยรับหน้าที่ปกป้องดูแลเธอมาโดยตลอด อีกทั้งยังสอนวิชาเวทมนตร์ของตระกูล ดาคิลลี่ ให้กับเธอโดยไม่ปิดบังเพื่อที่เด็กสาวจะได้ใช้มันเพื่อป้องกันตัวอีกด้วยทำให้ฝีมือของ เซลิน่า พัฒนาขึ้นมาจนมีฝีมือทัดเทียมกับเธอได้ในเวลาไม่นานนัก...
แต่เพราะจิตใจที่ใสซื่อเกินไปนั้นทำให้ เซลิน่า ยังคงถูกรังแกและไม่ยอมตอบโต้กลับไปอยู่เรื่อยมาจน แองเจลิน่า ต้องคอยอยู่ข้างๆและให้ความช่วยเหลลือเธออยู่ร่ำไป...
... วันเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วจนเด็กสาวทั้ง 2 เริ่มก้าวเข้าสู่วัยรุ่นและเริ่มมีอารมณ์และความรู้สึกที่ชัดเจนยิ่งขึ้นรวมไปถึงรู้จักโลกภายนอกดียิ่งขึ้นอีกด้วย... และความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลวงกำลังจะเริ่มขึ้นจากวัยนี้นั่นเอง...
วันหนึ่ง... ทางพระราชวังได้มีการจัดแข่งขันการเขียนเรียงความเกี่ยวกับเวทมนตร์ขึ้นมาสำหรับเด็กอายุน้อยๆและรุ่นวัยรุ่นเป็นครั้งแรก ซึ่งเด็กสาวทั้ง 2 ไม่ลังเลที่จะสมัครเข้าร่วมแข่งขันในทันที... ทว่า เซลิน่า กลับไม่สามารถคิดและเรียบรียงคำพูดของเธอออกมาเพื่อเขียนเป็นตัวอักษรได้จนผู้เป็นพี่ต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือจนไม่ได้เขียนเรียงความของตนและส่งผลให้ เซลิน่า ชนะเลิศในการแข่งขั้นซึ่งนั่นก็ทำให้ผู้เป็นพี่รู้สึกพึงพอใจมากพอแล้ว... แต่นั่นกลับเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงของชะตากรรมเสียแล้ว...
…..
[ เพียะ!!! โครม!!! ]
[ ว๊ายยย!?! ]
ทันทีที่พ่อและแม่ของเธอล่วงรู้ความจริงว่า แองเจลิน่า มัวแต่ช่วยเหลือ เซลิน่า จนสามารถเอาชนะเลิศการแข่งขันได้โดยไม่สนใจการแข่งขันของตัวเอง เด็กสาวจึงถูกทำร้ายและทุบตีจากพ่อและแม่บังเกิดเกล้าของเธอเองรวมไปถึงการถูกด่าทอว่าทำไมถึงไปช่วยเหลือศัตรูของตนกัน...
เด็กสาวรู้สึกชอกช้ำและสงสัยว่าตนเองทำอะไรผิดกันแน่... ทว่าพ่อและแม่ของเธอกลับไม่ให้คำตอบอะไรกับเธอแม้แต่น้อยและสั่งให้เธอใช้ชีวิตไปตามปกติธรรมดาอย่างที่เคยเป็นมาท่ามกลางความรู้สึกเจ็บที่สลักแน่นอยู่ในหัวใจของเธอ จนเด็กสาวทำได้เพียงร้องไห้อยู่คนเดียวท่ามกลางความมืดมิดกับ ซาโรชี ซึ่งเป็นแมวคู่ใจของเด็กสาว...
