Ep.48 Elven Village Battle [ Part I ]

posted on 09 Oct 2011 15:20 by mayz-maiz  in Episode

Ep.48 Elven Village Battle [ Part I ]

 

# Elven Village… หมู่บ้านลับแลแห่งเอลฟ์...

 

[ ครืนนนน... ]

[ กึง... กึงงง!!! ]

 

     แรงสั่นสะเทือนรุนแรงมากขึ้นทุกทีๆในขณะที่เสียงปะทะจากอีกฝั่งหนึ่งของ [ ประตูแห่งความบริสุทธิ์ ] เริ่มดังถี่และรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆจน ไบรอัน และเหล่านักรบชาวเอลฟ์ต้องรีบไปรวมตัวกันหน้าบานประตูเพื่อดูสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

 

[ ตึกๆๆๆๆ!!! ]

[ แฮ่กๆๆ... ]

 

     ในขณะที่เหล่าเอลฟ์กำลังเตรียมอาวุธภายในมือเพื่อเตรียมพร้อมรับมือผู้บุกรุกจากภายนอกอยู่นั้นเองที่กลุ่มของ อาริกะ รีบรุดมายังบริเวณดังกล่าวอย่างร้อนรนพลางหอบหายใจอย่างเป็นจังหวะอยู่ครู่หนึ่ง

 

“แฮ่กๆๆ... คุณไบรอันคะ!!!”

“เจ้า... อาริกะ กับพรรคพวก... มาทำอะไรที่นี่น่ะ!?!”

“ถามแปลกนะนายเนี่ย... พวกเราก็จะมาช่วยนายสู้กับผู้บุกรุกตามคำทำนายน่ะสิ!!!”

“ส่วนผมมายืนชมเหตุการณ์เฉยๆงับ...”

 

[ เพียะ!!! ]

[ แง้ว~!!! ]

 

     อสูรสาวหวดฝ่ามือเข้าใส่พวงแก้มของเด็กหนุ่มท่ามกลางอาการตื่นตะลึงของเหล่าเอลฟ์ก่อนที่ อาริกะ จะรีบสอบถามสถานการณ์กับ ไบรอัน อย่างรวดเร็ว

 

“ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้างคะ?”

“เจ้าพวกนั้นกำลังฝืนใช้กำลังเพื่อพังประตูเข้ามาในตัวหมู่บ้าน... ซึ่งหากปล่อยไปแบบนี้ละก็อาณาเขตคุ้มครองที่รายล้อมหมู่บ้านแห่งนี่อยู่ก็คงถูกทำลายไปด้วย ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือการออกไปเผชิญหน้ากับพวกมันก่อนที่บานประตูจะถูกทำลาย”

“แต่ว่า... นักรบของพวกนายมีจำนวนเท่านี้เองเนี่ยนะ!?!”

 

     อลิซ ตวาดร้องขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเหล่านักรบที่ ไบรอัน เตรียมมาด้วยซึ่งมีจำนวนราวๆ 50 คนเพียงเท่านั้นเอง

 

“ถึงจะเห็นอย่างนี้แต่เหล่านักรบของข้าก็เป็นเหล่านักรบที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ไม่ใช่พวกที่มีจำนวนมากแต่มีฝีมือระดับดาดๆ... หากบุตรชายของข้า (*)ไรอัน ( Ryan ) ยังอยู่ที่นี่ด้วยข้าก็คงไม่มีอะไรจะต้องกลัวอีก หากแต่เขาออกเดินทางติดตามเหล่านักรบแกรนเชสไปเมื่อราวๆ 2 สัปดาห์ก่อนซะเสียนี่...”

 

((*)ไรอัน ( Ryan ) เป็นตัวละครตัวที่ 5 ตามระบบของประเทศไทยที่มีการปรากฏออกมาให้เล่นได้ในเกม Grandchase ไรอันเป็นนักรบเอลฟ์หนุ่มที่รักผืนป่ายิ่งกว่าผู้ใดจนกระทั่งอำนาจของราชินีมารคาเซ่อาเซ่ได้เข้ารุกรานสรรพชีวิตในป่า ไรอัน จึงตัดสินใจออกเดินทางไปกับทีมแกรนเชสที่เดินทางผ่านป่าแห่งเอลฟ์มาพอดีเพื่อออกตามล่านางมาคาเซ่อาเซ่ สืบต่อไป

 

หมายเหตุ : ข้อมูลอ้างอิงจาก www.grandchase.in.th )

 

     ไบรอัน รำพึงถึงบุตรชายของตนอยู่เพียงครู่หนึ่งก่อนที่ใบหน้าของผู้นำชาวเอลฟ์ผู้ขึงขังจะกลับมาฉายแววดังเดิมอีกครา

 

“เอาล่ะ!!! วันนี้หมู่บ้านของเราถูกรุกรานจากสมุนของราชินีมารตามคำทำนายจากต้นไม้แห่งชีวิต แต่พวกเราจะไม่ยอมให้นางมารนั่นเข้ามาทำตัวตามอำเภอใจในถิ่นของพวกเรา!!! เราจะสอนให้นางมารนั่นรู้ว่าเราชาวเอลฟ์เกลียดสงครามไม่ใช่ว่าเราไม่สู้คน!!!”

 

[ โอ๊ววววว!!! ]

 

     เหล่าเอลฟ์ต่างส่งเสียงกู่ร้องออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันและวิ่งฝ่าบานประตูออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ ไบรอัน จะหันกลับมาหา อาริกะ และพรรคพวกพลางกล่าวกับพวกเขาว่า

 

“สงครามในครั้งนี้ข้าไม่อยากบังคับให้พวกเจ้าสู้ตายเพื่อพวกเรา... หากพวกเจ้าเห็นท่าไม่ดีเมื่อไหร่ก็หนีไปได้ทันทีเลยนะ...”

“พวกเราไม่หนีหรอกค่ะ!!!”

“ยังไงซะพวกเราก็มีเป้าหมายที่การกำจัดนางมารนั่นอยู่แล้ว... ถ้าได้สู้ตายที่นี่พวกเราก็ไม่เสียใจหรอกน่า!!!”

“งั้นผมขอหนีไปคนเดียวก็แล้วกันนะครับ”

“.....”

 

     ไบรอัน อาริกะ และ อลิซ หันมามองเด็กหนุ่มเจ้าของประโยคสุดท้ายอย่างพร้อมเพรียงกันก่อนที่ เคียว จะตีสีหน้าปั้นยิ้มพลางหัวร่อต่อกระซิกด้วยท่าทีสบายๆว่า

 

“ผมล้อเล่นหรอกครับ... ใครจะทิ้งพวกคุณไปได้ลงคอล่ะ อาริกะจัง... คุณอลิซ...”

“ล้อเล่นแบบนี้ใจหายหมดเลยนะคะ”

“ถ้าเล่นแบบนี้อีกชั้นเอาแกตายแน่!!!”

“แง้...”

 

     อาริกะ และ อลิซ หันกลับมาตวาดเด็กหนุ่มอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ ไบรอัน จะวิ่งนำกลุ่มของพวกเขาออกไปภายนอกอาณาเขตของหมู่บ้านผ่าน [ ประตูแห่งความบริสุทธิ์ ] เพื่อออกเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกในทันที...

 

.....

 

 

[ วูบบบ... ]

[ ตึกๆๆๆ!!! ]

 

     ภาพลานกว้างภายนอกบานประตูย้อนกลับมาปรากฏสู่สายตาของกลุ่ม อาริกะ อีกครั้งหนึ่งหากแต่ในครานี้บริเวณโดยรอบกำลังลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิงจากหินหลอมเหลวหรือลาวาอันร้อนระอุซึ่งไม่ทราบว่าหินหลอมเหลวเหล่านี้มาอยู่ที่นี่ได้เช่นไร? ในขณะที่เหล่าเอลฟ์ต่างกระชับอาวุธภายในมือและจ้องมองศัตรูที่รายล้อมทางเข้าหมู่บ้านของพวกตนอย่างสับสน...

