EXTRA 5 : ตอนพิเศษจากผู้ชนะ GCL Quiz ครั้งที่ 3

 

 

Ep. EX 3 : ความรักและความกังวล...

 

 

# Serdin Road 63… ถนน เซอร์ดิน สายที่ 63

 

[ เปรี๊ยะๆๆๆ... ]

[ วิ้ววว... ]

 

     เสียงเปลวไฟปะทุบนเนื้อไม้และเสียงสายลมยามค่ำคืนดังฝ่าอากาศออกมาเป็นระยะๆในขณะที่สมาชิกส่วนใหญ่ของทีม SGC กำลังนอนหลับพักผ่อนกันอยู่ในเต็นท์ที่พักเนื่องจากความเหนื่อยล้า...

 

     หลังจากที่ โซฟี และ เซลิน่า มีปากเสียงกันเล็กน้อยแล้วเหล่าสมาชิกคนอื่นๆซึ่งไม่รู้ว่าจะทำอะไรกันต่อดีจึงแยกย้ายกันเข้านอนหรือทำกิจกรรมส่วนตัวตามอัธยาศัยเนื่องจากพวกเขาอ่อนเพลียจากการต่อสู้ที่ดำเนินมาตั้งแต่ช่วงบ่ายกันพอสมควร...

 

[ สวบๆๆๆ... ]

[ ….. ]

 

     เงาร่างสีดำค่อยๆก้าวออกจากบริเวณที่พักอย่างเงียบเชียบ ในขณะที่การเคลื่อนไหวเหล่านั้นอยู่ในสายตาของเงาร่างอีกเงาหนึ่งซึ่งกำลังก้าวตามเงาร่างแรกไปอย่างรวดเร็ว...

 

 

…..

 

 

     ณ บนต้นไม้ใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณหน้าผาที่พวกเขาใช้ข้ามเพื่อหนีออกมาจากหุบเขากอกอสมากนัก ขณะนี้เงาร่างของหญิงสาวผมสีเงินและสีน้ำตาลเข้มกำลังนั่งแกว่งไกวขาของตนพลางชมดวงจันทร์บนฟากฟ้ายามราตรีด้วยรอยยิ้ม

 

[ อือ… ฮ้า~* ]

[ คิกๆๆ... ]

 

     แฝดคนน้องเหยียดแขนของตนขึ้นไปในอากาศพลางบิดกายอย่างเกียจคร้านในขณะที่แฝดผู้พี่ยกมือขึ้นป้องปากและหัวเราะไปกับท่าทีของน้องสาวตัวแสบที่หันกับมาถามเธอด้วยความสงสัย

 

“พี่ขำอะไรน่ะ?”

“คิกๆ... พี่หัวเราะเพราะพี่ไม่ได้เห็นเธอแสดงท่าทีแบบนั้นมานานแล้วนี่นา”

“โธ่พี่ก็~* นานๆเราถึงจะได้กินของอร่อยๆกับคนเยอะๆแบบนี้หนูก็เลยเผลอกินเยอะไปหน่อยเลยต้องมายืดเส้นอ้ะ...”

“ฮิๆๆ... จ้ะๆพี่เชื่อเธอนะ”

 

     ด้วยความรักสันโดษของพี่น้องซาเกงาว่าทำให้พวกเธอชอบเดินทางและออกล่าสมบัติกันเพียงลำพัง ทำให้พวกเธอไม่ค่อยได้พบปะผู้คนมากนักเว้นเสียแต่พวกเธอจะรับงานคุ้มครองกองคาราวานหรืองานที่ต้องพบปะผู้คนมากๆแต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ค่อยมีใครพูดคุยกับพวกเธออยู่ดี ดังนั้นการช่วยกันทำอาหารหรือทานข้าวร่วมกับคนหมู่มากในครั้งนี้จึงทำให้พวกเธอรู้สึกดีไม่น้อยเลยทีเดียว...

 

“ฮ้า~* หลังจากกินอิ่มแล้วมานั่งตากลมเย็นๆชมจันทร์แบบนี้... มันรู้สึกดีจังเล้ย~*”

“จะว่าไป... เรื่องที่เธอถูกจูบเมื่อตอนกลางวัน”

“แค่กๆๆๆ!!!”

“อุ้ย...”

 

     ทันทีที่ได้ยินคำว่า “จูบ” หลุดออกมาจากปากของผู้เป็นพี่ มากิเนะ ถึงกับสำลักอากาศยามค่ำที่กำลังสูดเข้าปอดและหันมาค้อนใส่พี่สาวของตนอย่างเอาเรื่องในทันที

 

“พี่จะยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดทำไมน่ะ!?! หนูเกือบสำลักอากาศตายเลยนะ!!!”

“แหม... ถ้ามีคนสำลักอากาศตายจริงๆพี่ก็อยากเห็นนะ? ว่าแต่น้องคิดยังไงกับเขาเหรอ?”

“คิด!!! คิดอะไรคะพี่!?!”

“แหม... ฮิๆๆ”

 

     แฝดผู้น้องขึ้นเสียงสูงอย่างลืมตัว พลางใบหน้านวลพลันขึ้นสีจัดจนผู้เป็นพี่อดยิ้มให้กับท่าทีอันน่ารักน่าชังของผู้เป็นน้องเสียไม่ได้

 

“ท่าทีแบบนั้นแปลว่าน้องก็สนใจเขาอยู่ใช่ไหมจ้ะ?”

“มะ... ไม่สนซะหน่อย!!!”

“จริงเหรอจ้ะ?”

“จริงสิ!!! ฮึ!!!”

 

     เมื่อถูกซักไซ้เข้ามากๆ มากิเนะ จึงสะบัดหน้าหนีพี่สาวของตนอย่างรวดเร็วเพราะเธอไม่อยากเผยความรู้สึกบางอย่างให้อีกฝ่ายเห็นมากนัก... ทว่า

 

“ถ้าเธอไม่สนงั้นพี่ขอจีบเขานะจ้ะ?”

“.....”

 

[ หาาาา~!!?!? ]

[ ชู่ววว!!! ]

[ อุ้บ... ]

 

     เสียงหวานของแฝดผู้น้องดังไปทั่วบริเวณจน มากิเอะ ต้องทำท่าทางเป็นเชิงบอกให้เงียบเพราะแม้ที่นี่จะอยู่ไกลจากที่พักของพวกเธออยู่ไม่น้อยแต่ก็ไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าพวกเขาหรือเหล่าสัตว์อสูรในบริเวณนี้จะไม่ได้ยินเสียงของพวกเธอจน มากิเนะ รีบยกมือขึ้นปิดปากอย่างรวดเร็ว

 

“ล้อเล่นแบบนี้หนูไม่สนุกด้วยนะคะ!!!”

“พี่เอาจริงต่างหากล่ะ... เขาน่าสนใจดีออกนะ?”

“ตรงไหนของหมอนั่นที่น่าสนใจไม่ทราบคะ!?!”