เซลิน่า พร่ำถามเธอด้วยความเป็นห่วงทุกครั้งที่ตามร่างกายของ แองเจลิน่า มีบาดแผลเพิ่มขึ้นซึ่งดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นในทุกๆครั้งที่เธอทั้ง 2 ผ่านการแข่งขันบางอย่างและจบลงที่ชัยชนะของผู้เป็นน้องภายใต้การช่วยเหลือของผู้เป็นพี่ซึ่งในทุกๆครั้ง แองเจลิน่า ก็จะพร่ำตอบคำตอบเดิมซ้ำๆว่าเธอได้บาดแผลเหล่านี้มาจากการทดลองเวทมนตร์ใหม่และเกิดความผิดพลาดขึ้นจน เซลิน่า ทำได้เพียงขอให้เธอระมัดระวังตัวให้มากขึ้นเพียงเท่านั้น...
ทว่านับจากนั้นเป็นต้นมา แองเจลิน่า ก็ค่อยๆเว้นระยะความสัมพันธ์กับ เซลิน่า ออกไปเรื่อยๆ... จากพี่น้องกลายเป็นเพื่อนสนิท จากเพื่อนสนิทกลายเป็นเพียงเพื่อน และจากเพื่อนกลายเป็นเพียงคนรู้จักกันเท่านั้น โดยที่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สร้างความเจ็บปวดในหัวใจของทั้งคู่เป็นอย่างมากเพราะทั้งคู่นั้นไม่เคยแยกจากกันมาก่อนและโหยหากันและกันอย่างมาก... แต่ แองเจลิน่า ก็ต้องกัดฟันทนเพื่อค้นหาคำตอบให้กับตันเองท่ามกลางหยาดน้ำตาของ เซลิน่า ที่ไม่เข้าใจว่าตนเองทำอะไรผิดลงไปกันแน่...
จนกระทั่งวันแห่งชะตากรรมที่จะเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของพวกเธอไปตลอดกาลก็มาถึง...
.....
วันนั้นท้องฟ้าคร่ำคราญและปลดปล่อยหยาดน้ำตาของมันให้ร่วงหล่นลงมาทั่วตัวเมือง เซอร์ดิน ราวกับจะร้องไห้ให้กับชะตากรรมอันน่าเศร้าที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตระกูล ดาคิลลี่ และตระกูล บิลเซมเบิร์ก...
ครอบครัวของ เซลิน่า ได้รับคำร้องของมาจากทางวังหลวงเพื่อให้พวกเขารับทุนจากทางวังและเดินทางไปเพื่อทำการวิจัยสายพันธ์ของ กอกอส ที่ หุบเขากอกอส เนื่องจากได้ยินชื่อเสียงของบุตรีแห่ง บิลเซมเบิร์ก ผู้พิชิตรางวัลเวทมนตร์ยอดเยี่ยมในหลากหลายสาขาทั้งที่อายุยังน้อยทั้งๆที่ตระกูล ดาคิลลี่ ที่เตรียมการแปรสภาพบ้านพักตากอากาศให้กลายเป็นห้องวิจัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่กลับไม่ได้รับคำร้องนั้นทำให้ผู้นำตระกูลทั้งสองคนรู้สึกเคืองแค้นเป็นอย่างมาก และต้นเหตุที่ทำให้บุตรีแห่ง บิลเซมเบิร์ก มีชื่อเสียงนั้นก็คือลูกสาวเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขา แองเจลิน่า นั่นเอง...
[ เพียะ!!! ผัวะ... พล่อก!!! โครม!!!!! ]
[ ฮะ... ฮือๆๆๆๆ..... ]
เด็กสาวถูกทารุณด้วยฝีมือของพ่อและแม่แท้ๆของเธออีกครั้งหนึ่งจนร่างกายของเธอบอบช้ำอย่างหนัก กระทั่งสายสัมพันธ์ของพ่อและแม่ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเธอเอาไว้ก็พลันแตกสลายไม่เหลือชิ้นดีจนเด็กสาวไม่อาจอดกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ได้อีกต่อไปและเอ่ยปากถามถึงเหตุผลที่ตัวเองถูกทำร้ายด้วยความเกรี้ยวกราดว่า
“สิ่งที่หนูทำมันผิดตรงไหนกัน!!! หนูช่วยเหลือน้องสาวของหนูเองมันผิดมากรึยังไงคะ!?!”