 

“ออคอย่างนั้นรึ!?!”

 

     ไบรอัน อุทานออกมาอย่างไม่เชื่อหูเมื่อภาพของเหล่าออคที่ยกพลมาล้อมบานประตูเอาไว้พร้อมทั้งอาวุธที่ครบเครื่องปรากฏสู่สายตาของเขาเนื่องจาก ไบรอัน ได้ทำข้อตกลงกับเหล่าออคซึ่งสูญเสียผู้นำไป ณ สงครามที่เมืองเซอร์ดินว่าจะยอมให้เหล่าออคพำนักอยู่ภายในตัวป่าได้หากเหล่าออคให้คำมั่นว่าจะไม่รุกรานอาณาบริเวณของเหล่าเอลฟ์ แต่ภาพที่ปรากฏให้เห็นนั้นเป็นเครื่องยืนยันแล้วว่าเหล่าออคตั้งใจที่จะบิดพลิ้วคำมั่นของตนเองเสียแล้ว...

 

“เหล่าออคทั้งหลาย!!! พวกเจ้าเคยให้คำมั่นกับเราแล้วว่าจะไม่รุกล้ำอาณาบริเวณของชาวเอลฟ์!!! พวกเจ้าจะกลับคำมั่นของตนเองหรืออย่างไร!?!”

 

[ เฟี้ยว... ]

[ ควับ!!! ฉึก... ]

 

     ทว่าในช่วงที่ ไบรอัน กำลังจะเรียกร้องคำมั่นที่เคยให้กันอยู่นั้นเองที่ลูกธนูสีดำพุ่งตรงมาจากภายในบริเวณตัวป่าอันมืดมิดก่อนที่น้ำเสียงหวานของหญิงสาวนางหนึ่งจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาจากภายในตัวป่า

 

“ฮิๆๆ... เจ้าคือผู้นำของเหล่าเอลฟ์อย่างนั้นสินะ...”

“เจ้าเป็นใครกัน!?!”

 

[ สวบๆๆ... ]

[ ….. ]

 

     หญิงสาวร่างสูงระหงก้าวออกมาจากภายในตัวป่าพร้อมๆกับชายหนุ่มร่างบางซึ่งลากใบดาบขนาดยักษ์ตามออกมาด้วยก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยปากแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงขบขันว่า

 

“ชื่อของข้าคือ เซโรน่า และชายหนุ่มข้างกายข้านี้มีนามว่า เอราดอน... พวกเราคือข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของราชินีมารคาเซ่อาเซ่...”

“.....!!!”

 

     ทันทีที่นามของราชินีมารหลุดออกมานั้นเองที่สีหน้าของ ไบรอัน และเหล่าเอลฟ์เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาในบัดดลก่อนที่เอลฟ์หนุ่มจะคำรามถามด้วยน้ำเสียงดุดันกลับไปว่า

 

“เจ้าพวกต่ำช้า!!! เจ้าใช้เวทมนตร์เพื่อควบคุมเหล่าออคพวกนี้อย่างนั้นสินะ!!!”

“จึ๊ๆๆ... เจ้าคิดว่าพวกเราเป็นพวกไร้ศักดิ์ศรีทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยถามเหตุผลอย่างนั้นรึ? ช่างเป็นผู้นำที่น่าสมเพชเสียนี่กระไร”

“นั่นสิๆ... ปัญญาอ่อนแบบนี้เป็นผู้นำของชาวเอลฟ์ได้ยังไงวะ?”

“พวกเจ้า!!!”

 

     เซโรน่า ทำเสียงจึ้กจั้กในลำคอเป็นเชิงล้อเลียนในขณะที่ เอราดอน ช่วยซ้ำเติมประโยคของหญิงสาวอีกครั้งหนึ่งทำให้ ไบรอัน หน้าขึ้นสีด้วยความโกรธท่ามกลางสีหน้าพึงพอใจของหญิงสาวที่ทำท่าจุ๊ปากเป็นเชิงบอกให้เอลฟ์หนุ่มเงียบและรอฟังสิ่งที่เธอจะกล่าวต่อไปอย่างสงบ

 

“ผู้นำแห่งเหล่าเอลฟ์เอ๋ย... จริงอยู่ที่ท่านอาจจะเคยทำสัญญากับชาวออคเอาไว้เมื่อพวกเขาพ่ายศึก ณ สงครามที่เมืองเซอร์ดิน... แต่ท่านคงไม่รู้สินะว่าชาวออคเคยให้คำมั่นว่าจะติดตามและรับใช้ราชินีมารเอาไว้ตั้งแต่ครั้งสงครามแห่งมหาทวีปเมื่อ 5 ปีก่อนรวมไปถึงการทำสัญญาซ้ำ 2 เมื่อก่อนเริ่มสงครามที่เซอร์ดิน ดังนั้นการที่เหล่าออคจะให้ความสำคัญกับคำมั่นที่ทำเอาไว้ก่อนพวกท่านก็ไม่ใช่เรื่องผิดอันใดมิใช่หรือ?”

“รู้แล้วก็เลิกโง่ซะนะพวกหูแหลม... วะฮ่าๆๆๆ!!!”

“… กรอด!!!”

 

     เมื่อได้ฟังเหตุผลของ เซโรน่า แล้ว ไบรอัน จึงจนด้วยเหตุผลที่หญิงสาวยกขึ้นมากล่าวและหันไปมองเหล่าออคที่กำลังยิ้มแสยะโดยมีเสียงหัวเราะของ เอราดอน ดังคลอมาเป็นระยะๆ

 

“อ๊ะๆ... อย่าคิดว่าพวกเราจะมารุกรานพวกเจ้าด้วยความป่าเถื่อนนะ... พวกเรามาที่นี่เนื่องจากมีข้อเสนอจะมายื่นให้พวกเจ้าต่างหาก”

“...ข้อเสนอ?”

“หึๆๆๆ...”

 

     เซโรน่า เผยรอยยิ้มบางๆออกมาเมื่อเห็นปฏิกิริยาของ ไบรอัน ก่อนที่หญิงสาวจะสะกิดเพื่อนหนุ่มของตนเพื่อให้เขาทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาให้สำเร็วลุล่วง ทว่า...

 

“หืม? สะกิดชั้นทำไมเรอะ?”

“... นายจะไม่ทำหน้าที่ของนายแล้วใช่มั้ย?”

“เหอ... อ้อ!!!”

 

     ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่จน เซโรน่า อดกุมขมับของตนเองเนื่องจากทนกับความทึ่มบื้อของเพื่อนหนุ่มข้างกายไม่ได้จนกระทั่ง เอราดอน นึกได้และหันไปยิ้มแสยะให้กับเหล่าเอลฟ์ในที่สุด

 

“นับแต่นี้ต่อไป... พวกแกจงมาเป็นทาสรับใช้ของตูซะ!!!”

 

[ เพียะ!!! ]

[ เอ๋ง!?! ]

[ โครม!!! ]

 

     ฝ่ามือเรียวของ เซโรน่า หวดเข้าใส่ใบหน้าของ เอราดอน โดยไม่มีการลังเลแม้แต่น้อยก่อนที่หญิงสาวจะตัดสินใจพูดแทนเพื่อนหนุ่มเนื่องจากกลัวว่างานที่ได้รับมอบหมายมาจะล่มไม่เป็นท่า...

 

“เราต้องการให้พวกท่านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกองทัพของเราและสาบานตนว่าจะภักดีกับราชินีของพวกเรา...”

“หล่อนจะบ้าเรอะ!!!”

 

[ กึก... ]

 

     อลิซ คำรามขึ้นมาอย่างมีน้ำโหในขณะที่ ไบรอัน ยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามไม่ให้หญิงสาวกล่าวอะไรไปมากกว่านั้นก่อนที่ เซโรน่า จะยิ้มอย่างพึงพอใจกับปฏิกิริยาของเอลฟ์หนุ่มและกล่าวต่อไปด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มว่า

 

“แน่นอน... หากพวกท่านยอมสาบานตนกับพวกเราแล้วละก็พวกเราจะให้เหล่าออคถอนกำลังออกไปจากหมู่บ้านของท่านและจะไม่มีการนองเลือดเกิดขึ้นกับพวกท่านอย่างแน่นอน... แต่ถ้าหากพวกท่านปฏิเสธแล้วละก็...”

