Ep.47.2 หมู่บ้านลับแล...
posted on 03 Oct 2011 16:48 by mayz-maiz in Episode.....
[ ตึกๆๆๆ!!! ]
[ แฮ่กๆๆ... ]
เสียงหอบหายใจดังออกมาจากริมฝีปากนวลเป็นระยะๆเมื่อเจ้าของเสียงนั้นต้องฝืนออกวิ่งทั้งๆที่ข้อเท้าของตนเพิ่งจะได้รับการรักษาจากอาการขาแพลงมาเสียหมาดๆ
[ โครม!!! ]
[ โอ๊ย... ]
ร่างนวลของเด็กสาวสะดุดรากไม้จนล้มลงไปบนตัวพื้นในขณะที่เพื่อนหนุ่มของเธอรีบเข้าไปช่วยพยุงร่างของเธอขึ้นมาอย่างร้อนรน
“อาริกะจัง เป็นอะไรมั้ย?”
“ไม่เป็นไรหรอก เคียว... แต่ชั้นต้องรีบตามหา คุณเรนะ ให้เจอโดยเร็วก่อน...”
เด็กหนุ่มพยุงร่างของเพื่อนสาวขึ้นมาจากพื้นอย่างนุ่มนวลในขณะที่เด็กสาวฉายแววตามุ่งมั่นออกมาอย่างชัดเจน
“... ตามหาชั้นไปเพื่ออะไรเหรอ?”
“.....!!!”
[ ฟุ่บ... ตึก ]
เรือนผมสีทองพลิ้วไสวไปกับสายลมยามค่ำคืนโดยมีแสงเรืองรองจากต้นไม้แห่งชีวิตเป็นฉากหลัง ทว่าใบหน้าสวยคมที่เรียบเฉยนั้นกลับแสดงออกถึงบรรยากาศอันน่าอึดอัดต่างจากที่แล้วๆมาอย่างชัดเจน
“คุณเรนะคะ... หนูอยากจะขอโทษที่หนูสอดเรื่องส่วนตัวของคุณเมื่อครู่นี้นะคะ แต่หนูอยากบอกกับคุณว่าหนูไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณไม่สบายใจนะคะ!!!”
“ยังกับชั้นสน...”
[ ฟุ่บ… ]
[ ระวัง~!!! ]
[ ฉึกๆ... ]
ดาวกระจายปักเข้าใส่ตัวพื้นเมื่อ เคียว ผลักร่างของ อาริกะ หลบการจู่โจมนั้นได้อย่างทันท่วงทีท่ามกลางสีหน้าประหลาดใจของ เรนะ ซึ่งมองตามการเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มไปอย่างไม่วางตา
“ได้โปรดอย่าทำแบบนี้เลยครับ... เอะอะก็ปาของแบบนั้นใส่คนไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะครับ”
“เหรอ...?”
[ ควับ!!! ]
[ วูบ... ]
คมดาบตวัดผ่านศีรษะของ เคียว ไปอย่างฉิวเฉียดเมื่อเด็กหนุ่มเอี้ยวตัวหลบการจู่โจมนั้นได้อย่างทันท่วงที สร้างความประหลาดใจให้กับ เรนะ มากยิ่งขึ้นไปอีก
( ทั้งที่ดูแล้วน่าจะเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มแท้ๆ... )
[ แฮ่กๆๆๆ!!! ]
“เล่นอะไรกันครับ!!! ผมเกือบตายแล้วรู้บ้างมั้ย!?!”
“... แต่ก็ยังไม่ตายไม่ใช่รึไง?”
“แต่ก็เกือบตายนั่นแหละครับ!!!”
“เคียวคุง...”
เด็กหนุ่มซึ่งอุ้มร่างของ อาริกะ เอาไว้ในอ้อมแขนตะโกนด่าทอหญิงสาวอย่างเดือดดาลจน เรนะ เกิดความรู้สึกอยากจะเล่นสนุกกับเหล่าเด็กน้อยตรงหน้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...
“เธอชื่อ อาริกะ สินะแม่หนูน้อย... ชั้นว่าชั้นน่าจะยกโทษให้เธอได้นะ”
“จริงๆเหรอคะ?”
