Ep.47.2 หมู่บ้านลับแล...

posted on 03 Oct 2011 16:48 by mayz-maiz  in Episode

.....

 

 

[ ตึกๆๆๆ!!! ]

[ แฮ่กๆๆ... ]

 

     เสียงหอบหายใจดังออกมาจากริมฝีปากนวลเป็นระยะๆเมื่อเจ้าของเสียงนั้นต้องฝืนออกวิ่งทั้งๆที่ข้อเท้าของตนเพิ่งจะได้รับการรักษาจากอาการขาแพลงมาเสียหมาดๆ

 

[ โครม!!! ]

[ โอ๊ย... ]

 

     ร่างนวลของเด็กสาวสะดุดรากไม้จนล้มลงไปบนตัวพื้นในขณะที่เพื่อนหนุ่มของเธอรีบเข้าไปช่วยพยุงร่างของเธอขึ้นมาอย่างร้อนรน

 

“อาริกะจัง เป็นอะไรมั้ย?”

“ไม่เป็นไรหรอก เคียว... แต่ชั้นต้องรีบตามหา คุณเรนะ ให้เจอโดยเร็วก่อน...”

 

     เด็กหนุ่มพยุงร่างของเพื่อนสาวขึ้นมาจากพื้นอย่างนุ่มนวลในขณะที่เด็กสาวฉายแววตามุ่งมั่นออกมาอย่างชัดเจน

 

“... ตามหาชั้นไปเพื่ออะไรเหรอ?”

“.....!!!”

 

[ ฟุ่บ... ตึก ]

 

     เรือนผมสีทองพลิ้วไสวไปกับสายลมยามค่ำคืนโดยมีแสงเรืองรองจากต้นไม้แห่งชีวิตเป็นฉากหลัง ทว่าใบหน้าสวยคมที่เรียบเฉยนั้นกลับแสดงออกถึงบรรยากาศอันน่าอึดอัดต่างจากที่แล้วๆมาอย่างชัดเจน

 

“คุณเรนะคะ... หนูอยากจะขอโทษที่หนูสอดเรื่องส่วนตัวของคุณเมื่อครู่นี้นะคะ แต่หนูอยากบอกกับคุณว่าหนูไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณไม่สบายใจนะคะ!!!”

“ยังกับชั้นสน...”

 

[ ฟุ่บ… ]

[ ระวัง~!!! ]

[ ฉึกๆ... ]

 

     ดาวกระจายปักเข้าใส่ตัวพื้นเมื่อ เคียว ผลักร่างของ อาริกะ หลบการจู่โจมนั้นได้อย่างทันท่วงทีท่ามกลางสีหน้าประหลาดใจของ เรนะ ซึ่งมองตามการเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มไปอย่างไม่วางตา

 

“ได้โปรดอย่าทำแบบนี้เลยครับ... เอะอะก็ปาของแบบนั้นใส่คนไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะครับ”

“เหรอ...?”

 

[ ควับ!!! ]

[ วูบ... ]

 

     คมดาบตวัดผ่านศีรษะของ เคียว ไปอย่างฉิวเฉียดเมื่อเด็กหนุ่มเอี้ยวตัวหลบการจู่โจมนั้นได้อย่างทันท่วงที สร้างความประหลาดใจให้กับ เรนะ มากยิ่งขึ้นไปอีก

 

( ทั้งที่ดูแล้วน่าจะเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มแท้ๆ... )

 

[ แฮ่กๆๆๆ!!! ]

 

“เล่นอะไรกันครับ!!! ผมเกือบตายแล้วรู้บ้างมั้ย!?!”

“... แต่ก็ยังไม่ตายไม่ใช่รึไง?”

“แต่ก็เกือบตายนั่นแหละครับ!!!”

“เคียวคุง...”

 

     เด็กหนุ่มซึ่งอุ้มร่างของ อาริกะ เอาไว้ในอ้อมแขนตะโกนด่าทอหญิงสาวอย่างเดือดดาลจน เรนะ เกิดความรู้สึกอยากจะเล่นสนุกกับเหล่าเด็กน้อยตรงหน้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...

 

“เธอชื่อ อาริกะ สินะแม่หนูน้อย... ชั้นว่าชั้นน่าจะยกโทษให้เธอได้นะ”

“จริงๆเหรอคะ?”

 

     สีหน้าของเด็กสาวดีขึ้นทันทีที่เธอได้ยินว่า เรนะ จะยกโทษให้กับตนทว่า...

