Ep.46 คำร้องขอ...

posted on 22 Aug 2011 19:04 by mayz-maiz  in Episode

Ep.46 คำร้องขอ...

 

# Elven Forest… ป่าที่พำนักอาศัยของเหล่าเอลฟ์...

 

[ วิ้ว. ว.. ว... ]

[ เปรี๊ยะๆๆ... ]

 

     ราตรีกาลตรงเข้าปกคลุมผืนป่าอย่างเชื่องช้าในขณะที่บริเวณชายป่าทองคำนั้นได้ปรากฏเงาร่างของคนกลุ่มหนึ่งรายล้อมอยู่รอบกองไฟขนาดย่อมซึ่งกำลังสาดแสงไปทั่วทั้งบริเวณ

 

[ อะ... โอย...? ]

 

     เหล่าสมาชิกทีม SGC ซึ่งหมดสติไปหลังจากการกินเห็ดและผลไม้ประหลาดภายในตัวป่าเข้าไปได้หมดสติไปชั่วขณะหนึ่งซึ่งในตอนนี้ เรย์  ที่เพิ่งจะได้สติขึ้นมานั้นกำลังลูบคลำศีรษะของตนพลางสะบัดหัวไล่ความมึนงงออกไปและยันกายขึ้นจากพื้นอย่างเชื่องช้า

 

“อูย... นี่มันเกิดอะไรขึ้นนะเว้ยเฮ้ย... เอ้ะ!?!”

 

     ชายหนุ่มยกมือขึ้นป้องปากด้วยความสับสน เพราะเขามั่นใจว่าประโยคที่หลุดออกไปนั้นเขาเป็นคนพูด... แต่เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นออกไปซะหน่อย!!!

 

“นี่ข้า... !!?!?”

 

     ใบหน้าของ เรย์ พลันซีดเผือดขึ้นมาในบัดดล เพราะเขามั่นใจว่าคำพูดเหล่านั้นไม่ได้มาจากความตั้งใจของเขาเอง... หรือนี่จะเป็นผลของเห็ดประหลาดที่เขากินเข้าไปกันนะ? เมื่อนึกได้ดังนั้นแล้วชายหนุ่มจึงรีบหันไปมองสมาชิกคนอื่นๆที่อาจจะได้รับผลกระทบเหมือนกันกับเขาก็เป็นได้

 

[ พรืดๆ... ]

[ อ๊างงง... ]

[ … พรู่ดดด!!! ]

 

“อย่าดิ้นสิ... แบบนี้เมื่อไหร่จะถอดหมดล่ะ รอน ที่น่ารักของผม...”

“ยะ... อย่านะคะ อีริค... เรย์ กำลังมองเราอยู่นะคะ”

"อย่าไปมองคนอื่นสิ... มองผมคนเดียวเท่านั้นพอนะจ้ะที่รัก"

"งื้อ... ค่ะ"

".....!?!"

 

     สิ่งแรกที่ปรากฏสู่สายตาของ เรย์ ก็คือร่างสูงภายใต้เรือนผมสีดำหลังการเปลี่ยนแปลงของ อีริค ซึ่งแสดงกลิ่นอายของเอกบุรุษออกมาอย่างชัดเจนนั้นกำลังเปลื้องผ้าของ รอน ซึ่งบัดนี้เรือนผมสีน้ำตาลสั้นไม่เป็นทรงนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นผมยาวนุ่มสลวยซึ่งแผ่สยายไปเต็มแผ่นหลังในขณะที่ผิวกายที่เคยหยาบกร้านพลันเปลี่ยนเป็นผิวขาวนวลเนียนน่าสัมผัส เรือนร่างที่เคยเต็มไปด้วยมัดกล้ามก็พลันกลายเป็นร่างเพรียวบางแต่อวบอัดไปด้วยเนินอกล้นทะลัก รอยแผลเป็นใต้ตาซ้ายที่เคยเป็นตำหนิเพียงหนึ่งเดียวของ รอน เองก็พลันจางลงไปจนแทบมองไม่เห็นอีกด้วย...

 

“นี่มัน...”

“... ผลของ [ ผล สมสตรี ] กับ [ ผล สมบุรุษ ] น่ะ”

“ซิลเบอร์!!! เอะ... ง่ะ!?!”

 

     เรย์ ซึ่งรีบหันไปมองทางต้นเสียงซึ่งมีวิธีการพูดเหมือน ซิลเบอร์ ไม่ผิดเพี้ยนทว่าเจ้าของเสียงแหลมเล็กนั้นนั้นกลับเป็นเด็กชายผมเงินตัวกะเปี๊ยกซึ่งมีสีหน้านิ่งเฉยซึ่งสวมชุดขลิบด้วยด้ายสีเงินจำนวนมากซึ่งดูยังไงก็น่าจะเป็นชุดของ ซิลเบอร์ และหนังสือซึ่งมีหมายเลข [ 108 ] อยู่บนหน้าปกนั้นก็ยิ่งยืนยันตัวตอนของเด็กชายได้เป็นอย่างดี

 

“ไม่ต้องตกใจไป เรย์... นี่ชั้นอย่างที่นายคิดนั่นแหละ”

“ซิลเบอร์... จริงเหรอวะเนี่ย?”

“... คำพูดแบบนั้น... นายคงจะกิน[ เห็ด วาจานักเลง ] เข้าไปสินะ?”

“คงจะใช่ครับ... ว่ะ...”

“หึๆๆ...”

 

     ชายหนุ่มขมวดคิ้วให้กับคำพูดของตนพลางยิ้มแห้งๆให้กับเพื่อนหัวเงินตัวกะเปี๊ยก ซึ่งบัดนี้กำลังนั่งหัวเราะอย่างขบขันอยู่ตรงหน้า

 

“ไม่ต้องกลัวไป เรย์... พรุ่งนี้เช้าทุกๆอย่างจะกลับเป็นปกติเองนั่นแหละ”

“จริงเหรอวะ?”

“... มั้ง?”

“*** (เซ็นเซอร์)”

“ฮ่าๆๆๆๆ”

 

     คำสบถอย่างรุนแรงหลุดออกมาท่ามกลางสีหน้าตื่นตกใจของ เรย์ ในขณะที่ ซิลเบอร์ ยังคงนั่งหัวเราะต่อไปอย่างเบิกบานก่อนที่เสียงอะไรบางอย่างจะดึงความสนใจไปจากทั้งคู่อย่างรวดเร็ว

 

[ตึง!!! โครม... ตึง!!! โครม... ]

[ …..!?! ]

 

     เสียงโค่นต้นไม้ดังขึ้นมาจากบริเวณใกล้เคียงก่อนที่ภาพของ เฮแซด ซึ่งแบกต้นไม้สองต้นพาดบ่าออกมาจากภายในตัวป่าจะปรากฏออกมาให้เห็น

 

“แล้ว เฮแซด... มันกินอะไรแปลกๆลงคอไปรึเปล่าวะ?”

“อ๋อ... [ เห็ด ร้อยแรงม้า ] น่ะ”

“ร้อยแรงม้า... มันทำอะไรได้วะนั่น?”