สีหน้าของเด็กสาวดีขึ้นทันทีที่เธอได้ยินว่า เรนะ จะยกโทษให้กับตนทว่า...
“มีข้อแม้แค่ว่า... พวกเธอต้องรอดจากคมดาบของชั้นให้ได้สัก 5 นาทีน่ะนะ!!!”
[ ควับ... ]
“เอ๊ะ!?!”
“อาริกะจัง!!! หมอบลง!!!”
“กรี๊ดดดด!!!”
[ Chaos Blade!!! ]
[ เคร๊ง!!! ]
ชั่วพริบตานั้นเองที่คมดาบในมือของ เรนะ หวดเข้าใส่ร่างของเด็กสาวอย่างรวดเร็วในขณะที่ เคียว เรียกใช้ทักษะพิเศษของตนเองพลางกระโจนเข้าไปรับการจู่โจมนั้นแทน อาริกะ ได้อย่างทันท่วงที
“นั่นมัน...”
[ ชู่ววว... ]
อาวุธสีเงินคมกริบปรากฏขึ้นภายในมือของเด็กหนุ่มอย่างเชื่องช้า ทว่าสิ่งที่สร้างความแปลกใจให้กับ เรนะ เป็นเพราะอาวุธที่ปรากฏอยู่ในมือของเด็กหนุ่มนั้นคืออาวุธเล่มเดียวกับที่อยู่ในมือของเธออย่างไม่ผิดเพี้ยน!!!
[ เคร๊ง!!! ]
[ อั่ก... / กรี้ดดด!!! ]
[ ครืดดด... ]
ร่างของ เคียว และ อาริกะ กระเด็นออกไปตามแรงปะทะจาดคมดาบของ เรนะ ก่อนที่หญิงสาวจะเผยรอยยิ้มเย็นออกมาด้วยความรู้สึกสนุกสนาน
( ขอดูหน่อยซิว่านายมีดีอะไรซ่อนอยู่อีกเจ้าหนู!!! )
[ วูบ... เคร๊งๆๆๆ!!! ]
[ อุ่กกก... ]
เด็กหนุ่มยกคมดาบภายในมือขึ้นรับการจู่โจมอย่างหนักหน่วงและต่อเนื่องของ เรนะ จนแขนทั้งสองข้างเริ่มออกอาการชาจากแรงปะทะก่อนที่น้ำเสียงใสของ อาริกะ จะกู่ร้องขึ้นมาจากด้านลังของเด็กหนุ่มด้วยชื่อของทักษะพิเศษว่า
[ Lightning Slash!!! ]
[ …..!!! ]
[ เคร๊งง!!! ]
คมดาบความเร็วเสียงซึ่งเสริมพลังด้วยพลังสายฟ้าฟาดเข้าใส่ เรนะ โดยไม่ให้ตั้งตัวทำให้หญิงสาวต้องชะงักการจู่โจมของตนเพื่อหันมาตั้งรับการโจมตีของ อาริกะ เสียก่อนทว่า...
[ Chaos Code… Lightning Slash!!! ]
[ …..!!?!? ]
[ เคร๊งง!!! ]
กระบวนท่าเดียวกันอย่างไม่ผิดเพี้ยนถูกใช้โดยเด็กหนุ่มอีกนายหนึ่งอย่างต่อเนื่องจน เรนะ ต้องก้าวถอยหลังและตั้งรับการจู่โจมจากเด็กทั้งสองเป็นพัลวัน...
[ ควับ... วูบบบ ]
[ ตึก!!! ]
หญิงสาวกระโดดถอยหลังไปเพื่อเว้นระยะหากแต่เด็กสาวกลับไม่ปล่อยให้โอกาสตรงหน้าหลุดลอยไปและกระโดดขึ้นไปในอากาศจู่โจมซ้ำอย่างต่อเนื่องในทันที
“หนูไม่อยากจะทำแบบนี้เลย... ขอโทษด้วยนะคะ คุณเรนะ!!! เพลงดาบอัสนีไขว้!!!”
