Ep.50 Elven Village Battle [ Part Final ]

posted on 22 Oct 2011 23:59 by mayz-maiz  in Episode

Ep.50 Elven Village Battle [ Part Final ]

 

# Deep Elven Forest… ลึกเข้าไปภายในป่าของเหล่าเอลฟ์...

 

[ ซ่าๆ... ]

 

     เสียงใบไม้เสียดสีกันเป็นจังหวะดังขึ้นอย่างแผ่วเบาภายในตัวป่าด้วยสายลมยามราตรีในขณะที่แสงจันทร์ส่องลอดผ่านช่องว่างของเหล่าแมกไม้ลงกระทบผืนดินเบื้องล่างเพื่อมองแสงสว่างให้กับตัวป่า

 

[ ควับๆๆ... ]

[ ….. ]

[ เปรี้ยงๆๆๆ!!! ]

 

     เงาร่างสีดำพุ่งผ่านช่องว่างระหว่างลำต้นของหมู่ไม้ภายในตัวป่าอย่างรวดเร็วก่อนที่รอยดาบและลูกธนูจะถูกฝังลงบนลำต้นที่เงาร่างสีดำเหล่านั้นวิ่งผ่านในเวลาต่อมาราวกับเกิดการต่อสู้อย่างรุนแรงขึ้นภายในบริเวณนี้ภายในชั่วพริบตาที่เงาร่างเหล่านั้นแล่นผ่านไปก็มิปาน

 

[ โครม!!! ]

 

     รอยยุบเกิดขึ้นบนลำต้นของต้นไม้ขนาดใหญ่พร้อมๆกับที่ร่างของ เรนะ ปรากฏขึ้น ณ บริเวณใจกลางของหลุมที่ยุบลงไปนั้นในสภาพที่ ชุดกิโมโนตัวโปรดเต็มไปด้วยรอยขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเลือดจากคมดาบของ เอราดอน ในช่วงที่ทั้งคู่ปะทะกัน

 

     หากแต่ใบหน้าสวยคมซึ่งหยาดเยิ้มไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากแผลแตกบนศีรษะผ่านขอบตาเรียวคมนั้นกำลังฉายแววตาหฤหรรษ์และรอยยิ้มแสยะพลางเลียเลือดที่ไหลผ่านบริเวณมุมปากเข้าไปราวกับบาดแผลทั้งหลายแหล่บนร่างของเธอนั้นยิ่งช่วยกระตุ้นให้เธอรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมอย่างไรอย่างนั้น

 

[ Giant Shot!!! ]

[ ฟุ่บ... ]

[ กึ้งงง!!! ]

 

     ในขณะที่ธนูขนาดใหญ่ซึ่งมีขนาดไม่ต่างจากด้ามหอกทั่วๆไปพุ่งแหวกแมกไม้ลงมายังจุดที่ เรนะ ถูกซัดลงมาเมื่อครู่นี้ในขณะที่ เธอพุ่งตัวสวนลูกธนูดอกนั้นกลับไปอย่างไม่เกรงกลัวจนเกิดแผลถลอกเป็นทางยาวขึ้นบนท่อนขาด้านซ้าย หากแต่ใบหน้าที่ยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มนั้นช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกใส่ใจแม้แต่น้อย

 

[ ฟุ่บ... ]

[ …..!!! ]

 

     เงาร่างสีดำของ เอราดอน พุ่งแหวกกิ่งไม้ลงมาพลางชูดาบยาวทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวและคำรามก้องออกมาเบื้องหน้าร่างของ เรนะ ว่า

 

“อย่าหวังว่าชั้นจะปล่อยให้ผ่านไปได้นะโว้ย!!!”

 

[ เคร๊งๆๆๆ!!! ]

[ กรอดดด... ]

 

     ดาบยาวในมือของชายหนุ่มตวัดเข้าใส่ เรนะ อย่างต่อเนื่องจนเธอไม่อาจหาช่องทางเพื่อฝ่าออกไปโจมตี เซโรน่า ซึ่งแอบซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังแมกไม้ด้านหลังชายหนุ่มก่อนที่ เอราดอน จะปล่อยทักษะของตนออกมาออกมาเพื่อไล่หญิงสาวไปให้พ้นๆจากเอนสาวของเขา

 

[ Impact Cross!!! ]

[ ควับ... ]

 

     ตัวดาบทั้งสองเล่มถูกตวัดเข้าใส่หญิงสาวอย่างพร้อมเพรียงกันจน เรนะ ต้องยกคมดาบขึ้นเพื่อตั้งรับการจู่โจมนั้นก่อนที่ร่างของเธอจะถูกซัดกลับลงไปบนตัวพื้นอีกครั้งหนึ่ง

 

[ เปรี้ยง!!! ]

[ อุ๊บบ!?! ]

[ โครมมม!!! ]

 

     กิ่งไม้จำนวนมากหักโค่นลงตามแรงกระแทกจากร่างของ เรนะ ที่ถูก เอราดอน ซัดกลับลงมาก่อนที่ฝุ่นควันจะบดบังร่างของเธอเอาไว้จนมิดในขณะที่ เงาร่างสีดำของ ชายหนุ่มและหญิงสาวจะกระโดดตามลงมายืนมองกลุ่มควันเหล่านั้นอย่างเงียบเชียบ...

 

-----

 

 

# Elven Village… หมู่บ้านลับแลแห่งเอลฟ์...

 

[ ครืดๆๆ... ]

[ โอย... / อูย... ]

[ พาคนเจ็บมาทางนี้!!! ]

 

     บรรยากาศด้านหน้าทางเข้าหมู่บ้านลับแลดูวุ่นวายไปถนัดตาเมื่อเหล่าเอลฟ์ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนักกำลังพาซากร่างของเหล่านักรบที่สิ้นชีพเพื่อการปกป้องหมู่บ้านมากองรวมกันในด้านหนึ่งและพาผู้บาดเจ็บกลับเข้าไปภายในตัวหมู่บ้านอีกทางหนึ่ง

 

“.....”

 

     อาริกะ เฝ้ามองภาพที่เหล่าเอลฟ์ส่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดโดยมีเอลฟ์อีกนายหนึ่งพยุงกลับเข้าไปภายในตัวหมู่บ้านสลับกับภาพร่างของเหล่าเอลฟ์ที่ไร้วิญญาณด้วยแววตาที่เจ็บปวดก่อนที่ใครบางคนจะเดินเข้ามาทางด้านหลังของเธอพลางโอบกอดเธอเอาไว้แนบอกอิ่มและลูบหัวเป็นเชิงปลอบโยนให้แก่เด็กสาว

 

“เสียใจเหรอจ้ะ อาริกะ...?”

“พี่อลิซ...”

 

[ หมับ... ]

 

     เด็กสาวหันกลับไปกอดอสูรสาวเอาไว้พลางซบหน้าลงกับทรวงอกอิ่มของเธอพลางเอ่ยเสียงแผ่วอย่างหมดกำลังใจออกมาว่า

 

“เพราะหนูอ่อนแอเกินไปเหรอคะ... ทุกๆคนถึงต้องบาดเจ็บล้มตายกันถึงขนาดนี้...”

“ไม่หรอกจ้ะ... อาริกะ ทำดีที่สุดแล้วละ”

“ถูกต้องแล้วละ... หากพวกเจ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วยเหตุการณ์คงเลวร้ายยิ่งกว่านี้อีกมากเลยนะ”

“คุณไบรอัน?”

 

[ กึกๆๆ... ]

 

     เอลฟ์หนุ่มซึ่งถูกพันผ้าพันแผลเอาไว้ครึ่งร่างเดินเข้ามาหาทั้งคู่พลางยิ้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนที่ ไบรอัน จะเอ่ยต่อไปอีกครั้งหนึ่งว่า

 

“อย่างที่พวกเจ้าทราบว่านักรบของเรารวมข้าด้วยมีจำนวนเพียง 50 คนเท่านั้น... อีกทั้งบุตรชายของข้า ไรอัน ผู้เป็นกำลังรบหลักและมีฝีมือเหนือยิ่งไปกว่าข้านั้นได้ออกเดินทางไปพร้อมๆกับกลุ่มนักรบแกรนเชสรวมถึงการที่ข้าส่งนักรบอีกส่วนหนึ่งเข้าไปสำรวจภายในตัวป่าเพื่อติดต่อกับหมู่บ้านแห่งอื่นจนกำลังรบของพวกข้าลดต่ำลงจนถึงขีดสุด... หากไม่ได้พวกเจ้าช่วยเอาไว้แล้วละก็พวกเราคงไม่ได้มายืนอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน”

“หมู่บ้านอื่นเหรอคะ?”