“นังลูกโง่!!! แกยังคิดว่ามันเป็นน้องสาวของแกอีกเรอะ!?! มันเป็นศัตรูที่แกจะต้องกำจัดต่างหากนังลูกเลว!!!”
“.....!!?!?”
และแล้วความจริงทั้งหมดก็ถูกเปิดเผยจากปากของพ่อและแม่ของเธอเองว่าตระกูลของพวกเธอนั้นตั้งตัวเป็นศัตรูกับตระกูล บิลเซมเบิร์ก มาตั้งนานแล้วและความสัมพันธ์ที่มีนั้นเป็นเพียงฉากหน้าเท่านั้นเพราะทั้งสองตระกูลต่างแย่งชิงเกียรติและศักดิ์ศรีกันมาจากรุ่นสู่รุ่นจนเป็นหน้าที่ของคนในตระกูลไปแล้ว... และการที่พวกท่านให้เธอทำความสนิทสนมคุ้นเคยกับ เซลิน่า ก็เพื่อหลอกเอาข้อมูลกับตระกูล บิลเซมเบิร์ก แต่กลายเป็นว่า แองเจลิน่า เอาวิชาของตระกูลไปสอนให้กับอีกฝ่ายเสียอย่างนั้น...
เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย แองเจลิน่า จึงทำได้เพียงกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งเท่านั้น... เพราะคนที่เธอรักมากที่สุดกลับเป็นคนที่เธอต้องกำจัดทิ้ง และคนที่เธอหวังให้รักตนมากที่สุดอย่างพ่อและแม่กลับเห็นเธอเป็นเพียงตัวหมากของการแข่งขันเท่านั้น...
[ อ๊าาาาา~!!!!! ]
[ เพล๊งๆๆ!!! ตูม!!! ]
[ โครมๆ!!! ]
[ อั่กกก... ]
พลังมืดอันรุนแรงและความแค้นความรู้สึกที่ถูกสั่งสมมาเนิ่นนานถูกระเบิดออกมาพร้อมๆกับเสียงกรีดร้องของ แองเจลิน่า จนบานกระจุกรอบด้านปริร้าวและระเบิดกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยพร้อมๆกับที่ร่างของพ่อและแม่ของเธอถูกคลื่นพลังนั้นอัดเข้าใส่กำแพงอย่างรุนแรง ก่อนที่ตัวพัดในมือของเด็กสาวจะถูกแปรสภาพกลายเป็นท่อนแขนและกรงเล็บเพื่อเสียบทะลุหัวใจของทั้งคู่ภายในการจู่โจมเพียงครั้งเดียวจนสิ้นใจคาที่...
[ ฮึ... ฮึๆๆ... ฮ่าๆๆๆๆ..... ]
เสียงหัวเราะอันเยียบเย็นดังออกมาจากริมฝีปากเอิบอิ่มของเด็กสาวพร้อมๆกับหยาดน้ำตาที่แห้งเหือดลงไปพร้อมๆกับจิตใจของเธอเอง ก่อนที่เธอจะแค่นเสียงและเอ่ยประโยคอันเยียบเย็นออกมาว่า...
“พอกันที... ทั้งตระกูล ดาคิลลี่... ตระกูล บิลเซมเบิร์ก... เซลิน่า... ชั้นจะทำลาย... ทำลายทุกๆอย่างให้หมดสิ้นไปซะ!!!”
