Ep.40 หุบเขากอกอส Part Final
posted on 29 May 2011 18:52 by mayz-maiz in EpisodeEp.40 หุบเขากอกอส Part Final
# Gorgos Dungeon… หุบเขากอกอส
[ ครืนนนน!!! ]
ผืนดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเมื่อเทพีแห่งสรวงสวรรค์ปรากฏกายขึ้นบนฟากฟ้าในขณะที่สมาชิกทีม SGC รวมไปถึง มากิเนะ ต่างเผยสีหน้ามีความหวังออกมาพร้อมๆกับที่ ยมเทพ ฉีกยิ้มกว้างอย่างรื่นเริงเมื่อมีคู่ต่อสู้ระดับเดียวกับตนปรากฏกายออกมา...
“อา... เทพแห่ง(*)ตำนานนอร์ส เทพีวาลคิวรี่ เอ๋ย... ดีใจที่ข้าจะได้ประมือกับเจ้า...”
“ยมเทพฮาเดส แห่ง(*2)ตำนานกรีก... ท่านคือศัตรูของข้าสินะ...”
((*)ตำนานนอร์ส - เป็นตำนานตามความเชื่อของชาวนอร์ส หรือสแกนดิเนเวีย มีตำนานการเกิดโลกเช่นเดียวกับชนเผ่าอื่นๆ แต่อาศัยที่พวกเขาอยู่ในภูมิประเทศซึ่งเป็นน้ำแข็งตลอด เวลา เรื่องของเทพจึงเกี่ยวพันกับน้ำแข็งค่อนข้างมาก และที่แตกต่างกว่าเทพในความเชื่ออื่น ๆ ก็ตรงที่ เทพชาวนอร์สเป็นเผ่าพันธุ์ครึ่งยักษ์ครึ่งเทพ มีความตายเป็นที่สุด)
((*2)ตำนานกรีก - เป็นเรื่องปรัมปราและตำนานที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้า, วีรบุรุษ, ธรรมชาติของโลก และจุดกำเนิดและความสำคัญของวิถีปฏิบัติและพิธีในทางศาสนาของพวกเขา เทพปกรณัมกรีกเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาในกรีซโบราณ นักวิชาการสมัยใหม่กล่าวถึงเรื่องปรัมปราและศึกษาในความพยายามที่จะอธิบายสถาบันทางศาสนาและการเมืองในกรีซโบราณ อารยธรรม และเพิ่มความเข้าใจของธรรมชาติในการสร้างตำนานขึ้น)
เทพทั้งสองต่างดึงพลังของพวกตนออกมาอย่างรุนแรงจนผืนดินสั่นสะท้านอย่างต่อเนื่องจนสัมผัสและมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก่อนที่ เรย์ จะเอ่ยออกมาด้วยภาษาเทพโบราณว่า
“เทพีวาลคิวรี่ ข้าปรารถนาให้ท่านต่อกรกับ ยมเทพฮาเดส และล้มเขาลงได้หรือไม่?”
“ไม่... ข้าไม่สามารถล้มเขาลงได้...”
“.....!!!”
ทว่าคำตอบที่ได้รับนั้นกลับทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปเล็กน้อย... ก่อนที่ เทพีวาลคิวรี่ จะเอ่ยต่อไปว่า
“พวกเราชาวเทพนั้นมีชีวิตอมตะและมีพลังมากมายมหาศาลก็จริง... แต่การจะล้มเทพด้วยกันเองนั้นไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะกระทำได้... แต่หากเจ้าหมายถึงการทำลายร่างมนตราที่อยู่เบื้องหน้านี้แล้วละก็ข้าคาดว่าสามารถทำได้...”
“.....!!!”
ถูกอย่างที่ เทพีวาลคิวรี่ ว่า... เพราะการอัญเชิญเทพเจ้าลงมาจุตินั้นคือการเชิญพลังกึ่งหนึ่งของพวกเขาลงมายังโลกมนุษย์ไม่ใช่การนำร่างจริงของพวกเขามาปรากฏตัวที่โลกนี้แต่อย่างใดดังนั้นการต่อสู้กันก็คือการทำลายร่างมนตราลงเพียงเท่านั้น...
“ถ้าเช่นนั้น!!! โปรดทำลายร่างมนตราของ ยมเทพ ให้กับข้าทีเถิด!!!”
“ได้... ข้าจะทำ...”
[ วิ้งๆๆ!!! ]
คันธนูสีทองขนาดยักษ์ถูกขึงสายจนตึงก่อนที่ศรมนตราสีขาวจะปรากฏขึ้นบนคันศรในเวลาต่อมาอย่างรวดเร็ว
“รับมือ!!! เทพแห่งกรีก!!!”
“เข้ามาเลย!!! เทพีแห่งนอร์ส!!!”
[ ฟิ้ววว!!! ]
[ ฟ้าวววว!!! ]
ศรแสงสีขาวพุ่งเข้าหา ยมเทพ อย่างรวดเร็วก่อนที่ฝ่ามือของเทพแห่งความตายจะถูกยกขึ้นรับการจู่โจมนั้นในทันที
[ เปรี้ยงงงง!!!!! ]
[ ครืนนนนน!!! ]
ศรมนตราถูกฝ่ามือของ ยมเทพ รับเอาไว้ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวก่อนที่ร่างกายขนาดเล็กนั้นจะไถลไปกับพื้นเพราะความแรงของเวทมนตร์นั้นมากมายถึงขนาดทำลายกองทัพ ออค อันเกรียงไกรได้เลยทีเดียว...
[ กร๊อบบบ!!! ]
[ โอ๊ะ...? ]
ทว่าในพริบตานั้นเองที่การจู่โจมของ โซฟี และ เฮแซด ส่งผลของมันออกมาเพราะท่อนแขนที่กำลังรับศรแสงอยู่ของ ยมเทพ หักลงและบิดเบี้ยวไปในทิศทางที่ผิดธรรมชาติในขณะที่นัยน์ตาของผู้เป็นเทพเบิกกว้างขึ้นถึงขีดสุดและรำพึงออกมาเบาๆว่า
“นี่เรา... พ่ายแพ้เพราะมนุษย์รึนี่... ฮะๆๆๆๆ...”
ยมเทพ เพิ่งฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าร่างนี้เป็นเพียงร่างที่ถูกสร้างขึ้นมาจากมนตรา หาใช่ร่างที่เป็นนิรันดร์ของตนไม่และความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นยังคงมีผลอยู่ ดังนั้นเมื่อต้องรับการจู่โจมอันหนักหน่วงของ เทพีวาลคิวรี่ ขึ้นมาตรงๆร่างกายอันบอบช้ำนั้นจึงไม่อาจต้านทานได้ไหวและพังทลายลงในท้ายที่สุด...