 

     แม้น้ำเสียงของทั้งคู่จะเบาลงจนเกือบจะกลายเป็นเสียงกระซิบแต่อารมณ์ที่แฝงเอาไว้ก็ยังคงเต็มไปด้วยความร้อนรนและความขบขันที่เห็นได้อย่างชัดเจนก่อนที่ มากิเอะ จะเริ่มร่ายเรื่องราวที่เธอบอกว่าน่าสนใจให้ผู้เป็นน้องฟังทีละน้อย

 

“ถ้าจะให้พูดถึงก็... เขาเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยพูดแต่เก่งจนเหลือเชื่อชนิดที่พวกเรา 2 คนช่วยกันรุมก็ยังไม่ชนะ... มีความทรหดเกินมนุษย์จนโดนกระสุนปืนยิงในระยะประชิดขนาดนั้นก็ยังไม่ตาย... รักเพื่อนชนิดกล้าโดดลงเหวไปโดยไม่ลังเล... เขาชอบน้องก็เลยจูบน้องโดยไม่ลังเลทั้งๆที่น้องเป็นศัตรูของเขา แม้จะขาดกาลเทศะไปซะหน่อย...  และสุดท้ายคือ มีความรับผิดชอบ เพราะเขากล้าประกาศความรับผิดชอบต่อผองเพื่อนของเขาโดยไม่ลังเล... ข้อดีเท่านี้พอหรือยังจ้ะ มากิเนะ?”

“เอ้อ...”

 

[ เอื๊อก... ]

 

     คราวนี้ผู้เป็นน้องถึงกับต้องกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอเมื่อ มากิเอะ สามารถยกข้อดีของอีกฝ่ายขึ้นมาพูดได้มากกว่าที่เธอคิดจนเธอเริ่มหวั่นไหวกับความรู้สึกของตนเอง...

 

“สรุปแล้วพี่จีบเขาได้ใช่ไหมจ้ะ?”

“มะ... ไม่ได้นะคะ!!!”

“เห... ทำไมละจ้ะ?”

“เพราะ... ว่า...”

 

     ปากพาจน... นั่นคือสิ่งที่ มากิเนะ ได้แต่คิดซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวเมื่อปากเจ้ากรรมของเธอดันบอกปฏิเสธออกไปโดยไม่ทันได้คิด ทำให้ริมฝีปากบางของเธอเม้มแน่นเข้าหากันในขณะที่ผู้เป็นพี่เลิกคิ้วสูงพลางยิ้มให้กับท่าทีอันแสนน่ารักของน้องสาวตัวน้อย

“พะ... เพราะ... เพราะเขาต้องมารับผิดชอบที่ชิงจูบแรกของหนูไป!!! เข้าต้องรับผิดชอบหนูไปทั้งชีวิต!!! หนูจะจิกหัวใช้เขาจนสาแก่ใจเลยทีเดียว ดังนั้นพี่ห้ามยุ่งกับเขาเด็ดขาดเข้าใจมั้ยคะ!?!”

“รักเขาก็บอกมาเถอะจ้ะ...”

“เงอะ...”

 

[ ฉึก... ]

 

     ราวกับหัวศรที่เสียบทะลวงจิตใจอย่างแม่นยำ... เมื่อประโยคของ มากิเอะ ทำให้ มากิเนะ ชะงักนิ่งและทำได้เพียงอ้าปากค้างต่อหน้าผู้เป็นพี่เพียงเท่านั้น...

 

“บะ... บ้า!!! หนูเพิ่งรู้จักเขาได้ไม่กี่วัน เจอกันได้ไม่กี่ครั้ง แถมยังไม่รู้จักกันดีเลยนะคะ!!!”

“ความรักน่ะ... ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาหรือเหตุผลมาเพื่ออธิบาย... แต่ต้องสัมผัสด้วยหัวใจนะจ้ะ...”

“.....”

 

     พวงแก้มนวลของผู้เป็นน้องถูกมือเรียวของผู้เป็นพี่ลูบไล้อย่างแผ่วเบาก่อนที่ มากิเอะ จะกล่าวประโยตของตนต่อไปว่า...

 

“มากิเนะ... การซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญนะจ้ะ...”

“.....”

“น้องรู้สึกยังไงก็พูดออกมาตามตรงเถอะจ้ะ... เก็บเอาไว้มันไม่ดีหรอกนะ...”

“หนู... รู้สึก...”

 

[ ตึกตัก... ๆ... ]

 

     หัวใจของหญิงสาวเต้นเร็วและแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเมื่อเธอนึกถึงภาพวันแรกที่พวกเธอพบกับชายหนุ่มผมเงินนายนั้น... ฝีมือการต่อสู้ที่แสนมั่นใจกลับถูกกำราบลงอย่างง่ายดาย... การรุกเข้าหาเธออย่างถือวิสาสะด้วยการกดเธอลงนอนกับพื้น... ความรู้สึกเสียใจที่เธอต้องลั่นกระสุนใส่เขาเพราะหน้าที่... ความรู้สึกดีใจที่เห็นชายหนุ่มรอดชีวิตมาได้... หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธอยิ่งรู้สึกผูกพันกับชายหนุ่มมากขึ้นและมากยิ่งขึ้น... จนกระทั่ง

 

“หนูรู้สึก... ชอบ... หนูรักเขาค่ะ!!!”

 

     น้ำเสียงสั่นเทาแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกอันแรงกล้าถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากนวลบางของ มากิเนะ ก่อนที่เธอจะพรั่งพรูความรู้สึกที่เธอมีต่อไปอย่างต่อเนื่อง

 

“ถึงเขาจะเป็นไอ้บ้าที่กดหนูลงกับพื้นทั้งๆที่หนูยิงเขาแบบไม่ยั้ง อวดดีกล้าสู้กับพวกเราสองคนพร้อมกัน ตายยากและทรหดชนิดที่ถูกกระสุนปืนยิงใส่ในระยะประชิดก็ยังไม่ตาย ฉวยโอกาสจูบหนูตอนที่หนูไม่ได้ตั้งตัว เลว ชั่ว ฯลฯ...”

 

(เสียงก่นด่าอย่างต่อเนื่องด่า 108 คำถูกร่ายออกมาชนิดไม่ซ้ำคำจนกระทั่ง...)

 

“ถึงจะเป็นอย่างนั้น... แต่หนูก็ชอบเขาไปแล้วค่ะ!!! พี่มากิเอะ!!!”

 

     หญิงสาว กู่ร้องขึ้นฟ้าเพื่อระบายความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายในใจโดยหมายจะให้ดวงจันทร์เป็นพยานในการสารภาพความจริงของเธอในครั้งนี้ ทว่า...

 

“แหมๆๆ... บอกว่าชอบหลังจากด่ายาวจนจบเนี่ยนะ? สมเป็นเธอจริงๆเลยที่รัก...”

“.....”

“.....”

 

     [ อ้าปากค้าง... ] คงไม่มีคำไหนจะอธิบายกริยาของสองพี่น้องซาเกงาว่าได้ดีกว่าคำๆนี้อีกแล้ว เมื่อดวงจันทร์ที่ควรจะปรากฏอยู่เบื้องหน้าพวกเธอกลับกลายเป็นใบหน้าของ ซิลเบอร์ ที่ห้อยหัวลงมาจากกิ่งไม้ชั้นบนพลางยิ้มกลับหัวให้กับทั้งคู่... เส้นผมสีเงินที่สะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายและรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าอันหล่อเหลานั้นทำให้สองพี่น้องหน้าขึ้นสีบางๆโดยไม่รู้ตัวและพูดอะไรไม่ออกกันเลยทีเดียว...

 

[ ….. ]

[ ….. ]

 

     เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทั้ง 2 ยังคงนิ่งเงียบ ซิลเบอร์ จึงยิ้มกริ่มพลางโน้มหน้าของตนเข้าไปใกล้พวงแก้มขาวนวลของ มากิเนะ โดยไม่ให้เธอได้ตั้งตัว และ...