[ Lightning Cross!!! ]
[ เฟี้ยววว!!! ]
คลื่นพลังสีเหลืองทองซึ่งห่อหุ้มไปด้วยพลังไฟฟ้าถูกซัดลงมาจากกลางอากาศทว่าใบหน้าของหญิงสาวกลับประดับไปด้วยรอยยิ้มที่เบิกกว้างยิ่งขึ้นไปอีก
[ Rising Blow!!! ]
[ ตูมมม!!! ]
คลื่นวายุสีดำระเบิดออกมารอบกายของ เรนะ อย่างรุนแรงจนส่งผลให้คลื่นพลังของ อาริกะ ถูกหักล้างไปเสียจนสิ้นหากแต่ในชั่วพริบตานั้นเองที่สายตาของเธอหันไปเห็นเด็กหนุ่มที่กำลังตั้งท่าแบบเดียวกับที่เธอเคยใช้เพื่อสังหารโทรลเมื่อกลางวันที่ผ่านมา...
“รับท่าไม้ตายของคุณกลับไปซะ!!! Chaos Code… เพลงดาบคมเขี้ยวทมิฬ!!!”
[ Venom Fang!!! ]
[ อะไรนะ!?! ]
[ พรึ่บบบ... ]
ร่างของเด็กหนุ่มแตกออกเป็นเงาร่างรางๆจำนวน 5 ร่างอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เงาร่างทั้งหมดจะตรงเข้าล้อมรอบร่างของหญิงสาวที่กำลังเบิกตาค้างและยิ้มเยียบเย็นก่อนที่เด็กหนุ่มจะเงื้อดาบภายในมือขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน
[ เปรี้ยงงง!!! ]
[ … อุ๊บ!?! ]
ชั่วพริบตานั้นเองที่เงาร่างทั้ง 5 พุ่งเข้าหาหญิงสาวด้วยความไวสูงก่อนที่ร่างของ เคียว จะปรากฏขึ้นบนตัวพื้นอีกครั้งหนึ่งพลางทรุดกายลงกับพื้นอย่างเชื่องช้าในขณะที่หญิงสาวยังคงยืนอยู่กับที่พลางสั่นเทาร่างกายเล็กน้อย...
“รับคมเขี้ยวแห่งความมืดของคุณ... คืนไปซะ!!!”
[ เปรี๊ยะๆ... เพล๊ง!!! ]
[ ฉัวะๆๆๆ!!! ]
คมดาบภายในมือของ เคียว แตกสลายกลายเป็นเพียงอณูอากาศอันว่างเปล่าก่อนที่ร่างของ เรนะ จะเกิดเสียงฟาดฟันขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางรอยยิ้มบางๆของเด็กหนุ่มที่มั่นใจว่าตนเองคงชนะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่า...
“เสียใจด้วยนะ... ร่างกายของเธอยังไม่พร้อมสำหรับการใช้วิชานี้หรอกนะ...”
“.....!!!”
เรนะ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มด้วยร่างกายที่ชุดกิโมโนท่อนบนถูกฟาดฟันจนไม่เหลือชิ้นดีแต่โชคยังดีที่ผ้าพันอกของหญิงสาวยังคงปลอดภัยดีก่อนที่คมดาบภายในมือของเธอจะถูกยกชูขึ้นเหนือศัรษะอย่างเชื่องช้า
“และนี่... คือเพลงดาบคมเขี้ยวทมิฬที่แท้จริง!!!”
“อย่านะคะ!!!”
[ Venom Fang!!! ]
[ ควับ!!! ]
[ พรึ่บบบ... ]
อาริกะ ตัดสินใจกระโจนเข้าไปยืนขวางร่างของ เคียว ที่ยังคงทรุดกายอยู่บนตัวพื้นและยกดาบภายในมือขึ้นเพื่อเตรียมตั้งรับการจู่โจมนั้นหากแต่ในชั่วพริบตาต่อมานั้นเองที่ร่างของ เคียว ลุกขึ้นมากอดร่างของเธอเอาไว้และใช้แผ่นหลังหันเข้าหมายจะรับการโจมตีจากหญิงสาวแทน
[ หมับ... ]
“ทำอะไรน่ะ เคียว!?!”
“ผู้ชายต้องปกป้องผู้หญิงอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ?”
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทำแบบนี้นะ!!!”
