Ep.49 Elven Village Battle [ Part II ]
posted on 16 Oct 2011 22:39 by mayz-maiz in EpisodeEp.49 Elven Village Battle [ Part II ]
# Elven Village… หมู่บ้านลับแลแห่งเอลฟ์...
[ เคร๊งๆๆๆ!!! ]
[ เปรี้ยง... ฮู่มมม!!! ]
ภายใต้แสงจันทร์ยามราตรีและแสงสีนวลสุกสกาวจากดวงจันทร์บนฟากฟ้าและแสงดาวที่เปล่งประกาย หยาดเหงื่อและโลหิตรวมไปที่คมอาวุธชนิดต่างๆกำลังสาดกระเซ็นและฟาดฟันใส่กันนั้นกำลังดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง
[ ย๊าก!!! ]
[ ฉัวะๆๆ!!! ]
[ ฮู่มมม~!!! ]
คมดาบภายในมือของเอลฟ์หนุ่มรูปงามฟาดฟันเข้าใส่ออคตนหนึ่งอย่างต่อเนื่องท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนของอสูรร่างเขียวก่อนที่คมขวานจะถูกเหวี่ยงสวนเข้าใส่เอลฟ์หนุ่มอย่างรุนแรง
“แย่แล้ว!!!”
“ หมอบลง!!!!! ”
[ ควับ... ฟุ่บๆๆ!!! ]
[ ฉึกๆๆ... ]
[ ฮู่มมมม!!! ]
ลูกธนูพุ่งผ่านเอลฟ์หนุ่มรายแรกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่เสียงคำรามเฮือกสุดท้ายของออคร่างเขียวจะดังโหยหวนขึ้นท่ามกลามไฟชีวิตที่ดับมอดลงไปในชั่วพริบตาที่ลูกธนูทะลวงผ่านศีรษะของมันไปก่อนที่เอลฟ์สาวอีกนางหนึ่งจะวิ่งเข้ามาดูอาการของเพื่อนหนุ่มด้วยความเป็นห่วง
[ ตึง... ]
“ไม่เป็นอะไรนะ?”
“อะ. อืม... ขอบใจนะที่ช่วย”
“ยังไงเราก็ต้องรอดกลับไปให้ได้นะ... เพราะชั้นคงอยู่ไม่ได้ถ้าขาดนายไป...”
“ชั้นก็คงอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเธอไปเหมือนกัน...”
[ เปรี้ยง!!! ]
[ ….. ]
ท่อนแขนสีเขียวคล้ำขนาดยักษ์หวดผ่านด้านหน้าร่างของเอลฟ์หนุ่มที่กำลังยิ้มให้กับคนรักอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยใจที่แหลกสลายเมื่อเอลฟ์สาวตรงหน้าเขาตกเป็นเหยื่อจู่โจมของโทรลตรงหน้าเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...
[ โครมมม!!! ]
[ โกร๋ว~* ]
ร่างของเอลฟ์สาวปรากฏขึ้นบนลำต้นของต้นไม้บริเวณชายป่าในขณะที่หยาดเลือดไหลย้อยลงไปตามลำต้นจากการกระแทกอย่างรุนแรงในก่อนที่ท่อนแขนข้างลำตัวของเธอจะตกลู่ลงข้างกายพร้อมๆกับคันธนูที่หลุดร่วงลงไปบนตัวพื้น...
“วะ.... ว๊ากกก!!!”
[ เปรี้ยงงงง!!! ]
[ โกร๋ว~? ]
กำปั้นของโทรลอีกตัวหนึ่งหวดเข้าใส่เอลฟ์หนุ่มจากด้านหลังก่อนที่ร่างของเขาจะถูกบี้ติดกับตัวต้นไม้ในบริเวณชายป่าตรงข้ามกับเอลฟ์สาวคนรักของเขา...
[ เคร๊งๆๆ!!! ]
[ เปรี้ยง!!! ]
[ ย๊ากกก!!!!! ]
การต่อสู้ยิ่งทวีความเข้มข้นมากขึ้นทว่าสิ่งที่ได้กลับมานั้นคือความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย... ทว่าแม้กระนั้นแล้วเหล่าเอลฟ์และพวกออคกลับไม่มีท่าทีที่จะยอมแพ้และถอยร่นกลับไปและพยายามต่อสู้กันอย่างสุดกำลัง...
.....
[ กึงงง!!! ]
[ แฮ่กๆๆๆ... ]
กรงเล็บแสงปักลงบนตัวพื้นพร้อมๆกับอาวุธจำนวนมากของชาวเอลฟ์ที่ไม่เหลือเรี่ยวแรงสำหรับการต่อสู้อีกต่อไปแล้ว... ในขณะที่เหล่าออคต่างถอนกำลังกลับออกไปจนหมดสิ้นเนื่องจากชาวออคไม่อาจทนรับแรงกดดันจากชาวเอลฟ์ที่ได้รับความช่วยเหลือจากพวกของ อาริกะ ต่อไปได้อีกทั้งชาวออคเองก็เคยถูกพวก NG ทอดทิ้งเมื่อครั้งสงครามที่เมืองเซอร์ดินมาครั้งหนึ่งแล้ว ศึกในครั้งนี้พวกเขาจึงไม่มีความคิดที่จะต่อสู้จนลมหายใจเฮือกสุดท้ายได้อีกและตัดสินใจถอนกำลังออกไป... ทว่าปัญหาที่แท้จริงสำหรับชาวเอลฟ์ยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าประตูทางเข้าหมู่บ้านของพวกเขาและส่งเสียงร้องอันดังก้องขึ้นฟ้าพลางเหวี่ยงท่อนแขนสีเขียวคล้ำของตนไปมาอย่างเชื่องช้า... พวกโทรล...
[ โกร๋ววว~!!! ]
[ ฮู่มมมๆ~!!!!! ]
[ ….. ]
เหล่าอสูรตัวเขียวร่างยักษ์เริ่มเปล่งเสียงคำรามใส่กันและหันพลางเหวี่ยงแขนไปมาอย่างรวดเร็วราวกับกำลังเจรจาเพื่อแบ่งของเล่นกันอย่างไรอย่างนั้น...
“นี่ พ่อหน้าขน... พอมีวิธีจัดการกับเจ้าพวกนี้บ้างมั้ย?”
“เสียใจด้วยที่ข้าจำเป็นต้องตอบว่าไม่มี...”
“แล้วแบบนี้.. พวกเราะจะทำยังไงกันดีละคะ?”
อลิซ ส่งเสียงร้องถาม ไบรอัน อย่างระโหยโรยแรงก่อนที่เอลฟ์หนุ่มจะดับประกายความหวังของอสูรสาวลงอย่างหมดทางเลือกจน อาริกะ ส่งเสียงร้องขึ้นมาอย่างหมดหวังเช่นกัน
“ตามปกติพวกข้าจะส่งคนไปล่อพวกมันให้ออกไปจากบริเวณนี้เพราะพวกเราเองก็ยังหาวิธีรับมือพวกมันไม่ได้เหมือนกัน... แต่ลองพวกมันบุกมายังทางเข้าหมู่บ้านตรงๆแบบนี้บอกตามตรงว่าข้าเองก็จนปัญญา...”
“... ถ้า พี่เรนะ อยู่กับพวกเราด้วยก็คงดีนะคะ...”
“.....”
เสียงของ อาริกะ ดึงความสนใจจากเอลฟ์หนุ่มและอสูรสาวให้หันไปมองอย่างพร้อมเพรียงกันก่อนที่ อลิซ จะแค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างปลงตกเบาๆว่า
“ฮะๆ... นั่นสินะ... ยัยนั่นสามารถล้มไอ้อสูรบ้านี่ได้ด้วยตัวคนเดียวนี่นา...”
“เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นรึ?”
“ใช่...”
“.....”