[ ตูมๆ โครม!!! ]
[ อ๊ากกกกก!!! / กรี้ดดดดด!!! ]
ทุกชีวิตภายในบ้านต่างกรีดร้องอย่างโหยหวนและพยายามต่อกรกับเด็กสาวผู้เต็มไปด้วยพลังมืดอันแรงกล้าจนกระทั่งไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเหลือรอดจากการฆ่าล้างบางในครั้งนี้เพราะเด็กสาวต้องการจะตัดขาดกับอดีตทั้งหมดของตนให้สิ้นซากเธอจึงใช้เลือดของบรรดาผู้ตนในตระกูลมาเขียนอักษรบนตัวกำแพงว่า
[ นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปตระกูล ดาคิลลี่ จะไม่มีตัวตนให้เล่าขานอีกต่อไป... ทุกคนในตระกูลต่างถูกข้าสังหารจนสิ้น... และข้าจักเป็นอิสระจากบ่วงพันธะที่ผูกมัดตัวข้าเสียที... ]
ซึ่งหลังจากเขียนข้อความจบแล้วเด็กสาวจึงรีบออกเดินทางตามคณะเดินทางของตระกูล บิลเซมเบิร์ก ไปเพื่อทำตามหน้าที่ของสายเลือดตระกูล ดาคิลลี่ นั่นก็คือการเอาชนะตระกูล บิลเซมเบิร์ก ซึ่งสิ่งที่เด็กสาวตั้งใจจะทำก็คือการ “ฆ่าล้างบาง” ตระกูล บิลเซมเบิร์ก ให้สิ้นซากเหมือนที่เธอทำกับตระกูลของเธอเอง...
เด็กสาวไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากมายนักเพราะเหล่า กอกอส บนภูเขานั้นเป็นอุปกรณ์แสนสะดวกสบายที่เธอสามารถใช้งานได้โดยง่าย เธอเพียงแค่ควบคุมเหล่า กอกอส ที่โตเต็มวัยสัก 4-5 ตัวก็มากเพียงพอที่จะฆ่าทุกๆคนในคณะเดินทางแล้วดังนั้นเธอจึงไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการมองดูผุ้คนในคณะเดินทางถูกฉีกกระชากร่างเพื่อกลายเป็นอาหารอันโอชะของเหล่ามังกร...
หลังจากหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว... เด็กสาวจึงรู้สึกได้ถึงความว่างเปล่าและอ้างว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจนรู้สึกราวกับว่าเธอเป็นเพียงร่างของตุ๊กตาที่ไร้วิญญาณ ก่อนที่เสียงเพรียกแห่งความมืดจะดังขึ้นภายในจิตใจของเธอและบ่งบอกว่าเธอเป็นที่ต้องการของพวกเขาทำให้ แองเจลิน่า ตอบรับคำเชิญชวนนั้นและกลายเป็นสมาชิกของ ไนท์แมร์ ไปในที่สุด...
.....
1 เดือนหลังจากที่เข้าเป็นสมาชิกของ ไนท์แมร์... เด็กสาวก็ยังคงรู้สึกว่าเปล่าอยู่ตลอดเวลาเพราะเธอไม่เหลือใครที่จะคอยพูดคุยและเห็นความสำคัญของเธออีกแล้ว... แม้สมาชิกคนอื่นๆจะพยายามชวนเธอคุยและทำความรู้จักแต่เธอก็ยังคงไร้การตอบสนองและนั่งนิ่งราวกับตุ๊กตาอยู่อย่างนั้นเรื่อยไป...
กระทั่งวันหนึ่งเด็กสาวเกิดรู้สึกอยากกลับไปเห็นบ้านที่ตนเคยใช้อยู่อาศัยและออกเดินทางกลับมายังคฤหาสน์ตระกูล ดาคิลลี่ และพบกับความว่างเปล่าและเงียบเหงาซึ่งไม่ต่างอะไรกับหัวใจของเธอในตอนนี้และยิ่งทำให้เธอรู้สึกอ้างว้างยิ่งขึ้นไปอีก ก่อนที่อะไรบางอย่างซึ่งมาคลอเคลียอยู่ที่ขาจะดึงสติของเธอกลับมาอย่างรวดเร็ว
[ เมี้ยว~* ]
[ ….. ]
เจ้าแมวดำ ซาโรชี นั่นเอง... มันเฝ้ารอเด็กสาวมาตลอด 1 เดือนเพราะวันนั้นมันได้ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกจึงรอดพ้นจากเด็กสาวที่กำลังบ้าคลั่งมาได้และเฝ้ารอวันที่เด็กสาวจะกลับมาหาและให้ความรักแก่มันอีกครั้ง...