[ เปรี้ยงงง!!! ]
[ …..!?! ]
ชั่วพริบตานั้นเองที่เงาร่างทั้ง 5 ของหญิงสาวพุ่งเข้าหาร่างของหนุ่มสาวทั้งสองที่กำลังกอดกันกลมด้วยความไวสูงก่อนที่ร่างของ เรนะ จะปรากฏขึ้นบนตัวพื้นอีกครั้งหนึ่งพลางสอดปลายดาบเข้าไปในฝักของตนอย่างเชื่องช้าในขณะที่ร่างของ อาริกะ และ เคียวยังคงยืนอยู่กับที่พลางออกอาการสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย...
“.....”
“... เอ๊ะ? /... เอ๋?”
ทว่า... แม้เวลาจะผ่านไปครู่หนึ่งแล้วร่างของทั้งคู่ก็ยังคงปลอดภัยดีและไม่มีวี่แววว่าจะเกิดบาดแผลใดๆขึ้นแม้แต่น้อยทำให้ เคียว และ อาริกะ ได้แต่มองสบตากันและกันด้วยความสงสัย
“แย่นะ... ครบเวลา 5 นาทีเสียก่อนซะนี่...”
“... เอ๋!?!”
“ไม่ต้องมาเอ๋หรอก... ดูนั่นสิ”
เรนะ เอ่ยเสียงเรียบพลางชี้ไปยังบนตัวพื้นซึ่งมีนาฬิกาทรายเรือนจิ๋วตั้งอยู่และทรายหยาดสุดท้ายเพิ่งจะร่วงหล่นลงไปยังกรวยเบื้องล่างซึ่งทั้งคู่ไม่ทันมองเลยว่าหญิงสาววางนาฬิกาทรายทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่!?!
“ยังไงพวกเธอก็รอดชีวิตมาได้ครบ 5 นาทีแล้วถือว่าชั้นยกโทษให้เธอก็แล้วกันนะ อาริกะ...”
“เดี๋ยวก่อนค่ะ!!! ถ้าคุณใช้พลังแห่งแสงและความมืดได้คุณก็อาจจะเป็นผู้กอบกู้หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ใช่เหรอคะ? แล้วทำไมคุณถึงปฏิเสธที่จะช่วยเหลือชาวเอลฟ์ละคะ!?!”
“.....”
เรนะ ตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะเอ่ยตอบคำถามของ อาริกะ ด้วยน้ำเสียงซึ่งแฝงเอาไว้ด้วยความเศร้าอย่างล้ำลึกว่า
“เพราะชั้น... คือบุตรสาวของราชินีมารคาเซ่อาเซ่กระมัง...”
“..... อะไรนะคะ!?!”
อาริกะ เบิกตาค้างด้วยความตื่นตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ร่างของ เรนะ จะหายไปจากเบื้องหน้าร่างของเธอด้วยความไวสูง
“คุณเรนะ... คุณเป็น...”
“ตัวของ อาริกะจัง นุ่มนิ่มจังเลย~♥”
“.....?”
เมื่อนั้นเองที่เด็กสาวเพิ่งจะได้สติและทราบว่า เคียว ยังคงทำเนียนกอดร่างของเธอเอาไว้พลางลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและเรือนผมของเธออย่างถือวิสาสะจนความเขินอายแล่นเข้าจู่โจมเธออย่างรวดเร็ว
[ กรี๊ด!!! ]
[ ผัวะๆๆๆ!!! ]
[ เอิ๊ว~♥ ]
กำปั้นนวลของเด็กสาวระดมรัวเข้าใส่หน้าท้องของ เคียว อบ่างรุนแรงจนเด็กหนุ่มต้องคลายอ้อมกอดของตนด้วยความเจ็บปวดในขณะที่ อาริกะ เรียกใช้ทักษะพิเศษของตนอย่างลืมตัว
“วายุประกายแสง!!!”
[ Holy Storm!!! ]
[ ตูมมมม!!! ]
[ อุฮว๊ากกกซ์~!!! ]
กระแสลมสีขาวและประกายแสงสว่างพัดวนรอบร่างของเด็กสาวอย่างรุนแรงจนส่งผลให้ร่างของ เคียว ปลิววนไปตามสายลมอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ร่างของเด็กหนุ่มจะบินลอยไปบนอากาศอย่างเชื่องช้า
“เย้~* ผมบินได้แว้ววว~!!!”