 

[ ม๊วฟ~♥ ]

[ อะ... กรี้ดดดด~!!! ]

[ วูบ... โครม!!! ]

[ ชะอุ้ย... ]

 

     หญิงสาวที่ได้สติจากการฉวยโอกาสหอมแก้มส่งเสียงร้องโวยวายในทันที ทว่านั่นกลับทำให้เธอพลัดตกลงจากกิ่งไม้และนอนแผ่อยู่บนพื้นเบื้องล่างท่ามกลางสีหน้าตื่นตกใจของ มากิเอะ และสีหน้าทะเล้นของ ซิลเบอร์ ที่กำลังมองลงมาหาเธออย่างพร้อมเพรียงกัน

 

“มากิเนะ!!! เป็นอะไรมั้ยจ้ะ!?!”

“โอย... พี่ลองตกลงมาแบบหนูบ้างสิแล้วจะรู้เองอะ...”

“ฮ่าๆๆๆๆ~*”

 

     ชายหนุ่มส่งเสียงหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจในขณะที่แฝดคนพี่รีบกุลีกุจอปีนลงจากต้นไม้เพื่อไปดูอาการของน้องสาวตัวดี แต่ดูเหมือนการเคลื่อนไหวชายหนุ่มจะเร็วกว่าหญิงสาวอยู่ 1 ระดับเพราะเขาไม่เสียเวลาปีนลงไปแต่กระโดดลงไปด้วยตนเองเสียเลย...

 

[ ฟุ่บ... ตุบ... ]

[ หมับ... ]

[ ว๊าย!?! ]

 

     ร่างบางของ มากิเนะ ถูกช้อนประคองขึ้นมาจากพื้นและถูกชายหนุ่มกอดเอาไว้แนบแผงอกของตนจนหญิงสาวตื่นตกใจกับการรุกเข้าใส่โดยไม่ให้ตั้งตัวของ ซิลเบอร์ ในขณะที่ชายหนุ่มค่อยๆลูบหัวของเธออย่างแผ่วเบา

 

“โอ๋ๆๆ... ไม่เจ็บนะๆ...”

“อะ... อื้ม!!!”

 

     หญิงสาวผงกหัวอย่างเคลิบเคลิ้มอยู่พักหนึ่งก่อนที่เธอจะได้สติและนึกได้ว่าคนที่ทำให้เธอตกจากต้นไม้ก็คือชายหนุ่มตรงหน้านี้ไม่ใช่หรือยังไงกัน!?!

 

“เอ้ย!!! คนที่ทำให้ชั้นตกลงมาก็คือนายไม่ใช่รึยังไงกันน่ะ!?!”

“เปล่านะ? ชั้นแค่หอมแก้มเธอเท่านั้นเอง”

“ก็นั่นแหละที่ทำให้ชั้นตกลงมาน่ะ!!!”

“เธอตกใจและตกลงไปเองนะ? ชั้นไม่เกี่ยวซะหน่อย?”

“หนอย!!!”

 

     ทั้ง 2 คนเริ่มจะกัดกันอีกครั้งหนึ่งในขณะที่ มากิเนะ กำลังดิ้นไปมาอยู่ในอ้อมแขนของ ซิลเบอร์ จน มากิเอะ ที่เพิ่งจะปีนลงมาถึงพื้นต้องรีบเข้าไปห้ามทัพอย่างเร่งด่วน

 

“พอจ้ะ พอๆๆ… เพิ่งจะบอกรักเขาไปหยกๆจะทะเลาะกับเขาแล้วเหรอจ้ะ มากิเนะ?”

“อะ...”

 

[ ฉ่าาา... ]

 

     ใบหน้านวลขึ้นสีจัดจนแดงซ่านคล้ายจะมีไข้ก่อนที่หญิงสาวจะซบหน้าลงกับแผงอกของชายหนุ่มนิ่งๆราวกับลูกแมวตัวน้อยๆจน ซิลเบอร์ อดยิ้มและลูบหลังปลอบเธออย่างแผ่วเบาเสียไม่ได้

 

“โอ๋ๆๆ... ผมขอโทษที่ทำให้ตกใจก็ได้ไม่ต้องร้องนะๆ...”

“บ้า!!! ใครร้องกัน!!!”

“คิกๆๆๆ...”

 

     เมื่อเห็นท่าทีของน้องสาวตัวดีผู้เป็นพี่จึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้จน มากิเนะ หน้าแดงจัดยิ่งขึ้นไปอีกในขณะที่ ซิลเบอร์ แอบยิ้มให้กับ มากิเอะ ราวกับรู้ความคิดของกันและกันก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยว่า

 

“เชิญตามสะดวกค่ะ... ชั้นไม่ห้ามแน่นอน”

“ขอบคุณคร้าบ~*”

“เอะ... เอ๊ะ!?!”

 

     มากิเนะ มองชายหนุ่มสลับกับพี่สาวของตนด้วยแววตาสับสนเพราะไม่เข้าใจว่าทั้งคู่กำลังพูดเรื่องอะไรกันก่อนที่ ซิลเบอร์ จะกล่าวขึ้นว่า...

 

“ขอหม่ำละนะคร้าบ~*”

“เอ๊ะ… เดี๋ยว!!!”

 

[ จ๊วบ... ด๊วบ... ]

[ อู้ว... อู๊!!! ]

[ หงึกๆๆๆ!!! ]

 

     ริมฝีปากหนาของชายหนุ่มบดเบียดเข้าใส่ริมฝีปากบางของหญิงสาวอย่างเชื่องช้าแต่รุนแรงจน มากิเนะ ตัวสั่นด้วยความตื่นตกใจพลางพยายามเบี่ยงตัวและระดมทุบไปบนแผงอกเพื่อหนีรสจูบนั้นทว่าร่างกายของเธอกลับอ่อนแรงลงจนไม่มีแรงจะหนีออกไปจากวงแขนอันแข็งแกร่งของชายตรงหน้านี้ได้เลย...

 

[ ปึ้กๆๆ... ]

[ อู้ววว... ]

[ จ๊วบๆๆ... แผล่บๆ... ]

[ อว๋าาา... ]

 

     เมื่อเห็นว่าน้องสาวตัวดีเผยสีหน้ามีความสุขและท่าทางราวกับจะขาดใจออกมาเช่นนั้นแล้วผู้เป็นพี่ถึงกับส่งเสียงครางออกมาอย่างตื่นเต้นพลางยกมือขึ้นปิดหน้าและมองลอดช่องนิ้วของตนเองเพื่อดูเหตุการณ์ตรงหน้าต่อไปอย่างเงียบเชียบ... เพราะในตอนนี้ลิ้นของชายหนุ่มกำลังพัลวันอยู่กับลิ้นของน้องสาวตัวน้อยที่กำลังเผยสีหน้าเคลิบเคลิ้มออกมาอย่างลืมตัว...

 

[ ฮ่าห์... ]

[ เฮ้อ... ]

 

     ในที่สุดชายหนุ่มก็ถอนจูบของตนออกมาอย่างเชื่องช้าในขณะที่ มากิเนะ กำลังนอนเกร็งอยู่ภายในอ้อมกอดของชายหนุ่มในขณะที่ มากิเอะ มองสภาพของน้องสาวของตนอย่างหวาดหวั่น...

 

“ไหวรึเปล่าจ้ะ มากิเนะ?”

“พี่... ไม่มาลองดู... มั่ง... ล่ะ... แฮ่กๆๆ...”