“พวกตูกับเหล่าออคก็จะถล่มหมู่บ้านของพวกแกให้ราบและสังหารทุกคนภายในหมู่บ้านยังไงล่ะ!!! เคี้ยกๆๆๆ~!!!”

“.....”

 

     ใบหน้าเปื้อนยิ้มของ เซโรน่า และเสียงหัวเราะด้วยท่าทีขบขันของ เอราดอน ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าพวกเขาตั้งใจจะทำจริงอย่างที่พูด และหมู่บ้านของเขาคงจะหนีไม่พ้นชะตากรรมที่ต้นไม้แห่งชีวิตแสดงให้เขาเห็นเป็นแน่ ทว่า...

 

“พวกคุณทำอย่างที่พูดไม่ได้หรอกครับ... เพราะเรามีผู้กล้าที่จะต่อกรกับพวกคุณแล้ว”

“.....!?!”

 

     สีหน้าของ เซโรน่า และ เอราดอน พลันชะงักไปในทันทีที่น้ำเสียงใสของเด็กหนุ่มดังแทรกขึ้นมากลางวงสนทนาในขณะที่ ไบรอัน หันกลับไปมอง เคียว ซึ่งเป็นผู้กล่าวประโยคเมื่อครู่นี้ขึ้นมาพร้อมๆกับเหล่าเอลฟ์ทั้งหลายที่กำลังแสดงสีหน้าสับสนออกมาอย่างชัดเจน

 

“เจ้าหนู... เธอหมายความว่ายังไง?”

 

     เซโรน่า ดูจะให้ความสนใจกับประโยคของเด็กหนุ่มเป็นอย่างมากในขณะที่สีหน้าของ เอราดอน พลันขาวซีดขึ้นมาเมื่อความคิดที่ว่า เรนะ อาจจะเป็นศัตรูกับพวกเขาปรากฏขึ้นมาในหัวซึ่งทำให้เขารู้สึกไม่ดีนักก่อนที่เคียวจะกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วว่า

 

“คุณไบรอัน บอกกับพวกเราว่าผู้มีพลังแห่งแสงจะปรากฏตัวขึ้นและช่วยหมู่บ้านของพวกเขาให้รอดพ้นจากข้ารับใช้ของราชินีมาร... ซึ่งคนที่ว่านั้นก็อยู่ที่นี่แล้วไงละครับ~!!!”

 

[ ชึบ... ]

[ ควับๆๆ!!! ]

 

     เคียว ชี้นิ้วไปยังร่างของ อลิซ ซึ่งกลายเป็นจุดสนใจของเหล่าออค เอลฟ์ รวมไปถึง เอราดอน และ เซโรน่า ที่กำลังจ้องมองอสูรสาวซึ่งบัดนี้สีหน้าขาวซีดจนเห็นได้ชัดเจนอย่างไม่วางตาก่อนที่เสียงหัวเราะอย่างพร้อมเพรียงกันจะดังขึ้นจาทางฝั่งของชาวออค

 

“วะฮ่าๆๆๆๆ!!! ช่างเป็นมุขตลกที่ฟังดูน่าขันดีจริงๆ!!!”

“แค่อสูรวัวนมตัวเดียวจะทำอะไรได้!?!”

“หลอกกันเท่านั้นละว้า~!!!”

“.....”

 

[ Swift Claw!!! ]

[ ควับ... ควากๆๆๆ!!! ]

[ อ๊ากกก!!! ]

[ …..!?! ]

 

     ชั่วพริบตานั้นเองที่ร่างของอสูรสาวหายไปจากใจกลางวงของเหล่าเอลฟ์และตวัดกรงเล็บแสงที่สร้างจากพลังเวทมนตร์ของตนเข้าใส่เหล่าออคอย่าคลุ้มคลั่งท่ามกลางใบหน้าอันแดงจัดซึ่งแสดงออกถึงความโกรธอย่างชัดเจน...

 

“ขอโทษทีที่ภายนอกชั้นอาจจะดูอ่อนแอ!!! มีดีแค่หน้าอกใหญ่!!! แต่จำเอาไว้ด้วยว่าชั้นคือ [ อสูรแมวรับใช้ ] ไม่ใช่ [ อสูรวัวนม ] นะย้าาา~!!!”

“…..”

 

     การจู่โจมอย่างรวดเร็วของหญิงสาวสร้างความตื่นตะลึงให้กับกลุ่มของ เซโรน่า และ ไบรอัน อย่างมากแต่สิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นตะลึงยิ่งกว่ากลับไม่ใช่ความสามารถของหญิงสาวแต่เป็น...

 

( ... เธอคลั่งง่ายๆเพราะเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ? )

 

     ทุกๆคนภายในบริเวณลานกว้างต่างคิดเหมือนกันโดยมิได้นัดหมายก่อนที่ความตึงเครียดจะกลับเข้ามาปกคลุมบริเวณโดยรอบเมื่อ เซโรน่า ตั้งสติได้และเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงขบขันแกมหัวเราะว่า

 

“ฮิๆๆๆ... นับเป็นความเร็วที่น่าตกใจอยู่พอสมควรนะ... แต่เธอคิดว่าของแบบนั้นจะช่วยให้เหล่าเอลฟ์เอาชนะพวกเราได้อย่างนั้นเหรอ? เหลวไหลสิ้นดี...”

“งั้นมาลองดูกันตอนนี้เลยมา!!!”

 

[ ควับ!!! / กึก... ]

[ เคร๊งงง!!! ]

[ …..!?! ]

 

     อลิซ ใช้ความเร็วสูงสุดพุ่งเข้าตวัดกรงเล็บเข้าใส่ เซโรน่า จากระยะไกลทว่าคันธนูกลับถูกยกขึ้นมาตั้งรับการโจมตีของเธอได้อย่างง่ายดายจนอสูรสาวได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง

 

“อย่าคิดว่ามีดีแค่ความเร็วแล้วจะเอาชนะชั้นได้นะ!!!”

 

[ บั้กกก!!! ]

[ แอ่กกก… ]

 

     ฝ่าเท้าของ เซโรน่า หวดเข้าใส่หน้าท้องของ อลิซ อย่างรวดเร็วก่อนที่อสูรสาวจะรีบกระโดดถอยหลังออกไปเพื่อเว้นระยะห่างกับหญิงสาวก่อนที่น้ำเสียงคำรามของชายหนุ่มจะดังขึ้นมาจากด้านหลังของอสูรสาวอย่างเกรี้ยวกราด

 

“เสร็จชั้นละยัยนมโต!!!”

 

[ Shadow Blade!!! ]

[ ควับ... ]

 

     ร่างของ เอราดอน พุ่งเข้าหา อลิซ จากทางด้านหลังพลางเงื้อดาบหมายจะฟาดฟันอสูรสาวให้ดับดิ้นลงไปก่อนที่เงาร่างสีขาวภายใต้เรือนผมสีบลอนด์จะพุ่งเข้ามาขวางชายหนุ่มเอาไว้อย่างรวดเร็ว

 

“อย่ามารังแก พี่อลิซ นะ!!!”

 

[Lightning Slash!!! ]

[ เคร๊งงงง!!! ]

[ ครืดดด... ]

 

“อะไรวะเนี่ย!?!”

 

     เอราดอน รีบถอยหลังไปเพื่อตั้งหลักเมื่อ อาริกะ สามารใช้ความเร็วที่เหนือกว่าพุ่งเข้ามาสกัดการจู่โจมของเขาเอาไว้ได้และแสดงความเป็นศัตรูกับเขาอย่างชัดเจนท่ามกลางสีหน้าตื่นตะลึงของ เอราดอน และ เซโรน่า โดยมีเสียงร้องตะโกนของใครบางคนเป็นฉากหลัง

 

“เย้ๆๆ~* คุณอลิซ สู้ๆ~* อาริกะจัง สู้ตาย~* ทั้งคู่ไว้ลาย~* ผมไม่ต้องสู้... เย้~!!!”