อาริกะ นึกย้อนกลับไปถึงช่วงที่ เรนะ กำลังต่อสู้พลางมองหาหนทางเอาชนะอสูรร่างยักษ์ตรงหน้าก่อนที่เสียงกู่ร้องของโทรลจะดังขึ้นขัดห้วงความคิดของเธอเสียก่อน
[ โกร๋ววว~!!! ]
[ …..!!! ]
เหล่าเอลฟ์ต่างแสดงสีหน้าสิ้นหวังออกมาอย่างชัดเจนเมื่อทราบว่าเหล่าโทรลคือคู่ต่อสู้รายต่อไปก่อนที่เงาร่างสีขาวจะพุ่งเข้าหาเหล่าโทรลด้วยความไวสูงท่ามกลางแววตาตื่นตะลึงของเหล่าเอลฟ์
[ ควากกก!!! ]
[ ฮู่มมม!?! ]
กรงเล็บแสงกรีดผ่านแผงอกสีเขียวคล้ำของโทรลจนเกิดแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่ก่อนที่บาดแผลเหล่านั้นจะรักษาตัวเองอย่างรวดเร็ว
“บ้าเอ้ย!!!”
[ ควากๆๆๆ!!! ]
[ ก๊าซซซ!!! ]
อลิซ ตวัดกรงเล็บของตนกรีดผ่านแผงอกและช่องท้องของโทรลจนหยาดเลือดสีเขียวคล้ำสาดกระเซ็นทำให้กลิ่นเหม็นเน่าเริ่มโชยไปทั่วบริเวณในขณะที่บาดแผลเหล่านั้นกำลังรักษาตัวเองจนกลับเป็นปกติอย่างง่ายดาย
“บ้าเอ้ย!!! ทำไมยัยนั่นถึงทำได้แต่ชั้นทำไม่ได้ล่ะ!!!”
“พี่อลิซ!!! ระวังงง!!!”
[ วูบบบ... ]
[ ตูม!!! ]
อสูรสาวกระโดดถอยหลังก่อนที่เธอจะถูกบี้แบนจนติดพื้นและกระโจนเข้าหาใบหน้าของโทรลเพื่อจู่โจมซ้ำอีกครั้งในทันที
“ย๊ากกก!!!”
[ ควาก... ]
[ เอี๊ยกกก~!!?!? ]
เมื่อนัยน์ตาถูกกรงเล็บแสงกรีดผ่าเสียงร้องโหยหวนจึงถูกแผดร้องออกมาอย่างคลุ่มคลั่งก่อนที่ อาริกะ จะเบิกตากว้างเมื่อนึกขึ้นได้ว่า เรนะ เองก็ใช้วิธีจู่โจมเข้าใส่ดวงตาของโทรลตัวก่อนเช่นกันทว่าบาดแผลที่ถูก อลิซ จู่โจมใส่นั้นกลับรักษาตัวเองจนหายเป็นปกติได้ในเวลาไม่นานเช่นเดิม
“โธ่เว้ย!!! เล่นงานที่ตาเหมือนกับที่ยัยนั่นทำแล้วก็ยังไม่ได้ผลงั้นเหรอ!?!”
[ ผัวะะะ!!! ]
[ อ๊าาาา~!!!!! ]
อสูรสาวที่กำลังลอยตัวค้างอยู่กลางอากาศถูกกำปั้นของโทรลตัวอื่นฟาดเข้าใส่จน อลิซ ต้องกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจากแรงปะทะที่ถาโถมเข้าใส่โดยไม่ได้ตั้งตัว
[ โครม!!! ]
[ พี่อลิซ!!! ]
จุดที่อสูรสาวตกลงมาเกิดเป็นรอยไถลเป็นระยะทางพอสมควรก่อนที่ อาริกะ จะรีบถลาเข้าไปดูอาการของ อลิซ ด้วยความเป็นห่วงท่ามกลางสีหน้าหมดหวังของเหล่าเอลฟ์
“อสูรสาวนั่นก็สู้ไม่ไหวอย่างนั้นเรอะ...”
“แบบนี้พวกเราคงไม่รอดแน่ๆ...”
“ข้ายังไม่อยากตายนะ...”
“ไหนว่าเธอคือผู้กอบกู้ของพวกเราไง...”
[ ซุบซิบๆๆ... ]
[ ….. ]
เหล่าเอลฟ์เริ่มส่งเสียงซุบซิบนินทากันอย่างสิ้นหวังเมื่อเห็นว่า อลิซ ที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นผู้กอบกู้หมู่บ้านตามคำทำนายไม่อาจสู้กับโทรลได้อย่างที่หวังในขณะที่ ไบรอัน เองก็เริ่มที่จะหวั่นไหวกับความพ่ายแพ้ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนหากใครบางคนไม่เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน...
“... พวกคุณทำได้แค่นินทาโดยไม่คิดจะช่วยอะไร คุณอลิซ อย่างนั้นเหรอครับ?”
“.....?”
น้ำเสียงใสของเด็กหนุ่มภายใต้เรือนผมสีดำยาวถึงกลางหลังซึ่งถูกรวบเอาไว้ตรงต้นคออย่างเป็นระเบียบ นัยน์ตาสีแดงเข้มนั้นกำลังฉายแววโกรธเคืองซึ่งขับให้ใบหน้าอ่อนต่อโลกนั้นดูน่าเกรงขามมากขึ้นกว่าปกติ เรือนร่างภายใต้เสื้อแขนยาวสีน้ำเงินปักขอบสีเหลืองและกางเกงขายาวสีดำรวมไปถึงผ้าคลุมสีน้ำเงินนั้นกำลังสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อได้ยินบทสนทนาที่เหล่าเอลฟ์นินทาถึงอสูรสาวที่พยายามสู้ตายเพื่อพวกเขา
“เจ้าคิดว่าพวกเราจะมีปัญญาเข้าไปช่วยอะไรได้ล่ะ... ในเมื่อพวกเราเองก็ยังไม่มีปัญญาชนะสัตว์อสูรพวกนั้นเลย”
“แล้วอีกอย่าง... ที่เจ้าว่าพวกเราไม่ช่วยน่ะเจ้าช่วยอะไรบ้างละ?”
“จริงด้วย... มีแต่เด็กผู้หญิงกับอสูรสาวเท่านั้นที่ช่วยพวกเราสู้ เจ้าไม่ได้ช่วยซักหน่อย”
“เจ้าเองก็เอาแต่ตะโกนช่วย... ไม่มีปัญญาสู้ก็เงียบปากไปเถอะเจ้าหนู”
“.....”
[ กรอดดด... ]
ร่างของ เคียว เริ่มเรืองแสงสีแดงขึ้นมาจางๆในขณะที่นัยน์ตาของเด็กหนุ่มเริ่มเต็มไปด้วยจิตอันแรงกล้าเพราะความกราดเกรี้ยวก่อนที่เสียงกรีดร้องจากด้านหลังจะดึงความสนใจจากทุกคนไปเสียก่อน
[ ตูมมม!!! ]
[ กรี๊ดดดด!!! ]
ภาพที่ปรากฏสู่สายตาของทุกๆคนคือร่างของ อาริกะ ที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศโดยมีร่างอันอ่อนระโหยของ อลิซ เป็นที่กำบังเนื่องจากเธอตั้งใจเข้าไปต่อสู้แทน อลิซ ที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้เมื่อครู่นี้ ในขณะที่เด็กหนุ่มจะรีบกระโจนเข้าไปรับร่างของทั้งคู่เอาไว้อย่างรวดเร็ว
[ หมับ… โครม!!! ]
[ ครืดดด... ]
เด็กหนุ่มใช้ร่างกายของตนแทนเบาะและไถลไปกับตัวพื้นโดยทีร่างของ อาริกะ และ อลิซ ทับอยู่ด้านบนจนกระทั่งทั้ง 3 หยุดการไถลท่ามกลางแววตาที่เบิกค้างของเด็กหนุ่ม
“คุณอลิซ!!! อาริกะจัง!!!”
“โอย... / อูย...”
ทั้งสองส่งเสียงร้องโอดครวญท่ามกลางใบหน้าที่แสดงถึงความโกรธถึงขีดสุดของเด็กหนุ่มก่อนที่ เคียว จะกู่ร้องขึ้นมาอย่างเหลืออดเป็นครั้งสุดท้ายว่า
“พวกเอลฟ์งี่เง่า!!! พวกเธอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือหมู่บ้านของพวกคุณแล้วสิ่งที่พวกคุณทำคืออะไรล่ะ!?! แค่ไม่รู้วิธีสู้ก็เลยล้มเลิกความคิดที่จะสู้งั้นเหรอ!!! ทั้งๆที่ คุณอลิซ กับ อาริกะจัง พยายามสู้เพื่อพวกคุณถึงขนาดนี้แล้ว... พวกคุณมัน... เห็นแก่ตัวที่สุด!!!”