“ไม่ดีกว่าจ้ะพี่เกรงใจ... แหะๆ...”

 

     มากิเนะ ส่งสายตาค้อนพี่สาวของตนอย่างขุ่นเคืองก่อนที่ ซิลเบอร์ จะเอ่ยถามว่า

 

“เป็นยังไง? รู้สึกยังไงบ้างจ้ะที่รัก?”

“รู้สึกเหรอ... รู้สึกแบบนี้ไง!!!”

 

[ ปึ้ก!!! พล่อก!!! ]

[ อุ๊ก!!! อ๊อก!?! ]

 

     กำปั้นถูกหวดเข้าใส่หน้าท้องและใบหน้าของ ซิลเบอร์ อย่างรุนแรงจนชายหนุ่มต้องงอตัวเมื่อหมัดแรกกระทบเข้าใส่ท้องน้อย และหงายหลังลงไปกับพื้นเมื่อหมัดต่อมาของเธอกระแทกเข้าใส่ใบหน้าของตนอย่างรุนแรง...

 

“ไปตายซะเถอะไอ้คนฉวยโอกาส!!! ฮึ!!!”

 

[ แซ่กๆๆๆ... ]

 

     มากิเนะ เดินกระฟัดกระเฟียดกลับไปทางแคมป์ที่พักอย่างหัวเสียในขณะที่ ซิลเบอร์ ลูบใบหน้าของตนพลางครางออกมาอย่างแผ่วเบา...

 

“อูย... ปากไม่ตรงกับใจเลยแฮะ...”

“คิกๆๆ... แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็น่ารักในแบบของเธอนะคะ?”

“ใช่ครับ... เธอน่ารักจะตายไป...”

 

[ ..... ]

[ อุ้บ... ฮะๆๆๆๆ~* ]

 

     ซิลเบอร์ และ มากิเนะ ต่างหัวเราะร่วมกันเสียงดังลั่นก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยขอตัวตามน้องสาวของตนกลับไปยังบริเวณที่พัก

 

“เดี๋ยวชั้นขอตัวกลับไปกล่อม มากิเนะ ก่อนก็แล้วกันค่ะ... ไม่อย่างนั้นคืนนี้คุณถูกไล่ออกไปนอนตากยุงแน่ๆ...”

“ฮะๆๆๆ...”

 

     ชายหนุ่มลืมไปเสียสนิทเลยว่าคืนนี้เขาต้องนอนร่วมเต็นท์กับหญิงสาวเนื่องจากพวกเขามีที่พักไม่เพียงพอจึงต้องแบ่งที่พักกันใหม่ และเขาก็โชคดีที่จับสลากได้คู่กับสองพี่น้องซาเกงาว่าเสียด้วย... แต่เขาคงไม่ได้นอนกอดสุดที่รักของเขาเป็นแน่หากเธอยังคงหัวเสียใส่เขาอยู่เช่นนี้...

 

“ยังไงก็ฝากด้วยนะครับ มากิเอะ”

“ไว้ใจได้เลยจ้ะ”

 

[ แซ่กๆๆๆ... ]

[ ….. ]

 

     เมื่อ มากิเอะ เดินกลับไปแล้วบริเวณโดยรอบจึงกลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้งหนึ่ง...

 

[ แซ่กๆ... ]

 

     ชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งกับพื้นอย่างเชื่องช้าและหงายหลังลงนอนชมจันทร์อย่างเงียบเชียบพลางพร่ำเพ้ออะไรบางอย่างอยู่เพียงลำพังว่า

 

“คืนสุดท้ายที่ชั้นนอนดูดาวกับเธอ... คือคืนที่เธอพยายามจะบอกรักชั้นสินะ เมย์โล้...”

 

[ แกร๊กๆ... ]

 

     ตัวดาบพร้อมฝักสีเงินถูกยกขึ้นมาพินิจอย่างเชื่องช้าก่อนที่เจ้าของดาบจะรำพึงออกมาอย่างแผ่วเบา…

 

“ความรักของชั้นอาจจะเหมือนสายฟ้าตามชื่อของชั้นเองก็เป็นได้... เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วแต่ไม่จีรังยั่งยืน... แล้วชั้นจะยังรักเธอไปได้อีกนานเท่าใดกันนะ... เพราะแสงสว่างจากสายฟ้าไม่คงอยู่เนินนานเสียด้วยสิ...”

 

     ภาพของลูกศิษย์สาวที่เขารักยิ่งกว่าใครค่อยๆปรากฏชัดขึ้นในห้วงมโนความคิด... และในขณะเดียวกันนั้นเองที่สถานที่อีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไกลออกไป ใครบางคนกำลังลืมตาตื่นจากห้วงนิทราอันแสนสั้นของตน...

 

-----

 

# Ruin of Silver Knight… ซากปรักหักพังแห่งป้อมปราการสีเงิน...

 

[ ฟุ่บ!!! ]

[ แฮ่กๆๆๆ... ]

 

     ร่างอรชรนางหนึ่งสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝันอันเลวร้ายในขณะที่หยาดเหงื่อพราวระยับเกาะกุมไปตามร่างกายทั่วทุกอณูพร้อมๆกับที่ลมหายใจของเธอขาดห้วงจากความตื่นตกใจจากภาพที่เธอได้เห็น...

 

[ ….. ]

[ ควับ... แซ่กๆ... ]

 

     เมื่อเห็นว่าสมาชิกคนอื่นๆภายในกลุ่มยังคงนอนหลับพักผ่อนจากความเหนื่อยล้ากันอยู่นั้นเอง หญิงสาวจึงค่อยๆก้าวเดินออกจากบริเวณที่พักอย่างเงียบเชียบเพื่อไปสงบจิตใจของตนเอง...

 

[ ….. ]

 

…..

 

[ สวบๆๆ... ]

[ แซ่กๆ... ]

 

     หญิงสาวก้าวเดินผ่านแมกไม้ในป่าไปอย่างเชื่องช้าจนกระทั่งไปหยุดอยู่ข้างลำธารสายเล็ก ก่อนที่เธอจะวักน้ำหยาดใสขึ้นมาล้างหน้าล้างตาเพื่อเรียกสติของตนให้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง...

 

(เมย์... เป็นอะไรรึเปล่าคะ?)

“... เปล่า... ชั้นไม่เป็นอะไรหรอก...”

(.....)

 

     จูเนียร์ ซึ่งตื่นขึ้นมาพร้อมๆกับหญิงสาวส่งเสียงร้องเรียก เมย์โล้ ด้วยความเป็นห่วงเนื่องจากสีหน้าของเธอดูไม่สู้ดีเอาเสียเลย...

 

(ฝันร้าย... เหรอคะ?)

“... อืม...”

 

     ภาพที่หญิงสาวฝันเห็นก็คือภาพของ ซิลเบอร์ ที่กำลังก้าวจากเธอไปพร้อมกับหญิงสาวอีกคนหนึ่งซึ่งเธอไม่รู้จัก... เธอพยายามส่งเสียงร้องเรียกชายหนุ่มเอาไว้จนสุดเสียงแต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้ยินเสียงเรียกของเธอและหันหลังเดินจากไปอย่างเชื่องช้า...

 

“จูเนียร์... ชั้นกลัว...”

(เมย์จัง... กลัวอะไรเหรอคะ?)

“.....”

