Ep.43 เตรียมตัวออกเดินทาง
posted on 03 Jul 2011 20:03 by mayz-maiz in EpisodeEp.43 เตรียมตัวออกเดินทาง
#Serdin Road 63… ถนน เซอร์ดิน สายที่ 63
[ ปุดๆๆๆ... ]
[ ง่ำๆๆๆ... ]
[ ฮะๆๆๆ~* ]
ยามเช้าที่สดใส... บรรยากาศของเหล่าสมาชิกทีม SGC ที่กำลังทานอาหารเช้ากันท่ามกลางเสียงหัวเราะนั้น ช่างแตกต่างกับบรรยากาศที่ตึงเครียดของมื้ออาหารเมื่อเย็นวานนัก เนื่องจาในเวลานี้ โซฟี ได้ปรับความเข้าใจกับ เรย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วทำให้เธอสามารถพูดคุยเล่นได้อย่างสดใสตามเดิมจนสมาชิกคนอื่นๆพลอยรู้สึกมีความสุขไปกับรอยยิ้มอันเบิกบานของเธอเสียไม่ได้
ชายหนุ่มคาดว่าปัญหาทั้งหลายแหล่คงจะจบลงด้วยดี... ทว่า เรย์ ก็ต้องปวดหัวอีกครั้งเมื่อ โซฟี เกิดรู้สึกถูกชะตากับ เซลิน่า อย่างมากหลังจากรู้ว่าเด็กสาวคือคนที่แนะนำให้ เรย์ มาขอโทษตนจนเธออดกอดรัดและฟัดเด็กสาวอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ชายหนุ่มจะพยายามแงะร่างของทั้งคู่ออกจากกัน จนเธอจะประกาศก้องออกมาว่า เซลิน่า ไม่เหมาะจะอยู่กับ เรย์ หรอก แต่เหมาะจะมาเป็นคู่รักของเธอเสียมากกว่าทำให้บรรดาสมาชิกที่กำลังสวาปามอาหารของตนนั้นเกิดสำลักขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันพลางกระวีกระวาดหาน้ำดื่มอยู่พักใหญ่...
ซิลเบอร์ ซึ่งตั้งตัวได้เป็นคนแรกส่งเสียงตะโกนคัดค้านออกมาอย่างชัดเจนพลางบอกแก่ โซฟี ว่าคุณหนูของเขาต้องคบกับ เรย์ เพียงคนเดียวเท่านั้นจนหญิงสาวยื่นข้อเสนอมาว่าทำไมพวกเขาทั้ง 3 คนไม่คบกันและกันไปเสียเลยล่ะ? ทำให้เหล่าชายหนุ่มที่เพิ่งจะตั้งตัวได้แทบจะต้องหงายหลังลงไปนอนแผ่กับพื้นอีกรอบเพราะความคิดของหญิงสาวพลางจินตนาการภาพของทั้ง 3 ที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่... จนกระทั่ง เซลิน่า ส่งเสียงร้องตะโกนออกมาเพื่อเรียกสติของทุกๆคนพลางบอกว่าคนที่เธอจะแต่งงานด้วยมีเพียง เรย์ เท่านั้นดังนั้นหญิงสาวจึงได้แต่ทำเสียงจึ้กจั้กในลำคอและหันกลับไปทานอาหารของตนตามเดิมอย่างขัดใจเท่านั้น...
ปัญหาที่ตามมาอีกข้อหนึ่งก็คือการขอแยกตัวออกจากกลุ่มของ มากิเนะ และ มากิเอะ ที่ต้องการจะออกเดินทางตามหาสมบัติและหางานทำดังที่เคยเป็นมาท่ามกลางเสียงร้องโวยวายของ ซิลเบอร์ พลางกอดเอวของหญิงสาวและงอแงราวกับเด็กตัวเล็กๆจนพี่น้องซาเกงาว่าต้องผลัดกันเทศน์และด่าชายหนุ่มอยู่พักใหญ่จน ซิลเบอร์ ต้องยอมปล่อยพวกเธอและหนีไปนั่งซึมอยู่หน้ารถม้าตามลำพัง (เอวัง...)
และก่อนจะจากกันนั้นทั้งคู่ได้ฝากของบางอย่างให้กับ เรย์ พลางวานให้เขามอบให้กับ ซิลเบอร์ อีกทีหนึ่งซึ่งของสิ่งนั้นก็คือ [ กระดิ่งแสงจันทร์ ] ซึ่งเป็นสมบัติมนตราที่พวกเธอเคยค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือการใช้ตามหาผู้ถือครอง [ กระดิ่งตะวัน ] ที่พวกเธอถือครองอยู่ อีกทั้งตัวกระดิ่งจะส่งเสียงดังขึ้นมาหากผู้ถือครองกระดิ่งอีกลูกหนึ่งเกิดเรื่องอันตรายจนถึงชีวิต... ดังนั้นชายหนุ่มไม่ต้องกลัวว่าเขาจะตามหาตัวเธอไม่เจอรวมไปถึงเป็นห่วงว่าพวกเธอจะพบกับอันตรายอีกต่อไป...
และเมื่อถึงเวลาออกเดินทาง... พวกเขาจึงนึกได้ว่าพวกเขาไม่มีสัตว์พาหนะสำหรับลากเลื่อนอีกแล้วเนื่องจากม้าของพวกเขาถูกฆ่าทิ้งจนหมดตั้งแต่เมื่อวานอีกทั้ง มังกรสีชาด ที่ช่วยลากเลื่อนพาพวกเขาหนีออกมาจากตัวหุบเขาก็พลอยตายจากไปเสียแล้วทว่า เฮแซด กลับกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“ผมมีวิธีแก้ไขปัญหา...”
“.....?”
ชายหนุ่มที่เอาแต่ปิดปากเงียบมาตลอดตั้งแต่การแนะนำตัวเมื่อค่ำวานนี้เอ่ยปากออกมาในสถานการณ์คับขันท่ามกลางสายตาสงสัยของเหล่าสมาชิกทีม SGC ว่าเขาจะแก้ไขปัญหาอย่างไร?
“อย่าบอกนะว่านายจะไปจับ กอกอส สักตัวบนภูเขามาลากเลื่อนให้เราน่ะ?”
“โหยเพื่อน... คิดไปได้เนอะ~*”
“ดีกว่าคนที่ไม่เคยคิดอะไรแบบแกละโว้ย!!!”
“หวาาา~*”
อีริค และ รอน เริ่มกัดกันเองอีกครั้งหนึ่งในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆมีความคิดที่ไม่ต่างกันมากนักเพราะนั่นเป็นวิธีเดียวที่พวกเขาเหลืออยู่... ละมั้ง?
“ขึ้นไปนั่งบนรถก่อนเถอะขอรับ... รับรองได้ว่าพวกท่านต้องกลับไปถึง เซอร์ดิน ภายใน 2 วันนี้อย่างแน่นอน...”
“.....”
ทุกคนต่างมองหน้ากันและกันอยู่พักหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะปีนขึ้นไปบนตัวรถพลางคิดว่าพวกเขาจะกลับไปถึงใน 2 วันได้อย่างไรเพราะขนาดใช้ทางลัดร่วมกับม้าลากเลื่อนพวกเขายังต้องใช้เวลาถึง 3 วันเชียวนะ...?