“ใช่แล้ว... ตามจริงแล้วหมู่บ้านของข้าเป็นเพียงหนึ่งในหมู่บ้านจำนวนมากของเหล่าเอลฟ์ที่อาศัยอยู่ภายในป่าแห่งนี้เท่านั้น”

“อ๋อ...”

 

     อาริกะ พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจก่อนที่ อลิซ จะเอ่ยถามกับเอลฟ์หนุ่มเป็นรายต่อไป

 

“ว่าแต่ เคียว อาการเป็นยังไงบ้างล่ะ?”

“อ้อ... ถ้าเรื่องเด็กคนนั้นละก็ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก... แค่ใช้พลังมากเกินขีดจำกัดจนหมดสติไปเท่านั้นแหละ”

“... เพราะเขาพยายามปกป้องพวกเราสินะคะ...”

 

     ด้วยความช่วยเหลือของ เคียว ที่ยอมใช้พลังของตนเพื่อช่วยเหลือเหล่าเอลฟ์ทำให้พวกเขาสามารถค้นพบวิธีเอาชนะโทรลจนได้รับชัยชนะมาในที่สุด ทั้งๆที่ในตอนแรกเหล่าเอลฟ์ดูถูกเด็กหนุ่มเอาไว้ว่าเขาทำได้เพียงหลบอยู่แนวหลังแต่ใครจะรู้บ้างว่าสาเหตุที่เด็กหนุ่มไม่ยอมใช้พลังเป็นเพราะเขาไม่อยากใช้หรือไม่สามารถใช้ได้อย่างพร่ำเพรื่อกันแน่...

 

“อืมมม...”

 

     เคียว ซึ่งถูกเอลฟ์สาวนางหนุ่มอุ้มขึ้นหลังส่งเสียงครางออกมาเล็กน้อยในขณะที่เอลฟ์สาวนางนั้นกำลังเดินผ่านกลุ่มของ อาริกะ เพื่อเตรียมก้าวเข้าบานประตูไปจนเด็กสาวกับ อลิซ เริ่มรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ทำให้เด็กหนุ่มต้องต่อสู้จนหมดสติเช่นนี้ ทว่า...

 

[ หมับ!!! ]

[ หนุบหนับ... ]

[ อร๊างงง~… ]

[ …..!?! ]

 

     มือของเด็กหนุ่มขยุ้มลงบนทรวงอกของเอลฟ์สาวและเคล้นคลึงอย่างสนุกมือท่ามกลางแววตาที่เบิกค้าของ อาริกะ อลิซ และ ไบรอัน เนื่องจากพวกเขามั่นใจว่าเด็กหนุ่มยังคงหมดสติอยู่อย่างแน่นอน

 

“เจ้าเด็กบ้านี่!!!”

“มะ... ไม่เป็นไรค่ะ!!! ให้เขาจับหน้าอกของชั้นก็ได้... เพราะนี่คงเป็นการตอนแทนที่เขาช่วยหมู่บ้านของเราเอาไว้จากชั้นค่ะ...”

 

     เอลฟ์สาวร้องห้ามทั้งคู่เอาไว้ด้วยใบหน้าที่แดงซ่านด้วยความเสียวก่อนที่เธอจะรีบเดินตรงไปยังบานประตูที่เชื่อกับภายในหมู่บ้านด้วยร่างกายอันสั่นเท่าท่ามกลางสีหน้าเอือมระอาของอสูรสาว

 

“เฮ่อ... ถ้าไม่ติดว่าเจ้าหนูนั่นช่วยพวกเราเอาไว้จนพวกเราชนะมาได้ละก็ชั้นจะทุบมันไม่ให้ฟื้นเลยคอยดู...”

“เรายังไม่ชนะหรอกนะ...”

“.....???”

 

     ประโยคอันแผ่วเบาของ ไบรอัน ทำให้ อลิซ อาริกะ รวมไปถึงเหล่าเอลฟ์ต่างชะงักฝีเท้าของตนและหันมาจ้องมองเอลฟ์หนุ่มด้วยแววตาสงสัยว่าการเอาชนะเหล่าออคและโทรลได้นั้นไม่ถือเป็นชัยชนะของพวกเขาหรืออย่างไร?

 

“... จริงอยู่ที่พวกเราสามารถล้มโทรลลงและขับไล่เหล่าออคกลับเข้าไปภายในตัวป่าได้... หากแต่ศัตรูที่แท้จริงของพวกเรานั้นก็คือสมุนของราชินีมารทั้ง 2 คนที่ถูกสตรีผมทองล่อเข้าไปภายในตัวป่านั้นต่างหาก”

“หมายความว่ายังไง? อธิบายให้ชัดๆหน่อยซิพ่อหน้าขน”

 

     อลิซ หันไปถามเอลฟ์หนุ่มด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองก่อนที่ ไบรอัน จะกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบอีกครา

 

“ชั่วพริบตาที่ข้าปะทะกับสมุนหญิงของราชินีมารคนนั้นข้าสัมผัสได้ถึงพลังอันกล้าแข็งที่ทำให้ข้าหวาดหวั่นได้... หากหญิงผมทองคนนั้นไม่ได้ล่อพวกนั้นเข้าไปภายในตัวป่าสภาพของพวกเราในตอนนี้อาจจะกลายเป็นตรงกันข้ามก็เป็นได้...”

“คุณไบรอัน... ล้อเล่นใช่ไหมคะ..?”

“.....”

 

     สีหน้าเคร่งขรึมของ ไบรอัน ที่แสดงออกมานั้นเป็นเครื่องช่วยยืนยันว่าสิ่งที่เอลฟ์หนุ่มพูดมานั้นเป็นความจริงซึ่งนั้นกลับทำให้สีหน้าของเหล่าเอลฟ์ซีดเซียวลงไปในทันทีก่อนที่ อาริกะ ซึ่งนึกได้ว่า เรนะ ล่อทั้งคู่เข้าไปในป่าตามลำพังจะต้องรับศึกหนักอย่างแน่นอนทำให้เด็กสาวหันกลับไปจ้องมองเงามืดภายในตัวป่าและภาวนาอย่างเงียบเชียบอยู่ภายในใจ

 

( พี่เรนะ... รอดกลับมาให้ได้นะคะ... เพราหนูยังไม่ได้รับการให้อภัยจากพี่เลยนะคะ... )

 

-----

 

 

# Deep Elven Forest… ลึกเข้าไปภายในป่าของเหล่าเอลฟ์...

 

[ ครึ่กๆๆ... ]

[ ..... ]

 

     ฝุ่นควันหนาทึบจนมองอะไรไม่เห็นเลย... แต่สัมผัสพลังที่แผ่ออกมาอย่างรุนแรงนี้ช่วยบอกกับชั้นว่าทั้งสองคนคงกำลังเตรียมต้อนรับชั้นอยู่ข้างนอกกลุ่มควันนี้แล้วละ...

 

[ แกรกๆ... ]

[ กริ๊ก... ]

 

     โชคดีที่พื้นดินเบื้องล่างนุ่มมากพอกระดูกเลยไม่ได้หักหรือรับความเสียหายอะไรมาก... ดาบก็ไม่ได้หลุดมือไป... ยังสู้ต่อได้สบาย!!!

 

     คิดจะล้ม เรนะ คนนี้ยังเร็วไปอีกหลายปีนะ เอราดอน เซโรน่า!!!

 

[ ฟุ่บ!!! ]

 

     ท่อนขาถูกเหยียดออกไปอย่างที่เคยทำในสมัยที่ชั้นยังคงเป็นนักฆ่า... สัมผัสเก่าๆสมัยที่ต้องฆ่าคนตามคำสั่งมันกำลังย้อนกลับมา... ความรู้สึกตอนที่ได้เอาชีวิตไปแขวนอยู่บนเส้นด้ายเพื่อตัดสินว่าระหว่างชั้นกับเป้าหมายว่าใครจะเป็นฝ่ายที่ต้องตายนี่มันหยุดไม่อยู่จริงๆ!!!