 

“มีข้อแม้แค่ว่า... พวกเธอต้องรอดจากคมดาบของชั้นให้ได้สัก 5 นาทีน่ะนะ!!!”

 

[ ควับ... ]

 

“เอ๊ะ!?!”

“อาริกะจัง!!! หมอบลง!!!”

“กรี๊ดดดด!!!”

 

[ Chaos Blade!!! ]

[ เคร๊ง!!! ]

 

     ชั่วพริบตานั้นเองที่คมดาบในมือของ เรนะ หวดเข้าใส่ร่างของเด็กสาวอย่างรวดเร็วในขณะที่ เคียว เรียกใช้ทักษะพิเศษของตนเองพลางกระโจนเข้าไปรับการจู่โจมนั้นแทน อาริกะ ได้อย่างทันท่วงที

 

“นั่นมัน...”

 

[ ชู่ววว... ]

 

     อาวุธสีเงินคมกริบปรากฏขึ้นภายในมือของเด็กหนุ่มอย่างเชื่องช้า ทว่าสิ่งที่สร้างความแปลกใจให้กับ เรนะ เป็นเพราะอาวุธที่ปรากฏอยู่ในมือของเด็กหนุ่มนั้นคืออาวุธเล่มเดียวกับที่อยู่ในมือของเธออย่างไม่ผิดเพี้ยน!!!

 

[ เคร๊ง!!! ]

[ อั่ก... / กรี้ดดด!!! ]

[ ครืดดด... ]

 

     ร่างของ เคียว และ อาริกะ กระเด็นออกไปตามแรงปะทะจาดคมดาบของ เรนะ ก่อนที่หญิงสาวจะเผยรอยยิ้มเย็นออกมาด้วยความรู้สึกสนุกสนาน

 

( ขอดูหน่อยซิว่านายมีดีอะไรซ่อนอยู่อีกเจ้าหนู!!! )

 

[ วูบ... เคร๊งๆๆๆ!!! ]

[ อุ่กกก... ]

 

     เด็กหนุ่มยกคมดาบภายในมือขึ้นรับการจู่โจมอย่างหนักหน่วงและต่อเนื่องของ เรนะ จนแขนทั้งสองข้างเริ่มออกอาการชาจากแรงปะทะก่อนที่น้ำเสียงใสของ อาริกะ จะกู่ร้องขึ้นมาจากด้านลังของเด็กหนุ่มด้วยชื่อของทักษะพิเศษว่า

 

[ Lightning Slash!!! ]

[ …..!!! ]

[ เคร๊งง!!! ]

 

     คมดาบความเร็วเสียงซึ่งเสริมพลังด้วยพลังสายฟ้าฟาดเข้าใส่ เรนะ โดยไม่ให้ตั้งตัวทำให้หญิงสาวต้องชะงักการจู่โจมของตนเพื่อหันมาตั้งรับการโจมตีของ อาริกะ เสียก่อนทว่า...

 

[ Chaos Code… Lightning Slash!!! ]

[ …..!!?!? ]

[ เคร๊งง!!! ]

 

     กระบวนท่าเดียวกันอย่างไม่ผิดเพี้ยนถูกใช้โดยเด็กหนุ่มอีกนายหนึ่งอย่างต่อเนื่องจน เรนะ ต้องก้าวถอยหลังและตั้งรับการจู่โจมจากเด็กทั้งสองเป็นพัลวัน...

 

[ ควับ... วูบบบ ]

[ ตึก!!! ]

 

     หญิงสาวกระโดดถอยหลังไปเพื่อเว้นระยะหากแต่เด็กสาวกลับไม่ปล่อยให้โอกาสตรงหน้าหลุดลอยไปและกระโดดขึ้นไปในอากาศจู่โจมซ้ำอย่างต่อเนื่องในทันที

 

“หนูไม่อยากจะทำแบบนี้เลย... ขอโทษด้วยนะคะ คุณเรนะ!!! เพลงดาบอัสนีไขว้!!!”