[ ปึดดด... ]
[ ….. ]
ตัวบังเหียนถูกผูกเขากับม่อนแขนและขารวมทั้งหมด 4 ข้างของชายหนุ่มร่างใหญ่ในขณะที่เหล่าสมาชิกบนตัวรถพอจะเดาได้แล้วว่า เฮแซด คิดจะใช้กำลังของตัวเองลากรถไปแทนม้าลากเลื่อน... แต่ด้วยแรงของมนุษย์เกรงว่ากว่าพวกเขาจะกลับไปถึงเมือง เซอร์ดิน คงต้องใช้เวลาราวๆ 1 อาทิตย์แล้วกระมัง?
“ยกเลิกการจ่ายพลังงานให้กับระบบการต่อสู้... ระบบการคิดวิเคราะห์... ระบบสื่อสาร... เสร็จสิ้น!!! ถ่ายโอนพลังงานทั้งหมดไปที่ระบบขับเคลื่อน... เสร็จสิ้น!!! กำหนดเส้นทางสู่เมือง เซอร์ดิน พร้อมคำนวณค่าเบี่ยงเบนบวกลบ 3%... เสร็จสิ้น!!! คำนวณพลังงานที่จำเป็นต้องใช้... ค่าพลังงานเพียงพอ!!! เริ่มนับถอยหลังสูงการออกตัว... 15... 14... 13...”
“.....”
สมาชิกทุกๆคนต่างมองหน้ากันและกันด้วยความสับสนเมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มพูดในขณะที่ เฮแซด ค่อยๆย่อตัวลงต่ำราวกับนักวิ่งที่กำลังเตรียมออกตัว ณ จุดเริ่มต้น...
“10... 9... 8...”
“ทุกคน... รีบหาอะไรยึดเอาไว้ก่อนดีกว่าครับ...”
“เอ๊ะ???”
สัญชาติญาณบางอย่างร้องเตือน เรย์ ว่าเบื้องหน้าของเขากำลังจะเกิดเหตุการณ์อะไรบางอย่างขึ้นทำให้เขารีบยึดพนักพิงด้านหน้าเอาไว้และโอบเอวของ เซลิน่า เอาไว้พลางรีบร้องเตือนสมาชิกคนอื่นๆในทันที
“3... 2... 1... ออกตัว!!!”
[ กึก... ครึ่กๆๆๆๆๆๆ!!! ]
[ ซู่มมมมมม~!!! ]
[ อ๊ากกกกซ์~!!?!? ]
แรงกระชากอันมหาศาลทำให้ตัวรถพุ่งทะยานไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูงในขณะที่สมาชิกภายในรถต่างส่งเสียงร้องด้วยความตื่นตกใจพลางมีบางคนต้องกลิ้งไปกับพื้นรถเนื่องจากพวกเขาไม่ทันได้หาอะไรยึดเอาไว้ตามที่ เรย์ ร้องเตือน...
[ ปึดดด!!! ]
[ แอ่กก.. ก.... ]
เสียงร้องครางดังออกมาจากใบหน้าของ เรย์ ที่เริ่มเขียวคล้ำจากการออกแรงเพื่อยึดเกาะพนักพิงเอาไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียวและโอบเอวของ เซลิน่า เอาไว้ด้วยแขนอีกข้างหนึ่ง... ทว่าบนลำคอของเขานั้นกลับมีวงแขนบางของ โซฟี เกี่ยวรัดเอาไว้เสียนี่!!!
“อะ... แง่ก...”
“พี่โซฟี คะ!!! ทำอะไรน่ะ!?!”
“หาอะไรยึดเอาไว้ตามที่ไอหมอนี่บอกยังไงล่ะ~*”
หญิงสาวตอบด้วยสีหน้าทะเล้นเพียงแต่เธอจำเป็นต้องล๊อคคอชายหนุ่มเอาไว้จริงๆ ไม่เช่นนั้นแล้วเธอคงจะต้องลงไปนอนกลิ้งอยู่บนพื้นรถเหมือนกับที่ อีริค และ รอน กำลังปลุกปล้ำกันอยู่บนพื้นเป็นแน่แท้...
“เฮ้ย!!! เอามือแกออกไปจากนมชั้น!!!”
“แอร้ว~* เสน่ห์สาวกระดาน~♥”
“กูเป็นผู้ชายโว้ยไอ้ [ เซ็นเซอร์~* ] ปล่อยกรูว์~!!!”
“.....”
เห็นได้ชัดว่าแม้จะกำลังกลิ้งไปกับพื้นแต่ รอน ก็ยังคงแสดงความหื่นออกมาให้ทุกคนชมกันได้...
“อะ... อ๊อก!!!”
“พี่โซฟี!!! พี่เรย์ จะตายแล้วนะคะ!!!”
“โอ๊ย~* หนังเหนียวอย่างไอหมอนี่ไม่ตายง่ายๆแบบนี้หรอกน่า...”
ใบหน้าของ เรย์ กลายเป็นสีเขียวคล้ำจากการขาดอากาศเป็นเวลานานในขณะที่ เซลิน่า พยายามขอร้องให้หญิงสาวปล่อยแขนที่กำลังล๊อคคอชายหนุ่มเอาไว้แต่ดูเหมือน โซฟี จะมั่นใจว่าชายหนุ่มจะต้องไม่เป็นอะไรมากเกินไป... เพราะว่า...
[ คร่อก... ]
[ ….. ]
สติของ เรย์ หลุดลอยออกจากร่างไปเนื่องจากการขาดอากาศเป็นเวลานาน ในขณะที่ใบหน้าของ โซฟี และ เซลิน่าซีดเผือดลงไปในทันทีเนื่องจากพวกเธอพอจะเดาได้ว่าสิ่งใดกำลังจะเกิดขึ้นในลำดับต่อไป...
[ วูบ... โครมๆๆ!!! ]
[ กรี้ดดดด~!!! / แง้งง~!!! ]
มือของชายหนุ่มที่ยึดเบาะรถเอาไว้อย่างเหนียวแน่นเมื่อสักครู่ถูกคลายออกอย่างเชื่องช้าจนร่างของชายหนุ่มล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมๆกับ โซฟี ที่ยังคงล๊อคคอของเขาเอาไว้และ เซลิน่า ที่ยังคงอยู่ในอ้อมกอดของเขา
“แอ่บ... ตาบ้านี่... ฟื้นเดี๋ยวนี้เลยนะยะ!!!”
“แง้... หนูหนักอ้าา...”
“อ่อก... นิ่ม...”
“!@#%$%”
“.....”
เซลิน่า ร้องครางออกมาอย่างน่าสงสารในขณะที่ โซฟี ส่งเสียงร้องโวยวายเพราะทั้งคู่ต่างถูกร่างของ เรย์ กดทับอยู่จากด้านบน... พร้อมๆกับที่ รอน ส่งเสียงครางออกมาอย่างเป็นสุขตามมาด้วยเสียงร้องอู้อี้ไม่เป็นภาษาของ อีริค ที่นอนอยู่ใต้ร่างของทุกๆคนและใกล้จะขายใจตายอยู่รอมร่อแล้ว...
(ทำมาย... ทำไมตูต้องเป็นคนที่เจอเรื่องซวยๆอยู่คนเดียววะ...)
ว่าไป... สมาชิกของเราขาดใครไปหรือเปล่าหนอ? จริงด้วย!!! ซิลเบอร์ หายไปไหนละเนี่ย!?!
…..