 

     ขนแขนของชายหนุ่มตั้งชันขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อได้ทราบชื่อของเห็ดที่ เฮแซด รับประทานเข้าไปก่อนที่ ซิลเบอร์ จะจัดแจงอธิบายรายละเอียดของมันด้วยรอยยิ้มอันเย็นเยียบว่า

 

“ปกติมันถูกใช้เป็นยาชูกำลังของพวกกรรมกรกันอย่างแพร่หลาย... แต่มันก็สามารถใช้เป็นยากระตุ้นสมรรถภาพและความต้องการทางเพศของท่านชายได้ด้วยน่ะนะ... ชั้นก็เลยแนะนำให้เจ้าหมอนั่นรีบไปประกอบรถลากของพวกเราให้เสร็จๆซะก่อนที่ชั้นจะโดนมันตุ๋ยน่ะ...”

“เฮือก...”

 

     สันหลังของชายหนุ่มพลันเสียววาบขึ้นมาในทันทีที่ภาพของ เฮแซด ที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาหมายจะปลุกปล้ำเขาปรากฏขึ้นมาในหัวพลางนึกขอบคุณที่ชายหนุ่มจะต้องกลับไปสร้างรถม้าคันใหม่ให้กับพวกเขา

 

“แต่ว่า... ตอนประกอบเสร็จแล้วไม่รู้ว่าพวกเราจะรอดรึเปล่าน่ะนะ”

“... อย่าพูดอะไรเป็นลางอย่างงั้นสิโว้ย”

“หึๆๆ...”

 

     เรย์ ส่ายหัวให้กับเสียงหัวเราะของเพื่อนหนุ่มก่อนที่เสียงครางของหญิงสาวจะดึงความสนใจของเขาไปอีกครั้งหนึ่ง

 

[ จ๊วบ จ๊าบ... แผล่บๆๆ... ]

[ อือ... อ๊างงง~♥ ]

[ เฮ้ยยย!!?!? ]

 

     อีริค ที่เปลื้องผ้า รอน ซึ่งกลายเป็นสตรีผู้งดงามเป็นที่เรียบร้อยแล้วกำลังพรมจูบพลางลากลิ้นไปตามเนินและยอดอกกลมกลึงท่ามกลางเสียงร้องครางอย่างมีความสุขของเพื่อนสาวที่กำลังบิดกายอย่างเป็นสุขอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

 

“เว้ย!!! จะทำเรื่องอย่างว่าก็ไปทำกันในที่ลับตาคนสิวะ!!! รอน อีริค!!!”

“อ๋อได้ๆ... ไปกันเถอะจ้ะที่รัก~♥”

“บ้า!!! อายเขานะตัว...”

“.....”

 

     เรย์ ทำได้เพียงกุมศีรษะของตนอย่างเอือมระอาพลางมองภาพอดีตเพื่อนหนุ่มตัวเล็กที่กำลังอุ้มเพื่อนสาวซึ่งเป็นอดีตชายหนุ่มหื่นกามเข้าไปภายในกระโจมท่ามกลางเสียงหัวร่อต่อกระซิกของทั้งคู่

 

“เฮ้อ... ไม่นึกเลยว่า 2 ตัวนั่นจะเปลี่ยนไปถึงขนาดนั้น...”

“ว่าแต่เขา คำพูดคำจาของนายก็แปลกไปเหมือนกันนั่นแหละ เรย์ เอ๋ย...”

“... นั่นสินะ... ว่าแต่ เซลิน่า กับ โซฟี ล่ะ?”

“อ๋อ... อยู่ในกระโจมหลังนั้นแน่ะ... แต่อย่าเปิดเข้าไปดื้อๆล่ะ ลองฟังเสียงข้างนอกดีๆก่อนก็แล้วกัน”

“.....?”

 

     ชายหนุ่มได้แต่มองเพื่อนตัวกะเปี๊ยกที่กำลังหัวเราะพลางลอบยิ้มอย่างมีลับลมคมในท่ามกลาวความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสองคนนั้นกันแน่?

 

“ชั้นจะบอกแค่ว่า เซลิน่า กิน [ เห็ด ราชินี ] เข้าไป... ส่วน โซฟี กิน [ เห็ด ทาสหัวใจ ] เข้าไป... ไว้นายไปถึงที่ก็น่าจะรู้เองนั่นแหละ”

“อ่า... เออ...”

 

     ชายหนุ่มตอบรับเพื่อนตัวเล็กกลับไปด้วยความสับสนก่อนที่เสียงครางอย่างแผ่วเบาจะลอยมากระทบใบหูเมื่อร่างของ เรย์ ตรงเข้าไปใกล้กระโจมที่พักของ เซลิน่า และ โซฟี...

 

[ อือ... อื๊อ!!! ]

[ คิกๆๆ... ร้องทำไมๆ~? ]

[ …..??? ]

 

     ฝีเท้าของชายหนุ่มหยุดชะงักลงอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงครางและประโยคคำพูดของทั้งคู่ก่อนที่ผนังผ้าซึ่งปิดทางเข้าประโจมเอาไว้จะถูกชายหนุ่มเปิดแง้มเพื่อสังเกตเหตุการณ์ภายในอย่างรวดเร็ว

 

[ …..!!! ]

 

     ภาพที่ปรากฏให้เห็นก็คือภาพที่ร่างของ โซฟี ถูกตรึงเอาไว้ด้วยเชือกเส้นหนาซึ่งถูกมัดเอาไว้อย่างเป็นรูปทรงในขณะที่ เซลิน่า ใช้ฝ่าเท้าของเธอขยี้ไปบนแผ่นหลังของหญิงสาวพลางกระตุกสายเชือกราวกับกำลังจูงสุนัขของตนก็มิปาน

 

“ร้องทำไมเหรอคะ ยัยหมูผมแดง... ทรมาน? หรือว่า... ติดใจกันเอ่ย? คิกๆๆๆ...”

“อือ... แฮ่กๆๆ!!!”

 

     หยาดน้ำตานองใบหน้าและนัยน์ตาคู่สวยของหญิงสาวในขณะที่เด็กสาวลูบไล้ฝ่ามือไปตามแผ่นหลังอันเปลือยเปล่าของเธอและ...

 

[ เพียะ!!! ]

[ อื๊อ~!♥! ]

 

     ฝ่ามือเรียวเล็กฟาดเข้าใส่บั้นท้ายของหญิงสาวอย่างรวดเร็วท่ามกลางใบหน้าที่บิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวดระคนสุขในขณะที่ เรย์ รีบถอนตัวออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วในขณะที่ใบหน้าของเขานั้นแดงซ่านด้วยความเขินอายระคนตื่นเต้น...

 

[ ตึกๆๆๆๆ!!! ]

 

“ซิลเบอร์!!!”

“ฮ่าๆๆๆ... ตกใจเลยใช่มะ?”

“เออสิครับวะ!!! เห็ดพวกนั้นมันทำอะไรได้ก็ไม่บอกกันเลยนี่เว้ย!!!”

“เอาน่าๆ... เดี๋ยวตอนเช้าก็คงเหมือนเดิมเองละน่า”

“... แล้วถ้ามันไม่เหมือนเดิมล่ะ?”