[ ฮึก... ฮือๆๆๆๆๆ!!! ]
[ มะ... เมี้ยววว? ]
เด็กสาวทรุดกายลงนั่งกับพื้นพลางอุ้มร่างของเจ้าแมวดำขึ้นมากอดเอาไว้พลางร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น... เพราะแท้จริงแล้วเธอรู้สึกเสียใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำลงไปมากและต้องการให้ทุกๆอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม... อยากให้พ่อและแม่ชมเธอบ้าง อย่างวิ่งเล่นกับน้องสาวของเธอ อยากให้ เซลิน่า บอกว่ารักเธอเหมือนตอนที่พวกเธอเป็นพี่น้องกันและอีกหลายๆอย่างที่เธออยากจะทำมันอีกครั้ง...
[ แผล่บๆ... ]
[ เมี้ยว... ]
เจ้าแมวดำเลียหยาดน้ำตาของเด็กสาวอย่างแผ่วเบาพลางส่งเสียงร้องออกมาเพื่อปลอบประโลมเด็กสาวจนเธอเริ่มรู้สึกดีขึ้นและกลับเป็นตัวของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง... ก่อนที่เด็กสาวจะเดินทางกลับไปยังห้องโถงแห่งความมืดและกลายเป็นสมาชิกของ ไนท์แมร์ อย่างเต็มตัวด้วยความต้องการของเธอเอง เพื่อใช้ชีวิตต่อไปและตัดขาดจากอดีตทั้งหมดเสีย...
( Fin. Angelina Truth… )
-----
# Gorgos Dungeon… หุบเขากอกอส (ปัจจุบัน)
[ ครืนนน... ]
[ กึก... แฮ่กๆๆๆ... ]
เด็กสาวทั้งสองค่อยๆลุกขึ้นมายืนอย่างเชื่องช้าพลางหอบหายใจจากการต่อสู้ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ก่อนที่ แองเจลิน่า จะเปิดปากพูดขึ้นมาก่อนว่า
“เธอไม่เคยชนะชั้นได้ เซลิน่า... และเธอจะไม่มีวันชนะด้วย!!!”
“แองจี้... ชั้นไม่เคยคิดเรื่องเอาชนะเธอเลยนะ...”
“แต่ชั้นคิด!!! ชั้นคิดมาตลอดเวลาเลยว่าจะต้องเอาชนะเธอให้ได้... เซลิน่า!!!”
“.....”
(โกหก...) เด็กสาวได้แต่ก่นด่าตัวเองภายในใจเพราะเธอไม่อยากนึกถึงอดีตที่พวกเธอเคยใช้ชีวิตร่วมกันอีกแล้ว... เธอไม่อยากรู้สึกทุกข์ทรมานอีกต่อไปแล้ว!!!
“ถ้าอย่างนั้น... ชั้นจะตัดสินกับเธอให้รู้ผลไปเลยก็แล้วกันนะ แองจี้...”
“.....หา???”
เซลิน่า จ้องมองเข้าไปในดวงตาของ แองเจลิน่า ด้วยแววตาคมกล้าจนเด็กสาวในชุดสีดำต้องกลืนน้ำลายของตนอย่างฝืดคอเนื่องจากไม่เข้าใจว่าเด็กสาวตัวเล็กต้องการจะทำอะไรกันแน่...?
“ชั้นจะขอท้าเธอ... แองจี้!!! ชั้นท้าให้เธอดวลเวทมนตร์ตัดสินกับชั้น!!!”
“..... เธอบ้าไปแล้วเหรอ!?! เซลิน่า!!!”
การท้าดวลซึ่งๆหน้าถูกประกาศออกมาพร้อมๆกับเสียงตะโกนอย่างตื่นตกใจของ แองเจลิน่า ที่ไม่เข้าใจว่า เซลิน่า มีจุดประสงค์อะไรกันแน่ถึงท้าดวลกับเธอเช่นนี้?
“ชั้นจะแสดงให้เห็นว่าตัวชั้นในตอนนี้ไม่ใช่เด็กน้อยคนเดิมที่ต้องให้เธอมาคอยปกป้องอีกต่อไปแล้วนะ... แองจี้...”