 

[ Lightning Cross!!! ]

[ เฟี้ยววว!!! ]

 

     คลื่นพลังสีเหลืองทองซึ่งห่อหุ้มไปด้วยพลังไฟฟ้าถูกซัดลงมาจากกลางอากาศทว่าใบหน้าของหญิงสาวกลับประดับไปด้วยรอยยิ้มที่เบิกกว้างยิ่งขึ้นไปอีก

 

[ Rising Blow!!! ]

[ ตูมมม!!! ]

 

     คลื่นวายุสีดำระเบิดออกมารอบกายของ เรนะ อย่างรุนแรงจนส่งผลให้คลื่นพลังของ อาริกะ ถูกหักล้างไปเสียจนสิ้นหากแต่ในชั่วพริบตานั้นเองที่สายตาของเธอหันไปเห็นเด็กหนุ่มที่กำลังตั้งท่าแบบเดียวกับที่เธอเคยใช้เพื่อสังหารโทรลเมื่อกลางวันที่ผ่านมา...

 

“รับท่าไม้ตายของคุณกลับไปซะ!!! Chaos Code…  เพลงดาบคมเขี้ยวทมิฬ!!!”

 

[ Venom Fang!!! ]

[ อะไรนะ!?! ]

[ พรึ่บบบ... ]

 

     ร่างของเด็กหนุ่มแตกออกเป็นเงาร่างรางๆจำนวน 5 ร่างอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เงาร่างทั้งหมดจะตรงเข้าล้อมรอบร่างของหญิงสาวที่กำลังเบิกตาค้างและยิ้มเยียบเย็นก่อนที่เด็กหนุ่มจะเงื้อดาบภายในมือขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

[ เปรี้ยงงง!!! ]

[ … อุ๊บ!?! ]

 

     ชั่วพริบตานั้นเองที่เงาร่างทั้ง 5 พุ่งเข้าหาหญิงสาวด้วยความไวสูงก่อนที่ร่างของ เคียว จะปรากฏขึ้นบนตัวพื้นอีกครั้งหนึ่งพลางทรุดกายลงกับพื้นอย่างเชื่องช้าในขณะที่หญิงสาวยังคงยืนอยู่กับที่พลางสั่นเทาร่างกายเล็กน้อย...

 

“รับคมเขี้ยวแห่งความมืดของคุณ... คืนไปซะ!!!”

 

[ เปรี๊ยะๆ... เพล๊ง!!! ]

[ ฉัวะๆๆๆ!!! ]

 

     คมดาบภายในมือของ เคียว แตกสลายกลายเป็นเพียงอณูอากาศอันว่างเปล่าก่อนที่ร่างของ เรนะ จะเกิดเสียงฟาดฟันขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางรอยยิ้มบางๆของเด็กหนุ่มที่มั่นใจว่าตนเองคงชนะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่า...

 

“เสียใจด้วยนะ... ร่างกายของเธอยังไม่พร้อมสำหรับการใช้วิชานี้หรอกนะ...”

“.....!!!”

 

     เรนะ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มด้วยร่างกายที่ชุดกิโมโนท่อนบนถูกฟาดฟันจนไม่เหลือชิ้นดีแต่โชคยังดีที่ผ้าพันอกของหญิงสาวยังคงปลอดภัยดีก่อนที่คมดาบภายในมือของเธอจะถูกยกชูขึ้นเหนือศัรษะอย่างเชื่องช้า

 

“และนี่... คือเพลงดาบคมเขี้ยวทมิฬที่แท้จริง!!!”

“อย่านะคะ!!!”

 

[ Venom Fang!!! ]

[ ควับ!!! ]

[ พรึ่บบบ... ]

 

     อาริกะ ตัดสินใจกระโจนเข้าไปยืนขวางร่างของ เคียว ที่ยังคงทรุดกายอยู่บนตัวพื้นและยกดาบภายในมือขึ้นเพื่อเตรียมตั้งรับการจู่โจมนั้นหากแต่ในชั่วพริบตาต่อมานั้นเองที่ร่างของ เคียว ลุกขึ้นมากอดร่างของเธอเอาไว้และใช้แผ่นหลังหันเข้าหมายจะรับการโจมตีจากหญิงสาวแทน

 

[ หมับ...  ]

 

“ทำอะไรน่ะ เคียว!?!”

“ผู้ชายต้องปกป้องผู้หญิงอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ?”

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทำแบบนี้นะ!!!”

 

[ เปรี้ยงงง!!! ]

[ …..!?! ]

 

     ชั่วพริบตานั้นเองที่เงาร่างทั้ง 5 ของหญิงสาวพุ่งเข้าหาร่างของหนุ่มสาวทั้งสองที่กำลังกอดกันกลมด้วยความไวสูงก่อนที่ร่างของ เรนะ จะปรากฏขึ้นบนตัวพื้นอีกครั้งหนึ่งพลางสอดปลายดาบเข้าไปในฝักของตนอย่างเชื่องช้าในขณะที่ร่างของ อาริกะ และ เคียวยังคงยืนอยู่กับที่พลางออกอาการสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย...