“คุณหนูก็คงจะเล่นบนซาดิสม์กับนายละมั้ง?”

“.....”

 

     ถ้าจะให้พรรณนาละก็... ใบหน้าของ เรย์ ในตอนนี้ก็คงจะเหมือนคนอมของเสียเอาไว้ในปากกระมัง...

 

[ ฮ้าววว~… ]

[ …..? ]

 

     ทันใดนั้นเองที่ ซิลเบอร์ ในร่างเด็กตัวกะเปี๊ยกเริ่มหาวหวอดๆออกมาพลางยกมือป้องปากละหันมาพูดกับ เรย์ ด้วยน้ำเสียงงัวเงียว่า

 

“โทษทีเพื่อน... ดูการนอนดึกจะไม่ดีกับสุขภาพของเด็ก ดังนั้นชั้นขอตัวไปนอนก่อนนะเพื่อน... แล้วก็ฝากงานเฝ้ายามกะดึกด้วยละเพราะดูเหมือนจะไม่มีใครคอยอยู่เฝ้าเวรได้แล้วนะเพื่อน...”

“.....”

 

[ กึกๆๆๆ... ]

[ ฟุบ... ]

 

     เด็กชายผมเงินเปิดกระโจมที่พักของตนและผลุบหายเข้าไปนอนหลับอย่างเชื่องช้าท่ามกลางสายตาของเพื่อนหนุ่มผมทองที่กำลังยืนอ้าปากค้างกับการผลักภาระหน้าที่อย่างแนบเนียนจนไม่อาจปฏิเสธใดๆได้เลย...

 

 

-----

 

 

# ณ บริเวณใจกลางป่า Elven Forest

 

[ ซ่าๆ... ]

[ แซ่กๆๆๆ... ]

 

     เสียงก้าวเดินในยามราตรีดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บยามค่ำคืนและเสียงใบไม้กระทบไหวยามต้องลมดังขึ้นเป็นระยะๆ ในขณะที่ความตึงเครียดยังคงสภาพอยู่อย่างเงียบเชียบภายในขบวนเดินทางของเหล่าเอลฟ์

 

[ แฮ่กๆๆ... ]

 

“นี่นายหน้าขน... อีกไกลรึเปล่ากว่าจะไปถึงหมู่บ้านน่ะ?”

“นี่แก!!! จะเสียมารยาทมากเกินไปแล้วนะ”

“อึก... ”

 

     อลิซ พยายามถามถึงระยะทางสู่หมู่บ้านลับแลกับ ไบรอัน ซึ่งเดินนำขบวนอยู่ด้านหน้าในขณะที่ อาริกะ แสดงท่าทีเหนื่อยอ่อนออกมาให้เห็น ทว่าเหล่าเอลฟ์ซึ่งรับหน้าที่คุ้มกันขบวนอยู่กลับตวาดใส่เธอเพราะไม่อาจทนรับคำพูดเหล่านั้นได้

 

“ใจเย็นๆ ข้าไม่ถือหรอก... เดินทะลุชายป่าด้านหน้านี้ไปพวกเราก็จะถึงทางเข้าหมู่บ้านแล้วละ”

“.....”

 

     ดูเหมือน ไบรอัน จะไม่ถือสาอะไรที่ อลิซ ใช้คำพุดไม่สุภาพกับตนในขณะที่ เรนะ ทำหน้าครุ่นคิดราวกับได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง

 

“... นี่ชั้นหูแว่วไปเองหรือว่า...?”

“โอ... ไม่นึกว่าเจ้าจะได้ยินเสียงนั่นด้วย... นั้นเป็นลำนำแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์น่ะ”

“ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์?”

 

     เรนะ และกลุ่มเพื่อนใหม่ต่างส่งเสียงถามขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความสงสัยทว่า ไบรอัน กลับเผยรอยยิ้มออกมาและไม่กล่าวอธิบายเพิ่มเติมอีกและเดินนำพวกเขาต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

[ ตุบ!!! ]

[ โอ้ย… ]

 

     ทันใดนั้นเองที่ อาริกะ ทรุดกายลงนั่งกับตัวพื้นพลางส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทำให้ อลิซ รีบปรี่เข้าไปดูอาการของเด็กสาวในทันที

 

“อาริกะ!!! เกิดอะไรขึ้นน่ะ!?!”

“ขาหนู... รู้สึกเหมือนขาหนูจะแพลงน่ะค่ะ...”

“ขาเหรอ?”

 

     ฝ่าเท้าซึ่งสวมรองเท้าเชือกรัดส้นถูกยกขึ้นพินิจอย่างรวดเร็วก่อนที่หญิงสาวจะพบว่าข้อเท้าของ อาริกะ บวมแดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด

 

“แบบนี้คงเดินต่อไม่ได้แน่ๆเลย...”

“ขอโทษนะคะ...”

 

[ วูบ... ]

[ ว้าย!?! ]

[ เฮ่ย!!?!? ]

 

     ร่างของเด็กสาวถูกยกสูงขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางอาการตื่นตะลึงของ อลิซ ที่กำลังนั่งอ้าปากค้างอยู่บนพื้นก่อนที่ภาพของ เรนะ ซึ่งอุ้มร่างของ อาริกะ เอาไว้แนบอกจะปรากฏสู่สายตาของทุกคนอย่างรวดเร็ว

 

“ทะ. ทะ.. ทะ... ทำอะไรคะเนี่ย!?!”

“ชู่ว... เป็นเด็กผู้หญิงอย่าตะโกนสิมันดูไม่งาม...”

“ละ... แล้วจะอุ้มหนูทำไมเหรอคะ...?”

 

     อาริกะ ซึ่งบัดนี้ใบหน้าแดงซ่านด้วยความขวยเขินได้แต่ซุกหน้าลงกับทรวงอกอิ่มของ เรนะ ท่ามกลางรอยยิ้มของหญิงสาวที่กำลังหัวเราะด้วยความชอบอกชอบใจและสายตาอาฆาตแค้นของ อลิซ ที่นั่งจ้องขึ้นมาจากตัวพื้น

 

“ขาของเธอเจ็บอยู่นี่นา? ในหมูบ้านคงมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลใช่ไหมนายหน้าขน?”

“ฮ่าๆๆๆ มีสิมี!!! เดี่ยวข้าจะจัดยาสมุนไพรสูตรลับให้คุณหนูคนนี้ด้วยก็แล้วกันไม่ต้องห่วง”

“แหม ขอบใจนะ... เห็นหน้าตาแบบนี้ไม่นึกว่าจะใจดีเหมือนกันนี่นา?”

“ฮ่าๆๆๆ!!!”

“... กรอด”

 

     ไบรอัน ยังคงหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจในขณะที่ อลิซ กัดฟันด้วยความแค้นเคืองเพราะหน้าที่ปกป้องดูแล อาริกะ คือหน้าที่ของอสูรรับใช้อย่างเธอแท้ๆ...

 

“ทำไม อาริกะ ถึงไม่บอกให้เราอุ้มนะ...”