 

[ กึก / แกร๊ก!!! ]

 

     เซโรน่า กับ เอราดอน ยืนรออยู่หน้ากลุ่มควันเพื่อรอตรวจให้ชัดว่าชั้นสิ้นท่าหรือยังตามคาด... แต่ถึงจะมีวิชาใหม่ที่ชั้นไม่เคยเห็นก็ใช่ว่าจะเอาชนะชั้นได้ง่ายๆหรอกนะเพราะรูปแบบการต่อสู้ของพวกนายมันไม่ต่างไปจากสมัยเมื่อ 9 ปีก่อนเลยสักนิด...

 

[ กึกๆๆๆ!!! ]

[ โอ๊ววว!!!!! ]

 

     เอราดอน วิ่งเข้ามาหาก่อนตามคาด... ถึงเพลงดาบคู่ของนายจะทำให้ชั้นอ่านทางไม่ถูกก็เถอะ แต่นายก็แค่เข้ามาล่อเพื่อให้ เซโรน่า หาจังหวะโจมตีชั้นได้ถนัดๆสินะ... เข้ามาสิ!!! ต่อให้โจมตีมารุนแรงแค่ไหนชั้นก็จะรับให้ดู!!!

 

[ เคร๊งงง!!! ]

[ กรอด... ]

 

     ...ถึงดาบของ เอราดอน จะมีพลังโจมตีลดลงเพราะรูปร่างที่เปลี่ยนไปแต่ความแม่นยำในการตวัดดาบของหมอนี่กลับเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ... ยุ่งยากเหมือนกันแฮะ

 

[ เคร๊งๆๆๆๆ!!! ]

[ กึกๆๆ... ]

 

     เพลงดาบที่รวดเร็วและรุนแรงนี้สามารถทดแทนพละกำลังที่ขาดหายไปได้เป็นอย่างดี แต่ของแบบนี้ไม่สามารถเอาชนะชั้นได้อย่างแน่นอนซึ่งหมอนี่ก็น่าจะรู้ และในตอนนี้แหละที่ เซโรน่า จะต้องเข้ามาเสริมการโจมตีที่ขาดหายไป...

 

[ แซ่กๆๆ... ]

[ …..!!! ]

 

     พุ่มไม้ด้านหลังมีการเคลื่อนไหว... มาจากทางนั้นสินะ!!!

 

“มัวมองไปทางไหนล่ะยัยบ้า!!!”

“…..!?!”

 

     เอราดอน คำรามใส่หน้าของชั้นและชูดาบทั้งสองเล่มขึ้นไปบนหัว... ทักษะใหม่ของนายที่ใช้เมื่อสักครู่นี้สินะ ฝันไปก่อนเถอะ!!!

 

[ Impact Cross!!! ]

[ เปรี้ยงงง!!! ]

[ โครมๆๆ... ]

 

     ต้นไม้ใหญ่ด้านหลังของชั้นหักโค่นลงอย่างง่ายดายในขณะที่ เอราดอน เบิกตาค้างและก้มลงมามองชั้นที่กำลังยิ้มหวานอย่างที่สุดให้ แต่เวลาชั้นถามใครๆเขาก็บอกว่ารอยยิ้มชั้นดูน่าสยดสยองชอบกล... นี่ชั้นกำลังพยายามยิ้มหวานแล้วนะ... ไม่เชื่อก็ดูสิ? ... ทำไมทำหน้าสยดสยองแบบนั้นเล้า!!!

 

    อ๊ะ... เพลินไปหน่อยนึง ต้องจัดการกับเจ้าหมอนี่ก่อนสินะ...

 

[ กึก!!! ]

[ ฉิบหาย!!! ]

 

     ใบหน้าซีดเผือดเวลาที่จะโดนชั้นโจมตีของเจ้าหมอนี่ยังคงน่ารักไม่เปลี่ยนเลยแฮะ... หน้าซีดเซียวจากความเกรงกลัวที่จะได้รับความเจ็บปวดนี่แหละที่ชั้นชอบ!!!

 

[ Rising Blow!!! ]

[ บรึ้มมม!!! ]

[ อ๊ากกกก!!! ]

 

     ไอความมืดถูกปลดปล่อยออกมาหมุนวนรอบๆร่างของชั้นคล้ายกับพายุที่ก่อตัวขึ้นในระยะสั้นๆก่อนที่ เอราดอน จะกรีดร้องขึ้นมาเมื่อร่างถูกซัดลอยออกไปในอากาศ... อา... ช่างเป็นเสียงที่ฟังดูแล้วเสนาะหูดีจริงๆ… ทำหน้าเบื่อโลกแบบนั้นหมายความว่าไง? เดี๋ยวก็ฟันซะหรอก!!!

 

[ โครมมม!!! ]

[ อั่ก... ]

 

     คงจุกไม่น้อยกับการที่แผ่นหลังกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่แบบนั้น... แต่ชั้นไม่คิดที่จะซ้ำนายหรอกนะเพราะการจัดการกับนักวางแผนอย่าง เซโรน่า สำคัญกว่าไอบ้าที่บุกเข้ามาแบบไร้หัวคิดอย่างนาย

 

[ แซ่กๆๆ!!! ]

[ .....!!! ]

 

     แย่แล้ว!!! มัวแต่สน เอราดอน มาเกินไปจนโดน เซโรน่า ทิ้งระยะห่างขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย!!!

 

“เธอเสร็จชั้นละ เรนะ!!!”

“.....!!!”

 

[ Dawn Shadow!!! ]

[ ฟุ่บ!!! ]

 

     ลูกธนูสีดำถูกยิงออกมาเพียงดอกเดียว... ควรหลบ? ไม่สิ... นี่คงเป็นแผนเพื่อให้ เอราดอน รอซ้ำในจังหวะที่ชั้นหลบสินะ... อย่างนั้นต้องตั้งรับเท่านั้น!!!

 

[ ควับ... ]

[ เปรี้ยง!!! ]

[ .....!?! ]

 

     ร่างของ เซโรน่า ปลิวห่างออกไป... ไม่สิ... ชั้นถูกแรงอัดจากลูกธนูเพียงดอกเดียวซัดจนปลิวกระเด็นออกมาอย่างงั้นเหรอ!?!

 

“ชั้นเดาได้แล้วละว่าเธอจะต้องเลือกตั้งรับ... ตอนนี้แหละ เอราดอน!!!”

 

[ โอ๊วววว!!! ]

[ .....!!! ]

 

     แย่แล้ว!!! อยู่กลางอากาศแบบนี้ก็กลายเป็นเป้านิ่งให้ เอราดอน มันพอดี!!!

 

[ ฟิ้ววว... หมับ!!! ]

[ ควับๆๆ!!! ]

[ เฮ้ย!?! ]

 

     ตัวเชือกสำหรับใช้ในการปีนหอคอยสูงของชั้นถูกงัดออกมาใช้เกี่ยวกิ่งไม้เพื่อเบี่ยงเส้นทางจากกลางอากาศท่ามกลางสีหน้าเสียอารมณ์สุดขีดของเจ้าบ้าที่กำลังตั้งท่ารอฟันชั้นอยู่... เสียใจด้วยนะสหาย...

 

[ ตึก... ครืดดด!!! ]

[ แกร๊กๆ!!! ]

[ …..!?! ]

 

     เซโรน่า กระโดดตามมาและหน้าไม้ภายในมือขึ้นมาเล็งใส่ชั้นได้รวดเร็วจนไม่น่าเชื่อ... นี่เธออ่านการเคลื่อนไหวของชั้นออกอย่างงั้นเหรอ!?!

 

“อย่าคิดว่าจะหนีชั้นพ้นนะ!!!”

 

[ ควับ!!! ]

[ …..!?! ]

 

     กระจกแผ่นบางถูกปาใส่บริเวณเหนือศีรษะของชั้นอย่างรวดเร็วก่อนที่ เซโรน่า จะเล็งหน้าไม้เข้าใส่กระจกชิ้นน้อยบนหัวของชั้นในจังหวะต่อมา... เฮ้ๆ? คิดจะยิงกระจกให้แตกเพื่อที่ชั้นจะได้โดนเศษกระจกบาดรึยังไงเนี่ย?

 

[ Laser Shooting!!! ]

[ วิ้งๆๆ!!! ]

 

     เส้นลำแสงสีแดงถูกยิงขึ้นฟ้าไปยังบริเวณที่บานกระจกหมุนควงอยู่... หรือว่าเธอคิดจะใช้กระจกนั่นสะท้อนลำแสงลงมา!?!