“.....”

 

     เหล่าเอลฟ์จ้องมอง เคียว ที่กำลังกระโดดขึ้นลงพลางร้องตะโกนเชียร์อสูรสาวกับเจ้านายอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยายก่อนที่ ไบรอัน จะฉวยโอกาสนี้ออกคำสั่งกับเหล่าเอลฟ์ของตนว่า

 

“พวกเราชาวเอลฟ์ขอปฏิเสธข้อเสนอของพวกเจ้า!!! เพราะแม้นพวกเราจะไม่ถูกพวกเจ้ารุกรานในครานี้แต่พวกเราก็ต้องทำให้เลือดของมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ต้องนองแผ่นดินด้วยคำสั่งอันชั่วร้ายของราชินีมาร... ดังนั้นข้าและเหล่านักรบขอเลือกที่จะสู้ตายเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์แม้นพวกเราจะถูกราชินีมารทำลายลง ณ ที่นี้ก็ตาม!!! เหล่านักรบของข้า โจมตี!!!!!”

 

[ โอ๊ววววว!!!!! ]

[ ฟุ่บๆๆ... ]

 

     ทันทีที่มีคำสั่งขึ้นมา เหล่านักรบชาวเอลฟ์ภายใต้การบัญชาของ ไบรอัน จึงแยกย้ายกันเข้าจู่โจมใส่เหล่าออคที่กำลังตื่นตะลึงกับการต่อสู้ที่เกิดขึ้นอย่างแคล่วคล่อง

 

[ ฉัวะๆ!!! / ฉึกๆๆๆ!!! ]

[ ฮู่มมมม!!! ]

 

     คมดาบ ปลายหอกและห่าลูกธนูของเหล่าเอลฟ์พุ่งเข้าจู่โจมใส่ศัตรูอย่างต่อเนื่องท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนของเหล่าออคผู้เคราะห์ร้ายท่ามกลางอาการตื่นตะลึงของ เอราดอน และ เซโรน่า ที่กำลังจ้องมองการต่อสู้เหล่านั้นอย่างไม่วางตา

 

[ Wolf Transformation!!! ]

[ ครึ่กๆๆๆ!!! ]

[ บรู๊วววว~!!!!! ]

 

     ทักษะ [ หมาป่าจำแลง ] ของไบรอันถูกเรียกใช้อีกครั้งหนึ่งท่ามกลางสีหน้าตื่นตะลึงของสมาชิก NG ทั้งสองรวมไปถึง อลิซ และ อาริกะ ที่เพิ่งจะเคยเห็นการแปลงร่างของเอลฟ์หนุ่มเป็นครั้งแรก

 

“รับมือ! ข้ารับใช้แห่งราชินีมาร!!!”

“.....!?!”

 

[ ฟุ่บ... เปรี้ยงงง!!! ]

[ อึกกก... ]

 

     ในชั่วพริบตาต่อมานั้นเองที่ร่างของ ไบรอัน ไปปรากฏอยู่แทนที่ ณ จุดที่ เอราดอน ยืนอยู่เมื่อครู่นี้ในขณะที่ร่างของชายหนุ่มปลิวกระเด็นออกไปในอากาศราวกับร่างของเขานั้นไร้น้ำหนักก็ไม่ปานก่อนที่กรังเล็บของเอลฟ์หนุ่มในร่างมนุษย์หมาป่าจะกางออกเบื้องหน้าร่างของ เซโรน่า ที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง

 

[ ฟุ่บๆๆๆๆ!!! ]

[ ควับๆๆ... ]

[ เคร๊งๆ!!! ]

 

     ท่อนแขนอันทรงพลังของเอลฟ์หนุ่มจ้วงแทงเข้าใส่หญิงสาวอย่างรวดเร็วในขณะที่ เซโรน่า เอี้ยวตัวหลบกรงเล็บเหล่านั้นอย่างคล่องแคล่วพลางชักคันธนูของตนขึ้นมาปัดการจู่โจมเหล่านั้นเป็นบงครั้งและ...

 

“อย่าคิดว่าชั้นจะยอมให้โจมตีอยู่ฝ่ายเดียวนะ!!!”

 

[ Shadow Arrow!!! ]

[ ฟุ่บบบบ!!! ]

[ แก๊งๆๆ!!! ]

 

     ห่าธนูถูกสาดออกไปจากคันศรอย่างต่อเนื่องในขณะที่เอลฟ์หนุ่มต้องรีบเปลี่ยนจากการรุกไล่มาเป็นการตั้งรับในทันที ซึ่งนั่นเป็นการเปิดโอกาสให้ เซโรน่า ทำการโจมตีสวนอย่างต่อเนื่องในทันที

 

[ Cloudy of Death!!! ]

[ ฟุ่บ... บรึ้มมม!!! ]

[ …..!!! ]

 

     ลูกศรมนตราถูกยิงลงบนตัวพื้นบริเวณเท้าของเอลฟ์หนุ่มก่อนที่เปลวควันสีขาวขุ่นจะระเบิดออกมาปกคลุมร่างของ ไบรอัน เอาไว้อย่างหนาแน่นจนเอลฟ์หนุ่มไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลยแม้แต่น้อย

 

“เหล่าออคจงฟัง!!! พวกเอลฟ์มีกำลังพบจำนวนนอกกว่าพวกเราอยู่หลายเท่าตัว เห็นได้จากการที่พวกมันนำกำลังพลออกมาเพียงน้อยนิด... ดังนั้นพวกเราสามารถล้มเหล่านักรบที่ออกมาจากตัวหมู่บ้านได้หมดแล้วละก็ป่าแห่งนี้ก็จะเป็นที่อยู่ใหม่ของพวกเจ้า!!!”

 

[ ฮู่มมมม!!! ]

[ เปรี้ยง!!! ]

[ โครม... ]

[ …..!?! ]

 

     เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าวของหญิงสาวแล้ว เหล่าออคซึ่งเมื่อครู่นี้กำลังแตกตื่นจากการจู่โจมแบบไม่ให้ตั้งตัวของเหล่าเอลฟ์จึงเริ่มหันกลับมาจู่โจมเหล่านักรบของ ไบรอัน อย่างตั้งใจจนเหล่านักรบชาวเอลฟ์กลับกลายเป็นฝ่ายที่ถูกกดดันด้วยจำนวนที่มากกว่าไปในทันที

 

[ ฟุ่บ!!! ]

[ …..!!?!? ]

 

     ร่างของมนุษย์หมาป่าสีส้มพุ่งออกมาจากกลุ่มควันอย่างรวดเร็วพลางกางกรงเล็บของตนหมายจะบั่นคอของหญิงสาวผู้นำกองทัพของชาวออค ทว่าเงาสีดำทะมึนขนาดใหญ่ได้พุ่งตรงเข้าหาเอลฟ์หนุ่มจากด้านใต้เสียก่อน..

 

[ เปรี้ยงงง!!! ]

[ อ๊อก!!?!? ]

 

     ก้อนอากาศถูกสำลักออกมาจากช่องท้องเมื่อร่างของเอลฟ์หนุ่มถูกเงาสีดำกระทุ้งเข้าใส่ช่องท้องด้วยแรงอันมหาศาลจนร่างของ ไบรอัน ปลิวกระเด็นกลับมายังบานประตูท่ามกลางใบหน้าอันขาวซีดของชาวเอลฟ์ที่กำลังมองดูร่างผู้นำของตนที่กำลังลอยเคว้งสิ้นสติอยู่กลางอากาศ

 

[ ฮึบบบ!!! ]

[ หมับ... ครืดดด... ]

[ โครมมม!!! ]

 

     ร่างเพรียวภายใต้เรือนผมสีดำยาวซึ่งถูกรวบเอาไว้กลางหลังพุ่งเข้าไปคว้าร่างของเอลฟ์หนุ่มเอาไว้ก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะไถลไปกับตัวพื้นและกระแทกเข้ากับ [ ประตูแห่งความบริสุทธิ์ ] อย่างรุนแรงท่ามกลางเสียงร้องโอดโอยของอสูรสาว

 

“อูยยย... ยังไม่ตายใช่มั้ยนายหน้าขน?”