“.....”
“แล้วถ้าชั้นชนะละก็... ชั้นจะขอฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของเธอ!!! ว่าช่วงเวลา 3 ปีมานี้เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่!!!”
“เหอะ... ถ้าเธอคิดว่าเอาชนะชั้นได้ก็ลองดูสิ เซลิน่า!!!”
[ ฟุ่บๆ!!! ]
[ วู้มมม!!! ]
[ มะ... เมี้ยววว!!! ]
ทั้ง 2 ต่างกระโดดถอยหลังไปเพื่อเว้นระยะโจมตีก่อนที่วงเวทย์ขนาดใหญ่จะปรากฏขึ้นภายใต้ร่างของทั้งสองอย่างพร้อมเพรียงกันท่ามกลางเสียงร้องห้ามของ ซาโรชี ที่ไม่อยากให้ทั้งคู่ต่อสู้กันไปมากกว่านี้แต่เจ้าแมวน้อยไม่มีพลังมากพอที่จะเข้าไปขัดขวางการต่อสู้ในครั้งนี้ทำให้มันทำได้เพียงเฝ้าดูและส่งเสียงห้ามเหล่าเด็กสาวเท่านั้น...
“ข้าแต่วิญญาณชั่วร้ายแห่งขุมนรกทั้ง 1,000 ตนเอ๋ย.. จงก้าวผ่านห้วงประตูแห่งโลกวิญญาณมาเพื่อสถิต ณ กายของข้า... เพื่อเป็นศาสตราในการทำลายอริศัตรูข้าให้มอดม้วยไป...”
“ไอเย็นแห่งเทพีน้ำแข็งอันแสนพิสุทธิ์เอย... ขอได้โปรดมอบเศษเสี้ยวแห่งไอเย็นนิรันดร์ของท่านให้แก่ข้าเพื่อผนึกอริศัตรูของข้าไว้ในผลึกน้ำแข็งนิรันดร์ด้วยเทอญ...”
[ ครืนนนน... เปรี๊ยะๆๆ!!! ]
พลังเวทมนตร์มหาศาลแผ่ออกมาจากร่างของ แองเจลิน่า และ เซลิน่า จนมวลอากาศโดยรอบส่งเสียงครวญคราง และประกายสายฟ้าสีดำและฟ้าต่างแลบเข้าปะทะกันจากวงเวทย์ที่อยู่ใต้ร่างของเด็กสาวทั้งสอง ก่อนที่มนตร์ท่อนสุดท้ายจะถูกร่ายออกมาเพื่อระเบิดพลังมนตราเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว
“พันอสูรกลืนวิญญาณ!!!”
“ลำแสงแช่แข็งนิรันดร์!!!”
[ 1000 Evill Faller!!! ]
[ Freezing Chain Beam!!! ]
[ โอววววว~!!! / แช้ดดดดด!!! ]
วิญญาณจากขุมนรกทั้ง 1,000 ตนพุ่งออกมาจากฝ่ามือของ แองเจลิน่า ในขณะที่ลำแสงสีฟ้าขาวเส้นตรงถูกยิงออกมาจากยอดคทาของ เซลิน่า เช่นกันก่อนที่มนตราทั้งสองจะเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง
[ เปรี้ยงงงง!!! / เปรี๊ยะๆๆๆ!!! ]
เหล่าวิญญาณพุ่งเข้าหาเส้นลำแสงสีขาวอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดกั้นการโจมตีก่อนที่ร่างของพวกมันจะถูกเส้นลำแสงนั้นแช่แข็งดวงวิญญาณจนแหลกสลายกลายเป็นผุยผงไปอย่างรวดเร็วก่อนที่วิญญาณดวงหลังจะรีบเข้ามาสกัดแทนวิญญาณตนแรกอย่างรวดเร็ว
[ โอววววว!!!! ]
[ ครืนนนน!!! ]
[ …..!!! ]
เส้นลำแสงของ เซลิน่า ค่อยๆถูกผลักกลับมาอย่างเชื่องช้าเนื่องจากเหล่าวิญญาณรวมตัวกันและพุ่งเข้ามาต้านลำแสงของเธออย่างรวดเร็วโดยไม่สนว่าวิญญาณของพวกมันจะต้องแหลกสลายไปหรือไม่จนระยะห่างระหว่างเด็กสาวและเหล่าวิญญาณค่อยๆหดสั้นลงไปทุกที...