 

[ พลั่ก!!! ]

[ โอ๊ยยย~* ]

[ …..? ]

 

     อลิซ ซึ่งกำลังรำพึงออกมาด้วยความขัดใจนั้นต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆ เคียว ซึ่งเดินอยู่ข้างๆเธอได้พุ่งตัวลงไปบนพื้นและร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดในทันที

 

“โอ๊ยๆๆ~* เจ็บคร้าบๆ~!!! คุณอลิซ อุ้มผมทีคร้าบ~♥”

“.....”

 

     เหล่าเอลฟ์จ้องมองเด็กหนุ่มที่จงใจพุ่งตัวลงไปบนพื้นสลับกับอสูรสาวที่กำลังยืนกัดฟันด้วยความรู้สึกเดือดดาลและโมโหด้วยความหวาดกลัว

 

[ เชอะ!!! ]

[ อะ... อ้าว? ]

[ ตุบๆๆๆ!!! ]

 

     อลิซ เดินกระทืบเท้าจากไปโดยไม่เหลียวแล เคียว เลยแม้แต่น้อยในขณะที่เด็กหนุ่มยังคงจ้องมองแผ่นหลังของเธอต่อไปด้วยความรู้สึกเสียดาย

 

“ทำไมไม่อุ้มผมละคร้าบ... แงๆๆ...”

“โฮ่? อยากให้อุ้มอย่างงั้นเรอะเจ้าหนู?”

“... อาเระ?”

 

[ ตึง!!! ]

[ กรี๊ดดด!!?!? ]

 

     เด็กหนุ่มกรีดร้องออกมาอย่างลืมตัวเมื่อ ไบรอัน ที่กำลังเดินนำขบวนอยู่เมื่อสักครู่นี้ได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันพลางแสยะเขี้ยวยิ้มอย่างมีลับลมคมใน

 

“มา!!! ข้าจะอุ้มเจ้าไปส่งที่หมู่บ้านให้เอง!!!”

“อะ... ม๊ายยยยย~!!!!!”

 

[ หมับ... กึก!!! ]

[ ม่ายอ๊าววว!!! ]

[ ตุบๆๆๆ!!! ]

[ วะฮ่าๆๆๆ~!!! ]

 

     เคียว ระดมมือทุบไปบนแผ่นหลังของ ไบรอัน อย่างรวดเร็วพลางดิ้นไปมาด้วยความหวาดกลัวทว่าหัวหน้าเอลฟ์กลับไม่มีทีท่าว่าจะแสดงความเจ็บปวดออกมาแม้แต่น้อยซ้ำยังหัวเราะเยาะให้กับเด็กหนุ่มอีกด้วย

 

“เอาล่ะ... ตอนนี้ก็ไม่มีใครที่เดินช้าๆอีกแล้วสินะ? งั้นพวกเราก็รีบๆวิ่งกลับไปที่หมู่บ้านกันเถอะข้าหิวจะแย่อยู่แล้วละ!!! พวกเจ้าคงวิ่งตามพวกข้าทันใช่ไหม?”

“คิดว่าชั้นจะตามนายไม่ทันอย่างงั้นเหรอพ่อหน้าขน? นำทางไปเลย ชั้นเองก็หิวเหมือนกันนั่นแหละ!!!”

“ฮ่าๆๆๆๆ!!! ไปกันได้แล้วพวกเรา!!!”

“ครับ!!! / ค่ะ!!!”

 

[ ฟุ่บๆๆๆ!!! ]

 

     เหล่าเอลฟ์ต่างรับคำอย่างแข็งขันและพุ่งตัวตามผู้นำของพวกตนไปในขณะที่ อลิซ และ เรนะ รีบพุ่งตัวตามเหล่าเอลฟ์ไปอย่างรวดเร็วและสามารถเกาะกลุ่มไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

 

[ ม๊ายยยย~!!!!! ]

[ ฮ่าๆๆๆๆ~!!! ]

 

     เงาร่างของเหล่าเอลฟ์หายไปภายในตัวป่าอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนของเด็กหนุ่มที่กำลังพุ่งทะยานไปบนบ่าของ ไบรอัน ซึ่งกำลังน้ำขบวนไปด้วยสีหน้าอันเบิกบาน

 

 

-----

 

 

# Elven Village… หมู่บ้านลับแลแห่งเอลฟ์

 

[ แซ่กๆๆๆ... ]

[ วิ้ววว... ]

 

     ท่ามกลางลานกว้างบริเวณใจกลางป่าทองคำ บริเวณใจกลางลานนั้นปรากฏบานประตูซึ่งสานขึ้นมาจากเถาวัลย์และต้นไม่สีทองซึ่งมองดูเป็นธรรมชาติแต่วิจิตรงดงามในระดับหนึ่ง ซึ่งบัดนี้ขบวนเดินทางของ ไบรอัน กำลังยืนออกันอยู่หน้าบานประตูแห่งนี้พลางพูดคุยอะไรบางอย่างเล็กน้อย

 

“ยินดีต้อนรับสู่ปากทางเข้าของหมู่บ้านลับแล... บานประตูแห่งนี้มีชื่อว่า [ ประตูแห่งความบริสุทธิ์ ] ซึ่งสามารถมองลึกลงไปถึงก้นบึ้งของจิตใจของผู้คนและเพ่งพินิจว่าคนผู้นั้นมีความบริสุทธิ์มากน้อยเพียงใด โดยบานประตูแห่งนี้จะเปิดรับแต่เพียงผู้ที่มีจิตใจอันบริสุทธิ์เท่านั้น”

“พูดซะใหญ่โต... สรุปก็คือประตูบานนี้จะเปิดรับเหล่าเอลฟ์ซึ่งรักป่าแห่งนี้อย่างบริสุทธิ์ใจ และบุคคลที่สามารถพิสูจน์ตนเองว่ามีความบริสุทธิ์ได้เท่านั้นสินะ?”

“ถูกต้องแล้ว”

 

     เรนะ และ ไบรอัน ต่างยิ้มให้กันและกันในขณะที่ เคียว ยังคงนั่งตัวสั่นอยู่บนพื้นหลังจากการถูกอุ้มและวิ่งฝ่าตัวป่าออกมาเมื่อสักครู่ท่ามกลางสายตาหยามเหยียดของ อลิซ และสีหน้าสงสารของ อาริกะ ที่กำลังยืนอยู่ใกล้กันนั้นเอง

 

“แล้วที่อธิบายมาซะยาวยืดนี่... ต้องการจะบอกอะไรกันแน่ล่ะ?... อ้อ... นายคงอยากจะให้พวกเราเข้ารับการทดสอบกับประตูบานนี้สินะ?”

“ฮ่าๆๆๆ!!! นับว่าเจ้านี่ฉลาดดีจริงๆ!!!”

“.....!!!”

 

     อลิซ อาริกะ และ เคียว ต่างต้องสะดุ้งสุดตัวเนื่องจากพวกเขาไม่นึกว่าจะต้องฝ่าด่านทดสอบเช่นนี้เพราะหากพลาดละก็...

 

“แล้วถ้าพวกเราไม่ผ่านการทดสอบล่ะ?”

“เฮือก!!!”