 

“.....”

“... เอ๊ะ? /... เอ๋?”

 

     ทว่า... แม้เวลาจะผ่านไปครู่หนึ่งแล้วร่างของทั้งคู่ก็ยังคงปลอดภัยดีและไม่มีวี่แววว่าจะเกิดบาดแผลใดๆขึ้นแม้แต่น้อยทำให้ เคียว และ อาริกะ ได้แต่มองสบตากันและกันด้วยความสงสัย

 

“แย่นะ... ครบเวลา 5 นาทีเสียก่อนซะนี่...”

“... เอ๋!?!”

“ไม่ต้องมาเอ๋หรอก... ดูนั่นสิ”

 

     เรนะ เอ่ยเสียงเรียบพลางชี้ไปยังบนตัวพื้นซึ่งมีนาฬิกาทรายเรือนจิ๋วตั้งอยู่และทรายหยาดสุดท้ายเพิ่งจะร่วงหล่นลงไปยังกรวยเบื้องล่างซึ่งทั้งคู่ไม่ทันมองเลยว่าหญิงสาววางนาฬิกาทรายทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่!?!

 

“ยังไงพวกเธอก็รอดชีวิตมาได้ครบ 5 นาทีแล้วถือว่าชั้นยกโทษให้เธอก็แล้วกันนะ อาริกะ...”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ!!! ถ้าคุณใช้พลังแห่งแสงและความมืดได้คุณก็อาจจะเป็นผู้กอบกู้หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ใช่เหรอคะ? แล้วทำไมคุณถึงปฏิเสธที่จะช่วยเหลือชาวเอลฟ์ละคะ!?!”

“.....”

 

     เรนะ ตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะเอ่ยตอบคำถามของ อาริกะ ด้วยน้ำเสียงซึ่งแฝงเอาไว้ด้วยความเศร้าอย่างล้ำลึกว่า

 

“เพราะชั้น... คือบุตรสาวของราชินีมารคาเซ่อาเซ่กระมัง...”

“..... อะไรนะคะ!?!”

 

     อาริกะ เบิกตาค้างด้วยความตื่นตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ร่างของ เรนะ จะหายไปจากเบื้องหน้าร่างของเธอด้วยความไวสูง

 

“คุณเรนะ... คุณเป็น...”

“ตัวของ อาริกะจัง นุ่มนิ่มจังเลย~♥”

“.....?”

 

     เมื่อนั้นเองที่เด็กสาวเพิ่งจะได้สติและทราบว่า เคียว ยังคงทำเนียนกอดร่างของเธอเอาไว้พลางลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและเรือนผมของเธออย่างถือวิสาสะจนความเขินอายแล่นเข้าจู่โจมเธออย่างรวดเร็ว

 

[ กรี๊ด!!! ]

[ ผัวะๆๆๆ!!! ]

[ เอิ๊ว~♥ ]

 

     กำปั้นนวลของเด็กสาวระดมรัวเข้าใส่หน้าท้องของ เคียว อบ่างรุนแรงจนเด็กหนุ่มต้องคลายอ้อมกอดของตนด้วยความเจ็บปวดในขณะที่ อาริกะ เรียกใช้ทักษะพิเศษของตนอย่างลืมตัว

 

“วายุประกายแสง!!!”

 

[ Holy Storm!!! ]

[ ตูมมมม!!! ]

[ อุฮว๊ากกกซ์~!!! ]

 

     กระแสลมสีขาวและประกายแสงสว่างพัดวนรอบร่างของเด็กสาวอย่างรุนแรงจนส่งผลให้ร่างของ เคียว ปลิววนไปตามสายลมอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ร่างของเด็กหนุ่มจะบินลอยไปบนอากาศอย่างเชื่องช้า

 

“เย้~* ผมบินได้แว้ววว~!!!”

 

[ โครม!!! ]

[ แอฟฟฟ... ]

 

     เด็กหนุ่มดีใจกับความรู้สึกของการบินอยู่ได้เพียงครู่ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะปะทะเข้ากับตัวต้นไม้ต้นหนึ่งท่ามกลางเสียงร้องโวยวายของ อาริกะ ที่ยืนอยู่บนตัวพื้นว่า

 

“เคียวคุง บ้าที่สุดเลย!!!”