[ บรึ้มมมม!!! ]
[ อ๊ากกกก!!! ]
[ ครืนนน... ]
ศรแห่งแสงปะทะกับร่างของ ยมเทพ จนเกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนของ ยมเทพ ในขณะที่ เทพีวาลคิวรี่ บรรลุหน้าที่ของเธอและกำลังจะขอลากลับไปยังโลกของตน เธอจังหันมากล่าวกับ เรย์ และ เซลิน่า ว่า...
“เราเสร็จสิ้นภารกิจของเราแล้ว... คงต้องขอตัว...”
“ขอบพระคุณท่านมาก... เทพีวาลคิวรี่...”
เซลิน่า ฟังบทสนทนาของชายหนุ่มและเทพีบนฟากฟ้าพลางพยายามจับใจความก่อนที่ชายหนุ่มจะกุมมือของเธอจนแน่พร้อมๆกับที่ร่างกายของเธอรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาในบัดดลและทรุดกายลงไปกับพื้น
[ ตุบ... ตึง!!! ]
[ อะ... นี่มันอะไรกัน... ]
เด็กสาวรำพึงออกมาอย่างแผ่วเบาในขณะที่ เรย์ ซึ่งมีสภาพไม่แตกต่างกับเธอเท่าใดนักกำลังประคองร่างของเธอเอาไว้พลางเผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมาพลางถามเสียงนุ่มว่า
“รู้สึกยังไงบ้างครับ... เวลาที่ถูกสูบพลังเวทมนตร์ออกไปน่ะ...”
“อืม... เหมือนเพิ่งอาบน้ำกับ พี่เรย์ ในตอนนั้นเสร็จเลยละค่ะ...”
“ฮะๆๆๆ...”
[ กึกๆๆ... ]
[…..?]
ทว่าในระหว่างนั้นเองที่ร่างของสมาชิกคนอื่นๆค่อยๆลุกขึ้นมาจากพื้นพลางยิ้มให้กับทั้งคู่อย่างเหนื่อยอ่อนก่อนที่ ซิลเบอร์ จะเอ่ยถามเสียงเรียบโดยมีสมาชิกคนอื่นๆส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้จากทางด้านหลัง
“ไว้ผมจะถามรายละเอียดทีหลังนะครับว่า [ อาบน้ำกับ พี่เรย์ ในตอนนั้น ] มันหมายความว่ายังไง...”
“เอ่อ... คือว่า...”
“แหะๆๆๆ...”
เรย์ และ เซลิน่า มีท่าทีอึกอักในทันทีก่อนที่ โซฟี และ เฮแซด ซึ่งเดินหิ้วแขนของตนออกมาด้วย จะปรากฏตัวขึ้นในบริเวณใกล้ๆในขณะที่หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงแซวเล่นว่า
“อะไรก้าน~* มาถึงที่นี่ได้ไม่นานนายก็ได้สาวใหม่แล้วงั้นเหรอ?”
“สาวใหม่!?!”
สมาชิกทุกคนในบริเวณนั้นรวมไปถึง เซลิน่า ต่างตะโกนขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันและจ้องมาที่ชายหนุ่มเป็นตาเดียวจนเขารู้สึกหนาวๆร้อนๆไปทั่วร่างก่อนที่เสียงอะไรบางอย่างจะดังออกมาจากจุดที่ ยมเทพ ถูก เทพีวาลคิวรี่ ยิงศรใส่เมื่อสักครู่
[ ยอดเยี่ยมๆ... ]
[ …..!!!!! ]
เสียงของ ยมเทพฮาเดส ที่ดังออกมาจากกลุ่มควันนั้นทำให้ทุกๆคนในบริเวณนั้นต่างสะดุ้งสุดตัวและหันไปมองทางต้นเสียงในทันที... เพราะเวลานี้พวกเขาไม่เหลือแม้แต่แรงที่จะใช้วิ่งหนีเสียด้วยซ้ำ...
[ กึกๆๆ... ]
[ ..... ]
ทว่าภาพที่ปรากฏต่อหน้าพวกเขานั้นคือร่างของ ยมเทพ ที่โปรงแสงจนสามารถมองทะลุได้อย่างชัดเจนก่อนที่ผู้เป็นเทพจะเผยรอยยิ้มกว้างออกมาพลางกล่าวเสียงใสว่า
“พวกเจ้าเป็นมนุษย์ในรอบหลายร้อยปีที่สามารถโค่นข้าลงได้... ข้าขอชื่นชมพวกเจ้าจากใจจริง ทว่าพวกเจ้าอย่าเพิ่งหลงดีใจไป... เพราะในครั้งนี้ข้าไม่ได้สู้ด้วยกำลังเต็มที่เพราะไม่มีคำสั่งจากผู้อัญเชิญ ดังนั้นหากเจ้ายังคงเป็นศัตรูกับเด็กสาวที่เรียกข้าออกมาแล้วละก็สักวันเราคงได้สู้กันอีกอย่างแน่นอน...”
[ วูบบบ... ]
เมื่อ ยมเทพ กล่าวประโยคของตนเป็นที่เรียบร้อยแล้วร่างของผู้เป็นเทพจึงจางหายไปในอากาศต่อหน้าสมาชิกทีม SGC ทั้งหมดในทันที...
“คราวนี้คงจบจริงๆแล้ว... ใช่ปะ... ใช่ปะ?”
“จะไปรู้แกเรอะไอบ้า...”
“ผมว่าน่าจะจบแล้วละครับ...”
รอน อีริค และ เรย์ กล่าวขึ้นมาเมื่อร่างของ ยมเทพ สลายหายไปในอากาศแล้วซึ่งนั่นหมายถึงการยุติของเรื่องราวร้ายๆทั้งหมด... หรือเปล่านะ?
[ ครืนนนน!!!!! ]
[ เหอ? / หา? / เฮ้ย!!?!? ]
[ ตูมมมมมม!!!!! ]
[ จ๊ากกกกก~!!!!! ]
ผืนดินเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนทุกๆคนตั้งตัวไม่ติดและเซไปมาอยู่พักหนึ่งก่อนที่ส่วนยอดของตัวภูเขาจะพ่นเปลวเพลิงอันร้อนแรงออกมาท่ามกลางเสียงตะโกนอย่างพร้อมเพรียงกันของทุกๆคน... เพราะนั่นคือสัญญาณการระเบิดของภูเขาไฟน่ะสิ!!!
“อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้วนะ!!!”
“ทุกคนรีบหนีกันเร็วเถอะครับ!!!”
โซฟี ตะโกนขึ้นมาอย่างร้อนรนในขณะที่ เรย์ รีบบอกให้ทุกๆคนวิ่งหนีไปทว่าด้วยสภาพของพวกเขาในตอนนี้จะหนีรอดได้สักเพียงใดกันนะ...