 

     เรนะ กล่าวสิ่งที่พวกเขากังวลอยู่ออกมาอย่างไม่อ้อมค้อมในขณะที่ ไบรอัน ยังคงยิ้มและตอบคำถามของเธอด้วยรอยยิ้มว่า

 

“ถ้าพวกเจ้าไม่ผ่านการทดสอบ... พวกเราก็จะจูงมือเจ้าผ่านประตูเข้าไปเองนั่นแหละ”

“ฮู่ว...”

 

     กลุ่มของ อลิซ ต่างถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนที่ ไบรอัน จะหันมาหาพวกเขาพลางกล่าวต่อไปว่า

 

“พวกเจ้าอยากจะเข้ารับการทดสอบดูก่อนไหมล่ะ? ถึงจะไม่ผ่านก็ไม่มีอะไรเสียหายหรอกนะ”

“เอ่อ... หนูขอลองก่อนได้ไหมคะ?”

 

     อาริกะ ยกมือขึ้นอย่างขวยเขินก่อนที่ ไบรอัน จะสั่งให้เหล่าเอลฟ์พยุงเธอไปยืนอยู่ข้างหน้าบานประตูอย่างเชื่องช้าและปล่อยเธอเธอยืนอยู่หน้าบานประตูเพียงลำพัง

 

[ วู้มมม... ]

[ เอ๋? ]

 

     เถาวัลย์และต้นไม้สีทองซึ่งถักทอขึ้นมาเป็นบานประตูเริ่มเรืองแสงสีทองออกมาเล็กน้อยอยู่พักหนึ่งก่อนที่ใจกลางบานประตูนั้นจะแปรสภาพกลายเป็นประตูมิติสีขาวนวลสบายตาอย่างรวดเร็ว

 

[ วู้วววว... ]

 

“โอ... คุณหนูเป็นผู้ที่มีจิตใจงดงามสินะ? ถ้าอย่างนั้นก็เชิญคุณหนูก้าวเข้าบานประตูไปได้เลย... พาคุณหนูไปพักในเรือนรับรองของชั้นแล้วก็ช่วยทำแผลให้เธอด้วยนะ”

“ครับ!!!”

 

     เหล่าเอลฟ์รับคำอย่างแข็งขันพลางพยุงร่างของ อาริกะ เข้าบานประตูไปอย่างนุ่มนวลก่อนที่ อลิซ จะรีบยกมือขึ้นทว่า...

 

“ผมขอทดสอบต่อคร้าบ~!!!”

“อืม... เชิญสิ”

“เย้~!!!”

“….. (กรอด!!!)”

 

     หญิงสาวทำได้เพียงกัดฟันด้วยความโมโหเมื่อ เคียว ชิงตัดหน้าขอเข้ารับการทดสอบเสียก่อนทำให้ อลิซ ซึ่งตั้งใจจะตามเข้าไปดูแล อาริกะ อย่างใกล้ชิดต้องอดทนรอต่อไปอย่างขุ่นเคือง

 

[ ปึด... อ้ะ? ]

[ แผละ!!! ]

[ … แง้ๆๆๆ~!!! ]

 

     แต่แล้ว เคียว กลับก้าวพลาดและสะดุดเถาวัลย์จนล้มลงกับตัวพื้นอย่างรุนแรงท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของผู้คนโดยรอบก่อนที่บานประตูจะเรืองแสงขึ้นมาอย่างเชื่องช้า

 

[ วู้มมม... ]

[ …แง้ะ? ]

 

     เด็กหนุ่มหยุดร้องไห้พลางมองบานประตูด้วยท่าทีงุนงงอยู่เพียงครู่หนึ่งก่อนที่ประตูมิติสีขาวนวลจะปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

 

[ ไชโยยยย~!!! ]

[ ตึกๆๆๆ!!! วูบ... ]

[ ….. ]

 

     เคียว หยุดร้องไห้ในทันทีพลางลุกขึ้นตะโกนอย่างลิงโลดและวิ่งเข้าบานประตูไปในทันทีในขณะที่ อลิซ และเหล่าเอลฟ์ยังคงยืนอ้าปากค้างกับท่าทีที่เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วจนตามแทบไม่ทัน

 

“[ ประตูแห่งความบริสุทธิ์ ] ... สงสัยจะเห็นเจ้าเด็กนั่นปัญญาอ่อนอย่างบริสุทธิ์ใจสินะเนี่ย?”

“อุ๊บ... ฮ่ะๆๆๆ”

 

     อลิซ รำพึงออกมาอย่างแผ่วเบาแต่นั่นก็ดังพอที่ทุกๆคนจะได้ยินท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงัดเช่นนี้ทำให้ เรนะ หลุดหัวเราะออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ก่อนที่ ไบรอัน จะส่งเสียงกระแอมออกมาเล็กน้อย

 

“อะแฮ่มๆ... เอาล่ะ... ใครจะเข้ารับการทดสอบเป็นคนต่อไปล่ะ?”

“ชั้นเองๆ!!!”

“อ้า... เชิญเลยท่านอสูรวัวนม”

“ชั้นคืออสูรรับใช้เผ่าพันธุ์แมวย่ะ ไม่ใช่วัวนม!!!”

 

[ ตุบๆๆๆ!!! ตึก... ]

 

     เมื่อได้จังหวะ อลิซ จึงรีบเสนอตัวขึ้นมาอย่างเร่งรีบท่ามกลางสีหน้าตกใจของเหล่าเอลฟ์โดยรอบก่อนที่เสียงแซวของ ไบรอัน จะดังขึ้นท่ามกลางเสียงร้องโวยวายของหญิงสาวที่ก้าวเท้าไปยังหน้าบานประตูอย่างโกรธเกรี้ยว

 

[ วู้มมม... ]

[ เปิด เดี๋ยว นี้ นะ ย้าาาา~!!! ]

[ ตึงๆๆๆ!!! ]

 

     หญิงสาวรีบกระทืบเท้าอย่างร้อนรนในขณะที่บานประตูเปล่งแสงสีทองอยู่เพียงครู่หนึ่งก่อนที่ประตูมิติสีขาวนวลจะปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

“อาริกะ!!! พี่มาแล้วววว~!!!!!”

 

[ ตึกๆๆๆ!!! วูบ... ]

[ ….. ]

 

     หญิงสาวรีบวิ่งฝ่าบานประตาเข้าไปพลางกู่ร้องอย่างบ้าคลั่งก่อนที่บานประตูจะปิดลงในเวลาต่อมาอย่างรวดเร็ว

 

“... ถ้า เคียว เรียกได้ว่าเป็นพวกปัญญาอ่อนอย่างบริสุทธิ์... แล้วแบบนี้จะเรียกว่าอะไรดีล่ะ ไบรอัน? ”

“เอ... [ บ้า ] อย่างบริสุทธิ์กระมั้ง? ฮ่าๆๆๆๆ!!!”

“.....”

 

     เรนะ และ ไบรอัน ต่างพูดคุยกันอย่างสนิทสนมจนจนเหล่าเอลฟ์โดยรอบต่างจ้องมองเหตุการณ์เหล่านั้นด้วยความสับสนว่าทั้งสองคนที่เพิ่งจะเฉือนคารมกันอย่างรุนแรงเมื่อสักครู่นี้เหตุใดถึงพูดคุยกันได้อย่างสนิทสนมเช่นนี้?