“.....”
[ แปะ... ]
[ …..? ]
ฝ่ามือบางอันอ่อนระโหยของ อาริกะ เอื้อมขึ้นมาแตะหัวไหล่ของเด็กหนุ่มเอาไว้ก่อนที่เด็กสาวจะแค่นเสียงพูดขึ้นมาอย่างแผ่วเบา...
“พวกเราเป็นฝ่ายเต็มใจจะช่วยเองนะคะ เคียว... คุณไบรอัน บอกแล้วนี่นาว่าพวกเราจะหนีไปหรือจะสู้ก็ได้ดังนั้นนี่ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาหรอกค่ะ...”
“แต่ว่า!!!”
“แค่กๆๆๆ...”
อาริกะ สำลักเลือดของตนออกมาเล็กน้อยก่อนที่ความอดทนของเด็กหนุ่มจะพุ่งขึ้นถึงขีดสุดและหันไปจ้องมองเหล่าเอลฟ์อย่างเดือดดาล
“ได้!!! ถ้าพวกคุณปอดแหกไม่กล้าสู้กับไอพวกตัวเขียวพวกนี้งั้นผมจะเป็นคนสู้เอง!!!”
[ ครืนนนน!!! ]
เปลวเพลิงสีส้มลุกไหม้จากบนตัวแหวนที่ถูกห้อยไว้บนลำคอของ เคียว ก่อนที่เปลวไฟเหล่านั้นจะลุกลามไปทั่วร่างของเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว
“จงแปรเปลี่ยนความว่างเปล่าสู่การเป็นศาสตราวุธ!!!”
[ Chaos Blade!!! ]
[ เปรี๊ยะๆๆๆ... ]
กระแสไฟฟ้าสีส้มและเปลวเพลิงหมุนวนรอบๆร่างของ เคียว อย่างรุนแรงก่อนที่เปลวเพลิงและสายฟ้าเหล่านั้นจะไปรวมตัวกันบนฝ่ามือทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มแหละแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บแสงสีส้มซึ่งมีรูปร่างเหมือนกับกรงเล็บแสงของ อลิซ ไม่ผิดเพี้ยน
“จงเปลี่ยนแปลงความว่างเปล่าสู่กระบวนท่า!!!”
[ Chaos Code… ]
[ เปรี๊ยะๆๆๆ!!! ]
[ ครืนนนน!!! ]
เปลวไฟและประกายไฟฟ้าโหมกระหน่ำขึ้นอย่างรุนแรงก่อนที่แสงสีส้มจะถูกเปล่งออกมาจากตัวแหวนบนลำคอของเด็กหนุ่มและฉายเป็นตัวอักษรโบราณที่ไม่มีใครอ่านออกเบื้องในขณะที่ เคียว เปล่งเสียงคำรามเพื่ออ่านตัวอักษรเหล่านั้นออกมาอย่างดังก้อง
[ Wolf Transformation!!! ]
[ ครึ่กๆๆๆ... ]
[ กรรร์~!!! ]
ร่างของเด็กหนุ่มขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อยในขณะที่โครงหน้าของเด็กหนุ่มยืดยาวออกคล้ายศีรษะของสุนัขพร้อมๆกับเส้นขนสีส้มเข้มที่เริ่มงอกยาวขึ้นปกคลุมตามร่างกายในขณะที่เปลวเพลิงและสายฟ้าสีส้มยังคงลุกไหม้และเปล่งประกายอย่างต่อเนื่อง
“ความว่างเปล่าจงสร้างอสูรร้าย!!!”
[ Chaos Force!!! ]
[ ครืนนนน!!!!! ]
ในครานี้เปลวเพลิงเคลื่อนตัวออกจากร่างของเด็กหนุ่มและจับก้อนกันเป็นกลุ่มก่อนขนาดใหญ่พลางเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆในขณะที่ เคียว กางฝ่ามือของตนออกตรงหน้าเพื่อควบคุมเปลวไฟเหล่านั้น
“อสูรกายแห่งผืนป่า ยักษาแห่งพงไพร จงจำแลงจากเปลวเพลิงขึ้นมารับใช้ข้า ณ บัดนี้!!!”
[ บรึ้มมมม!!! ]
แสงสีส้มแสบตาระเบิดออกจากกลุ่มก้อนของเปลวไฟก่อนที่สัตวอสูรร่างยักษ์ซึ่งมีสภาพคล้ายกับกลุ่มสัตว์อสูรตรงหน้าจะปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางสีหน้าตื่นตะลึงของเหล่าเอลฟ์รวมไปถึง อลิซ และ อาริกะ ที่กำลังตื่นตะลึงจนทำได้เพียงอ้าปากค้างเท่านั้น
[ โกร๋วววว~!!!!! ]
เสียงคำรามอย่างโหยหวนของโทรลที่ทุกๆคนในบริเวณนั้นต่างคุ้นเคยกันดีจะต่างกันก็ที่โทรลที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมานี้มีผิวกายสีส้มราวกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้และหันไปประจันหน้ากับกลุ่มโทรลที่พวกเขากำลังต่อสู้ด้วยเมื่อสักครู่นี้
[ ฮู่มมมม!!! ]
[ เปรี้ยงงง!!!!! ]
กำปั้นเพลิงสีส้มซัดเข้าใส่ปลายคางของโทรลร่างเขียวอย่างรุนแรงจนร่างกายใหญ่ยักษ์นั้นลอยเคว้งขึ้นไปในอากาศอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ร่างกายของโทรลร่างเขียวจะล้มเข้าใส่ชายป่าจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
[ โครมมม!!! ]
[ ฮู่มมม!?! ]
เมื่อเห็นว่าพรรคพวกของตนถูกจู่โจมเหล่าโทรลที่เหลืออีกจำนวน 3 ตัวจึงพุ่งเข้าหาหมายจะจู่โจมศัตรูหน้าใหม่ทว่าเงาร่างภายใต้เปลวเพลิงและสายฟ้าสีส้มได้พุ่งเข้าอัดยังปลายคางของ 1 ใน 3 โทรลที่ยังเหลืออยู่เสียก่อน
[ บั้กกก!!! ]
[ โกร๋ววว!?! ]
เคียว ในร่างของมนุษย์หมาป่าปรากฏขึ้น ณ บริเวณปลายคางของโทรลรีบเงื้อกรงเล็บเพลิงของตนขึ้นและตวัดข่วนเข้าใส่นัยน์ตาและใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างสุดแรงจนกระทั้งหนังหน้าและเศษเนื้อของโทรลปลิวว่อนไปในอากาศอย่างน่าสยดสยอง
[ คว่ากๆๆๆๆ!!! ]
[ แผละๆๆ... ]
[ … แหวะ ]
เหล่าเอลฟ์บางตนซึ่งไม่อาจทนมองภาพใบหน้าของโทรลที่เหลือเพียงเศษเนื้อติดอยู่บนกระดูกส่วนกะโหลกและเศษเนื้อที่ร่วงหล่นลงบนตัวพื้นต้องสำรอกของเก่าออกมาอย่างสุดกลั้นในขณะที่โทรลตนนั้นสามารถฟื้นคืนสภาพใบหน้าของตนให้กลับมาเป็นปกติได้ในเวลาไม่นานนัก
“บ้าที่สุด!!! จู่โจมขนาดนี้แล้วยังรักษาตัวเองได้อีกแล้วจะฆ่ามันได้ยังไงละครับ!?!”