 

     ร่างกายของหญิงสาวสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่นก่อนที่เธอจะกอดร่างของตัวเองเอาไว้เพื่อหวังให้มันหายสั่น แต่ดูเหมือนอาการเหล่านั้นจะทวีความรุนแรงขึ้นเสียนี่...

 

“ตลอดเวลาการเป็นอัศวินของชั้น... รุ่นพี่มักจะคอยอยู่เคียงข้างและคอยให้คำแนะนำชั้นอยู่เสมอๆ... แต่ครั้งนี้ชั้นต้องพึ่งพาตัวเองเป็นครั้งแรกในการรบบนอาณาจักรอันห่างไกล... ชั้นกลัวมากเลย... จูเนียร์...”

(เมย์จัง...)

“ฮึกก... อึก...”

 

     หยาดน้ำตาใสเริ่มพรั่งพรูออกมาจากนัยน์ตาสีนิลกลมโตอย่างเชื่องช้าก่อนที่ เมย์โล้ จะปลดปล่อยความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายในใจของเธอต่อไป...

 

“ในฝันนั้น... รุ่นพี่กำลังเดินจากชั้นไปกับผู้หญิงที่ชั้นไม่รู้จัก... ชั้นพยายามส่งเสียงเรียกให้รุ่นพี่หันมาหาชั้นแต่เขากลับทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงของชั้น... ราวกับความรู้สึกของชั้นส่งไปไม่ถึงเขา และชั้นจะต้องสูญเสียเขาไปตลอดกาล... ชั้น... กลัวมากจนอธิบายไม่ถูกเลย... โฮฮฮฮ!!!”

(…..)

 

     จูเนียร์ ไม่รู้ว่าตนเองควรจะปลอบหญิงสาวอย่างไรดีเพราะเธอเองก็ใช่ว่าจะมีความรู้ทางด้านนี้ เธอจึงทำได้เพียงนิ่งเงียบและฟัง เมย์โล้ ครางสะอึกสะอื่นไปเรื่อยๆเป็นเวลานานพอสมควร จนกระทั่ง...

 

[แซ่กๆๆ...]

[…..!!!]

 

     เสียงฝีเท้าค่อยๆมุ่งหน้าตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว ทำให้ใบหน้าของหญิงสาวพลันขาวซีดขึ้นมาทันทีทันใดเพราะเธอไม่อยากให้ใครมาเห็นสภาพที่น่าสมเพชของเธอเช่นนี้...

 

“แย่แล้ว... ทำยังไงดีล่ะ...”

(เดี๋ยวชั้นจัดการเองค่ะ!!!)

“เอ๊ะ???”

 

     หญิงสาวรำพึงกับตัวเองอย่างเงียบเชียบก่อนที่ จูเนียร์ จะรีบยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเธอเอาไว้ด้วยการสลับร่างกันออกมาอย่างรวดเร็ว

 

[ วูบ... ]

[ ควับ!!! ]

[ ตูมมม~* ]

 

(กรี้ดดดด~!!!)

 

     เมย์โล้ ได้แต่กรีดร้องให้กับความเย็นของสายน้ำยามค่ำเนื่องจาก จูเนียร์ กระโดดลงไปในลำธารโดยไม่ให้เธอตั้งตัวทำให้ความหนาวเย็นพุ่งเข้าจู่โจมเธอจนรู้สึกหนาวยะเยือกไปถึงทรวงใน...

 

(ทำอะไรของเธอน่ะ จูเนียร์!?!)

“ชู่ววว... มาแล้วค่ะ...”

(.....)

 

[ สวบๆๆ... กึก... ]

 

     ผู้ที่ปรากฏตัวออกมามีเรือนผมสีดำขลับที่ดูไม่เป็นทรงอยู่ตลอดเวลา หูและหางสุนัขสีเดียวกับเรือนผมที่กำลังกระดิกและส่ายไปมา เขียวสีขาวที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากเล็กน้อย... อัล อานีเดอร์ นั่นเอง...

 

“... นี่เธอเล่นบ้าอะไรของเธอน่ะ?”

“อ๊ะ... อัล เหรอ?”

“ก็ชั้นอะเดะ... เห็นชั้นเป็น(*)ไอหวังหรือยังไงล่ะ?”

 

((*)ไอหวัง - โฮป = Hope = ความหวัง = ไอ้หวัง  (ฮา))

 

     อัล เริ่มใช้วาจากวนอวัยวะเบื้องล่างอย่างที่เคยทำโดยการยกชื่อ โฮป ขึ้นมาอ้าง พร้อมๆกับพินิจหญิงสาวตรงหน้าว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่กันแน่?

 

[ ฮัดชิ้ว!!! ]

[ ….. ]

 

     รู้สึกราวกับได้ยินเสียง โฮป จามดังมาจากทางค่ายที่พักยังไงอย่างงั้น... แต่ที่นี่อยู่ห่างจากที่พักอยู่พอสมควรดังนั้นสิ่งที่พวกเขาได้ยินน่าจะเป็นอุปทานหมู่... กระมัง?

 

“นึกยังไงถึงลงไปเล่นน้ำทั้งๆที่แต่งชุดนอนแบบนั้นละหา?”

“ก็... อากาศมันร้อนจนชั้นทนไม่ไหวชั้นก็เลยกระโดดลงมาเล่นน้ำทั้งๆแบบนี้เลยน่ะ?”

 

[ วิ้วววว... ]

[ กึกๆๆๆ... ]

 

     สายลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่านบริเวณโดยรอบและพัดเข้าใส่ร่างอันเปียกปอนของหญิงสาวจน จูเนียร์ อดแสดงอาการสั่นออกมาเล็กน้อยเสียไม่ได้...

 

“... แน่ใจนะว่าร้อน? ชั้นว่าคืนนี้ออกจะหนาวด้วยซ้ำฟ่ะ...”

“ก็... ชั้นร้อนของชั้นนี่!!! นายไม่ร้อนก็ช่างนายสิ!!!”

“ตัวสั่นอยู่เห็นๆ...”

“ช่างชั้นเถอะน่า!!!”

 

[ ซ่าๆ!!! ]

[ จ๋อมๆ... หมับ!!! ]

[ ..... ]

 

     หญิงสาวยันกายขึ้นจากน้ำพลางเดินเข้ามาหาและกระชากคอเสื้อของชายหนุ่มอย่างเอาเรื่องในขณะที่ อัล ยังคงยืนนิ่งและจ้องมองหญิงสาวตาไม่กระพริบ

 

“อะไร? จ้องกันนี่มีปัญหารึยังไง!?!”

“เออ... ตอนแรกมีแต่ตอนนี้ไม่มีแล้วว่ะ...”

 

     อัล พยักหน้าตอบหญิงสาวสั้นๆพลางยิ้มกริ่มจน จูเนียร์ ได้แต่จ้องมองชายหนุ่มด้วยความสับสนก่อนที่ อัล จะพูดด้วยน้ำเสียงกระเส่าว่า

 

“อืมม... ชั้นอยากจะบอกว่าเธอหุ่นดีมากเลย... ตอนปกติซ่อนรูปซะมิดชิดแต่พอมาเห็นเสื้อผ้าบางๆมาเปียกแนบเนื้อแบบนี้แล้วถึงได้เห็นสัดส่วนของเธอชัดๆหน่อย... อกใหญ่พอดีมือสะโพกกลม... น่าเอาไปทำเมียจริงๆเลยว่ะ ฮ่าๆๆๆ~*”

“อะ... เงอะ...”