“แค่กๆ!!! ฮะๆๆๆ... ถ้าไม่ได้อะไรนิ่มๆบนตัวเจ้ารับเอาไว้ก็อาจจะตายละมั้ง?”

“ยังปากเสียได้แบบนี้ก็คงยังไม่เท่าไหร่มั้ง? ว่าแต่นายบินมาเพราะอะไรละเนี่ย?”

“... เพราะเจ้านั่นยังไงล่ะ...”

 

[ ควับ... ]

 

     ไบรอัน กัดฟันยกท่อนแขนของตนขึ้นอย่างอ่อนแรงท่ามกลางสายตาของเหล่านักรบก่อนที่เงาร่างสูงใหญ่สีดำทะมึนจะก้าวออกมาจากภายในตัวป่าอย่างเชื่องช้า

 

[ ตึงๆๆ... ]

[ โกร๋ววว~* ]

[ นั่นมัน!!! ]

 

     สีหน้าของอสูรสาวซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้เห็นร่างของผู้ที่ส่งเสียงร้องโหยหวนขึ้นฟ้าพลางเหวี่ยงท่อนแขนขนาดมหึมาเพื่อกวาดต้นไม้ที่ขึ้นขวางทางเดินของมันอย่างขุ่นเคือง... โทรล นั่นเอง!!!

 

[ ตึง... โครมๆๆ!!! ]

[ เหวอออ... ]

 

     ใบหน้าของอสูรสาวยิ่งซีดเผือดขึ้นอีกเมื่อเงาร่างของโทรลอีกจำนวนหนึ่งก้าวออกมาจากตัวป่าในบริเวณโดยรอบก่อนที่พวกเขาจะถูกล้อมด้วยโทรลที่มีจำนวนถึง 4 ตัวด้วยกัน...

 

“ยะ... เยอะขนาดนี้เลยเหรอ!!?!?”

“แบบนี้พวกเราจะทำยังไงกันดี...”

 

     ใบหน้าของเหล่าเอลฟ์แสดงความสิ้นหวังออกมาอย่างชัดเจนเมื่อศัตรูที่พวกเขาไร้ทางต่อกรปรากฏกายขึ้นมาพร้อมๆกันถึงเพียงนี้ เพราะแม้แต่ชาวเอลฟ์เองก็ยังไม่ทราบวิธีรีบมือสัตว์อสูรร่างยักษ์ซึ่งผ่านการดัดแปลงโดยราชินีมารพวกนี้เช่นกัน ทว่าในช่วงเวลาที่ทุกๆคนกำลังสิ้นหวังนั้นเอง...

 

[ ถ้าศัตรูมีจำนวนมากกว่า... ก็ใช้ฝีมือที่เหนือกว่าเข้าปะทะกันให้แตกหักกันไปเลยสิ... ]

[ …..!?! ]

 

     น้ำเสียงหวานที่แฝงไปด้วยอำนาจอันลี้ลับดังขึ้นมาจากภายในบานประตูท่ามกลางแววตาที่เบิกกว้าของ เอราดอน และ เซโรน่า ที่รู้จักและคุ้นเคยกับเจ้าของเสียงนี้ดี ก่อนที่เรือนผมสีทองจะพลิ้วไสวท่ามกลางความมืดอยู่พริบตาหนึ่ง...

 

[ ฟุ่บ!!! ]

[ ควับๆๆ... ]

[ กริ๊ก!!! ]

 

     เสียงเก็บดาบเข้าฝักดังลงมาจากบนยอดไม้ก่อนที่เรือนร่างสูงระหงภายใต้ชุดกิโมโนที่ถูกฟาดฟันจนขาดรุ่งริ่งเหลือเพียงผ้าผืนบางเท่านั้นที่ปกปิดร่างกายท่อนบนจะปรากฏสู่สายตาของทุกชีวิตภายในบริเวณลานกว้าง

 

[ กร๊อบๆๆ... ]

[ โครม!!! เอี๊ยกๆ~!!!!! ]

[ เรนะะะ~!!!!! ]

 

     เซโรน่า คำรามขึ้นมาอย่างเดือดดาลพลางพุ่งตัวเข้าหาสหายเก่าของตนในขณะที่ต้นไม้ในบริเวณโดยรอบล้มลงมาทับร่างของโทรลทั้ง 4 ท่ามกลางอาการตื่นตะลึงของ เอราดอน ที่ยังคงเรียบเรียงเหตุการณืที่เกิดขึ้นไม่ถูก

 

[ เคร๊งงง!!! ]

 

     คันธนูถูกหวดเข้าใส่ใบดาบอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงก้องยามเมื่อโลหะทั้งสองกระทบกันในขณะที่หญิงสาวทั้งสองต่างจ้องกันและกันอย่างไม่วางตา

 

“เรนะ!!! ชั้นขอสั่งให้เธอกลับไปพบกับองค์ราชินีกับชั้นเดี๋ยวนี้!!!”

“เธอก็รู้นี่ว่าชั้นต้องปฏิเสธ?”

“... แม้ว่าชั้นจะต้องฆ่าเธออย่างงั้นเหรอ!!!”

“...อะไรนะ?”

 

[ เปรี้ยงงง!!! ]

[ ตึกๆ... ]

 

     ทั้งคู่ต่างผละออกจากกันพลางใช้กิ่งไม้ขนาดใหญ่เป็นฐานทรงตัวในขณะที่โทรลทั้ง 4 เริ่มได้สติและยันกายออกมาจากซากต้นไม้ที่ เรนะ ฟาดฟันเมื่อครู่นี้ในขณะที่ ไบรอัน ซึ่งสับสนกับการกระทำของ เรนะ รีบออกคำสั่งให้เหล่านักรบของตนเข้าโรมรันกับโทรลและเหล่าออคอีกครา

 

“ตอนนี้แหละ!!! สังหารเหล่าออคให้สิ้นซากก่อนแล้วค่อยจัดการกับโทรลพวกนั้นทีหลัง!!!”

“โอ๊วววว!!!”

 

     เหล่านักรบพุ่งเข้าโรมรันกับเหล่าออคอย่างกล้าหาญพลางพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าปะทะกับโทรลเนื่องจากพวกเขายังไม่มีวิธีที่จะต่อกรกับสัตว์อสูรร่างยักษ์เหล่านี้ในขณะที่ อาริกะ และ อลิซ ต่างพุ่งเข้าไปช่วยเหล่านักรบโรมรันกับเหล่าออคอย่างดุเดือด

 

[ Holy Storm!!! ]

[ Swift Claw!!! ]

[ ครืนนน... ฉัวะๆๆๆๆ!!! ]

[ โอ๊กกก!!! ]

 

     พายุแสงของ อาริกะ พัดร่างของเหล่าออคขึ้นไปในอากาศในขณะที่ อลิซ ใช้ความคล่องแคล่วกระโดดขึ้นไปตวัดกรงเล็บซ้ำเข้าใส่ร่างของบรรดาออคที่กำลังลอยเคว้งอยู่กลางอากาศจนเกิดเสียงร้องโหยหวนขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

 

[ ฟุ่บๆๆ... ]

 

“เดี๋ยวก่อน เซโรน่า!!!”

 

     ร่างของ เซโรน่า และ เรนะ พุ่งทะยานหายเข้าไปภายในตัวป่าท่ามกลางเสียงร้องของ เอราดอน ที่กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะทำเช่นไรต่อไปดีระหว่างตามไปช่วย เซโรน่า เพื่อจับกุมตัว เรนะ หรือร่วมมือกับเหล่าออคเพื่อทำลายเหล่าเอลฟ์ให้สิ้นซาก...