“หงิงๆๆ...”

 

[ ฮึ!!! ]

[ ตึกๆๆๆ... ]

 

     อาริกะ สะบัดหน้าหนีเด็กหนุ่มพลางทำแก้มป่องด้วยความเกี่ยงงอนทว่าภายในใจของเธอกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด...

 

( เคียวคุง บ้าที่สุด... อุตส่าห์ทำเท่ให้เราเห็นแท้ๆไม่น่าฉวยโอกาสแบบนี้เลย!!! )

 

     เด็กสาวเดินกลับไปยังบ้านพักของ ไบรอัน พลางครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบโดยไม่ทันหันมามองดู เคียว ที่ยังคงเกาะตัวลำต้นเอาไว้จนแน่นพลางส่งเสียงร้องลงมายังพื้นเบื้องล่างอย่างแผ่วเบาว่า

 

“ช่วยด้วยก๊าบ~* ผมลงไปม่ายด้าย~!!!!!”

 

     เคียว ส่งเสียงร้องอย่างน่าสังเวชอยู่บนต้นไม้อยู่ครู่ใหญ่ ทว่ากลับไม่มีใครผ่านมาช่วยเอาเขาลงไปจากบนยอดไม้เลยแม้แต่น้อย ทำให้เด็กหนุ่มต้องทนเกาะตัวลำต้นเป็นลิงต่อไปอย่างเลี่ยงเสียไม่ได้...

 

.....

 

 

[ กึกๆๆๆ... ]

[ ….. ]

 

     ร่างสูงระหงก้าวเดินไปบนกิ่งก้านซึ่งส่องแสงสว่างเรืองรองอย่างแผ่วเบาพลางเอื้อมมือไปสัมผัสกับลำต้นอันใหญ่ยักษ์ของต้นไม้แห่งชีวิตอย่างทะนุถนอม

 

“..... แกสินะที่เป็นคนเรียกชั้นมาที่นี่?”

 

[ ฟิ้วววว... ]

 

     สายลมพัดผ่านตัวต้นไม้อย่างแผ่วเบาราวกับการตอบรับคำถามของหญิงสาวในขณะที่เรือนผมสีทองพลิ้วไสวไปพร้อมกับเหล่าใบไม้ที่ปลิดปลิวไปตามสายลมก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยคำถามกับต้นไม้แห่งชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

 

“ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดที่เรียกชั้นมาที่นี่... เป็นพลังของแกด้วยอย่างนั้นเหรอ? ไม่ใช่สินะ... เพราะถึงจะคล้ายคลึงกันมากแต่พลังที่ชั้นสัมผัสได้จากเธอมันต่างกับของ เรย์ อยู่พอสมควร”

 

     ... สาเหตุที่ เรนะ ตรงเข้ามาในป่าแห่งนี้ก็เพราะเธอสัมผัสได้ถึงพลังอันแปลกประหลาดซึ่งคล้ายคลึงกับพลังที่เธอสัมผัสได้จาก เรย์ มาสเตอร์ ชายหนุ่มที่เธอมีความรู้สึกดีๆให้นับตั้งแต่การพบหน้ากับครั้งแรก ทว่าความรู้สึกเหล่านั้นหาใช่ความรักเชิงชู้สาวอย่างที่หลายๆคนเข้าใจไม่... แต่มันเป็นความรู้สึกที่ล้ำลึกยิ่งไปกว่านั้น...

 

“เธอพอจะบอกชั้นได้มั้ย? ว่าความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ภายในใจของชั้นนี้มันคืออะไรกันแน่?”

 

[ วู้มมมม!!! ]

[ …..!?! ]

 

     ต้นไม้แห่งชีวิตเรืองแสงสว่างเรืองรองขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุในขณะที่ เรนะ เบิกตาค้างให้กับเหตุการณืที่เกิดขึ้นก่อนที่แสงสว่างจะส่องแสงเจิดจ้าจนเธอไม่สามารถมองเห็นสิ่งอื่นใดได้อีก...

 

 

-----

 

 

# Reina Mind… ห้วงความคิดของ เรนะ

 

 

[ ….. ]

 

     บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดท่ามกลางแสงสีทองซึ่งส่องสว่างท่ามกลางห้วงมิติอันว่างเปล่า

 

“.....”