 

     จูเนียร์ ได้แต่ตะลึงตาค้างเมื่อได้ยินประโยคที่ อัล บอกกับเธอมาเมื่อสักครู่ก่อนที่เธอจะก้มลงสำรวจเรือนร่างของเธอเองอย่างรวดเร็ว...

 

     เนื้อผ้าฝ้ายบางเบาสีขาวที่บัดนี้กำลังโปรงแสงเพราะเปียกน้ำทำให้เรือนร่างของหญิงสาวที่ยามปกติไม่ค่อยจะเห็นสัดส่วนสักเท่าไหร่ปรากฏชัดสู่สายตาของ อัล ชนิดที่ว่าชายหนุ่มสามารถมองเห็นยอดปทุมถันสีอ่อนภายใต้เนื้อผ้าของ จูเนียร์ ได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว...

 

[ กรี้ดดด~!!! ]

[ จ๋อมๆ... ตุ๋ม!!! ]

[ ว้า... ]

 

     หญิงสาวรีบทรุดกายกลับลงไปนั่งในน้ำอีกครั้งหนึ่งเมื่อถูกชายหนุ่มมองเห็นสภาพที่น่าอายของเธอในขณะที่ อัล ส่งเสียงร้องอย่างเสียดายพลางคิดว่าเขาน่าจะจ้องมองให้ถึงใจก่อนแล้วค่อยบอก...

 

“ไหนๆก็เห็นไปแล้วจะอายทำไมหว่า...”

“ตาบ้า!!! งี่เง่า!!! หื่น!!! ลามก!!! โรคจิต!!!”

 

[ ปึด... ]

 

     เส้นเลือดเป่งขึ้นมาเป็นเส้นจนมองเห็นได้อย่างชัดเจนบนขมับของชายหนุ่ม ในขณะที่คมเขี้ยวขาววาววับแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายเมื่อหญิงสาวได้กระตุ้นอารมณ์โกรธของ อัล จนลุกโชนขึ้นมาเสียแล้ว...

 

“ได้... ในเมื่อเธอเห็นชั้นเป็นแบบนั้น... ชั้นก็จะเป็นให้ตามที่บอก!!!”

“เดี๋ยว!!! อัล นายจะทำอะไรน่ะ!?!”

“ทำตามที่เธอพูดยังไงล่ะ!!!”

“เดี๋ยว!!! หยุดนะ… ม่ายยยย~!!!”

 

[ จ๋อมๆๆ!!! ]

[ ซ่าๆๆๆ!!! ]

 

     ชายหนุ่มก้าวขาตามหญิงสาวลงไปในลำธารพลางโผเข้าปลุกปล้ำเธอในทันทีทำให้ จูเนียร์ ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากการคุกคามของชายหนุ่มอย่างสุดชีวิต

 

[ ปึด... ควากๆ!!! ]

[ กรี้ดดด!!! ]

[ จ๊วบๆ... ]

[ อู้... อู๊!!! ]

 

     กระดุมเสื้อหลุดกระเด็นออกไปอย่างง่ายดายเมื่อชายหนุ่มลงมือฉุดกระชากร่างของหญิงสาวอย่างรุนแรงจน จูเนียร์ พยายามจะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือทว่าริมฝีปากหนาของ อัล ได้ประกบลงมาอุดเสียงของเธอเอาไว้เสียจนสิ้น

 

[ หมับๆ... ]

[ หนุบๆๆ... ]

[ อื๊อออ!!! ]

 

     ฝ่ามือหยาบกร้านควานลอดภายใต้เสื้อและเกาะกุมทรวงอกของหญิงสาวอย่างสบายมือในขณะที่ท่อนแขนทั้งสองข้างของ จูเนียร์ ถูกมืออีกข้างของชายหนุ่มรวบเอาไว้เหนือศีรษะรวมไปถึงขาทั้งสองข้างที่ถูกร่างของ อัล กดทับเอาไว้เธอจึงไม่สามารถขัดขืนใดๆได้แม้แต่น้อย...

 

[ กึก... ]

[ เฮ่อ... ฮ่าห์... ]

[ หงึกๆๆ... ]

 

     อัล ยอมถอนริมฝีปากออกมาท่ามกลางความรู้สึกเสียดายเพราะเขาเกรงว่าหญิงสาวจะขาดอากาศหายใจตายไปเสียก่อนพลางจ้องมองร่างของ จูเนียร์ ที่กำลังนอนสั่นเทาอยู่ภายใต้ร่างของเขาและแค่นเสียงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดเล็กน้อยว่า

 

“ทำไม? แค่กลัวว่าชั้นจะเห็นเธอตอนร้องไห้นี่ถึงกับต้องกระโดดลงน้ำเพื่อปกปิดความจริงเลยรึยังไง!?!”

“นะ... นายรู้...?”

 

     หญิงสาวครางออกมาอย่างอ่อนแรงและตื่นตระหนก เพราะเธอคาดว่าการแสดงของเธอน่าจะแนบเนียนพอแล้วแท้ๆแต่เจ้าตูบตรงหน้าเธอกลับมองออกได้อย่างง่ายดายเสียนี่...

 

“ทำไม... ชั้นไม่มีค่าพอจะให้เธอระบายความรู้สึกภายในใจรึยังไงหา? ทั้งๆที่ชั้นเป็นคนช่วยชีวิตเธอเอาไว้และก็ดูแลเธอมาตลอด... ทำไมไม่ไว้ใจชั้นบ้าง!!!”

“เดี๋ยวก่อน อัล... ชั้นไม่ได้...”

 

     หญิงสาวตั้งใจจะปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้ร้องไห้แต่เป็น เมย์โล้ ต่างหากที่ร้อง ทว่าชายหนุ่มกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดเสียนี่...

 

[ หมับ!!! ]

[ อ๊ะ...? ]

 

     โดยไม่ตั้งตัว... ร่างของหญิงสาวพลันถูกชายหนุ่มกระชากเข้าไปในอ้อมกอดจนแนบแน่นเสียแล้ว สักพักหนึ่ง อัล ก็พูดความในใจที่คาดไม่ถึงออกมาว่า...

 

“ชั้น... ชั้นชอบเธอนะ จูเนียร์...”

“... หา???”

 

     คำสารภาพแบบสายฟ้าแลบทำให้ จูเนียร์ ชะงักค้างจนทำอะไรไม่ถูกไปเลยทีเดียว... ในขณะที่ อัล ยังคงพร่ำสารภาพความรู้สึกในใจของตนต่อไปว่า

 

“ในตอนแรกชั้นก็คิดว่าเธอเป็นตัวเกะกะถ่วงการเดินทางของชั้นอยู่หรอก... แต่เมื่อรู้จักเธอมากขึ้นในระหว่างการเดินทางชั้นก็เริ่มรู้สึกผูกพันกับเธอมากยิ่งขึ้น... ชั้นชอบเวลาที่เธอส่งเสียงบ่นน่ารำคาญใส่ชั้นเพราะเธอเป็นห่วงว่าชั้นจะทำอะไรผิด... ชั้นชอบเวลาที่เราทะเลาะกันเพราะเธอไม่อยากให้ชั้นทำอะไรนอกกรอบ... ชั้นชอบเวลาที่เธอหัวเราะเพราะมันทำให้เธอดูสดใส... ชั้นอยากมองเธอเวลาที่เธอเศร้าและอยากให้เธอระบายความรู้สึกกับชั้น... ชั้นชอบทุกอย่าง... ทุกอย่างที่เป็นเธอ!!!”

“.....”