[ โครม!!! ]
[ แอ๊ฟฟฟ... ]
เด็กหนุ่มดีใจกับความรู้สึกของการบินอยู่ได้เพียงครู่ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะปะทะเข้ากับตัวต้นไม้ต้นหนึ่งท่ามกลางเสียงร้องโวยวายของ อาริกะ ที่ยืนอยู่บนตัวพื้นว่า
“เคียวคุง บ้าที่สุดเลย!!!”
“หงิงๆๆ...”
[ ฮึ!!! ]
[ ตึกๆๆๆ... ]
อาริกะ สะบัดหน้าหนีเด็กหนุ่มพลางทำแก้มป่องด้วยความเกี่ยงงอนทว่าภายในใจของเธอกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด...
( เคียวคุง บ้าที่สุด... อุตส่าห์ทำเท่ให้เราเห็นแท้ๆไม่น่าฉวยโอกาสแบบนี้เลย!!! )
เด็กสาวเดินกลับไปยังบ้านพักของ ไบรอัน พลางครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบโดยไม่ทันหันมามองดู เคียว ที่ยังคงเกาะตัวลำต้นเอาไว้จนแน่นพลางส่งเสียงร้องลงมายังพื้นเบื้องล่างอย่างแผ่วเบาว่า
“ช่วยด้วยก๊าบ~* ผมลงไปม่ายด้าย~!!!!!”
เคียว ส่งเสียงร้องอย่างน่าสังเวชอยู่บนต้นไม้อยู่ครู่ใหญ่ ทว่ากลับไม่มีใครผ่านมาช่วยเอาเขาลงไปจากบนยอดไม้เลยแม้แต่น้อย ทำให้เด็กหนุ่มต้องทนเกาะตัวลำต้นเป็นลิงต่อไปอย่างเลี่ยงเสียไม่ได้...
.....
[ กึกๆๆๆ... ]
[ ….. ]
ร่างสูงระหงก้าวเดินไปบนกิ่งก้านซึ่งส่องแสงสว่างเรืองรองอย่างแผ่วเบาพลางเอื้อมมือไปสัมผัสกับลำต้นอันใหญ่ยักษ์ของต้นไม้แห่งชีวิตอย่างทะนุถนอม
“..... แกสินะที่เป็นคนเรียกชั้นมาที่นี่?”
[ ฟิ้วววว... ]
สายลมพัดผ่านตัวต้นไม้อย่างแผ่วเบาราวกับการตอบรับคำถามของหญิงสาวในขณะที่เรือนผมสีทองพลิ้วไสวไปพร้อมกับเหล่าใบไม้ที่ปลิดปลิวไปตามสายลมก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยคำถามกับต้นไม้แห่งชีวิตอีกครั้งหนึ่ง
“ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดที่เรียกชั้นมาที่นี่... เป็นพลังของแกด้วยอย่างนั้นเหรอ? ไม่ใช่สินะ... เพราะถึงจะคล้ายคลึงกันมากแต่พลังที่ชั้นสัมผัสได้จากเธอมันต่างกับของ เรย์ อยู่พอสมควร”
... สาเหตุที่ เรนะ ตรงเข้ามาในป่าแห่งนี้ก็เพราะเธอสัมผัสได้ถึงพลังอันแปลกประหลาดซึ่งคล้ายคลึงกับพลังที่เธอสัมผัสได้จาก เรย์ มาสเตอร์ ชายหนุ่มที่เธอมีความรู้สึกดีๆให้นับตั้งแต่การพบหน้ากับครั้งแรก ทว่าความรู้สึกเหล่านั้นหาใช่ความรักเชิงชู้สาวอย่างที่หลายๆคนเข้าใจไม่... แต่มันเป็นความรู้สึกที่ล้ำลึกยิ่งไปกว่านั้น...
“เธอพอจะบอกชั้นได้มั้ย? ว่าความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ภายในใจของชั้นนี้มันคืออะไรกันแน่?”