“ดะ... เดี๋ยวก่อนค่ะ… แองจี้ยัง!!!!”
“.....!!!”
จริงสิ... แองเจลิน่า ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่กับพื้นนี่นา!!! เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว เรย์ จึงหันหลับกลับและหมายจะตรงเข้าไปช่วยเด็กสาวในทันที ทว่าเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบใครคนหนึ่งกำลังอุ้มร่างของ แองเจลิน่า และ ซาโรชี เอาไว้อยู่ก่อนแล้ว...
“คุณคือ!?!”
“ชื่อของชั้นคือ เซโรน่า... คนที่เขียนจดหมายเตือนพวกนายเมื่อครั้งสงคราม เซอร์ดิน ยังไงล่ะ...”
“.....!!!”
ชุดผ้าฝ้ายเน้นสัดส่วนสีเทาและกระโปรงสั้นสีน้ำตาลซึ่งขับให้ทรวดทรง องเอวของเธอเผยออกมาอย่างชัดเจน เมื่อมองรวมกับแววตาและใบหน้าสวยคมนั้นยิ่งทำให้เธอดูเป็นหญิงที่มีเสน่ห์ มากขึ้นไปอีก จุดเด่นอีกจุดหนึ่งของเธอคือทรงผมที่ม้วนเป็นห่วงจำนวนสองห่วงด้านหลังของเธอทำให้ผู้คนที่เคยพบปะกับเธอยากที่จะลืมจุดเด่นเหล่านี้ไปได้...
[ มั่บ... ]
เรย์ กุมด้ามดาบของตนด้วยมืออันอ่อนแรงในทันที... เพราะคนตรงหน้าของเขานั้นเป็นถึง 1 ใน 3 ผู้นำแห่ง NG (ไนท์แมร์) แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้มีเจตนาจะต่อสู้กับเขาเพราะในมือของเธอนั้นไม่ได้ถืออาวุธมาด้วย...
“ไปซะเถอะ... ชั้นแค่มาพาตัวสมาชิกของชั้นกลับเท่านั้นแหละ...”
“... ครับ...”
[ กึก... ]
[ ตึกๆๆๆๆ… ]
[ ….. ]
เซโรน่า มองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มไปจนกระทั่งลับสายตาก่อนที่เธอจะรำพึงอะไรบางอย่างออกมาอย่างแผ่วเบา
“เรย์ มาสเตอร์... พอได้มาเห็นนายใกล้ๆแบบนี้แล้วชั้นยิ่งมั่นใจว่านายต้องมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างกับ เรนะ อย่างแน่นอน... ทั้งโครงหน้า แววตา และสัมผัสที่เปล่งออกมาช่างเหมือนกันจนแยกแทบไม่ออก...”
[ ฟู่วววว... ]
ประตูมิติสีดำขยายกว้างขึ้นเล็กน้อยในขณะที่ เซโรน่า ก้าวผ่านบานประตูเข้าไปพร้อมๆกับร่างอันไร้สติของ แองเจลิน่า และ ซาโรชี เพื่อหนีจากเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้
“หวังว่านายจะรอดชีวิตมาได้นะ... เพราะชั้นยังมีเรื่องที่อยากรู้เกี่ยวกับพวกเธอ 2 คนอีกมาก...”
[ วูบ... ตูมๆๆๆ!!! ]
ธารลาวาอันร้อนระอุกลืนกินทั่วทั้งบริเวณของทุ่งดอกไม้ไปอย่างรวดเร็วทันทีที่บานประตูที่ใช้เดินทางผ่านช่องว่างมิติของ เซโรน่า ถูกปิดลง... ทำให้ทั่วทั้งบริเวณนั้นแปรสภาพไปเป็นทะเลเพลิงอันร้อนระอุในทันที
[ บุ๋มๆๆๆ... ]
ฟองอากาศเดือดปุดๆปรากฏขึ้นบนหินหลอมเหลวสีแดงสดที่กำลังไหลทะลักออกจากปากปล่องภูเขาไฟและไหลลงไปยังภูเขาด้านล่างซึ่งทีม SGC กำลังพยายามวิ่งหนีตายกันอย่างไม่คิดชีวิต...
.....
[ ตึกๆๆๆๆ!!! ]
[ แฮ่กๆๆๆ!!! ]
เสียงฝีเท้าและเสียงหอบหายใจดังขึ้นมาจากสมาชิกทุกๆคนอย่างต่อเนื่องเมื่อต้องวิ่งหนีจากลาวาอันร้อนระอุที่กำลังไล่ตามหลังพวกเขาอย่างบ้าคลั่งจนแทบไม่มีแม้แต่เวลาจะปรับลมหายใจให้เข้าที่เสียด้วยซ้ำไป...
“อดทนกันหน่อยครับทุกคน!!! ใกล้จะถึงบ้านพักแล้ว พวกเราจะได้รีบขึ้นรถม้าหนีไปจากที่นี่กัน!!!”
“โอ๊ววว!!!”
เรย์ พยายามให้กำลังใจแก่สมาชิกของตนพลางบอกว่าจุดหมายของพวกเขาอยู่อีกไม่ไกลแล้วท่ามกลางเสียงตอบรับของทุกๆคนทว่า รอน อีริค และ ซิลเบอร์ กลับรู้สึกเหมือนพวกตนลืมเรื่องสำคัญอะไรบางอย่างที่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก...
“อึก!?! / อ้ะ...”
[ โครมๆ... ]
[ …..!!?!? ]
ทว่าในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นเองที่ เรย์ และ เซลิน่า ล้มฟุบลงไปกับพื้นเพราะผลสะท้อนจากการใช้มนตราอัญเชิญ เทพีวาลคิวรี่ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของสมาชิกคนอื่นๆที่วิ่งนำพวกเขาไปได้ระยะหนึ่งเพราะความเร็วที่ใช้หนีจากเพลิงลาวาที่กำลังไล่ตามมาและอยู่ไม่ห่างจากร่างของทั้งคู่มากนัก
[ เรย์!!! / คุณหนูเซลิน่า!!! ]
[ ครืนนนน!!! ]
หินหลอมเหลวสีแดงฉาดกำลังไหลทะลักตามหลังพวกเขามาอย่างต่อเนื่องและกำลังจะกลืนกินร่างของทั้งคู่ท่ามกลางเสียงร้องของสมาชิกทุกๆคนที่ตั้งใจจะวิ่งกลับไปช่วยทั้งคู่ แต่หากดูจากระยะทางแล้วพวกเขาคงทำไม่สำเร็จทันในเวลาแน่ๆ...