“อึก... ไม่นะ...”
“หึๆๆๆ!!! ดูเหมือนจะรู้ผลกันแล้วนะ เซลิน่า!!!”
“ชั้น... ชั้นยังไม่แพ้นะ!!! ย๊ากกกกก!!!”
[ เปรี๊ยะๆๆๆๆ!!! ]
[ อะไรกัน!?! ]
เซลิน่า เผาผลาญพลังเวทมนตร์ของตนให้รุนแรงยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมจนทำให้ดวงวิญญาณทั้งหลายถูกแช่แข็งและทำลายไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นจน เซลิน่า กลายเป็นฝ่ายเผยรอยยิ้มออกมาบ้างแล้ว
“ถ้าเป็นแบบนี้ละก็... คนที่จะแพ้ก็คือเธอนะ แองจี้!!!”
“กรอด!!!”
แองเจลิน่า กัดฟันด้วยความขุ่นแค้นในขณะที่เธอกำลังมองหาทางชนะอยู่ภายในห้วงความคิดก่อนที่คำตอบอันแสนง่ายนั้นจะแล่นเข้ามาภายในหัวของเธออย่างรวดเร็ว
“เหล่าวิญญาณ!!! จู่โจมใส่ร่างของ เซลิน่า โดยตรงซะ!!!”
[ โอวววว~!!! ]
[ กรี้ดดดด!!! ]
เซลิน่า กรีดร้องออกมาอย่างรวดเร็วพลางเบี่ยงตัวหลบการจู่โจมของเหล่าวิญญาณจนเธอเสียสมาธิไปครู่หนึ่งจนเวทมนตร์ของเธอคลายตัวลงไปและทำให้เหล่าวิญญาณสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างอิสระเสียที...
“คราวนี้แหละ!!! เธอไม่รอดแน่ๆ เซลิน่า!!!”
“.....!!!”
[ ควับๆๆๆๆ!!! ]
เหล่าวิญญาณต่างพุ่งเข้าหาเด็กสาวเพื่อหมายทำลายเรือนร่างบอบบางนั้นให้สิ้นซากไปท่ามกลางการหลับตาด้วยความตื่นกลัวของเด็กสาวที่ทำใจกับชะตากรรมของเธอเอาไว้แล้ว...
[ Tornado Rising!!! ]
[Circle Destroyer!!! ]
[ Dark Blazer!!! ]
[ Bloody Scythe!!! ]
[ เปรี้ยงๆๆ ตูมๆๆๆๆ!!! ]
[ …..!!!!! ]
กลุ่มคนจำนวนมากวิ่งออกมาขวางการจู่โจมนั้นพร้อมกับระเบิดท่าไม้ตายเข้าทำลายเหล่าวิญญาณจนสิ้นซากท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของ แองเจลิน่า ที่คาดว่าตนคงได้รับชัยชนะเป็นแน่แท้แล้ว...
“พี่เรย์!!! ทุกๆคน!!!”
“ขอโทษที่ปล่อยให้รอนะครับ เซลิน่า...”
“โว้ววว~!!! ชั้นเพิ่งเคยซัดผีก็ครั้งนี้แหละ...”
“วิญญาณนรก... ผู้ใช้มนตร์ดำสินะ...”
“.....”