[ เอี๊ยกกกก!!!!! ]
[ ตึงๆ.. โครม!!! ]
[ …..!?! ]
เสียงร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นมาจากทางด้านหลังก่อนที่ภาพร่างของโทรลสีส้มซึ่งกำลังเหยียบแผ่นหลังของโทรลที่ถูกซัดล้มลงก่อนหน้านี้จะเรียกความสนใจไปจากทุกคนภายในบริเวณนั้น เนื่องจากโทรลที่เด็กหนุ่มเสกขึ้นมากำลังถอนลิ่มสีเงินซึ่งปักอยู่บนหลังของอีกฝ่ายออกมาก่อนที่ ไบรอัน จะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
(จริงสิ... โทรลตามธรรมชาติไม่มีลิ่มโลหะปักอยู่บนหลังเหมือนโทรลของราชินีมารนี่นา... ว่าแต่ลิ่มพวกนั้นมีความสำคัญอะไรกัน... สัตว์อสูรตนนั้นถึงแผดเสียงร้องออกมาเช่นนั้น?)
[ ปึดๆ... ควากกก!!! ]
[ กี๊ซซซซ~!!! ]
[ ตึง... เคร๊งๆ... ]
ตัวลิ่มถูกโยนลงกับพื้นอย่างรวดเร็วก่อนที่โทรลร่างสีส้มจะหันไปถอนลิ่มชิ้นต่อไปในขณะที่บาดแผลจากการถอนลิ่มเล่มแรกนั้นไม่ได้รักษาตัวเองจนหายอย่างที่ควรเป็น!!!
[ ชู่วๆๆ... ]
[ …..? ]
ไอความมืดแผ่ขยายออกมาจากตัวลิ่มที่ถูกถอนออกมาอยู่ครู่หนึ่งท่ามกลางสายตาของเหล่าเอลฟ์และกลุ่มของ อาริกะ ที่กำลังมีความคิดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันว่า...
(หรือว่า... ลิ่มพวกนั้นคือต้นกำเนิดพลังงานของโทรลพวกนั้น!?!)
[ กึงๆ... ]
ลิ่มตัวที่สองถูกถอนออกมาอย่างยากเย็นท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนของโทรลร่างเขียวในขณะที่โทรลตัวอื่นๆรวมไปถึงทุกชีวิตในบริเวณนี้ทำได้เพียงจ้องมองภาพเหล่านั้นด้วยความสยดสยองจนกระทั่งตัวลิ่มทั้งหมดถูกถอนออกมาจากแผ่นหลังของศัตรูที่นอนสิ้นใจอยู่บนตัวเพื่อนเนื่องจากเลือดสีเขียวข้นที่ไหลทะลักออกมาจากบาดแผลกลางหลัง...
[ ชู่ววว... ]
ร่างของโทรลสีส้มที่ เคียว เสกขึ้นมานั้นค่อยๆมลายหายไปในอากาศอย่างเชื่องช้าเมื่อมันเผาผลาญพลังเวทย์ในการต่อสู้ไปจนหมดทว่านั้นก็เพียงพอที่จะชี้ทางสว่างให้กับพวกเขาได้เป็นอย่างดีแล้ว...
(ต้องถอนลิ่มพวกนั้นออกถึงจะเอาชนะสัตว์อสูรพวกนี้ได้!!!)
[ ฟุ่บ… ฉึกกก!!! ]
[ เอี๊ยกกก!?! ]
ร่างในคราบมนุษย์หมาป่าของ เคียว พุ่งขึ้นไปยืนบนแผ่นหลังของ 1 ใน โทรลทั้ง 3 ที่ยังเหลืออยู่พลางแทงกรงเล็บของตนลงไปบนแผ่นหลังของมันหมายจะถอนลิ่มโลหะที่ยังเหลืออยู่ออกมาทว่าเสียงคำรามอย่างดุร้ายได้กระตุ้นสัญชาติญาณระวังภัยของเขาขึ้นมาเสียก่อน
[ โฮกกกก!!! ]
[ ฟุ่บ... ]
[ บั้กกก!!! ]
กำปั้นของโทรลที่เหลืออยู่ทุบลงบนแผ่นหลัง ณ จุดที่เด็กหนุ่มยืนอยู่เมื่อครู่นี้อย่างรุนแรงทว่า เคียว ซึ่งรู้ตัวก่อนนั้นสามารถกระโดดขึ้นฟ้าเพื่อหลบการจู่โจมเหล่านั้นได้อย่างทันท่วงที ทว่าโทรลอีกตัวหนึ่งซึ่งตั้งท่ารออยู่ก่อนแล้วกำลังเงื้อท่อนแขนของตนไปด้านข้างเพื่อเตรียมหวดเข้าใส่ร่างของเด็กหนุ่มซึ่งกำลังลอยตัวค้างอยู่กลางอากาศ
“แย่แล้ว!!!”
[ ฉึกๆๆๆ!!! ]
[ เอี๊ยกกก!?! ]
เคียว อุทานออกมาเมื่อเห็นว่าตนกำลังตกเป็นเป้าจู่โจมของอีกฝ่ายทว่าใบดาบและลูกธนูซึ่งถูกซัดมากจากทิศทางที่เหล่าเอลฟ์รวมตัวกันอยู่ได้ดึงความสนใจจากสัตว์อสูรร่างยักษ์ไปเสียก่อนทำให้เด็กหนุ่มรอดชีวิตไปได้อย่างหวุดหวิด
[ กึก... ]
[ ฟุ่บ... ตึก!!! ]
เด็กหนุ่มที่คว้ากิ่งไม้เอาไว้ได้รีบดีดตัวกลับลงไปบนตัวพื้นพลางมองกลับไปยังเหล่าเอลฟ์ที่บัดนี้เริ่มหยิบจับอาวุธของตนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความหวัง
“ขอโทษด้วยที่เคยสบประมาทเจ้าเอาไว้นะเจ้าหนู...”
“พวกเราจะช่วยนายด้วยอีกแรงหนึ่ง!!!”
“เพื่อเจ้า... ที่จุดประกายความหวังให้กับพวกเราอีกครั้งหนึ่ง!!!”
“.....”
เคียว จ้องมองเหล่าเอลฟ์อยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เด็กหนุ่มจะพุ่งกระโจนเข้าหาโทรลทั้ง 3 โดยมีเหล่าเอลฟ์วิ่งตามเข้าไปอีกครั้งหนึ่งในขณะที่ทางด้านหลังนั้น อลิซ กำลังพยุงกายลุกขึ้นอย่างยากลำบากท่ามกลางสีหน้าตื่นตระหนกของ อาริกะ ที่อยู่ใกล้ๆและรีบเข้าไปช่วยอสูรสาวอย่างร้อนรน
“พี่อลิซคะ!!! ถ้าลุกไม่ไหวก็อย่าฝืนเลยค่ะ”
“แต่ว่า... ทุกคนกำลังต่อสู้อยู่นะ... โอ๊ย!!!”
อสูรสาวคู้กายลงต่ำเมื่อความเจ็บปวดแล่นเข้าจู่โจมเธออีกคราก่อนที่ อาริกะ จะทำเสียงดุกับ อลิซ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“พี่อลิซ!!! หนูขอสั่งไม่ให้พี่ฝืนลุกขึ้นเข้าใจมั้ยคะ!!!”
“แต่ถ้าพี่ไม่ช่วย... แค่ เคียว กับพวกเอลฟ์คง...”
“.....”
หยาดน้ำใสเริ่มคลอบนนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยของ อาริกะ จนอสูรสาวต้องจำใจยอมแพ้และทรุดกายลงนั่งบนตัวพื้นแต่โดยดีในขณะที่เด็กสาวรีบเผยยิ้มแป้นเมื่อแผนแกล้งบีบน้ำตาสามารถใช้ได้ผลอีกครั้งหนึ่ง
“ไม่ต้องห่วงไปหรอกค่ะ... เพราะหนูจะเข้าไปช่วยพวก เคียวคุง อีกแรงนึงเองค่ะ”
“... อย่าฝืนจนเกินตัวก็แล้วกันนะจ้ะ”
“ค่ะ~!!!”
อาริกะ ตอบรับอสูรสาวเสียงใจก่อนที่เธอจะชักดาบรูปร่างประหลาดของตนออกมาและตวัดใบดาบออกไปด้านข้างพร้อมๆกับการเรียกใช้ทักษะเสริมของตนเองถึง 2 ทักษะอย่างต่อเนื่อง
“ดาบอัสนี!!! ดาบประกายแสง!!!”