 

[ ควับ!!! ]

[ แช้ดๆๆ... ]

[ โครมๆๆ!!! ]

 

     ขาทั้งสองข้างของชั้นออกวิ่งก่อนที่สมองจะสั่งในขณะที่ต้นไม้ในบริเวณเมื่อครู่นี้ถูกเส้นแสงสีแดงตัดขาดออกจากกันและหักโค่นลงอย่างง่ายดาย... แบบนี้ท่าจะไม่ดีแล้ว... ทั้งสองคนเก่งขึ้นมากเกินไป!!!

 

[ ครืดดด... ]

[ ย๊ากกกก!!! ]

[ …..!?! ]

 

     เท้าของชั้นสัมผัสกับตัวพื้นได้ไม่นานเสียงกู่ร้องของ เอราดอน ก็พุ่งเข้ามาจากทางด้านข้าง... แบบนี้เห็นทีชั้นจะต้องล้มนายลงก่อนสินะ เอราดอน!!!

 

[ Darkness Aura!!! ]

[ ครืนนน... ]

[ นั่นมัน!?! ]

 

     ไอความมืดถูกใช้เพื่อเสริมพลังให้กับใบดาบของชั้นเหมือนที่เคยทำในขณะที่ เซโรน่า จ้องมองการตั้งท่าของชั้นพลางอุทานออกมาอย่างใจหาย... ช่วยไม่ได้... ถ้าไม่เสริมพลังให้รุนแรงขึ้นคงล้มเจ้าหมอนี่ไม่ได้แน่ๆ... เอาละนะ!!!

 

“จงหายไปซะเถอะ... เพลงดาบคมเขี้ยวทมิฬ!!!”

“แย่แล้ว!!! หลบเร็ว เอราดอน!!!”

“ฝันไปเหอะโว้ย!!!”

 

[ แกร๊ก!!! ]

[ ชู่วๆๆ... ]

 

     เจ้าบ้าตรงหน้าชั้นกางดาบยาวทั้งสองเล่มขึ้นขนานกับตัวพื้นทั้งสองข้างและรวมรวมพลังมืดของเขาเข้าไปในตัวดาบอย่างรวดเร็วเช่นกัน... คิดจะปะทะกับชั้นตรงๆอย่างงั้นเหรอ? งั้นก็เตรียมใจตายเอาไว้ได้เลย!!!

 

[ Venom Fang!!! ]

[ พรึ่บบบ... ]

 

     ... ไม่ใช่มนตร์มายาหรือคาถาแยกร่างแต่เป็นการเคลื่อนที่ด้วยความไวสูงจนดูเหมือนร่างของชั้นแยกออกเป็น 5... การเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงนี้กินพลังงานมากกว่าที่คนธรรมดาๆจะสามารถใช้ได้เว้นแต่จะได้รับการฝึกฝนร่างกายมาอย่างดีพอ... ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ชั้นถูกฝึกมาตั้งแต่จำความได้...

 

     อา... สายลมอันอบอุ่นจากการเคลื่อนไหวด้วยความไวสูงจนอากาศโดยรอบเริ่มร้อนขึ้น... ชั้นเชื่อมาตลอดว่าสายลมเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะการใช้เพลงดาบนี้เพื่อปกป้องใครสักคน... แต่คนที่ว่านั้นคือใคร? จะสนไปทำไม... ในเมื่อมันรู้สึกดีขนาดนี้ก็ช่างหัวมันไปสิ!!!

 

[ ฟุ่บ... ]

 

     ร่างทั้ง 5 ของชั้นพุ่งตรงเข้าหา เอราดอน เพื่อทำให้เจ้างั่งตรงหน้าไม่สามารถลุกขึ้นมาขัดขวางการไล่ล่า เซโรน่า ของชั้นได้อีก!!!

 

[ Sword Tempest!!! ]

[ วิ้วๆๆๆ... ]

[ …..!?! ]

 

     ประกายสีขาวสะท้อนแสงจันทร์ออกมาจากคมดาบของ เอราดอน ที่ตวัดออกมาอย่างมั่วซั่วทว่ารวดเร็วจนเกิดประกายสะท้อนแสงจันทร์และสายลมบางๆล้อมรอบร่างของหมอนั่นเอาไว้... คิดว่าของอย่างนั้นจะป้องกันท่านี้ได้รึยังไง!!!

 

“ตายซะเถอะ เอราดอน!!!”

“แน่จริงก็ทำให้ได้อย่างที่พูดเซ่!!!”

 

[ เปรี้ยงงงง!!!!! ]

[ ครืดดด... ]

 

     ฝ่าเท้าครูดไถลไปกับตัวพื้นหลังการพุ่งผ่านร่างของ เอราดอน เมื่อสักครู่นี้...

 

     ไม่ต้องสงสัยเลยว่าลองได้รับท่าไม้ตายสูงสุดของชั้นเข้าไปแบบนี้... ขั้นต่ำที่สุดก็คงสาหัสจนลุกไม่ขึ้นแล้วละ...

 

“นายเองก็คงสัมผัสถึงคมเขี้ยวแห่งความมืดได้สินะ... เอราดอน...”

“เหอะ... โทษทีที่ครั้งนี้สายลมของเธอใช้กับชั้นไม่ได้ผลว่ะ!!!”

“... อะไรนะ!?!”

 

     เป็นไปไม่ได้!!! เพลงดาบคมเขี้ยวทมิฬ เป็นเพลงดาบที่จะใช้สายลมสร้างเป็นดาบวายุจำนวนมากพัดผ่านร่างของอีกฝ่ายเพื่อเชือดเฉือนและฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ แล้วเจ้าหมอนั่นจะป้องกันได้ยังไงกัน!?! ไม่สิ... หรือว่าการตวัดดาบด้วยความเร็วสูงเมื่อครู่นี่จะสร้างสายลมขึ้นมาต้านสายลมของชั้นได้!!!

 

[ ควับ... ]

[ แกร๊ก... ]

[ …..!!!!! ]

 

     ชั้นตั้งใจที่จะหันกลับไปยืนยันสภาพของ เอราดอน ว่านายนั่นได้รับบาดเจ็บมากน้อยเพียงไรทว่าหน้าไม้ของ เซโรน่า กลับถูกจ่อเข้าใส่ปลายคางของชั้นเสียก่อนทำให้ชั้นต้องรีบหลบการจู่โจมเพื่อรักษาชีวิตของตัวเองซะก่อน!!! เจ้าหมอนั่นจะตายหรือไม่ตายก็ช่างหัวมันสิ? แต่ถ้าชั้นตายนี่เรื่องใหญ่นะ!!!

 

[ ควับๆๆๆ!!! ]

 

     โลกหมุนควงจนรู้สึกสับสนเล็กน้อยจากการตีลังกากลับหลังอย่างต่อเนื่องทว่าการทำเช่นนี้จะสามารถเว้นระยะและเบี่ยงตัวหลบการจู่โจมไปได้พร้อมๆกัน ดังนั้นการทำแบบนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้วละ... นี่พวกแกมองอะไรกันน่ะ? มองบั้นท้ายชั้นตอนตีลังกาเรอะไอ้พวกโรคจิต!!!

 

“หนีไม่พ้นหรอก เรนะ!!! ศรละอองโลหิต!!!”

 

[ Red Evil Hound!!! ]

[ แช้ดดด!!! ]

[ ควับๆๆ... ]

 

     เส้นแสงสีแดงถูกยิงออกมาจากปลายหน้าไม้อีกครั้งทว่าในครั้งนี้ตัวต้นไม้ไม่ได้ถูกเส้นแสงเหล่านั้นตัดขาดแต่อย่างใดแต่ถูกเส้นแสงนั้นส่องทะลุไปเสียเฉยๆราวกับไม่มีสิ่งใดสามารบดบังเส้นแสงเหล่านั้นได้ ทว่าหากเลือกได้ชั้นก็ไม่อยากจะถูกแสงเส้นนั้นส่องผ่านหรอกนะ... เพราะสัญชาตญาณภายในร่างของชั้นร้องเตือนอย่างต่อเนื่องอยู่ว่าเส้นแสงสีแดงนั้นมัน “อันตราย”.....