 

     ร่างกายเปลือยเปล่าภายใต้เรือนผมสีทองของ เรนะ กำลังลอยคว้ามอยู่ในห้วงมิติอันไร้ที่สิ้นสุดก่อนที่หญิงสาวจะตั้งสติและทรงตัวท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่อาจบอกได้ว่าทิศใดคือพื้นดินและทิศใดคือผืนฟ้า…

 

“ที่นี่มัน... ที่ไหนกัน?”

 

     หญิงสาวรำพึงออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนที่ภาพบรรยากาศโดยรอบจะค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นไปเป็นภาพของภายในตัวปราสาทแห่งหนึ่งซึ่งบุรุษนายหนึ่งกำลังเดินกระวีกระวาดอยู่หน้าบานประตูไม้ขนาดใหญ่พร้อมกับเหล่าผู้คนในชุดขุนนางและอัศวินอีกจำนวนหนึ่ง

 

“ท่าน รอย... ท่านไม่ควรจะแสดงท่าทีตื่นเต้นเช่นนั้นนะขอรับ มันแลดูไม่งามสักเท่าไหร่...”

“แมกซิส!!! ข้ากำลังจะได้เป็นพ่อคนนะ!!! จะให้ข้านั่งจิบน้ำชาแล้วฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ได้ยังไงกันเล่า!!!”

 

     ชายที่ชื่อ รอย เป็นชายหนุ่มรูปงามภายใต้เรือนผมสีทองซึ่งมีโครงหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับ เรย์ จนแยกกันแทบไม่ออกหากไม่นับนัยน์ตาสีครามเข้มซึ่งกำลังฉายแววร้อนรนคู่นั้น ในขณะที่อัศวินหนุ่มนามว่า แมกซิส กำลังตบบ่าชายหนุ่มที่กำลังแสดงท่าทีร้อนรนพลางปลอบเพื่อนรักของเขาให้ใจเย็นลงหลังจากการเดินวนไปมาจนครบ 300 รอบของเพื่อนหนุ่มตรงหน้า

 

“.....”

 

     หญิงสาวก้าวผ่านร่างของบุรุษเหล่านั้นไปด้วยสีหน้าอันเรียบเฉยเนื่องจากบุรุษเหล่านี้จะมองไม่เห็นร่างของเธอและเธอเองก็ไม่อาจจับต้องสิ่งใดได้เช่นกันเนื่องจากร่างของเธอจะทะลุผ่านสิ่งกีดขวางต่างๆไป... ราวกับเธอไม่ได้มีตัวตนอยู่อย่างไรอย่างนั้น...

 

[ อุแว๊ๆๆ!!! ]

[ คลอดแล้วววว!!!!! ]

[ เฮฮฮฮ~!!! ]

 

     เสียงแหลมเล็กของทารกเล็ดลอดออกมาจากบานประตูท่ามกลางเสียงกู่ร้องอย่างดีอกดีใจของเหล่าบุรุษที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูในขณะที่ เรนะ เองก็พลอยเผยรอยยิ้มบางๆออกมาเช่นกัน แม้ว่าเธอจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกลุ่มคนตรงหน้านี้เลยก็ตาม

 

[ แอ้ดดด... ]

 

     หญิงชราภายใต้ชุดสาวใช้สีดำสนิทก้าวเดินออกมาจากหลังบานประตูด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนที่บุรุษผมทองที่ชื่อ รอย จะรีบปรี่เข้าไปถามหญิงชราตรงหน้าด้วยสีหน้าเบิกบานว่า

 

“หมอ!!! ข้าได้ลูกสาวหรือลูกชายน่ะ!?!”

“ท่านรอย... คือว่าเรื่องนั้น...”

“.....?”

 

     บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความเบิกบานแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเมื่อทุกๆคนเห็นอาการผิดปกติของหมอหญิงที่รับหน้าที่ทำคลอดให้กับภรรยาของเจ้าเหนือหัวของปราสาทแห่งนี้ก่อนที่หญิงชราจะเอ่ยตอบชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทาว่า

 

“ท่าน... ได้ลูกแฝดเพคะ ท่านรอย... เด็กผู้หญิง 1 คนและชายอีก 1 คน...”

“.....”

“.....?”