[ โฮกกกก!!! ]
[ ฟุ่บ... ตึงงง!!! ]
[ หา!?! ]
ทว่าในชั่วพริบตานั้นเองที่ กอกอส ร่างกายขนาดมหึมายิ่งกว่าที่พวกเขาเคยต่อสู้ด้วยจนถึงเมื่อครู่ได้ปรากฏตัวขึ้นจากบนเนินเขาลูกหนึ่งและกระโดดลงมายังพื้นข้างๆร่างของ เรย์ และ เซลิน่า ที่กำลังนอนสลบไสลไม่ได้สติท่ามกลางอาการตื่นตกใจของทุกๆคนในบริเวณนั้น
[ หงับ... ฟุ่บ ตุบ!!! ]
[ ก๊าซซซซ!!! ]
[ …..!?! ]
เจ้ามังกรตัวใหญ่ทำสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงโดยการคาบร่างของ เรย์ และ เซลิน่า โยนขึ้นไปบนหลังของมันท่ามกลางอาการอ้าปากค้างด้วยความงุนงงของทุกๆคนยกเว้น เฮแซด ที่ยังคงตีสีหน้านิ่งเฉยเช่นเดิมก่อนที่ กอกอส ตนนั้นจะหันมาคำรามใส่พวกเขาว่า
“มัวยืนทำอะไรกันอยู่เจ้ามนุษย์!?! รีบวิ่งหนีเข้าสิ!!!”
“เฮ้ย~!?! พูดได้ด้วยเว้ย!?!”
“ก๊าซซซซ!!!”
“จ๊ากกกก~!!!”
รอน อุทานออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาของตนเองก่อนที่เสียงคำรามจะถูกพ่นใส่หน้าของเขาด้วยน้ำเสียงอันดังก้องพร้อมกับร่างอันใหญ่โตของ กอกอส ที่พุ่งเข้าหาทำให้ชายหนุ่มได้สติและรีบโกยอ้าวหนีเพลิงลาวาต่ออย่างสุดชีวิต...
[ ตึกๆๆๆๆ... ]
[ ตึงๆๆ!!! ]
และแล้วร่างกายอันใหญ่โตนั้นก็วิ่งขึ้นมาเลียบเคียงกับกลุ่ม SGC ได้ในเวลาไม่นาน ก่อนที่เจ้ามังกรแดงจะเอ่ยถามพวกเขาอย่างร้อนรนว่า
“จุดหมายของพวกเจ้าอยู่ที่ไหนพวกมนุษย์?”
“บ้านพักตระกูล ดาคิลลี่ ที่อยู่ข้างหน้านี่ละ!!! ที่นั่นมีรถม้าของพวกเราอยู่!!!”
“ได้!!! ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปรอพวกเจ้าที่นั่นก่อนก็แล้วกัน!!!”
“อะ... เดี๋ยว!?!”
[ ตึงๆๆๆๆ!!! ]
อีริค ที่กำลังพยายามวิ่งอย่างสุดชีวิตและตะโกนบอกจุดหมายของตนเองให้ กอกอส ตนนั้นฟังตั้งใจจะถามเหตุผลที่อีกฝ่ายช่วยพวกตนทว่าร่างกายอันใหญ่โตนั้นกลับเร่งฝีเท้าจนวิ่งแซงพวกเขาไปอย่างง่ายดาย ทำให้ทุกๆคนต้องจมอยู่กับความสับสนที่เกิดขึ้นและออกวิ่งอย่างสุดฝีเท้าต่อไปเพราะพวกเขายังไม่อยากถูกย่างสดด้วยลาวาที่ไล่ตามหลังมาหรอก...
“อ๊ะนั่น!!! เห็นบ้านแล้ว~!!!”
“รอดแล้วโว้ยยย~!!!”
มากิเนะ และ รอน ตะโกนออกมาอย่างลิงโลดเมื่อตัวบ้านปรากฏสู่สายตาของพวกเขาเพราะทุกๆคนกำลังจะได้หนีออกไปจากที่นี่เสียทีทว่าภาพของ กอกอส ตัวเมื่อครู่ที่กำลังวางร่างของ เรย์ และ เซลิน่า ลงกับพื้นอย่างแผ่วเบาโดยมีซากศพของม้าทั้ง 4 ที่นอนแผ่อยู่บนพื้นซึ่งช่วยเตือนสติให้แก่ทุกๆคนในบริเวณนั้นว่าพวกเขาไม่มีม้าที่จะใช้ลากเลื่อนพาพวกเขาหนีซักหน่อย!!!
“เวรแล้ว!!!”
“บัดซบเอ้ย!!!”
ซิลเบอร์ และ อีริค สบถออกมาอย่างหัวเสียเพราะพวกเขาลืมไปเสียสนิทเลยว่าม้าของพวกเขาถูก มากิเนะ ฆ่าทิ้งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งนั่นหมายความว่าความหวังเดียวที่พวกเขาเหลืออยู่ได้แตกสลายไปต่อหน้าต่อตาพวกเขาเสียแล้ว...
“โฮกกก!!!”
ทว่าในเวลานั้นเองที่ กอกอส ตัวเมื่อครู่ได้คำรามขึ้นมาและหันมาบอกกับพวกเขาว่า
“พวกเจ้าผูกบังเหียนกับตัวข้าซะ!!! ข้าจะพาพวกเจ้าหนีไปเอง!!!”
“.....!!!”
ไม่ว่าเปล่า... กอกอส ตนนั้นรีบกระชากร่างของม้าทั้ง 4 ออกไปจากตัวรถอย่างรวดเร็วและเดินเข้าไปแทนที่ในตำแหน่งสัตว์ลากเลื่อนและกางแขนออกเพื่อให้พวกเขามัดเชือกได้อย่างสะดวกโยธินอีกด้วยทำให้ รอน และ ซิลเบอร์ รีบเดินเข้าไปผูกบังเหียนในขณะที่ อีริค และสมาชิกคนอื่นๆช่วยกันพยุงร่างของ เรย์ และ เซลิน่า ขึ้นไปบนตัวรถอย่างทุกลักทุเล
[ กร๊อบบบ... ]
[ อึ๊กก!!! ]
ซิลเบอร์ รีบต่อข้อกระดูกของตนที่ถูก ยมเทพ ซัดจนหลุดออกมาเมื่อสักครู่ให้เข้าที่ด้วยสีหน้าเหยเกอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะรีบวิ่งเข้าไปช่วย รอน ผู้บังเหียนให้กับ กอกอส ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
[ กึกๆๆ... ปึด!!! ]
[ เสร็จแล้ว!!! ]
[ โฮกกก~!!! ]
ทันทีที่ปมเชือกถูกมัดติดกับร่างกายอันใหญ่โตของ กอกอส ร่างยักษ์จนแน่นเสียงคำรามจึงถูกกู่ร้องขึ้นฟ้าในขณะที่มันย่อตัวลงในท่าเตรียมพุ่งตัวและคำรามออกมาอย่างร้อนรนจน รอน และ ซิลเบอร์ ต้องหันไปมองทางด้านหลังและพบว่าหินลาวาได้ไหลอ้อมตัวบ้านมาจนเกือบถึงจุดที่พวกเขายืนอยู่เป็นที่เรียบร้อยจนแทบจะไม่มีเวลาปีนขึ้นไปบนตัวรถเสียแล้ว
“เอาไงดีวะ ซิล!?!”