 

“เอาล่ะ... พวกเจ้าก็เข้าไปในตัวหมู่บ้านเถอะ เดี๋ยวข้าจะตามเข้าไปทีหลังเอง”

“อ้ะ แต่ว่าท่าน!!!”

“ไม่ต้องเป็นห่วงไป ข้าไม่เป็นอะไรหรอก”

 

     เหล่าเอลฟ์ต่างจ้องมองหัวหน้าของพวกตนอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่พวกเขาจะก้าวผ่านประตูแห่งความบริสุทธิ์ไปจนครบทุกนายก่อนที่ ไบรอัน จะตีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

 

“... เอาล่ะ ทีนี้ก็เหลือแค่พวกเราแล้วสินะ”

“นายต้องการจะอยู่กับชั้นตามลำพังแบบนี้อยู่แล้วนี่? ต้องการพูดคุยอะไรกับชั้น... หรือต้องการจะตัดสินกันให้รู้เรื่องล่ะ?”

 

[ กริ๊ก... ]

 

     ฝ่ามือของหญิงสาวเอื้อมไปกุมด้ามดาบของตนอย่างเงียบเชียบพลางเตรียมชักมันออกจากฝักทันทีที่อีกฝ่ายมีการเคลื่อนไหว

 

“อืม... ตามจริงข้าก็อยากจะพูดคุยกับเจ้าอยู่หรอกนะ... แต่ทดสอบฝีมือของเจ้าหน่อยก็ดีเหมือนกัน!!!”

 

[ ฟุ่บ!!! / ควับ!!! ]

[ เคร๊งงง!!! ]

 

     กรงเล็บปะทะเข้ากับคมดาบจนเกิดเสียงก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณก่อนที่ร่างสูงโปร่งภายใต้เรือนผมสีทองและร่างใหญ่ภายใต้เรือนขนสีน้ำตาลจะผละออกจากกันและพุ่งเข้าปะทะกันอย่างต่อเนื่อง

 

[ เคร๊ง… ฉัวะ!!! ]

[ แก๊ง!!! ควากกก... ]

[ เปรี้ยงงง!!! ]

 

     ด้วยความเร็วที่สูงกว่ามนุษย์ทั่วๆไป สิ่งที่ปรากฏออกมาให้เห็นจึงมีเพียงภาพของเงาทั้งสองพุ่งสวนกันไปมาด้วยความเร็วสูงเท่านั้น หากแต่ทุกครั้งที่เกิดการปะทะขึ้นจะต้องมีวัตถุบางอย่างกระดอนออกมาจากจุดปะทะอยู่ทุกครั้งไปไม่ว่าจะเป็น หยาดเลือด เส้นขน หรือกระทั่งเศษเสื้อผ้าสีเหลืองของหญิงสาวก็ตาม...

 

[ ฟุ่บ... ครืดดด!!! ]

[ ….. ]

 

     เงาร่างทั้งสองต่างผละออกจากกันเพื่อเว้นระยะก่อนที่ร่างของ ไบรอัน ซึ่งบัดนี้ตามร่างเต็มไปด้วยบาดแผลถากๆจากคมดาบตามท่อนแขนและร่างกายเล็กน้อยในขณะที่อีกด้านหนึ่ง เรนะ ซึ่งชุดกิโมโนที่เธอสวมใส่ได้ถูกกรงเล็บของอีกฝ่ายข่วนกระขากจนเกิดรอยขาดเป็นทางยาวอยู่หลายแห่งจนเผยให้เห็นผิวขาวนวลไร้รอยตำหนิภายใต้ชุดกิโมโนตัวโปรดนั้น

 

“... นับว่าทำได้ไม่เลวสำหรับมนุษย์เช่นเจ้า”

“ถ้านายยอมแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมาชั้นก็อาจจะยอมเอาจริงอีกหน่อยก็ได้นะ...”

“หรือว่า... เจ้าจะบอกว่าเจ้ายังไม่ได้แสดงฝีมือที่แท้จริงออกมาอย่างนั้นรึ!?!”

 

     เอลฟ์หนุ่มอุทานออกมาเล็กน้อยเมื่อทราบว่าคนตรงหน้านี้ยังคงออมฝีมือเอาไว้ส่วนหนึ่งก่อนที่สีหน้าเคร่งเครียดจะกลับมาประดับบนหน้าของเขาอีกครั้งหนึ่ง

 

( ยังเก็บออมฝีมือเอาไว้อีกอย่างนั้นรึ... ทดสอบอีกสักหน่อยก็แล้วกัน )

 

“ถ้าเช่นนั้นจงแสดงฝีมือทั้งหมดที่มีออกมาเสีย... หาไม่แล้วคราวนี้เจ้าอาจจะได้ตายด้วยกรงเล็บของข้าก็เป็นได้”

“ถ้านายเก่งพอจะให้ชั้นเอาจริงละก็นะ...”

“ดี!!! ถ้าเช่นนั้นข้าเองก็จะแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมาเช่นกัน.. หมาป่าจำแลง!!!”

 

[ Wolf Transformation!!! ]

[ ครึ่กๆๆๆ!!! ]

 

     ร่างกายของ ไบรอัน สั่นสะท้านอยู่เพียงครู่ก่อนที่ร่างของชายหนุ่มจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เรือนขนตามร่างกายยืดยาวออกจนปลกคลุมไปทั่วทั้งร่างในขณะที่กรงเล็บภายในมือยืดยาวออกจนมองคล้ายใบมีด ใบหน้ายืดยาวออกจนมองดูคล้ายศีรษะของหมาป่า กระทั่งคมเขี้ยวภายในปากเองก็พลันยืดยาวขึ้นมาเช่นกัน...

 

[ บรู๊วววว~!!!!! ]

 

     เสียงหอนอันแหลมสูงของ ไบรอัน ในร่างมนุษย์หมาป่าดังขึ้นโดยมีดวงจันทร์สีเงินดวงโตบนฟากฟ้าเป็นฉากหลัง เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกงดงามและน่าพรั่นพรึงจนอธิบายไม่ถูกเลยทีเดียว...

 

[ กริ๊ก... ]

 

     ตัวดาบถูกยกขึ้นตั้งขนานไปกับตัวพื้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ทว่า

 

[ ฟุ่บ!!! ]

[ …..!?! ]

 

     ในชั่วพริบตานั้นเองที่ร่างของ ไบรอัน หายไปจากจุดที่ยืนอยู่อย่างรวดเร็วก่อนที่กรงเล็บอันแหลมคมจะถูกวางทาบลงบนลำคอของหญิงสาวแทบจะในทันที

 

“ช้า...”

“...ไม่ละมั้ง?”

 

[ วูบบ... ]

[ …..!!! ]

 

     ร่างสูงของหญิงสาวกลายเป็นเพียงเงาร่างจ่างๆและมลายหายไปในอากาศอย่างรวดเร็วก่อนที่คมดาบจะถูกวางทาบลงบนลำคอของ ไบรอัน ในชั่วพริบตาต่อมาทำให้ตำแหน่งของทั้งคู่สลับกันโดยสิ้นเชิงในทันที

 

“...รู้สึกจะเป็นนายเองละมั้งที่ช้าน่ะ?”