 

     เหล่าบุรุษทั้งหลายต่างตีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาในบัดดลเมื่อหญิงชราบอกแก่ รอย ว่าเขาได้ลูกแฝดในขณะที่ เรนะ กำลังครุ่นคิดอย่างเงียบเชียบว่าการได้ลูกแฝดมันไม่ใช่เรื่องดีหรืออย่างไร? เพราะเขาจะได้มีลูกน่ารักๆเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง ทว่าประโยคของชายหนุ่มนาม แมกซิส ได้เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาว่า

 

“ท่านรอย... ท่านคงเข้าใจถึงกฎของตระกูลท่านใช่ไหม...?”

“ข้ารู้...”

“... กฎของตระกูลท่าน... หากคราใดที่คนในตระกูลท่านเกิดคลอดลูกแฝดขึ้นมานั่นหมายถึง...”

“คนหนึ่งคือผู้สืบทอดนามแห่งแสงสว่าง... ในขณะที่อีกคนหนึ่งคือตัวแทนแห่งความมืด... สินะ...”

“.....!!!”

 

     ชายหนุ่มที่ชื่อ รอย กัดฟันตอบคำถามของเพื่อนรักด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดในขณะที่บรรดาขุนนางโดยรอบค่อยๆเดินเข้ามาหานายเหนือหัวของตนพลางกล่าวประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงซึ่งแฝงเอาไว้ด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งท่ามกลางสีหน้าซึ่งเต็มไปด้วยความสับสนของ เรนะ ว่า

 

“ท่านรอย... ตามคำทำนายตั้งแต่โบราณกาลของตระกูลเรา บุตรที่เกิดก่อนคือตัวแทนแห่งแสงสว่าง ส่วนบุตรที่คลอดตามมาคือตัวแทนแห่งความมืด... หวังว่าท่านคงจะเข้าใจนะว่าท่านจะต้องทำเช่นไร...”

“ไม่ต้องตอกย้ำข้า... พวกเจารีบไสหัวไปซะ!!!”

“พะยะค่ะ...”

 

[ กึกๆๆๆ... ]

 

     เหล่าขุนนางต่างเดินจากไปด้วยสีหน้าซึ่งแสดงออกถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้งเนื่องจากพวกเขาต่างรู้ดีว่านายเหนือหัวของพวกตนตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันที่จะได้เห็นบุตรรักของตนด้วยความรู้สึกเช่นไร...

 

“รอย...”

“ขอโทษนะ แมกซิส... แต่ข้าอยากอยู่ตามลำพังในตอนนี้...”

“.....”

 

[ กึกๆๆ... ]

 

     แมกซิส ก้าวเดินไปตามระเบียงทางเดินอันมืดมิดตามเหล่าขุนนางกลับไปยังบริเวณห้องโถงในขณะที่ รอย เหม่อมองออกไปยังผืนฟ้ายามราตรีนอกตัวระเบียงด้วยสีหน้าซึ่งเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด

 

“สวรรค์... เหตุใดท่านจึงเล่นตลกกับข้าเช่นนี้...”

“.....”

 

     น้ำเสียงอันเศร้าสร้อยนั้นขับให้หญิงสาวพลอยรู้สึกหดหู่ตามไปด้วยก่อนที่ รอย จะเดินเข้าไปภายในตัวห้องอย่างเชื่องช้าโดยมี เรนะ ก้าวเดินตามเข้าไปติดๆ...

 

[ กึกๆๆๆ... ]

[ ฟรี้. ๆ... ]

 

     หญิงสาวผมสีบลอนด์นอนหอยใจอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมออยู่บนเตียงนอนหนานุ่มโดยมีลูกรักทั้งสองอยู่ในอ้อมแขนในขณะที่ รอย หันไปกล่าวกับหญิงชราซึ่งรับหน้าที่ทำคลอดด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือว่า

 

“ท่านหมอ... ออกไปได้แล้วละ”

“... เพคะ”

 

[ แกร๊ก... ปัง ]

 

     หญิงชราก้าวเดินออกไปจากตัวห้องอย่างรวดเร็วก่อนที่ชายหนุ่มจะรีบรุดเข้าไปประชิดยังบริเวณของเตียงและจ้องมองทารกน้อยภายใต้ห่อผ้าสีฟ้าและชมพูซึ่งแสดงออกถึงเพศชายและหญิงนั่นเอง...

 

[ เช๊ง... ]

 

     ตัวดาบถูกชักออกมาจากฝักข้างเอวของชายหนุ่มท่ามกลางแววตาที่เบิกกว้างของ เรนะ ที่พอจะเดาได้ว่าชายหนุ่มตั้งใจจะทำอะไรทำให้เธอรีบถลาเข้ามาหมายจะปกป้องเด็กสาวตัวน้อยเอาไว้

 

“พ่อขอโทษนะ...”