 

     เกิดความเงียบขึ้นในบริเวณโดยรอบขณะที่ อัล ยังคงกอดรัดร่างของ จูเนียร์ เอาไว้แนบอก... จนกระทั่งหญิงสาวเริ่มมีปฏิกริยาตอบสนองอย่างเชื่องช้า...

 

[ ... หมับ ]

[ …..? ]

 

     วงแขนเรียวบางค่อยๆโอบกระชับแผ่นหลังของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบาในขณะที่หัวใจของ อัล พองโตขึ้นด้วยความดีใจก่อนที่หญิงสาวจะส่งเสียงตอบกลับมาว่า

 

“ชั้นดีใจมากเลยละ... อัล...”

“จูเนียร์....”

 

     ชายหนุ่มค่อยๆกระชับอ้อมกอดของตนอย่างแผ่วเบา... ทว่า!!!

 

[ ปึดดด!!! ]

[ เอ๋งงง~!?! ]

 

     ศีรษะของ อัล ถูกฝ่ามือเรียวบางจิกกระชากอย่างรุนแรงจนชายหนุ่มแผดเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดระคนสับสน ก่อนที่เขาจะสัมผัสได้ว่าบรรยากาศของคนตรงหน้าได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเสียแล้ว...

 

“ดีใจนะที่นายรัก จูเนียร์ มากถึงขนาดนั้น... แต่กับชั้นมันคนละเรื่องกันย่ะ!!!”

“มะ... เมย์โล้ มูนเฟส!?!”

 

[ บึ้กกก!!! ]

[ อุ๊ฟฟ!?! ]

 

     กำปั้นเล็กแต่หนักหน่วงกระทุ้งเข้าใส่ท้องน้อยของ อัล โดยไม่ให้ตั้งตัวจนชายหนุ่มตัวงอด้วยความจุกในขณะที่ เมย์โล้ ระบายความโกรธออกมาอย่างรุนแรงว่า

 

“นั่นสำหรับการที่นายฉีกเสื้อผ้าของชั้น...”

 

[ หมับ... ]

[ เปรี้ยงงง!!! ]

[ อั๊กกก!?! ]

[ ซ่าๆๆ... ]

 

     ยอดเข่าถูกซัดเข้าใส่ขมับของชายหนุ่มที่ถูกมือเรียวบางจิกเส้นผมเอาไว้จนเกิดเสียงดังสนั่นจนชายหนุ่มเดินเซไปมาอยู่ในน้ำด้วยความมึนงง...

 

“นี่สำหรับการที่นายมองเห็นและจับหน้าอกของชั้น... และสุดท้ายนี้!!!”

 

[ มั่บ... กร๊อบบบ!!! ]

[ แอ๊งงง!!! ]

 

     ลำคอของ อัล ถูกบิดไปในทิศทางที่ผิดธรรมชาติจนชายหนุ่มร้องเสียงหลงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่สติจะหลุดลอยออกไปจากร่างอย่างง่ายดาย...

 

“สำหรับการที่นายขโมย [ จูบแรก ] ที่ชั้นเฝ้าทะนุถนอมให้รุ่นพี่ไป...”

 

[ คร่อก... ]

[ ซ่าๆ... ]

 

     ร่างของชายหนุ่มถูกทิ้งลงไปในน้ำอย่างไม่ใยดีในขณะที่ เมย์โล้ ยันกายขึ้นจากน้ำพลางใช้ท่อนแขนปิดบังยอดปทุมถันของตนเอาไว้จนมิดชิดและพูดทิ้งท้ายเอาไว้ว่า...

 

“การที่นายจะชอบหรือรัก จูเนียร์ น่ะชั้นไม่ว่าหรอก... แต่ยังไงซะร่างนี้ก็ไม่ใช่ของ จูเนียร์ เพียงคนเดียวเพื่อที่นายจะได้แทะโลมโดยง่าย... ดังนั้นถ้านายจะรักจะชอบกับเธอก็ต้องผ่านด่านชั้นไปก่อนละย่ะ...”

“บุ๋งๆๆๆๆ...”

 

     ฟองอากาศผุดขึ้นมาจากน้ำเพียงเล็กน้อยในขณะที่ศีรษะของ อัล ยังคงจมอยู่ใต้น้ำทว่า เมย์โล้ กลับเดินผ่านร่างของชายหนุ่มไปเสียเฉยๆพลางหันหลังและเดินกลับไปยังบริเวณที่พักอย่างรวดเร็ว

 

“อ้อ... คนที่แอบดูอยู่น่ะ... ช่วยเก็บศพไอหมาลามกให้ชั้นด้วยก็แล้วกันนะ...”

 

[ แซ่กๆๆๆ... ]

 

     หญิงสาวเดินกลับไปทางค่ายที่พักในขณะที่พุ่มไม้ในบริเวณใกล้ๆมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นเล็กน้อยก่อนที่ร่างของใครบางคนจะยื่นศีรษะออกมาอย่างรวดเร็ว...

 

[ สวบๆ... ซ่าๆ... ]

[ ฮู่ววว~* ]

 

     ไอหวัง... เอ้ย!!! โฮป ปรากฏตัวออกมาจากภายในพุ่มไม้พลางกุมง่ามขาของตนและทอดถอนใจอย่างโล่งอกเพราะเขาคิดว่าหญิงสาวคงจะเชือดเขาทิ้งเป็นแน่แท้เพราะเขาบังเอิญลุกขึ้นมาเห็น อัล กำลังปลุกปล้ำหญิงสาวอย่างหนักหน่วง... อ๊ะ เขาไม่ได้ตั้งใจแอบดูจริงๆนะ... แต่เขาบังเอิญมาเห็นตอนที่เขาตั้งใจจะปลดเบา (ปัสสาวะ) ต่างหากล่ะ!!! ว่าแล้วก็...

 

[ จ๊อกๆๆๆ... ]

[ อ๊าาา~* ]

 

     อย่างที่เขาคิด... เวลาปลดปล่อยหลังจากอั้นมานานมันโล่งดีจริงๆเล้ย~*

 

“เอาละ... เสร็จธุระแล้วก็ได้เวลาเก็บศพ คุณอัล ซะที... เอะ... เอ๊~!!?!?”

 

     ทว่าชายหนุ่มกลับต้องร้องเสียงหลงเมื่อร่างของชายหนุ่มหายไปจากบริเวณใจกลางลำธารเสียแล้วทำให้ โศป ต้องมองหาในบริเวณรอบๆอย่างรวดเร็ว...

 

“เฮ้ย!!! ศพ... เอ้ย!!! ร่าง คุณอัล หายโว้ยยย~!!!”

 

[ ซ่าๆๆ... ]

[ หืม... จ๊ากกก~!!! ]

 

     และแล้วชายหนุ่มก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อสายตาของเขาเหลือไปเห็นร่างของ อัล ที่เริ่มลอยไปตามกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากขึ้นตามระยะทางทำให้ โฮป ต้องออกวิ่งอย่างสุดฝีเท้าเพื่อเอาร่างของชายหนุ่มกลับมาให้จงได้ (เอวัง...)

 

.....

 

[ เปรี๊ยะๆๆ... ]

 

     ร่างบางของ เมย์โล้ กำลังนั่งผิงไฟอยู่ ณ บริเวณที่พักเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายในขณะที่เธอกำลังจ้องมองเข้าไปภายในเปลวไฟพลางนึกถึงประโยคที่ ซิลเบอร์ เคยบอกกับเธอเมื่อสมัยที่เธอยังเป็นอัศวินฝึกหัดอยู่...