“มันก็ไม่แน่หรอกกระมัง...”

 

[ ฟุ่บ!!! / ฟุ่บ!!! ]

[ ….. ]

[ เปรี้ยงๆๆ!!! / เคร๊ง!!! / ตูมมม!!! ]

 

     ด้วยความเร็วที่ใกล้เคียงกันทำให้ผลการต่อสู้ไม่อาจถูกตัดสินชี้ขาดได้ในทันทีอย่างที่ ไบรอัน ตั้งใจเอาไว้ในคราแรก ทั้งคู่จึงต้องใช้พละกำลังและเพลงดาบเป็นตัวตัดสินแทนเสียแล้ว...

 

( ยังเก็บออมฝีมือเอาไว้ถึงเพียงนี้เชียวรึ... เหตุใดจึงมีความสามารถในการต่อสู้สูงส่งถึงเพียงนั้นนะ... )

 

[ Darkness Aura!!! ]

[ ครืนนน... ]

[ …..!!! ]

 

     เรนะใช้ทักษะพิเศษของตนเพื่อเสริมพลังความมืดให้กับตัวดาบก่อนที่ไอความมืดจะปกคลุมไปทั่วใบดาบท่ามกลางสีหน้าตื่นตะลึงของ ไบรอัน ที่แปรเปลี่ยนไปเป็นสีหน้าแค้นเคืองแทบจะในทันที

 

( สัมผัสพลังความมืดเช่นนี้... นางเป็นผู้ใช้พลังมืดแถมยังเป็นพลังที่ได้รับมาจากนางมารนั่นอีกด้วย... แปลว่านางเป็นลูกสมุนของนางอย่างนั้นสินะ? แบบนี้คงปล่อยเอาไว้ไม่ได้เสียแล้ว!!! )

 

[ ควับ!!! ]

 

     ไบรอัน ตั้งท่าและเตรียมต่อสู้โดนตั้งเป้าไปที่การสังหารหญิงสาวอย่างจริงจังแทนการทดสอบฝีมือก่อนที่ชายหนุ่มจะคำรามออกมาอย่างกราดเกรี้ยวว่า

 

“น่าเสียดายที่ข้าคาดหวังในตัวเจ้า... ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะเป็นสมุนของราชินีมาร... สมุนของนางมาร คาเซ่อาเซ่!!!”

“.....!!!”

“ข้าจำสัมผัสพลังเช่นนั้นได้ดี… อย่าคิดที่จะปฏิเสธเสียให้ยากเลย!!! วงล้อกรงเล็บนรก!!!”

 

[ Rolling Attack!!! ]

[ วูบ... เปรี้ยงงงง!!! ]

[ อึกกก... ]

 

     ไบรอัน กระโจนเข้าใส่พลางม้วนตัวเป็นกงล้อขนาดยักษ์ด้วยความไวสูงพลางกางกรงเล็บขึ้นเพื่อจู่โจมอย่างรวดเร็วจนเกิดประกายไฟขึ้นจากการปะทะของทั้งคู่

 

[ เปรี้ยงงง!!! ]

[ อั๊ก!!! ]

[ วูบ... ครืดดด!!! ]

 

     หลังการปะทะกันอยู่ครู่หนึ่ง ไบรอัน ได้คลายการม้วนตัวและตวัดกรงเล็บเข้าโจมตีใส่ เรนะ อย่างรุนแรงจนหญิงสาวกระเด็นไปในอากาศอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ฝ่าเท้าของเธอจะสัมผัสกับตัวพื้นและตั้งตัวได้ในเวลาเพียงชั่วครู่

 

“อ้อ... นายรู้จักกับท่านแม่... รู้จักกับนางมารคาเซ่สินะ”

“ท่านแม่อย่างนั้นรึ... ถ้าเช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องกล่าวอะไรกันอีกแล้ว!!!”

 

[ ร่ายรำกรงเล็บคลั่ง... ]

[ Berserker Claw!!! ]

[ วูบ!!! ]

 

     ไบรอัน พุ่งเข้าประชิดร่างของ เรนะ ด้วยความเร็วสูงพลางกวัดแกว่งกรงเล็บของตนอย่างบ้าคลั่งหมายจะสังหาร เรนะ ลงให้จงได้หาแต่หญิงสาวกลับยกดาบในมือขึ้นเพื่อตั้งรับและหลบการจู่โจมเหล่านั้นเช่นกัน

 

[ โบร๋วววว~!!! ]

[ เคร๊งๆๆ!!! วูบ... เคร๊งงง!!! วูบๆๆ... ]

[ … ชิ!!! ]

 

     เรนะ ทำได้เพียงหลบการจู่โจมเหล่านั้นและตั้งรับเป็นบางคราหากแต่เธอไม่ได้จู่โจมสวนกลับไปแม้แต่ครั้งเดียว... เพราะไม่สามารถทำได้... หรือไม่อยากจะทำก็ไม่อาจทราบได้

 

[ ตายยยย!!! ]

 

     ไบรอัน กู่ร้องขึ้นมาด้วยความบ้าคลั่งก่อนที่กรงเล็บภายในมือของเขาจะพุ่งเข้าหาหมายจะปลิดชีพของหญิงสาวลงให้จงได้ ทว่า...

 

[ วูบ... ]

[ …..!!?!? ]

 

     หญิงสาวโน้มศีรษะเข้าหากรงเล็บของชายหนุ่มด้วยตนเองทำให้การโจมตีของ ไบรอัน ชะงักไปครู่หนึ่งจน เรนะ สามารถรุกเข้าประชิดตัวพลางยกดาบภายในมือของตนขึ้นด้วยรอยยิ้ม

 

“รุกฆาตละนะ...”

“กรอด!!!”

 

     ไบรอัน กัดฟันพลางเตรียมพร้อมรับการฟาดฟันจากคมดาบภายในมือของ เรนะ หากแต่หญิงสาวกลับย่อกายลงพลางบิดตัวอย่างรวดเร็วและใช้ระเบิดวายุของเธอเพื่อโจมตีแทนการใช้ดาบภายในมือเสียอย่างนั้น

 

[ Rising Blow!!! ]

[ ตูมมม!!! ]

[ อ๊ากกกก!!!!! ]

 

     ระเบิดวายุจากสายลมสีดำพัดพาร่างของ ไบรอัน ขึ้นไปในอากาศอย่างรุนแรงก่อนที่ร่างของเอลฟ์ฟนุ่มหนุ่มจะร่วงหล่นลงมาบนตัวพื้นอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา

 

[ โครมมม!!! ]

[ อั่กกก... ]

 

     ไบรอัน สำลักอากาศออกมาเฮือกใหญ่จากการกระแทกกับตัวพื้นหน้าประตูแห่งความบริสุทธิ์อย่างรุนแรงหากแต่ร่างกายของเขากลับไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนักก่อนที่คมดาบจะถูกวางพาดลงบนลำคอของเขาอย่างเงียบเชียบ

 

“... แบบนี้แปลว่าชั้นชนะแล้วอย่างนั้นใช่ไหม?”

“ใช่... ถ้าจะฆ่าก็รีบๆลงมือซะเถอะ”

“ฆ่าเหรอ...? ไม่ละ”

“... หา?”