[ Thunder Blade & Holy Sword!!! ]
[ เปรี๊ยะๆๆๆ!!! / วิ้งๆๆ... ]
ทักษะดาบอัสนีนั้นส่งผลให้ตัวดาบของเด็กสาวแยกตัวและกางออกก่อนที่ดาบลำแสงสีเหลืองขนาดใหญ่ซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยประกายไฟฟ้าจะถูกสร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็วในขณะที่ทักษะดาบประกายแสงส่งผลให้ตัวดาบสายฟ้าเรืองแสงสีขาวอ่อนๆทับดาบลำแสงสีเหลือเพื่อเพิ่มพลังทำลายขั้นไปอีกก่อนที่สุดยอดทักษะของเด็กสาวจะถูกเรียกใช้เป็นลำดับต่อไป
“จำแลงเทพอัสนี!!!”
[ God of Thunder!!! ]
[ ครืนนน... เปรี้ยงงง!!! ]
กลุ่มเมฆก่อตัวขึ้นเหนือลานกว้างอยู่ชั่วพริบตาหนึ่งก่อนที่สายฟ้าสีเหลืองจะถูกฟาดลงบนร่างของเด็กสาวเพื่อกระตุ้นพลังต่อสู้ให้สูงขึ้นคล้ายกับทักษะจำแลงอัสนีของ ซิลเบอร์ แห่งทีม SGC นั่นเอง
“ทุกๆคนคะ!!! เปิดทางให้หนูโจมตีทีค่ะ!!!”
[ วูบบบ... ]
[ เปรี๊ยะๆๆๆ... ]
อาริกะ เงื้อใบดาบอัสนีของตนไปด้านหลังในขณะที่ เคียว และเหล่าเอลฟ์ต่างกระจายตัวกันออกไปด้านข้างเพื่อหลบฉากให้เด็กสาวทำการจู่โจมได้อย่างถนัดมือเมื่อเห็นสภาพดาบสายฟ้าขนาดยักษ์ที่กำลังเปล่งประกายไฟฟ้าออกมาอย่างต่อเนื่อง
“เพลงดาบเทพอัสนี.... อัสนีพิฆาต!!!”
[ Thunder Slasher!!! ]
[ วูบ... เปรี้ยงๆๆๆๆ!!! ]
[ เอี๊ยกกกกซ์~!!!!! ]
ใบดาบสีเหลืองประกายถูกตวัดไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วก่อนที่เส้นสายฟ้าจะพุ่งแหวกอากาศลงมาเป็นเส้นตรงจากร่างของ อาริกะ ไปจนถึงร่างของเหล่าโทรลอย่างรวดเร็วจนเหล่าอสูรยักษ์ร่างเขียวต้องกรีดร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด
[ ตึงๆๆ... ]
[ กรรร์... ]
โทรลทั้ง 3 ตนทรุดกายลงกับพื้นพลางคำรามออกมาอย่างเจ็บปวดเมื่อทั่วทั้งร่างของพวกมันถูกสายฟ้าเผาไหม้จนกลายเป็นสีดำเกรียมทว่าผิวหนังชั้นนอกของพวกมันกลับถูกผลัดออกมาและแทนที่ด้วยผิวหนังใหม่ด้วยพลังมารอย่างรวดเร็วราวกับการจู่โจมเหล่านั้นไม่มีผลกับพวกมันเลยแม้แต่น้อย
“ถึงจะฟื้นตัวได้แต่ถ้าแค่ทำให้พวกเธอชะงักได้ก็นับว่าคุ้มค่าละนะ... ตอนนี้ละคะทุกคน!!!”
[ ฟุ่บๆๆๆ!!! ]
เคียว และเหล่าเอลฟ์ต่างพุ่งตัวขึ้นไปบนหลังของพวกโทรลที่กำลังทรุดกายลงบนพื้นพลางรุมกันจู่โจมเข้าใส่ลิ่มโลหะบนแผ่นหลังของพวกมัน ทว่าดูเหมือนพวกโทรลจะรู้ตัวกันแล้วว่าเหล่าเอลฟ์ล่วงรู้ถึงจุดอ่อนของพวกมันทำให้โทรลทั้ง 3 ต่างระวังหลังให้กันและกันจนเหล่าเอลฟ์ไม่สามารถถอนลิ่มเหล่านั้นออกมาได้ทันการณ์
[ Flash Slash!!! ]
[ เปรี้ยง!!! ฉัวะๆๆๆ... ]
[ เปรี้ยงงงง!!! ]
[ เอี๊ยก!?! ]
ในขณะที่เหล่าเอลฟ์กำลังหาช่องทางที่จะขึ้นไปบนหลังของพวกโทรลเพื่อถอนลิ่มทั้งหลายออกมานั้นเองที่ดาบสายฟ้าสีเหลืองของ อาริกะ พุ่งเข้าเสยร่างของโทรลขึ้นไปจากตัวพื้นก่อนที่ตัวดาบจะถูกตัดผ่านร่างของโทรลตนนั้นอย่างรวดเร็วโดยไม่เกิดบาดแผลใดๆเนื่องจากตัวดาบมีสภาพเป็นเพียงกลุ่มก้อนพลังงานเท่านั้น แต่นั่นก็มากพอที่จะสร้างความเสียหายอย่างมากให้กับอีกฝ่ายเพราะโทรลตนนั้นเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจากผลของกระแสไฟที่แล่นผ่านร่างของมันไป ก่อนที่ร่างของโทรลตนนั้นจะร่วงหล่นกลับลงไปบนตัวพื้นในเวลาต่อมา
“ทุกคนคะ!!! พยายามแยกมันออกไปแล้วค่อยๆรุมจัดการมันทีละตัวเลยค่ะ!!! เคียวคุง ช่วยล่อโทรลออกไปกับเธอตัวนึงได้มั้ยจ้ะ?”
“ได้ตามขอเลยครับ!!!”
[ เปรี้ยง!!! ]
[ โฮกกก!?! ]
เคียว พุงเข้ากระแทกลำตัวของโทรลอย่างรุนแรงพลางก้าวถอยหนีไปเป็นจังหวะก่อนที่โทรลตัวที่สองจะติดกับและค่อยๆก้าวตามเด็กหนุ่มไปอย่างเชื่องช้าในขณะที่โทรลตัวแรกถูก อาริกะ และเหล่าเอลฟ์กดดันเอาไว้จนไม่สามารถกลับไปรวมกลุ่มกับพรรคพวกที่เหลือได้ทว่าโทรลตัวสุดท้ายซึ่งมีเพียงเหล่าเอลฟ์จำนวนน้อยเท่านั้นที่คอยกดดันมันเอาไว้กำลังพยายามตรงกลับไปรวมกลุ่มกับพรรคพวกที่เหลืออย่างเชื่องช้า
[ เปรี้ยงๆ!!! ]
[ เอี๊ยกกก!?! ]
เงาร่างสีส้มและสีขาวพุ่งเข้าสกัดด้านหน้าของโทรลตัวสุดท้ายเอาไว้อย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างของ อลิซ และ ไบรอัน จะปรากฏขึ้น ณ เบื้องหน้าของโทรลตนนั้นและกางกรงเล็บของพวกตนออกมาเป็นเชิงพร้อมต่อสู้ในขณะที่อสูรสาวเรียกใช้ทักษะของตัวเองเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
[ Healing!!! ]
[ วิ๊งๆๆ... ]
ประกายแสงปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของ อลิซ อยู่ครู่หนึ่งก่อนที่แสงเหล่านั้นจะลอยเข้าไปอุดตามบาดแผลบนเรือนร่างของ ไบรอัน และตัวเธอเองซึ่งส่งผลให้บาดแผลต่างๆเริ่มสมานตัวกันได้ดียิ่งขึ้น
“ถ้าไม่ได้การรักษาของเจ้าก็คงแย่ไม่น้อยเลยนะเนี่ย...”
“ขอบใจที่ชม... ว่าแต่ยังสู้ไหวแน่นะพ่อหน้าขน?”
“เจ้าคิดว่ากำลังพูดอยู่กับใครน่ะ?”
“เอลฟ์หื่นกามที่กระเด็นมาใช้หน้าอกของชั้นเป็นกันชนละมั้ง?”