“เกาะหลังคา!!!”
“เออ!!!”
[ ฟุ่บๆ... กึก!!! ]
ทันทีที่มือของพวกเขาเกาะกับราวกั้นสัมภาระที่อยู่บนหลังคารถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่จึงตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงโดยพร้อมเพรียงกันว่า
[ ไปปปปป~!!! ]
[ ก๊าซซซซ!!! ]
[ ครึ่กๆๆๆ ตึงๆ!!! ]
[ โอ๊ยๆๆ!?! ]
แรงกระชากจากการพุ่งตัวอย่างรุนแรงจากร่างอันใหญ่โตส่งผลให้ตัวรถพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงจนตัวรถกระดอนขึ้นมาจากพื้นเล็กน้อยท่ามกลางเสียงร้องของคนที่อยู่ในรถซึ่งไม่แคล้วคงต้องกระแทกกับอะไรซักอย่างเป็นแน่แท้...
“ถ้าไปด้วยความเร็วขนาดนี้ละก็พวกเราคงหนีพ้นแน่ๆ!!!”
“วู้วววว~!!!”
ตัวรถค่อยๆทิ้งห่างออกไปจากธารลาวาด้วยความเร็วสูงท่ามกลางอาการโล่งใจของสมาชิกทีม SGC ทีมองเห็นภาพของตัวบ้านที่ถูกเพลิงลาวากลืนกินไปอย่างรวดเร็ว ทว่าดูเหมือน “ความซวย” จะชอบพวกเขามากเป็นพิเศษเพราะเรื่องราวร้ายๆยังคงประดังเข้ามาหาพวกเขาอย่างไม่ลดละ...
[ ตึงๆๆๆ!!! ]
[ ก๊าซซซซ~!!! ]
[ เอ้ย!?! ]
เหล่าสมาชิกต่างต้องแผดเสียงร้องออกมาอย่างตื่นตกใจเมื่อเบื้องหน้าของพวกเขาปรากฏร่างของ กอกอส จำนวนหนึ่งซึ่งกระโดดลงมาจากเนินใกล้ๆและยืนขวางเส้นทางของพวกเขาเอาไว้พลางขู่คำรามเสียงก้องท่ามกลางความงุนงงของสมาชิกทีม SGC ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ก่อนที่ กอกอส ตัวที่ลากเลื่อนให้พวกเขาจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า
“เหล่าลูกๆของข้าไม่ปรารถนาให้พวกเจ้ารอดชีวิตออกไปจากที่นี่... แต่ข้าจะใช้กำลังทั้งหมดที่มีพาพวกเจ้าตีฝ่าออกไปทั้งที่ยังมีชีวิตให้เอง!!! จับให้แน่นๆละเจ้าพวกมนุษย์!!!”
“…..”
อีริค และ สมาชิกคนอื่นๆที่นั่งอยู่ภายในตัวรถสัมผัสได้ว่าเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้จะต้องนำพาความวิบัติมาให้กับพวกตนเป็นแน่แท้ยกเว้น รอน และ ซิลเบอร์ ที่เกาะอยู่บนหลังคารถซึ่งคาดว่าพวกตนคงจะต้องพบกับความวิบัติที่มากว่าสมาชิกอื่นๆภายในตัวรถอย่างแน่นอน...
[ โครมๆๆ!!! ]
[ ฮว๊ากกกกกซ์~!!! ]
เสียงกรีดร้องดังออกมาจากปากของ รอน และ ซิลเบอร์ อย่างบ้าคลั่งเมื่อ กอกอส ร่างยักษ์ที่กำลังลากเลื่อนให้กับพวกเขานั้นวิ่งตรงเข้าไปขวิดบรรดาวงศาคณาญาติของตนอย่างไม่ปรานีจนเกิดเสียงดังสนั่นและส่งผ่านแรงกระแทกนั้นไปยังตัวรถจน 2 หนุ่มที่เกาะอยู่บนหลังคารถนั้นถูกเหวี่ยงไปมาทั้งซ้ายและขวาจนจะตกจากตัวรถอยู่รอมร่อ...
[ โฟ่วววว~!!! ]
[ ตึง!!! ครึ่กๆๆๆ!!! ]
[ แย๊กกกกกซ์~!!! ]
เปลวเพลิงถูกพ่นเข้าใส่ตัวรถอย่างบ้าคลั่งจน กอกอส ร่างยักษ์ที่ลากเลื่อนให้พวกเขานั้นทำการหักหลบอย่างรุนแรงและกระชากตัวรถโดยไม่ให้ตั้งตัวจนตัวรถนั้นทำมุม 45 องศาไปกับพื้นท่ามกลางเสียงร้องของ รอน และ ซิลเบอร์ ซึ่งต้องยื่นขาลงไปวิ่งกับพื้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะพวกเขายังไม่อยากถูกลากไปกับพื้นนี่นะ!!!
[ ครึ่ก... ตึง!!! ]
[ ครึ่กๆๆๆๆๆ!!! ]
[ แฮ่กๆๆๆ!!! ]
ตัวรถถูกเรี่ยวแรงมหาศาลของ กอกอส และแรงถีบจากท่อนขาของทั้งคู่กระชากตัวรถให้กลับมาวิ่งตามปกติได้อีกครั้งท่ามกลางเสียงหอบหายใจเพราะความตื่นตกใจจากเหตุการณ์ที่ไม่ได้ตั้งตัว ทว่าดูเหมือนเรื่องซวยๆจะยังไม่หมดเพียงแค่นั้น...