[ วู้มมมม!!! ]
[ …..!?! ]
ต้นไม้แห่งชีวิตเรืองแสงสว่างเรืองรองขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุในขณะที่ เรนะ เบิกตาค้างให้กับเหตุการณืที่เกิดขึ้นก่อนที่แสงสว่างจะส่องแสงเจิดจ้าจนเธอไม่สามารถมองเห็นสิ่งอื่นใดได้อีก...
-----
# Reina Mind… ห้วงความคิดของ เรนะ
[ ….. ]
บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดท่ามกลางแสงสีทองซึ่งส่องสว่างท่ามกลางห้วงมิติอันว่างเปล่า
“.....”
ร่างกายเปลือยเปล่าภายใต้เรือนผมสีทองของ เรนะ กำลังลอยคว้ามอยู่ในห้วงมิติอันไร้ที่สิ้นสุดก่อนที่หญิงสาวจะตั้งสติและทรงตัวท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่อาจบอกได้ว่าทิศใดคือพื้นดินและทิศใดคือผืนฟ้า…
“ที่นี่มัน... ที่ไหนกัน?”
หญิงสาวรำพึงออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนที่ภาพบรรยากาศโดยรอบจะค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นไปเป็นภาพของภายในตัวปราสาทแห่งหนึ่งซึ่งบุรุษนายหนึ่งกำลังเดินกระวีกระวาดอยู่หน้าบานประตูไม้ขนาดใหญ่พร้อมกับเหล่าผู้คนในชุดขุนนางและอัศวินอีกจำนวนหนึ่ง
“ท่าน รอย... ท่านไม่ควรจะแสดงท่าทีตื่นเต้นเช่นนั้นนะขอรับ มันแลดูไม่งามสักเท่าไหร่...”
“แมกซิส!!! ข้ากำลังจะได้เป็นพ่อคนนะ!!! จะให้ข้านั่งจิบน้ำชาแล้วฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ได้ยังไงกันเล่า!!!”
ชายที่ชื่อ รอย เป็นชายหนุ่มรูปงามภายใต้เรือนผมสีทองซึ่งมีโครงหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับ เรย์ จนแยกกันแทบไม่ออกหากไม่นับนัยน์ตาสีครามเข้มซึ่งกำลังฉายแววร้อนรนคู่นั้น ในขณะที่อัศวินหนุ่มนามว่า แมกซิส กำลังตบบ่าชายหนุ่มที่กำลังแสดงท่าทีร้อนรนพลางปลอบเพื่อนรักของเขาให้ใจเย็นลงหลังจากการเดินวนไปมาจนครบ 300 รอบของเพื่อนหนุ่มตรงหน้า
“.....”
หญิงสาวก้าวผ่านร่างของบุรุษเหล่านั้นไปด้วยสีหน้าอันเรียบเฉยเนื่องจากบุรุษเหล่านี้จะมองไม่เห็นร่างของเธอและเธอเองก็ไม่อาจจับต้องสิ่งใดได้เช่นกันเนื่องจากร่างของเธอจะทะลุผ่านสิ่งกีดขวางต่างๆไป... ราวกับเธอไม่ได้มีตัวตนอยู่อย่างไรอย่างนั้น...
[ อุแว๊ๆๆ!!! ]
[ คลอดแล้วววว!!!!! ]
[ เฮฮฮฮ~!!! ]
เสียงแหลมเล็กของทารกเล็ดลอดออกมาจากบานประตูท่ามกลางเสียงกู่ร้องอย่างดีอกดีใจของเหล่าบุรุษที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูในขณะที่ เรนะ เองก็พลอยเผยรอยยิ้มบางๆออกมาเช่นกัน แม้ว่าเธอจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกลุ่มคนตรงหน้านี้เลยก็ตาม
[ แอ้ดดด... ]
หญิงชราภายใต้ชุดสาวใช้สีดำสนิทก้าวเดินออกมาจากหลังบานประตูด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนที่บุรุษผมทองที่ชื่อ รอย จะรีบปรี่เข้าไปถามหญิงชราตรงหน้าด้วยสีหน้าเบิกบานว่า
“หมอ!!! ข้าได้ลูกสาวหรือลูกชายน่ะ!?!”
“ท่านรอย... คือว่าเรื่องนั้น...”
“.....?”
บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความเบิกบานแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเมื่อทุกๆคนเห็นอาการผิดปกติของหมอหญิงที่รับหน้าที่ทำคลอดให้กับภรรยาของเจ้าเหนือหัวของปราสาทแห่งนี้ก่อนที่หญิงชราจะเอ่ยตอบชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทาว่า
“ท่าน... ได้ลูกแฝดเพคะ ท่านรอย... เด็กผู้หญิง 1 คนและชายอีก 1 คน...”
“.....”
“.....?”
เหล่าบุรุษทั้งหลายต่างตีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาในบัดดลเมื่อหญิงชราบอกแก่ รอย ว่าเขาได้ลูกแฝดในขณะที่ เรนะ กำลังครุ่นคิดอย่างเงียบเชียบว่าการได้ลูกแฝดมันไม่ใช่เรื่องดีหรืออย่างไร? เพราะเขาจะได้มีลูกน่ารักๆเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง ทว่าประโยคของชายหนุ่มนาม แมกซิส ได้เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาว่า
“ท่านรอย... ท่านคงเข้าใจถึงกฎของตระกูลท่านใช่ไหม...?”
“ข้ารู้...”
“... กฎของตระกูลท่าน... หากคราใดที่คนในตระกูลท่านเกิดคลอดลูกแฝดขึ้นมานั่นหมายถึง...”
“คนหนึ่งคือผู้สืบทอดนามแห่งแสงสว่าง... ในขณะที่อีกคนหนึ่งคือตัวแทนแห่งความมืด... สินะ...”
“.....!!!”
ชายหนุ่มที่ชื่อ รอย กัดฟันตอบคำถามของเพื่อนรักด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดในขณะที่บรรดาขุนนางโดยรอบค่อยๆเดินเข้ามาหานายเหนือหัวของตนพลางกล่าวประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงซึ่งแฝงเอาไว้ด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งท่ามกลางสีหน้าซึ่งเต็มไปด้วยความสับสนของ เรนะ ว่า
“ท่านรอย... ตามคำทำนายตั้งแต่โบราณกาลของตระกูลเรา บุตรที่เกิดก่อนคือตัวแทนแห่งแสงสว่าง ส่วนบุตรที่คลอดตามมาคือตัวแทนแห่งความมืด... หวังว่าท่านคงจะเข้าใจนะว่าท่านจะต้องทำเช่นไร...”
“ไม่ต้องตอกย้ำข้า... พวกเจารีบไสหัวไปซะ!!!”
“พะยะค่ะ...”
[ กึกๆๆๆ... ]
เหล่าขุนนางต่างเดินจากไปด้วยสีหน้าซึ่งแสดงออกถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้งเนื่องจากพวกเขาต่างรู้ดีว่านายเหนือหัวของพวกตนตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันที่จะได้เห็นบุตรรักของตนด้วยความรู้สึกเช่นไร...
“รอย...”
“ขอโทษนะ แมกซิส... แต่ข้าอยากอยู่ตามลำพังในตอนนี้...”
“.....”
[ กึกๆๆ... ]
แมกซิส ก้าวเดินไปตามระเบียงทางเดินอันมืดมิดตามเหล่าขุนนางกลับไปยังบริเวณห้องโถงในขณะที่ รอย เหม่อมองออกไปยังผืนฟ้ายามราตรีนอกตัวระเบียงด้วยสีหน้าซึ่งเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด
“สวรรค์... เหตุใดท่านจึงเล่นตลกกับข้าเช่นนี้...”
“.....”
น้ำเสียงอันเศร้าสร้อยนั้นขับให้หญิงสาวพลอยรู้สึกหดหู่ตามไปด้วยก่อนที่ รอย จะเดินเข้าไปภายในตัวห้องอย่างเชื่องช้าโดยมี เรนะ ก้าวเดินตามเข้าไปติดๆ...