[ ฮู่มมมม!!! ]
[ เคร๊ง!!! ]
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังแหย่กันและกันอยู่นั้นเองที่โทรลเปล่งเสียงคำรามขึ้นมาอย่างขัดใจส่งผลให้ อลิซ และ ไบรอัน กางกรงเล็บของตนออกและวิ่งกระจายกันออกไปด้านข้างเพื่อทำให้ศัตรูสับสนก่อนที่ทั้งคู่จะลงมือจู่โจมอย่างพร้อมเพรียงกัน
[ เปรี้ยงๆ!!! ]
[ ฮู่มมม!!! ]
ไบรอัน จู่โจมเข้าใส่ท่อนขาของโทรลเพื่อทำให้มันเสียหลักในขณะที่ อลิซ ซัดเข้าใส่บริเวณขมับของอีกฝ่ายเพื่อให้มันสับสนและมึนงงซึ่งช่วยให้เหล่าเอลฟ์รุมกันจู่โจมเข้าใส่ตัวลิ่มจนสามารถถอนลิ่มตัวแรกออกมาได้เป็นผลสำเร็จ
[ กึงๆๆ... ]
[ กี๊ซซซ!?! ]
[ เฮๆๆ!!! ]
ทันทีที่ลิ่มตัวแรกถูกถอนออกมาได้ เหล่าเอลฟ์จึงเริ่มรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นเมื่อได้เห็นท่าทีอันเจ็บปวดของโทรลที่กำลังกรีดร้องพลางบิดตัวด้วยความเจ็บปวดที่หยาดเลือดไหลทะลักออกมาจากบาดแผลบนแผ่นหลัง
[ ฟุ่บๆ... ]
[ ควากๆ!!! ]
เงาร่างสีขาวและสีส้มตวัดกรงเล็บเข้าจู่โจมใส่โทรลอีกครั้งหนึ่งทว่าในครั้งนี้บาดแผลบนร่างกายของมันไม่ได้รักษาตัวเองจนหายเป็นปกติได้รวดเร็วดังเดิมอีกต่อไปแล้วทำให้ อลิซ และ ไบรอัน ทำการจู่โจมให้ถี่และรุนแรงยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม
[ เปรี้ยงๆๆๆ!!! ]
[ กึงๆๆ... ]
ลิ่มตัวที่สองถูกถอนตามออกมาในเวลาไม่นานในขณะที่บาดแผลตามร่างกายของโทรลเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นยิ่งกว่าเดิมจน ไบรอัน ตัดสินใจลองจู่โจมด้วนกระบวนท่าโจมตีของเขาดู
[ Berserker Claw!!! ]
[ ควากๆๆๆๆ... บรึ้มมม!!! ]
กรงเล็บอันเข็งแกร่งข่วนกระชากเศษเนื้อออกมาจากร่างของโทรลตามจังหวะการกวัดแกว่งของ ไบรอัน ก่อนที่คลื่นพลังซึ่งใช้ระเบิดเป็นการตบท้ายจะส่งผลให้อสูรยักษ์ร่างเขียวจะกระเด็นออกไปนอนคว่ำหน้าอยู่บนตัวพื้น
[ ตึงๆ... โครม!!! ]
[ เอี๊ย.. ก... ]
[ ตึกๆๆๆ!!! ]
เมื่อเห็นว่าบาดแผลจากการจู่โจมของ ไบรอัน สามารถสร้างความเจ็บปวดให้กับโทรลได้มากพอสมควร อลิซ จึงตัดสินใจทำการจู่โจมด้วยท่าโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเธอด้วยเช่นกัน
“พอลิ่มโดนถอนออกจากหลังแบบนี้ชั้นก็ไม่จำเป็นต้องกลัวแกแล้วไอ้ยักษ์อัปลักษณ์!!! หอกแสงพิฆาตมาร”
[ Holy Javelin!!! ]
[ วิ้งๆๆๆ... ]
ประกายแสงสีขาวบนมือของ อลิซ ค่อยๆก่อตัวเป็นรูปร่างของหอกแสงขนาดใหญ่ก่อนที่อสูรสาวจะจัดแจงเขวี้ยงมันเข้าใส่แผ่นหลังของโทรลเพื่อยืดร่างของอีกฝ่ายเอาไว้กับตัวพื้น
[ เฟี้ยววว!!! ]
[ ฉึกก... ]
[ เอี๊ยกกก!!?!? ]
หอกแสงพุ่งทะลวงร่างของโทรลอย่างง่ายดายส่งผลให้ร่างของอสูรเขียวดิ้นพราดๆด้วยความเจ็บปวดทว่ามันกลับไม่สามารถดิ้นหนีไปจากจุดที่มันอยู่ได้ก่อนที่เหลือเอลฟ์จะรีบวิ่งเข้าไปบนแผนหลังของมันเพื่อถอนลิ่มที่เหลืออยู่อย่างพร้อมเพรียงกัน
[ กึกๆๆๆ... ]
[ เอี๊ยกกก!!!!! ]
[ กึงๆๆ... ]
ลิ่มที่เหลืออยู่ทั้งหมดถูกถอนออกจากแผ่นหลังของโทรลจนหมดสิ้นทว่าสัตว์อสูรยักษ์ตรงหน้ากลับยังสามารถเปล่งเสียงร้องและอาละวาดได้อยู่ อลิซ จึงจัดแจงทำการดับลมหายใจของมันด้วยการสั่งให้เหล่าเอลฟ์ถอยห่างออกไปจากร่างขอโทรลในทันที
“อยู่อย่างนั้นคงทรมานสินะ... งั้นชั้นจะให้แกไปสบายเดี๋ยวนี้แหละ!!! หอกแสงพิฆาตมาร… พิฆาต!!!”
[ บรึ้มมมมม!!! ]
หอกแสงที่ตรึงร่องของโทรลอยู่เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงจนเกิดแสงสว่างจ้าไปทั่วบริเวณอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่หลุมขนาดใหญ่จะปรากฏขึ้นแทนที่ ณ จุดที่โทรลตนเมื่อครู่นี้นอนอยู่พร้อมๆกับลิ่มโลหะจำนวนหนึ่งทว่าในตอนนี้กลับไม่ปรากฏร่างขอโทรลตนเมื่อครู่นี่เลยแม้แต่น้อย...
.....
[ เปรี้ยะๆๆ… ]
[ กี๊ซซซซ~!?! ]
เงาร่างซึ่งห่อหุ้มไปด้วยประกายไฟฟ้าสีเหลืองทองพุ่งเข้าขวางด้านหน้าของโทรลอีกตนหนึ่งเอาไว้พลางตวัดดาบสายฟ้าขนาดยักษ์เข้าใส่เพื่อสกัดศัตรูที่กำลังตั้งท่าวิ่งหนีเพื่อกลับเข้าไปซ่อนตัวภายในตัวป่า
“ไม่ปล่อยให้หนีหรอกค่ะ!!!”
[ Thunder Slash!!! ]
[ เปรี้ยงๆๆๆ!!! ]
[ ฮู่มมม!!! ]
สายฟ้าฟาดเข้าใส่ร่างของอสูรเขียวอีกครั้งหนึ่งก่อนที่เหล่าเอลฟ์จะกระจายกำลังกันออกด้านข้างและตวัดเชือกเข้าตรึงท่อนแขนทั้งสองข้างของโทรลเอาไว้ในทันที
[ ควับๆๆๆ!!! ]
[ ปึดดด... ]
กลุ่มเอลฟ์เกือบ 10 ชีวิตช่วยกันดึงท่อนแขนทั้งสองข้างของโทรลเอาไว้ในขณะที่ อาริกะ ในร่างจำแลงเทพอัสนีได้ใช้ความเร็วของเธอเพื่ออ้อมไปด้านหลังและตวัดคมดาบเข้าถอนลิ่มโลหะออกจากแผ่นหลังของอีกฝ่ายในทันที ทว่าดูเหมือนโทรลจะรู้เป้าหมายของเด็กสาว มันจึงพยายามเบี่ยงตัวหลบอย่างยากลำบากเพราะเหล่าเอลฟ์ที่กำลังตรึงท่อนแขนของมันอยู่นั่นเอง
[ ฉัวะๆๆ!!! ]
[ เอี๊ยกกกก!!! ]
แผ่นเนื้อบนแผ่นหลังของโทรลถูกแล่ออกมาพร้อมๆกับตัวลิ่มโลหะทั้งหมดแม้โทรลจะพยายามเบี่ยงตัวหลบการจู่โจมในครั้งนั้นทำให้หยาดเลือดไหลเยิ้มลงบนตัวพื้นท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนของอีกฝ่ายและเหล่าเอลฟ์ที่กำลังพยายามยึดตรึงร่างของโทรลเอาไว้อย่างยากเย็นทำให้ อาริกะ ตัดสินใจใช้กระบวนท่าที่รุนแรงที่สุดของตนเพื่อหยุดลมหายใจของอีกฝ่ายที่ยังคงมีฤทธิ์พอที่จะต่อต้านพวกเขาได้อยู่
“ทุกคนช่วยตรึงมันเอาไว้อีกพักนึงนะคะ!!! หนูจะใช้เวทมนตร์สูงสุดเพื่อจัดการกับมันค่ะ!!!”