[ ครึ่กๆๆๆๆ... ]
[ ..... ]
เรือนผมสีเงินพลิ้วไหวไปตามสายลมที่ต้องกระทบกับใบหน้าคมจากที่นั่งคนขับรถม้า... ใช่แล้ว ซิลเบอร์ นั่นเอง เนื่องจากเขาต้องการความเป็นส่วนตัวในการอ่านหนังสือบางเล่มชายหนุ่มจึงตัดสินใจแยกออกมานั่ง ณ ที่นั่งคนขับจะได้ไม่ต้องประสบกับเสียงรบกวนของสมาชิกคนอื่นๆ แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะโชคดีที่ไม่ต้องลงไปนอนกลิ้งบนพื้นกับพรรคพวกเป็นของแถมเสียนี่
[ พั่บๆๆ... ]
หนังสือในชุด [ 108 หนังสือที่คุณควรอ่าน ] ซึ่งมีชื่อว่า [ 108 จัดการกับความรักที่ไกลห่าง ] ถูกเปิดอ่านอย่างเชื่องช้าในขณะที่ ซิลเบอร์ จ้องข้อความภายในหนังสือเล่มนั้นอย่างคร่ำเคร่ง... ดูเหมือน สายฟ้าสีเงิน ของพวกเราจะจริงจังกับสองพี่น้องซาเกงาว่ามากเกินความจำเป็นหรือเปล่าหนอ? เพราะสีหน้าของชายหนุ่มในตอนนี้เคร่งเครียดเสียยิ่งกว่าตอนปะทะกับ ราชันย์ออค เสียอีก!!!
-----
# Southern gate of Serdin 2 days later … 2 วันต่อมา ณ ประตูทิศใต้เมืองเซอร์ดิน
[ ครึ่กๆๆๆ... ]
[ อา... โอ... ]
[ แซ่ดๆๆๆ... ]
เหล่าผู้คนที่เดินทางมายังเมือง เซอร์ดิน ต่างส่งเสียงครางพลางกระซิบกระซาบกันด้วยความแปลกใจ เมื่อภาพของชายหนุ่มร่างกายสูงใหญ่เกือบ 2 เมตรเดินลากรถม้าที่มีสภาพพังยับเยินตรงไปยังประตูเมืองปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้า
เหล่าสมาชิกทีม SGC กล้าเอ่ยปากเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่าด้วยกำลังขาที่เหนือกว่าม้าทั้ง 4 ของ เฮแซด สามารถพาพวกเขากลับเมืองได้ภายใน 2 วันอย่างที่เขาว่า... แต่ถ้าเลือกได้อีกครั้งพวกเขาขอเดินทางช้ากว้านี้อีกหลายเท่าเสียดีกว่า!!! เพราะอย่างน้อยม้าพวกนั้นยังรู้จักหลีกสัตว์อสูรหรือสิ่งกีดขวางต่างๆที่ตั้งอยู่ในเส้นทางในขณะที่ เฮแซด พุ่งเข้าขวิดทุกสิ่งที่ขวางหน้าจนแหลกเละไม่เหลือชิ้นดีและส่งผลให้ตัวรถมีสภาพอย่างที่เห็น
นอกจากตัวรถแล้วเหล่าสมาชิกเองก็ใช่ว่าจะมีสภาพดีกว่ากันสักเท่าไรนักเนื่องจากพวกเขาต้องเกลือกกลิ้งไปมาอยู่ภายในตัวรถแคบๆจนร่างกายบอบช้ำอยู่ไม่น้อย จะยกเว้นก็เพียง ซิลเบอร์ ที่เปลี่ยนที่ไปนอนอยู่บนหลังคารถพลางใช้เชือกมัดตรึงร่างของตนเอาไว้กับตัวหลังคาเพื่อหนีจากเศษซากของสิ่งกีดขวางที่ลอยมากระทบตัวรถและอ่านหนังสือต่อไปโดยไม่มีใครรบกวน... แต่สภาพของชายหนุ่มนั้นช่างดูเหมือนกับนักโทษที่ถูกตรึงร่างเสียจนชาวเมืองรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว...
[ กึก... ]
[ โครม!!! ตึกๆๆๆๆ!!! ]
ทันทีที่ตัวรถจอดเทียบที่บานประตูเมืองเหล่าสมาชิกทีม SGC ทั้งหมดจึงพุ่งตัวลงมาจากบนตัวรถและสำรอกเอาของเก่าออกมาอย่างรวดเร็วเนื่องจากพวกเขาไม่อาจทานทนกับการลากรถอย่างบ้าคลั่งของ เฮแซด ได้อีกต่อไปพลางสาบานว่าชาตินี้จะไม่ยอมนั่งอะไรก็ตามที่ เฮแซด เป็นคนลากอีกต่อไปแล้ว...
[ โอ๊ก... แหวะ... ]
[ โขลกๆๆ... ]
สภาพของกลุ่มคนหนุ่มสาวที่พากันสำรอกของเก่าออกมานั้นทำให้ผู้คนที่สัญจรไปมาต่างหยุดมองด้วยท่าทีตื่นตกใจอยู่พักหนึ่งก่อนที่เหตุการณ์บางอย่างที่ดูประหลาดตากว่าจะดึงความสนใจจากผู้คนโดยรอบไปอีกครั้งหนึ่ง
[ ครืนๆๆๆ!!! ]
[ …..!!?!? ]
ผืนดินสั่นสะเทือนจนสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนก่อนที่เสียงกู่ร้องอันคุ้นเคยจะดังออกมาจากภายในประตูเมืองว่า
[ ตึกๆๆๆ!!! ]
[ เซ~ ลิ~ น่าาาา~!!!!! ]
[ เอ๋...? ]
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียกนั้นก่อนที่เงาร่างในชุดเกราะสีแดงจะพุ่งเข้ารวบตัวของเด็กสาวไปกอดอย่างรวดเร็ว
[ หมับ... โครม!!! ]
[ ว้ายยย~!!?!? ]
สตรีผู้งดงามภายใต้เรือนผมสีทองยาวและชุดเกราะสีแดงเพลิงโผเข้ากอดเด็กสาวพลางดิ้นนัวเนียกันอยู่บนพื้นโดยไม่แคร์สายตาของประชาชนที่เดินผ่านไปมาอยู่ในบริเวณนั้นแม้แต่น้อย
“หายไปไหนตั้งหลายวันโดยไม่บอกไม่กล่าวพี่เนี่ยหืม!?! พี่เป็นห่วงจนแทบจะพลิกเมืองหาเธอแล้วรู้มั้ย!!! ดีนะที่พี่ไปถาม จิล และ เจนที่ร้านสมุนไฟรมาจนรู้ว่าพวกเธอเดินทางไปยังหุบเขากอกอส... พี่เลยรีบจัดตั้งกองกำลังพิเศษขึ้นมาเพื่อเตรียมไปช่วยน้องโดยเฉพาะแล้วเนี่ย ดูสิ!!!”
[ พรึ่บ... ]
[ พรู่ดดด!!! ]
เมื่อหญิงสาวผายมือเข้าไปยังภายในประตูเมืองพวกเขาจึงมีโอกาสได้เห็นกองทหารหน่วย เซอร์ดินการ์ด กว่า 200 นายในชุดเกราะเต็มอัตราศึกทำให้ โซฟี สำลักน้ำลายของตนอย่างรุนแรงพลางสบถออกมาอย่างตื่นตกใจว่า
“โฮ้ยยย~!!! ตามหาเด็กสาวคนเดียวยังต้องขนคนไปเป็นกองทัพแบบนี้ ถ้ามีคนหายไปซัก 6-7 คนนี่ไม่ต้องยกเมืองไปหาเลยรึยังไงคะเพ่~?”