 

[ วูบๆๆๆ!!! ]

[ แช้ดดด... ]

 

     เส้นแสงกระหวัดผ่านเรือนร่างของชั้นไปอย่างฉิวเฉียดเสียทุกครั้งหากแต่ เซโรน่า ยังคงตามประกบติดอย่างไม่ย่อท้อจนชั้นทำได้เพียงตีลังกาและกระโดดกลับหลังไปเรื่อยๆเพื่อหลบเส้นแสงจากหน้าไม้ภายในมือของเธอ... ทว่าการหนีก็ต้องมาถึงจุดสิ้นสุดเมื่อเสียงกู่ร้องของไอ้บ้าตัวเดิมดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของชั้นอีกครา!!!

 

“จะหนีไปไหนนังตัวดี!!!”

“... ตื้อจริงๆเลยนะแกเนี่ย!!!”

 

[ ควับ!!! ]

[ วูบบบ... ]

 

     ตัวดาบตวัดเฉียดพวงแก้มของชั้นไปเพียงเล็กน้อยแต่แค่นั้นก็เพียงพอที่จะเรียกเลือดบนใบหน้าสวยๆของชั้นได้... ทำไมทำหน้าแบบนั้น? กล้าบอกว่าชั้นไม่สวยรึไง? อยากตายมากใช่มะ!?!

 

[ ฉัวะๆ!!! ]

[ โครมๆๆ… ]

[ แย่แล้ว!!! ]

 

     เพราะมัวแต่เพ่งสมาธิไปกับการหลบหลีกคมดาบและเส้นแสงของทั้งคู่ทำให้ชั้นไม่ทันสังเกตว่าเป้าหมายที่แท้จริงของ เอราดอน คือการโค่นต้นไม้รอบๆเพื่อปิดทางหนีของชั้นต่างหาก!!!

 

[ แช้ดดด!!! ]

[ ชิ… ]

 

     เมื่อถูกบีบจนไร้ทางหนี ทางเลือกสุดท้ายที่ชั้นทำได้ก็คือการตั้งรับเส้นแสงนั้นตรงๆแม้จะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตามที... แต่มันก็ยังดีกว่าการยืนรับการโจมตีนั้นเฉยๆก็แล้วกันน่า!!!

 

[ ควับ!!! ]

[ กึก... ]

 

     คมดาบภายในมือของชั้นถูกตวัดขึ้นมาบดบังเส้นแสงสีแดงของ เซโรน่า เอาไว้ทว่าเส้นแสงนั้นก็ยังส่องทะลุใบดาบและร่างของชั้นไปราวกับการป้องกันของชั้นนั้นไม่สามารถหยุดเส้นแสงนั้นได้เลย... และนั่นทำให้ชั้นรู้ว่าสิ่งที่ชั้นทำไปนั้นมันช่างไร้ประโยชน์…

 

[ Hound Fang!!!  ]

[ ฉึกๆๆๆๆ... ]

[ อึ๊กกก!!?!? ]

 

     ดาบสีดำปรากฏขึ้นบนอากาศรอบๆร่างของชั้นก่อนที่ดาบเหล่านั้นจะเสียบทะลุร่างของชั้นจากทุกทิศทางโดยไม่ให้ตั้งตัวจนทั่งทั้งร่างของชั้นสามารถสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งของตัวดาบและรสชาติของการถูกแทงจนพรุนพร้อมๆกับที่หยาดเลือดเคลื่อนตัวขึ้นมาจากภายในช่องท้องและไหลเยิ้มออกมาทางริมฝีปาก...

 

[ แค่กๆๆ... ]

[ ตึง... ]

 

     เรี่ยวแรงเหือดหายไปจนหมด... ช่างน่าแปลกที่บาดแผลจากการถูกแทงไม่มีเลือดไหลออกมาแม้สักหยดแต่ความเจ็บปวดและน้ำหนักของตัวดาบที่ตอกย้ำอยู่ในประสาทการรับรู้ของชั้นล้วนเป็นของจริง... การโจมตีนี้มัน... เวทมนตร์อย่างนั้นเหรอ?

 

“คงไม่เคยเจอการโจมตีแบบนี้มาก่อนสินะ... ตั้งแต่ที่เธอหนีไปเมื่อ 9 ปีก่อนพวกเราทุกคนก็หมั่นฝึกฝนการต่อสู้อย่างหนักโดยตั้งเธอเป็นเป้าหมายทำให้พวกเราเก่งขึ้นได้ขนาดนี้... ต้องขอบคุณเธอจริงๆนะ เรนะ...”

“และเพื่อเป็นการตอบแทน... เราจะพาเธอกลับไปหาท่านแม่สุดที่รักของเธอ... ราชินีของพวกเราก็แล้วกันนะ...”

“... กรอด. ด.. ด...”

 

     สติของชั้นเริ่มเรือนลางลงเรื่อยๆท่ามกลางรอยยิ้มของ เซโรน่า ที่กำลังลูบไล้ใบหน้าของชั้นอย่างอ่อนโยนเหมือนกับสมัยก่อนที่พวกเรายังอยู่ด้วยกันโดยมี เอราดอน ยืนอยู่ใกล้ๆพลางชำเลืองมองมาทางชั้นอยู่เป็นระยะๆ... อา... ชั้นคงหนีมาได้เพียงเท่านี้สินะ... หนีมาจากท่านแม่...

 

“ไม่ต้องกลัวไป... ชั้นจะต้องช่วยเธอกับ แลส ให้ได้อย่างแน่นอน...”

“.....”

 

     น้ำเสียงอันอ่อนโยนของ เซโรน่า ทำให้ชั้นรู้สึกผ่อนคลายลงก่อนที่ความมืดจะค่อยๆตรงเข้าครอบงำสติของชั้นอย่างเชื่องช้า... ชั้นคงหนีความมืดไม่ได้จริงๆสินะ...

 

( ...เธอกำลังตามหาอะไรกันแน่…? )

( ..... )

 

     ภาพใบหน้าของชายหนุ่มที่ดูมองดูละม้ายคล้ายกับชั้นกำลังจ้องมองพลางถามชั้นด้วยนำเสียงอันอ่อนโยนช่วยกระตุ้นสติที่กำลังจะมอดดับลงของชั้นอีกครั้งหนึ่ง...

 

( สิ่งที่ชั้นกำลังค้นหา... คือตัวตนของชั้นเอง )

( ..... )

 

     ใช่แล้ว... ชั้นยังกลับไปไม่ได้... ชั้นจะต้องออกค้นหาตัวตนที่แท้จริงของชั้นให้เจอเสียก่อน… ไม่ใช่ เรนะ ในฐานะนักฆ่าและบุตรีแห่งราชินีมาร... แต่เป็นตัวตนที่แท้จริงของชั้นซึ่งถูกเก็บซ่อนเอาไว้ในความมืด!!!

 

[ Rising Blow!!! ]

[ ตูมมม!!! ]

[ กรี้ดดด!!?!? ]

 

     ร่างของ เซโรน่า ปลิวกระเด็นออกไปด้วยสายลมแห่งความมืดท่ามกล่างสีหน้าตื่นตระหนกของ เอราดอน ในขณะที่ชั้นพยายามยันกายขึ้นมาจากตัวพื้นอย่างยากลำบาก...

 

[ โขลกๆ!!! ]

[ ถุด...  แปะ... ]

 

     ก้อนเลือดถูกคายออกไปเพื่อช่วยให้ชั้นสามารถหายใจได้สะดวกกว่าเดิมก่อนที่ เอราดอน จะหันมาคำรามอย่างหัวเสียด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวว่า

 

“นี่เธอยังคิดจะสู้ต่ออีกเหรอ!?! ยังดูไม่ออกอีกรึยังไงว่ายัยนี่ตั้งใจจะพาเธอกลับไปให้ได้และต้องทนเจ็บปวดที่ต้องทำร้ายเธอน่ะ!!!”

“พวกแกคิดแต่จะทำอย่างนั้นอย่างนี้เพื่อชั้น... ไม่คิดจะถามความสมัครใจเลยรึไงว่าชั้นต้องการมันรึเปล่า...”

“ว่ายังไงนะ!!!”

“เอราดอน... พอเถอะ...”

“... กรอด!!!”