 

[ ... เวลาที่สายฟ้าฟาดผ่านลงมายังผืนพิภพมักจะก่อให้เกิดเปลวไฟขึ้นมาเสมอๆ... แต่เปลวไฟเหล่านั้นจะมอดดับลงไปหรือลุกโชติช่วงก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของเปลวไฟเหล่านั้นเองว่าจะสามารถเปล่งประกายได้เนิ่นนานเพียงใด... ก็เหมือนกับชั้นแล้วก็เธอนั่นแหละ เมย์โล้...

 

     ชั้นเป็นสายฟ้าที่จะประสิทธวิชาให้กับเธอและเธอจะต้องเป็นผู้สานต่อเปลวไฟเหล่านั้นด้วยตนเอง... เธอจะมอดดับหรือเปล่งประกายเธอจะต้องเป็นผู้กำหนดเองเพราะชั้นคงไม่สามรถดูแลเธอได้ตลอดไปหรอกนะ... ]

[ เปรี๊ยะๆ... ]

[ ….. ]

 

     เสียงปะทุของกิ่งไม้ช่วยเรียกสติของหญิงสาวให้กลับมา ณ เวลาปัจจุบันก่อนที่รอยยิ้มบางๆจะกลับมาประดับบนใบหน้าของเธออีกครั้งหนึ่ง...

 

“รุ่นพี่คะ... ชั้นจะพยายามเปล่งประกายด้วยตนเองนะคะ... ชั้นจะไม่หวาดกลัวอีกแล้วแม้ว่าการต่อสู้ข้างหน้านี้จะไม่มีรุ่นพี่คอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือชั้นเหมือนที่ผ่านมา... แล้วสักวันชั้นจะกลับไปแสดงให้เห็นว่าชั้นสามารถเปล่งประกายด้วยตนเองได้มากเพียงใด!!!”

 

     เมย์โล้ รวบรวมความกล้ากลับมาได้อีกครั้งหนึ่งก่อนที่เธอจะเดินกลับไปยังบริเวณที่พักของตัวเองเพื่อนอนพักเอาแรงสำหรับการเดินทางในวันรุ่งขึ้นในขณะที่ โฮป ยังคงวิ่งไล่ตามร่างของ อัล อย่างไม่ลดละอยู่ภายในป่าเนื่องจากตอนนี้พวกเขาได้ล่วงเข้าสู่เขตกระแสน้ำเชี่ยวเสียแล้ว... (ฮา)

 

-----

 

# Serdin Road 63… ถนน เซอร์ดิน สายที่ 63

 

[ จิ้บๆๆๆ... ]

[ อืมมม... ]

 

     ร่างกำยำของชายหนุ่มภายใต้เรือนผมสีเงินค่อยๆลุกขึ้นนั่งพลางบิดขี้เกียจยามเช้าด้วยรอยยิ้มอยู่ภายในตัวเต็นท์ เพราะเขาฝันเห็นลูกศิษย์ที่น่ารักของเขาหลังจากที่ไม่ได้เห็นใบหน้าของเธอมานานพอสมควร...

 

     ในฝันนั้น เมย์โล้ กำลังยืนยิ้มให้กับเขา... เป็นรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกเข้มแข็งและอบอุ่นในเวลาเดียวกันก่อนที่เธอจะสร้างกองไฟขนาดใหญ่ขึ้นภายในมือของเธอราวกับจะบอกกับเขาว่าเธอยังคงเปล่งประกายตามคำสอนของเขาอยู่อยู่แม้ว่าเธอจะจากเขาไปแล้ว… ทำให้เขาอดรู้สึกดีใจอยู่ลึกๆเสียไม่ได้

 

[ ฟรี้... ๆ... ]

[ ….. ]

 

     เสียงหายใจอย่ามสม่ำเสมอดังมาจากข้างกายทั้งสองข้างของเขาก่อนที่ชายหนุ่มจะหันไปเห็นร่างของ มากิเนะ และ มากิเอะ ที่นอนขนาบแขนทั้งสองข้างของเขาเอาไว้พลางยิ้มออกมาอย่างมีความสุขทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจปล่อยให้พวกเธอนอนหลับต่อไปและมุดออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์นอกตัวเต็นท์...

 

[ กึกๆๆ... ]

[ ฮ้าววว... ]

 

     ทันใดนั้นเองที่เขามองเห็นเพื่อนร่างสูงและหญิงสาวผู้เป็นสมาชิกใหม่ของกลุ่มซึ่งดูเหมือนทั้งคู่กำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกันอยู่เขาจึงตัดสินใจทักทายออกไปตามมารยาท

 

“อ้าว... เรย์ กับ โซฟี สินะ? อรุณส...”

 

[ ปึ้ก!!! ]

 

     ท่อนแขนเรียวบางของคนตัวเล็กถูกฟาดเข้าสาต้นคอของชายหนุ่มอย่างจังจากด้านหลังทำให้สติของชายหนุ่มหลุดลอยออกไปอย่างง่ายดาย...

 

[ คร่อก... ]

 

     และนั่นก็คือสิ่งสุดท้ายที่ชายหนุ่มจำได้ในเช้าวันนี้...

 

FIN : Ep. Ex 3

 

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เจิมส์คนแรก โฮะๆๆๆๆ

#1 By Taros (223.205.36.89) on 2011-06-24 18:02

เจิมส์ อัลหื่นมาก =___="

#2 By [N]anoha on 2011-06-24 18:11

อีริคฟาดสินะ *-*

เรื่องนี้ฮาดี แต่เฮ้ย มากิเอะจะร่วมวงด้วย -0-!!

#3 By PsychoStatic (58.9.146.173) on 2011-06-24 18:18

ตื่นมาเจิมงิ - -

#4 By SaC]2iFicE-Significance on 2011-06-24 18:53

เจิ่ม

#5 By butler ~~** (115.87.90.128) on 2011-06-24 19:55

อืม...คำคืนของการ "รุกหนัก" ของสองหนุ่มสิน่ะ~

/me โดนฆ่า

#6 By Auel Arnider (125.27.12.203) on 2011-06-25 11:27

#6 รุกหนักอะไรกันยะ

อัลหื่นซะงั้น

#7 By KimHanil (49.230.2.35) on 2011-06-25 22:11

เหอๆๆ จูเนียร์ใจอ่อนจนได้ sad smile
แต่ก็ดีเมย์โล้ฟาดแทนอ่านะconfused smile

ทำใจละ หวังว่าเอ็งจะดูแลลูกสาวดีๆนะเฮ้ย ทิ้งนางเมื่อไรเอ็งตาย

#8 By Jr.MILO on 2011-06-26 22:18

เหอะ?

เมย์โล ต้องไปโทดซิลเบอร์สิเฟ้ย!!!

จูเนียร์น่ะของข้า!!!!

/me โดนฆ่า

#9 By Auel Arnider (125.27.7.11) on 2011-06-26 23:00

นั้นยังไม่วายเลยนะ อัลเอ่ยsad smile

//เมย์โล้เตรียมดาบมาฆ่าอัล

#10 By Jr.MILO on 2011-06-26 23:52

#9 / #10

ให้จัดเวทีมวยคู่นี้ไหมเดะจัดให้ - -...

#11 By Mayz-Maiz on 2011-06-27 11:52

#11

เออ ไม่ต้องก็ได้เจ๊sad smile

#12 By Jr.MILO on 2011-06-27 21:24