[ กึก... ]
[ เฮือก... ]
ทันที่ โซฟี หลุดประโยคดังกล่าวออกมา สรรพสิ่งโดยรอบพลันหยุดนิ่งราวกับห้วงเวลาได้หยุดชะงักลงด้วยก็มิปาน พร้อมๆกับเหล่าสมาชิกทีม SGC และเหล่าอัศวินทั้ง 200 นายที่ต่างสะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดหวั่น เมื่อรังสีอำมหิตแผ่ขยายออกมาจากร่างของ อลิส อย่างรุนแรง...
“... แล้วเธอเป็นใครไม่ทราบ... ถึงได้มาออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของพี่น้องเช่นนี้?”
“อุ๊... แหมๆๆ... เป็นพี่สาวของ เซลิน่า เหรอเนี่ย? ดูแล้วออกจะ ถึก ดิบ เถื่อน ไม่เห็นบอบบางน่าทะนุถนอมเลยซักนิด...”
[ เอื๊อก... ]
ก้อนน้ำลายไหลลงไปยังลำคออันแห้งผากของทุกคนในบริเวณนั้นด้วยความฝืดเคืองเนื่องจากรังสีฆ่าฟันของหญิงสาวเริ่มปะทุออกมาอย่างรุนแรงมากขึ้นทุกที...
“นามของชั้นคือ อลิเซีย เดอ ไนท์... ไนท์มาสเตอร์ แห่งเมืองเซอร์ดิน... แล้วเธอล่ะ?”
“ต๊าย~* ชั้นจำเป็นต้องบอกชื่อด้วยเหรอ?”
[ เปรี๊ยะ... ]
[ ….. ]
เป็นเพราะอุปทานหมู่หรือเพราะอะไรไม่ทราบที่ทำให้ทุกๆคนในบริเวณนั้นต่างรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงบานกระจกแตกร้าวอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนที่สมาชิกทีม SGC จะต้องหนีตายกันอย่างไม่คิดชีวิตเมื่อบริเวณดังกล่าวแปรสภาพกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมอย่างรวดเร็ว
[ เปรี้ยง!!! ตูม!!! บรึ้มมม!!! ]
[ เคร๊งๆๆ!!! ]
เพลงดาบอันหนักหน่วงและรุนแรงและเพลงดาบอันรวดเร็วและพลิ้วไหวถูกฟาดฟันเข้าห้ำหั่นกันและกันจนผืนดินสั่นสะเทือนอยู่เป็นระยะๆราวกับจะร้องประท้วงว่ามันทำอะไรผิดกันหนอถึงต้องมาทนรับการโจมตีอันรุนแรงเช่นนี้ด้วย?
[เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! ]
[ เหวอออ!!! ]
[ เคร๊งงง!!! ]
ทั้งสองต่างเข้าปะทะกันและกันพลางประลองกำลังกันอยู่พักหนึ่งก่อนที่ อลิส จะเอ่ยปากชมอีกฝ่ายออกมา
“เพลงดาบใช้ได้เลยนี่… แต่แค่นั้นยังเอาชนะชั้นไม่ได้หรอกนะ!!!”
“ฮิ้ว~* แต่เคลื่อนไหวช้าแบบนั้นก็จับชั้นไม่ได้เหมือนกันแหละเน้อ~!!!”
[ แก๊งๆๆๆ!!! ]
หญิงสาวทั้งสองยังคงเหวี่ยงดาบเข้าปะทะกันอย่างต่อเนื่องในขณะที่ประชาชน เหล่าทหาร และสมาชิกทีม SGC ต่างจ้องมองการต่อสู้นั้นตาไม่กระพริบนั้นเองที่เสียงปรบมือของ ซิลเบอร์ ดึงความสนใจของพวกเขากลับมาอีกครั้ง
[ แปะๆๆๆ... ]
“เอาละทุกคน... เลิกแถวและแยกย้ายกลับไปประจำตำแหน่งได้แล้ว ส่วนประชาชนทุกท่านก็ดำเนินชีวิตไปตามปกติได้เลยครับ”
“เอ่อ... แต่...”
ดูเหมือนเหล่าอัศวินจะมีความลังเลเล็กน้อยที่จะปล่อยให้หัวหน้าของพวกตนต่อสู้กับผู้หญิงที่ไม่รู้จักเช่นนี้แต่การจะให้กลุ่มอัศวินกว่า 200 นายมายืนออกันอยู่หน้าประตูเมืองเช่นนี้ก็คงไม่น่าดูเท่าไรนัก อีกอย่างหัวหน้าของเขาและหญิงสาวสมาชิกใหม่ไม่ใช่คนที่จะสังหารใครแบบไร้เหตุผลอยู่แล้วด้วย...
“ไม่ต้องแต่อะไรทั้งนั้นนี่เป็นคำสั่ง... ไป!!! แยกย้ายได้”
“.....”
[ กึกๆๆๆ... ]
แม้จะเป็นห่วงหัวหน้าของพวกตน แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งของ ซิลเบอร์ เหล่าทหารจึงตัดสินใจแยกย้ายกันไปประจำตำแหน่งของตนตามเดิมเพราะชายหนุ่มไม่ใช่คนที่จะออกคำสั่งโดยไร้การไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน...
“นายมีแผนอะไรเหรอเพื่อน?”
“นั่นสิครับ... เราจะหยุด คุณอลิส กับ โซฟี กันยังไงเหรอครับ?”
รอน และ เรย์ ซึ่งคาดว่าชายหนุ่มน่าจะมีแผนการบางอย่างอยู่ในหัวถามออกมาด้วยรอยยิ้มทว่าคำตอบที่ได้รับกลับมานั้นก็คือ
“มีที่ไหนล่ะผงแผน... ปล่อยให้ตีกันจนเหนื่อยก็เลิกตีกันเองนั่นแหละ...”
“.....”
[ หา...? ]
เสียงอุทานอย่างพร้อมเพรียงกันดังออกมาจากริมฝีปากของสมาชิกภายในกลุ่มก่อนที่ ซิลเบอร์ จะไขข้อแถลงไขด้วยน้ำเสียงราบเรียบต่อไปว่า
“ยังไงพวกเราก็ไม่มีปัญญาห้ามไม่ให้ทั้ง 2 คนนั้นสู้กันอยู่แล้วนี่? ดีไม่ดีเข้าไปห้ามแล้วจะทำให้บริเวณโดยรอบเสียหายหนักกว่าเก่าซะอีก สู้ปล่อยให้พวกนั้นสู้กันจนพอใจจะดีกว่า... เอ้า ยืนมองอะไรกันล่ะ? รีบขนของไปที่ร้านดาบชำรุดเพื่อซ่อมอาวุธของนายได้แล้ว เรย์... ช่วยถือของตามชั้นมาทีนะ เฮแซด”
“รับทราบคำสั่ง”
“.....”
[ กึก... ตึกๆๆๆ... ]
เฮแซด แบกห่อผ้าซึ่งบรรจุ เขี้ยว เกล็ด และ กรงเล็บของ มังกรสีชาด เดินตาม ซิลเบอร์ ไปอย่างว่าง่ายในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆได้แต่มองหน้ากันและกันราวกับจะขอความเห็น
“เอ่อ... แล้วแบบนี้เราจะเอายังไงต่อดีละเพื่อน?”