 

     เซโรน่า มักจะเป็นคนเยือกเย็นและมีเหตุผลในทุกๆการกระทำเสมอ... เธอเป็นคนดีที่หวังจะช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกและให้ความสำคัญกับผู้อื่นมากกว่าตนเอง ดังนั้นการที่เธอตั้งใจจะพาชั้นกลับไปในครั้งนี้เธอคงหวังดีกับชั้นอย่างที่ว่า... เพียงแต่ชั้นไม่ต้องการมันเท่านั้นเอง...

 

“เรนะ... ชั้นขอร้องละ กลับไปกับพวกเราเถอะนะ... ชั้นไม่อยากจะทำร้ายเธอไปมากกว่านี้แล้ว...”

“ชั้นไม่กลับไปหรอกนะ เซโรน่า... ราชินีมารปิดบังชาติกำเนิดของชั้นและไม่ยอมบอกว่าชั้นเป็นใครกันแน่... ดังนั้นชั้นต้องออกตามหาตัวตนของชั้นเอง.... แม้ว่า...”

“แม้ว่าเธอจะต้องเป็นศัตรูกับพวกเราทุกคนอย่างงั้นเรอะ!!!!!”

“... ใช่”

“.....”

“.....”

 

     สีหน้าของทั้งคู่แสดงออกถึงความเจ็บปวดถึงขีดสุด... ชั้นเองก็รู้สึกเจ็บปวดที่ต้องมาสู้กับพวกเธอนะ เอราดอน เซโรน่า... แต่ถ้าชั้นไม่ทำแบบนี้แล้วละก็ชั้นคงไม่อาจรู้ได้ว่าตัวตนที่แท่จริงของชั้นเป็นใคร... ไม่รู้... ตลอดไป...

 

[ เคร๊ง!!! ]

[ ….. ]

 

     เอราดอน ตั้งท่าเพื่อเตรียมพร้อมตรงเข้าปะทะกับชั้นอีกครั้งหนึ่ง... ในขณะที่ เซโรน่า ยังคงทรุดกายอยู่บนตัวพื้นและจ้องมองชั้นด้วยแววตาตัดพ้อ... อย่ามาจ้องกับแบบนั้นนะ เซโรน่า... เพราะชั้นเองก็เจ็บปวดไม่แพ้พวกเธอหรอก!!!

 

[ ย๊ากกก!!! ]

[ ….. ]

 

     เจ้าบ้านี่ก็ทำเป็นแค่การพุ่งเข้าหาตรงๆ... เพราะบ้า... หรือเป็นคนที่ซื่อตรงจนเกินไปนะ...

 

[ เคร๊งงง!!! ]

 

     ตัวดาบในมือของชั้นถูกยกขึ้นตั้งรับอย่างเชื่องช้าตามสัญชาตญาณ... เชื่องช้า... แต่หนักแน่น... เพราะชั้นจะไม่ออมมืออีกต่อไปแล้ว!!! เพราะการออมมือให้กับคนที่พยายามต่อสู้อย่างสุดความสามารถคือการหยามเหยียดที่ร้ายแรงที่สุด!!!

 

[ Divine… Aura!!! ]

[ วิ้งๆๆๆ... ]

[ …..!!?!? ]

 

     แววตาของ เอราดอน เบิกกว้างขึ้นถึงขีดสุดเมื่อเห็นประกายแสงสีขาวที่รายล้อมอยู่รอบๆใบดาบก่อนที่เจ้าบ้านั่นจะรีบกระโดดถอยหลังกลับไปตั้งหลักข้างๆร่างของ เซโรน่า ที่กำลังเบิกตาค้างอยู่เช่นกัน

 

“ประกายแสงนั่นมัน...”

“พลังเทพ!!!”

 

     … ชั้นค้นพบด้วยตัวเองว่าพลังเทพเป็นพลังที่มีติดตัวชั้นมาตั้งแต่เกิดและพลังนี้ไม่ใช่พลังที่สามารถสั่งสอนกันได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าชั้นไม่ใช่ลูกแท้ๆของราชินีมาร... แต่เมื่อชั้นเดินเข้าไปถามความจริงกับนาง นางกลับทำร้ายและข่มขู่ไม่ให้ชั้นออกค้นหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก...

 

     ทว่าด้วยนิสัยไม่ยอมใครของชั้น... ชั้นจึงพยายามหลบหนีออกมาจากปราสาทของนางพร้อมกับเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ชื่อ แลส ทว่าราชินีมารรู้ตัวเสียก่อนและสั่งให้เหล่า NG ที่เหลือตามล่าพวกเรา... แลส ยอมสละตัวเองเพื่อหยุดราชินีมารเอาไว้และขอร้องให้ชั้นมีชีวิตต่อไปแทนเขาด้วย...

 

     ระหว่างทางนั้นชั่นเข้าปะทะกับ เอราดอน เซโรน่า และ สโนวฟอล ก่อนที่ชั้นจะโค่นทุกๆคนลงและหลบหนีออกมาจนเป็นผลสำเร็จ...

 

     เพื่อคนหาความจริง ชั้นจึงลองฝึกปรือพลังเทพเพื่อใช้เป็นวิชาใหม่ในการต่อสู้และรักษาสัญญาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปพลางค้นหาชาติกำเนิดของตนเอง... ดังนั้นหากจำเป็นจริงๆชั้นก็จะขอใช้พลังของชั้นเพื่อโค่นพวกเธอลงให้จงได้

 

“เหอะ!!! ก็แค่พลังเทพ... จะแน่สักแค่ไหนกัน!!!”

“อย่าเข้าไป เอราดอน!!!”

 

[ โอ๊วววว!!! ]

[ ….. ]

[ เคร๊งๆ!!! ]

 

     ใบดาบเรียวยาวทั้งสองเล่มของ เอราดอน ถูกหวดเข้าใส่ชั้นอีกครั้งหนึ่ง... หากแต่ในครั้งนี้ชั้นสามารถเบี่ยงการจู่โจมเหล่านั้นออกไปได้ด้วยการตวัดดาบเพียงครั้งเดียวท่ามกลางสีหน้าตื่นตะลึงของ เอราดอน ที่ยืนค้างอยู่ด้านข้างหลังการเบี่ยงวิถีดาบออกไป

 

[ ควับ... ]

[ เฮ้ย!!! ]

[ เคร๊งๆ!!! ]

 

     เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการตวัดดาบเพียงครั้งเดียว... ครั้งเดียวจริงๆ... เนื่องจากทักษะ Divine Aura ที่ชั้นเรียกใช้เพื่อเสริมพลังให้กับตัวดาบเมื่อครู่นี้จะทำให้การโจมตีทุกครั้งกลายเป็นการโจมตีซ้อนแลกกับพลังทำลายที่ลดลงเล็กน้อย...

 

[ กรอด... ]

[ ตึกๆๆ... ]

 

     เอราดอน ก้าวถอยหลังกลับไปเพื่อเว้นระยะ... แต่อย่านึกว่าครั้งนี้ชั้นจะปล่อยให้ตั้งหลักได้นะ!!!

 

[ Silent Slash!!! ]

[ ... ฉัวะ!!! ]

[ อั๊ก!?! ]

[ ฉูดดด... ]

 

     เหยียดขาออกไปสุดแรง... ก้าวผ่านร่างของศัตรู... ลงดาบอย่างแม่นยำ... เพลงดาบไร้เสียง หรือทักษะ Silent Slash คือกระบวนท่าโจมตีที่เน้นการฟาดฟันศัตรูด้วยความไวสูงจนตั้งตัวไม่ทัน

 

[ อ๊ากกก!?! ]

[ เอราดอน!!! ]

[ กึก... ตึง!!! ]

 

     เจ้าบ้านี่... บาดแผลลึกแบบนั้นน่าจะทำให้ล้มลงไปได้แล้วแท้ๆ... เสียงของ เซโรน่า ช่วยดึงสติเอาไว้รึยังไง?

 

“ไม่ต้องห่วง... ชั้นสัญญาเอาไว้แล้วว่าจะต้องช่วยเธอพา เรนะ กลับไปกับเธอให้ได้ยังไงล่ะ เซโรน่า!!!”

“สัญญาแต่ทำไม่ได้ก็เท่านั้นแหละน่า!!!”

 

[ เปรี้ยง!!! ]

[ อั่ก... โครม!!! ]

[ เอราดอน!!! ]

 

     การหวดฝ่าเท้าเข้าใส่ใบหน้าแบบนี้อาจจะดูโหดร้ายไปบ้าง... แต่การจะยุติการต่อสู้นี้ลงโดยเร็วที่สุดคือการทำให้ทั้งคู่ไม่อยู่ในสภาพที่จะสู้ต่อได้... เมื่อนั้นทั้งคู่ก็คงยอมตัดใจและถอยกลับไปเอง...