เรย์ รอน อีริค และ ซิลเบอร์ เข้ามาช่วยเหลือ เซลิน่า เอาไว้ได้อย่างทันท่วงทีจนหยาดน้ำตาหลั่งรินออกมาจากนัยน์ตาสีฟ้าใสของเด็กสาวพลางโผเข้ากอดร่างสูงของ เรย์ และร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้นเพราะเธอเตรียมใจตายด้วยฝีมือของ แองจี้ เอาไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะประลองเวทมนตร์กันแล้ว และไม่นึกว่าทุกคนจะมาช่วยเธอเอาไว้ได้ทันท่วงทีเช่นนี้...
“ไม่จริง... ทำไม... ทำไมกัน!!!”
แองเจลิน่า ครวญครางออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาของตนเอง... เพราะเธอมั่นใจว่าเธอทำทุกอย่างได้ถูกต้องแล้ว... พวกของ เรย์ น่าจะพ่ายแพ้เหล่าสัตว์อสูรและเสียชีวิตกันไปหมดแล้วตามการคาดการณ์ของเธอ... แล้วทำไมพวกเขาถึงได้!!!
“พวกนายน่าจะโดนนักล่าเงินรางวัลแฝดจัดการไปหมดแล้วนี่นาแล้วทำไมถึง!?!”
“เพราะชั้นรู้ความจริงทั้งหมดแล้วน่ะสิ...”
“.....!!!”
ร่างของ มากิเนะ ปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลังของ แองเจลิน่า พลางชี้ปืนเข้าใส่เด็กสาวในระยะใกล้พร้อมกับแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมาให้กับนายจ้างที่หลอกใช้พวกเธออย่างเคียดแค้น...
“ลาก่อนนะ... สมุนแห่งราชินีมาร...”
“เดี๋ยวก่อน!!!”
[ ปังงงง!!! ]
เซลิน่า ตะโกนขึ้นห้ามหญิงสาวเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอทำร้าย แองเจลิน่า ทว่าเสียงลั่นไกที่ดังขึ้นนั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเสียงของเธอส่งไปไม่ทันการณ์เสียแล้ว...
[ ตุบๆ... ]
[ ….. เอ๊ะ!?! ]
ร่างของ แองจี้ ไม่ได้ทรุดลงไปกับพื้นอย่างที่ควรจะเป็นก่อนที่วัตถุสีดำบางอย่างจะปลิวมาตกอยู่แทบเท้าของ เซลิน่า ท่ามกลางอาการตื่นตกใจของเด็กสาวทั้งสองรวมไปถึง มากิเนะ ซึ่งเป้นคนเหนี่ยวไกปืนเมื่อสักครู่...
[ ซะ... ซาโรชี... ]
[ ….. ]
หยาดเลือกสีแดงไหลทะลักออกมาจากหน้าท้องของเจ้าแมวดำที่ใช้ร่างของตนกระโดดเข้าไปบังกระสุนปืนให้กับเจ้านายของตนจนมันได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้..
“ซาโรชี!!! ทำใจดีๆเอาไว้!!!”
“ไม่... นะ... ซาโรชี...”
“เจ้าแมว... บ้าเอ้ย...”
เซลิน่า ประคองร่างของเจ้าแมวดำที่กำลังหายใจรวยรินขึ้นมาจากพื้นก่อนที่ มากิเนะจะรีบวิ่งเข้ามาดูอาการของ ซาโรชี เช่นกันในขณะที่ แองเจลิน่า ยังคงยืนจ้องมองร่างของเจ้าแมวดำที่เต็มไปด้วยเลือดสีแดงที่ยังคงไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง...
[ กรี้ดดดดดดด!!!!! ]
เสียงกรีดร้องของเด็กสาวกู่ร้องขึ้นฟ้าอย่างเศร้าโศกท่ามกลางความรู้สึกเศร้าโศกอันเหลือล้นของเธอที่ต้องเสียเพื่อนที่คอยอยู่เคียงข้างเธอตลอดมาเพราะมันเข้ามาปกป้องเธอแท้ๆ...
Ep.39 หุบเขากอกอส Part VI
Coming Soon…

รักครีม ~ ♥
/me โดนเจ๊ถีบ - -
#1 By SaC]2iFicE-Significance on 2011-05-23 21:31