“หรือเราจะปล่อยให้ พี่อลิส กับ พี่โซฟี สู้กันต่อไปดีละคะ?”
[ เปรี้ยง!!! เคร๊งๆ!!! ]
[ เอ่อ... ]
เมื่อถูกแววตาคาดคั้นจากเหล่าสมาชิก เรย์ จึงทำได้เพียงมองดูการต่อสู้ของสองสาวพลางตอบคำถามออกมาว่า
“ยังไงทั้งคู่ก็เป็นคนมีเหตุผลอยู่พอสมควร... คงไม่ต่อสู้กันจนบาดเจ็บหนักหรอกมั้งครับ?”
“... งั้นชั้นอาสาอยู่เฝ้าดูคู่นี้ให้ก็แล้วกัน”
อีริค รีบยกมือเสนอตัวอย่างกระตือรือร้นในขณะที่สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ โซฟี อย่างไม่คลาดสายตาในขณะที่ เรย์ ซึ่งสังเกตปฏิกิริยาของเพื่อนตัวเล็กออกอย่างไม่ยากเย็นนักได้ก้มลงกระซิบข้างๆหูของ อีริค อย่างแผ่วเบาว่า
“เป็นห่วงเธอสินะครับ?”
“อืม... เฮ้ย!!!”
“หึๆๆๆ...”
ชายหนุ่มร้องเสียงหลงทันทีที่เพื่อนตัวดีล่วงรู้ความลับในใจของเขาในขณะที่ รอน และ เซลิน่า ต่างมองดูอาการของทั้งคู่ด้วยความสับสนก่อนที่ เรย์ จะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยรอยยิ้มว่า
“ถ้ายังไง... ผมของฝากพวกเธอด้วยก็แล้วกันนะครับ อีริค”
“อะ... อืม!!!”
อีริค รับคำอย่างแข็งขันก่อนที่ เรย์ จะเดินนำ รอน และ เซลิน่า เข้าไปภายในตัวเมืองและมุ่งหน้าสู่ ร้านดาบชำรุด อย่างรวดเร็วเพื่อขอให้ บิล ช่วยซ่อมอาวุธให้กับตนในขณะที่ โซฟี และ อลิส ยังคงตวัดดาบเข้าต่อสู้กับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม...
.....
(21.00 น. / 4 ชั่วโมงต่อมา)
[ กึงๆ... ]
[ เคร๊ง… ]
[ แฮ่กๆๆๆ... ]
อาวุธของทั้งสองฝ่ายถูกปักลงกับพื้นแทนไม้ค้ำยันกาย เนื่องจากพลังกายทั้งหมดของทั้งคู่ถูกผลาญไปกับการต่อสู้เมื่อสักครู่เสียจนหมดสิ้นเสียแล้ว...
“แฮ่กๆ... สุดท้าย... ก็กินกันไม่ลงเหรอเนี่ย...?”
“ฮิๆๆ... ดูเหมือนจะใช่ละนะ?”
“ฮะๆๆๆ...”
“คิกๆๆ...”
[ โครมๆ... ]
ในที่สุด... หลังจากที่การต่อสู้อันยาวนาน ผลที่ได้รับก็คือสภาพถนนที่กลายเป็นหลุมบ่อนอกประตูเมืองทิศใต้โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อยท่ามกลางสีหน้าโล่งอกโล่งใจของ อีริค ที่เฝ้าดูการต่อสู้อยู่ตลอดมา
[ ฟรี้... ฟรี้... ]
[อ้าว... หลับกันซะงั้น...]
อีริค ส่ายหน้าไปมาพลางส่งเสียงบ่นอย่างแผ่วเบาในขณะที่เขาพยายามคิดหาวิธิพาร่างของทั้งคู่กลับเข้าไปภายในตัวเมือง เพราะลำพังเขาเพียงคนเดียวคงไม่มีปัญญาแบกร่างของทั้งคู่เข้าไปอย่างแน่นอน
[ หมับ... ]
[ …..? ]
ร่างของ อลิส ถูกอุ้มขึ้นไปในอากาศก่อนที่เรือนผมสีเงินสะท้อนแสงจันทร์จะปรากฏสู่สายตาของ อีริค อย่างรวดเร็ว
“ซิลเบอร์? ทำไมนายมาอยู่ที่นี่ได้ละ?”
“คุณหนูเซลิน่า เป็นห่วงหัวหน้าเลยใช้ให้ชั้นมาดูอาการน่ะ... ไม่รู้จะห่วงอะไรมากมายในเมื่อหัวหน้าอึด ถึก ทนยิ่งกว่าชั้นเสียอีก...”
“อะ... เหอๆๆ... แล้วคนอื่นๆล่ะ?”
“อ้อ... เรื่องนั้น...”
อีริค หัวเราะให้กับมุขตลกฝืดๆของ ซิลเบอร์ ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามถึงสมาชิกคนอื่นๆจนทราบว่า เรย์ ยังคงอยู่ที่ร้านดาบชำรุดเพื่อเฝ้าดูการซ่อมแซมอาวุธของตนโดยมี เซลิน่า คอยอยู่เป็นเพื่อนในขณะที่ รอน และ เฮแซด มุ่งหน้ากลับไปนอน ณ ร้านสมุนไพรและดอกไม้ป่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อบอกข้อมูลที่จำเป็นหมดแล้ว ซิลเบอร์ จึงตัดสินใจแบกร่างของ อลิส กลับไปส่งยังตัวปราสาทในขณะที่ อีริค ต้องพยายามแบกร่างของ โซฟี ขึ้นหลังของตนอย่างทุลักทุเล
[ เอ้า... ฮึบบบ... ]
[ กึก.. ]
[ กรอดดด... ]
ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่ อีริค ซึ่งมีความสูงเพียง 146 Cm. จะแบกร่างของ โซฟี ซึ่งมีความสูงถึง 174 Cm. ขึ้นไปไว้บนหลังและก้าวเดินต่อไปอย่างสะดวกโยธิน... ทว่าชายหนุ่มกลับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อยเนื่องจากเขากำลังทำเพื่อหญิงสาวที่เขาแอบชอบ...
“อดทนอีกนิดนะ โซฟี... ชั้นจะพาเธอกลับไปนอนบนเตียงนุ่มๆเดี๋ยวนี้แหละ...”
“อืมมม...”
หญิงสาวครางรับคำอย่างแผ่วเบาพลางเผยอเปลือกตาขึ้นมามองชายหนุ่มตัวเล็กที่บัดนี้ฉายแววตามุ่งมันออกมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยอย่างเงียบเชียบพลางแอบยิ้มให้กับ อีริค อย่างอ่อนโยน
(ขอบคุณนะ... อีริค...)
โซฟี นั่งรำพึงเบาๆอยู่ในใจพลางซุกไซ้เพื่อสูดดมกลิ่นกายของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบาพลางแสร้งครางในลำคออย่างมีความสุขในขณะที่ อีริค มุ่งหน้าสู่ร้านสมุนไพรและดอกไม้ป่าของ จิล และ เจน...