[ ตึงๆๆๆๆ!!! ]
[ ก๊าซซซ!!! ]
เสียงคำรามของเหล่า กอกอส ยังคงดังไล่หลังพวกเขามาอย่างต่อเนื่องท่ามกลางเสียงฝีเท้าที่กระแทกลงบนพื้นอย่างบ้าคลั่งที่แสดงให้เห็นว่าพวกมันยังคงไม่ละความพยายามที่จะขัดขวางการหนีของ สมาชิกทีม SGC…
[ แกร๊ก... แอ้ดดด!!! ]
[ เอ๋อ...!?! ]
[ หา!?! ]
ประตูรถถูกเปิดออกอย่างรุนแรงท่ามกลางอาการตื่นตะลึงของ รอน และ ซิลเบอร์ ที่ยังคงเกาะอยู่บนหลังคารถก่อนที่ร่างของ อีริค และ มากิเนะ ซึ่งบนหัวเกิดการปูดโปนเป็นลูกขนาดย่อมๆจะก้าวออกมาพร้อมกับอารมณ์ที่คุกรุ่นเพราะความเจ็บปวด
[ Random Curse!!! ]
[ Float Shot!!! ]
[ ตูม บรึ้มๆๆๆ… โครมๆๆ!!! ]
[ กี๊ซซซ~!!! ]
กระสุนคำสาปและกระสุนระเบิดของทั้งคู่ที่ยิงระเบิดใส่ตัวพื้นนั้นส่งผลให้ทำให้เหล่า กอกอส ที่วิ่งไล่ตามมาหกล้มระเนระนาดไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ทั้งคู่จะพ่นคำสบถออกมาอย่างรุนแรงว่า
“พ่องสั่งให้พวกแกวิ่งไล่ตามรถของพวกตูเร้อ!?! แม่งงง!!! ถ้าสภาพตูสมบูรณ์เต็ม 100% แล้วภูเขาไฟไม่ระเบิดละก็พวกแกดาหน้าเข้ามาเถอะพ่อจะฆ่าแม่งให้หมดเล้ยยยย!!!”
“อิหร่ารากพวกนี้!!! แน่จริงดาหน้าเข้ามาอีกสิวะอิพวกมังกรเส็งเคร็ง!!! กระสุนกูมีอีกเยอะดาหน้าเขามาสิแม่จะป้อนกระสุนให้แดรกจนอิ่มเลย อิพวกดอก!!! มาสิวะ!?!”
[ ..... ]
บรรดาสมาชิกถึงกับเหวอไปครู่หนึ่งเลยทีเดียวเมื่อเจอคำสบถแบบสายฟ้าแลบของ อีริค ที่ปกติทำตัวเคร่งขรึมและไม่ค่อยปริปากด่าใครและ มากิเนะ ซึ่งภายนอกดูเป็นเด็กสาวอ่อนหวานน่ารักแต่เมื่อโกรธขึ้นมาทีเธอกลับพ่นคำด่าออกมาได้อย่างเจ็บแสบเช่นนี้...
[ แว้ดๆๆๆๆ!!! ]
[ กึกๆ... ปัง!!! ]
หลังจากที่ทั้งคู่พ่นคำด่าออกมาอีกพักหนึ่ง โซฟี และ เฮแซด จึงค่อยๆลากร่างของ อีริค และ มากิเนะ กลับเข้าไปในตัวรถอย่างทุลักทุเลและปิดประตูลงท่ามกลางสายตาเลื่อนลอยของ รอน และ ซิลเบอร์ ซึ่งกำลังจินตนาการว่าหากพวกเขาคบกับอีกฝ่ายจริงๆจะต้องพบเจอกับคำด่าแบบไหนกันหนอ...
[ กรรร!!! ]
[ ตึงๆๆๆๆ!!! ]
[ ….. ]
ทว่าหลังจากล้มลงไปได้ไม่นานนั้นเองที่เหล่า กอกอส ที่ไม่ถูกโจมตีรีบลุกขึ้นมาจากพื้นและวิ่งไล่ตามพลางคำรามใส่พวกเขาอย่าต่อเนื่องจน รอน หันไปถาม ซิลเบอร์ เสียงสั่นว่า
“เป็นแบบนี้ต่อไปท่าจะไม่ดีแน่ๆนะเพื่อน... มีหวังพวกเราถูกย่างสดก่อนแน่ๆ!!!”
“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ? ลงไปสู้กับพวกมันแล้วรอให้ลาวาไหลมาทับพวกเราเรอะ!?!”
“เอ่อ... เรื่องนั้น...”
รอน เริ่มมีท่าทีอึกอักเพราะไม่สามารถตอบคำถามของ ซิลเบอร์ ได้... เพราะต่อให้พวกเขาลงไปสู้กับเหล่า กอกอส จริงๆก็ใช่ว่าพวกเขาจะมีโอกาสชนะเพราะตอนนี้ทุกๆคนต่างเหนื่อยล้าจากการปะทะกับ ยมเทพ อย่างมากแถมจำนวนศัตรูยังมีมากกว่าพวกเขาเสียอีก... และต่อให้พวกเขาสู้ได้จริงๆก็คงไม่แคล้วถูกหินลาวาที่กำลังไหลทะลักไล่หลังมานั้นกลืนกินเข้าไปอยู่ดีก่อนที่ กอกอส ร่างยักษ์ที่กำลังลากเลื่อนให้กับพวกเขาจะคำรามออกมาว่า
“ข้าจะสลัดพวกนั้นให้หลุดเอง... จับให้แน่นๆละเจ้าพวกมนุษย์!!!”
“เหอ...? เอร๊ยยยยยๆ~!!?!?”
[ กึง!!! ครึ่กๆๆๆๆๆ!!! ]
[ อ๊ากกกกกซ์~!!!!! ]
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นทันทีที่ร่างกายอันใหญ่โตนั้นลากรถของพวกเขาลงไปยังเนินเขาลาดชันจนสมาชิกภายในตัวรถไหลไปกองรวมกันยังด้านเดียวในขณะที่ รอน และ ซิลเบอร์ ตีลังกาพลิกคว่ำลงไปยังที่นั่งคนขับรถลากอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งรีบเกาะตัวรถเอาไว้แน่นเพราะตอนนี้พวกเขากำลังพุ่งลงเขาไปด้วยความเร็วสูง...
[ ครืนนนน!!! ]
[ ตูมมๆๆ!!!! ฟู่วๆๆ!!! ]
[ บุ๋มๆๆ... ]
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองที่ตัวภูเขาเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก่อนที่ลาวาร้อนระอุจะปะทุออกมาจากบริเวณโดยรอบท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างของผู้คนบนรถที่สามารถสัมผัสไอร้อนจากภายนอกได้อย่างชัดเจนก่อนที่เสียงกรีดร้องของ รอน จะกระชากสติของพวกเขาให้กลับไปมองด้านหน้าตัวรถอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ยยย~!!! ข้างหน้านั่นมัน!!!”
“หน้าผา!!!”
“อะไรน้าาา~!!?!?”
[ ตึงๆๆๆ!!! ]
[ ครึ่กกกกก!!! ]
รอน แหกปากออกมาอย่างสุดเสียงเท่าที่เขาจะทำได้ในขณะที่ ซิลเบอร์ ไขข้อช้องใจให้กับผู้คนบนตัวรถด้วยการบอกว่าพวกเขากำลังจะพุ่งลงไปหน้าผาจนทุกๆคนกรีดร้องออกมาอย่างแตกตื่นในทันที
“ไอ้มังกรบ้า~!!! เปลี่ยนเส้นทางเดี๋ยวนี้เลยนะโว้ย~!!?!?”