 

“... โว้ยยยยย!!! รอชั้นด้วยเว้ย เซโรน่า!!!”

 

[ ฟุ่บๆๆ!!! ]

 

     ชายหนุ่มตัดสินใจวิ่งตามเพื่อนสาวของตนไปและทอดทิ้งภาระในการทำลายหมู่บ้านของชาวเอลฟ์ทั้งหมดให้กับเหล่าออคและโทรลที่กำลังพยายามล้มเหล่าเอลฟ์ลงเพื่อครอบครองสิทธิในการใช้ชีวิตอยู่ภายในป่าแห่งนี้อย่างสุดความสามารถ...

 

[ ย๊ากกกก!!! ]

[ ฮู่มมมมม!!! ]

[ เคร๊งๆๆๆ... ]

[ ผัวะ... โครม!!! ]

 

     การรบยังคงดำเนินต่อไปอย่างชุลมุนและเข้มข้นขึ้นในทุกขณะซึ่งนั่นหมายถึงบทสรุปของการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้แล้วว่าหมู่บ้านแห่งเอลฟ์จะยังคงอยู่หรือถูกทำลายลงตามคำทำนายของต้นไม้แห่งชีวิตกันแน่...

 

-----

 

 

# Deep Elven Forest… ลึกเข้าไปภายในป่าของเหล่าเอลฟ์...

 

 

[ เคร๊งๆๆๆ!!! ]

[ กึก... แซ่กๆๆๆ... ]

 

     เงาร่างสีดำและสีทองพุ่งสวนกันไปมาบนยอดไม้ด้วยความไวสูงพลางใช้ท่อนไม้ตามลำต้นแทนฐานที่มั่นเพื่อก้าวกระโดดและใช้ใบไม้แทนที่กำบังกายในขณะที่ประกายไฟจากการปะทะกันของอาวุธภายในมือของทั้งคู่แลบออกมาเป็นระยะๆ

 

[ แกร๊ง!!! ]

[ ตึกๆ... ]

 

     ประกายไฟสว่างวาบขึ้นจากการปะทะกันครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างของ เรนะ และ เซโรน่า จะปรากฏกายบนตัวพื้นอย่างพร้อมเพรียงกันอีกครั้งหนึ่ง

 

“.....”

“.....”

 

     เซโรน่า จ้องมองใบหน้าของ เรนะ ด้วยสีหน้าอันเจ็บปวดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะเอ่ยปากถามอดีตเพื่อนรักของตนว่า

 

“เรนะ... ยังไงเธอก็ไม่มีวันกลับไปกับชั้นสินะ...”

“ก็รู้คำตอบอยู่แล้วนี่?”

“.....”

 

     หญิงสาวรู้ดีว่าเพื่อนสาวตรงหน้าเธอไม่เหลือเยื่อใยอะไรกับพวกเธออีกแล้ว... แต่การเสียเวลาสู้กับเธอนั้นอาจจะทำให้งานหลักหรือการทำลายหมู่บ้านแห่งเอลฟ์ต้องสูญเปล่าก็เป็นได้เนื่องจากหัวหน้าหมู่บ้านเป็นผู้ที่มีฝีมือสูงส่งพอสมควร อีกทั้งยังมีอสูรสาวและเด็กผู้หญิงถือดาบรูปร่างประหลาดนั่นอีก... ดังนั้นหากเจรจาได้เธอก็พร้อมที่จะเสี่ยง...

 

“ถ้าอย่างนั้นชั้นก็จะเลิกไล่ตามเธอเพียงเท่านี้ก็ได้... ขอแค่เธออย่ายื่นมือเข้ามายุ่งกับงานของพวกชั้นก็พอ...”

“... ก็ต้องดูก่อนน่ะนะว่างานนั้นมันทำให้ชั้นเดือดร้อนรึเปล่า?”

“.....”

 

     เมื่อเห็นแววที่จะยุติเรื่องราวได้โดยไม่ต้องต่อสู้  เซโรน่า จึงไม่ลังเลที่จะบอกเป้าหมายที่พวกเธอเข้ามาภายในป่าแห่งเอลฟ์นี้ ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่การชักชวนให้เหล่าเอลฟ์เข้าเป็นพวกของราชินีมารและให้ทำลายหมู่บ้านของเหล่าเอลฟ์ทิ้งให้สิ้นซากหากชาวเอลฟ์ปฏิเสธข้อเสนอของพวกเธอ

 

“.....”

“.....”

 

     เรนะ ตีสีหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งท่ามกล่างอาการลุ้นระทึกของ เซโรน่า ที่คาดหวังว่า เรนะ จะยอมถอนตัวไปแต่โดยดีก่อนที่ เรนะ จะหันมายิ้มให้กับเพื่อนสาวของตนว่า

 

“หมู่บ้านของพวกเอลฟ์ถูกทำลายหรือพวกเอลฟ์ตายก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับชั้นนี่? จะทำอะไรก็เรื่องของเธอละกัน”

“ขอบใจนะ เรนะ... ทีนี้พวกเราจะได้จัดการเผาทุกอย่างให้ราบเรียบ จะได้จบภารกิจครั้งนี้ได้สักที..”

 

[ ควับ... สวบๆๆ... ]

 

     เซโรน่า กับหลังหันและเตรียมมุ่งหน้ากลับไปยังทางเข้าหมู่บ้านแห่งเอลฟ์ก่อนที่เสียงกู่ร้องของ เอราดอน จะเรียกความสนใจของหญิงสาวเอาไว้อีกครั้งหนึ่ง

 

“หลบไป เซโรน่า!!!”

“.....!?!”

 

[ พิ้งๆๆ!!! ]

[ ฉึก.. ๆๆๆ... ]

 

     ดาวกระจายสีเงินจำนวนมากปะทะเข้ากับใบดาบขนาดใหญ่ของ เอราดอน และร่วงลงสู้พื้นอย่างแผ่วเบาท่ามกลางสีหน้าตื่นตกใจของ เซโรน่า ที่หันกลับมาจ้องมอง เรนะ ด้วยแววตาขุ่นเคืองระคนสงสัย

 

“นี่มันหมายความว่ายังไงกัน เรนะ!?!”

“อ้อ... พอดีชั้นเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าชั้นยังมีธุระกับหมู่บ้านแห่งนั้นอยู่น่ะ... ดังนั้นขอโทษทีนะแต่ชั้นคงปล่อยให้พวกเธอทำลายหมู่บ้านนั้นไม่ได้หรอก”

“ยัยนี่!!! มันจะมากไปแล้วนะโว้ย!!!”

“อย่านะ เอราดอน!!!”

 

[ ฟุ่บ... ]

[ เปรี้ยงงง!!! ]

 

     ตัวดาบถูกหวดลงบนตัวพื้นอันว่างเปล่าในขณะที่ เรนะ กระโดดตีลังกาถอยหลังเพื่อหลบการโจมตีนั้นได้อย่างง่ายดายและใช้กิ่งไม้ด้านบนแทนแท่นยืนในเวลาต่อมา

 

“การโจมตีแบบบ้าพลังของนายมันซัดชั้นไม่โดนหรอกนะ เอราดอน... ตั้งแต่อดีตแล้วที่นายไม่เคยเอาชนะชั้นได้ถ้าไม่มี เซโรน่า คอยช่วย...”

“อย่าคิดว่ามันจะเป็นแบบนั้นไปตลอดนะ!!! ชั้นจะแสดงให้ดูว่าในช่วงเวลา 9 ปีนี้ฝีมือของชั้นมันพัฒนาไปมากแค่ไหน!!!”

 

[ ฟุ่บ... ]

 

     เม็ดยาสีดำถูกนำออกมาจากกระเป๋าลับบริเวณข้อมือก่อนที่เม็ดยานั้นจะถูกโยนเข้าไปในปากของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

 

“ยานี่คือยาที่ โรมิโอ คิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับเพิ่มพลังให้กับพวกเรา NG… ชื่อของมันคือ Deep Darkness (ความมืดอันลึกล้ำ) หรือเรียกสั้นๆว่า D2 ( อ่านว่า ดี – ทู )!!!”