-----
# Serdin Castle 3 Days Later… 3 วันต่อมา ณ ปราสาทเซอร์ดิน
หลังจากที่ อลิส ฟื้นคืนสติขึ้นมาหลังจากการต่อสู้กับ โซฟี แล้วหญิงสาวได้ลงมือสอบสวนคาดคั้นชายหนุ่มอย่างละเอียดถี่ถ้วนชนิดที่ว่าหญิงสาวแทบจะหั่น ซิลเบอร์ ให้เป็นชิ้นๆเพื่อพิจารณาเซลล์ทุกเซลล์เลยทีเดียว (เหวอ...) จนทราบว่า โซฟี คือเพื่อนของ เรย์ ซึ่งเดินทางมาจาก ดีไวน์เนอร์ หญิงสาวจึงไม่ได้ติดใจเอาความอะไรมากนัก
ทว่าหญิงสาวกลับแทบจะขนกองทหารทั้งเมืองไปเพื่อตามจับตัว เรย์ เมื่อได้ยินว่า เซลิน่า “มีอะไรๆ” กับชายหนุ่มไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ ซิลเบอร์ กลับบอกแก่หญิงสาวว่านั่นคือสิ่งที่เธอต้องการอยู่แล้วมิใช่หรือ? เป้าหมายการล่าสังหารจึงเปลี่ยนจาก เรย์ กลับมาเป็น ซิลเบอร์ แทนเสียอย่างนั้น (ฮา...)
... ในช่วงเวลาสั้นๆเพียง 3 วันนั้นเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ เรย์ ต้องตื่นตกใจมากมายหลายเรื่องด้วยกันซึ่งเหตุการณ์ต่างๆมีดังนี้
1. ข่าวการแต่งงานของ บิล กับ จิล / มอร์แกน กับ เจน ซึ่งเกิดจากการพบกันของทั้งคู่แบบสายฟ้าแลบ...
ดูเหมือนการพบกันของทั้ง 4 ในวันที่ ซิลเบอร์ ถูกทำร้ายปางตายด้วยฝีมือของ มากิเนะ นั้นได้ทำให้พวกเขาเกิดรู้สึกถูกชะตากันขึ้นมาและตกลงปลกใจจะแต่งงานกันเสียนี่ ทำให้เหล่าสมาชิกทีม SGC ได้แต่อ้าปากค้างกับเรื่องราวอันน่ายินดีเหล่านี้พลางมองดูความหวานของสองผู้เฒ่าและสองสาวสวยซึ่งแสดงความรักให้กันและกันอย่างไม่อายสายตาใคร
“ที่รักขา~* ชั้นทำเค้กสมุนไพรมาฝากค่า~♥”
“คิดราคาเท่าไหร่เหรอจ้ะฮันนี่~♥”
“จ่ายด้วยความรักของหวานใจก็พอค่า~♥”
[ คิกๆๆ~* / ฮ่าๆๆ~* ]
[ ….. ]
“จิลจ๊ะ... สินค้าลังนี้เอาไปวางที่ไหนจ้ะ?”
“วางตรงนั้นเลยค่ะ บิล... มาชั้นเช็ดเหงื่อให้นะคะ”
“อืม... ขอบใจจ้ะ”
[ จ๊วบๆ... ]
[ ..... ]
เอ่อ... ยังไงก็คงต้องแสดงความยินดีกับพวกเขาละนะ...
2. ข่าวอันน่าสลดเกี่ยวกับท่าเรือสีเงิน...
ชาวเซอร์ดินที่ไปท่องเที่ยว ณ ท่าเรือสีเงินซึ่งตั้งอยู่บนเกาะซิลเวอร์แลนด์ได้กลับมาแจ้งข่าวถึงการบุกจู่โจมของสัตว์อสูรบนเกาะซึ่งส่งผลให้หน่วยทหาร ซิลเวอร์ไนท์ สั่งอพยพชาวเมืองออกจากตัวเกาะในทันทีทว่าจากข่าวล่าสุดที่พวกเขาได้รับนั้นทำให้ทราบว่าภายในตัวเมืองนั้นไม่พบผู้รอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว และบัดนี้ทีมค้นหากำลังออกเดินทางเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไป
แต่ทว่าโอกาสที่พวกเขาจะพบผู้รอดชีวิตนั้นช่างริบหรี่เสียเหลือเกิน...
3. ข่าวการขอเข้าเป็นสมาชิกของ เฮแซด และ โซฟี...
การรับ เฮแซด เข้ากลุ่มนั้นไม่ได้สร้างความหนักใจให้แก่ เรย์ แม้แต่น้อยหากแต่ปัญหาของเขาคือการรับ โซฟี เข้าร่วมกลุ่มด้วยนี่สิ... เรื่องฝีมือของเธอนั้นไม่มีปัญหาต่อการเดินทางอย่างแน่นอนแต่เรื่องอื่นๆนี่สิที่เขาชักไม่มั่นใจ...
“เซลิน่าจัง~* มาให้พี่สาวฟัดหน่อยสิจ้ะ~♥”
“แงๆๆ พี่เรย์ ขาช่วยหนูด้วย~!!!”
“.....”
เฮ้อ... ท่าทางงานของเขาคงเพิ่มขึ้นมากกว่าแต่ก่อนสินะ...
4. ความสามารถใหม่ของ หอกนภาอัสดง...
หลังจากผ่านการซ่อมแซมโดยไม่หลับไม่นอนยาวนานถึง 3 วันติดของ บิล ทำให้ หอกนภาอัสดง อาวุธคู่กายของ เรย์ สามารถนำกลับมาใช้งานได้ดีดังเดิมโดยที่ บิล ได้ใช้ฝีมือทั้งหมดที่มีเพื่อทำให้ตัวหอกสามารถทนทานต่อการใช้พลังเทพของ เรย์ ได้โดยไม่เกิดปัญหาอื่นๆอีกต่อไป อีกทั้งยังมอบของขวัญเล็กๆน้อยๆให้กับเขาอีกด้วย
[ กำไลเก็บของ ] (Storage Bracelet) ถูกมอบให้กับสมาชิกทีม SGC ทุกๆคนโดยกำไลวงนี้สามารถเก็บสิ่งของลงไปได้เป็นจำนวน 100 ชิ้นต่อ 1 วงซึ่งช่วยให้การเดินทางของพวกเขาสะดวกมากยิ่งขึ้นจนพวก เรย์ รู้สึกตื้นตันใจอย่างมาก ทว่า...
“แล้วจะส่งบิลเก็บเงินตามไปที่หลังนะเฟ้ยไอหนู~*”
“…..”
[ ผัวะ!!! ตุบ... พลั่ก!!! พล่อก!!!!! ]
[ เจี๊ยกกกก~!!! ]
ดูท่า มอร์แกน คงไม่แคล้วได้ใช้บริการสมุนไพรของ จิล และ เจนเป็นแน่แท้...
และข่าวสุดท้าย... ข่าวร้ายที่ อลิส เรียกตัวเขาเข้าพบในตอนนี้นั่นเอง...
…..
ณ ภายในห้องทำงานของ ไนท์มาสเตอร์... อลิสกำลังนั่งพิจารณาเอกสารภายในซองจดหมายสีเงินอย่างพินิจพิจารณาก่อนที่เสียงเคาะประตูอย่างมีมารยาทจะดังขึ้นอย่างเชื่องช้า
[ ก๊อกๆๆ... ]
[ เข้ามาได้... ]
[ แกร๊ก... ]
ชายหนุ่มภายใต้เรือนผมสีทองประกายค่อยๆก้าวเข้ามาภายในห้องอย่างเชื่องช้าและเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของ อลิส อย่างรวดเร็ว
“นั่งก่อนสิ เรย์... ชั้นมีเรื่องที่ต้องคุยกับเธอเยอะแยะเลยละ...”
“... ครับ...”