“แกตั้งใจพาพวกเราไปตายใช่มั้ย!?!”
“หุบปากแล้วเกาะแน่นๆ!!! ข้ากำลังจะกระโดดแล้ว!!!”
“กรอด!!!”
[ ชิ้ง!!! ]
ชายหนุ่มตัดสินใจชักดาบออกจากฝักในทันที เพราะจากการคาดคะเนแล้วด้วยความเร็วที่พวกเขามีในขณะนี้คงไม่สามารถกระโดดข้ามปากเหวที่มีความกว้างราวๆ 7 เมตรตรงหน้าได้อย่างแน่นอนทว่ายังไม่ทันที่พวกเขาจะทันได้ตวัดดาบนั้นเอง...
[ ครึ่กๆๆๆ!!! ]
[ ฟุ่บ... วูบ... ]
[ ม่ายยยยยย~~!!!!! ]
ซิลเบอร์ และ รอน ที่กำลังเตรียมพร้อมจะตัดสายบังเหียนต้องกรีดร้องและรีบเกาะตัวรถจนแน่นในทันทีที่ กอกอส ร่างยักษ์พุ่งทะยานไปในอากาศพร้อมทั้งกระชากตัวรถให้ลอยตามไปด้วยจนร่างของพวกเขาได้ประสบกับความรู้สึกที่ได้ลอยค้างอยู่กลางอากาศด้วยตนเอง... เป็นความรู้สึกโหวงๆในช่องท้องอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว...
[ ครึ่ก... วูบ... ]
[ แย่แล้ว!!! ]
[ เรย์!!! เซลิน่า!!! ]
[ …..!?! ]
ประตูรถถูกเปิดออกจากแรงกระแทกช่วงที่กระโดดในขณะที่ร่างของ เรย์ และ เซลิน่า ที่กำลังสลบอยู่ได้พลัดตกลงไปจากตัวรถท่ามกลางเสียงร้องตะโกนของสมาชิกคนอื่นๆ
[ ฟุ่บๆๆ!!! ]
[ หมับๆๆๆๆ... ]
[ กรอดดด!!! ]
อีริค รอน ซิลเบอร์ โซฟี และ มากิเนะ พุ่งทะยานออกไปจากตัวรถและคว้าร่างของทั้งคู่เอาไว้ได้ด้วยการต่อตัวกันเป็นแถวอย่างรวดเร็วโดยมี เฮแซด ที่อยู่ในตัวรถคอยดึงร่างของพวกเขาเอาไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียวและใช้ปากของเขากัดไปที่บานประตูรถเพื่อยึดร่างของพวกเขาไม่ให้ตกลงไปยังหุบเหวเบื้องล่าง...
“ข้างล่างยังอยู่ดีใช่ม้าย~?”
“ไม่ค่อยจะดีเลยเฟ้ย!!!”
“หนัก... โว้ย!!!”
เกิดเสียงบ่นกันเป็นทอดๆในขณะที่ทุกๆคนยังคงกระชับร่างของเพื่อนที่อยู่ข้างล่างเอาไว้อย่างสุดแรง...
[ พรืด... ]
[ แว้กกกก!!! กางเกงตู!!! ]
รอน แหกปากออกมาอย่างสุดเสียงเมื่อกางเกงของเขาที่ ซิลเบอร์ คว้าเอาไว้อยู่นั้นกำลังลื่นหลุดออกไปอย่างเชื่องช้าท่ามกลางเสียงโวยวายและการดิ้นอย่างร้อนรนของชายหนุ่มท่ามกลางสีหน้าเหยเกของชายหนุ่มผมเงินที่กำลังเกร็งแขนของตนเพื่อดึงร่างของเพื่อนหนุ่มและนายหญิงตัวน้อยของเขาเอาไว้ก่อนที่ รอน จะตะโกนอย่างร้อนรนอีกครั้งหนึ่งว่า
“จ๊ากกก~!!! กำแพง... กำแพง!!!!!”
“เอ๊ยยยย~!!?!?”
กำแพงผาปรากฏสู่สายตาของทุกคนอย่างรวดเร็วเมื่อ รอน ตะโกนบอกให้พวกเขาฟังในขณะที่ร่างของพวกเขากำลังจะพุ่งเข้าไปอัดกับตัวกำแพงนั้นในเวลาไม่นาน...
[ ย๊ากกกกกก!!! ]
[ วูบ!!! ตุบๆๆๆๆ... โครม!!! ]
[ แอ้ก!!! แอ้ฟ!!! เฮ้ย!!! อั่ก!!! โอ้ย!!! ]
เฮแซด ใช้กำลังอันมหาศาลของตนกระชากร่างของทุกๆคนกลับเข้าไปในตัวรถอย่างรุนแรงจนร่างของทุกคนอัดกันอยู่ภายในตัวรถจนแน่นก่อนที่บานประตูจะถูกกระแทกปิดตามหลังอย่างรุนแรงก่อนที่ตัวรถและร่างของ กอกอส จะกระแทกลงกับพื้นดิน ณ อีกฟากฝั่งของตัวเหวอย่างรุนแรง...
[ ตึงงง!!! โครม!!! ครึ่กๆๆๆ... ]
[ แอ้กกก~!!! ]
แรงกระแทกอย่างรุนแรงนั้นส่งผลให้ร่างของทุกๆคนบนตัวรถกระเด้งกระดอนจนอยู่ผิดที่ผิดทางท่ามกลางเสียงโวยวายของทุกๆคนในทันทีเพราะตอนนี้ร่างของคนทั้ง 8 กำลังบีบอัดกันอยู่ในรถม้าเพียงคันเดียวเสียแล้ว...
“อ้อก... อย่ามาทับชั้นเด้ ลุกออกไป!!!”
“อู้ว~♥ นี่นมใครหว่า~♥”
“กรี้ดดดด!!! ไอ้บ้าเอาหน้าของแกออกไปจากง่ามชั้นเดี๋ยวนี้นะ!!!”
“โอ้ยแขนชั้น...”
“อ๊าย!!! ใครดึงผมชั้น!!!”
“แขนอีกข้างอยู่ที่ไหน...”
“.....”
“.....”
อีริค บ่นออกมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้เมื่อร่างของเขานอนอยู่ต่ำที่สุดและถูกสมาชิดคนอื่นๆกดทับจนหายใจแทบไม่ออกในขณะที่ รอน ครางออกมาอย่างเป็นสุขบนหน้าอกของ โซฟี ที่กำลังโวยวายเนื่องจากหน้าของ ซิลเบอร์ กำลังแนบชิดอยู่กับง่ามขาของเธอในขณะที่ชายหนุ่มกำลังครางออกมาอย่างเจ็บปวดเมื่อแขนของเขาปิดไปผิดทิศผิดทางพร้อมๆกับ มากิเนะ ที่กำลังโวยวายเมื่อแขนข้างที่ขาดของ เฮแซด กำลังกำเรือนผมของเธอเอาไว้อย่างแนบแน่นในขณะที่ร่างของ เรย์ และ เซลิน่า นอนอยู่เหนือร่างของทุกๆคนเนื่องจากการกระชากขึ้นมาเมื่อสักครู่...