 

[ Rain And Thunder!!! ]

[ ฟุ่บ... ]

 

     การยิงธนูขึ้นไปเหนือหัวของชั้นคงไม่ต้องเดาอะไรให้มากความนอกจากการจู่โจมจากด้านบนดังนั้นการวิ่งหนีออกจากจุดที่ชั้นอยู่ให้เร็วที่สุดดูจะเป็นทางเลือกที่ดี...

 

[ ครืนนน... ]

[ เปรี้ยงๆๆๆ!!! ]

 

     ก้อนเมฆสีดำปรากฏขึ้นจากลูกธนูของ เซโรน่า ก่อนที่หยาดฝนสีม่วงจะตกตกลงมาพร้อมๆกับสายฟ้าสีดำจำนวนมากจนต้นไม้ในบริเวณนั้นเหี่ยวเฉาและหักโค่นลงอย่างรวดเร็วท่ามกลางสีหน้าไม่พอใจของอีกฝ่าย... ขอโทษด้วยแล้วกันที่หลบได้น่ะนะ...

 

[ หมับ!!! ]

[ .....!!?!? ]

[ เอราดอน!?! ]

 

     วงแขนบางของ เอราดอน กอดรวบร่างของชั้นพลางล๊อคท่อนแขนทั้งสองข้างเอาไว้ในขณะที่ เซโรน่า เบิกตาค้างด้วยความตื่นตะลึงเหมือนกับชั้น

 

“จะทำอะไรน่ะ!!! ปล่อยนะไอ้บ้านี่!!!”

 

[ บึ้กๆๆ!!! ]

[ อั่กกก... ]

 

     ปลายศอกของชั้นกระทู้เข้าใส่บาดแผลบนทรวงอกและท้องน้อยที่ถูกชั้นฟันเมื่อสักครู่นี้บนร่างของ เอราดอน ในขณะที่ท่อนแขนของเจ้าบ้านี่กลับล๊อคร่างของชั้นจนแน่นขึ้นมากกว่าเดิม

 

“ตอนนี้แหละ เซโรน่า!!! ใช้ท่าโจมตีที่แรงที่สุดของเธอโจมตีใส่ เรนะ กับชั้นไปพร้อมๆกันซะ!!!”

“นายจะบ้าเหรอ!!! สภาพของนายในตอนนี้โดนท่าของชั้นเข้าไปอาจจะตายได้นะ!!!”

“ช่างชั้นสิ!!! ชั้นจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเธอ... ให้ตายชั้นก็ต้องพา เรนะ กลับไปให้เธอให้จงได้!!!”

“นี่แกบ้าไปแล้วเรอะไอ้บ้า!!!”

 

[ บั้กๆๆๆ!!!!! ]

[ โอ๊กกก... ]

[ เอราดอน!!! ]

 

     หยาดเลือดถูกกระอักออกมาเลอะหัวไหล่ของชั้นจนหยาดเลือดไหลย้อยลงไปบนเนินอกซึ่งถูก เอราดอน กอดรวบเอาไว้จนเริ่มหายใจไม่ออกของชั้น... อยากจะรู้จริงๆว่าไอหมอนี่ตั้งใจรักษาสัญญาหรือต้องการสัมผัสทรวงอกของชั้นกันแน่... เริ่มหายใจไม่ออกเลยนะไอ้เวรตะไลนี่...

 

“เร็วเข้า... เซโรน่าาาา!!!!!”

“ย๊ากกกกก!!!!!”

 

[ แกร๊ก!!! ]

 

     หน้าไม้ของ เซโร่นา ถูกยกขึ้นและชี้มาทางชั้นทั้งน้ำตา... อย่าบอกนะว่าเธอตั้งใจจะยิงชั้นพร้อมๆกับไอ้บ้านี่จริงๆน่ะ!!!!!

 

“อย่าตายนะ เอราดอน!!! ถ้านายตายไปละก็ชั้นจะโกรธนายไปตลอดชีวิตเลยคอยดู!!!”

“ไม่ต้องห่วงชั้น!!! ยิงมาเลยสิโว้ยยยย!!!”

“นี่พวกเธอบ้าไปแล้วเรอะ!!!”

 

[ Scarlet Armagedon!!! ]

[ ฟุ่บ. ๆ.. ๆ!!! ]

 

     ศรแสงสีแดงซึ่งเปล่งประกายท่ามกลางความมืดถูกยิงขึ้นไปบนหัวของชั้นอีกครั้งหนึ่งทว่าในครั้งนี้ชั้นไร้ทางหนีโดยสิ้นเชิงเนื่องจาก เอราดอน ยังคงกอดรัดร่างของชั้นเอาไว้จนแน่น... และหากชั้นหลบได้จริงๆ เอราดอน ซึ่งร่างกายบอบช้ำขนาดนี้ก็ต้องรับการโจมตีนั้นเข้าไปเหมือนกัน... ใครจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นกันเล่า!!!

 

[ เพล๊งๆๆ!!! ]

 

“โทษทีนะ เอราดอน!!!”

 

[ บั้กกก!!! ]

[ อ๊อก... ]

    

     ลูกธนูแสงทั้ง 3 ดอกแตกตัวออกเป็นละอองแสงคล้ายๆฝนโลหิตจากบนฟ้าในขณะที่ชั้นหวดส้นเท้ากลับหลังเข้าใส่หว่างขาของไอ้บ้าข้างหลังชั้นอย่างสุดแรง... ต่อให้เป็นท่านชายที่แข็งแรงขนาดไหนก็ย่อมมีจุดอ่อนอยู่ที่ตรงนี้ทั้งนั้นแหละน่า...

 

“เซโรน่า!!! รับ!!!!!”

“เอ๋???”

 

[ หมับ... ฟิ้วววว!!! ]

[ กรี๊ดดด~!!!!! ]

[ โครม!!! ]

 

     ล๊อคท่อนแขน ย่างก้าวด้วยระยะที่พอเหมาะ และโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อออกแรงเหวี่ยง... การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วนี้ส่งผลให้ร่างของ เอราดอน ลอยออกไปในอากาศและหล่นลงบนร่างของ เซโรน่า อย่างพอดิบพอดีก่อนที่ชั้นจะรีบเก็บดาบเข้าฝักเพื่อปลดปล่อยท่าไม้ตายใหม่ที่ใช้พลังเทพเป็นต้นกำเนิดพลังซึ่งตรงกันข้ามกับเพลงดาบคมเขี้ยวทมิฬที่ใช้พลังมือเป็นต้นกำเนิด...

 

“ขอให้สำเร็จทีเถอะ...”

 

[ วิ้งๆๆๆ!!! ]

 

     ประกายแสงด้านบนพุ่งลงมายังร่างของชั้นอย่างรวดเร็วและพร้อมเพรียงราวกับมีชีวิตในขณะที่มือของชั้นกุมด้ามดาบที่คาดเอาไว้กลางหลังและหลับตาเพื่อรวบรวมสมาธิ...

 

“เพลงดาบลำนำแห่งการปลดปล่อย...”

 

[ เคร๊ง!!! ]

 

     ตัวดาบถูกชักออกมาพร้อมๆกับที่ร่างของชั้นเริ่มเรืองแสงสีทองจางๆจากการปลดปล่อยพลังที่ถูกซ่อนเอาไว้ภายในออกมาหลังจากการใช้พลังที่ต่างขั้วกันอย่างพลังมืดมาโดยตลอด

 

[ Liberation Ensemble!!! ]

[ ควับ. ๆ.. ๆๆ... ๆๆๆ!!!!!]

 

     ตัวดาบถูกตวัดไปมารอบๆร่างของชั้นจนเกิดประกายแสงสีขาวคล้ายกับดวงดาวขึ้นตามการตวัดในแต่ละครั้งก่อนที่ความเร็วในการตวัดจะถูกเร่งขึ้นจนดูเหมือนตาข่ายแสงสีขาวล้อมรอบร่างของชั้นเอาไว้

 

[ แซ่กๆๆๆ... ]

[ ครืนนน... ]

 

     กระแสลมจากการตวัดดาบเริ่มหอบเอาใบไม้จากบนตัวพื้นขึ้นมาอย่างเชื่องช้าในขณะที่ละอองแสงสีแดงจากท่าของ เซโรน่า เคลื่อนตัวลงมาจากเบื้องบนโดยรอบทิศทางและคงจะปะทะเข้ากับตาข่างแสงของชั้นในเวลาไม่นาน

 

“ย๊ากกกกก!!!”