“อย่าาาาา!!!!!”

 

[ วาบบบ... ]

 

     ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ตรงเข้าไปขวางคมดาบนั้นเองที่ลำแสงสีทองส่องสว่างเข้าปกคลุมร่างของเธออีกครั้งหนึ่งท่ามกลางหยาดน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาจากนัยน์ตาคมของเธอโดยไม่ทราบสาเหตุ...

 

-----

 

 

# Elven Village… หมู่บ้านลับแลแห่งเอลฟ์...

 

[ ตุบ... ]

[ แฮ่กๆๆ!!! ]

 

     ร่างสูงระหงของ เรนะ ทรุดกายลงบนกิ่งก้านอันใหญ่โตของต้นไม้แห่งชีวิตพลางหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อนพร้อมกับหยาดน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาจากนัยน์ตาคู่คมของเธอในขณะที่หญิงสาวยังคบสับสนกับความรู้สึกที่พุ่งเข้ากรีดแทงจิตใจของเธออย่างไม่มีสาเหตุ...

 

“นี่มัน... อะไรกัน...”

 

[ กึง... ครืนนนน!!! ]

[ …..!!?!? ]

 

     ทว่าทันใดนั้นเองที่ผืนดินโดยรอบหมู่บ้านเกิดสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรงในขณะที่ต้นเสียงนั้นดังมาจากทาง ประตูแห่งความบริสุทธิ์ ] ซึ่งบัดนี้กำลังส่งเสียงครวญครางอย่างหนักราวกับว่ามันกำลังถูกโจมตีจากอีกด้านหนึ่งของบานประตูอย่างต่อเนื่อง

 

“สัมผัสพลังแบบนี้มัน... เอราดอน กับ เซโรน่า!?!”

 

     หญิงสาวซึ่งสามารถสัมผัสถึงพลังที่คุ้นเคยได้อุทานออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนที่มือของเธอจะเอื้อมไปกุมด้ามดาบบนหลังของตนอย่างรวดเร็วพลางหันไปมองต้นไม้แห่งชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

 

“ท่าทางมีคนอยากจะมาโค่นแกซะแล้วสิ... แต่ไม่ต้องห่วงไป... ชั้นจะไม่ยอมให้แกถูกโค่นจนกว่าแกจะเผยความจริงทุกอย่างให้ชั้นรู้แน่นอน... ต้นไม้แห่งชีวิต!!!”

 

[ วู้มมม... ]

 

     ตัวต้นส่องแสงตอบรับคำขานของหญิงสาวอย่างแผ่วเบาก่อนที่ร่างของ เรนะ จะพุ่งทะยานไปในอากาศเพื่อมุ่งหน้าไปยังบานประตูที่กำลังจะถูกทลายในไม่ช้าเพื่อปกป้อง “อะไรบางอย่าง” ที่อาจจะนำไปสู่คำตอบที่เธอออกตามหามาเป็นเวลานานแสนนาน... “ตัวตนของชั้น”...

 

 

Ep.48 Elven Village Battle [ Part I ]

 

Coming Soon …

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เรามาร่วมยืนไว้อาลัยให้

เกี๊ยว!!!

/me Amen...

Flashback เยอะมว้าก!!

#1 By Auel Arnider (125.27.6.197) on 2011-10-03 17:16

embarrassed double wink Hot!

#2 By บุรุษนิรนาม on 2011-10-03 17:18

ลูกสาวแม่เมพมาก!!
ต้านเรนะได้ตั้ง5นาทีแหนะ!!!
me/ บิน

#3 By ~Masochism~ (58.11.127.34) on 2011-10-03 17:34

หนุก =w=

#4 By PsychoStatic (115.87.177.92) on 2011-10-03 20:18

ชะตาชีวิตของเรนะ จะเป็นอย่างไร ต้องติดตาม confused smile

#5 By JR.MILOWER (192.168.1.107, 124.122.117.227) on 2011-10-04 08:08

=w= บู้บี้ >w<

#6 By Taros (223.205.20.223) on 2011-10-05 18:26

ไล่อ่านทีละตอนละคับ....ย๊ากสสส

#7 By FB_fenghuang (unknown, 202.28.66.23) on 2011-10-05 22:21

โหดร้ายsad smile

#8 By butler ~~** (171.98.96.24) on 2011-10-06 08:32