“ไม่ต้องห่วง... ให้ตายพวกเราก็จะไม่ปล่อยมือแน่!!!”
[ เคร๊ง!!! ครืนนนน... ]
[ เปรี๊ยะๆๆๆ... ]
อาริกะ ตั้งดาบของตนให้ขนานไปกับตัวพื้นก่อนที่กระแสไฟฟ้าที่รวมตัวกันอยู่ในรูปลักษณ์ของดาบจะค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นวงแหวนมนตราซึ่งรายล้อมตัวดาบเอาไว้เป็นเส้นตรงในขณะที่เด็กสาวร่ายคาถาเพื่อเรียกใช้เวทมนตร์ของตนเอง
“ข้าแต่เทพแห่งอัสนีบาตสีชาด เวอร์มิลิออน... ข้า อาริกะ ผู้ร่วมทำพันธะสัญญาแห่งอัสนี วอนขอพลังของท่านเพื่อทำลายอริศัตรูของข้าให้มลายหายไปภายในแสงแห่งอัสนีบาตพิโรธ!!!”
[ วู้มๆๆๆ... ]
บอลแสงสีเหลือซึ่งห่อหุ้มไปด้วยประกายไฟฟ้าเริ่มก่อตัวขึ้น ณ บริเวณปลายดาบที่แยกออกเป็นสองส่วนของเด็กสาวและขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆก่อนที่ อาริกะ จะเรียกใช้เวทมนตร์ดังกล่าวเพื่อจู่โจมใส่โทรลเบื้องหน้าเธอในที่สุด
[ Evil Thunder!!! ]
[ วาบบบ... ]
[ ….. ]
แสงสว่างระเบิดออกไปจากร่างของ อาริกะ ผ่านทางวงเวทย์จนไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้อีกนอกจากประกายสีเหลืองทองที่แล่นออกมาจากเวทมนตร์ของเด็กสาวก่อนที่เสียงกึกก้องกัมปนาทจะระเบิดตามซ้ำมาในที่สุด
[ เปรี๊ยะๆ... เปรี้ยงๆๆๆ!!! ]
[ บรึ้มๆๆๆๆๆ!!!!! ]
[ เหวอ!!! / กรี๊ด!!! ]
เสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่สายฟ้าสว่างวาบออกมาจากเส้นแสงที่เด็กสาวยิงออกไปเป็นเส้นตรงนั้นทำให้เหล่าเอลฟ์ที่กำลังยึดร่างของโทรลเอาไว้พลอยถูกกระแสไฟฟ้าผ่าเข้าใส่ในบริเวณใกล้ๆและหงายหลังล้มลงเมื่อตัวเชือกถูกเวทมนตร์ของ อาริกะ เผาผลาญจนไม่เหลือชิ้นดี
[ ครืนนนน... ]
ตัวพื้นถูกความร้อนจากท่า Evil Thunder ของ อาริกะ เผาไหม้จนยุบตัวลงไปเป็นเส้นโค้งในขณะที่ตัวป่าด้านหน้าถูกทำลายจนเกิดรอยไหม้บนพื้นแป้นเส้นตรงยาวเข้าไปในตัวป่า ทว่าไม่ว่าจะมองไปในทิศทางใดก็มิอาจมองเห็นร่างของโทรลผู้โชคร้ายได้ จะเหลือก็เพียงลิ่มโลหะสีดำที่ถูกไอความร้อนเผาไหม้จนเกรียมเหลืออยู่บนตัวพื้นเพียงเท่านั้น...
“ท่าทาง... หนูจะทำเกินเหตุไปใช่ไหมคะเนี่ย...”
“.....”
เด็กสาวรำพึงออกมาอย่างแผ่วเบาท่ามกลางสีหน้าตื่นตะลึงของเหล่าเอลฟ์ที่ไม่รู้จะสรรหาคำใดๆมาบรรยายความรู้สึกในตอนนี้ดีระหว่างหวาดกลัว โกรธ หรือตื่นตะลึง...
.....
[ ผัวะ!!! ผัวะ!!! ]
[ กร๊อบๆๆ... ]
[ อ๊าาา~!!! / กรี๊ดดด!!! ]
[ โครมมม!!! ]
ร่างของเหล่าเอลฟ์กระเด็นว่อนไปในอากาศอย่างไร้ทิศทางเมื่อโทรลตัวสุดท้ายซึ่งถูกไล่ตามมาจนถึงในตัวป่าและถูกถอนลิ่มบนหลังออกไปได้มากพอสมควรนั้นเริ่มกวัดแกว่งท่อนแขนของมันอย่างบ้าคลั่งจนต้นไม้ภายในตัวป่าล้มเข้าใส่เหล่าเอลฟ์ที่กำลังไล่ตามมันอยู่...
[ กึก!!! แฮ่กๆๆ... ]
ร่างบางของเด็กหนุ่มผมดำภายใต้เสื้อแขนยาวสีน้ำเงินกำลังพิงลำต้อของต้นไม้ต้นหนึ่งและหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อนหลังจากผลของทักษะ Chaos Code และ Chaos Blade หมดฤทธิ์ลงซึ่งส่งผลให้ เคียว ถูกกำปั้นของโทรลซัดเข้าใส่อย่างจังจนเขาและเหล่าเอลฟ์กลับเป็นฝ่ายที่ถูกไล่ต้อนเสียเองอย่างในปัจจุบัน...
“ทำไมผลของทักษะต้องมาหมดเอาตอนนี้ด้วยนะ... ทั้งที่พวกเรากำลังจะชนะอยู่แล้วเชียว...”
เด็กหนุ่มรำพึงออกมาอย่างสิ้นหวังเมื่อเห็นภาพที่เหล่าเอลฟ์ถูกไล่ล่าจนหมดท่าในขณะที่ตัวเขาเองก็ไม่เหลือพลังพอที่จะข้าไปสู้ต่ออีกแล้ว เห็นได้จากเปลวเพลิงสีส้มอันแผ่วเบาที่เปล่งออกมาจากตัวแหวนบนคอของเขานั่นเอง...
“... เหลือเปลวเพลิงแค่นี้คงใช่ทักษะ Chaos Code กับ Chaos Blade ได้อีกแค่อย่างละครั้งเท่านั้น... แล้วผมจะสุ่มได้ทักษะที่สามารถล้มเจ้ายักษ์นั่นได้ไหมนะ...”
เนื่องจากทักษะทั้งหมดของ เคียว เป็นการใช้ทักษะลอกเลียนกระบวนท่าและอาวุธของผู้อื่นที่เขาเคยพบเห็นมาแบบสุ่มและเรียกใช้ไม่ได้ตามที่ต้องการดังนั้นการที่จะเรียกใช้ทักษะเหล่านี้นั้นต้องมีพลังที่มากพอไม่เช่นนั้นหากเขาสุ่มได้ทักษะที่มีพลังทำลายต่ำหรือได้อาวุธที่ไม่สามารถทำการจู่โจมได้อย่างรุนแรงพอแล้วละก็... จะมีเพียงความตายเท่านั้นที่รอเขาอยู่...