[ กึก... ]
ชายหนุ่มนั่งลงบนโต๊ะทำงานฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาวก่อนที่การสนทนาจะดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแต่เคร่งเครียด...
“คำถามแรกเลยนะ เรย์... เธอกับ เซลิน่า มีอะไรกันแล้วจริงๆรึเปล่า?”
“... ครับ...”
“... ชั้นรู้ว่าเธอมีฐานะอะไรนะ เรย์... และชั้นก็พอจะรู้มาบ้างว่าที่บ้านเกิดของเธอนั้นเธอมีผู้หญิงมาเกาะติดมากน้อยเพียงไร... แล้วแบบนี้เธอจะดูแล เซลิน่า ได้ดีแค่ไหน?”
“.....”
แม้จะทำใจเจอกับคำถามเหล่านี้อยู่ก่อนแล้วแต่เมื่อเผชิญกับมันจริงๆก็อดทำให้ชายหนุ่มอดรู้สึกเครียดอยู่เล็กน้อยไม่ได้...
“ผมไม่อาจรับประกันได้ว่าผมจะดูแลเธอได้ดีที่สุด... แต่ผมจะรักเธอด้วยหัวใจทั้งหมดที่ผมมีครับ...”
“.....”
สีหน้าของ อลิส ดูผ่อนคลายลงเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำตอบจากปากของชายหนุ่มก่อนที่รอยยิ้มจะกลับมาปรากฏอยู่บนใบหน้าของหญิงสาวอีกครั้งหนึ่ง
“ชั้นคิดว่าชั้นน่าจะไว้ใจเธอได้นะ เรย์... ฝากดูแล เซลิน่า ด้วยละ”
“ได้ครับ”
ทว่ารอยยิ้มเหล่านั้นกลับจางหายไปจากใบหน้าอย่างรวดเร็วเมื่อหัวข้อสนทนาข้อต่อไปถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยต่อไป
“เอาละ... กลับมาสู่ประเด็นหลักของเราดีกว่า... เรื่องราวเกี่ยวกับ หุบเขากอกอส และ มังกรสีชาด ที่พวกเธอไปพบมานั้นเป็นเรื่องจริงแค่ไหน?”
ดูเหมือน อลิส จะรู้เรื่องราวทั้งหมดจาก ซิลเบอร์ เกี่ยวกับ มังกรสีชาด และเหล่า กอกอส ซึ่งอาศัยอยู่บนหุบเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรย์ จึงตัดสินใจเล่าเรื่องราวคร่าวๆอีกครั้งหนึ่งซึ่งตรงกับสิ่งที่ ซิลเบอร์ เล่าไปในคราแรกแบบใจความไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย ทว่านั่นกลับทำให้สีหน้าของ อลิส เคร่งเครียดหนักยิ่งขึ้นไปอีก
“... ถ้าเรื่องที่เธอว่ามาเป็นความจริง... งั้นเราก็มีปัญหาใหญ่แล้วละ...”
“ครับ?”
เรย์ ทำสีหน้าสับสนอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ อลิส จะเปิดลิ้นชักของตนพลางหยิบอะไรบางอย่างออกมาส่งให้กับชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
[ กึกๆๆ... ]
[ แปะ... ]
[ …..? ]
ซองจดหมายสีเงินประทับด้วยตราสัญลักษณ์ที่เขาคุ้นตาถูกวางลงบนโต๊ะเบื้องหน้าเขาก่อนที่ อลิส จะไขข้อข้องใจให้กับเขาว่า
“นี่คือจดหมายจาก (*)เมืองคานาวาน ว่าด้วยเรื่องการกวาดล้างเหล่าสัตว์อสูรภายในหุบเขากอกอสและบริเวณโดยรอบ...”
“.....!!!”
อลิส เล่าว่าในช่วงนี้เหล่าสัตว์อสูรบุกจู่โจมตัวเมืองและขบวนคาราวานของเหล่าพ่อค้าอยู่บ่อยครั้งเสียจนทาง คานาวาน ไม่อาจปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ต่อไปได้ดังนั้นองค์ราชินีแห่งคานาวานจึงมีคำสั่งให้จัดตั้งกองทหารขึ้นมาเพื่อกวาดล้างเหล่าสัตว์อสูรให้สิ้นไปซึ่ง หุบเขากอกอส เองก็อยู่ในรายชื่อของเป้าหมายในการกวาดล้างเสียด้วย ดังนั้นเหล่า กอกอส ก็คงไม่พ้นต้องถูกกวาดล้างเสียจนสิ้นอย่างแน่นอน
“มันก็พอจะมีวิธีการช่วยเหล่า กอกอส อยู่นะ... แต่มันจะทันรึเปล่านี่สิ...”
“วิธีการอะไรเหรอครับ!?!”
เรย์ ขึ้นเสียงสูงทันทีที่ได้ยินมาว่าพอจะมีวิธีช่วยเหล่ากอกอสอยู่ เพราะเขาคงไม่อาจปล่อยให้ทายาทของผู้มีพระคุณถูกสังหารเป็นแน่
“อืม... ชั้นจะเขียนจดหมายให้กับพวกเธอ เพื่อร้องขอให้ทาง คานาวาน ขอให้มีการการกวาดล้างเหล่าสัตว์อสูร จากนั้นพวกเธอก็ต้องเป็นคนข้ามไปยังเมืองคานาวานเพื่อส่งจดหมายนี้ด้วยตนเอง... แต่เรื่องระยะทางนั้น...”
ระยะทางจาก เซอร์ดิน ไปถึง คานาวาน นั้นจะต้องใช้เวลาในการเดินทางถึง 15 วันทว่าเนื้อความในจดหมายนั้นบอกว่าการกวาดล้างจะเริ่มขึ้นในอีก 10 วันหลังจากนี้...
“ถ้าเรื่องนั้นละก็... ผมคาดว่า เฮแซด น่าจะช่วยเหลือเราได้นะครับ”
“คนที่ลากเลื่อนพาพวกเธอกลับมาที่นี่น่ะเหรอ?”
“ครับ ถ้าเป็นเขาละก็คงจะพาพวกเราไปถึงคานาวานได้ภายใน 10 วันอย่างแน่นอน!!!”
เมื่อมองเห็นความหวังแม้เพียงเล็กน้อย เรย์ จึงไม่ลังเลที่จะคว้าความหวังเหล่านั้นเอาไว้ในขณะที่หญิงสาวพลอยรู้สึกมีความหวังขึ้นมาเช่นกัน
“ถ้าเช่นนั้นเธอกลับไปบอกสมาชิกภายในกลุ่มให้เตรียมตัวออกเดินทางดีกว่านะ... เพราะชั้นคงต้องใช้เวลาในการเขียนจดหมายนานพอตัวอยู่เหมือนกัน”
“ครับ...”
[ กึก... กึกๆๆ... ]
[ แกร๊ก... ปัง... ]
[ แกรกๆๆๆ... ]
อลิส จรดปากกาลงกับเนื้อกระดาษพลางขบคิดอะไรบางอย่างอยู่ภายในใจอย่างเงียบเชียบ...
(บางที... มันอาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้กระมัง...)