[ ตูมมมม!!!! ]
[ ครืนๆๆๆ... ]
[ ครึ่กๆๆๆๆ... ]
เปลวไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้าในขณะที่ผืนดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนสัมผัสได้โดยตรง ก่อนที่ภาพของฟากหน้าผาที่พวกเขาจากมาเมื่อครู่นี่ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นทะเลเพลิงสีแดงฉาน พร้อมๆกับภาพของลาวาอันร้อนระอุที่กำลังไหลทะลักลงไปยังก้นเหวอย่างเชื่องช้า...
[ ก๊าซๆๆๆ~!!!!! ]
[ ….. ]
เสียงคำรามอย่างแค้นเคืองดังมาจากอีกฟากของหุบเขาก่อนที่ภาพของเหล่า กอกอส ที่วิ่งไล่ตามพวกเขาเมื่อสักครู่นี่จะปรากฏให้เห็นจากบนเนินสูงจะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนท่ามกลางความรู้สึกโล่งใจของสมาชิกทุกๆคน...
ใช่แล้ว... พวกเขารอดชีวิตออกมาจาก หุบเขากอกอส ได้แล้ว...
-----
# Junction way of Gorgos Dungeon / Road 63… ทางเชื่อมต่อระหว่างหุบเขา กอกอส และถนนสายที่ 63
[ ครืนนน... ]
[ ตึงๆๆ... ]
[ ครึ่กๆๆๆ... ]
เสียงภูเขาไฟระเบิดยังคงคำรามอย่างต่อเนื่องออกมาจากบริเวณ หุบเขากอกอส ในขณะที่รถม้าของทีม SGC ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าสู่ถนนสายหลักสำหรับการเดินทางของชาวเมืองปกติด้วยการช่วยเหลือของ กอกอส ร่างยักษ์ที่ไม่ได้ปริปากพูดอะไรอีกเลยนับตั้งแต่พวกเขาหนีออกมาจากตัวหุบเขาได้เป็นผลสำเร็จ...
[ ตึงๆๆ... ]
[ กึก... ]
[ ….. ]
และแล้วในที่สุด กอกอส เบื้องหน้าพวกเขาก็หยุดฝีเท้าลงพลางหันมาพูดคุยกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“ลงมาได้แล้วเจ้ามนุษย์... ข้าส่งพวกเจ้าถึงแค่ตรงนี้ละ...”
“.....”
[ แกร๊ก... แอ้ดดด... ]
[ โครมๆๆ!!! ]
[ …..? ]
ทันทีที่บานประตูถูกเปิดออกร่างของเหล่าสมาชิกภายในตัวรถจึงไหลทะลักออกมากองรวมกันบนพื้นท่ามกลางสายตางุนงงของ กอกอส ร่างยักษ์ ที่ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับมนุษย์ตรงหน้ามันกันแน่...
“อูย... หลังชั้น...”
“แงๆๆ... ก้นช้าน~*”
“.....”
ทุกคนต่างร้องครวญครางอยู่พักหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะยันกายขึ้นมาจากพื้นพลางมองดู กอกอส ตรงหน้าที่ช่วยพวกตนเอาไว้เมื่อสักครู่นี้ด้วยความฉงนเช่นกัน... เพราะพวกเขาไม่รู้ว่ามังกรตรงหน้าพวกเขามีจุดประสงค์อะไรกันแน่?
“เอ่อ... ต้องกล่าวขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่งนะท่านมังกร...”
โซฟี ที่ได้สติก่อนใครรีบลุกขึ้นยืนพลางปัดฝุ่นตามร่างกายและโค้งให้กับอีกฝ่ายอย่างมีมารยาทก่อนที่สมาชิกคนอื่นๆจะรีบลุกขึ้นและทำแบบเดียวกันในขณะที่อีกฝ่ายยังคงยืนนิ่งและไม่ได้กล่าวอะไรออกมาแม้แต่น้อยจนความเครียดเริ่มเกาะกุมจิตใจของทุกๆคนเพราะในตอนนี้อย่าว่าแต่แรงจะสู้เลย แค่ยืนอยู่ได้นี่ก็สุดแรงเกิดของพวกเธอแล้วละ...
“ไม่ต้องนอบน้อมขนาดนั้นก็ได้เจ้ามนุษย์... ข้าก็แค่ตอบแทนผู้มีประคุณของพวกข้าก็เท่านั้น...”
“ตอบแทน!?!”
อีริค อุทานออกมาอย่างสับสนเพราะพวกเขาไม่คิดว่าพวกตนจะได้ทำอะไรให้กับเหล่ามังกรจนมีค่าแก่การตอบแทน... ไม่สิควรจะบอกว่าเหล่ามังกรควรโกรธแค้นพวกเขาด้วยซ้ำไปที่ไปไล่ทำร้ายและฆ่าพี่น้องของพวกมัน...
“เดี๋ยวก่อนสิแก... เอ่อ... ท่าน... พวกเราไปทำอะไรที่ควรค่าแก่การตอบแทนงั้นเหรอ?”
“เพราะว่า... พวกเจ้าขับไล่สมุนของราชินีมารที่ควบคุมลูกๆของข้าออกไปจากหุบเขาแห่งนี้น่ะสิ...”
“ท่านรู้เรื่องของ คาเซ่อาเซ่? ท่านเป็นใครกันแน่!?!”
ซิลเบอร์ อุทานออกมาอย่างร้อนรนพลางกุมด้ามดาบของตนเอาไว้ในทันทีก่อนที่พวกเขาจะได้รับคำตอบที่ไม่ได้คาดคิดจากมังกรร่างยักษ์ตรงหน้าว่า
“นามของข้าคือ มังกรสีชาด ( Red Gorgos )... ในอดีตเคยเป็นหนึ่งในแม่ทัพในทัพหน้าของราชินีมารและเข้าร่วมในสงครามระหว่าง เซอร์ดิน และ คานาวาน อีกด้วย...”
“.....!!!”
เมื่อได้ยินดังนั้นทุกๆคนจึงกุมอาวุธของตนขึ้นมาไว้ในมือในทันทีเพราะบัดนี้พวกเขาชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่ามังกรตรงหน้าพวกเขานั้นเป็นศัตรูหรือมิตรกันแน่...
Ep.41 ชะตากรรมของมังกร...
Coming Soon…

#1 By HuManUsl3 on 2011-05-29 19:13