“อ้อ... เพราะมียานั่นนายก็เลยมั่นใจว่าจะเอาชนะชั้นได้สินะ?”

“คิดอะไรตื้นซะจริงนะ... ยานี่เพียงแค่ช่วยชดเชยพลังของชั้นที่ถูกป่านี่ดูดไปเท่านั้นแหละน่า!!!”

 

[ ครืนนนน!!! ]

 

     ไอความมืดไหลทะลักออกมาจากร่างของ เอราดอน อย่างต่อเนื่องหลังจากที่ชายหนุ่มกินยา D2 เข้าไปก่อนที่ เอราดอน จะชูใบดาบของตนขึ้นไปในอากาศพลางรวบรวมพลังมืดทั้งหมดเข้าไปในตัวดาบและกู่ร้องขึ้นมาด้วยเสียงอันดังก้อง

 

“จำแลงศาสตรา!!!”

 

[ เปรี้ยงงงง!!! ]

[ บรึ้มมม!!! ]

[ ครืนนน... ]

 

     เกิดระเบิดขนาดย่อมขึ้นรอบๆร่างของ เอราดอน ในขณะที่พลังมืดเริ่มแผ่กระจายไปในอากาศจนผิวกายของหญิงสาวเริ่มสั่นสะท้านจากสัมผัสพลังอันรุนแรงนั้นในขณะที่ฝุ่นควันจากการระเบิดเริ่มจางหายไปอย่างรวดเร็ว

 

[ วิ้งงง... ]

 

     ประกายแสงสีเงินจากดวงจันทร์สะท้อนอยู่บนใบดาบยาวซึ่งอัดแน่นไปด้วยพลังมืดทั้งสองเล่มภายในมือของ เอราดอน ก่อนที่ร่างของชายหนุ่มจะหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ในพริบตาต่อมา

 

[ ควับๆ!!! / วูบ... ]

[ ปึด... ]

 

     ตัวดาบถูกตวัดเข้าใส่จากภายในความมืดในขณะที่ เรนะ เบี่ยงตัวหลบการจู่โจมเหล่านั้นอย่างเชื่องช้าแต่เยือกเย็น ทว่ารอบแผลบางๆบนต้นแขนนั้นกลับเรียกความรู้สึกเจ็บแปลบให้โลดแล่นไปทั่วร่างกายของหญิงสาวได้เป็นอย่างดี

 

[ ควับๆ!!! / วูบ!!! ]

[ เคร๊งงง!!! ]

 

     ตัวดาบทั้งสองของ เอราดอน ถูกตวัดเข้าใส่หญิงสาวอีกครั้งหนึ่งทว่าในครั้งนี้ เรนะ ชักดาบของตนออกมาฟันสวนการโจมตีของชายหนุ่มอย่างคล่องแคล่วพลางแสยะยิ้มกว้างและจ้องมองชายหนุ่มราวกับว่าเขาเป็นเหยื่อชั้นเลิศที่ไม่ค่อยจะมีให้เห็นสักเท่าใดนักเสียนี่...

 

“เปรี้ยงงง!!!”

 

[ โครมมม!!! ]

[ กร๊อบๆ... ]

 

     เอราดอน เกร็งกำลังเพื่อซัดตัวดาบเข้าใส่หญิงสาวอย่างรุนแรงจนร่างของ เรนะ ปลิวกระเด็นเข้าใส่ลำต้นและกระแทกจนตัวต้นยุบลงไปตามแรงอัดกระแทกนั้นในขณะที่ร่างของ เรนะ แน่นิ่งไปในทันที

 

“เอราดอน!!! นายทำอะไรน่ะ!?!”

“หนวกหูน่า!!! ถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วเธอจะมีปัญญาพาเธอกลับไปกับพวกเรารึยังไง!!!”

“นั่นมัน...”

 

     หญิงสาวแสดงท่าทีลังเลออกมาเล็กน้อยจนชายหนุ่มเริ่มรู้สึกขัดใจจนต้องกู่ร้องขึ้นมาอย่างเหลืออดอีกครั้งหนึ่งว่า

 

“เรนะ เป็นเพื่อนของเธอไม่ใช่รึยังไง!!! เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่าต่อให้ต้องทำเธอเจ็บเจียนตายแค่ไหนก็ต้องเอาเธอกลับไปกับพวกเราให้ได้น่ะ!!! แล้วเธอยังจะมาลังเลอะไรอีก!?!”

“แต่ว่า...”

 

[ บรึ้มมมม!!! ]

[ …..!!?!? ]

 

     ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้นเองที่ลำต้นของต้นไม้ที่ เรนะ ถูกซัดลงไปนั้นเกิดระเบิดจนเศษไม้ปลิวว่อนไปในอากาศก่อนที่ไอความมืดอันเข้มข้นจะไหลทะลักออหมาจากจุดที่เกิดการระเบิดขึ้น

 

[ ครืนนนน... ]

[ หึ.. หึๆๆ... ฮ่าๆๆๆๆ!!! ]

[ นั่นมัน!?! ]

 

     ร่างสูงระหงภายใต้เรือนผมสีทองก้าวออกมาจากจุดที่เกิดการระเบิดขึ้นในขณะที่ไอความมืดสีดำทะมึนปกคลุมไปทั่วทั้งเรือนร่างของเธอจน เซโรน่า และ เอราดอน ซึ่งเป็นผู้ใช้พลังแห่งความมืดเหมือนกันยังอดรู้สึกคลื่นเหียนกับสัมผัสพลังอันรุนแรงนั้นไม่ได้

 

[ ฟุ่บ!!! ]

[ กรอด!!! ]

 

     ร่างของ เรนะ หายไปจากจุดที่ยืนอยู่ในขณะที่ เอราดอน ตวัดคมดาบในมือไปด้านหน้าตามสัมผัสพลังของหญิงสาวที่เขาสัมผัสได้ทว่าความเร็วของ เรนะ นั้นไวกว่าความเร็วในการตวัดดาบของเขาอยู่หลายช่วงตัวนัก

 

[ โครมมม!!! ]

[ อ๊อก... ]

[ เอราดอน!!! ]

 

     ร่างของชายหนุ่มถูกคว้าหมับลงบนลำคอและถูกกระชากหายไปในอากาศก่อนที่ร่างของ เอราดอน จะปรากฏขึ้นบนตัวพื้นที่ถูกกระแทกจนยุบลงไปเป็นหลุมขนาดย่อมโดยมีร่างของ เรนะ นั่งคร่อมอยู่ด้านบนพลางยิ้มแสยะอย่างชั่วร้าย

 

“ต้องแบบนี้สิ... ถึงจะน่าฆ่าทิ้งหน่อย!!!”

“ฝันไปก่อนเถอะ!!!”