-----
# Southern Gate of Serdin 1 Day later … วันรุ่งขึ้น ณ ประตูทิศใต้แห่งเซอร์ดิน
( 5.00 น. )
[ จิ๊บๆๆๆ... ]
[ กึกๆๆ... ]
สมาชิกกลุ่ม SGC รวมไปถึงได้เดินทางมายังนอกประตูเมืองทิศใต้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกเดินทางโดยมีคนตามมาส่งจำนวนเล็กน้อยได้แก่ จิล เจน บิล มอร์แกน อลิส รวมไปถึงเด็กที่ชื่อ ทิม กับพ่อของเขาอีกด้วย
พวกเขาตัดสินใจออกเดินทางแต่เช้าตรู่เพื่อจะได้ออกเดินทางโดยเร็วในขณะที่คนอื่นๆตามมาส่งเขาด้วยความเป็นห่วง
“เอาล่ะ... รับจดหมายนี้ไปและรับภารกิจใหม่จากชั้นไปด้วยนะ เรย์...”
“ครับ?”
ซองจดหมายสีทองถูกยื่นส่งให้กับ เรย์ ก่อนที่ อลิส จะกล่าวอะไรบางอย่างที่ทำให้ผู้คนในบริเวณนั้นต้องตื่นตะลึงไปตามๆกัน
"ทีม SGC นี่คือภารกิจใหม่ของพวกเธอ...หลังจากที่เธอส่งจดหมายให้กับทางคานาวานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชั้นขอสั่งให่พวกเธอติดตามทีม GC ไปและคอยช่วยเหลือทุกคนที่พวกเธอพบระหว่างทาง และมุ่งหน้าไปกำจัดนางมารคาเซ่อาเซ่ และสมุนทั้งหมดให้จงได้... พวกเธอห้ามเปิดเผยตัวตนโดยไม่จำเป็น เพราะการคงอยู่ของพวกเธอถือเป็นความลับ ในระหว่างทางพวกเธออาจจะมีการท้อถอย เหนื่อยล้า และทะเลาะกันบ้างในบางเวลา แต่ชั้นหวังว่าพวกเธอจะทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี... ชั้นขออวยพร..."
“.....!!!!!”
แม้จะฟังดูเป็นคำสั่งเรียบง่ายแต่คำสั่งนั้นหมายถึงพวกเขาจะต้องออกเดินทางระยะยาวและอาจไม่มีโอกาสได้กลับมายังเมืองเซอร์ดินแห่งนี้อีก และอาจไม่มีโอกาสได้พบกับผู้คนภายในเมืองแห่งนี้อีกด้วย...
“ถ้าพวกเธอคนไหนไม่อาจรับภารกิจนี้ได้ก็ขอให้ถอนตัวเสียตั้งแต่ตอนนี้... ชั้นจะไม่ว่ากล่าวอะไรคนๆนั้นทั้งสิ้น...”
“.....”
เหล่าสมาชิกทีม SGC ต่างนิ่งเงียบอยู่พักหนึ่งก่อนที่ เรย์ จะเอ่ยตอบหญิงสาวไปว่า
“พวกเราทำใจกับเรื่องนี้เอาไว้ตั้งแต่ตอนเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม SGC แล้วละครับว่าสักวันหนึ่งพวกเราจะต้องจากเมืองนี้ไปเพื่อออกตามล่านางมาร คาเซ่อาเซ่ ดังนั้นไม่ต้องห่วงพวกเราหรอกนะครับ”
“อืม... ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ขอให้พวกเธอโชคดีก็แล้วกัน”
ก่อนออกเดินทาง อลิส ได้มอบอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเดินทางให้กับชายหนุ่มเป็นจำนวน 2 ชิ้นซึ่งได้แก่
- แผนที่เวทมนตร์ของ ทวีปเบอร์มีเซีย ซึ่งในแผนที่จะแสดงจุดที่พวกเขาอยู่เอาไว้ และสามารถย่อ หรือ ขยายพิกัดในแผนที่ได้ ด้วยการลูบไปตรงมุมบนขวาของแผนที่ เพื่อเอาไว้ใช้ในระหว่างเดินทาง
- ยาเอริคเซีย (Elixia) ซึ่งสมาคมมนตราไวโอเลตได้ทำการปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อให้พวกเขาใช้ในยามฉุกเฉินซึ่งมีอยู่เพียง 3 เม็ดเท่านั้น
หลังจากล่ำลากับทุกๆคนพลางสัญญาว่าจะรอดชีวิตกลับมาให้จงได้แล้วเหล่าสมาชิกทีม SGC จึงปีนขึ้นไปบนตัวรถเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกเดินทางอีกครั้งหนึ่ง
“เอาล่ะ... เป้าหมายต่อไปของพวกเราคือคานาวานสินะเพื่อน?”
“ใช่แล้วละครับ...”
“อยากรู้จังเลยว่าที่นั่นเป็นเมืองแบบไหน”
รอน เรย์ และ อีริค เริ่มบทสนทนากันก่อนการออกเดินทางในขณะที่ เรย์ รวบเอวของ เซลิน่า เอาไว้แนบตัวพลางเกาะพนักพิงของตนเอาไว้แน่นจนชายหนุ่มทั้งสองต่างรู้สึกเสียวสันหลังไปตามๆกัน...
“ชั้นลืมถามวะเพื่อน... ซิลเบอร์นั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับ... ส่วนคนอื่นๆก็นั่งในตัวรถนี่แต่...”
“เฮแซด... อยู่ไหน...?”
[ เอื๊อก... ]
รอน และ อีริค ต่างกลืนน้ำลายของตนอย่างฝืดคอก่อนที่เสียงอันคุ้นเคยจะดังมาจากบริเวณหน้าตัวรถว่า
[ยกเลิกการจ่ายพลังงานให้กับระบบการต่อสู้... ระบบ..... ]
[ Holy Shit… ]
[ หมับๆๆ!!! ]
พนักพิงถูกทุกๆคนยึดเอไว้จนแน่นในขณะที่เสียงนับถอยหลังดังมาจากบริเวณหน้าตัวรถอย่างเชื่องช้า
“10... 9... 8...”
“ทำไมนายไม่บอกก่อนฟะเพื่อน!!! ว่าไอหมอนี่รับหน้าที่ลากรถ!?!”
“บอกไปพวกคุณก็จะมีอาการแบบนี้น่ะสิครับ...”
“แล้วมาบอกตอนนี้มันต่างกันตรงไหน!?!”
“6... 5... 4...”
“เพราะบอกตอนนี้แล้วพวกคุณจะได้ไม่มีเวลาคัดค้านยังไงละครับ...”
“โอ้วเวร~!!!”
“ม่ายน้าาา!!!!!”
“3... 2... 1... ออกตัว!!!”
[ กึก... ครึ่กๆๆๆๆๆๆ!!! ]
[ ซู่มมมมมม~!!! ]
[ อ๊ากกกกซ์~!!?!? ]
ฝุ่นควันและเสียงร้องโหยหวนคือสิ่งสุดท้ายที่ อลิส และคนอื่นๆมองเห็นก่อนที่ตัวรถจะหายลับไปจากสายตาของพวกเขาอย่างรวดเร็ว...
-----
ทีม SGC มุ่งหน้าสู่ คานาวาน เพื่อยับยั้งการกวาดล้างเหลาสัตว์อสูรและออกตามล่านางมารคาเซ่อาเซ่ ตามรอยของทีม GC ซึ่งออกเดินทางไปก่อนหน้านี้... ซึ่งนั่นคือการออกเดินทางแห่งตำนานที่หน้าประวัติศาสตร์ไม่ได้จารึกเอาไว้...
Ep.44 Elven Forest และผู้บุกรุก...
Coming Soon …

#1 By SaC]2iFicE-Significance on 2011-07-03 21:56