[ ตูมมม!!! ]
[ อ๊ากกกกซ์!!!!! ]
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของเหล่าเอลฟ์ที่ถูกโทรลตัวสุดท้ายไล่ล่า เคียว จึงตัดสินใจลองเดิมพันกับโชคของเขาดู... เพราะกรณีเลวร้ายที่สุดเขาก็แค่กลายเป็นอีกศพหนึ่งที่นอนตายอยู่เคียงคู่กับกับเหล่าเอลฟ์เท่านั้นเอง...
“...เอาก็เอา!!! อย่างมากก็แค่อดลวนลาม อาริกะจัง กับ คุณอลิซ อีกต่อไปแล้วเท่านั้นเอง… แง้ๆๆๆ!!!!!”
(... นี่แกกังวลแค่เรื่องนั้นเรอะ!?!)
[ ตึกๆๆๆ... ]
“เฮ้!!! เจ้ายักษ์หน้าโง่!!!”
“กรรร์?”
เด็กหนุ่มตะโกนพลางโบกมือเรียกสัตว์อสูรร่างยักษ์ให้หันมาสนใจตนก่อนที่ เคียว จะรีดเร้นพลังจากตัวแหวนออกมาเพื่อใช้พลังเฮือกสุดท้ายของมันในทันที
“จงแปรเปลี่ยนความว่างเปล่าสู่การเป็นศาสตราวุธ!!!”
[ Chaos Blade!!! ]
[ ครืนนน... ]
เปลวเพลิงไหลจากตัวแหวนเข้าไปสู่มือของเด็กหนุ่มและเปลี่ยนรูปร่างไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ดาบคาตานะเล่มงามซึ่งกำลังสะท้อนแสงจันทร์เพื่ออวดประกายคมของมันจะปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของ เคียว ในเวลาไม่นานนัก
[ กร๊อบๆๆๆ... ]
[ ควับ... ]
เงื่อนไขในการได้อาวุธอันทรงพลังถูกจัดการลงไปเป็นอันดับแรกได้อย่างงดงาม... ทว่าเปลวเพลิงที่เหลือนั้นเพียงพอแก่การใช้ทักษะ Chaos Code เพียงเท่านั้น... หากเขาไม่อาจใช้ทักษะที่มีความรุนแรงสูงพอได้ก่อนที่โทรลตรงหน้าจะพังต้นไม้เข้ามาถึงตัวเข้าทุกอย่างก็จะจบ...
“จงเปลี่ยนแปลงความว่างเปล่าสู่กระบวนท่า!!!”
[ Chaos Code!!! ]
[ ครืนนนน… ]
แสงสีส้มเปล่งออกมาจากตัวแหวนอย่างอ่อนระโหยราวกับมันกำลังจะหมดพลังในไม่ช้านี้ท่ามกลางสีหน้าที่คาดหวังให้ตัวอักษรบนตัวแหวนปรากฏขึ้นมาให้รวดเร็วขึ้นแม้เสี้ยววินาทีก็ยังดี
“เร็วซี่ๆ...”
[ กร๊อบๆๆๆ... ]
ลำต้นถูกหักโค่นลงในเวลาไม่นานในขณะที่ระยะห่างระหว่างเด็กหนุ่มและอสูรยักษ์ค่อยๆหดสั้นลงอย่างเชื่องช้าจนจังหวะการเต้นหัวใจของ เคียว เริ่มเร็วและถี่ขึ้นในทุกช่วงขณะ
[ วิ้ง... ]
[ โครมๆๆ!!! ]
ตัวอักษรตัวสุดท้ายกำลังจะปรากฏในขณะที่ร่างของโทรลอยู่ห่างจากเด็กหนุ่มไปไม่ถึง 3 เมตรและเด็กหนุ่มมั่นใจได้ว่าเขาคงใช้ทักษะที่ปรากฏขึ้นได้ทันอย่างเฉียดฉิวหากอสูรยักษ์ตรงหน้าเขาไม่ยกท่อนไม้ขนาดใหญ่ขึ้นเหนือหัวเพื่อเตรียมเขวี้ยงใส่เขาละก็นะ...
[ วูบ... ]
[ ชิบโผง!!! ]
เด็กหนุ่มอุทานออกมาอย่างลืมตัวเมื่อท่อนไม้ถูกยกสูงขึ้นเหนือหัวของโทรลท่ามกลางสีหน้าอันขาวซีดของเด็กหนุ่มที่กำลังทำใจถูกบี้จนแหลกเละอยู่กับตัวพื้น
[ ผัวะ!!! ]
[ เอี๊ยกกก!?! ]
โกร่งคันธนูถูกปาเข้าใส่ศีรษะของโทรลด้วยฝีมือของเอลฟ์สาวตนหนึ่งที่กำลังหอบหายใจอย่างระโหยโรยแรงจากการถูกต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มเข้าใส่ก่อนที่เอลฟ์สาวตนนั้นจะเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังว่า
“เอาเลยเจ้าหนู!!! พวกเราเชื่อในตัวเธอนะ!!!”
“ย๊ากกกกกซ์~!!!!!”
เคียว เปล่งเสียงร้องออกมาอย่างสุดกลั้นและอ่านอักขระโบราณที่ปรากฏขึ้นมาในอากาศอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งระเบิดท่าทำลายล้างที่ตนลอกเลียนมาออกไปในทันที
“เพลงดาบคมเขี้ยวทมิฬ!!!”
[ Venom Fang!!!!! ]
[ พรึ่บบบ... ]
ร่างของเด็กหนุ่มแตกตัวออกเป็นร่างเงาจำนวน 5 ร่างอย่างรวดเร็วในขณะที่ เคียว สัมผัสได้ถึงสายลมอันอบอุ่นซึ่งแตกต่างจากสัมผัสตอนที่เขาลอกเลียนทักษะนี้ในคราก่อน...
( สายลมนี่มัน... )
เงาร่างของเคียวชะงักอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ร่างทั้ง 5 จะพุ่งเข้าจู่โจมอสูรยักษ์ร่างเขียวอย่างพร้อมเพรียงกันเพื่อปล่อยเพลงดาบสังหารออกไปในทันที
[ เปรี้ยงๆๆๆๆ!!! ]
[ เฮือก... ]
ร่างเงาทั้ง 5 ลงดาบอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องท่ามกลางอาการชะงักค้างของโทรลที่ยืนสลับตำแหน่งกับเด็กหนุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“สายลมนี่มัน... ช่างอบอุ่น... และแข็งแกร่งเหลือเกิน...”
[ เปรี๊ยะๆๆ... เพล๊ง!!! ]
[ ฉูดดดด... ]
ตัวดาบภายในมือของเด็กหนุ่มแหลกสลายลงไปอย่างง่ายดายก่อนที่ร่างของโทรลจะถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยพร้อมๆกับหยาดฝนโลหิตที่โปรยปรายบนผืนป่าอย่างแผ่วเบา
[ หึๆๆๆ... ฮะๆๆๆๆๆ!!! ]
เด็กหนุ่มกุมศีรษะและหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเมื่อ เคียว ล่วงรู้ถึงเหตุผลที่เขาไม่อาจใช้เพลงดาบนี้ได้เมื่อครั้งอยู่ในหมู่บ้านลับแล เพราะเขายังไม่อาจสัมผัสได้ถึงสายลมนั่นเอง...
“สายลมแห่งชีวิต... ที่จะปรากฏขึ้นมาเมื่อต้องการที่จะสังหารใครคนหนึ่งเพื่อปกป้องใครอีกคนหนึ่งอย่างนั้นเหรอ... ช่างเป็นเพลงดาบที่ยุ่งยากจริงๆเลยนะครับ...”
[ ตุบ... ]
ร่างของเด็กหนุ่มทรุดกายลงกับตัวพื้นท่ามกลางฝนโลหิตที่โปรยปรายท่ามกลางแสงจันทร์สีนวลที่สาดแสงเป็นฉากหลังให้กับร่างที่สิ้นสติของ เคียว...
พวกเขาชนะแล้ว...
Ep.50 Elven Village Battle [ Part III ]
Coming Soon …

ว่าแต่เคียว
แกมีความคิดหื่นกามตอนกำลังร่อแร่เนี่ยน่ะ
/me Amen
#1 By Arios Ascalon (101.109.128.115) on 2011-10-16 23:09