[ กึกๆๆๆ... ]
[ ฟรี้. ๆ... ]
หญิงสาวผมสีบลอนด์นอนหอยใจอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมออยู่บนเตียงนอนหนานุ่มโดยมีลูกรักทั้งสองอยู่ในอ้อมแขนในขณะที่ รอย หันไปกล่าวกับหญิงชราซึ่งรับหน้าที่ทำคลอดด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือว่า
“ท่านหมอ... ออกไปได้แล้วละ”
“... เพคะ”
[ แกร๊ก... ปัง ]
หญิงชราก้าวเดินออกไปจากตัวห้องอย่างรวดเร็วก่อนที่ชายหนุ่มจะรีบรุดเข้าไปประชิดยังบริเวณของเตียงและจ้องมองทารกน้อยภายใต้ห่อผ้าสีฟ้าและชมพูซึ่งแสดงออกถึงเพศชายและหญิงนั่นเอง...
[ เช๊ง... ]
ตัวดาบถูกชักออกมาจากฝักข้างเอวของชายหนุ่มท่ามกลางแววตาที่เบิกกว้างของ เรนะ ที่พอจะเดาได้ว่าชายหนุ่มตั้งใจจะทำอะไรทำให้เธอรีบถลาเข้ามาหมายจะปกป้องเด็กสาวตัวน้อยเอาไว้
“พ่อขอโทษนะ...”
“อย่าาาาา!!!!!”
[ วาบบบ... ]
ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ตรงเข้าไปขวางคมดาบนั้นเองที่ลำแสงสีทองส่องสว่างเข้าปกคลุมร่างของเธออีกครั้งหนึ่งท่ามกลางหยาดน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาจากนัยน์ตาคมของเธอโดยไม่ทราบสาเหตุ...
-----
# Elven Village… หมู่บ้านลับแลแห่งเอลฟ์...
[ ตุบ... ]
[ แฮ่กๆๆ!!! ]
ร่างสูงระหงของ เรนะ ทรุดกายลงบนกิ่งก้านอันใหญ่โตของต้นไม้แห่งชีวิตพลางหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อนพร้อมกับหยาดน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาจากนัยน์ตาคู่คมของเธอในขณะที่หญิงสาวยังคบสับสนกับความรู้สึกที่พุ่งเข้ากรีดแทงจิตใจของเธออย่างไม่มีสาเหตุ...
“นี่มัน... อะไรกัน...”
[ กึง... ครืนนนน!!! ]
[ …..!!?!? ]
ทว่าทันใดนั้นเองที่ผืนดินโดยรอบหมู่บ้านเกิดสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรงในขณะที่ต้นเสียงนั้นดังมาจากทาง ประตูแห่งความบริสุทธิ์ ] ซึ่งบัดนี้กำลังส่งเสียงครวญครางอย่างหนักราวกับว่ามันกำลังถูกโจมตีจากอีกด้านหนึ่งของบานประตูอย่างต่อเนื่อง
“สัมผัสพลังแบบนี้มัน... เอราดอน กับ เซโรน่า!?!”
หญิงสาวซึ่งสามารถสัมผัสถึงพลังที่คุ้นเคยได้อุทานออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนที่มือของเธอจะเอื้อมไปกุมด้ามดาบบนหลังของตนอย่างรวดเร็วพลางหันไปมองต้นไม้แห่งชีวิตอีกครั้งหนึ่ง
“ท่าทางมีคนอยากจะมาโค่นแกซะแล้วสิ... แต่ไม่ต้องห่วงไป... ชั้นจะไม่ยอมให้แกถูกโค่นจนกว่าแกจะเผยความจริงทุกอย่างให้ชั้นรู้แน่นอน... ต้นไม้แห่งชีวิต!!!”
[ วู้มมม... ]
ตัวต้นส่องแสงตอบรับคำขานของหญิงสาวอย่างแผ่วเบาก่อนที่ร่างของ เรนะ จะพุ่งทะยานไปในอากาศเพื่อมุ่งหน้าไปยังบานประตูที่กำลังจะถูกทลายในไม่ช้าเพื่อปกป้อง “อะไรบางอย่าง” ที่อาจจะนำไปสู่คำตอบที่เธอออกตามหามาเป็นเวลานานแสนนาน... “ตัวตนของชั้น”...
Ep.48 Elven Village Battle [ Part I ]
Coming Soon …

เกี๊ยว!!!
/me Amen...
Flashback เยอะมว้าก!!
#1 By Auel Arnider (125.27.6.197) on 2011-10-03 17:16