 

[ ควับ... กริ๊ก!!! ]

 

     ตัวดาบถูกเก็บเข้าฝักอย่างรวดเร็วก่อนที่หญิงสาวจะปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ตามลำตัวออกไปพลางบ่นออกมาเบาๆ

 

“นายต้องการแค่จะทดสอบฝีมือของชั้นไม่ใช่รึไง?”

“ข้าตั้งใจจะสังหารเจ้าจริงๆต่างหากเพราะเจ้าคือลูกของราชินีมารนั่น... ถึงตอนแรกข้าจะตั้งใจทดสอบฝีมือเจ้าจริงๆก็ตามที”

“เหรอ...? แต่ชั้นไม่คิดจะสังหารนายและชั้นก็ไม่ใช่พวกเดียวกับนางมารนั่น... พอใจนายรึยัง?”

“เหอะ... ของแบบนั้นไม่มีหลักฐานยืนยันนี่...”

“มันก็ใช่นะ...”

 

     ไบรอัน ยังคงนอนแผ่หลาอยู่บนตัวพื้นในขณะที่ เรนะ ยังคงมีสีหน้าครุ่นคิดอย่างหนักก่อนที่เหตุการณ์บางอย่างจะดึงความสนใจของทั้งคู่ไปอย่างเฉียบพลัน

 

[ ครืนนนน!!! ]

[ อะไรน่ะ!?! ]

 

     ไบรอัน คำรามขึ้นมาอย่างตื่นตะลึงเพื่อพื้นดินโดยรอบเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรงก่อนที่แสงสีทองจากประตูแห่งความบริสุทธิ์จะส่องสว่างไปทั่วทั้งบริเวณท่ามกลางสีหน้าตื่นตะลึงของ ไบรอัน ในร่างของมนุษย์หมาป่า

 

( นี่มันอะไรกัน!!! บานประตูกำลังร้องเรียกเธออยู่อย่างนั้นรึ? ไม่สิ... ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กำลังเพรียกหาเธออยู่!!! )

 

[ ครืนนน. น.. น... ]

[ วู้มมม... ]

[ ..... ]

 

     ประตูมิติสีขาวนวลปรากฏขึ้นท่ามกลางซุ้มประตูที่ถูกถักทอขึ้นจากต้นไม้และเถาวัลย์สีทองที่กำลังเปล่งแสงสว่างเรืองรองแข่งกับแสงจันทร์บนฟากฟ้าท่ามกลางสีหน้าตื่นตะลึงสุดขีดของ ไบรอัน ที่ยังคงนอนแผ่อยู่บนตัวพื้น

 

( ทำไม... ทำไมต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ถึงเพรียกหาผู้ที่มีพลังของราชินีมารกัน...)

 

[ ควับ... ]

[ …..??? ]

 

     หญิงสาวเอื้อมมือให้กับ ไบรอัน พร้อมรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าพลางกล่าวประโยคบางอย่างออกมาท่ามกลางอาการสับสนของเอลฟ์หนุ่มว่า

 

“ยังไงก็รีบเข้าไปทำแผลกันก่อนดีกว่า... ขืนชั้นทำเจ้าบ้านของพวกนายตายไปชั้นจะพลอยลำบากไปด้วย”

“ไหนเจ้าว่าถ้าเป็นอย่างนั้นขึ้นมาเจ้าจะฆ่าล้างหมู่บ้านของข้ายังไงล่ะ?”

“เอาไว้เป็นตัวเลือกสุดท้ายก็แล้วกันนะ...”

“หึๆๆ... เจ้านี่มันแปลกมนุษย์ซะจริง”

“ชั้นจะถือว่านั่นเป็นคำชมก็แล้วกันนะ”

 

[ หมับ!!! ]

[ สวบๆๆ... ]

 

     หญิงสาวพยุงร่างอันใหญ่โตของ ไบรอัน ขึ้นมาพลางเดินเข้าไปยังบานประตูอย่างพร้อมเพรียงกันในขณะที่เอลฟ์หนุ่มกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ภายในใจ...

 

( แม้ว่านางจะมีพลังของราชินีมารไหลเวียนอยู่ภายในร่าง... แต่ประตูแห่งความบริสุทธิ์ก็ยังยอมรับนาง... หรือข้า... ควรจะร้องขอให้นางช่วยหมู่บ้านของพวกเราดีนะ...)

 

     ไบรอัน ครุ่นคิดอยู่เพียงครู่หนึ่งก่อนที่ประโยคบางอย่างจะถูกกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

“... หากคนที่เคยคิดจะฆ่าเจ้าร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้า... เจ้าจะช่วยเขาหรือไม่ มนุษย์?”

“ถ้าเขาต้องการความช่วยเหลือและเรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องสำคัญแล้วละก็... ชั้นก็คงช่วยพวกเขาละมั้ง?”

“ถ้าเช่นนั้น... เมื่อพวกเราเข้าไปยังตัวหมู่บ้านข้าอยากจะเชิญท่านไปยังบ้านของข้าเพื่อร้องขอให้ท่านช่วยเหลืออะไรบางอย่าง ท่านจะว่าเยี่ยงไร?”

“เอ... ก็ต้องพิจารณากันอีกทีน่ะนะ?”

 

[ วูบบบ... ]

[ ปุ่บ... ]

 

     ทันทีที่ประโยคสุดท้ายถูกกล่าวจนจบ ร่างของทั้งคู่จึงก้าวผ่านบานประตูเข้าไปจนครบทุกส่วนก่อนที่บานประตูจะสลายหายไปในทันที ทำให้บริเวณโดยรอบป่าทองคำกลับเข้าสู่ความสงบเงียบอีกครา...

 

 

Ep.47 หมู่บ้านลับแล...

 

Coming Soon …

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เรย์ กลายเป็นคนพูดจาหยาบคายไปแล้ว TT [ ] TT"

ซิลเบอร์ แอ๊บเนียน.. ไอ่นี้ร้ายเงียบ - -

คนอื่นๆ..ไว้อาลัย โดนเฉพาะรอน - -

#1 By [N]anoha on 2011-08-22 20:55

ให้มันได้อย่างนี้สิ ฮ่าๆๆๆsad smile

#2 By Milower (115.87.96.240) on 2011-08-23 11:25

- -เซลิจังบทราชินี ชักเข้าท่าแหะ555

#3 By HuManUsl3 (183.89.142.52) on 2011-08-23 16:15

เย่ Triler มา เสพ

หลังจากอ่านแล้ว...

อาเมนเจ้าค่ะ

ปอลิง หนูซิล... เนียนเนอะ

#4 By KimHanil (58.11.170.143) on 2011-08-25 15:50

ซิลน้อย

#5 By Taros (171.4.44.145) on 2011-08-25 17:31

เจิมส์ตัวเต็ม!!!

#6 By Azurez Arnider (101.109.130.68) on 2011-08-26 13:46

ตัวเต็มออกแล้ว >< (พึ่งอ่าน T^T)

#7 By Taros (223.205.68.231) on 2011-08-26 21:12

เก่ง *-*

#8 By (27.130.133.217) on 2011-08-27 23:45