 

[ บรึ้มๆๆๆๆๆๆ!!!!! ]

 

     ฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณในขณะที่พื้นดินในบริเวณโดยรอบยุบตัวลงไปเป็นหลุมลึกจากแรงระเบิดในขณะที่ เซโรน่า เบิกตาค้างเนื่องจากความรุนแรงของกระบวนท่านั้นทำให้ชั้นตายไปแล้ว... นึกว่าจะเป็นแบบนั้นเรอะ!?!

 

[ ชู่ววว... ]

 

     ตัวดาบในมือของชั้นเรืองแสงสีแดงจากความร้อนที่ได้รับจากการระเบิดอย่างต่อเนื่องในขณะที่เสื้อผ้าบนร่างกายเต็มไปด้วยรอยขาดวิ่นจากการถูกสะเก็ดหินบาดรวมไปถึงหยาดเลือดที่ไหลซิบๆตามร่างกาย... เจ็บมั้ยน่ะเหรอ? ถ้าเทียบกับการโดนดาบเสียบทะลุช่องท้องในสมัยก่อนแล้วแค่นี้สบายมากน่า...

 

“ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้... นั่นเป็นท่าโจมตีที่แรงที่สุดของชั้นในตอนนี้แล้วนะ...”

“.....”

 

[ กึกๆๆๆ... ]

[ เฮือก!!! ]

 

     เธอแสดงท่าทีตื่นกลัวเมื่อชั้นเดินเข้าไปหาพร้อมๆกับร่างกายที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดและฝุ่นควันที่เปรอะเปื้อนตามร่างกายก่อนที่ชั้นจะคู้กายลงเบื้องหน้าอดีตเพื่อน... และยังคงเป็นเพื่อนของชั้นมาจนถึงปัจจุบัน

 

“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม เซโรน่า?”

“.....”

 

     มือของชั้นถูกยื่นออกไปท่ามกลางสีหน้างุนงงของเพื่อนสาวตรงหน้า... นี่เห็นชั้นเป็นสัตว์ประหลาดรึยังไง?

 

[ หมับ... ]

[ กึก!!! ]

 

     ร่างบาง... ที่ควรจะเรียกว่าทรงโตของ เซโรน่า ถูกฉุดให้ลุกขึ้นยืนจากตัวพื้นท่ามกลางใบหน้าอันแดงก่ำ... เธอมักจะเป็นแบบนี้เสมอเวลาที่สู้แพ้ชั้นในตอนฝึกและจะพูดประโยคเดิมซ้ำๆกันในทุกครั้งว่า

 

“ครั้งนี้พวกชั้นแพ้เธอ... แต่ครั้งหน้าจะไม่เป็นแบบนี้แน่!!!”

“... แล้วชั้นจะรอเธอก็แล้วกันนะ”

“... คิกๆๆๆ”

“ฮะๆๆๆๆ”

 

     นานแต่ไหนแล้วนะที่เราไม่ได้หัวเราะร่วมกันแบบนี้... ถ้าเอราดอน ไม่ถูกขยี้กล่องดวงใจจนหมดสติไปก่อนละก็เจ้าหมอนั่นคงพูดแทรกอีกคนหนึ่งว่า “ครั้งหน้าถ้าชั้นชนะชั้นจะขอเชยชมหน้าอกของเธอนะเฟ้ย!!!” แหงๆ...

 

[ ปึด... ]

[ อ๊ะ...? ]

 

     ผ้าพันอกของชั้นขาดออกจากกันและร่วงหล่นลงไปบนตัวพื้นเพราะการต่อสู้เมื่อครู่นี้จนทรวงอกงามของชั้นเผยสู่สายตาของ เซโรน่าอย่างจังจนใบหน้าของเธอขึ้นสีจัดจนดูเหมือนลูกมะเขือเทศย่อมๆและ...

 

[ ปู้ดดด!!! ]

[ คร่อก... ]

[ ตึง... ]

[ ….. ]

 

     ... อย่างที่เห็น... ไม่รู้ว่าเธอจะเป็นลมทุกครั้งที่ชั้นเข้าไปอาบน้ำด้วยหรือบังเอิญเห็นชั้นเปลือยทำไมในเมื่อพวกเราก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน... หรือเธอมีรสนิยมชอบผู้หญิงเหมือนกันเลยเกิดอารมณ์เวลาเห็นเรือนร่างของชั้น?

 

     ... มองอะไรกันหาไอ้พวกลามก!!! หน้าอกของชั้นไม่ใช่ของโชว์นะ!!! อยากโดนชั้นฟันมากนักใช่มั้ย!!!

 

…..

 

 

     หลังจากฉีกเสื้อผ้ามาใส่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เซโรน่า ที่เพิ่งจะได้สติและหาผ้ามาซับเลือดเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยปากขอยอมแพ้และถอนตัวกลับไปแต่โดยดี... โดยทิ้งคำเตือนประโยคสั้นๆเอาไว้ว่า

 

“ครั้งนี้เธอทำให้แผนของพวกเราพังไม่เป็นท่า... แต่ครั้งหน้าพวกเราจะเริ่มแผนใหม่กันที่ [ หุบผาแห่งคำมั่น ] และชั้นหวังว่าเธอคงจะไม่ขัดขวางแผนของเราอีกนะ...”

“.....”

 

     เซโรน่า พยุงร่างของ เอราดอน จากไปภายในตัวป่าท่ามกลางความมืดในขณะที่ชั้นเอ่ยตอบประโยคของเธอกลับไปอย่างแผ่วเบาว่า

 

“ชั้นไม่คิดที่จะเป็นศัตรูกับพวกเธอหรอกนะ... ถ้าสิ่งที่พวกเธอทำมันไม่ขัดหูขัดตาหรือขัดขวางการค้นหาตัวตนของชั้นน่ะ...”

 

[ ฟุ่บ... ]

[ กึกๆๆ... ]

 

     ร่างของชั้นพุ่งทะยานขึ้นไปบนกิ่งไม้ขนาดใหญ่และพุ่งทะยานผ่านกิ่งไม้บนลำต้นต่างๆเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังหมู่บ้านลับแลอย่างเชื่องช้าเพราะชั้นยังมีเรื่องที่ต้องถามต้นไม้แห่งชีวิตเกี่ยวกับสิ่งที่ชั้นเห็นซึ่งชั้นมั่นใจว่ามันจะต้องเกี่ยวพันกับอดีตของชั้นเป็นแน่... แต่สิ่งที่ชั้นอยากจะพูดมากที่สุดในตอนนี้มีแค่ประโยคเดียว...

 

“การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว...”

 

 

Ep.51 ความจริงจากต้นไม้แห่งชีวิต

 

Coming Soon …

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เจิมส์คนแรก!!

/me บิน

#1 By Arios Ascalon (101.109.130.14) on 2011-10-23 00:50

เรนะโหดมากมายค่า่าาาา~~~

#2 By ~Masochism~ (58.8.18.137) on 2011-10-23 07:20

แรดๆๆๆๆๆๆๆๆ เจิมส์แบบแรดๆ

#3 By PsychoStatic (110.168.130.3) on 2011-10-23 10:17

นี้ครีมอ่านหรอกรองนิ~~~ =..=a

#4 By Gothic Cream on 2011-10-23 17:12

คนกรองตามมาเจิม sad smile

#5 By SignOfExisTz on 2011-10-23 17:35

เจิมส์ก่อนอ่าน = =

#6 By Taros (223.204.91.166) on 2011-10-23 20:26

ท่านเรนะเจ๋งมากค่า *O* ปลื้มมาก
ส่วนเคียวยังเหมือนเดิมสินะ

สงสารเซโรน่าที่สุดละนะ ต้องมาทำแบบนี้กับเพื่อตัวเองน่ะ

สู้ๆ นะคะ

#7 By KimHanil (182.232.34.114) on 2011-10-23 20:49

เจิม

#8 By Nekopung (49.48.8.107) on 2011-10-24 12:09

- -

#9 By พ่อบ้าน - - (110.171.5.180) on 2011-10-25 14:25