 

[ วูบๆ!!! ]

[ เคร๊งงง!!! ]

 

     คมดาบภายในมือของ เอราดอน ตวัดเข้าใส่หญิงสาวอย่างพร้อมเพรียงกันทว่า เรนะ กลับยกดาบขึ้นตั้งรับการโจมตีเหล่านั้นได้อย่างง่ายดายซึ่งชายหนุ่มสามารถคาดการณ์เอาไว้ได้อยู่ก่อนแล้ว

 

[ ผัวะ!!! ]

[ วูบบบ... ]

 

     ร่างของ เรนะ ถูกชายหนุ่มเตะเข้าใส่กลางหลังอย่างจังจนร่างของเธอปลิวกระเด็นไปในอากาศในขณะที่ เอราดอน ฉวยโอกาสที่หญิงสาวไม่สามารถทรงตัวได้นี้ตามเข้าไปจู่โจมซ้ำในทันที

 

[ Hyper Sword!!! ]

[ วิ้งงง!!! ]

 

     ไอความมืดปกคลุมไปทั่วใบดาบและท่อนแขนของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วก่อนที่ เอราดอน จะทะยานตามร่างของ เรนะ ที่ยังคงลอยเคว้าอยู่กลางอากาศเพื่อจู่โจมซ้ำอย่างต่อเนื่อง

 

[ ควับๆๆๆๆ!!! ]

[ เคร๊ง!!! วูบๆๆ... เคร๊งงง!!! ]

 

     ทว่าแม้ เรนะ จะยังคงลอยตัวอยู่กลางอากาศและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างใจนึกเธอก็ยังสามารถตวัดคมดาบภายในมือเข้าตั้งรับการจู่โจมของชายหนุ่มได้อย่างแคล่วคล่องก่อนที่เธอจะตวัดขดเชือกซึ่งเป็นอาวุธลับออกไปในช่วงที่พวกเขาปะทะกันอยู่นั้นเอง

 

[ ควับ... กึง!!! ]

[ วูบบบ... ]

 

     ยอดหมุดซึ่งถูกยึดเอาไว้บริเวณปลายเชือกปักยึดเข้ากับลำต้นอย่างแนบแน่นจนส่งผลให้ร่างของ เรนะ ซึ่งปลิวอยู่กลางอากาศเปลี่ยนทิศทางไปอย่างรวดเร็วจน เอราดอน ตั้งตัวตามไม่ทัน

 

[ หนอย!!! ]

[ ตึกๆๆๆ!!! ]

 

     ชายหนุ่มตัดสินใจวิ่งไต่ขึ้นไปตามตัวต้นไม้และใช้กิ่งไม้แทนแท่นกระโดดเพื่อไล่ล่า เรนะ จากที่สูงในขณะที่หญิงสาวเริ่มวิ่งสลับไปตามลำต้นและซัดอาวุธลับเข้าใส่ชายหนุ่มจากที่ต่ำอยู่เป็นระยะๆ

 

[ ฟุ่บๆๆๆ!!! ]

[ กิ๊งๆๆ ฉึกๆ... แก๊ง!!! ]

 

     ดาบยาวทั้งสองเล่มถูกตวัดเพื่อปัดอาวุธที่หญิงสาวซัดเข้าใส่อยู่แคล่วคล่องจนตัวอาวุธถูกปัดเข้าใส่ลำต้นและตัวพื้นในขณะที่ร่างของชายหนุ่มไม่ได้รับบาดแผลใดๆทั้งสิ้น

 

[ กึก... ]

[ กึงงง...! ]

[ ย๊ากกกกก!!! ]

 

     ทันทีที่อาวุธลับของหญิงสาวหมดลงนั้นเองที่ เอราดอน ตัดสินใจพุ่งเข้าใส่ เรนะ ด้วยกำลังขาทั้งหมดพลางเงื้อดาบทั้งสองเล่มภายในมือเพื่อจู่โจมในขณะที่หญิงสาวยิ้มแสยะราวกับว่าเธอจงใจเปิดโอกาสให้ชายหนุ่มจู่โจมอยู่ก่อนแล้ว

 

“ยังชอบบุกเข้าหาโดยไม่คิดไตร่ตรองอยู่เหมือนเดิมละนะ!!!”

 

[ Rising Blow!!! ]

[ กึงงง... ]

[ ตูมมม!!! ]

 

     สายลมสีดำระเบิดออกมารอบๆร่างของ เรนะ อย่างรุนแรงหมายจะซัดชายหนุ่มให้ปลิวหายไปดังเดิมทว่า เอราดอน กลับสามารถปักดาบยาวของตนลงบนตัวพื้นก่อนที่แรงลมจะซัดถูกร่างของเขาได้อย่างเฉียดฉิว

 

“ใครกันแน่ที่มัวยึดติดกับอดีตมากเกินไปน่ะหา!!!!”

“ขอชมที่หลบการโจมตีของชั้นได้... แต่นิสัยขยันพล่ามของนายนี่ละที่ชั้นเฝ้ารอ!!!”

“.....!!!”

 

     เรนะ ปรากฏกายขึ้นด้านหลังร่างของ เอราดอน พลางเงื้อคมดาบภายในมือขึ้นสูงท่ามกลางแววตาที่เบิกค้างของชายหนุ่มซึ่งกำลังกัดฟันเตรียมรับคมดาบของหญิงสาว ทว่า...

 

[ เปรี้ยงงง!!! ]

[ …..!!?!? ]

 

     ลูกธนูสีดำขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่คมดาบภายในมือของ เรนะ อย่างรุนแรงจนส่งผลให้หญิงสาวตัดสินใจกระโดดถอยหลังไปเพื่อตั้งหลักก่อนที่สัมผัสพลังอันรุนแรงจะเคลื่อนกายเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้า

 

[ สวบๆๆ... ]

[ ครืนนน... ]

 

     เซโรน่า ก้าวเข้ามายืนข้างๆร่างของ เอราดอน พร้อมหน้าไม้สีดำภายในมือซึ่งเป็นอาวุธใหม่หลังการใช้ [ จำแลงศาสตรา ] ของ เซโรน่า ที่กินยา D2 เข้าไปเช่นเดียวกับชายหนุ่มนั่นเอง

 

“ขอโทษนะ เอราดอน... ที่ชั้นมัวแต่หวั่นไหวกับการต่อสู้ทั้งที่เคยให้คำมั่นกับนายเอาไว้แล้ว...”

“เหอะ... กว่าจะยอมลุกมาช่วยได้นะเธอนี่...”

“มาช่วยก็ดีถมไปแล้วน่า...”

 

     ชายหนุ่มยิ้มให้กับหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ทั้งคู่จะตั้งท่าเพื่อเตรียมประสานงานกันเพื่อรับมือ เรนะ ที่กำลังยิ้มแสยะอย่างชั่วร้ายพลางจ้องมองทั้งคู่ราวกับพวกเขาเป็นของเล่นชั้นเลิศอีกครั้งหนึ่ง

 

“นานแล้วนะที่ไม่มีใครทำให้ชั้นรู้สึกอยากฆ่าทิ้งได้แบบนี้...”

“คิดว่าฆ่าได้ก็ลองดูเซ่!!!”

“ชั้นจะพาเธอกลับไปพบองค์ราชินีให้ได้เลย เรนะ!!!”

 

[ กึกๆ... / เคร๊ง!!! ]

 

     ทั้งสองฝ่ายต่างตั้งท่าเตรียมพร้อมจู่โจมใส่กันและกันท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงัดยามราตรีโดยมีแสงจันท์สาดแสงเป็นฉากหลังท่ามกลางไอความมืดที่แผ่ขยายออกมาจากร่างของกลุ่มคนทั้งสาม...

 

( เธอไม่มีวันหลีกหนีความมืดไปได้หรอก เรนะ... )

 

 

Ep.49 Elven Village Battle [ Part II ]

 

Coming Soon …

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ทำไมไม่มีใครเจิมเลยอะ - -

#1 By SignOfExisTz on 2011-10-09 15:49

เคียวน่าตบอะ~~~
ลูกแม่สู้ๆ~~♥

#2 By ~Masochism~ (58.8.7.202) on 2011-10-09 15:58

สนุกดีค่า

สู้ๆ ต่อไปน๊า

#3 By KimHanil (58.9.194.233) on 2011-10-09 16:11

เจิมส์เคอะ!!!

เพิ่งดู Killzone 3 จบ

#4 By Auel Arnider (125.27.14.128) on 2011-10-09 16:14

เจิมส์ฺด่วน

#5 By Taros (223.206.191.103) on 2011-10-09 22:30

สนุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#6 By PsychoStatic (58.9.91.149) on 2011-10-10 16:26

ด..ด..ด.ดะ....D2 !!! =[ ]=
เมายาแน่นอนรับประกัน +.+

#7 By ZTSGearMaster (58.64.88.87) on 2011-10-11 08:46

หนุกคับ ^^
/แต่ง ADP ต่อล่ะ

#8 By HB_Fenghuang (118.173.158.151) on 2011-10-11 20:04

เจิมส์

#9 By HuManUsl3 on 2011-10-12 21:10